LOGIN“อุ๊ย! พี่รัณ... ไม่ต้องถึงขนาดนี้ก็ได้ค่ะ แก้มใส่เองได้” ปรินดาอุทานด้วยความตกใจพยายามจะชักเท้าหนีด้วยความเกรงใจ เพราะเขาเป็นถึงผู้ทรงอิทธิพลแต่กลับมานั่งสวมรองเท้าให้เธอต่อหน้าพนักงาน
“อยู่นิ่งๆ สิแก้ม...” ดรัณดุเสียงนุ่มแต่แววตาจริงจัง มือใหญ่กระชับข้อเท้าบางไว้มั่น บังคับสวมรองเท้าที่เขาเลือกให้จนสำเร็จ
“พอดีเลยแก้ม...”
“งั้นเอาแบบคู่นี้มาสักสองสามลายนะครับ แล้วก็เอาแบบสีอื่นที่ไซส์เดียวกันนี้อีกอย่างละ 3 คู่” เขาสั่งพนักงานที่ยืนยิ้มหน้าบานก่อนจะรีบกุลีกุจอไปจัดการทันที
“พี่รัณคะ... ซื้อจนจะขนไม่ไหวอยู่แล้ว พอเถอะค่ะ” ปรินดากระซิบปราม มองถุงกระดาษมากมายในมือของเขา
“เดี๋ยวพี่เอาไปเก็บที่รถก่อนก็ได้... ยังเหลือเสื้อผ้าอีกหลายชุดที่พี่อยากซื้อให้แก้ม”
เมื่อจัดการเอาของไปเก็บที่รถเรียบร้อย คนตัวโตก็พาคนตัวเล็กเดินเข้าไปในร้านเสื้อผ้าแบรนด์เนมระดับไฮเอนด์ ทันทีที่ก้าวเข้าไปภายในร้าน ดรัณก็ประกาศสถานะของเธออย่างชัดเจนต่อพนักงาน
“ช่วยเลือกชุดสวยๆ ให้แฟนผมทีครับ เอาอย่างละสองสามชุด”
“ได้เลยค่ะคุณผู้ชาย... งั้นเชิญคุณน้องตามพี่มาด้านนี้เลยนะคะ” พนักงานเอ่ยเสียงหวานอย่างนอบน้อม
ปรินดามองคนตัวโตที่ยืนทำลอยหน้าลอยตาไม่รู้ไม่ชี้ ทำเป็นมองนกมองไม้เรื่อยเปื่อยก็อดหมั่นไส้ไม่ได้ เธอแอบเบ้ปากใส่เขาอย่างขวางๆ หนึ่งที ก่อนจะจำใจเดินตามเจ้าของร้านไปต้อยๆ เสื้อผ้าในร้านนี้ล้วนตัดเย็บอย่างประณีตและมีรูปแบบที่งดงามสะดุดตา และก็ไม่ยากเลยที่เธอจะเลือกชุดที่ถูกใจออกมาได้ในเวลาอันรวดเร็ว
เพียงไม่ถึงครึ่งชั่วโมง ปรินดาก็เดินตามพนักงานกลับมาพร้อมกับเสื้อผ้าแบรนด์เนมหลายชุดที่เธอเลือกสรรมาอย่างดี ดรัณหรี่ตาไล่สายตามองชุดเหล่านั้นพลางปรายตามองคนตัวเล็กอย่างพึงพอใจ รสนิยมการเลือกเสื้อผ้าของเธอนั้นจัดว่าอยู่ในเกณฑ์ดีเยี่ยม มันดูสง่างามทว่าแฝงความอ่อนหวาน ซึ่งตรงกับรสนิยมส่วนตัวของเขาเป็นอย่างมาก
ทว่านายหัวหนุ่มกลับยังไม่หยุดเพียงเท่านั้น เขาเดินช้าๆ ไปที่ราวแขวนผ้าโซนพรีเมียม ก่อนจะหยิบเดรสชุดหนึ่งขึ้นมาดูแล้วส่งให้พนักงานพร้อมเอ่ยกำชับ
“เอาชุดนี้ด้วยครับ... แล้วให้เธอเปลี่ยนใส่ชุดนี้ออกไปเลย”
ปรินดารับชุดนั้นมาทาบตัวอย่างจำยอม ทันทีที่เธอหายเข้าไปในห้องลองและก้าวออกมาอีกครั้ง ดรัณถึงกับต้องลอบกลืนน้ำลาย ชุดเดรสสั้นเหนือเข่าสีขาวสะอาดตา พิมพ์ลายดอกกุหลาบสีน้ำเงินสดใส ตัวกระโปรงตัดเย็บเป็นชั้นๆ พลิ้วไหวตามจังหวะก้าวเดิน ดีไซน์คอเสื้อแบบไขว้ผูกรั้งต้นคอ เผยให้เห็นลาดไหล่เนียนนุ่มและแผ่นหลังขาวผ่องนวลเนียนละเอียดตา
เมื่อชุดนี้อยู่บนร่างอรชร มันส่งเสริมให้ปรินดาดูผุดผาด งดงาม และน่ารักสมวัยสาวจนดรัณถึงกับตาพร่า หัวใจแกร่งกระตุกวูบด้วยความรู้สึกหวงแหนที่พุ่งพล่านขึ้นมาเสียดื้อๆ
“แก้มสวยมาก... สวยจนพี่อยากจะพาแก้มกลับคอนโดเดี๋ยวนี้เลย”
ดรัณก้าวเข้าไปประชิดแผ่นหลังบางพลางก้มลงกระซิบชิดใบหูจนลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดผิวแก้มใส มือหนาประคองเอวบางให้เดินออกจากร้านอย่างทะนุถนอม สายตาคมกริบที่เขาทอดมองเธอนั้นเต็มไปด้วยความร้อนแรงและหวงแหน จนปรินดาต้องก้มหน้าหลบด้วยความขัดเขิน หัวใจดวงน้อยเต้นรัวแรงกับสัมผัสและถ้อยคำกึ่งหยอกกึ่งจริงของเขา
“คนบ้า... พูดอะไรก็ไม่รู้ กลางห้างนะคะพี่รัณ” เธอพึมพำเสียงแผ่ว แต่กลับยอมเดินเคียงข้างเขาไปแต่โดยดี
พนักงานและคนที่เดินผ่านไปมาต่างพากันเหลียวมองคู่รักหนุ่มหล่อสาวสวยที่ดูโดดเด่นราวกับหลุดออกมาจากนิตยสาร โดยเฉพาะนายหัวหนุ่มที่บัดนี้ทำหน้าที่เป็นองครักษ์ผู้หวงแหน คอยกวาดสายตาดุๆ ข่มขวัญชายหนุ่มทุกคนที่บังอาจจ้องมองผู้หญิงของเขา
หลังจากได้ชุดที่สวยถูกใจ ดรัณบรรจงสวมรองเท้าส้นสูงสีขาวนวลที่เขาเลือกสรรมาให้เข้ากับชุดเดรสสีขาวลายดอกกุหลาบให้ปรินดา ก่อนจะถอยหลังออกไปเล็กน้อยเพื่อพิจารณาความงดงามของหญิงสาวตรงหน้าตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า สายตาคมกริบฉายแววชื่นชมอย่างปิดไม่มิด
“สวยมาก...เข้ากันกับชุดเลย” ปรินดากล่าวขอบคุณเบาๆ แล้วจัดการรวบผมยาวสลวยขึ้นเป็นมวยหลวมๆ เผยให้เห็นลำคอระหงขาวเนียน ดรัณยิ้มกริ่มอย่างถูกใจ ใบหน้าหวานที่ปราศจากเครื่องสำอางนั้นดูงดงามเป็นธรรมชาติอยู่แล้ว ขาดก็เพียงริมฝีปากอิ่มที่ดูไร้สีสันไปนิด
“อยากได้ลิปสติกมั้ยเดี๋ยวพี่พาไปซื้อ”
“ยังไม่หมดอีกเหรอแค่ แก้มเริ่มหิวแล้วเนี่ย”
“งั้นก็ได้ เดี๋ยวอิ่มแล้วพี่พามาซื้อ” ดรัณมองเรียวปากอิ่มที่ตอนนี้ขาดสีสันและมันก็เห่อบวมขึ้นเล็กน้อยจากการที่เขาจูบอย่างรุนแรงเมื่อเช้า มันดูเซ็กซี่และเย้ายวนถ้าได้ลิปสติกมาเตาล่ะก็
ดรัณพาปรินดาตรงไปยังห้องอาหารสุดหรู
“หิวข้าวตั้งนายแล้วทำไมไม่บอกพี่หืม์” เธอเปรยขึ้นขณะมองอาหารที่บริกรทยอยนำมาเสิร์ฟจนเต็มโต๊ะ
“ก็เพิ่งหิวนี่คะ” เขาสบตาเธอด้วยความหมายลึกซึ้ง
“สั่งมาเยอะแยะขนาดนี้ ถ้าทานหมดนี่ชุดที่ซื้อไปคงใส่ไม่ได้หรอกค่ะ”
“ทานเถอะครับ หิวไม่ใช่เหรอ”
ปรินดายิ้มหวานและเริ่มลิ้มรสอาหารแต่ละจานอย่างเอร็ดอร่อย ดรัณมองภาพหญิงสาวตรงหน้าที่เจริญอาหารมากกว่าปกติด้วยความเอ็นดู เขาเองก็รู้สึกว่ามื้อนี้อร่อยกว่าทุกครั้ง ไม่รู้ว่าเป็นเพราะรสชาติของอาหาร หรือเป็นเพราะคนทานด้วยที่ทำให้เขาสุขใจจนล้นอกเช่นนี้
หลังจากเหน็ดเหนื่อยจากการเดินห้าง ทั้งสองก็พากันกลับมาถึงคอนโดหรูและผล็อยหลับไปด้วยความเพลีย เวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ไม่รู้ ปรินดาเริ่มรู้สึกตัวตื่น เธอขยับกายเพียงแผ่วเบาเพื่อหวังจะลุกไปจัดการตัวเอง โดยพยายามไม่ให้คนข้างๆ รู้สึกตัว เพราะลึกๆ แอบหวั่นใจว่าจะถูกคนเจ้าเล่ห์รุกรานร่างกายเอาอีกรอบ
“ตื่นแล้วเหรอ... เดินจนหมดแรงเลยสิท่า” เสียงทุ้มต่ำที่คุ้นเคยดังขึ้น ดรัณที่ตื่นก่อนนานแล้วกำลังนั่งมองร่างระหงด้วยสายตาแพรวพราว
“ไม่ได้หมดแรงเพราะเดินห้างหรอกค่ะ... ที่แก้มหมดแรง ก็เพราะถูกพี่รัณรังแกต่างหาก” ปรินดาบ่นอุบใบหน้าเง้างอน ทว่ากลับดูน่าเอ็นดูในสายตาคนฟัง
ดรัณหลุดขำก่อนจะขยับกายเข้ามาประชิด เขาใช้จมูกโด่งคมสันถูไถไปมากับจมูกรั้นของหญิงสาวอย่างหยอกเย้า ปรินดาที่ยังกึ่งหลับกึ่งตื่นแกล้งทึ้งจมูกเขาแรงๆ เป็นการเอาคืน ก่อนที่เขาจะแกล้งลวนลามเธอกลับอย่างถือวิสาสะ
“อื้อ... อย่าแกล้งแก้มสิคะพี่รัณ” เธอส่งเสียงคิกคักในลำคอเมื่อมือไม้ซุกซนของเขามุดเข้าไปใต้ผ้าห่มผืนหนา ลูบไล้ผิวเนื้อเนียนละเอียดที่เปลือยเปล่าใต้ร่มผ้าจนเธอขนลุก
ปรินดารีบขยับตัวลุกขึ้นนั่ง พยายามรวบผ้าห่มมาปกปิดทรวงอกอวบอัดที่ชูชันท้าทายสายตา ผิวขาวนวลที่ปรากฏรอยรักจางๆ และใบหน้าที่แดงระเรื่อด้วยความเขินอาย
“พี่รัณ ปล่อยนะ! แก้มโป๊อยู่นะคะ” เสียงใสเริ่มดุ
แต่คนตัวโตกลับหัวเราะร่วนอย่างอารมณ์ดี มือเรียวพยายามหยิกเข้าที่ต้นแขนแกร่งที่เต็มไปด้วยมัด แต่มันกลับไร้ผลเพราะผิวกายเขาช่างแข็งแกร่งราวกับหินผา สุดท้ายปรินดาต้องวาดแขนโอบกอดรอบคอเขาไว้แน่นเมื่อร่างของเธอถูกเขาอุ้มขึ้นจากที่นอน แผ่นอกนุ่มหยุ่นเบียดชิดกับแผงอกกว้างจนสัมผัสได้ถึงอัตราการเต้นของหัวใจที่สอดประสานกัน
“ไม่แกล้งแล้วก็ได้ครับ...ไปอาบน้ำกันดีกว่า เดี๋ยวเย็นๆ จะมีคนหิวอีก”
“ปล่อยแก้มนะคะพี่รัณ แก้มไม่หลงกลอาบน้ำกับพี่หรอก”
“เห็นพี่เป็นคนบ้ากามขนาดนั้นเชียว” เขาเอ่ยเสียงนุ่มก่อนจะวางเธอลงบนเตียงนุ่มเบาๆ แล้วเดินไปที่ตู้เสื้อผ้า
ปรินดารีบคว้าชุดนอนมาสวมและสวมเสื้อคลุมทับอีกชั้นอย่างรวดเร็ว ก่อนจะรีบวิ่งเข้าห้องน้ำไปราวกับกระต่ายน้อยที่หนีราชสีห์ เมื่อเธอจัดการตัวเองเสร็จและก้าวออกมา ก็พบดรัณในลุคใหม่ที่ดูภูมิฐาน กางเกงสแลคสีดำเน้นช่วงขาที่ยาวสมส่วน คู่กับเชิ้ตแขนยาวสีครีมที่เสริมบุคลิกให้ดูสุขุมและทรงอำนาจแบบนายหัว
เขากำลังยืนอยู่หน้ากระจก พยายามติดกระดุมเม็ดบนสุดอย่างทุลักทุเลเพราะติดแผงอกที่หนาแน่นไปด้วยกล้ามเนื้อ
“ม่ะ...แก้มช่วยค่ะ...” หญิงสาวอาสาเดินเข้าไปหา เธอเขย่งปลายเท้าขึ้นเล็กน้อยเพื่อช่วยติดกระดุมให้เขา
ดรัณก้มมองใบหน้าหวานที่อยู่ใกล้เพียงลมหายใจกั้น ความสูง 185 เซนติเมตรของเขาทำให้ปรินดาที่สูงถึง 169 เซนติเมตรดูตัวเล็กบอบบางไปในทันที เขาชอบความรู้สึกนี้... ความรู้สึกที่ได้ยืนบังลมบังฝน และมีเธออยู่ภายใต้การปกครองดูแลของเขาแต่เพียงผู้เดียว
“ขอบคุณครับ... เด็กดี” ดรัณพึมพำพลางจูบลงบนหน้าผากมนอย่างแสนรัก
รถตู้เสียหลักหมุนคว้างก่อนจะไถลตกข้างทางจนฝุ่นตลบอบอวล ไอ้เข้มที่สะบักสะบอมตะเกียกตะกายออกมาพร้อมกับจิกกลุ่มผมของปรินดาอย่างไร้ความปรานี มันกระชากร่างเธอให้ลุกขึ้นเพื่อใช้เป็นโล่มนุษย์“มึงลงมานี่ นังตัวดี! อย่าคิดหนีเชียวนะ!” ไอ้เข้มตะโกนก้อง มือหนึ่งล็อคคอแน่นจนเธอหายใจไม่ออก อีกมือถือปืนจ่อที่ขมับปรินดาเจ็บจนน้ำตาคลอ ทว่าสัญชาตญาณการเอาตัวรอดและความเชื่อมั่นในตัวสามีทำให้เธอรวบรวมความกล้า ในจังหวะที่ไอ้เข้มเผลอหันไปมองดรัณ หญิงสาวก็ตัดสินใจกัดเข้าที่แขนของมันสุดแรงเกิด“โอ๊ย! อีสารเลว!” ไอ้เข้มร้องลั่น สะบัดแขนออกด้วยความเจ็บปวด ปรินดาฉวยโอกาสทองนั้นผลักตัวออกแล้วออกวิ่งทันที ชุดเจ้าสาวที่ยาวเป็นอุปสรรคใหญ่ต่อการวิ่งหนี แต่เธอก็ไม่ยอมหยุดปัง! ปัง! เสียงปืนจากดรัณดังก้องไปทั่วบริเวณ เขาไล่ยิงสกัดลูกน้องของไอ้เข้มไม่ให้ตามภรรยาของเขาไปได้ แต่ไอ้เข้มและสมุนร่างยักษ์อีกสองคนวันนี้มันกัดไม่ปล่อย พวกมันวิ่งตามจนทันปรินดาที่เสียหลักและเกือบจะล้ม“จับมันไว้!” ไอ้เข้มสั่งการ ลูกน้องคนแรกพุ่งเข้าหาแต่ปรินดาไม่ได้ยืนรอความตายเพียงอย่างเดียว เธอรวบรวมแรงเตะเข้าที่กลางกล่องดวงใจของมันอย่างแรง
ลินลี่จำต้องกล้ำกลืนฝืนทนรับสัมผัสที่น่ารังเกียจนั้นไว้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ กลิ่นคาวกามและรสชาติแห่งความอัปยศแผ่ซ่านไปทั่วโพรงปาก ขณะที่นายตี้ยังคงกดทับและขยี้เน้นจังหวะสุดท้ายเพื่อให้หยาดหยดแห่งกามารมณ์ไหลลึกเข้าไปในกายหล่อนจนหมดสิ้นเมื่อพายุสวาทสงบลง นายตี้ผละออกพลางหอบหายใจอย่างสุขสมแล้วไปทิ้งตัวนอนแผ่หลาอยู่บนเตียง ทิ้งให้ลินลี่นอนหายใจโรยรินในสภาพห้อยหัว เส้นผมสยายระพื้น ใบหน้าแดงก่ำจากแรงดันเลือดและคราบน้ำตาที่ไหลอาบแก้ม นางเอกสาวพลางยกหลังมือขึ้นปาดริมฝีปากอย่างช้าๆ แววตาที่เคยพร่าเบลอกลับมานิ่งสนิทและเย็นเยียบกว่าเดิมเธอเดินไปกระเป๋าสะพายที่วางอยู่ ก่อนจะล้วงเข้าไปหยิบขวดเล็ก ๆ ออกมาแล้วเทผงพิษสีขาวลงในแก้วน้ำเย็นจัด“ดื่มน้ำหน่อยนะคะพี่ตี้... จะได้มีแรง” เธอบอกอย่างออดอ้อนเอาใจ ตากล้องหนุ่มที่กำลังเหนื่อยหอบจากการหักโหมพละกำลัง คว้าแก้วมรณะมากระดกน้ำเย็นเฉียบจนหมดรวดเดียวโดยไม่เฉลียวใจ ทว่าเพียงอึดใจเดียว... ร่างที่เคยคร่อมทับอยู่ก็เริ่มเกร็งกระตุกอย่างรุนแรง ดวงตาของมันเบิกโพลง ลมหายใจติดขัด ดิ้นทุรนทุรายด้วยความเจ็บปวดเจียนตาย ก่อนจะขาดใจตายคาอกของลินลี่ในสภาพเปลือยเปล่
กิตติกรหันมายิ้มอย่างผู้ชนะก่อนจะโน้มตัวลงสวมกอดร่างบางที่ยังคงสั่นเทา“พี่... ใจเย็นๆ นะคะ ของพี่ใหญ่ ลินลี่กลัวเจ็บ” เธอครางบอกเสียงสั่น ในขณะที่แววตาคนตรงหน้ามีแต่ความหื่นกระหายอย่างที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน มือหนาเอื้อมปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตของตัวเองออกอย่างรีบร้อน ลินลี่ มองภาพนั้นด้วยความรู้สึกสมเพชตัวเอง แต่เธอก็ไร้ซึ่งทางเลือก“ลินลี่ขอนะคะ พี่ห้ามเอาโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายรูปหรืออัดคลิปเด็ดขาด ถ้าลินลี่เห็น ลินลี่จะหนีพี่ไปไกล ๆ จนไม่ให้พี่เห็นลินลี่ได้อีก” เธอสั่งเสียงแข็ง หวังปกป้องศักดิ์ศรีที่เหลือเพียงเศษเสี้ยว“โธ่!!... น้องลินลี่จ๋า ใครจะกล้าทำแบบนั้นกับนางเอกในดวงใจล่ะครับ พี่แค่ชอบเก็บความทรงจำไว้ในหัวเท่านั้นแหละ รูปถ่ายที่ได้มาก็ไม่เคยเผยแพร่ที่ไหน” เขาตอบด้วยน้ำเสียงจริงจัง ก่อนจะจัดการกับชุดของเธอที่เหลือออกอย่างรวดเร็ว ปล่อยให้เรือนร่างขาวเนียนปราศจากอาภรณ์อยู่บนเตียงกว้าง“พี่ไม่ใส่ถุงนะ พี่อยากได้สดๆ อยากสัมผัสลินลี่จริงๆ เดี๋ยวพี่เพิ่มให้ลินลี่อีกแสนหนึ่ง!”อำนาจเงินตราทำให้ลินลี่ต้องเงียบเสียงลง เธอพยักหน้าช้าๆ ยอมแลกทุกอย่างเพื่อความอยู่รอด เขาไม่รอช้า พลิกร่างบางให้ดี
ภายในห้องโดยสารที่เงียบสงัด มีเพียงเสียงเครื่องยนต์ที่ทำงานแผ่วเบา ลินลี่จ้องมองสิ่งที่ปรากฏแก่สายตาด้วยหัวใจที่เต็นรัวแรง ความใหญ่โตของ อาวุธร้ายของชายตรงหน้าทำให้เธอถึงกับลอบกลืนน้ำลาย ความยิ่งใหญ่ที่ผงาดง้ำสู้แสงไฟจากหน้าปัดรถดูน่าเกรงขามจนอดีตนางเอกสาวแทบหยุดหายใจ“ทำไมของพี่... มันใหญ่ขนาดนี้ล่ะคะ สงสัยลินลี่ต้องปวดกรามแน่ ๆ ” เธอเอ่ยเสียงพร่าพลางช้อนสายตามองคนที่กำลังขับรถด้วยแววตาที่สั่นระริก ทั้งหวาดหวั่นและท้าทายในคราวเดียวกัน“ไม่ชอบเหรอ ใหญ่ ๆ แบบนี้เสียวดีนะรู้มั้ย” หนุ่มใหญ่แค่นยิ้มเจ้าเล่ห์ แววตาที่เต็มไปด้วยประสบการณ์ก่อนจะจับจ้องไปที่ใบหน้าสวยหวานที่กำลังตื่นตระหนก“รับรองเลยลินลี่จะต้องมีความสุข เวลาที่โดนพี่จับกระแทกแรงๆ ”“จริงเหรอคะ...” คำถามสั้นๆ ของลินลี่แฝงไปด้วยจริตที่เริ่มก่อตัวขึ้นตามสัญชาตญาณการเอาตัวรอด แม้ในใจจะขยะแขยงเพียงใด แต่ภาพตัวเลขเงินหนึ่งแสนบาทที่เขาโอนให้นั้นกลับมีอำนาจเหนือกว่าศักดิ์ศรีที่ลินลี่ค่อยๆ โน้มตัวลงต่ำ หวีดหวิวไปกับลมหายใจร้อนผ่าวของชายหนุ่มที่รดรินอยู่เหนือศีรษะ เธอรวบผมยาวสลวยไปไว้ด้านหลัง ก่อนจะใช้ปลายนิ้วเรียวสวยลูบไล้ไปตามความยา
บรรยากาศรอบกายยามบ่ายที่น่าอึดอัดขณะที่วิกรมขับรถตามลินลี่มาอย่างห่าง ๆ ก่อนจะจอดซุ่มดูอยู่ฝั่งตรงข้ามของโรงแรมม่านรูดที่ห่างไกลผู้คน ดวงตาคมกริบที่ผ่านโลกมามากจับจ้องไปยังประตูห้องพักที่กำลังจะเปิดออก หัวใจของหนุ่มใหญ่กระตุกวูบเมื่อเห็นร่างคุ้นตาของนางเอกสาวที่เดินเคียงคู่มากับตากล้องอย่างสนิทสนมเกินควรผู้บริหารสูงวัยไม่รอช้ายังไงวันนี้เขาต้องกระชากหน้ากากจอมปลอมของนางเอกจอมลวงโลกออกมาให้ได้ วิกรมก้าวลงจากรถอย่างช้าๆ ด้วยท่วงท่าที่สุขุม“คุณวิกรม!” ลินลี่อุทานลั่น ใบหน้าสวยซีดเผือดลงทันควันราวกับคนจับไข้ สภาพของนางเอกสาวในดวงใจดูยับเยินจนน่าอดสู เส้นผมที่เคยจัดทรงสวยยุ่งเหยิงไม่เป็นระเบียบ เสื้อผ้ามีแต่รอยยับย่นฟ้องถึงกิจกรรมเร่าร้อนที่เพิ่งผ่านพ้นไปหมาด ๆ โดยเฉพาะรอยแดงจางๆ ที่ซอกคอขาวผ่องนั้น มันคือหลักฐานชั้นดีที่กระชากสติของวิกรมให้ขาดสะบั้น เธอรีบสะบัดมือออกจากแขนของนายตี้ทันที ส่วนตากล้องจอมหื่นพอเห็นนายจ้าง ก็ถึงกับหน้าถอดสี รีบก้มหน้าเดินหนีหายไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้นางเอกสาวเผชิญชะตากรรมอยู่เพียงลำพังเขาจ้องมองผู้หญิงที่เขาเคยรักและทะนุถนอมด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเหยียด
ทันทีที่จัดการเรื่องแม่เลี้ยงใจร้ายเสร็จสิ้น ดรัณก้าวเดินขึ้นไปยังชั้นบนของคฤหาสน์ด้วยหัวใจที่หนักอึ้ง ทว่าความเหนื่อยล้าทั้งหมดกลับมลายหายไปเพียงแค่ผลักประตูห้องนอนเข้าไปแล้วพบกับปรินดาหญิงสาวอยู่ในชุดนอนสายเดี่ยวสีครีมสว่าง ผ้าซาตินเนื้อนุ่มทิ้งตัวลงมาเพียงครึ่งขาอ่อนเนียนละเอียด ผมยาวสลวยถูกปล่อยให้ทิ้งตัวลงเคลียไหล่มน เรียวปากอิ่มเคลือบด้วยลิปสติกสีชมพูระเรื่อแวววาวชวนให้ลิ้มลอง เธอส่งรอยยิ้มละมุนที่ทำให้โลกทั้งใบของเขาสว่างไสว“ใครมาหาพี่รัณหรือคะ?” เธอถามด้วยน้ำเสียงกังวานใส“เปล่าหรอกจ้ะ พี่แค่คุยงานกับนายสินนิดหน่อย” ชายหนุ่มปั้นคำโกหกเพื่อปกป้องความรู้สึกของคนรัก เขาจะไม่มีวันให้เรื่องเน่าเฟะของแม่เลี้ยงมาแผ้วพานความสุขของเธอเด็ดขาด “แก้มหิวอะไรไหม?”“ไม่ค่ะช่วงนี้แก้มต้องไดเอท”“ถ้าอย่างนั้นรอพี่ตรงนี้นะ พี่อาบน้ำเสร็จแล้วจะมาคุยด้วย”หลังจากชำระล้างร่างกายจนสดชื่น ดรัณเดินออกมาเห็นภรรยาสาวกำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่บนเตียงกว้าง เขาไม่รอช้ารีบคว้าหนังสือเล่มนั้นออกห่างจากมือเธอ แล้วทิ้งตัวลงนอนหนุนตักนุ่มของหญิงสาวทันที“ทุกทีเลยพี่รัณเนี่ย เมื่อไหร่จะแก้นิสัยนี้สักทีคะ”“แก้







