LOGINเด็กสาวเป็นลมหมดสติเพราะความกลัวที่กัดกินหัวใจ ร่างของเธอถูกเคลื่อนย้ายเข้าไปพักในตัวคฤหาสน์ ห้องส่วนตัวของนายใหญ่ จวบจนเวลาพลบค่ำจึงได้สติฟื้นคืนอีกครั้ง
พายัพสั่งให้คนนำตัวเธอลงมาและจัดการพาไปส่งบ้าน บรรยากาศภายในรถเงียบกริบไร้ซึ่งเสียงพูดคุย สายตาเขาคอยลอบมองเด็กสาวข้างตัวตลอด เธอนั่งตัวแทบติดไปกับประตู ทำราวกับว่าถ้านั่งใกล้เขาแล้วจะติดเชื้อโรคเอาอย่างนั้น ไม่พูด ไม่จา ปั้นหน้าบึ้งตึง แต่ก็เอาเถอะ เขาเป็นถึงใครเพราะฉะนั้นแค่เด็กสาวคนเดียวไม่จำเป็นต้องใส่ใจถึงขนาดนั้น “จอดค่ะ ส่งหนูตรงนี้ก็พอ” “เอ่อ แต่บ้านคุณต้นหยงต้องขับเข้าไปในซอยอีกนี่ครับ” องอาจถามขึ้นอย่างนึกได้ เลยถูกเจ้านายตวัดสายตาคมดุมองกันจนต้องรีบก้มหัว “แต่หนูจะลงตรงนี้” “จะลงก็เชิญ จอดรถแล้วก็เปิดประตูให้เธอซะ” พายัพรำคาญเด็กอวดดี อยากลงมากเขาก็จะให้ลง ลับหลังรถขับวนออกมา ไม่มีใครเห็นว่าเด็กสาวชูนิ้วกลางตามหลัง “นายครับ ข้างหน้ามีร้านขนมหวานด้วย นายอยากทานไหมครับ” เมื่อรถขับมาถึงหน้าตลาด ซึ่งตลาดแห่งนี้คุณป้าของพายัพเป็นเจ้าของ สิงหาก็ถามผู้เป็นนายอย่างเอาใจ “อืม เอาหน่อยก็ดี” พายัพพยักหน้าเห็นด้วย เขาเป็นคนชอบทานขนมหวาน ถ้าได้กินของอร่อยก็น่าจะทำให้อารมณ์ดีขึ้นมาบ้าง ตกดึกพายัพพึ่งทำงานเสร็จ เขานั่งพักสายตาอยู่ชั่วครู่ก่อนจะให้สิงหาตามตัวนมแจ่มและตะวันเข้าพบ “วันนี้แสดงละครดีมากเลยนะครับ สนใจแคสติ้งสักเรื่องไหม” น้ำเสียงหยอกล้อแกมชื่นชมถามแม่นมที่เลี้ยงดูเขามาตั้งแต่แบเบาะ “คุณหนูก็พูดไปค่ะ ป้าแค่ทำตามหน้าที่” นมแจ่มเหมือนจะตัวลอยกับคำยอ “ป้าไม่คิดเลยค่ะว่าหนูต้นหยงจะใจกล้าขนาดนั้น ทั้งที่รู้ว่าตัวเองจะโดนอะไรก็ยังออกหน้ารับผิด” “จริงครับ เด็กผู้หญิงตัวนิดเดียวแต่ใจใหญ่มาก ผมว่าเจ้านายดูคนไม่ผิดหรอกครับ เธอเป็นคนดีจริงๆ” ตะวันร่วมชื่นชมเด็กสาวกับนมแจ่มให้พายัพฟัง เจ้านายหนุ่มครางรับในลำคอ ฟังสิ่งที่สองคนตั้งใจเล่าถึงแผนการของเขาซึ่งเป็นไปในทิศทางที่ดี อันที่จริงเรื่องทั้งหมดเขาเป็นคนบงการทุกอย่าง นมแจ่มน่ะหรือจะกล้าขัดคำสั่งเขาเพื่อยื่นมือเข้าไปช่วยเธอจริงๆ ต่อให้เป็นแม่นมแต่ก็ยังเกรงใจคุณหนูผู้เป็นนายใหญ่ ถ้าเขาไม่สั่งให้แกล้งเล่นตามแผนเพื่อลองใจต้นหยง นมแจ่มไม่มีทางยื่นมือเข้ามาวุ่นวายเด็ดขาด สิ่งที่เขาต้องการคืออยากรู้ว่านอกจากเป็นขี้ขโมย เด็กสาวเป็นคนนิสัยยังไง ซึ่งเท่าที่ฟังจากปากนมแจ่มและตะวันก็รู้ได้ในทันทีว่าต้นหยงกำลังตกเป็นที่เอ็นดูของสองคนนี้เพราะนิสัยอ่อนน้อมถ่อมตนของเธอเอง แต่พายัพสงสัยอยู่อย่างเดียว ทีทำไมเวลาอยู่กับเขา เธอถึงได้ชอบเถียง ชอบขัดใจอยู่เรื่อย เมื่อปล่อยคนทั้งสองออกไป พายัพก็เข้านอนพักผ่อน แต่ยังไม่อาจข่มตาหลับจึงหยิบมือถือเล่นโซเชียลพลางๆ ระหว่างนั้นสายตาไม่รักดี หรือจะเพราะโพสต์นี้มันขึ้นฟีดไม่ถูกเวล่ำเวลา เขาถึงได้เห็นขนมจีนหมั้นกับไอ้ฟินิกซ์เรียบร้อยแล้ว ไอ้ฟินิกซ์กับเขาเป็นคู่อริสมัยเรียน ไอ้นี่มันเป็นคนชอบกวนโมโห ชอบจีบผู้หญิงคนเดียวแข่งกับเขา ขนาดเขาแก่กว่ามันตั้งสองปีก็ยังไม่มีความเคารพ เป็นเด็กเวรที่แท้จริง ส่วนขนมจีนคือแฟนของมัน เมื่อหลายเดือนก่อนหน้านี้เขาเคยฉุดเธอมาเพื่อจะทำให้ไอ้หมาบ้ามันทุรนทุราย และก็จริงอย่างที่คิด ฟินิกซ์ตามมาทวงของรักคืนถึงที่และมีเรื่องจนลงไม้ลงมือกัน เพียงแต่เขาสู้มันไม่ได้ เรื่องนี้ทำให้เจ็บใจและขายขี้หน้าเป็นที่สุด คุณอาของเขาตักเตือนว่าถ้าเกิดยังอ่อนหัดอย่างนี้สักวันศัตรูที่ล่อมหน้าล้อมหลังจะทำร้ายเอาได้ง่ายๆ เขาไม่คิดจะสนใจจนกระทั่งมันได้เกิดขึ้นกับตัวเอง มีพวกหมาลอบกัดส่งคนมาทำร้ายเขาจนประสบอุบัติเหตุ โชคดีเท่าไรที่ยังรอดมาได้อย่างน่าหวุดหวิด แต่นั่นก็ทำให้ต้องพักรักษาตัวนานอยู่เป็นเดือนเลยล่ะ อีกทั้งเหตุการณ์เฉียดตายในครั้งนี้ก็ทำให้เขาเอาจริงเอาจังเรื่องการต่อสู้ป้องกันตัวอีกครั้ง ตอนจะเดินเข้าสู่เส้นทางมาเฟีย คิดแค่ว่าถึงไม่ได้เก่งต่อยตีมากนัก แต่แค่มีลูกน้องเยอะๆ ก็เพียงพอแล้ว แต่นั่นมันไม่ใช่เลย ยิ่งเขาขึ้นมาสูงเท่าไรก็ยิ่งจำเป็นต้องเก่งและชำนาญหลายด้าน เขาจึงตัดสินใจเรียนการต่อสู้และอื่นๆ อีกเยอะที่มันจะมีผลประโยชน์กับตัวเอง สายตาคมกริบมองโพสต์ที่ว่าค้างเติ่งอยู่เนิ่นนาน ขนมจีนเองก็เคยถูกตาต้องใจเขาเหมือนกัน แต่น่าเสียดายที่ตอนนี้เธอเป็นคนมีเจ้าของอย่างสมบูรณ์แบบไปแล้ว ในใจลึกๆ เขาก็ยังคงโหยหารักดีๆ เพียงแต่หากไม่มีคงเป็นการดีที่สุด ใครจะรู้ว่าเอาเขาเข้ามาในชีวิตแล้วเขาจะมีความสุขจริงๆ พายัพเคยเจอความเจ็บช้ำเจียนตายจากความรักมาแล้ว เขาถึงได้เข็ดขยาดอย่างในทุกวันนี้ ต้นหยง | Part วันสุดท้ายของชีวิตนักเรียนมัธยมของฉัน จบการเป็นพี่ม.หกอย่างสมบูรณ์แบบและจะเริ่มเข้าสู่บทบาทใหม่คือน้องเฟรชชี่ปีหนึ่ง หลังถ่ายรูปรวมเสร็จ ฉันกับเพื่อนก็เอาของปัจฉิมมาวางซุ้มนั่งที่จองไว้ “หยง ทำไมผู้ชายกลุ่มนั้นเขาเดินมาทางเราอะ” เห็ดชี้ให้ฉันดูผู้ชายในชุดสูทสีดำสนิทสี่ห้าคนซึ่งกำลังย่างเท้ามาทางที่ฉันยืนอยู่ หนึ่งในนั้นมีพี่องอาจลูกน้องคุณพายัพเป็นคนนำขบวน เขาหอบดอกไม้ช่อโตมาด้วย ฉันไม่คิดว่านี่มันปกติเท่าไรนะ “หย๊งงง เขาเดินมาทางเรา” เห็ดสะกิดแขนฉันด้วยความตื่นเต้นโอเว่อร์ของเจ้าตัวจนฉันเจ็บไปหมด “แกช่วยหยุดสะกิดฉันก่อน แล้วก็ช่วยลดความตื่นเต้นลงด้วย” ฉันเอ็ดเพื่อนสนิทเบาๆ มองพี่องอาจที่เดินมาหยุดต่อหน้าฉันเป็นอันเรียบร้อย “เอ่อ พวกพี่มาทำไมกันคะ” ควรทำตัวยังไงดี ตอนนี้ฉันกลายเป็นจุดสนใจไปโดยปริยาย สถานการณ์ชวนอึดอัดอย่างกับฉากในหนังที่ลูกคุณหนูบ้านรวยมีบอดี้การ์ดมาคอยอารักขาถึงโรงเรียน เพียงแต่มันไม่ใช่เลย… ฉันไม่ได้เป็นลูกคุณหนู ฉันเป็นลูกหนี้ “นายให้ผมเอาช่อดอกไม้มาให้คุณต้นหยงครับ และก็ของขวัญฉลองเรียนจบ” พี่องอาจยื่นช่อดอกไม้ให้ฉันก่อนจะหันไปรับถุงกระดาษใบหนึ่งจากลูกน้องด้านหลัง ซึ่งของที่เขาล้วงมาออกคือพวงธนบัตรราวระโยงระยาง “ขออนุญาตนะครับ” จากนั้นก็นำมันคล้องคอฉันประหนึ่งนักร้อง ไม่รู้ว่าทั้งหมดนี้เป็นจำนวนเงินเท่าไรแต่มันก็เยอะพอที่จะทำให้ทุกสายตาที่มองฉันเต็มไปด้วยความตื่นเต้นปนอิจฉา “ขะ…ขอบคุณนะคะ” ก็ไม่ค่อยเข้าใจว่าคุณพายัพทำแบบนี้ไปเพื่ออะไรในเมื่อก่อนหน้านี้ฉันยังโกรธเขาและเขาก็โกรธฉันเหมือนกันพายัพวางเค้กบนโต๊ะทรงกลมก่อนหยิบกล่องของขวัญห่อด้วยริบบิ้นสีแดงสดส่งยื่นให้คนน้อง “ของหนูค่ะ”“อะไรเหรอคะ”“ลองเปิดดูสิ” สีหน้ายิ้มภูมิใจของเขาทำให้เธอตื่นเต้นไปด้วยต้นหยงบรรจงแกะริบบิ้นและเปิดกล่องของขวัญอย่างทะนุถนอม ของด้านในไม่ใช่เครื่องประดับราคาสูงลิ่ว หากแต่มันคือน้ำหอมขวดหนึ่งเท่านั้น “กลิ่นหอมจังเลยค่ะ กลิ่นมันคุ้นๆ จัง” สีหน้าสงสัยพยายามครุ่นคิดอย่างหนัก “นี่มันกลิ่นเดียวกับเมื่อวานที่ติดเสื้อพี่นิคะ” “เก่งจริงๆ เลย เธอชอบไหมคะ พี่ทำเองเลยนะ”“ทำเอง?” เธอเบิกตามองแฟนหนุ่มอย่างประหลาดใจ “เอาเวลาที่ไหนไปทำคะ”“ก็หลังจากเลิกงาน ที่พี่กลับดึกก็เพราะแบบนี้แหละ พี่ลงคอร์สเรียนทำน้ำหอมค่ะ พี่ตั้งใจทำเพื่อเธอเลยนะ อุตส่าห์เลือกกลิ่นที่คิดว่าเข้ากับเธอที่สุดเพื่อจะเอามาเซอไพรส์วันนี้ แต่เมื่อวานเกือบแผนแตก” เขาหัวเราะร่า แต่ต้นหยงกำลังตื้นตันกับคำพูดของเขา“ที่รัก..” เรียกอีกคนเสียงแผ่วก่อนจะสวมกอดเขาทั้งน้ำตาอีกครั้ง “หนูขอโทษ ที่รักทำให้หนูตั้งขนาดนี้ แต่หนูคิดมากสารพัดเลย”“ไม่เอาน่า อย่าร้องไห้สิคะ”“ฮึก! เมื่อคืนหนูก็ไม่ได้ให้ที่รักกอด เพราะหนูน้อยใจคิดว่าที่รักไป
พักหลังๆ มานี้พายัพทำงานหามเช้าหามค่ำเป็นว่าเล่น ทั้งต้องดูแลกิจการที่มีอยู่ ไหนจะมีกิจการใหม่ที่ร่วมกับหุ้นส่วนอย่างพวกเพื่อนๆ แล้วก็ยังมีร้านขนมหวานของแม่ที่คืบหน้าไปได้ด้วยดี เขาจัดการทุกอย่างไม่มีขาดตกบกพร่อง สมกับเป็นท่านประธานของแบล็คเรดแต่ก็เพราะหน้าที่การงานมันรัดตัวด้วยนี่ยังไงล่ะ เขาจึงไม่ค่อยมีเวลาให้แฟนสาวมากเท่าที่ควร ได้แต่หวังว่าเธอจะเข้าใจต้นหยงเปิดเทอมแล้ว เด็กสาวไปเรียนตามปกติพร้อมด้วยเพื่อนสนิททั้งสามคน ชีวิตของเธอมันควรเป็นไปอย่างเรียบเฉยเหมือนเมื่อก่อน หากไม่ใช่เพราะรูปบิกี่ที่เคยลงไปเมื่อสองเดือนที่แล้ว “ใช่น้องต้นหยงปะครับ”“คะ? อะ..เอ่อ ใช่ค่ะ”“พี่ชื่อแบงค์นะ ติดตามเราในไอจี น้องสนใจมาเป็นถ่ายแบบโฆษณามั้ยครับ”“เอ่อ คือว่าหนู..” มันกระอักกระอ่วนใจเหลือเกิน เพราะต้นหยงไม่ใช่แม่เน็ตไอดอลสาวอย่างเห็ดหอมเพื่อนสนิท เธอไม่รู้จะรับมือกับความโด่งดังชั่วข้ามคืนได้ยังไง ทั้งที่ลบรูปนั้นออกไปแล้ว ก็ไม่วายมีแมวมองและรุ่นพี่ชวนไปถ่ายแบบ เล่นโฆษณาอยู่เสมอ “หนูขอเก็บไปคิดดูก่อนได้มั้ยคะพี่”“ได้สิครับ ได้เลย พี่จะรอคำตอบนะ หวังว่าเราคงได้ร่วมงานกัน” รุนพี่คนนั้
ก่อนเรื่องมันจะบานปลายไปกันใหญ่ ฉันรีบดึงแขนคนตัวสูงที่กร่างจะเข้าไปหาเรื่องแม่เลี้ยง มันคงไม่ดีต่อภาพลักษณ์ของเขาแน่ ถึงแม้ว่าฝ่ายนั้นจะกวนโมโหกันอยู่มากก็ตาม “อย่าเอาพิมเสนไปแลกเกลือค่ะ” ฉันเตือนสติเขา พี่พายัพถอนหายใจเฮือกใหญ่ “หนูไม่แคร์ว่าพวกคุณจะมองพี่พายัพยังไง แต่สำหรับหนูเขาคือคนที่ดีที่สุด ถ้าพวกคุณคิดว่าเขาคือคนในครอบครัวก็คงไม่พูดจาทำร้ายจิตใจกันขนาดนี้หรอกค่ะ” ไม่อยากปล่อยให้พี่พายัพเสียสุขภาพจิตไปมากกว่านี้ ฉันดึงแขนลากคนตัวสูงมาด้วยกัน ปล่อยให้เสียงด่าหยาบคายไร้วุฒิภาวะดังไล่หลัง ภายในรถขับกลับคอนโดปกคลุมไปด้วยความอึมครึมและเงียบเชียบ “พี่โอเคไหมคะ” ฉันแตะแขนคนตัวสูงเบาๆ ส่งสายตาอ่อนโยนและปลอบใจไปในตัว “ไม่ค่อยโอเคเท่าไรหรอกค่ะ พี่ไม่อยากเจอหน้าพวกเขาเลย ไม่คิดว่าจะบังเอิญเจอเหมือนกัน” เสียงเหนื่อยอ่อนยิ่งทำให้ฉันเป็นห่วง ความสัมพันธ์ของเขาและทั้งสามคนคงไม่ดีเลยสินะ ไม่อย่างนั้นเขาก็คงพูดเรื่องที่บ้านให้ฉันฟังบ้างแล้วล่ะ “เธอไม่ต้องคิดมากนะคะ พี่ไม่เป็นอะไรหรอก แค่เซ็งเฉยๆ” ฉันยิ้มอ่อน มือที่เคลื่อนมาวางบนหน้าขาแข็งแรง บีบเบาๆ อย่างให้กำลังใจ “พี่มีเธออยู่
แม้งานประชุมจะสิ้นสุดลงแล้ว ทว่าพี่พายัพทำตามสัญญาที่ให้ไว้คืออยู่พักผ่อนตามลำพังสองคนต่ออีกสองคืนก่อนจะกลับไปทำงานเหมือนเดิม แม้เป็นเพียงระยะเวลาสั้นๆ แต่ฉันก็มีความสุข ได้รับการเติมเต็มความรักจนอิ่มล้น เขาทำให้ฉันรู้สึกว่าตัวเองเป็นผู้หญิงที่โชคดีมากคนหนึ่ง “ตกลงลูกชอบเตียงแบบไหน” แม่หันมาถามฉันที่ยืนใจลอยคิดถึงแฟนหนุ่ม ขณะนี้เราอยู่กันที่ร้านเฟอร์นิเจอร์นำเข้าจากต่างประเทศชั้นนำโดยพี่คิเรย์เป็นคนพาเข้ามา แม่ได้บ้านแล้วเรียบร้อย เป็นบ้านจัดสรรในโครงการสุดหรูของย่านท่องเที่ยวแห่งนั้น ตัวหมู่บ้านอยู่ใกล้กับที่ดินซึ่งพี่พายัพจะทำร้านขนมให้ท่าน ตอนนี้ได้ดำเนินการลงเสาเข็มไปบ้างแล้ว “หรือถ้าหนูไม่ชอบเตียงที่นี่ ให้พี่สั่งนำเข้าดีไหมคะ” พี่คิเรย์ถามอย่างเอาใจเมื่อยังเห็นฉันนิ่งเฉยไม่ยอมตอบ “ไม่ต้องหรอกค่ะ หนูเอาเตียงนี้ก็ได้” ฉันชี้สุ่มไปยังเตียงคิงไซต์แต่ทว่าพอดูราคาชัดๆ อีกทีก็ต้องเบิกตากว้าง“ผมเอาเตียงนี้ด้วยนะครับ” พี่คิเรย์บอกกับพนักงานขายเฟอร์นิเจอร์อย่างรวดเร็ว “เปลี่ยนทันมั้ยคะ หนูลืมดูราคา” ฉันกระซิบเสียงแผ่วกับพี่ชาย“ทำไมคะ ราคามันยังไง”“มัน เอ่อ มันแพงค่ะ”“อ
ต้นหยง | Partฉันสูดลมหายใจเข้าออกสุดปอด ระงับความตื่นเต้นที่วิ่งจู่โจมหัวใจให้เต้นแรง ดวงตากลมโตจับจ้องบานประตูห้องน้ำด้วยความกลัวระคนกล้า ทั้งกลัวและกล้าก็ฉันนี่ไง…“เอาวะ แกทำได้ต้นหยง แกทำได้!” ฉันเรียกความมั่นใจกลับมา มองดูเสื้อคลุมอาบน้ำสีขาวที่สวมใส่ก่อนมือเรียวเอื้อมบิดที่จับประตูเปิดเข้าห้องน้ำซึ่งไม่ได้ล็อคราวกับรู้ว่ามีคนอยากเข้ามาหา ร่างสูงสง่าของพี่พายัพนอนแช่น้ำอุ่นอย่างสบายอารมณ์ มองเห็นกล้ามหน้าท้องเป็นลอนแข็งแรง เขารับรู้ถึงการมาของฉันเปลือกตาถึงได้ลืมขึ้นมามาเล็กน้อย ตามด้วยคิ้วเข้มเลิกสูงอย่างมีคำถามว่าเข้ามาทำไม “หนูขออาบน้ำด้วยคนนะคะ”เขาไม่ตอบและฉันก็ไม่รอ มือบางกระตุกเชือกรัดชุดคลุมจนคลายออกง่ายดายเห็นไปถึงไหนต่อไหน ฉันขยับแขนเพียงนิดเดียวชุดคลุมที่ว่าก็ไถลหลุดจากตัวลงไปกองที่ข้อเท้า เห็นได้ชัดว่าตอนนี้สายตาพี่พายัพเริ่มไม่มั่นคง เขามองฉันก่อนหันไปมองทางอื่นและหันมามองฉันอีกที อารมณ์ประมาณอยากมองตาไม่อยากเสียฟอร์มฉันยิ้มออกมาเล็กน้อย ขาเรียวสวยก้าวลงอ่างด้วยท่าทางมั่นใจ จนถึงตอนนี้พี่พายัพยังคงเมินเฉยไม่ยอมสบตาได้อย่างไรกัน “หนูถูสบู่ให้เอาไหมคะ”
การประชุมหารือสำคัญประจำปีกินเวลายาวนานกว่าสามชั่วโมง เสร็จจากประชุมคืองานเลี้ยงที่รวมเหล่าสมาชิกแก๊งแบล็คเรดและครอบครัวของแต่ละคนไว้อย่างคับคั่ง “โอ้โห! สุดจัด” เสียงมาร์ตินที่เดินตามหลังเพื่อนออกจากห้องประชุมร้องทึ่งกับบางอย่าง ดวงตาคมวาวจ้องมองบางสิ่งในสมาร์ตโฟนเครื่องหรู “รีบๆ เดินหน่อยไอ้นี่ ส่องสาวอยู่อีกล่ะสิ” คิเรย์หันไปเร่งเพื่อน แค่เห็นท่าทางของเขามันก็ดูออกหมดแล้ว “สาวที่กูส่องพวกมึงก็รู้จักกันดี” ทีแรกพายัพจะไม่สนใจด้วยซ้ำ ทว่ามาร์ตินเดินแทรกระหว่างกลางเขาและคิเรย์ มันส่งมือถือให้ดูจนทั้งสองคนหยุดเดินพร้อมกันขาแข็ง หัวใจเต้นเร็วขึ้น ใบหน้าเห่อร้อนพร้อมความโกรธที่ค่อยๆ ปกคลุมร่างกายที่เห็นนี่มันคืออะไร!เด็กสาวสองคนในชุดบิกินี่สีหวานหวาบหวิว โพสต์ท่าทางน่ารักโชว์เนื้อหนังมังสาให้คนติดตามนับแสนได้เชยชม ลำคอพายัพแห้งผาก เส้นเลือดตรงขมับเต้นตุบๆ เขาและคิเรย์เงยหน้ามองตากันอย่างไม่ต้องนัดหมาย ต่างรู้กันดีว่าครั้งนี้มันยอมตามใจไม่ได้จริงๆ ในส่วนของต้นหยงและเห็ดหอม พวกเธอได้รับข้อความให้มารอในงานเลี้ยงได้เลย สถานที่ในโรงแรมหรูซึ่งมีโดมกระจกกว้าง ทำให้บรรยากาศยามค่ำ
เมื่อคืนที่ผ่านมา พายัพทำงานลืมดูเวลาจนต้องนอนค้างที่คาสิโน เช้านี้หลังจากตรวจดูความเรียบร้อยเมื่อเห็นว่าไม่มีอะไรแล้ว จึงได้ฝากงานเล็กๆ น้อยๆ ให้องอาจช่วยดูแล จากนั้นตัวเขาเองและลูกน้องอีกสองคนคือสิงหาและตะวัน เตรียมตัวไปยังที่แห่งหนึ่งเพื่อรอเจอใครบางคน “คุณต้นหยงอยู่ที่ร้านนี้จริงๆ ด้วยครับนาย
“ตกลงจะเอาไง ที่ดินแม่มึงอะ จะเอาคืนมั้ย” “ทำไมมึงชอบเสือกจังวะ!” “งั้นเรากลับกันเถอะครับคุณลุง ไปต้นหยง..” “เดี๋ยว!” พายัพกดอารมณ์ไม่พอใจต่างๆ ไว้ให้ลึกที่สุด เขายอมรั้งอีกฝ่ายเมื่อเห็นว่าทางนั้นเอาจริง หากเขาไม่ยอมตกลงเรื่องยกเลิกสัญญาที่ทำไว้กับต้นหยง เห็นทีที่ดินของแม่คงไม่ได้กลับคืนง่ายๆ “
หลังเลิกเรียนเพื่อนๆ มาส่งฉันที่ต้องรอคุณจีน่ามารับ แต่จะความบังเอิญหรือจงใจอะไรก็แล้วแต่ เคราะห์ซ้ำกรรมซัดให้ฉันเจอเข้ากับพี่ตะวัน ดูเหมือนเขาเองกำลังยืนรอใครสักคนซึ่งคงไม่พ้นว่าต้องเป็นฉันนี่แหละ “คุณต้นหยง” ทั้งที่ตั้งใจจะเดินผ่านไปเงียบๆ โดยไม่ให้เขาจับได้ แต่หูตาไวราวเหยี่ยวของพี่ตะวันก็ทำให
“เฮ้ย! เอาพวกมันขึ้นรถ!” คนที่เป็นหัวหน้าเอ่ยสั่งพวกลูกน้องให้กระชากลากถูร่างของเราทั้งสี่คนที่โดนมันจับเข้าในรถเพราะกลัวคนอื่นผ่านมาเห็น แต่ก่อนมันจะได้ทำอย่างนั้น ฉันพบว่าในกลุ่มเรามีคนเป็นมวย นั่นก็คือสตาร์! เธอใช้ฟันกัดแขนของไอ้คนที่มันล็อคคอเธออยู่ จากนั้นก็หมุนตัวกลับไปเผชิญหน้ากับมันพร้อมป







