FAZER LOGINเด็กสาวเป็นลมหมดสติเพราะความกลัวที่กัดกินหัวใจ ร่างของเธอถูกเคลื่อนย้ายเข้าไปพักในตัวคฤหาสน์ ห้องส่วนตัวของนายใหญ่ จวบจนเวลาพลบค่ำจึงได้สติฟื้นคืนอีกครั้ง
พายัพสั่งให้คนนำตัวเธอลงมาและจัดการพาไปส่งบ้าน บรรยากาศภายในรถเงียบกริบไร้ซึ่งเสียงพูดคุย สายตาเขาคอยลอบมองเด็กสาวข้างตัวตลอด เธอนั่งตัวแทบติดไปกับประตู ทำราวกับว่าถ้านั่งใกล้เขาแล้วจะติดเชื้อโรคเอาอย่างนั้น ไม่พูด ไม่จา ปั้นหน้าบึ้งตึง แต่ก็เอาเถอะ เขาเป็นถึงใครเพราะฉะนั้นแค่เด็กสาวคนเดียวไม่จำเป็นต้องใส่ใจถึงขนาดนั้น “จอดค่ะ ส่งหนูตรงนี้ก็พอ” “เอ่อ แต่บ้านคุณต้นหยงต้องขับเข้าไปในซอยอีกนี่ครับ” องอาจถามขึ้นอย่างนึกได้ เลยถูกเจ้านายตวัดสายตาคมดุมองกันจนต้องรีบก้มหัว “แต่หนูจะลงตรงนี้” “จะลงก็เชิญ จอดรถแล้วก็เปิดประตูให้เธอซะ” พายัพรำคาญเด็กอวดดี อยากลงมากเขาก็จะให้ลง ลับหลังรถขับวนออกมา ไม่มีใครเห็นว่าเด็กสาวชูนิ้วกลางตามหลัง “นายครับ ข้างหน้ามีร้านขนมหวานด้วย นายอยากทานไหมครับ” เมื่อรถขับมาถึงหน้าตลาด ซึ่งตลาดแห่งนี้คุณป้าของพายัพเป็นเจ้าของ สิงหาก็ถามผู้เป็นนายอย่างเอาใจ “อืม เอาหน่อยก็ดี” พายัพพยักหน้าเห็นด้วย เขาเป็นคนชอบทานขนมหวาน ถ้าได้กินของอร่อยก็น่าจะทำให้อารมณ์ดีขึ้นมาบ้าง ตกดึกพายัพพึ่งทำงานเสร็จ เขานั่งพักสายตาอยู่ชั่วครู่ก่อนจะให้สิงหาตามตัวนมแจ่มและตะวันเข้าพบ “วันนี้แสดงละครดีมากเลยนะครับ สนใจแคสติ้งสักเรื่องไหม” น้ำเสียงหยอกล้อแกมชื่นชมถามแม่นมที่เลี้ยงดูเขามาตั้งแต่แบเบาะ “คุณหนูก็พูดไปค่ะ ป้าแค่ทำตามหน้าที่” นมแจ่มเหมือนจะตัวลอยกับคำยอ “ป้าไม่คิดเลยค่ะว่าหนูต้นหยงจะใจกล้าขนาดนั้น ทั้งที่รู้ว่าตัวเองจะโดนอะไรก็ยังออกหน้ารับผิด” “จริงครับ เด็กผู้หญิงตัวนิดเดียวแต่ใจใหญ่มาก ผมว่าเจ้านายดูคนไม่ผิดหรอกครับ เธอเป็นคนดีจริงๆ” ตะวันร่วมชื่นชมเด็กสาวกับนมแจ่มให้พายัพฟัง เจ้านายหนุ่มครางรับในลำคอ ฟังสิ่งที่สองคนตั้งใจเล่าถึงแผนการของเขาซึ่งเป็นไปในทิศทางที่ดี อันที่จริงเรื่องทั้งหมดเขาเป็นคนบงการทุกอย่าง นมแจ่มน่ะหรือจะกล้าขัดคำสั่งเขาเพื่อยื่นมือเข้าไปช่วยเธอจริงๆ ต่อให้เป็นแม่นมแต่ก็ยังเกรงใจคุณหนูผู้เป็นนายใหญ่ ถ้าเขาไม่สั่งให้แกล้งเล่นตามแผนเพื่อลองใจต้นหยง นมแจ่มไม่มีทางยื่นมือเข้ามาวุ่นวายเด็ดขาด สิ่งที่เขาต้องการคืออยากรู้ว่านอกจากเป็นขี้ขโมย เด็กสาวเป็นคนนิสัยยังไง ซึ่งเท่าที่ฟังจากปากนมแจ่มและตะวันก็รู้ได้ในทันทีว่าต้นหยงกำลังตกเป็นที่เอ็นดูของสองคนนี้เพราะนิสัยอ่อนน้อมถ่อมตนของเธอเอง แต่พายัพสงสัยอยู่อย่างเดียว ทีทำไมเวลาอยู่กับเขา เธอถึงได้ชอบเถียง ชอบขัดใจอยู่เรื่อย เมื่อปล่อยคนทั้งสองออกไป พายัพก็เข้านอนพักผ่อน แต่ยังไม่อาจข่มตาหลับจึงหยิบมือถือเล่นโซเชียลพลางๆ ระหว่างนั้นสายตาไม่รักดี หรือจะเพราะโพสต์นี้มันขึ้นฟีดไม่ถูกเวล่ำเวลา เขาถึงได้เห็นขนมจีนหมั้นกับไอ้ฟินิกซ์เรียบร้อยแล้ว ไอ้ฟินิกซ์กับเขาเป็นคู่อริสมัยเรียน ไอ้นี่มันเป็นคนชอบกวนโมโห ชอบจีบผู้หญิงคนเดียวแข่งกับเขา ขนาดเขาแก่กว่ามันตั้งสองปีก็ยังไม่มีความเคารพ เป็นเด็กเวรที่แท้จริง ส่วนขนมจีนคือแฟนของมัน เมื่อหลายเดือนก่อนหน้านี้เขาเคยฉุดเธอมาเพื่อจะทำให้ไอ้หมาบ้ามันทุรนทุราย และก็จริงอย่างที่คิด ฟินิกซ์ตามมาทวงของรักคืนถึงที่และมีเรื่องจนลงไม้ลงมือกัน เพียงแต่เขาสู้มันไม่ได้ เรื่องนี้ทำให้เจ็บใจและขายขี้หน้าเป็นที่สุด คุณอาของเขาตักเตือนว่าถ้าเกิดยังอ่อนหัดอย่างนี้สักวันศัตรูที่ล่อมหน้าล้อมหลังจะทำร้ายเอาได้ง่ายๆ เขาไม่คิดจะสนใจจนกระทั่งมันได้เกิดขึ้นกับตัวเอง มีพวกหมาลอบกัดส่งคนมาทำร้ายเขาจนประสบอุบัติเหตุ โชคดีเท่าไรที่ยังรอดมาได้อย่างน่าหวุดหวิด แต่นั่นก็ทำให้ต้องพักรักษาตัวนานอยู่เป็นเดือนเลยล่ะ อีกทั้งเหตุการณ์เฉียดตายในครั้งนี้ก็ทำให้เขาเอาจริงเอาจังเรื่องการต่อสู้ป้องกันตัวอีกครั้ง ตอนจะเดินเข้าสู่เส้นทางมาเฟีย คิดแค่ว่าถึงไม่ได้เก่งต่อยตีมากนัก แต่แค่มีลูกน้องเยอะๆ ก็เพียงพอแล้ว แต่นั่นมันไม่ใช่เลย ยิ่งเขาขึ้นมาสูงเท่าไรก็ยิ่งจำเป็นต้องเก่งและชำนาญหลายด้าน เขาจึงตัดสินใจเรียนการต่อสู้และอื่นๆ อีกเยอะที่มันจะมีผลประโยชน์กับตัวเอง สายตาคมกริบมองโพสต์ที่ว่าค้างเติ่งอยู่เนิ่นนาน ขนมจีนเองก็เคยถูกตาต้องใจเขาเหมือนกัน แต่น่าเสียดายที่ตอนนี้เธอเป็นคนมีเจ้าของอย่างสมบูรณ์แบบไปแล้ว ในใจลึกๆ เขาก็ยังคงโหยหารักดีๆ เพียงแต่หากไม่มีคงเป็นการดีที่สุด ใครจะรู้ว่าเอาเขาเข้ามาในชีวิตแล้วเขาจะมีความสุขจริงๆ พายัพเคยเจอความเจ็บช้ำเจียนตายจากความรักมาแล้ว เขาถึงได้เข็ดขยาดอย่างในทุกวันนี้ ต้นหยง | Part วันสุดท้ายของชีวิตนักเรียนมัธยมของฉัน จบการเป็นพี่ม.หกอย่างสมบูรณ์แบบและจะเริ่มเข้าสู่บทบาทใหม่คือน้องเฟรชชี่ปีหนึ่ง หลังถ่ายรูปรวมเสร็จ ฉันกับเพื่อนก็เอาของปัจฉิมมาวางซุ้มนั่งที่จองไว้ “หยง ทำไมผู้ชายกลุ่มนั้นเขาเดินมาทางเราอะ” เห็ดชี้ให้ฉันดูผู้ชายในชุดสูทสีดำสนิทสี่ห้าคนซึ่งกำลังย่างเท้ามาทางที่ฉันยืนอยู่ หนึ่งในนั้นมีพี่องอาจลูกน้องคุณพายัพเป็นคนนำขบวน เขาหอบดอกไม้ช่อโตมาด้วย ฉันไม่คิดว่านี่มันปกติเท่าไรนะ “หย๊งงง เขาเดินมาทางเรา” เห็ดสะกิดแขนฉันด้วยความตื่นเต้นโอเว่อร์ของเจ้าตัวจนฉันเจ็บไปหมด “แกช่วยหยุดสะกิดฉันก่อน แล้วก็ช่วยลดความตื่นเต้นลงด้วย” ฉันเอ็ดเพื่อนสนิทเบาๆ มองพี่องอาจที่เดินมาหยุดต่อหน้าฉันเป็นอันเรียบร้อย “เอ่อ พวกพี่มาทำไมกันคะ” ควรทำตัวยังไงดี ตอนนี้ฉันกลายเป็นจุดสนใจไปโดยปริยาย สถานการณ์ชวนอึดอัดอย่างกับฉากในหนังที่ลูกคุณหนูบ้านรวยมีบอดี้การ์ดมาคอยอารักขาถึงโรงเรียน เพียงแต่มันไม่ใช่เลย… ฉันไม่ได้เป็นลูกคุณหนู ฉันเป็นลูกหนี้ “นายให้ผมเอาช่อดอกไม้มาให้คุณต้นหยงครับ และก็ของขวัญฉลองเรียนจบ” พี่องอาจยื่นช่อดอกไม้ให้ฉันก่อนจะหันไปรับถุงกระดาษใบหนึ่งจากลูกน้องด้านหลัง ซึ่งของที่เขาล้วงมาออกคือพวงธนบัตรราวระโยงระยาง “ขออนุญาตนะครับ” จากนั้นก็นำมันคล้องคอฉันประหนึ่งนักร้อง ไม่รู้ว่าทั้งหมดนี้เป็นจำนวนเงินเท่าไรแต่มันก็เยอะพอที่จะทำให้ทุกสายตาที่มองฉันเต็มไปด้วยความตื่นเต้นปนอิจฉา “ขะ…ขอบคุณนะคะ” ก็ไม่ค่อยเข้าใจว่าคุณพายัพทำแบบนี้ไปเพื่ออะไรในเมื่อก่อนหน้านี้ฉันยังโกรธเขาและเขาก็โกรธฉันเหมือนกัน“ขึ้นไปนั่งบนโซฟาซะ!” เสียงเข้มออกคำสั่งจนร่างเล็กสะดุ้งโหยง เธอเดินหนีบขาด้วยความหวาดกลัวปนอับอายก่อนจะก้าวขาขึ้นนั่งบนโซฟาตัวสีเทาที่ตั้งเด่นกลางห้องน้ำหรู ต้นหยงก้มหน้าร้องไห้กระซิกแทบไม่กล้าสบตาพายัพ เกิดมาทั้งชีวิตนี้ไม่เคยต้องแก้ผ้าต่อหน้าผู้ชายคนไหนมาก่อน ร่างสูงเดินมาหยุดยืนด้านหน้าก่อนจะเชยคางมนขึ้นสบตา เขาแสยะยิ้มเหี้ยมเกรียมมองคนตัวเล็กที่ร้องไห้จนจมูกแดงเรื่อ “กลัวเหรอต้นหยง” พายัพเอ่ยถามทั้งที่รู้คำตอบอยู่แล้ว ร่างเล็กค่อยๆ พยักหน้าให้เขา “แล้วทำไมตอนโกหกฉันไม่เห็นกลัวเลยล่ะ ถ้าจะมากลัวเอาตอนนี้คงไม่ทันแล้วมั้ง” แรงบีบแก้มจากมือสากทำเอาต้นหยงเจ็บแปลบ จากนั้นเขาก็ปล่อยมือออกจากใบหน้าเธอก่อนจะออกคำสั่งอย่างต่อไป “เลิกทำตัวน่าสงสารได้แล้ว สิ่งที่เธอควรจะทำในตอนนี้คือเอาร่างกายชดใช้หนี้ให้ฉัน รีบๆ จัดการกับมันซะ” เขาข่มขู่พร้อมส่งสายตาให้ต้นหยงมองสิ่งที่แข็งขึงใต้กางเกงหนา มันดุนดันเนื้อผ้าออกมาจนซิบใกล้ปริเต็มที เด็กสาวปาดน้ำตาก่อนจะค่อยๆ รวบรวมความกล้าเอื้อมมือไปรูดซิบกางเกงให้เขา แต่เธอก็ยังคงหวาดกลัวสิ่งที่ซุกซ่อนด้านในอยู่ดี “เอามันออกมาซะต้นหยง” “นะ…หนู
พายัพเดินทางมาถึงผับ พบว่าต้นหยงและเพื่อนที่มาด้วยกันเมาแอ๋จนสลบไปแล้ว เขาจึงสั่งให้ลูกน้องคนสนิทคือสิงหาและองอาจแบกร่างเล็กของทั้งคู่ขึ้นชั้นบน การปรากฏตัวของพายัพที่นี่ดึงดูดความสนใจไม่น้อย เพียงไม่นานคิเรย์เจ้าของผับก็ปรากฏตัวขึ้นหลังจากให้เขาทนนั่งรอหลายนาที “มาหากูถึงนี่มีไรวะ” หนุ่มลูกครึ่งไทยญี่ปุ่นหน้าตาหล่อเหลาเอ่ยถามพร้อมนั่งตรงข้ามเพื่อนสนิท หัวคิ้วขมวดมองด้วยความสงสัย ปกติพายัพเป็นคนติดงานและน้อยมากที่มันจะเป็นฝ่ายมาหาเพื่อนก่อน นอกจากเป็นเรื่องสำคัญจริงๆ “ผับของมึงไม่ได้คัดกรองแขกเลยเหรอวะ ทำไมปล่อยให้เด็กอายุไม่ถึงยี่สิบเข้ามาได้” น้ำเสียงฉุนและใบหน้าแสดงอาการไม่พอใจทำให้คิเรย์รู้ว่าเพื่อนกำลังจริงจังมากแค่ไหน แต่สิ่งที่พายัพพูดมากำลังทำให้เขางุนงง “เด็กที่ไหนของมึงวะ ผับกูการ์ดคุมเข้มทุกคน มันไม่มีใครรอดสายตากูไปได้หรอก” “เหรอ งั้นมึงมาดูนี่” พายัพพูดเสร็จก็ลุกขึ้นเดินนำเจ้าของผับมายังอีกห้องที่สามารถทะลุถึงกันได้ ปรากฏให้เห็นร่างเล็กของเด็กสาวสองคนที่นอนแก้มแดงบนเตียงด้วยความเมามาย “เฮ้ย! น้องเห็ด” คิเรย์ตาโตในทันทีเพราะเด็กสาวชุดสีชมพูคือหลานของตัวเอง ส่
“พอดีในครัวเด็กมันป่วยกันหลายคนเลยไม่ได้มาทำงาน ป้าขอแรงหนูต้นหยงยกน้ำกับขนมไปให้แขกคุณพายัพหน่อยสิลูก” “แต่เมื่อวานป้าบอกหนูเองนี่คะว่าถ้างานไหนที่คุณพายัพไม่ได้สั่งให้หนูทำ หนูก็ไม่ควรเข้าไปยุ่ง” ฉันยังจำได้เลยนะ ป้าแม่บ้านใหญ่ลืมไปแล้วเหรอ “ก็เมื่อวานมันไม่ใช่งานเร่งงานด่วนเหมือนในตอนนี้ อีกอย่างในครัวก็ขาดคนไปเยอะ แต่ถ้าหนูไม่เต็มใจจะช่วยป้าก็ไม่ว่าอะไรหรอก” ฉันดูเป็นคนใจร้ายไปเลย “ก็ได้ค่ะ หนูช่วยก็ได้” รับปากทั้งที่ไม่อยากเห็นหน้าคนใจร้าย เกิดฉันทำอะไรไม่เข้าท่าขึ้นมาอีกคงได้อับอายแขกเขากันพอดี ป้าแม่บ้านใหญ่ให้ฉันนำน้ำและขนมไปเสิร์ฟคู่กับสาวใช้อีกคนยังชั้นบนของบ้าน ภายในห้องมีคุณพายัพนั่งคุยบางอย่างด้วยสีหน้าจริงจัง ผู้รับฟังที่เหลือสี่คนคือเพื่อนของเขา ส่วนผู้หญิงหนึ่งเดียวคือคุณจุ๊บแจง ฉันไม่ได้มองพวกเขานานนักแต่รีบนำน้ำกับขนมไปเสิร์ฟตามหน้าที่ที่ได้รับสั่ง ไม่แน่ใจว่าคุณพายัพตั้งใจมองฉันหรือเปล่า แต่ตอนที่เงยหน้าขึ้นก็ดันสบตาเข้ากับเขาที่จ้องมองกันอยู่ก่อนแล้ว สีหน้าแววตาของเขาเต็มไปด้วยความเย็นชา แล้วคิดว่าเขาทำเป็นแค่คนเดียวเหรอไง ฉันก็ตีหน้านิ่งไร้อารมณ์กลับ เสมือนว่
เจ้าของคลับเอ่ยปากไล่ฉันเองว่าจะไปไหนก็ไป แต่พอฉันจะไปจริง เขาก็สั่งให้พี่ตะวันพาฉันไปรู้จักกับพี่ๆ ที่บาร์เหล้า แล้วอย่างนี้จะมีตัวเลือกให้ตั้งแต่แรกทำไม “นี่คือคุณต้นหยง ลูกหนี้ของคุณพายัพ” พี่ตะวันแนะนำตัวฉันได้ตรงไปตรงมา ไม่มีอ้อม ไม่มีเลี้ยวแม้แต่นิดเดียว ซึ่งเมื่อบอกไปแล้วฉันก็ได้แต่ยิ้มแหยพร้อมยกมือไหว้สวัสดีพวกพี่ๆ ที่จ้องมองมาเป็นตาเดียว “หนูชื่อต้นหยงค่ะ เรียกหยงเฉยๆ ก็ได้ ฝากตัวด้วยนะคะพี่ๆ” อ่อนน้อมถ่อมตนสุดๆ “พี่ชื่อคินทร์นะครับ โสด ยังไม่มีหวานใจ” พี่ผู้ชายคนแรกแนะนำตัวเองด้วยรอยยิ้มหวานแกมกะล่อน พร้อมยื่นมือมาทำความรู้จักกับฉัน แต่เขาก็โดนพี่ผู้หญิงอีกคนกระแทกตัวจนกระเด็นออกจากวงไปซะก่อน “น้อยๆ หน่อยไอ้คินทร์ แกไม่ได้ยินที่ตะวันบอกรึไงว่าน้องต้นหยงเป็นลูกหนี้คุณพายัพ ยังจะหน้าม่อไม่เลือกเดี๋ยวก็ได้หัวกุดหรอก” พี่สาวท่าทางใจดีคนนี้พูดจบก็หันมายิ้มแย้มกับฉัน “พี่ชื่อลิตานะคะ เป็นผู้ช่วยผู้จัดการ ถ้าน้องหยงต้องการอะไรเรียกใช้ได้ตลอดเลย” “โห หยงไม่กล้าหรอกค่ะพี่” ฉันรีบยกมือปฏิเสธเพราะว่าตัวเองไม่ได้ใหญ่โตมาจากไหน เป็นเพียงลูกหนี้เจ้าของคลับเท่านั้น “ไม่ต้องเกรงใจหรอก
“ว้ายยยย!” เสียงกรีดร้องของต้นหยงดังพร้อมกับเสียงน้ำในอ่างที่กระเพื่อมใส่ตัวจนเปียกโชกเพราะพายัพดึงร่างเด็กสาวลงมาจนตอนนี้เธอคร่อมตัวเปล่าเปลือยของเขา “คะ…คุณทำอะไรคะเนี่ย อื้อออ! อึก” ยังไม่ทันได้ส่งเสียงน่ารำคาญไปมากกว่านั้น ริมฝีปากอวบอิ่มโดนประกบจูบอย่างรวดเร็ว แม้จะขัดขืนตั้งใจดิ้นหนีขลุกขลักในอ้อมกอดแข็งแรงแต่กลับโดนมือหยาบจับรั้งไว้แน่น เขาล็อคศรีษะเธอให้เอียงรับจูบเร่าร้อน ฟันคมๆ ขบกัดกลีบปากจนเลือดซิบเพราะเห็นว่าต้นหยงไม่ให้ความร่วมมือ จนเมื่อเธอเผลออ้าปากเพราะความเจ็บ เขาจึงดันลิ้นร้อนเกี่ยวกระหวัด สำรวจทั่วโพรงปากอิ่ม จูบกระชากวิญญาณจนต้นหยงที่ไม่ประสีประสาและพึ่งถูกผู้ชายจูบครั้งแรกแทบขาดอากาศหายใจ “อึก…อื้อ” พายัพป้อนจูบรุนแรงหนักหน่วงใส่เด็กสาวมากขึ้นเรื่อยๆ ทั้งเป็นการลงโทษและความปรารถนาที่กำลังก่อตัว เขาคงเผลอใจไปมากกว่านี้หากต้นหยงไม่ทุบอกซ้ำๆ เรียกสติ “เฮือกกก! ฮึก” เมื่อหลุดจากพันธนาการริมฝีปากเดือดเร่า ต้นหยงที่ทั้งตกใจและเสียขวัญจนไม่อาจกลั้นน้ำตาไหว เธอทั้งเจ็บปากและเจ็บใจที่เขาทำราวกับเธอเป็นแค่ที่ระบายอารมณ์ “ร้องไห้ทำไมวะ!” พายัพถามเสียงหงุดหงิด ทั้งที่เข
หลังกลับจากภูเก็ต ต้นหยงยังต้องทำงานใช้หนี้ที่คฤหาสน์ตระกูลอัครเตโชภิวัฒน์ เพียงแต่งานของเธอไม่ได้มากมายร่ายยาวเป็นหางว่าวเหมือนครั้งแรกอีกแล้ว เด็กสาวรู้มาจากปากแม่นมถึงเรื่องครั้งก่อนที่เขาลงโทษเธอโดยการให้เป็นเหยื่อล่อเสือ เสือที่แปลว่าเสือจริงๆ สัตว์สี่ขาที่เลี้ยงไว้ในคฤหาสน์ของเขา แม่นมบอกว่าจริงๆ มันคือแผนลองใจ คุณพายัพก็แค่อยากรู้ว่าต้นหยงเป็นคนนิสัยใจคออย่างไร และสิ่งที่เห็นคือเด็กสาวออกหน้ารับผิดแทนทุกคน ไม่ได้โยนความผิดให้ใครเลย ตั้งแต่รู้เรื่องนี้เธอก็ระมัดระวังตัวเองเป็นอย่างดีเพราะกลัวเขามีแผนบ้าๆ พิสดารมาลองใจกันอีก ในทุกๆ วันต้นหยงจะรีบทำงานในส่วนของตัวเองให้เสร็จ ทำให้เธอมีเวลามากพอที่จะรับงานเสริมพิเศษเพื่อหารายได้อีกทาง นั่นก็คือเป็นพนักงานพาร์ทไทม์ร้านคาเฟ่ “สวัสดีค่ะคุณลูกค้า รับเมนูอะไรดีคะ” เด็กสาวใบหน้าสวยหวานเด่นสะดุดสายตาแขกหลายคน รอยยิ้มของต้นหยง เรียกได้ว่าทำให้พื้นที่โดยรอบสว่างสดใสขึ้นมาในทันที “พี่เอาชาส้ม ทีรามิสุและก็ชีสเค้กค่ะ” ระหว่างที่กำลังยืนจดเมนูอย่างตกอกตั้งใจ ต้นหยงไม่มีทางรู้เลยว่าการที่เธอหนีมาทำงานแบบนี้กำลังจะสร้างความเดือดร้อนแก่ตัวเอ







