Se connecterพี่ตะวันยังคงยืนกรานตามเดิม แถมยังยืนจังก้าราวหุ่นทหารนักรบเพื่อไม่ให้พี่สาลี่และพี่ส้มโอเข้ามาช่วยงานฉัน
“ตะวัน อยากตกงานมากใช่ไหม” “ไม่ครับ” “แล้วทำไมถึงขัดคำสั่งฉัน” “สำหรับผม คำสั่งเจ้านายใหญ่สุดครับ” “ฉันบอกแล้วไงว่าจะคุยกับคุณหนูเอง แต่ถ้าตะวันยังทำแบบนี้ ฉันก็จะบอกคุณหนูให้ไล่ตะวันออก คิดดูว่าคุณหนูจะเข้าข้างใคร” นมแจ่มเอ่ยเสียงราบเรียบแต่สีหน้ากลับกดดันขั้นสุด พี่ตะวันมีทีท่าลังเลนิดหน่อยอย่างไม่รู้จะจัดการตัวเองอย่างไรดี ก่อนสุดท้ายจะพ่ายแพ้ให้กับสีหน้ากดดันของนมแจ่มและยอมให้พี่ๆ แม่บ้านเข้ามาช่วยงานฉัน ไอ้เราก็รู้สึกดีนะที่มีคนยื่นมือเข้ามาช่วยแบ่งเบาภาระ แต่ภายในใจกลับหวาดหวั่นเหมือนกัน หากเรื่องนี้ถึงหูคุณพายัพ ทุกคนจะเดือดร้อนเอาได้ ฉันยังคงตัดหญ้าในสนามท่ามกลางแดดร้อนระอุราวเปลวเพลิง มีแค่หมวกหนึ่งใบที่สวมปิดบังใบหน้าไม่ให้โดนแดดไปมากกว่านี้ แต่แก้มกลมสองข้างก็ยังร้อนผ่าว แดงจัดอย่างรู้สึกได้ “น้องหยงไหวมั้ยคะ” “ไม่ไหวก็นั่งพักก่อนนะอย่าฝืน เดี๋ยวจะเป็นลมเอาได้ค่ะ” ฉันกำลังคลี่ยิ้มจางๆ ให้พี่สาลี่และพี่ส้มโอ ปากยังไม่ทันขยับเป็นคำพูดก็รู้สึกหน้ามืดตามัว วิงเวียนศรีษะราวกับโลกหมุนติ้วๆ ก่อนที่จะล้มตัวนอนยาวบนพื้นสนามเพราะสู้แดดแรงจัดไม่ไหว เสียงสุดท้ายที่ฉันได้ยินคือเสียงร้องตกอกตกใจของพี่ๆ และชื่อของฉันที่ออกจากปากพี่ตะวัน ไม่รู้ว่าฉันเป็นลมแล้วนอนหลับไปนานเป็นเวลากี่ชั่วโมง แต่เมื่อตื่นกลับพบว่าตัวเองนอนตัวเหยียดยาวบนเตียงกว้างในห้องสุดหรูห้องหนึ่ง ไม่ใช่แค่นั้น…ดวงตาที่ค่อยปรับโฟกัสกับภาพตรงหน้ามองเห็นร่างสูงที่นั่งจ้องฉันข้างเตียงด้วยสายตาเรียบนิ่งยากต่อการคาดเดาอารมณ์ “คะ…คุณพายัพจะทำอะไรหนู ไหนบอกรอให้หนูครบสิบแปดก่อนไง” เมื่อตั้งสติได้ฉันก็รีบโกยผ้าห่มมาคลุมตัวพร้อมสำรวจเสื้อผ้าและความบอบช้ำของร่างกายไปด้วย “อย่าเพ้อเจ้อให้มันมาก ตื่นมาก็เล่นบทนางเอกผู้ถูกกระทำเลยนะ” เขาดุฉันที่คิดเองเออเองฝ่ายเดียว ก็ใครจะไปรู้ ตื่นมาเล่นจ้องซะขนาดนี้ “เธอเป็นลม จำได้รึยัง” “หนูเป็นลม?” ฉันชี้นิ้วเข้าหาตัวเองพร้อมหัวคิ้วขมวดหากัน ก่อนจะทำตาโตเหมือนพึ่งนึกเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ได้ “ใช่ค่ะๆ หนูเป็นลมจริงด้วย” “เอ๋อจริงๆ เลยเธอเนี่ย แล้วอย่างนี้เธอจะหาเงินมาคืนฉันทันก่อนครบอายุสิบแปดเหรอ ในเมื่องานแค่นี้เธอก็ยังเหยาะแหยะไม่ได้เรื่อง” น้ำเสียงเขาทั้งดุและดูถูกฉันไปพร้อมๆ กัน สีหน้าก็เอือมระอาเต็มทน “ก็คุณสั่งงานหนูเยอะ เหมือนหนูแยกร่างได้อย่างนั้นแหละ ทำคนเดียวจะไหวได้ไง” ฉันยู่ปากตอบแต่นั่นยิ่งทำให้เขามองมาด้วยสีหน้าที่ดุกว่าเดิมซะอีก “ใครบอกว่าเธอทำคนเดียว” “เอ่อ..” “เธอลักไก่กล้าขัดคำสั่งฉัน มีคนช่วยเธอทำงาน เพราะฉะนั้นคนที่ช่วยก็ต้องโดนรับโทษ” ท่าทางเขาในตอนนี้ไม่มีแววหยอกเล่นเลยสักนิด นั่นทำให้ฉันใจไม่ดีและกลัวสีหน้าท่าทางเอาจริงเอาจังของเขาในตอนนี้ขึ้นมาจับใจ “คุณคะ…คือว่าหนู” “ไม่ต้องพูดอะไรทั้งนั้น ลุกตามฉันมาเดี๋ยวนี้!” เขาออกคำสั่งเด็ดขาดก่อนจะเดินนำฉันไปตามทางเดินภายในคฤหาสน์หรูที่สลับซับซ้อนจนเวียนหัว แต่ถึงอย่างไรฉันก็มองต่ำแค่ร้องเท้าหนังดำขลับของเขาที่เดินลงส้นอย่างว่องไว แต่ละก้าวที่เขานำพาก็ทำหัวใจฉันตื่นกลัวและเต้นแรงทุกขณะ ปึง! หลังเข้ามาในห้องกว้างๆ ห้องหนึ่ง ซึ่งทั้งห้องคล้ายกับโกดังเก็บของก็ไม่เชิง กลิ่นสาบเหม็นคละคลุ้งบางอย่างโชยเข้ามาเตะจมูกฉันจนต้องยกมือขึ้นปิดไว้แน่น ในตอนนี้เองฉันถึงได้เห็นว่านมแจ่ม พี่สาลี่ พี่ส้มโอและพี่ตะวันนั่งเรียงบนเก้าอี้ไม้คนล่ะตัว มือเท้าก็ถูกมัดอย่างแน่นหนาจนไม่อาจดิ้นหลุด “คุณทำอะไรเนี่ย” “พวกเขาฝืนคำสั่งฉันช่วยเธอทำงาน คนที่ไม่ทำตามคำสั่งก็ต้องถูกลงโทษตามกฏ” กฎบ้ากฎบออะไรอีกล่ะเนี่ย “แต่พวกเขาไม่ผิด ฉันเองที่ขอร้องให้พวกเขาช่วยฉัน ถ้าจะลงโทษก็เชิญคุณลงโทษฉันแทนเถอะค่ะ” ฉันมองเห็นแววตาเศร้าสลดของทุกคนแล้วก็ไม่อาจทนนิ่งเฉยได้ เรื่องนี้มันจะไม่เกิดถ้าทุกคนไม่ช่วยฉัน ยังไงฉันก็ต้องรับผิดชอบ “แต่หนูต้นหยงไม่ผิดนะคะคุณหนู ป้าเอง ป้าเป็นคนสั่ง ถ้าคุณหนูจะหาตัวคนผิดก็ป้านี่แหละ ลงโทษป้าเถอะค่ะ” “นมแจ่มไม่พูดอย่างนั้นสิคะ หนูเป็นคนขอร้องพวกคุณให้ช่วยหนูทำงานเอง อย่าออกตัวรับผิดแทนหนูสิ” ฉันส่งสายตาห้ามปรามเชิงขอร้องให้แม่นมหยุดพูดสักที ไม่อยากให้ทุกคนต้องมาเป็นแพะรับบาปแทนตัวเอง “เอาตัวเธอไป” คุณพายัพไม่ฟังคำพูดใครอีก เขาหันไปออกคำสั่งกับลูกน้องก่อนที่คนพวกนั้นจะเข้ามาหิ้วปีกฉันไปวางกลางแท่งเหล็กสี่เหลี่ยม แล้วก็มีประตูลูกกรงเลื่อนปิดสนิทเสียงดังสนั่น กั้นคนอื่นๆ และฉันออกจากกัน ทำให้ตอนนี้มีเพียงแค่ฉันคนเดียวที่ยืนอยู่ด้านใน เหมือนพวกเขากำลังรอชมการแสดงบางอย่างเลยล่ะ…ใจฉันเต้นระทึกไปหมด จากนั้นสิ่งที่ไม่อาจจินตนาการมาก่อนก็เกิดขึ้น เสือโคร่งในกรงขนาดใหญ่ถูกลูกน้องของเขาหลายคนช่วยเข็นออกมาจากประตูด้านใน ฉันเบิกตากว้างมองเจ้าสิ่งมีชีวิตน่ากลัวปนน่าเกรงขาม ใบหน้าดุดันของมันจ้องมองฉันราวกับพร้อมจะกระโดดเข้าใส่เต็มที นาทีนี้หัวใจเต้นรัวยิ่งกว่าตีกลอง “ฉันจะลงโทษโดยปล่อยให้มันกัดเธอหนึ่งที แต่ก็ไม่รู้ว่ากัดแค่ทีเดียวเธอก็จะตายเลยรึปล่าว” เขาพูดราวกับกำลังครุ่นคิดทั้งที่จริงๆ เขาคิดไว้หมดแล้ว ฉันมองคนตัวสูงด้วยแววตาโกรธเคืองที่เขาบ้าอำนาจ ลงโทษคนคนหนึ่งได้ถึงเพียงนี้ ทั้งที่เหตุผลเป็นเรื่องเล็กๆ น้อยๆ โคตรปัญญาอ่อน “ปล่อยให้มันกัดหนูทีเดียว? คุณพูดอย่างกับตัวเองหยุดมันได้อย่างนั้นแหละ ถ้าปล่อยแล้วมันขย้ำหัวหนูจะทำยังไง!” ฉันค่อนแคะพร้อมถลึงตาใส่เขา แต่คุณพายัพกลับมีสีหน้าเฉยชาเช่นเดิม “นั่นมันก็แล้วแต่เวรแต่กรรม” โห! ก็ตัวเองเป็นคนสั่งนี่นา พูดมาได้เนอะ ทุเรศมาก ฉันมองเขาอย่างอยากจะเอาเท้าหยุมหน้าสักทีจริงๆ แต่ก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากยืนขาสั่นๆ เหมือนฉี่จะแตกทุกขณะ เฝ้ามองเจ้าสัตว์อันตรายในกรงที่พร้อมออกมาปะทะฉันทุกเมื่อ “จัดการได้!” และเมื่อน้ำเสียงเย็นเยียบเอ่ยสั่ง กรงขังเสือโคร่งก็ถูกปลดล็อค ปล่อยให้เจ้าสัตว์นักล่าอันตรายมองฉันราวได้ล็อคเป้าหมายไว้แล้ว ฝ่าเท้านำพาร่างกำยำเข้ามาใกล้เรื่อยๆ เสียงร้องคำรามของมันทำเอาแข้งขาอ่อนแรงแข็งเป็นหินขึ้นมาด้วยความเกร็ง ฉันแทบหยุดหายใจ แววตารื้นน้ำสีใสมองสัตว์สี่เท้าตรงหน้าด้วยใจเต้นระส่ำ “กรี๊ดดดด!” และทันทีทันใดที่มันพุ่งเข้ามา ฉันก็หวีดร้องเสียงแหลมด้วยความหวาดกลัวสุดขีด ตัวทรุดลงนั่งกับพื้นราวคนไม่มีขา ทันใดนั้นราวปาฏิหาริย์ มีกรงอันใหญ่หล่นมาจากด้านบนคลุมตัวฉันได้ทันท่วงทีก่อนที่เสือร้ายจะได้กระโจนเข้าใส่ มันคือลิฟต์ที่ติดระบบกลไกบางอย่างกับฐานเหล็กสี่เหลี่ยมที่ฉันยืนอยู่ ก่อนจะดึงร่างฉันขึ้นสู่ด้านบน ได้แต่นั่งมองเสือตัวนั้นซึ่งตะปบกรงเอาไว้เพราะขัดใจที่เหยื่อหลุดรอดไปต่อหน้าต่อตา ฉันร้องไห้ตัวสั่นระริก แข้งขาก็เหมือนจับชาไปหมด เพียงเวลาไม่ถึงอึดใจ ไอ้คนโรตจิตใจร้ายก็เปิดประตูเข้ามาพร้อมลูกน้อง และจัดการเปิดกรงลิฟต์ให้ฉัน “คราวนี้ยังจะขัดคำสั่งฉันอีกไหม” “ฮึก…ฮือ” “เลิกร้องไห้แล้วก็ออกมาซะ” เขายังคงออกคำสั่งและจ้องฉันตาดุเหมือนเดิม “คุณมันนิสัยเสียที่สุด! เอาความเป็นความตายของคนอื่นมาล้อเล่นแบบนี้ได้ยังไง ฮึก! ไอ้คนบ้า ไอ้คนทุเรศ ฮือ!” ฉันด่าเขาได้เท่านั้นเพราะหัวใจที่เต้นตึกตักโครมครามอย่างหนักกับเหตุการณ์เฉียดตายเมื่อกี้ทำให้วูบหมดสติไปอีกครั้งอย่างไม่ทันได้ตั้งตัวพายัพวางเค้กบนโต๊ะทรงกลมก่อนหยิบกล่องของขวัญห่อด้วยริบบิ้นสีแดงสดส่งยื่นให้คนน้อง “ของหนูค่ะ”“อะไรเหรอคะ”“ลองเปิดดูสิ” สีหน้ายิ้มภูมิใจของเขาทำให้เธอตื่นเต้นไปด้วยต้นหยงบรรจงแกะริบบิ้นและเปิดกล่องของขวัญอย่างทะนุถนอม ของด้านในไม่ใช่เครื่องประดับราคาสูงลิ่ว หากแต่มันคือน้ำหอมขวดหนึ่งเท่านั้น “กลิ่นหอมจังเลยค่ะ กลิ่นมันคุ้นๆ จัง” สีหน้าสงสัยพยายามครุ่นคิดอย่างหนัก “นี่มันกลิ่นเดียวกับเมื่อวานที่ติดเสื้อพี่นิคะ” “เก่งจริงๆ เลย เธอชอบไหมคะ พี่ทำเองเลยนะ”“ทำเอง?” เธอเบิกตามองแฟนหนุ่มอย่างประหลาดใจ “เอาเวลาที่ไหนไปทำคะ”“ก็หลังจากเลิกงาน ที่พี่กลับดึกก็เพราะแบบนี้แหละ พี่ลงคอร์สเรียนทำน้ำหอมค่ะ พี่ตั้งใจทำเพื่อเธอเลยนะ อุตส่าห์เลือกกลิ่นที่คิดว่าเข้ากับเธอที่สุดเพื่อจะเอามาเซอไพรส์วันนี้ แต่เมื่อวานเกือบแผนแตก” เขาหัวเราะร่า แต่ต้นหยงกำลังตื้นตันกับคำพูดของเขา“ที่รัก..” เรียกอีกคนเสียงแผ่วก่อนจะสวมกอดเขาทั้งน้ำตาอีกครั้ง “หนูขอโทษ ที่รักทำให้หนูตั้งขนาดนี้ แต่หนูคิดมากสารพัดเลย”“ไม่เอาน่า อย่าร้องไห้สิคะ”“ฮึก! เมื่อคืนหนูก็ไม่ได้ให้ที่รักกอด เพราะหนูน้อยใจคิดว่าที่รักไป
พักหลังๆ มานี้พายัพทำงานหามเช้าหามค่ำเป็นว่าเล่น ทั้งต้องดูแลกิจการที่มีอยู่ ไหนจะมีกิจการใหม่ที่ร่วมกับหุ้นส่วนอย่างพวกเพื่อนๆ แล้วก็ยังมีร้านขนมหวานของแม่ที่คืบหน้าไปได้ด้วยดี เขาจัดการทุกอย่างไม่มีขาดตกบกพร่อง สมกับเป็นท่านประธานของแบล็คเรดแต่ก็เพราะหน้าที่การงานมันรัดตัวด้วยนี่ยังไงล่ะ เขาจึงไม่ค่อยมีเวลาให้แฟนสาวมากเท่าที่ควร ได้แต่หวังว่าเธอจะเข้าใจต้นหยงเปิดเทอมแล้ว เด็กสาวไปเรียนตามปกติพร้อมด้วยเพื่อนสนิททั้งสามคน ชีวิตของเธอมันควรเป็นไปอย่างเรียบเฉยเหมือนเมื่อก่อน หากไม่ใช่เพราะรูปบิกี่ที่เคยลงไปเมื่อสองเดือนที่แล้ว “ใช่น้องต้นหยงปะครับ”“คะ? อะ..เอ่อ ใช่ค่ะ”“พี่ชื่อแบงค์นะ ติดตามเราในไอจี น้องสนใจมาเป็นถ่ายแบบโฆษณามั้ยครับ”“เอ่อ คือว่าหนู..” มันกระอักกระอ่วนใจเหลือเกิน เพราะต้นหยงไม่ใช่แม่เน็ตไอดอลสาวอย่างเห็ดหอมเพื่อนสนิท เธอไม่รู้จะรับมือกับความโด่งดังชั่วข้ามคืนได้ยังไง ทั้งที่ลบรูปนั้นออกไปแล้ว ก็ไม่วายมีแมวมองและรุ่นพี่ชวนไปถ่ายแบบ เล่นโฆษณาอยู่เสมอ “หนูขอเก็บไปคิดดูก่อนได้มั้ยคะพี่”“ได้สิครับ ได้เลย พี่จะรอคำตอบนะ หวังว่าเราคงได้ร่วมงานกัน” รุนพี่คนนั้
ก่อนเรื่องมันจะบานปลายไปกันใหญ่ ฉันรีบดึงแขนคนตัวสูงที่กร่างจะเข้าไปหาเรื่องแม่เลี้ยง มันคงไม่ดีต่อภาพลักษณ์ของเขาแน่ ถึงแม้ว่าฝ่ายนั้นจะกวนโมโหกันอยู่มากก็ตาม “อย่าเอาพิมเสนไปแลกเกลือค่ะ” ฉันเตือนสติเขา พี่พายัพถอนหายใจเฮือกใหญ่ “หนูไม่แคร์ว่าพวกคุณจะมองพี่พายัพยังไง แต่สำหรับหนูเขาคือคนที่ดีที่สุด ถ้าพวกคุณคิดว่าเขาคือคนในครอบครัวก็คงไม่พูดจาทำร้ายจิตใจกันขนาดนี้หรอกค่ะ” ไม่อยากปล่อยให้พี่พายัพเสียสุขภาพจิตไปมากกว่านี้ ฉันดึงแขนลากคนตัวสูงมาด้วยกัน ปล่อยให้เสียงด่าหยาบคายไร้วุฒิภาวะดังไล่หลัง ภายในรถขับกลับคอนโดปกคลุมไปด้วยความอึมครึมและเงียบเชียบ “พี่โอเคไหมคะ” ฉันแตะแขนคนตัวสูงเบาๆ ส่งสายตาอ่อนโยนและปลอบใจไปในตัว “ไม่ค่อยโอเคเท่าไรหรอกค่ะ พี่ไม่อยากเจอหน้าพวกเขาเลย ไม่คิดว่าจะบังเอิญเจอเหมือนกัน” เสียงเหนื่อยอ่อนยิ่งทำให้ฉันเป็นห่วง ความสัมพันธ์ของเขาและทั้งสามคนคงไม่ดีเลยสินะ ไม่อย่างนั้นเขาก็คงพูดเรื่องที่บ้านให้ฉันฟังบ้างแล้วล่ะ “เธอไม่ต้องคิดมากนะคะ พี่ไม่เป็นอะไรหรอก แค่เซ็งเฉยๆ” ฉันยิ้มอ่อน มือที่เคลื่อนมาวางบนหน้าขาแข็งแรง บีบเบาๆ อย่างให้กำลังใจ “พี่มีเธออยู่
แม้งานประชุมจะสิ้นสุดลงแล้ว ทว่าพี่พายัพทำตามสัญญาที่ให้ไว้คืออยู่พักผ่อนตามลำพังสองคนต่ออีกสองคืนก่อนจะกลับไปทำงานเหมือนเดิม แม้เป็นเพียงระยะเวลาสั้นๆ แต่ฉันก็มีความสุข ได้รับการเติมเต็มความรักจนอิ่มล้น เขาทำให้ฉันรู้สึกว่าตัวเองเป็นผู้หญิงที่โชคดีมากคนหนึ่ง “ตกลงลูกชอบเตียงแบบไหน” แม่หันมาถามฉันที่ยืนใจลอยคิดถึงแฟนหนุ่ม ขณะนี้เราอยู่กันที่ร้านเฟอร์นิเจอร์นำเข้าจากต่างประเทศชั้นนำโดยพี่คิเรย์เป็นคนพาเข้ามา แม่ได้บ้านแล้วเรียบร้อย เป็นบ้านจัดสรรในโครงการสุดหรูของย่านท่องเที่ยวแห่งนั้น ตัวหมู่บ้านอยู่ใกล้กับที่ดินซึ่งพี่พายัพจะทำร้านขนมให้ท่าน ตอนนี้ได้ดำเนินการลงเสาเข็มไปบ้างแล้ว “หรือถ้าหนูไม่ชอบเตียงที่นี่ ให้พี่สั่งนำเข้าดีไหมคะ” พี่คิเรย์ถามอย่างเอาใจเมื่อยังเห็นฉันนิ่งเฉยไม่ยอมตอบ “ไม่ต้องหรอกค่ะ หนูเอาเตียงนี้ก็ได้” ฉันชี้สุ่มไปยังเตียงคิงไซต์แต่ทว่าพอดูราคาชัดๆ อีกทีก็ต้องเบิกตากว้าง“ผมเอาเตียงนี้ด้วยนะครับ” พี่คิเรย์บอกกับพนักงานขายเฟอร์นิเจอร์อย่างรวดเร็ว “เปลี่ยนทันมั้ยคะ หนูลืมดูราคา” ฉันกระซิบเสียงแผ่วกับพี่ชาย“ทำไมคะ ราคามันยังไง”“มัน เอ่อ มันแพงค่ะ”“อ
ต้นหยง | Partฉันสูดลมหายใจเข้าออกสุดปอด ระงับความตื่นเต้นที่วิ่งจู่โจมหัวใจให้เต้นแรง ดวงตากลมโตจับจ้องบานประตูห้องน้ำด้วยความกลัวระคนกล้า ทั้งกลัวและกล้าก็ฉันนี่ไง…“เอาวะ แกทำได้ต้นหยง แกทำได้!” ฉันเรียกความมั่นใจกลับมา มองดูเสื้อคลุมอาบน้ำสีขาวที่สวมใส่ก่อนมือเรียวเอื้อมบิดที่จับประตูเปิดเข้าห้องน้ำซึ่งไม่ได้ล็อคราวกับรู้ว่ามีคนอยากเข้ามาหา ร่างสูงสง่าของพี่พายัพนอนแช่น้ำอุ่นอย่างสบายอารมณ์ มองเห็นกล้ามหน้าท้องเป็นลอนแข็งแรง เขารับรู้ถึงการมาของฉันเปลือกตาถึงได้ลืมขึ้นมามาเล็กน้อย ตามด้วยคิ้วเข้มเลิกสูงอย่างมีคำถามว่าเข้ามาทำไม “หนูขออาบน้ำด้วยคนนะคะ”เขาไม่ตอบและฉันก็ไม่รอ มือบางกระตุกเชือกรัดชุดคลุมจนคลายออกง่ายดายเห็นไปถึงไหนต่อไหน ฉันขยับแขนเพียงนิดเดียวชุดคลุมที่ว่าก็ไถลหลุดจากตัวลงไปกองที่ข้อเท้า เห็นได้ชัดว่าตอนนี้สายตาพี่พายัพเริ่มไม่มั่นคง เขามองฉันก่อนหันไปมองทางอื่นและหันมามองฉันอีกที อารมณ์ประมาณอยากมองตาไม่อยากเสียฟอร์มฉันยิ้มออกมาเล็กน้อย ขาเรียวสวยก้าวลงอ่างด้วยท่าทางมั่นใจ จนถึงตอนนี้พี่พายัพยังคงเมินเฉยไม่ยอมสบตาได้อย่างไรกัน “หนูถูสบู่ให้เอาไหมคะ”
การประชุมหารือสำคัญประจำปีกินเวลายาวนานกว่าสามชั่วโมง เสร็จจากประชุมคืองานเลี้ยงที่รวมเหล่าสมาชิกแก๊งแบล็คเรดและครอบครัวของแต่ละคนไว้อย่างคับคั่ง “โอ้โห! สุดจัด” เสียงมาร์ตินที่เดินตามหลังเพื่อนออกจากห้องประชุมร้องทึ่งกับบางอย่าง ดวงตาคมวาวจ้องมองบางสิ่งในสมาร์ตโฟนเครื่องหรู “รีบๆ เดินหน่อยไอ้นี่ ส่องสาวอยู่อีกล่ะสิ” คิเรย์หันไปเร่งเพื่อน แค่เห็นท่าทางของเขามันก็ดูออกหมดแล้ว “สาวที่กูส่องพวกมึงก็รู้จักกันดี” ทีแรกพายัพจะไม่สนใจด้วยซ้ำ ทว่ามาร์ตินเดินแทรกระหว่างกลางเขาและคิเรย์ มันส่งมือถือให้ดูจนทั้งสองคนหยุดเดินพร้อมกันขาแข็ง หัวใจเต้นเร็วขึ้น ใบหน้าเห่อร้อนพร้อมความโกรธที่ค่อยๆ ปกคลุมร่างกายที่เห็นนี่มันคืออะไร!เด็กสาวสองคนในชุดบิกินี่สีหวานหวาบหวิว โพสต์ท่าทางน่ารักโชว์เนื้อหนังมังสาให้คนติดตามนับแสนได้เชยชม ลำคอพายัพแห้งผาก เส้นเลือดตรงขมับเต้นตุบๆ เขาและคิเรย์เงยหน้ามองตากันอย่างไม่ต้องนัดหมาย ต่างรู้กันดีว่าครั้งนี้มันยอมตามใจไม่ได้จริงๆ ในส่วนของต้นหยงและเห็ดหอม พวกเธอได้รับข้อความให้มารอในงานเลี้ยงได้เลย สถานที่ในโรงแรมหรูซึ่งมีโดมกระจกกว้าง ทำให้บรรยากาศยามค่ำ
เพลงรักร้อนแรงโดนบรรเลงตลอดทั้งคืนราวกับทั้งคู่คือข้าวใหม่ปลามัน ต่างคนต่างมีความเสน่หาในตัวอีกฝ่าย ส่งมอบความสุขให้กันจนอิ่มหนำถึงใจ เช้านี้ต้นหยงแทบไม่มีแรงลุกเข้าห้องน้ำ ร่างนุ่มนิ่มที่อ่อนปวกเปียกเป็นของเหลวทำให้พายัพยกยิ้มเอ็นดู “อยากแช่น้ำอุ่นไหมครับ” เขาถามพร้อมกับหาเสื้อคลุมมาสวมใส่ให้เ
วันเวลาผ่านไป พายัพอาการดีขึ้นตามลำดับ สามารถลุกนั่งหรือเข้าห้องน้ำเองได้ตามปกติ อีกไม่กี่วันก็ได้ออกจากโรงพยาบาลแล้ว ตลอดการรักษาตัวของชายหนุ่ม ผู้ที่คอยดูแลเขาอย่างใกล้ชิดคือเด็กสาวหน้าตาน่ารักและพี่ชายของเธอ ขาดเหลืออะไรก็แค่บอกซึ่งส่วนใหญ่เขาก็ไม่เคยเรียกใช่อะไรสองคนนั้นเลย มีแต่พวกเขาที่ประเ
เวลาผ่านไปหลายวัน คุณพายัพยังคงนอนหลับไหลเป็นเจ้าชายนิทรา ฉันและพี่คิเรย์สลับกันเฝ้าเขา ถ้าฉันไปเรียน พี่คิเรย์ก็เป็นคนเฝ้า ถ้าพี่คิเรย์ติดงานฉันก็เฝ้า หรือหากเราสองคนไม่ว่างเลยก็จะเป็นพวกพี่องอาจและพี่สิงหาคนมาเยี่ยมเขามีทุกวัน ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนหรือสมาชิกแบล็คเรด ฉันเองจึงเหมือนโดนแนะนำตัวกลาย
ต้นหยง | Partโรงพยาบาลเอกชนฉันและเห็ดมาถึงโรงพยาบาลท่ามกลางสีหน้าแตกตื่นของคนที่เฝ้ารอคุณพายัพก่อนหน้า พี่คิเรย์จากที่นั่งนิ่งซึม เมื่อเห็นฉันก็รีบลุกเดินมาหาในทันที “หนูมาได้ไงคะ”“หนูเองค่ะอา หนูเป็นคนโทรบอกต้นหยง” เห็ดสารภาพด้วยสีหน้ากลัวโดนดุ แต่เวลานี้มันไม่มีอะไรสำคัญไปกว่าเรื่องความเป็







