LOGINฉันไม่คาดคิดว่าการตกเป็นลูกหนี้มาเฟียของคุณพายัพจะได้รับอภิสิทธิ์อะไรอย่างนี้ด้วย มันค่อนข้างเป็นอะไรที่ไกลเกินตัวไปหน่อย แต่มันก็เกิดขึ้นแล้ว
เขาพาฉันและลูกน้องที่ตามประกบเพียงไม่กี่คนขึ้นเครื่องบินส่วนตัวเพื่อมุ่งหน้าไปยังภูเก็ต แว่วๆ ว่าโรงแรมที่พักก็ระดับไฮคลาส แค่มีเงินอย่างเดียวใช่ว่าจะเข้าพักได้ แต่คุณพายัพกลับทำให้มันดูเป็นเรื่องง่ายไปซะหมด “ตื่นเต้นอะไรขนาดนั้น” เขาละสายตาจากหน้าจอไอแพดที่กำลังทำงานไปด้วยเพื่อมองฉันที่นั่งข้างๆ แต่ทำตัวยึกยักยึกยืออยู่ไม่นิ่ง “ขอหนูตื่นเต้นหน่อยเถอะค่ะ ทั้งชีวิตนี้ไม่เคยนั่งเครื่องบินมาก่อน วิวบนนี้สวยมากกกก” ฉันพูดกับเขาแต่สายตาที่ทอดมองวิวข้างนอกเต็มไปด้วยความอัศจรรย์ใจ “ถ้ารู้แบบนี้น่าจะชวนเห็ดมาด้วย” นึกถึงเพื่อนสนิทเพียงคนเดียวขึ้นมาก็อยากให้เห็ดได้รับประสบการณ์ดีๆ แบบนี้เหมือนกัน แม้ว่ารายนั้นจะบินไปเที่ยวต่างประเทศกับครอบครัวบ่อยแล้วก็ตาม “เห็ด? หมายถึงใคร” “เพื่อนหนูเองค่ะ” ฉันหันไปตอบคนตัวโตที่ทำสีหน้าสงสัยพร้อมหัวคิ้มเข้มขมวดเข้าหากัน “ผู้หญิงหรือผู้ชาย” “ผู้หญิงสิคะ นี่ๆ เดี๋ยวหนูให้คุณดูรูป” ฉันเปิดมือถือส่องไอจีของเห็ดที่มีผู้ติดตามหลายคน เธอทั้งน่ารักและเฟรนด์ลี่ ไลฟสไตล์ชีวิตก็น่าติดตาม ไม่แปลกใจเลยที่จะกลายเป็นไอดอลของใครหลายๆ คน “เพื่อนหนูน่ารักมั้ยคะ เนี่ย…บ้านเห็ดน่ะร๊วยรวย เป็นลูกคุณหนูคนนึงแต่เธอกลับมาคบกับคนธรรมดาๆ แบบหนู แล้วก็ชอบเปย์นั่น เปย์นี่ให้ ถึงหนูจะบอกว่าเกรงใจแต่เห็ดก็ยังซื้อให้อยู่ดี แล้วก็ชอบชวนไปกินชาบูมาก จนตอนนี้หนูน้ำหนักขึ้นมาหลายขีดแล้วค่ะ” ฉันคงจะคุยเพลินให้เขาฟังไปอีกเรื่อยๆ หากไม่ได้เงยหน้าขึ้นปะทะกับดวงตาคมเข้มคู่นั้นเข้าซะก่อน ใบหน้าหล่อจัดมองฉันตั้งแต่เมื่อไรก็ไม่อาจรู้ ดูเหมือนว่าเขาจะไม่สนใจเรื่องที่ฉันเล่าสักนิด กลับกันคุณพายัพน่าจะสนใจฉันมากกว่า “เอ่อ นะ…หนูง่วงจัง” ฉันรีบเก็บมือถือใส่กระเป๋าก่อนจะชักสายตาหนีคนตัวโตที่เล่นจ้องกันจนเขิน ก็เขาหล่อขนาดนั้น ใบหน้าอย่างกับหลุดมาจากพระเอกเว็บตูน แล้วจะไม่ให้ต้นหยงคนนี้หวั่นไหวได้อย่างไร ฉันเอนตัวหันหนีอีกฝั่งพร้อมแกล้งทำเป็นหลับตาเพื่อกลบความขวยเขินบ้าบอของตัวเองไม่ให้เขารู้ ถึงแม้จะยังได้ยินเสียงอีกคนหัวเราะเยาะราวจับอาการได้ก็ตาม เมื่อเครื่องบินลงจอดยังสนามบินส่วนตัว คุณพายัพก็พาเดินทางไปยังที่พักต่อด้วยรถสปอร์ตหรูที่มีคนขับรถคอยอำนวยความสะดวก ส่วนบอดี้การ์ดคนอื่นๆ ก็ตามมาด้วยรถอีกคัน ครั้นถึงที่พัก โรงแรมหรูที่ฉันได้ยินมาว่าจองยากนักยากหนา แต่ตอนนี้พนักงานหลายคนต่างออกมาต้อนรับคุณพายัพราวกับว่าเขาคือเจ้าของที่นี่ “ทำหน้าแบบนั้น ปวดอึอยู่รึไง” เขาถามในตอนที่เรากำลังเดินตามพนักงานโรงแรมเพื่อไปยังห้องพักส่วนตัว “เปล่าสักหน่อย หนูก็แค่สงสัยว่าทำไมทุกคนที่นี่ดูเหมือนจะรู้จักคุณไปหมด คุณเป็นเจ้าของโรงแรมเหรอคะ” “ฉันไม่ใช่เจ้าของที่นี่หรอก แต่ถ้าป้าฉันน่ะใช่” โห! ที่แท้ก็แบบนี้เอง มิน่าล่ะทุกคนถึงได้พร้อมใจก้มหัวรับใช้เขา ชาติที่แล้วคุณพายัพทำบุญด้วยอะไรกันนะถึงได้เกิดมาเพอร์เฟคไปซะทุกอย่าง ไหนจะหน้าตา ฐานะ ชาติตระกูล ฉันนี่อิจฉาภรรยาเขาในอนาคตเลยล่ะ “มีอะไรเรียกใช้ได้ตลอดเลยนะคะคุณพายัพ ขอให้มีความสุขกับห้องพักของเราค่ะ” ก่อนจะจากไป คุณพนักงานคนสวยก็ทำหน้าที่สุดท้ายด้วยรอยยิ้มหวานยั่วยวนแบบที่ทำให้ฉันต้องกลั้นขำ เพราะคิดว่ามันดูชัดเจนไปหน่อย สายตาแบบนั้นไม่ต้องบอกก็รู้ว่าอยากได้เขามากแค่ไหน “อืม ไปทำงานเถอะ” เขาตอบรับเสียงเรียบก่อนจะปิดประตูตามหลัง ซึ่งฉันก็เริ่มไม่เข้าใจทันทีว่านี่มันคืออะไร “คุณคะ แล้วห้องหนูล่ะ” ไม่เอาน่า มันคงไม่ใช่อย่างที่ฉันคิดใช่ไหม “ก็นอนห้องเดียวกับฉันนี่ไง งงอะไรเด็กโง่” “แต่หนูเป็นผู้หญิงนะคะ อีกอย่างหนูก็ยังไม่บรรลุนิติภาวะด้วย” ฉันกอดอกเชิดหน้าใส่เขาก่อนจะโดนคำพูดร้ายกาจตอกกลับจนเกือบหน้าหงาย “ก็เพราะแบบนี้ไง ถ้าฉันปล่อยเธออยู่คนเดียวเดี๋ยวสร้างความเดือดร้อนอีก แล้วก็ไม่ต้องกลัวว่าฉันจะทำอะไรเธอหรอกนะ เพราะฉันทำไม่ลง” กรี๊ดดดด เหมือนเขาเอาน้ำร้อนสาดฉันเลยล่ะ “ที่บอกว่าทำไม่ลง คุณหมายถึงหนูขี้เหร่เหรอคะ” “ก็แล้วแต่จะคิด” เขายักคิ้วใส่พร้อมกระตุกยิ้มมุมปากก่อนจะเดินลิ่วเข้าห้อง ทิ้งให้ฉันยืนหงุดหงิดกับคำพูดเจ็บแสบนั่น หลังจากจัดของเข้าที่เข้าทางเรียบร้อย ฉันก็เดินสำรวจห้องที่โคตรอลังการงานสร้าง กว้างขวางยิ่งกว่าบ้านฉันทั้งหลังเสียอีก แถมปีกขวาของห้องยังมีสระว่ายน้ำส่วนตัวที่สามารถชมวิวทะเลด้านล่างได้ด้วย ถ้าเกิดพระอาทิตย์ตกและได้นอนแช่น้ำมองจากตรงนี้คงจะเป็นอะไรที่ดีต่อหัวใจมากๆ เลยล่ะ ขณะที่ฉันกำลังเคลิบเคลิ้มกับบรรยากาศชวนฝันที่คิดไปไกล เสียงของคุณพายัพก็เรียกจนหลุดจากภวังค์ เขาชวนให้ไปเดินเล่นด้านล่างด้วยกัน ซึ่งฉันรีบพยักหน้าตอบรับทันที “หูววว น้ำใสมากกก หนูขอเล่นน้ำได้ไหมคะ” เมื่อได้เห็นทะเลแบบชัดเจนเต็มสองตา เสียงคลื่นและบรรยากาศรอบตัวปลุกหัวใจต้นหยงคนนี้ให้ตื่นเต้นไปหมดกับทุกสิ่ง ฉันหันไปถามคนหน้านิ่งขรึมที่ยืนทอดกายอยู่ข้างหลัง “ไม่ได้ เล่นตอนนี้ผิวไหม้กันหมดพอดี” เขาดุเสียงเรียบแต่แววตาเอาเรื่องอยู่ไม่น้อย ฉันก็เลยได้แต่ยู่ปากเพราะถูกขัดใจ “เอาไว้พรุ่งนี้แดดร่มๆ ฉันค่อยพามาเล่น” “เล่นเย็นนี้เลยไม่ได้เหรอคะ” ถามต่ออย่างพอมีหวัง “ไม่ได้ก็คือไม่ได้ เลิกเซ้าซี้ได้แล้ว “ก็ได้ค่ะ” ฉันตอบเขาเสียงหงอยเพราะโดนดุอีกจนได้ “ไม่ต้องทำหน้าแบบนั้นเลยนะ ที่ไม่ให้เล่นเย็นนี้เพราะฉันจะพาเธอไปทานซีฟู้ดด้วยกัน หรือว่าไม่ต้องไปแล้วเล่นน้ำแทน จะเอาแบบนี้ก็ได้นะ” “เอ้า ก็คุณไม่พูดให้เคลียร์นี่คะ ถ้าให้เลือกเรื่องกินกับเรื่องเล่น แน่นอนว่าหนูเลือกกินค่ะ” ฉันยิ้มแฉ่งจนคนตัวโตส่ายหน้าราวกับระอาใจเต็มที “คุณคะ หนูอยากกินไอติม” ฉันมองเห็นรถขายไอติมที่กำลังแล่นมาทางถนนเข้าชายหาดที่มีป่าสนขึ้นเรียงรายเป็นระเบียบจึงชี้นิ้วให้เขาหันไปดู คุณพายัพขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนจะหันไปออกคำสั่งกับลูกน้อง “ไอ้สิงหา มึงวิ่งไปเรียกรถไอติมมานี่หน่อย” “เดี๋ยวๆ ทำแบบนั้นไม่ได้นะคะ หนูจะไปซื้อเอง จะให้ลุงเขาขับรถเข้ามาได้ไงเล่า นี่ชายหาดนะ” พอฉันว่าไปอย่างนั้น คุณพายัพขยับปากจะพูดบางอย่างแต่เจอฉันชิงตัดหน้าซะก่อน “แค่นี้เอง หนูไปซื้อเองได้” จากนั้นฉันก็วิ่งตะโกนเรียกรถขายไอติมที่ดูเหมือนว่าลุงคนขายจะไม่เห็นและไม่ได้ยินเสียงฉันเลย ถึงได้ขับรถผ่านไปหน้าตาเฉย “ลุงค้า! ลุ๊งงง หยุดก่อน อยู่อยากกินไอติม” “เฮ้ย! ลุงหยุดดิ” และที่ฉันไม่คิดก็คือคุณพายัพกับลูกน้องวิ่งตามมาด้วย ราวกับว่าพวกเราลืมของมีค่าไว้บนรถลุงขายไอติมอย่างไรอย่างนั้น เสียงตะโกนดังอย่างแข็งแกร่งสุดพลังของคุณพายัพกลับหยุดรถลุงได้ ส่วนฉันนี่สิ ลูกกระเดือกแทบหลุดออกจากคอ! “ตะโกนเกือบตายไม่ได้ยินเลยรึไงลุง” คนตัวสูงส่งเสียงเข้มจนลุงคนขายมีสีหน้าหวาดกลัวท่าทางน่ายำเกรงปนอันธพาลของเขา “ขอโทษทีนะลูก ลุงหูไม่ค่อยดี” “คุณคะ จะไปว่าลุงทำไมเนี่ย สงสารแกออก” ฉันหันไปกระซิบใส่คนหน้าขรึมให้ได้ยินกันแค่สองคน ซึ่งเขาก็ทำเพียงเลิกคิ้วอย่างตั้งคำถามว่าใครแคร์ “แล้วใครอนุญาตให้ลุงเข้ามาขายที่นี่ ไม่รู้เหรอว่ามันเป็นพื้นที่ส่วนตัว” เสียงเย็นเยียบบวกสายตาเย็นวาบทำเอาฉันหนาวแทนลุงไปด้วย “อ้าวเหรอ ไม่เห็นมีป้ายบอกว่าห้ามเข้ามา ลุงเองก็ไม่รู้ด้วย ขอโทษนะลูก” แงง เขาเสียงดุกับคนแก่น่าสงสารแบบนี้ได้ยังไง “ฝั่งนี้ขายไม่ได้ แต่ถ้าเป็นหาดฝั่งโน้นน่ะขายได้ คราวหลังก็อย่าเข้าผิดทางล่ะ” “ลุงเข้าใจแล้ว” แกยิ้มรับคำคุณพายัพอย่างไม่นึกถือสาที่คนอายุอ่อนกว่าพูดจาแบบนั้นใส่ แต่เอาเข้าจริงลุงก็ผิดนั่นแหละถึงได้ถูกตักเตือน คราวหน้าคราวหลังจะได้ไม่ทำเหมือนเดิม “ลุงขา หนูขอเลือกไอติมหน่อยนะคะ” “จะเลือกทำไมให้ยุ่งยาก ก็เอาทั้งหมดเลยนั่นแหละ” เขาหันมาดุฉันต่อ คนอะไรดุเก๊งเก่ง “คุณจะเหมาไปให้ปลาโลมาช่วยกินเหรอคะ รอหนูเลือกไม่นานหรอก” ฉันเหนื่อยกับความรวยเว่อร์ๆ ของเขาซะจริงสมาร์ตโฟนถูกหยิบออกมาส่งข้อความผ่านแชตกลุ่มที่พึ่งสร้างเมื่อกลางวันไปหยกๆ หยง_หยง : ใครว่างบ้าง Star : ทักมาแบบนี้จะชวนไปไหนป่าว หยง_หยง : ไปคลับกัน ใครจะไปบ้าง คุณหนูเห็ด : ไปๆ เพื่อนไปไหนเห็ดไปด้วย หยง_หยง : จริงใจล่ะ ไปด้วยกันไหม จริงใจ : จริงใจดื่มเหล้าไม่เป็นนะ แต่ไปนั่งเป็นเพื่อนได้ คำตอบเป็นมติเอกฉันท์ เราจะไปผับด้วยกัน เจอกันที่หอของจริงใจ ฉันมีแผนพร้อม ทำยังไงจะออกไปที่นี่ได้ แต่ก่อนอื่นก็ต้องเปลี่ยนชุดและแต่งหน้าให้พร้อมเข้าไว้ แต่งๆ ไปก่อนแม้จะแต่งไม่ค่อยเป็นก็ตามเถอะ “คุณหนูจะไปไหนครับ” “ใครคะ? หมายถึงฉันเหรอ” เมื่อเปิดประตูออกไปก็เจอกับพี่ๆ บอดี้การ์ดทั้งสองคนที่ฉันไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน “เอ่อ…คุณไม่ใช่คุณหนูต้นหยงเหรอครับ” และคิดว่าพวกพี่ๆ ก็ไม่เคยเห็นหน้าฉันมาก่อนเหมือนกัน “ไม่ใช่ค่ะ หนูเป็นเพื่อนต้นหยงกำลังจะกลับแล้ว ส่วนต้นหยงอยู่ด้านในค่ะ” “อ่ออย่างนั้นเองเหรอครับ” “ค่ะ งั้นหนูกลับก่อนนะคะ” ฉันยกมือไหว้พี่บอดี้การ์ดทั้งสองก่อนเดินออกมาด้วยสีหน้ายิ้มกริ่มที่สามารถตบตาได้อย่างแนบเนียน เราสามคนรวมตัวกันที่หอของจริงใจ หลังสำรวจความเรียบร้อยเสื้อผ้าหน้าผม ก็พ
“เฮ้ย! เอาพวกมันขึ้นรถ!” คนที่เป็นหัวหน้าเอ่ยสั่งพวกลูกน้องให้กระชากลากถูร่างของเราทั้งสี่คนที่โดนมันจับเข้าในรถเพราะกลัวคนอื่นผ่านมาเห็น แต่ก่อนมันจะได้ทำอย่างนั้น ฉันพบว่าในกลุ่มเรามีคนเป็นมวย นั่นก็คือสตาร์! เธอใช้ฟันกัดแขนของไอ้คนที่มันล็อคคอเธออยู่ จากนั้นก็หมุนตัวกลับไปเผชิญหน้ากับมันพร้อมประเคนหมัดหนักหน่วงจนมันเซถอยออกไปหลายก้าว “อ้าวเหี้ยเอ้ย! ผู้หญิงตัวนิดเดียวมึงก็สู้มันดิวะ” ไอ้คนเป็นหัวหน้าตะโกนสั่ง พอมันตั้งสติได้และจะเดินเข้ามาจับตัวสตาร์อีกครั้งก็ถูกเธอเล่นงานด้วยการกระโดดขาคู่ใส่ในทันที กระทั่งมันล้มลงนอนตัวยาวหน้าราบไปกับพื้นถนน นั่นล่ะจุดที่ทำให้ทุกคนตกใจปนทึ่งในพละกำลังสุดแกร่งของสตาร์ “กรี๊ด! สตาร์เท่มากๆ เลยอะ บู้เก่งสุดยอดไปเลย” เห็ดร้องเชียร์โดยลืมไปว่าเหตุการณ์มันไม่น่าเป็นใจเลย “ไอ้โง่เอ้ย! ไม่ได้เรื่อง มึงไปจัดการมันดิ” ไอ้หัวหน้าสะบัดศรีษะอย่างใส่อารมณ์ก่อนจะชี้นิ้วสั่งให้คนที่จับตัวจริงใจไปจัดการกับสตาร์ และเป็นเช่นเดิม เธอทำให้มันล้มไปนอนเหมือนเพื่อนมันก่อนหน้านี้ กระทั่งเหลือไอ้หัวหน้ากับพวกฉันสี่คน มันกลืนน้ำลายดังเอื้อกก่อนหยิบปืนออกมาขู่ “ทำตา
พายัพเลิกให้ค่าเด็กสาว เปลี่ยนเป็นนอนไถมือถือเรื่อยๆ แต่ก็ไถอยู่เกือบชั่วโมงยังไม่เห็นวี่แววเธอจะเปิดประตูออกมา ในที่สุดเดือดร้อนจนต้องเอากุญแจมาไข สิ่งที่พายัพเห็นคือต้นหยงนอนหลับไปแล้ว เธอหลับพิงผนังห้องน้ำใต้เรนชาวเวอร์ตัวก็เปียกไปหมด พายัพเห็นอย่างนั้นถึงกับกุมขมับ เขาย่อตัวลงช้อนร่างเล็กแนบอ้อมกอดและคราวนี้ก็ได้เห็นใบหน้าบวมและจมูกสีแดงระเรื่อที่คงจะผ่านการร้องไห้มาหมาดๆ “ร้องไห้จนหลับในห้องน้ำเนี่ยนะ เหอะ! ปวดหัวกับเธอจริงๆ” บ่นเสียงเข้มก่อนอุ้มต้นหยงออกจากห้องน้ำ พาร่างอ่อนปวกเปียกวางบนโซฟาตัวนุ่มใน walk in closet ทำการเช็ดตัวและสวมเสื้อผ้าให้ราวเด็กสาวเป็นตุ๊กตา เช้าวันรุ่งขึ้น ต้นหยงเปิดเรียนวันแรก ถึงแม้จะรู้สึกไม่สบายนิดหน่อยแต่ก็ไม่อยากทำตัวเองอ่อนแอไปมากกว่านี้ เธอจึงรีบลุกอาบน้ำแต่งตัวเตรียมพร้อมสำหรับการเป็นเฟรชชี่ปีหนึ่งวันแรก “ผู้ใหญ่มาส่งไม่คิดจะยกมือไหว้หน่อยเหรอ” “ขอบคุณที่มาส่งค่ะ” เธอทำตามที่เขาต้องการด้วยสีหน้าว่างเปล่าไร้ความรู้สึก ต้นหยงไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเมื่อคืนนี้เขาพาเธอออกมาจากห้องน้ำตั้งแต่เมื่อไร ตื่นเช้ามาก็เห็นเขานอนกอดอยู่แล้ว “อืม เอาเงินไว้ใช้”
พายัพอุ้มร่างเด็กสาววางบนเตียงก่อนที่ตัวเขาจะก้าวขึ้นคร่อม ชายหนุ่มซุกไซ้ผิวกายขาวละเอียดอย่างโหยหา มือสากฟอนเฟ้นหน้าอกอวบอิ่ม หูก็คอยฟังเสียงประตูอยู่ทุกขณะ แกร๊ก! “พี่พายัพอยู่ในนี้…รึเปล่าคะ” บานประตูเปิดออกด้วยน้ำมือของผู้มาใหม่ ประโยคหลังทำเอาเจ้าตัวแทบพูดไม่ออกเมื่อได้เห็นภาพบัดสีบัดเถลิงตรงหน้าที่ไม่คิดว่ามันจะเกิดขึ้น “กรี๊ดดด! ทำอะไรกันน่ะ” เสียงกรีดร้องของมะปรางทำให้พายัพแสยะยิ้มในขณะที่ต้นหยงลุกลี้ลุกลนถอยออกจากตัวเขาพร้อมดึงคอเสื้อที่ตกพาดไหล่ให้กลับเข้าที่เข้าทาง สายตากลมสวยเบิกมองผู้มาใหม่อย่างตกใจ “พี่พายัพทำอะไรคะ! เรียกปรางมาที่นี่เพื่อจะให้ปรางดูพี่เล่นหนังสดกับเด็กคนนี้เหรอ” น้ำเสียงเดือดจัดเค้นถามชายหนุ่มผู้ยังคงมีสีหน้าเรียบเฉย ต่างกับเธอที่ใจรุ่มร้อนเป็นไฟ “ก็อย่างที่ปรางเห็น” “พี่พายัพ! นี่พี่บ้าไปแล้วเหรอ พี่กำลังนอกใจปรางอยู่นะ ทำไมยังพูดแบบนี้อีก!” เธอมองเขาด้วยอารมณ์โกรธและไม่เข้าใจ ขณะที่สายตาเฉี่ยวก็ตวัดจ้องต้นหยง นังเด็กร้ายเงียบ วันนั้นเห็นซื่อๆ ใสๆ คิดว่าคงเป็นเด็กเรียบร้อยคนหนึ่ง แต่ความเป็นจริงแล้วกลับใจร่าน แรดไม่เลือกแม้แต่คนที่มีเจ้าของ “พี
ตั้งแต่กลับจากร้านอาหาร ภาพบาดตาบาดใจยังติดในหัวอย่างไม่อาจลบออกได้ง่ายๆ ฉันเอาแต่คิดมากจนแสดงออกทางสีหน้าชัดเจน เห็ดที่อยู่ด้วยกันก็คิดว่าฉันไม่สบายจริงๆ ถึงได้หาหยูกยามาให้ด้วยความเป็นห่วงครืด! ครืด!โทรศัพท์มือถือที่วางบนโต๊ะสั่นขึ้น ฉันรีบลุกคว้ามาไว้ที่ตัวอย่างไวเพราะกลัวว่าคนโทรเข้าอาจเป็นคุณพายัพ ฉันไม่อยากให้เห็ดเห็นแล้วตั้งคำถาม แค่นี้ก็ปวดหัวจะแย่อยู่แล้วหากแต่ปลายสายไม่ใช่เขาอย่างที่นึกมโนแต่เป็นพี่ตะวันซึ่งอยู่ประจำที่โซนห้องนั่งเล่นต่างหาก“มีอะไรเหรอคะ” ฉันลุกออกมาคุยมือถือนอกระเบียงกรอกน้ำเสียงเรียบเรื่อยเฉื่อยชาโดยที่เพื่อนรักกำลังมองอย่างสงสัยว่าบุคคลปลายสายคือใคร(คุณต้นหยงครับ คืนนี้คงให้คุณเห็ดค้างด้วยไม่ได้เพราะเจ้านายจะมาที่นี่นะครับ)“คุณพายัพจะมาค้างที่นี่เหรอคะ”(นายไม่ได้บอกว่าจะมาค้างรึเปล่า แต่ยังไงคุณต้นหยงก็ต้องให้เพื่อนกลับไปก่อนครับ)“ก็ได้ค่ะ งั้นหนูรบกวนพี่ตะวันไปส่งเห็ดหน่อยได้ไหมคะ”(ได้ครับ)ฉันวางสายจากพี่ตะวันด้วยสีหน้าอ่อนเพลีย แค่รู้ว่าคนใจร้ายจะมาที่นี่หลังจากเขาห่างหายไปหลายวันก็แทบอยากตีหัวเองให้สลบไปซะจะได้ไม่ต้องตื่นมารับรู้หรือรับฟังอะไ
ต้นหยง | partหลายวันมานี้ทำให้ฉันแปลกใจอยู่พอสมควรที่คุณพายัพหายหน้าหายตาไปเลย แทบจะไม่มีคำสั่งใดๆ จากเขารบกวนจิตใจฉัน สภาพจิตใจจึงเหมือนดอกไม้ได้รับน้ำชโลมดิน มีความสุขและร่าเริงกว่าหลายอาทิตย์ที่ผ่านมา“เกินไปปะหยง เกินไปสุดๆ อะ” เสียงนี้คือคุณหนูเห็ดเพื่อนรักของฉันเอง เธอขอมาดูคอนโดที่ฉันบอกว่าเจ้านายซื้อให้หลังจากต้องสารภาพกับเห็ดว่าไม่สามารถพักที่เดียวกับเธอได้ตามเคยสัญญาไว้เห็ดไม่โกรธอะไรฉันเลย แต่เธอกำลังทึ่งกับความหรูหราของคอนโดนี้มากกว่า สายตาของเห็ดเป็นแบบเดียวกับตอนที่ครอบครัวฉันมาเยือนครั้งแรกเป๊ะๆ“แกจะตื่นเต้นอะไรขนาดนั้น คอนโดที่ป๊าแกจะซื้อให้ก็ไม่ต่างอะไรกับที่นี่เลยค่ะ”“ฮือ แต่ฉันชอบที่นี่มากกว่าอะ นี่ถ้าเกิดชั้นนี้มีห่องว่างนะ ฉันให้ป๊าซื้อให้ไปแล้ว จะได้อยู่ใกล้ๆ แกไง” เห็ดพูดจบก็เข้ามาคล้องแขนฉันพร้อมฉีกยิ้มน่ารักตามฉบับคนนุ่มนิ่มอย่างเธอฉันว่าโชคดีแล้วล่ะที่ชั้นนี้เต็มหมด ไม่อย่างนั้นถ้าเห็ดซื้อคอนโดเดียวกันมีหวังฉันปิดเรื่องคุณพายัพไม่ได้แน่“เจ้านายแกนี่ใจดีจังเลยนะ ซื้อคอนโดให้อยู่จะได้ติวหนังสือลูกชายสะดวก ไหนจะมีบอดี้การ์ดประจำตัวให้อีก ฉันชักอยากจะเห็นหน