Masukฉันไม่คาดคิดว่าการตกเป็นลูกหนี้มาเฟียของคุณพายัพจะได้รับอภิสิทธิ์อะไรอย่างนี้ด้วย มันค่อนข้างเป็นอะไรที่ไกลเกินตัวไปหน่อย แต่มันก็เกิดขึ้นแล้ว
เขาพาฉันและลูกน้องที่ตามประกบเพียงไม่กี่คนขึ้นเครื่องบินส่วนตัวเพื่อมุ่งหน้าไปยังภูเก็ต แว่วๆ ว่าโรงแรมที่พักก็ระดับไฮคลาส แค่มีเงินอย่างเดียวใช่ว่าจะเข้าพักได้ แต่คุณพายัพกลับทำให้มันดูเป็นเรื่องง่ายไปซะหมด “ตื่นเต้นอะไรขนาดนั้น” เขาละสายตาจากหน้าจอไอแพดที่กำลังทำงานไปด้วยเพื่อมองฉันที่นั่งข้างๆ แต่ทำตัวยึกยักยึกยืออยู่ไม่นิ่ง “ขอหนูตื่นเต้นหน่อยเถอะค่ะ ทั้งชีวิตนี้ไม่เคยนั่งเครื่องบินมาก่อน วิวบนนี้สวยมากกกก” ฉันพูดกับเขาแต่สายตาที่ทอดมองวิวข้างนอกเต็มไปด้วยความอัศจรรย์ใจ “ถ้ารู้แบบนี้น่าจะชวนเห็ดมาด้วย” นึกถึงเพื่อนสนิทเพียงคนเดียวขึ้นมาก็อยากให้เห็ดได้รับประสบการณ์ดีๆ แบบนี้เหมือนกัน แม้ว่ารายนั้นจะบินไปเที่ยวต่างประเทศกับครอบครัวบ่อยแล้วก็ตาม “เห็ด? หมายถึงใคร” “เพื่อนหนูเองค่ะ” ฉันหันไปตอบคนตัวโตที่ทำสีหน้าสงสัยพร้อมหัวคิ้มเข้มขมวดเข้าหากัน “ผู้หญิงหรือผู้ชาย” “ผู้หญิงสิคะ นี่ๆ เดี๋ยวหนูให้คุณดูรูป” ฉันเปิดมือถือส่องไอจีของเห็ดที่มีผู้ติดตามหลายคน เธอทั้งน่ารักและเฟรนด์ลี่ ไลฟสไตล์ชีวิตก็น่าติดตาม ไม่แปลกใจเลยที่จะกลายเป็นไอดอลของใครหลายๆ คน “เพื่อนหนูน่ารักมั้ยคะ เนี่ย…บ้านเห็ดน่ะร๊วยรวย เป็นลูกคุณหนูคนนึงแต่เธอกลับมาคบกับคนธรรมดาๆ แบบหนู แล้วก็ชอบเปย์นั่น เปย์นี่ให้ ถึงหนูจะบอกว่าเกรงใจแต่เห็ดก็ยังซื้อให้อยู่ดี แล้วก็ชอบชวนไปกินชาบูมาก จนตอนนี้หนูน้ำหนักขึ้นมาหลายขีดแล้วค่ะ” ฉันคงจะคุยเพลินให้เขาฟังไปอีกเรื่อยๆ หากไม่ได้เงยหน้าขึ้นปะทะกับดวงตาคมเข้มคู่นั้นเข้าซะก่อน ใบหน้าหล่อจัดมองฉันตั้งแต่เมื่อไรก็ไม่อาจรู้ ดูเหมือนว่าเขาจะไม่สนใจเรื่องที่ฉันเล่าสักนิด กลับกันคุณพายัพน่าจะสนใจฉันมากกว่า “เอ่อ นะ…หนูง่วงจัง” ฉันรีบเก็บมือถือใส่กระเป๋าก่อนจะชักสายตาหนีคนตัวโตที่เล่นจ้องกันจนเขิน ก็เขาหล่อขนาดนั้น ใบหน้าอย่างกับหลุดมาจากพระเอกเว็บตูน แล้วจะไม่ให้ต้นหยงคนนี้หวั่นไหวได้อย่างไร ฉันเอนตัวหันหนีอีกฝั่งพร้อมแกล้งทำเป็นหลับตาเพื่อกลบความขวยเขินบ้าบอของตัวเองไม่ให้เขารู้ ถึงแม้จะยังได้ยินเสียงอีกคนหัวเราะเยาะราวจับอาการได้ก็ตาม เมื่อเครื่องบินลงจอดยังสนามบินส่วนตัว คุณพายัพก็พาเดินทางไปยังที่พักต่อด้วยรถสปอร์ตหรูที่มีคนขับรถคอยอำนวยความสะดวก ส่วนบอดี้การ์ดคนอื่นๆ ก็ตามมาด้วยรถอีกคัน ครั้นถึงที่พัก โรงแรมหรูที่ฉันได้ยินมาว่าจองยากนักยากหนา แต่ตอนนี้พนักงานหลายคนต่างออกมาต้อนรับคุณพายัพราวกับว่าเขาคือเจ้าของที่นี่ “ทำหน้าแบบนั้น ปวดอึอยู่รึไง” เขาถามในตอนที่เรากำลังเดินตามพนักงานโรงแรมเพื่อไปยังห้องพักส่วนตัว “เปล่าสักหน่อย หนูก็แค่สงสัยว่าทำไมทุกคนที่นี่ดูเหมือนจะรู้จักคุณไปหมด คุณเป็นเจ้าของโรงแรมเหรอคะ” “ฉันไม่ใช่เจ้าของที่นี่หรอก แต่ถ้าป้าฉันน่ะใช่” โห! ที่แท้ก็แบบนี้เอง มิน่าล่ะทุกคนถึงได้พร้อมใจก้มหัวรับใช้เขา ชาติที่แล้วคุณพายัพทำบุญด้วยอะไรกันนะถึงได้เกิดมาเพอร์เฟคไปซะทุกอย่าง ไหนจะหน้าตา ฐานะ ชาติตระกูล ฉันนี่อิจฉาภรรยาเขาในอนาคตเลยล่ะ “มีอะไรเรียกใช้ได้ตลอดเลยนะคะคุณพายัพ ขอให้มีความสุขกับห้องพักของเราค่ะ” ก่อนจะจากไป คุณพนักงานคนสวยก็ทำหน้าที่สุดท้ายด้วยรอยยิ้มหวานยั่วยวนแบบที่ทำให้ฉันต้องกลั้นขำ เพราะคิดว่ามันดูชัดเจนไปหน่อย สายตาแบบนั้นไม่ต้องบอกก็รู้ว่าอยากได้เขามากแค่ไหน “อืม ไปทำงานเถอะ” เขาตอบรับเสียงเรียบก่อนจะปิดประตูตามหลัง ซึ่งฉันก็เริ่มไม่เข้าใจทันทีว่านี่มันคืออะไร “คุณคะ แล้วห้องหนูล่ะ” ไม่เอาน่า มันคงไม่ใช่อย่างที่ฉันคิดใช่ไหม “ก็นอนห้องเดียวกับฉันนี่ไง งงอะไรเด็กโง่” “แต่หนูเป็นผู้หญิงนะคะ อีกอย่างหนูก็ยังไม่บรรลุนิติภาวะด้วย” ฉันกอดอกเชิดหน้าใส่เขาก่อนจะโดนคำพูดร้ายกาจตอกกลับจนเกือบหน้าหงาย “ก็เพราะแบบนี้ไง ถ้าฉันปล่อยเธออยู่คนเดียวเดี๋ยวสร้างความเดือดร้อนอีก แล้วก็ไม่ต้องกลัวว่าฉันจะทำอะไรเธอหรอกนะ เพราะฉันทำไม่ลง” กรี๊ดดดด เหมือนเขาเอาน้ำร้อนสาดฉันเลยล่ะ “ที่บอกว่าทำไม่ลง คุณหมายถึงหนูขี้เหร่เหรอคะ” “ก็แล้วแต่จะคิด” เขายักคิ้วใส่พร้อมกระตุกยิ้มมุมปากก่อนจะเดินลิ่วเข้าห้อง ทิ้งให้ฉันยืนหงุดหงิดกับคำพูดเจ็บแสบนั่น หลังจากจัดของเข้าที่เข้าทางเรียบร้อย ฉันก็เดินสำรวจห้องที่โคตรอลังการงานสร้าง กว้างขวางยิ่งกว่าบ้านฉันทั้งหลังเสียอีก แถมปีกขวาของห้องยังมีสระว่ายน้ำส่วนตัวที่สามารถชมวิวทะเลด้านล่างได้ด้วย ถ้าเกิดพระอาทิตย์ตกและได้นอนแช่น้ำมองจากตรงนี้คงจะเป็นอะไรที่ดีต่อหัวใจมากๆ เลยล่ะ ขณะที่ฉันกำลังเคลิบเคลิ้มกับบรรยากาศชวนฝันที่คิดไปไกล เสียงของคุณพายัพก็เรียกจนหลุดจากภวังค์ เขาชวนให้ไปเดินเล่นด้านล่างด้วยกัน ซึ่งฉันรีบพยักหน้าตอบรับทันที “หูววว น้ำใสมากกก หนูขอเล่นน้ำได้ไหมคะ” เมื่อได้เห็นทะเลแบบชัดเจนเต็มสองตา เสียงคลื่นและบรรยากาศรอบตัวปลุกหัวใจต้นหยงคนนี้ให้ตื่นเต้นไปหมดกับทุกสิ่ง ฉันหันไปถามคนหน้านิ่งขรึมที่ยืนทอดกายอยู่ข้างหลัง “ไม่ได้ เล่นตอนนี้ผิวไหม้กันหมดพอดี” เขาดุเสียงเรียบแต่แววตาเอาเรื่องอยู่ไม่น้อย ฉันก็เลยได้แต่ยู่ปากเพราะถูกขัดใจ “เอาไว้พรุ่งนี้แดดร่มๆ ฉันค่อยพามาเล่น” “เล่นเย็นนี้เลยไม่ได้เหรอคะ” ถามต่ออย่างพอมีหวัง “ไม่ได้ก็คือไม่ได้ เลิกเซ้าซี้ได้แล้ว “ก็ได้ค่ะ” ฉันตอบเขาเสียงหงอยเพราะโดนดุอีกจนได้ “ไม่ต้องทำหน้าแบบนั้นเลยนะ ที่ไม่ให้เล่นเย็นนี้เพราะฉันจะพาเธอไปทานซีฟู้ดด้วยกัน หรือว่าไม่ต้องไปแล้วเล่นน้ำแทน จะเอาแบบนี้ก็ได้นะ” “เอ้า ก็คุณไม่พูดให้เคลียร์นี่คะ ถ้าให้เลือกเรื่องกินกับเรื่องเล่น แน่นอนว่าหนูเลือกกินค่ะ” ฉันยิ้มแฉ่งจนคนตัวโตส่ายหน้าราวกับระอาใจเต็มที “คุณคะ หนูอยากกินไอติม” ฉันมองเห็นรถขายไอติมที่กำลังแล่นมาทางถนนเข้าชายหาดที่มีป่าสนขึ้นเรียงรายเป็นระเบียบจึงชี้นิ้วให้เขาหันไปดู คุณพายัพขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนจะหันไปออกคำสั่งกับลูกน้อง “ไอ้สิงหา มึงวิ่งไปเรียกรถไอติมมานี่หน่อย” “เดี๋ยวๆ ทำแบบนั้นไม่ได้นะคะ หนูจะไปซื้อเอง จะให้ลุงเขาขับรถเข้ามาได้ไงเล่า นี่ชายหาดนะ” พอฉันว่าไปอย่างนั้น คุณพายัพขยับปากจะพูดบางอย่างแต่เจอฉันชิงตัดหน้าซะก่อน “แค่นี้เอง หนูไปซื้อเองได้” จากนั้นฉันก็วิ่งตะโกนเรียกรถขายไอติมที่ดูเหมือนว่าลุงคนขายจะไม่เห็นและไม่ได้ยินเสียงฉันเลย ถึงได้ขับรถผ่านไปหน้าตาเฉย “ลุงค้า! ลุ๊งงง หยุดก่อน อยู่อยากกินไอติม” “เฮ้ย! ลุงหยุดดิ” และที่ฉันไม่คิดก็คือคุณพายัพกับลูกน้องวิ่งตามมาด้วย ราวกับว่าพวกเราลืมของมีค่าไว้บนรถลุงขายไอติมอย่างไรอย่างนั้น เสียงตะโกนดังอย่างแข็งแกร่งสุดพลังของคุณพายัพกลับหยุดรถลุงได้ ส่วนฉันนี่สิ ลูกกระเดือกแทบหลุดออกจากคอ! “ตะโกนเกือบตายไม่ได้ยินเลยรึไงลุง” คนตัวสูงส่งเสียงเข้มจนลุงคนขายมีสีหน้าหวาดกลัวท่าทางน่ายำเกรงปนอันธพาลของเขา “ขอโทษทีนะลูก ลุงหูไม่ค่อยดี” “คุณคะ จะไปว่าลุงทำไมเนี่ย สงสารแกออก” ฉันหันไปกระซิบใส่คนหน้าขรึมให้ได้ยินกันแค่สองคน ซึ่งเขาก็ทำเพียงเลิกคิ้วอย่างตั้งคำถามว่าใครแคร์ “แล้วใครอนุญาตให้ลุงเข้ามาขายที่นี่ ไม่รู้เหรอว่ามันเป็นพื้นที่ส่วนตัว” เสียงเย็นเยียบบวกสายตาเย็นวาบทำเอาฉันหนาวแทนลุงไปด้วย “อ้าวเหรอ ไม่เห็นมีป้ายบอกว่าห้ามเข้ามา ลุงเองก็ไม่รู้ด้วย ขอโทษนะลูก” แงง เขาเสียงดุกับคนแก่น่าสงสารแบบนี้ได้ยังไง “ฝั่งนี้ขายไม่ได้ แต่ถ้าเป็นหาดฝั่งโน้นน่ะขายได้ คราวหลังก็อย่าเข้าผิดทางล่ะ” “ลุงเข้าใจแล้ว” แกยิ้มรับคำคุณพายัพอย่างไม่นึกถือสาที่คนอายุอ่อนกว่าพูดจาแบบนั้นใส่ แต่เอาเข้าจริงลุงก็ผิดนั่นแหละถึงได้ถูกตักเตือน คราวหน้าคราวหลังจะได้ไม่ทำเหมือนเดิม “ลุงขา หนูขอเลือกไอติมหน่อยนะคะ” “จะเลือกทำไมให้ยุ่งยาก ก็เอาทั้งหมดเลยนั่นแหละ” เขาหันมาดุฉันต่อ คนอะไรดุเก๊งเก่ง “คุณจะเหมาไปให้ปลาโลมาช่วยกินเหรอคะ รอหนูเลือกไม่นานหรอก” ฉันเหนื่อยกับความรวยเว่อร์ๆ ของเขาซะจริงพายัพวางเค้กบนโต๊ะทรงกลมก่อนหยิบกล่องของขวัญห่อด้วยริบบิ้นสีแดงสดส่งยื่นให้คนน้อง “ของหนูค่ะ”“อะไรเหรอคะ”“ลองเปิดดูสิ” สีหน้ายิ้มภูมิใจของเขาทำให้เธอตื่นเต้นไปด้วยต้นหยงบรรจงแกะริบบิ้นและเปิดกล่องของขวัญอย่างทะนุถนอม ของด้านในไม่ใช่เครื่องประดับราคาสูงลิ่ว หากแต่มันคือน้ำหอมขวดหนึ่งเท่านั้น “กลิ่นหอมจังเลยค่ะ กลิ่นมันคุ้นๆ จัง” สีหน้าสงสัยพยายามครุ่นคิดอย่างหนัก “นี่มันกลิ่นเดียวกับเมื่อวานที่ติดเสื้อพี่นิคะ” “เก่งจริงๆ เลย เธอชอบไหมคะ พี่ทำเองเลยนะ”“ทำเอง?” เธอเบิกตามองแฟนหนุ่มอย่างประหลาดใจ “เอาเวลาที่ไหนไปทำคะ”“ก็หลังจากเลิกงาน ที่พี่กลับดึกก็เพราะแบบนี้แหละ พี่ลงคอร์สเรียนทำน้ำหอมค่ะ พี่ตั้งใจทำเพื่อเธอเลยนะ อุตส่าห์เลือกกลิ่นที่คิดว่าเข้ากับเธอที่สุดเพื่อจะเอามาเซอไพรส์วันนี้ แต่เมื่อวานเกือบแผนแตก” เขาหัวเราะร่า แต่ต้นหยงกำลังตื้นตันกับคำพูดของเขา“ที่รัก..” เรียกอีกคนเสียงแผ่วก่อนจะสวมกอดเขาทั้งน้ำตาอีกครั้ง “หนูขอโทษ ที่รักทำให้หนูตั้งขนาดนี้ แต่หนูคิดมากสารพัดเลย”“ไม่เอาน่า อย่าร้องไห้สิคะ”“ฮึก! เมื่อคืนหนูก็ไม่ได้ให้ที่รักกอด เพราะหนูน้อยใจคิดว่าที่รักไป
พักหลังๆ มานี้พายัพทำงานหามเช้าหามค่ำเป็นว่าเล่น ทั้งต้องดูแลกิจการที่มีอยู่ ไหนจะมีกิจการใหม่ที่ร่วมกับหุ้นส่วนอย่างพวกเพื่อนๆ แล้วก็ยังมีร้านขนมหวานของแม่ที่คืบหน้าไปได้ด้วยดี เขาจัดการทุกอย่างไม่มีขาดตกบกพร่อง สมกับเป็นท่านประธานของแบล็คเรดแต่ก็เพราะหน้าที่การงานมันรัดตัวด้วยนี่ยังไงล่ะ เขาจึงไม่ค่อยมีเวลาให้แฟนสาวมากเท่าที่ควร ได้แต่หวังว่าเธอจะเข้าใจต้นหยงเปิดเทอมแล้ว เด็กสาวไปเรียนตามปกติพร้อมด้วยเพื่อนสนิททั้งสามคน ชีวิตของเธอมันควรเป็นไปอย่างเรียบเฉยเหมือนเมื่อก่อน หากไม่ใช่เพราะรูปบิกี่ที่เคยลงไปเมื่อสองเดือนที่แล้ว “ใช่น้องต้นหยงปะครับ”“คะ? อะ..เอ่อ ใช่ค่ะ”“พี่ชื่อแบงค์นะ ติดตามเราในไอจี น้องสนใจมาเป็นถ่ายแบบโฆษณามั้ยครับ”“เอ่อ คือว่าหนู..” มันกระอักกระอ่วนใจเหลือเกิน เพราะต้นหยงไม่ใช่แม่เน็ตไอดอลสาวอย่างเห็ดหอมเพื่อนสนิท เธอไม่รู้จะรับมือกับความโด่งดังชั่วข้ามคืนได้ยังไง ทั้งที่ลบรูปนั้นออกไปแล้ว ก็ไม่วายมีแมวมองและรุ่นพี่ชวนไปถ่ายแบบ เล่นโฆษณาอยู่เสมอ “หนูขอเก็บไปคิดดูก่อนได้มั้ยคะพี่”“ได้สิครับ ได้เลย พี่จะรอคำตอบนะ หวังว่าเราคงได้ร่วมงานกัน” รุนพี่คนนั้
ก่อนเรื่องมันจะบานปลายไปกันใหญ่ ฉันรีบดึงแขนคนตัวสูงที่กร่างจะเข้าไปหาเรื่องแม่เลี้ยง มันคงไม่ดีต่อภาพลักษณ์ของเขาแน่ ถึงแม้ว่าฝ่ายนั้นจะกวนโมโหกันอยู่มากก็ตาม “อย่าเอาพิมเสนไปแลกเกลือค่ะ” ฉันเตือนสติเขา พี่พายัพถอนหายใจเฮือกใหญ่ “หนูไม่แคร์ว่าพวกคุณจะมองพี่พายัพยังไง แต่สำหรับหนูเขาคือคนที่ดีที่สุด ถ้าพวกคุณคิดว่าเขาคือคนในครอบครัวก็คงไม่พูดจาทำร้ายจิตใจกันขนาดนี้หรอกค่ะ” ไม่อยากปล่อยให้พี่พายัพเสียสุขภาพจิตไปมากกว่านี้ ฉันดึงแขนลากคนตัวสูงมาด้วยกัน ปล่อยให้เสียงด่าหยาบคายไร้วุฒิภาวะดังไล่หลัง ภายในรถขับกลับคอนโดปกคลุมไปด้วยความอึมครึมและเงียบเชียบ “พี่โอเคไหมคะ” ฉันแตะแขนคนตัวสูงเบาๆ ส่งสายตาอ่อนโยนและปลอบใจไปในตัว “ไม่ค่อยโอเคเท่าไรหรอกค่ะ พี่ไม่อยากเจอหน้าพวกเขาเลย ไม่คิดว่าจะบังเอิญเจอเหมือนกัน” เสียงเหนื่อยอ่อนยิ่งทำให้ฉันเป็นห่วง ความสัมพันธ์ของเขาและทั้งสามคนคงไม่ดีเลยสินะ ไม่อย่างนั้นเขาก็คงพูดเรื่องที่บ้านให้ฉันฟังบ้างแล้วล่ะ “เธอไม่ต้องคิดมากนะคะ พี่ไม่เป็นอะไรหรอก แค่เซ็งเฉยๆ” ฉันยิ้มอ่อน มือที่เคลื่อนมาวางบนหน้าขาแข็งแรง บีบเบาๆ อย่างให้กำลังใจ “พี่มีเธออยู่
แม้งานประชุมจะสิ้นสุดลงแล้ว ทว่าพี่พายัพทำตามสัญญาที่ให้ไว้คืออยู่พักผ่อนตามลำพังสองคนต่ออีกสองคืนก่อนจะกลับไปทำงานเหมือนเดิม แม้เป็นเพียงระยะเวลาสั้นๆ แต่ฉันก็มีความสุข ได้รับการเติมเต็มความรักจนอิ่มล้น เขาทำให้ฉันรู้สึกว่าตัวเองเป็นผู้หญิงที่โชคดีมากคนหนึ่ง “ตกลงลูกชอบเตียงแบบไหน” แม่หันมาถามฉันที่ยืนใจลอยคิดถึงแฟนหนุ่ม ขณะนี้เราอยู่กันที่ร้านเฟอร์นิเจอร์นำเข้าจากต่างประเทศชั้นนำโดยพี่คิเรย์เป็นคนพาเข้ามา แม่ได้บ้านแล้วเรียบร้อย เป็นบ้านจัดสรรในโครงการสุดหรูของย่านท่องเที่ยวแห่งนั้น ตัวหมู่บ้านอยู่ใกล้กับที่ดินซึ่งพี่พายัพจะทำร้านขนมให้ท่าน ตอนนี้ได้ดำเนินการลงเสาเข็มไปบ้างแล้ว “หรือถ้าหนูไม่ชอบเตียงที่นี่ ให้พี่สั่งนำเข้าดีไหมคะ” พี่คิเรย์ถามอย่างเอาใจเมื่อยังเห็นฉันนิ่งเฉยไม่ยอมตอบ “ไม่ต้องหรอกค่ะ หนูเอาเตียงนี้ก็ได้” ฉันชี้สุ่มไปยังเตียงคิงไซต์แต่ทว่าพอดูราคาชัดๆ อีกทีก็ต้องเบิกตากว้าง“ผมเอาเตียงนี้ด้วยนะครับ” พี่คิเรย์บอกกับพนักงานขายเฟอร์นิเจอร์อย่างรวดเร็ว “เปลี่ยนทันมั้ยคะ หนูลืมดูราคา” ฉันกระซิบเสียงแผ่วกับพี่ชาย“ทำไมคะ ราคามันยังไง”“มัน เอ่อ มันแพงค่ะ”“อ
ต้นหยง | Partฉันสูดลมหายใจเข้าออกสุดปอด ระงับความตื่นเต้นที่วิ่งจู่โจมหัวใจให้เต้นแรง ดวงตากลมโตจับจ้องบานประตูห้องน้ำด้วยความกลัวระคนกล้า ทั้งกลัวและกล้าก็ฉันนี่ไง…“เอาวะ แกทำได้ต้นหยง แกทำได้!” ฉันเรียกความมั่นใจกลับมา มองดูเสื้อคลุมอาบน้ำสีขาวที่สวมใส่ก่อนมือเรียวเอื้อมบิดที่จับประตูเปิดเข้าห้องน้ำซึ่งไม่ได้ล็อคราวกับรู้ว่ามีคนอยากเข้ามาหา ร่างสูงสง่าของพี่พายัพนอนแช่น้ำอุ่นอย่างสบายอารมณ์ มองเห็นกล้ามหน้าท้องเป็นลอนแข็งแรง เขารับรู้ถึงการมาของฉันเปลือกตาถึงได้ลืมขึ้นมามาเล็กน้อย ตามด้วยคิ้วเข้มเลิกสูงอย่างมีคำถามว่าเข้ามาทำไม “หนูขออาบน้ำด้วยคนนะคะ”เขาไม่ตอบและฉันก็ไม่รอ มือบางกระตุกเชือกรัดชุดคลุมจนคลายออกง่ายดายเห็นไปถึงไหนต่อไหน ฉันขยับแขนเพียงนิดเดียวชุดคลุมที่ว่าก็ไถลหลุดจากตัวลงไปกองที่ข้อเท้า เห็นได้ชัดว่าตอนนี้สายตาพี่พายัพเริ่มไม่มั่นคง เขามองฉันก่อนหันไปมองทางอื่นและหันมามองฉันอีกที อารมณ์ประมาณอยากมองตาไม่อยากเสียฟอร์มฉันยิ้มออกมาเล็กน้อย ขาเรียวสวยก้าวลงอ่างด้วยท่าทางมั่นใจ จนถึงตอนนี้พี่พายัพยังคงเมินเฉยไม่ยอมสบตาได้อย่างไรกัน “หนูถูสบู่ให้เอาไหมคะ”
การประชุมหารือสำคัญประจำปีกินเวลายาวนานกว่าสามชั่วโมง เสร็จจากประชุมคืองานเลี้ยงที่รวมเหล่าสมาชิกแก๊งแบล็คเรดและครอบครัวของแต่ละคนไว้อย่างคับคั่ง “โอ้โห! สุดจัด” เสียงมาร์ตินที่เดินตามหลังเพื่อนออกจากห้องประชุมร้องทึ่งกับบางอย่าง ดวงตาคมวาวจ้องมองบางสิ่งในสมาร์ตโฟนเครื่องหรู “รีบๆ เดินหน่อยไอ้นี่ ส่องสาวอยู่อีกล่ะสิ” คิเรย์หันไปเร่งเพื่อน แค่เห็นท่าทางของเขามันก็ดูออกหมดแล้ว “สาวที่กูส่องพวกมึงก็รู้จักกันดี” ทีแรกพายัพจะไม่สนใจด้วยซ้ำ ทว่ามาร์ตินเดินแทรกระหว่างกลางเขาและคิเรย์ มันส่งมือถือให้ดูจนทั้งสองคนหยุดเดินพร้อมกันขาแข็ง หัวใจเต้นเร็วขึ้น ใบหน้าเห่อร้อนพร้อมความโกรธที่ค่อยๆ ปกคลุมร่างกายที่เห็นนี่มันคืออะไร!เด็กสาวสองคนในชุดบิกินี่สีหวานหวาบหวิว โพสต์ท่าทางน่ารักโชว์เนื้อหนังมังสาให้คนติดตามนับแสนได้เชยชม ลำคอพายัพแห้งผาก เส้นเลือดตรงขมับเต้นตุบๆ เขาและคิเรย์เงยหน้ามองตากันอย่างไม่ต้องนัดหมาย ต่างรู้กันดีว่าครั้งนี้มันยอมตามใจไม่ได้จริงๆ ในส่วนของต้นหยงและเห็ดหอม พวกเธอได้รับข้อความให้มารอในงานเลี้ยงได้เลย สถานที่ในโรงแรมหรูซึ่งมีโดมกระจกกว้าง ทำให้บรรยากาศยามค่ำ
พายัพเดินทางมาถึงผับ พบว่าต้นหยงและเพื่อนที่มาด้วยกันเมาแอ๋จนสลบไปแล้ว เขาจึงสั่งให้ลูกน้องคนสนิทคือสิงหาและองอาจแบกร่างเล็กของทั้งคู่ขึ้นชั้นบน การปรากฏตัวของพายัพที่นี่ดึงดูดความสนใจไม่น้อย เพียงไม่นานคิเรย์เจ้าของผับก็ปรากฏตัวขึ้นหลังจากให้เขาทนนั่งรอหลายนาที “มาหากูถึงนี่มีไรวะ” หนุ่มลูกครึ
“คะ…คุณ” กว่าจะพูดคำแรกได้เล่นเอากลั้นหายใจจนเหนื่อยเลยล่ะ “คุณจับฉันมาทำไม แล้วนี่…ฉันอยู่ที่ไหนวะเนี่ย”“ยังจะมีหน้ามาถามอีกเหรอว่าฉันจับเธอมาทำไม” น้ำเสียงเข้มขรึมมีแววไม่พอใจต่อท่าทางของฉันอันที่จริงฉันรู้อยู่แก่ใจแต่แค่ตีบทเด็กสาวที่ถูกกระทำก็เท่านั้น“เธอเอาอะไรไปจากฉันล่ะ” สายตาคมดุทำให้ฉัน
ต้นหยง | partแท็กซี่คันคุ้นตาของลุงประพจน์จอดเทียบหน้าบ้าน ฉันลงไปเปิดประตูรถให้ยายก่อนจะค่อยๆ พยุงท่านเข้ามานั่งพักด้านใน แม่และน้องชายที่เห็นว่าพวกเรากลับมาจากโรงพยาบาลแล้วต่างกุลีกุจอเข้ามาช่วยขนของ“เป็นยังไงบ้างจ๊ะแม่ หมอว่ายังไงบ้าง” แม่ถามไถ่การของยายอย่างเป็นห่วงเป็นใย ตอนที่ยายต้องแอดมิทน
บทนำห้างสรรพสินค้าชื่อดังใจกลางเมืองกลายเป็นแหล่งนัดเจอกันของต้นหยงและเพื่อนสนิทที่วันนี้ไม่ได้มาทานไอศกรีมหรือเดินเอ้อระเหยลอยชายตากแอร์เฉยๆ แต่พวกเธอนัดกับรุ่นพี่ที่สนิทมากๆ ไว้ต่างหาก“พี่บูมบอกว่ารอเราอยู่ที่ร้านซูชิ” คนพูดมองดูนาฬิกาข้อมือด้วยสีหน้าร้อนรน“งั้นก็รีบไปกันเถอะ เลทมาหลายนาทีแล้ว

![นรสิงห์ [มาเฟียร้ายรัก]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)





