Masukเมื่อเลือกไอติมรสที่อยากกินเสร็จ ฉันก็ดันหากระเป๋าตังค์ของตัวเองไม่เจอ สงสัยคงลืมไว้ที่ห้องแหงๆ ในช่วงจังหวะที่จะหันไปขอร้องคนข้างตัวช่วยจ่ายแทนก่อน เขากลับยื่นแบงค์พันให้คุณลุงพร้อมประโยคที่ว่า “ไม่ต้องทอน”
เมื่อรถขายไอติมของคุณลุงวิ่งออกไปจากพื้นที่ตรงนี้ ฉันก็ยิ้มแป้นเพราะลาภปากที่มีคนเลี้ยง “อะ หนูให้คุณ” “ฉันไม่กิน” “เอาไปเถอะค่ะ หนูซื้อมาเยอะ ถึงแม้หนูจะไม่ใช่คนจ่ายก็ตาม” ฉันหัวเราะคิกจนคนตัวสูงมองแรงใส่ “เอาไปสิคะ ไหนบอกพาหนูมาเที่ยว เพราะฉะนั้นคุณก็ควรตามใจหนูหน่อยสิ” “เธอนี่มันน่ารำคาญจริงๆ” ปากบอกฉันน่ารำคาญแต่สุดท้ายก็ยอมรับของที่ฉันยื่นให้ แอบหัวเราะเขานิดหน่อยก่อนหยิบไอติมแท่งอื่นส่งให้พี่ๆ บอดี้การ์ด ซึ่งไม่มีใครกล้ารับกันสักคน “เอาไปเถอะ” แต่พอคุณพายัพพูดแบบนั้นกลับทำตามแต่โดยดี ฉันล่ะเซ็ง! ช่วงเย็นเขาพาฉันและบอดี้การ์ดไปกินซีฟู้ดอย่างที่บอกไว้จริงๆ ซึ่งร้านที่เขาสรรหามาก็ช่างไพรเวทซะเหลือเกิน มันให้ความรู้สึกประหนึ่งทั้งร้านต้องบริการแค่โต๊ะเรา ความเป็นส่วนตัวสุดๆ แบบนี้ ฉันเข้าใจนะ เพราะเขาไม่ใช่คนธรรมดาๆ อย่างเรายังไงล่ะ จะทำอะไรมันก็ต้องมีลำดับขั้นตอนที่ถูกที่ควรและปลอดภัยไว้เสมอ ทานซีฟู้ดเสร็จก็พากันกลับโรงแรม ระหว่างนั่งในรถฉันไม่สามารถหยุดเรอได้เลย กลิ่นอะไรต่อมิอะไรที่พวยพุ่งออกจากปากทำเอาคนข้างตัวมองตาดุตาแข็งมาตลอดทาง แต่ให้ทำไงเล่าก็คนมันอิ่มแปล้เลยนี่นา “เลิกนอนตีพุงแล้วเข้าไปอาบน้ำสักที” เขาหันมาสั่งฉันเสียงเข้มหลังจากที่เข้าห้องมาได้ก็ไล่ไปอาบน้ำอาบท่าแต่ยังเจอฉันนอนตัวยาวบนเตียงเหมือนหนอนชาเขียว “คุณก็ไปอาบก่อนสิคะ” “เดี๋ยวนี้กล้าสั่งฉันแล้วเหรอ” “หนูไม่ได้สั่งนะคะ หนูแค่บอกให้คุณอาบก่อนได้เลย เดี๋ยวหนูอาบหลังคุณก็ได้” ฉันรีบอธิบายให้เขาเข้าใจในขณะที่ยังคงหลับตาพริ้มอย่างสุขสบายอารมณ์ “ไม่ต้องมาลีลาท่าเยอะ สั่งอะไรก็ทำให้มันเร็วๆ หน่อย ถ้ายังชักช้าทำหูทวนลมอีก ฉันจะอุ้มเธอเข้าไปอาบให้เอง” แหม! ทำมาเป็นเสียงดุ หน้าขรึม ฉันไม่กลัวหรอกจะบอกให้ “ว้ายยยย!” ฉันยังไม่ทันผงกหัวดูอีกคนเลยนะ กลับโดนร่างสูงกำยำของคุณพายัพอุ้มขึ้นมาแนบอก กลิ่นน้ำหอมของเขาฟุ้งอยู่เต็มจมูก ใบหน้าหล่อจัดไม่มีท่าทีล้อเล่นเลย “ฮื่อ คุณปล่อยหนูเดี๋ยวนี้เลยนะคะ หนูจะอาบเอง” “อย่ามาออกคำสั่งกับฉัน ฉันไม่ชอบ!” แงง แล้วคิดว่าทีตัวเองสั่งคนอื่นนี่ชอบมากเหรอ เขาอุ้มฉันวางใต้เรนชาวเวอร์ก่อนจะเปิดน้ำแล้วล็อคให้อยู่นิ่งๆ จนเปียกไปหมด ตัวเขาเองก็เปียกแต่เป็นความเปียกที่ทำให้หล่อกว่าเดิมแบบสามร้อยเปอร์เซ็นต์ ส่วนฉันไม่ต่างอะไรจากลูกหมาพลัดตกน้ำ “อื้อ! คุณพายัพพอแล้ว หนูอาบเองได้” ฉันส่ายหน้าหลบหนีคนตัวโตที่พยายามบีบคางให้กลับมาอยู่ใต้เรนชาวเวอร์เหมือนเดิม แล้วแรงเขาใช่น้อยๆ ซะเมื่อไร กรามฉันแทบหัก “ก็แค่นี้ ทีหลังถ้าเธอยังติดเล่นอีก ฉันจะไม่ใจดีแล้ว จำไว้ซะ” ร่างของฉันที่โดนมือหนาผลักออกแทบจะกระเด็นใส่ผนังห้องน้ำอยู่แล้ว เขาต้องเป็นไบโพลาร์แน่ๆ เดี๋ยวก็ดีเดี๋ยวก็ร้ายจนตามไม่ทัน หนึ่งนาทีมีร้อยอารมณ์ เมื่อฉันอาบน้ำเสร็จก็ออกมาใส่เสื้อผ้าที่เขาตั้งเตรียมไว้ให้ เสื้อผ้าพวกนี้เขาสั่งให้ลูกน้องเตรียมมาให้ฉัน ลูกน้องคนนั้นคือพี่ตะวัน เมื่อออกมาจากห้องน้ำก็เจอคนตัวโตที่นั่งไถไอแพดอย่างคล่องแคล่ว แต่สิ่งที่สะดุดตาฉันมากที่สุด เห็นจะเป็นหุ่นกำยำน่ามองของเขาเพราะตอนนี้คุณพายัพมีแค่ผ้าขนหนูพันท่อนกายด้านล่าง “คะ…คุณจะอาบน้ำต่อจากหนูเลยมั้ยคะ” ฉันเสียมารยาทขัดจังหวะ เขาเงยหน้ามองกันเล็กน้อยก่อนคิ้วเรียวเข้มจะขมวดชนกัน “มองอะไรของเธอ” “มะ…ไม่ได้มอง” ถึงปากจะตอบอย่างนั้นแต่ฉันก็หยุดจ้องเขาไม่ได้เลย บ้าไปแล้วต้นหยง “เด็กทะลึ่ง! เช็ดน้ำลายเธอด้วย มันจะไหลไปถึงคางแล้วน่ะ” เขาไม่พูดเปล่าแต่กลับปาหมอนอิงโซฟาใส่ฉันจนต้องโยกตัวหลบ เมื่อคุณพายัพเข้าไปอาบน้ำบ้าง ฉันก็ขึ้นไปนอนตีขาเล่นมือถือบนเตียงกว้างอย่างสบายอกสบายใจ กระทั่งรู้ตัวอีกทีก็ตอนที่เขาสะกิดปลุก ฉันคงไถมือถือดูอะไรเพลินๆ จนเผลอหลับไปสินะ ” ลุกไปนอนให้มันดีๆ” พอเขาสั่งอย่างนั้นฉันก็จัดการล้มตัวนอนที่ริมเตียงด้านซ้ายด้วยสภาพงัวเงียจัด แต่คนตัวโตกลับกระชากผ้าห่มฉันออกจากตัวราวกับว่าฉันทำอะไรผิด “ฮื่อ มีอะไรอีกคะ หนูจะนอน” “ไม่ได้ยินที่สั่งรึไง ฉันบอกให้เธอลุกไปนอนดีๆ” “ก็นี่ไงคะ” ฉันตบเตียงให้เขาเห็นว่านอนตรงนี้มันไม่ดียังไง “ตลกเหรอ! ที่นอนเธออยู่โน่น ลุกไปซะ” “อ้าว!” ฉันมองตามสายตาคมเข้มก็เจอเข้ากับโซฟาเบดหนังตัวยาว นี่จะให้ฉันนอนตรงนั้นน่ะเหรอ “ไม่ต้องมางง เธอคงไม่คิดว่าฉันจะนอนร่วมเตียงกับเธอจริงๆ ใช่ไหม” ท่าทางเอาเรื่องของเขากำลังลดทอนความมั่นใจฉันมากๆ “ก็ได้ค่ะ หนูนอนโซฟาก็ได้” ฉันยู่ปากใส่คนหน้าดุอย่างอ่อนใจก่อนจะลุกคว้าหมอนแล้วเดินไปทิ้งตัวนอนตรงโซฟาอย่างตัดปัญหา รุ่งเช้าของวันต่อมา คุณพายัพมีนัดคุยงานจึงไม่ได้อยู่คุมฉันด้วยตัวเอง กระนั้นก็ยังให้พี่ตะวันและลูกน้องอีกสองคนคอยตามประกบดูแลไม่ห่าง จวบจนเวลาบ่ายแก่ๆ เขาก็ให้พี่ตะวันพาตัวฉันมาส่งที่ท่าเรือ ซึ่งเรือทุกลำในบริเวณฝั่งล้วนเต็มไปด้วยความลักชัวรี วีไอพีหรูหราขั้นสุด ฉันได้แต่ตะลึงอ้าปากค้างตอนที่พี่ตะวันพาขึ้นเรือไปยังห้องส่วนตัวที่คุณพายัพนั่งจิบไวน์รออยู่ก่อนแล้ว “คุณจะพาหนูไปไหนเหรอคะ” “ไปฆ่าทิ้งกลางทะเล” “หา!” ฉันอุทานเสียงดังจนคนหน้าขรึมแสยะยิ้มชอบใจ “หยอกเล่นแค่นี้ทำเป็นขวัญอ่อนไปได้ ก็เธอบอกเองไม่ใช่เหรอว่าอยากไปดำน้ำดูปะการัง นี่ไงฉันกำลังจะพาไป” “จริงเหรอคะ คุณจะพาหนูไปจริงๆ เหรอ” “อืม แล้วก็เลิกเกาะระเบียงแบบนั้นด้วย เกิดเธอตกลงไปก่อนถึงจุดดำน้ำ ฉันไม่มีเวลางมหาร่างหรอกนะ” เขาว่าเสียงเรียบก่อนยกไวน์จิบ คนอะไรปากคอเราะรายที่สุด หลังจากดำน้ำดูปะการังจนหนำใจ ได้เห็นอะไรต่อมิอะไรใต้ท้องทะเลลึก คุณพายัพก็พาล่องเรือกลับฝั่งเป็นเวลาใกล้ค่ำพอดี เขาไล่ฉันอาบน้ำอีกรอบหลังจากที่อาบน้ำจืดบนเรือมาบ้างแล้ว และครั้งนี้ฉันไม่อิดออดเลยแม้แต่น้อย แทบจะเป็นการพุ่งหาห้องน้ำมากกว่า เหตุผลก็เพราะไม่อยากโดนแบบเมื่อวาน อาบน้ำทำธุระอะไรเสร็จก็ออกมาด้านนอกด้วยสีหน้าแววตาสดชื่น แต่มันก็สดชื่นได้แค่เดี๋ยวเดียวเท่านั้นเพราะว่าตอนนี้ขาฉันแทบจะก้าวไม่ออกอยู่แล้ว ภาพตรงหน้าที่เห็นคือคุณพายัพกับพนักงานสาวคนเมื่อวานกำลังนัวเนียกันบนเตียงอย่างดุเดือดเร่าร้อน ท่อนบนของเขาล่อนจ้อนจนเห็นกล้ามเนื้อแข็งแรงเป็นมัดๆ ส่วนผู้หญิงที่กำลังนั่งคร่อมตักคุณพายัพบดเบียดร่างกายตัวเองเข้าหาเขา ช่วงล่างของเธอมีเพียงแพนตี้ลายลูกไม้ ส่วนท่อนบนยังเป็นเชิ้ตยูนิฟอร์มของโรงแรมชัดเจน “เอ่อ…ขอโทษที่ขัดจังหวะนะคะ” ฉันเอ่ยเรียกสติคนทั้งคู่ที่คงเตลิดไปไกล คุณพายัพหันมามองหน้าฉันด้วยแววตาคมกล้า สีหน้าขึงขังเหมือนอยากตำหนิกันเต็มที ส่วนผู้หญิงคนนั้นก็ตกใจที่เจอฉันก่อนจะลงจากตักคุณพายัพและตลบผ้าห่มคลุมกาย แต่แหม! คงไม่ทันแล้วมั้ง อีกนิดฉันก็เกือบจะเห็นหนังสดเรตอาร์แล้วนะ “ฉันลืมไปว่าเธออยู่ด้วย” ท่าทางเขาดูอารมณ์เสียไม่น้อยเลยล่ะที่เจอฉันขัดจังหวะเข้าด้ายเข้าเข็ม คุณพายัพหยิบมือถือก่อนโทรหาใครสักคนและกรอกน้ำเสียงติดจะหงุดหงิดให้ปลายสายรับทราบ “มาพาต้นหยงออกไปเดินเล่นสักสองชั่วโมงหน่อย” หน็อย! สั่งให้ลูกน้องพาฉันไปเดินเล่น นี่หมานะไม่ใช่คน เอ้ย! คนนะไม่ใช่หมา “ทำไมคุณไม่ไปทำกันที่อื่นคะ หรือว่าเปิดห้องอื่นให้หนูนอนก็ได้ คุณจะได้มีเวลาทำเต็มที่” พออีกคนวางสายฉันก็ยิงคำถามใส่ทันที แต่ดูเหมือนว่าฉันจะใช้คำผิดไปบ้าง คุณพายัพถึงได้ขมวดคิ้วมองหน้าราวฉันพูดสิ่งที่ผิดมหันต์ออกไป “ฉันจะตัดสินใจยังไงมันก็เรื่องของฉัน ถ้าเธอยังปากดีอีก ฉันจะไล่ไปนอนก้นทะเล” แววตาเขาช่างเยือกเย็นส่งเสริมให้ประโยคเมื่อครู่ดูน่ากลัวเข้าไปอีก แล้วไล่ฉันไปนอนก้นทะเล มันนอนยังไงล่ะวะ! “รีบๆ ไสหัวออกไปซะ! ไอ้สิงหามันรอเธออยู่” เฮ้อ! เอะอะก็ดุ เอะอะก็ไล่ นี่ตกลงเขาพาฉันมาเที่ยวหรือพามาเป็นที่ระบายอารมณ์กันแน่นะ ไอ้คนผีเข้าผีออกเอ้ย!พายัพวางเค้กบนโต๊ะทรงกลมก่อนหยิบกล่องของขวัญห่อด้วยริบบิ้นสีแดงสดส่งยื่นให้คนน้อง “ของหนูค่ะ”“อะไรเหรอคะ”“ลองเปิดดูสิ” สีหน้ายิ้มภูมิใจของเขาทำให้เธอตื่นเต้นไปด้วยต้นหยงบรรจงแกะริบบิ้นและเปิดกล่องของขวัญอย่างทะนุถนอม ของด้านในไม่ใช่เครื่องประดับราคาสูงลิ่ว หากแต่มันคือน้ำหอมขวดหนึ่งเท่านั้น “กลิ่นหอมจังเลยค่ะ กลิ่นมันคุ้นๆ จัง” สีหน้าสงสัยพยายามครุ่นคิดอย่างหนัก “นี่มันกลิ่นเดียวกับเมื่อวานที่ติดเสื้อพี่นิคะ” “เก่งจริงๆ เลย เธอชอบไหมคะ พี่ทำเองเลยนะ”“ทำเอง?” เธอเบิกตามองแฟนหนุ่มอย่างประหลาดใจ “เอาเวลาที่ไหนไปทำคะ”“ก็หลังจากเลิกงาน ที่พี่กลับดึกก็เพราะแบบนี้แหละ พี่ลงคอร์สเรียนทำน้ำหอมค่ะ พี่ตั้งใจทำเพื่อเธอเลยนะ อุตส่าห์เลือกกลิ่นที่คิดว่าเข้ากับเธอที่สุดเพื่อจะเอามาเซอไพรส์วันนี้ แต่เมื่อวานเกือบแผนแตก” เขาหัวเราะร่า แต่ต้นหยงกำลังตื้นตันกับคำพูดของเขา“ที่รัก..” เรียกอีกคนเสียงแผ่วก่อนจะสวมกอดเขาทั้งน้ำตาอีกครั้ง “หนูขอโทษ ที่รักทำให้หนูตั้งขนาดนี้ แต่หนูคิดมากสารพัดเลย”“ไม่เอาน่า อย่าร้องไห้สิคะ”“ฮึก! เมื่อคืนหนูก็ไม่ได้ให้ที่รักกอด เพราะหนูน้อยใจคิดว่าที่รักไป
พักหลังๆ มานี้พายัพทำงานหามเช้าหามค่ำเป็นว่าเล่น ทั้งต้องดูแลกิจการที่มีอยู่ ไหนจะมีกิจการใหม่ที่ร่วมกับหุ้นส่วนอย่างพวกเพื่อนๆ แล้วก็ยังมีร้านขนมหวานของแม่ที่คืบหน้าไปได้ด้วยดี เขาจัดการทุกอย่างไม่มีขาดตกบกพร่อง สมกับเป็นท่านประธานของแบล็คเรดแต่ก็เพราะหน้าที่การงานมันรัดตัวด้วยนี่ยังไงล่ะ เขาจึงไม่ค่อยมีเวลาให้แฟนสาวมากเท่าที่ควร ได้แต่หวังว่าเธอจะเข้าใจต้นหยงเปิดเทอมแล้ว เด็กสาวไปเรียนตามปกติพร้อมด้วยเพื่อนสนิททั้งสามคน ชีวิตของเธอมันควรเป็นไปอย่างเรียบเฉยเหมือนเมื่อก่อน หากไม่ใช่เพราะรูปบิกี่ที่เคยลงไปเมื่อสองเดือนที่แล้ว “ใช่น้องต้นหยงปะครับ”“คะ? อะ..เอ่อ ใช่ค่ะ”“พี่ชื่อแบงค์นะ ติดตามเราในไอจี น้องสนใจมาเป็นถ่ายแบบโฆษณามั้ยครับ”“เอ่อ คือว่าหนู..” มันกระอักกระอ่วนใจเหลือเกิน เพราะต้นหยงไม่ใช่แม่เน็ตไอดอลสาวอย่างเห็ดหอมเพื่อนสนิท เธอไม่รู้จะรับมือกับความโด่งดังชั่วข้ามคืนได้ยังไง ทั้งที่ลบรูปนั้นออกไปแล้ว ก็ไม่วายมีแมวมองและรุ่นพี่ชวนไปถ่ายแบบ เล่นโฆษณาอยู่เสมอ “หนูขอเก็บไปคิดดูก่อนได้มั้ยคะพี่”“ได้สิครับ ได้เลย พี่จะรอคำตอบนะ หวังว่าเราคงได้ร่วมงานกัน” รุนพี่คนนั้
ก่อนเรื่องมันจะบานปลายไปกันใหญ่ ฉันรีบดึงแขนคนตัวสูงที่กร่างจะเข้าไปหาเรื่องแม่เลี้ยง มันคงไม่ดีต่อภาพลักษณ์ของเขาแน่ ถึงแม้ว่าฝ่ายนั้นจะกวนโมโหกันอยู่มากก็ตาม “อย่าเอาพิมเสนไปแลกเกลือค่ะ” ฉันเตือนสติเขา พี่พายัพถอนหายใจเฮือกใหญ่ “หนูไม่แคร์ว่าพวกคุณจะมองพี่พายัพยังไง แต่สำหรับหนูเขาคือคนที่ดีที่สุด ถ้าพวกคุณคิดว่าเขาคือคนในครอบครัวก็คงไม่พูดจาทำร้ายจิตใจกันขนาดนี้หรอกค่ะ” ไม่อยากปล่อยให้พี่พายัพเสียสุขภาพจิตไปมากกว่านี้ ฉันดึงแขนลากคนตัวสูงมาด้วยกัน ปล่อยให้เสียงด่าหยาบคายไร้วุฒิภาวะดังไล่หลัง ภายในรถขับกลับคอนโดปกคลุมไปด้วยความอึมครึมและเงียบเชียบ “พี่โอเคไหมคะ” ฉันแตะแขนคนตัวสูงเบาๆ ส่งสายตาอ่อนโยนและปลอบใจไปในตัว “ไม่ค่อยโอเคเท่าไรหรอกค่ะ พี่ไม่อยากเจอหน้าพวกเขาเลย ไม่คิดว่าจะบังเอิญเจอเหมือนกัน” เสียงเหนื่อยอ่อนยิ่งทำให้ฉันเป็นห่วง ความสัมพันธ์ของเขาและทั้งสามคนคงไม่ดีเลยสินะ ไม่อย่างนั้นเขาก็คงพูดเรื่องที่บ้านให้ฉันฟังบ้างแล้วล่ะ “เธอไม่ต้องคิดมากนะคะ พี่ไม่เป็นอะไรหรอก แค่เซ็งเฉยๆ” ฉันยิ้มอ่อน มือที่เคลื่อนมาวางบนหน้าขาแข็งแรง บีบเบาๆ อย่างให้กำลังใจ “พี่มีเธออยู่
แม้งานประชุมจะสิ้นสุดลงแล้ว ทว่าพี่พายัพทำตามสัญญาที่ให้ไว้คืออยู่พักผ่อนตามลำพังสองคนต่ออีกสองคืนก่อนจะกลับไปทำงานเหมือนเดิม แม้เป็นเพียงระยะเวลาสั้นๆ แต่ฉันก็มีความสุข ได้รับการเติมเต็มความรักจนอิ่มล้น เขาทำให้ฉันรู้สึกว่าตัวเองเป็นผู้หญิงที่โชคดีมากคนหนึ่ง “ตกลงลูกชอบเตียงแบบไหน” แม่หันมาถามฉันที่ยืนใจลอยคิดถึงแฟนหนุ่ม ขณะนี้เราอยู่กันที่ร้านเฟอร์นิเจอร์นำเข้าจากต่างประเทศชั้นนำโดยพี่คิเรย์เป็นคนพาเข้ามา แม่ได้บ้านแล้วเรียบร้อย เป็นบ้านจัดสรรในโครงการสุดหรูของย่านท่องเที่ยวแห่งนั้น ตัวหมู่บ้านอยู่ใกล้กับที่ดินซึ่งพี่พายัพจะทำร้านขนมให้ท่าน ตอนนี้ได้ดำเนินการลงเสาเข็มไปบ้างแล้ว “หรือถ้าหนูไม่ชอบเตียงที่นี่ ให้พี่สั่งนำเข้าดีไหมคะ” พี่คิเรย์ถามอย่างเอาใจเมื่อยังเห็นฉันนิ่งเฉยไม่ยอมตอบ “ไม่ต้องหรอกค่ะ หนูเอาเตียงนี้ก็ได้” ฉันชี้สุ่มไปยังเตียงคิงไซต์แต่ทว่าพอดูราคาชัดๆ อีกทีก็ต้องเบิกตากว้าง“ผมเอาเตียงนี้ด้วยนะครับ” พี่คิเรย์บอกกับพนักงานขายเฟอร์นิเจอร์อย่างรวดเร็ว “เปลี่ยนทันมั้ยคะ หนูลืมดูราคา” ฉันกระซิบเสียงแผ่วกับพี่ชาย“ทำไมคะ ราคามันยังไง”“มัน เอ่อ มันแพงค่ะ”“อ
ต้นหยง | Partฉันสูดลมหายใจเข้าออกสุดปอด ระงับความตื่นเต้นที่วิ่งจู่โจมหัวใจให้เต้นแรง ดวงตากลมโตจับจ้องบานประตูห้องน้ำด้วยความกลัวระคนกล้า ทั้งกลัวและกล้าก็ฉันนี่ไง…“เอาวะ แกทำได้ต้นหยง แกทำได้!” ฉันเรียกความมั่นใจกลับมา มองดูเสื้อคลุมอาบน้ำสีขาวที่สวมใส่ก่อนมือเรียวเอื้อมบิดที่จับประตูเปิดเข้าห้องน้ำซึ่งไม่ได้ล็อคราวกับรู้ว่ามีคนอยากเข้ามาหา ร่างสูงสง่าของพี่พายัพนอนแช่น้ำอุ่นอย่างสบายอารมณ์ มองเห็นกล้ามหน้าท้องเป็นลอนแข็งแรง เขารับรู้ถึงการมาของฉันเปลือกตาถึงได้ลืมขึ้นมามาเล็กน้อย ตามด้วยคิ้วเข้มเลิกสูงอย่างมีคำถามว่าเข้ามาทำไม “หนูขออาบน้ำด้วยคนนะคะ”เขาไม่ตอบและฉันก็ไม่รอ มือบางกระตุกเชือกรัดชุดคลุมจนคลายออกง่ายดายเห็นไปถึงไหนต่อไหน ฉันขยับแขนเพียงนิดเดียวชุดคลุมที่ว่าก็ไถลหลุดจากตัวลงไปกองที่ข้อเท้า เห็นได้ชัดว่าตอนนี้สายตาพี่พายัพเริ่มไม่มั่นคง เขามองฉันก่อนหันไปมองทางอื่นและหันมามองฉันอีกที อารมณ์ประมาณอยากมองตาไม่อยากเสียฟอร์มฉันยิ้มออกมาเล็กน้อย ขาเรียวสวยก้าวลงอ่างด้วยท่าทางมั่นใจ จนถึงตอนนี้พี่พายัพยังคงเมินเฉยไม่ยอมสบตาได้อย่างไรกัน “หนูถูสบู่ให้เอาไหมคะ”
การประชุมหารือสำคัญประจำปีกินเวลายาวนานกว่าสามชั่วโมง เสร็จจากประชุมคืองานเลี้ยงที่รวมเหล่าสมาชิกแก๊งแบล็คเรดและครอบครัวของแต่ละคนไว้อย่างคับคั่ง “โอ้โห! สุดจัด” เสียงมาร์ตินที่เดินตามหลังเพื่อนออกจากห้องประชุมร้องทึ่งกับบางอย่าง ดวงตาคมวาวจ้องมองบางสิ่งในสมาร์ตโฟนเครื่องหรู “รีบๆ เดินหน่อยไอ้นี่ ส่องสาวอยู่อีกล่ะสิ” คิเรย์หันไปเร่งเพื่อน แค่เห็นท่าทางของเขามันก็ดูออกหมดแล้ว “สาวที่กูส่องพวกมึงก็รู้จักกันดี” ทีแรกพายัพจะไม่สนใจด้วยซ้ำ ทว่ามาร์ตินเดินแทรกระหว่างกลางเขาและคิเรย์ มันส่งมือถือให้ดูจนทั้งสองคนหยุดเดินพร้อมกันขาแข็ง หัวใจเต้นเร็วขึ้น ใบหน้าเห่อร้อนพร้อมความโกรธที่ค่อยๆ ปกคลุมร่างกายที่เห็นนี่มันคืออะไร!เด็กสาวสองคนในชุดบิกินี่สีหวานหวาบหวิว โพสต์ท่าทางน่ารักโชว์เนื้อหนังมังสาให้คนติดตามนับแสนได้เชยชม ลำคอพายัพแห้งผาก เส้นเลือดตรงขมับเต้นตุบๆ เขาและคิเรย์เงยหน้ามองตากันอย่างไม่ต้องนัดหมาย ต่างรู้กันดีว่าครั้งนี้มันยอมตามใจไม่ได้จริงๆ ในส่วนของต้นหยงและเห็ดหอม พวกเธอได้รับข้อความให้มารอในงานเลี้ยงได้เลย สถานที่ในโรงแรมหรูซึ่งมีโดมกระจกกว้าง ทำให้บรรยากาศยามค่ำ
หลังกลับจากภูเก็ต ต้นหยงยังต้องทำงานใช้หนี้ที่คฤหาสน์ตระกูลอัครเตโชภิวัฒน์ เพียงแต่งานของเธอไม่ได้มากมายร่ายยาวเป็นหางว่าวเหมือนครั้งแรกอีกแล้ว เด็กสาวรู้มาจากปากแม่นมถึงเรื่องครั้งก่อนที่เขาลงโทษเธอโดยการให้เป็นเหยื่อล่อเสือ เสือที่แปลว่าเสือจริงๆ สัตว์สี่ขาที่เลี้ยงไว้ในคฤหาสน์ของเขา แม่นมบอกว่า
ฉันไม่คาดคิดว่าการตกเป็นลูกหนี้มาเฟียของคุณพายัพจะได้รับอภิสิทธิ์อะไรอย่างนี้ด้วย มันค่อนข้างเป็นอะไรที่ไกลเกินตัวไปหน่อย แต่มันก็เกิดขึ้นแล้ว เขาพาฉันและลูกน้องที่ตามประกบเพียงไม่กี่คนขึ้นเครื่องบินส่วนตัวเพื่อมุ่งหน้าไปยังภูเก็ต แว่วๆ ว่าโรงแรมที่พักก็ระดับไฮคลาส แค่มีเงินอย่างเดียวใช่ว่าจะเข้าพ
“หยง พวกพี่ๆ เขาคือใครเหรอ” เห็ดที่ยืนตาค้างอยู่นานสะกิดถามอย่างสงสัยใคร่รู้เต็มประดา“เอ่อ ลูกน้องของเจ้านายฉันเอง”“คนที่แกไปติวให้ลูกชายเขาน่ะเหรอ”“ใช่ๆ คนนั้นแหละ” ฉันแถไปเรื่อย พอได้รู้คำตอบ เห็ดที่ซื่ออยู่แล้วก็ไม่คิดจะถามอะไรต่อ“นายฝากมาบอกอีกว่าถ้าเสร็จงานที่โรงเรียนแล้วให้ผมรอรับคุณต้นหย
เด็กสาวเป็นลมหมดสติเพราะความกลัวที่กัดกินหัวใจ ร่างของเธอถูกเคลื่อนย้ายเข้าไปพักในตัวคฤหาสน์ ห้องส่วนตัวของนายใหญ่ จวบจนเวลาพลบค่ำจึงได้สติฟื้นคืนอีกครั้งพายัพสั่งให้คนนำตัวเธอลงมาและจัดการพาไปส่งบ้าน บรรยากาศภายในรถเงียบกริบไร้ซึ่งเสียงพูดคุย สายตาเขาคอยลอบมองเด็กสาวข้างตัวตลอด เธอนั่งตัวแทบติดไป







