เข้าสู่ระบบ“จะไปไหนก็ไป”
ลลิดาเดินเข้าไปในห้องแต่งตัว ก่อนจะพยายามถอดชุดเจ้าสาว แต่ทว่าเธอกลับไม่สามารถรูดซิปด้านหลังได้ พยายามอยู่นานจนคิดว่าต้องมีใครสักคนช่วย
“ทำไมมันถอดยากถอดเย็นอย่างนี้นะ เฮ้อ! คงไม่มีทางเลือกแล้วสินะ” ว่าแล้วก็เดินออกไปจากห้องแต่งตัว เพื่อให้เจ้าบ่าวช่วยรูดซิปลงให้
เดินออกมาแล้วลลิดาก็เบิกตาโพลงด้วยความตกใจ ส่งเสียงกรี๊ดเมื่อเห็นศรัณย์ยืนเปลือยกายล่อนจ้อนอยู่กลางห้อง
“กรี๊ด!”
“เหี้ย!”
เจ้าหล่อนยกมือขึ้นมาปิดตา ส่วนศรัณย์รีบหยิบผ้าเช็ดตัวขึ้นมาพันรอบเอวไว้ แม้ว่าเขาจะเคยแก้ผ้าต่อหน้าผู้หญิงมานักต่อนัก แต่ทว่ากับเธอคนนี้รู้สึกอายขึ้นมาซะดื้อ ๆ
“เป็นบ้าอะไรจู่ ๆ ก็เดินออกมา”
“ฉันจะให้คุณช่วยรูดซิปด้านหลังให้ค่ะ ฉันรูดเองไม่ได้” เธออธิบายแต่ยังไม่ยอมลดมือลง
“เอามือลงได้แล้ว”
เจ้าหล่อนค่อย ๆ ลดมือลง เปิดเปลือกตาสวยขึ้นอย่างช้า ๆ พบว่าตอนนี้ศรัณย์ยืนเท้าสะเอวโดยมีผ้าเช็ดตัวสีขาวพันรอบเอวไว้แล้ว
“ฉันขอโทษค่ะ”
“ช่างมันเถอะ จะให้ช่วยรูดซิปไม่ใช่เหรอ หันหลังมาสิ” ชายหนุ่มกล่าวด้วยน้ำเสียงห้วนสั้น บ่งบอกว่ากำลังอารมณ์ไม่ดี
ลลิดาเดินเข้าไปใกล้แล้วหันหลังให้ชายหนุ่ม มือทั้งสองข้างกอดที่โครงเสื้อเอาไว้เพื่อกันไม่ให้หลุด
ศรัณย์เอื้อมมือไปจับที่ซิปอย่างไม่ได้คิดอะไร แต่ทว่าเมื่อรูดลงเรื่อย ๆ เผยให้เห็นแผ่นหลังขาวเนียน ความคิดด้านมืดก็ผุดขึ้นในหัวทันที เขากลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ สายตาคมจ้องมองแผ่นหลังขาวเนียนอย่างตั้งใจ ลืมตัวไปว่าตอนนี้ซิปถูกรูดลงจนสุดแล้ว
“คุณศรัณย์คะเสร็จหรือยัง”
“....”
“คุณศรัณย์คะ”
“สะ...เสร็จแล้ว” เสียงหวานทำให้ชายหนุ่มหลุดจากภวังค์ รีบละมือลงมาทันที
“ขอบคุณค่ะ” ลลิดากล่าวคำขอบคุณแล้วเดินกลับเข้าไปในห้องแต่งตัว
ด้วยความที่ศรัณย์เป็นหนุ่มนักรัก เป็นเสือผู้หญิงตัวพ่อ จนใครต่างก็ตั้งฉายาให้เป็นคาสโนวาแห่งวงการไฮโซ ทำให้ไม่แปลกที่เขาจะรู้สึกมีอารมณ์เมื่อได้เห็นส่วนที่งดงามของสตรี แต่เจ้าตัวตั้งปณิธานเอาไว้ ว่าจะไม่แตะเนื้อต้องผู้หญิงคนนี้เด็ดขาด จะทำให้เธอรู้สึกไม่มีค่า เป็นฝ่ายขอหย่า และออกไปจากบ้านหลังนี้ด้วยตัวเอง โดยที่เขาจะได้ไม่ต้องโดนมารดาต่อว่า
“มึงต้องอดทนให้มาก ๆ ผู้หญิงคนนี้เข้ามาเพราะเงิน ทำลายชีวิตโสดมึงไม่เหลือชิ้นดี มึงจะต้องไม่ไปยุ่งเกี่ยวกับเธอเด็ดขาด” ศรัณย์สัญญากับตัวเองเป็นมั่นเป็นเหมาะ ก่อนจะถอนหายใจเฮือกใหญ่ แล้วเดินเข้าไปในห้องน้ำ
...........
หลังจากอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้ว ลลิดาก็เดินตรงมาที่เตียงนอน เห็นศรัณย์กำลังนั่งเล่นโทรศัพท์มือถืออยู่ก่อนแล้ว เธอยกมือขึ้นไปลูบที่หลังคอเบา ๆ เพราะยังไม่รู้ว่าจะต้องนอนตรงไหนยังไงบ้าง
“จะให้ฉันนอนตรงไหนคะ”
“อยากจะนอนตรงไหนก็นอน ขอแค่อยู่ภายในห้องนี้ก็พอ” เขาเอ่ยทั้งที่ยังวางสายตาไว้ที่หน้าจอ ทำเป็นไม่สนใจเธอ
“โอเคค่ะ” เธอกล่าวแล้วเดินเข้าไปในห้องแต่งตัว เปิดตู้เพื่อนำชุดเครื่องนอนสำรอง หอบมาวางไว้ที่ข้างเตียง
ทำการปูที่นอนจนเสร็จแล้วหันไปมองเขาอีกครั้ง พบว่าอีกฝ่ายยังคงไม่สนใจ จึงเอนหลังลงนอน พยายามข่มตาให้หลับ จะได้ไม่รู้สึกอึดอัดไปมากกว่านี้
ศรัณย์วางมือถือไว้ที่โต๊ะข้างเตียง เอียงหน้ามามองที่ว่างข้างตัวพบเพียงความว่างเปล่า จึงลุกขึ้นนั่งกวาดสายตามองไปรอบห้อง แต่ก็ไม่พบตัว จึงคิดว่าเธอไม่ยอมเชื่อฟัง หอบผ้าหอบผ่อนออกไปนอนนอกห้อง และนั่นจะทำให้เขาโดนมารดาบ่นให้
“ก็บอกแล้วว่าไม่ให้ไปนอนข้างนอก ถ้าเจอตัวโดนดีแน่” ศรัณย์บ่นเบา ๆ แล้วเดินออกไปนอกห้องโดยไม่รู้ว่าตอนนี้เจ้าหล่อนได้นอนอยู่ข้างเตียง
ศรัณย์เดินหาจนทั่วบ้านแต่ก็ไม่พบเธอเลย ชายหนุ่มรู้สึกหงุดหงิด อารมณ์เสีย ก่อนจะเดินดุ่ม ๆ กลับเข้ามาในห้อง มองไปที่เตียงก็สะดุดตากับอะไรบางอย่างที่อยู่ข้างเตียง
“ดา!”
ตอนนี้ลลิดานอนหลับไปแล้ว เห็นอย่างนั้นชายหนุ่มก็ยิ่งโมโหเข้าไปใหญ่ จ้องมองเธอด้วยแววตาที่เดือดดาล ราวกับจะฆ่าเสียให้ได้ เดินตรงเข้าไปอุ้มเธอขึ้นในท่าเจ้าสาว แล้ววางลงบนเตียง
“ต่อไปนี้เธอต้องมานอนบนเตียงกับฉัน จะได้มั่นใจว่าไม่ไปนอนที่อื่น”
เขายืนมองเธอด้วยอารมณ์ที่คุกรุ่น แต่ทว่าใบหน้าเรียวรูปไข่ ผิวขาวเนียนชวนสัมผัส ริมฝีปากชมพูระเรื่อน่าจูบ เนินอกที่โผล่พ้นออกมาจากเสื้อยืดตัวโคร่ง นั่นทำให้หัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะ เกิดความคิดที่ไม่ค่อยดีสักเท่าไหร่ ศรัณย์ถึงกับกุมขมับ เพราะห้ามความต้องการของตัวเองไม่ได้
“มึงต้องทนให้ได้นะไอ้ศรัณย์ ต้องทนให้ได้” ชายหนุ่มพรูลมออกจากปาก ก่อนจะตามขึ้นไปนอนบนเตียง จากนั้นนำหมอนข้างมากั้นกลางเอาไว้ กลัวว่าหากเผลอไปแตะส่วนใดส่วนหนึ่งของเธอเข้า จะทำให้อดใจไม่ไหว เผลอทำอะไรลงไปอย่างควบคุมตัวเองไม่ได้
ในขณะที่พ่อกับแม่กำลังจู๋จี๋กันอยู่นั้น เจ้าหนูศิรินที่นอนอยู่ตรงกลาง ก็มองหน้าคนทั้งสองสลับไปมาอยู่อย่างนั้น“แน่นอน เพราะฉันรู้ว่าในหัวคุณคิดแต่เรื่องใต้สะดือ ขนาดมีลูกแล้วยังหื่นไม่เลิก ทำตัวเหมือนเสือที่ตายอดตายอยากมาเป็นสิบ ๆ ชาติซะอย่างนั้น” ตอนนี้ลลิดาไม่ใช่คนที่เอาแต่เงียบ และยอมรับฟังสามีเพียงฝ่ายเดียว แต่เธอกล้าที่จะพูด กล้าที่จะแสดงความคิดเห็น กล้าที่ต่อล้อต่อเถียงกับเขา ทำให้ชีวิตคู่มีรสชาติมากขึ้น“ยังไม่ชินอีกเหรอ ก็เห็นให้ความร่วมมือด้วยตลอดนี่นา ครางเสียงดังจนนางเอกหนังเอวีต้องยอมแพ้” คนพูดหรี่ตามองอย่างมีเลศนัย ยิ้มมุมปากราวกับเป็นผู้กุมความลับเธอเอาไว้“หุบปากเดี๋ยวนี้เลยนะ เดี๋ยวใครก็มาได้ยินเข้าหรอก อย่างน้อยก็หัดอายลูกบ้าง” ลลิดาลุกขึ้นนั่งแล้วชี้หน้าผู้เป็นสามีอย่างเอาเรื่อง ก่อนจะกวาดสายตามองไปรอบตัว“จะอายใครครับ ที่นี่บ้านพักตากอากาศส่วนตัว ไม่มีใครเข้ามาได้ยินหรอก”“ก็คุณพ่อคุณแม่ยังไงล่ะ ถ้าท่านได้ยินฉันคงจะอายมาก”“แอ้!”ศรัณย์ได้แต่ยิ้มกวน ๆ แล้วหันไปสนใจลูกสาวที่กำลังส่งเสียงร้อง “ศิรินร้องทำไมคะ หนูเห็นด้วยกับพ่อใช่ไหมเอ่ย” ประจวบเหมาะกับที่เจ้าหนูน้อยยิ
ค่ำคืนแห่งแสงสีในย่านบันเทิงใจกลางเมืองหลวง นักท่องเที่ยวหลากหลายเชื้อชาติ ต่างก็ทยอยเข้ามาหาความสำราญในผับชื่อดัง ท่ามกลางแสงสีเสียงอันตื่นตา บรรดานักท่องราตรีต่างก็สนุกกันอย่างสุดเหวี่ยง โยกย้ายเข้ากับจังหวะเพลงสากลที่ดีเจกำลังเปิดแต่อีกมุมหนึ่ง...“ขอชนแก้วหน่อยได้ไหมครับคนสวย”“ได้สิคะ”แกร๊ง!เขาและเธอต่างก็จ้องตากันอย่างหวานซึ้ง ในขณะจิบไวน์สีเลือดนกอยู่ที่หน้าเคาน์เตอร์บาร์ เรือนร่างอรชร ผิวขาวเนียนตัดกับชุดเดรสสั้นเกาะอกสีดำ ทำให้เธอดูมีเสน่ห์น่าค้นหาในสายตาชายหนุ่ม เป็นดาวเด่นที่ใคร ๆ ต่างก็อยากเข้ามาทำความรู้จัก“ไม่ทราบว่าคุณชื่ออะไรครับ ผมต่อ ยินดีที่ได้รู้จัก”“เพลงค่ะ ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกันค่ะ”“แล้วนี่มาคนเดียวเหรอครับ”“ค่ะมาคนเดียว แล้วคุณล่ะ”“ผมก็มาคนเดียวเหมือนกันครับ สวย ๆ อย่างคุณมาคนเดียวอย่างนี้แฟนไม่หวงแย่เหรอครับ” เขาว่าพลางส่งสายตากรุ้มกริ่มมาให้เธอ“โทษทีนะคะ ฉันไม่มีแฟน โสดร้อยเปอร์เซ็นต์”“แสดงว่า...คืนนี้ผมชวนคุณดื่มได้ทั้งคืนเลยใช่ไหม” ชายหนุ่มเอื้อมมือมาลูบไล้ที่ต้นขาขาวเนียน ลองเสี่ยงดวงว่าอีกฝ่ายจะตอบรับอย่างไร“ได้สิคะถ้าเงินคุณหนาพอ พูดแค่นี้คุณ
ลลิดายอมเปลี่ยนอิริยาบถ เอียงหน้าซบแก้มขาวที่หมอนนุ่ม หลับตารอรับการสัมผัสจากชายหนุ่ม ชุดนอนที่เธอสวมใส่นั้นเป็นเดรสยาวสายเดี่ยวสีขาว เมื่อเนื้อผ้าบางแนบกับผิวกาย ทำให้มองเห็นเนื้อหนังมังสาได้อย่างถนัดตาเลยทีเดียวเห็นอย่างนั้นศรัณย์ก็กลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ พยายามระงับอารมณ์หื่นของตัวเอง โดยการนับหนึ่งถึงสิบในใจ“จะเริ่มหรือยังคะ”“อ้อ ระ...เริ่มเดี๋ยวนี้ล่ะ” มืออันสั่นเทาเลื้อยลงไปสัมผัสที่แผ่นหลังผ่านเนื้อผ้าบางเบา ชายหนุ่มค่อย ๆ ออกแรงบีบนวดที่ผิวกายของเธอ“อืม คุณนี่ก็เก่งเหมือนกันนะ รู้สึกดีจังเลยค่ะ” เจ้าหล่อนหลับตาพริ้มอย่างรู้สึกผ่อนคลาย“เห็นไหมล่ะบอกแล้วว่าฉันนวดเก่ง”ศรัณย์พยายามห้ามความต้องการแต่กลับทำไม่ได้ เมื่อส่วนที่อยู่กลางกายเริ่มแข็งตัว จนบ๊อกเซอร์ตัวน้อยตุงขึ้นมา จนต้องละมือข้างหนึ่งมากุมเอาไว้“มึงจะมาแข็งอะไรตอนนี้วะ” ศรัณย์บ่นให้กับลูกชายเองเบา ๆ“อะไรนะคะ”“ปะ...เปล่าไม่มีอะไร เป็นไงโอเคไหม”“โอเคมากเลยค่ะ นวดให้ฉันอย่างนี้ทุกคืนเลยได้ไหม”“ได้สิถ้าเธอต้องการ เอาวะเป็นไงเป็นกัน” ในเมื่อห้ามความต้องการของตัวเองไม่ได้ ศรัณย์ตัดสินใจเผด็จศึก โน้มตัวลงไปทับทาบร่างบา
พักฟื้นที่โรงพยาบาลได้สักพัก ลลิดาก็ออกมาพักฟื้นต่อที่บ้าน คุณพ่อคุณแม่มือใหม่ต่างก็ช่วยกันดูแลลูกน้อยอย่างแข็งขัน แม้ว่าการเลี้ยงดูเด็กทารกนั้นจะเหนื่อย แต่ทว่าทั้งสองกลับมีความสุขมาก มองข้ามความเหนื่อยล้านั้นไปได้ เมื่อเห็นความน่ารักสดใสของ ‘ศิริน’ ลูกสาวสุดที่รัก“อุแว๊ ๆ ๆ”“ทำไมปล่อยให้ลูกร้องเสียงดังขนาดนั้นคะคุณ” ลลิดาเอ่ยถามผู้เป็นสามี เมื่อเดินออกมาจากห้องน้ำ แล้วได้ยินเสียงลูกสาวร้อง“ไม่รู้เหมือนกันจู่ ๆ ก็ร้องอ่ะ” คนเป็นพ่อพยายามหยอกลูกสาวเพื่อให้หยุดร้อง แต่ทว่ากลับไม่ได้ผลเสียที“สงสัยคงจะหิวนมมั้ง เอาลูกมานี่” เจ้าหล่อนยื่นมือไปรับลูกสาวมาอุ้มไว้เอง“อุแว๊ ๆ ๆ”“โอ๋ ๆ ไม่ร้องนะหนูรินคนดีของแม่”ศรัณย์ได้แต่นั่งมองตาแป๋วอยู่ข้าง ๆ อย่างตั้งใจ ส่วนตอนนี้ลลิดาถลกเสื้อขึ้นไปกองไว้บนเนินอกเพื่อให้ลูกสาวดื่มนมได้สะดวก“สงสัยจะหิวนมแน่ ๆ ดูสิดูดใหญ่เชียว” ศรัณย์ว่าพลางจ้องมองอย่างตั้งใจลลิดาก้มมองลูกสาวดื่มนมอย่างเอ็นดู ทว่าในตอนนี้กลับไม่ได้ยินเสียงสามี จึงเงยหน้าขึ้นมามอง เห็นศรัณย์จ้องมองที่เนินอกตนเองอย่างตั้งใจ แถมยังกลืนน้ำลายตามไปด้วย แค่นั้นก็รู้แล้วว่าอีกฝ่ายกำลังคิด
7 เดือนต่อมา…“อุแว้ ๆ ๆ”“ยินดีด้วยนะคะคุณพ่อ ลูกสาวคุณน่ารักมากค่ะ” พยาบาลกล่าวแสดงความยินดี พร้อมทั้งอุ้มทารกตัวน้อยที่เพิ่งจะคลอด มาให้ผู้เป็นพ่อที่ยืนให้กำลังใจภรรยาอยู่ข้างเตียง“ขอบคุณครับ ลูกพ่อน่ารักน่าชังเหลือเกิน”ศรัณย์ยิ้มไม่หุบ รับลูกน้อยมาอุ้มไว้เอง เห็นความน่ารักของเจ้าตัวน้อยน้ำตาก็ไหล ในที่สุดวันที่เขารอคอยก็มาถึงเสียที“ลูกเราน่ารักมากเลยดาดูสิ” ชายหนุ่มอุ้มลูกสาวมาให้ภรรยาดูใกล้ ๆ“ลูกแม่ ฮึก น่ารักเหลือเกิน” ลลิดาน้ำตาไหลพราก ยิ้มอย่างมีความสุข เอื้อมมือไปสัมผัสที่แก้มอย่างทะนุถนอม มองหน้าลูกสาวสลับกับสามีด้วยความปลาบปลื้มใจ ก่อนที่ภาพทุกอย่างจะพร่ามัวขึ้นเรื่อย ๆ จนทุกอย่างดับลงไปในที่สุด...........เปลือกตาสวยขยับแล้วเปิดขึ้นช้า ๆ ทำให้ภาพของเพดานห้องที่ไม่คุ้นตาชัดขึ้นเรื่อย ๆ ลลิดาไม่รู้ว่าตัวเองหลับไปนานเท่าไหร่ แต่ก็พอจะรู้ว่าตอนนี้ตนเองอยู่ในห้องพักฟื้นในโรงพยาบาล เอียงหน้าไปทางซ้ายเล็กน้อย ก็เห็นใครบางคนนั่งฟุบหน้าหลับอยู่ข้างเตียง“คุณศรัณย์คะ”“...”เมื่อเรียกแล้วเขาไม่ยอมตื่น จึงปล่อยให้นอนหลับต่อไป เธอทำได้เพียงมองแล้วยิ้มให้กับความน่ารักของสามี เอื้อ
มือเรียวข้างหนึ่งถูกศรัณย์จับเอาไว้ ส่วนอีกข้างเธอลูบไล้ที่พวงแก้มเขาอย่างทะนุถนอม ส่งสายตาพร้อมกับรอยยิ้มหวาน ๆ ทำให้ภายในห้องอบอวลไปด้วยบรรยากาศที่สุดแสนจะโรแมนติก“ขอบคุณนะ ที่ดูแลฉันเป็นอย่างดีช่วงที่อยู่ในโรงพยาบาล”“ไม่เห็นจะต้องขอบใจ มันคือหน้าที่ของฉันอยู่แล้ว”“รู้ไหมว่าการที่ได้แกล้งนอนนิ่ง ๆ ฟังเธอบอกว่ารักทุกวัน มันมีความสุขมากแค่ไหน จนฉันไม่อยากจะลืมตาขึ้นมาเลยล่ะ”“คนบ้า ทำอะไรพิเรนทร์เสียจริง รู้ไหมว่าฉันเป็นห่วงคุณมากแค่ไหน”“รู้สิครับ ทำไมจะไม่รู้ล่ะ ก็มาเฝ้าไม่เคยห่างเลย แถมยังแอบจุ๊บเหม่งเค้าอีกด้วย แล้วตอนนี้ไม่ทำแล้วเหรอครับ” ศรัณย์ทำเสียงอ้อน“ไม่เอาหรอก น่าอายจะตาย ถ้ารู้ว่าคุณรู้สึกตัวฉันจะไม่มีวันทำอย่างนั้นเด็ดขาด”“นะครับ อยากให้ทำ”“โอเค ๆ ทำก็ได้ หลับตาก่อนสิคะ”ศรัณย์ยิ้มแล้วรีบหลับตาลง รออย่างใจจดใจจ่อ เห็นอย่างนั้นลลิดาก็ขำ โน้มใบหน้าลงไปจุมพิตที่กลางหน้าผาก แต่ทว่าในช่วงจังหวะนั้น ศรัณย์กลับไม่ยอมให้เธอละใบหน้าออกมา ยกมือขึ้นไปรั้งที่ต้นคอ บดจูบริมฝีปากบางอย่างดูดดื่ม ให้สมกับที่รอคอยมานาน ส่งปลายลิ้นเข้าไปสอดประสานกันอย่างสนุกนาน ได้ลิ้มลองรสชาติความห
“ก็พ่อกับแม่ฉันไงล่ะ ไม่งั้นคงไม่บังคับให้ฉันแต่งงานกับเธอหรอกจริงไหม ฉันถามจริง ๆ ทำไมเธอถึงยอมแต่งงานกับฉัน ทั้งที่เราไม่เคยเห็นหน้ากันมาก่อน”“เหตุผลเดียวที่ฉันแต่งงานกับคุณก็คือ ฉันรักพ่อกับแม่ ฉันไม่อยากให้ท่านเครียดกับปัญหาหนี้สิน พอมีทางออกที่จะสามารถช่วยท่านได้ ฉันก็ไม่ลังเลใจที่จะทำมัน” เธ
แสงแดดอ่อน ๆ สาดส่องเข้ามาผ่านทางกระจกหน้าต่าง ตกกระทบบนร่างกำยำที่นอนอยู่บนเตียงในสภาพเปลือยท่อนบน มีผ้าห่มผืนหนาปกปิดส่วนล่างเอาไว้อย่างหมิ่นเหม่ เปลือกตาสวยขยับ แล้วเปิดขึ้นช้า ๆ ก่อนจะกะพริบถี่สองสามครั้ง เพื่อปรับสภาพสายตา มือหนาเลื่อนขึ้นมาจับที่ศีรษะ เพราะยังรู้สึกปวดหน่วง ๆ จากอาการเมาค้าง
“ไม่ต้องมายืนสั่งคนโน้นคนนี้ เธอมันก็แค่ผู้อาศัย ไม่มีสิทธิ์อะไรทั้งนั้น” ศรัณย์ชี้หน้าเธออย่างเอาเรื่อง ทั้งที่พูดแทบจะไม่เป็นภาษา“มานี่ฉันช่วยอีกแรง” เธอเดินเข้าไปใกล้เขา พยายามช่วยพยุงที่แขน แต่ศรัณย์กลับสลัดทิ้ง จนลลิดาเกือบจะเสียหลักล้ม“ไม่ต้องมาจับตัวฉัน ไปไกล ๆ เลย”“ผมไหวครับคุณดา ขึ้นไปเ
“เอ่อ...เมียบอสน่ะสิคะ เดินเข้ามาต่อว่าเพลงซะยกใหญ่ แค่เพลงบอกว่าตอนนี้บอสกำลังยุ่งอยู่เข้าไปไม่ได้ ถึงขนาดกับโยนกล่องข้าวลงบนพื้นอย่างนี้” เพลงดาวตีหน้าเศร้าเล่าความเท็จ แถมยังควงแขนศรัณย์เย้ยอีกต่างหาก“มันไม่ใช่อย่างนั้นนะคะ คือฉันทำอาหารเที่ยงมาให้คุณ แต่เธอไม่ยอมให้ฉันเข้าไป”“แล้วก็ทำลายข้าวข







