Mag-log in
บทนำ
“หน้าตารูปร่างแบบนั้น ฉันกระเดือกไม่ลงหรอก ลิลลี่ไม่ต้องเป็นห่วง ธุรกิจที่บ้านกลับมาดีได้เมื่อไหร่ก็เอาเงินมาใช้หนี้พวกเขา ทุกอย่างมันก็จบแล้ว”
เท้าที่กำลังจะก้าวไปหาชะงัก หลังได้ยินประโยคของชายหนุ่มร่างสูงที่ยืนหันหลังให้ อีกฝ่ายกำลังคุยโทรศัพท์กับใครบางคนที่สำคัญในชีวิตของเขา ถึงขั้นเหยียดให้ปลายสายฟัง
นิสราถึงกับเผลอกำมือจนเล็บจิกบนเนื้อ ปากเม้มอย่างข่มอารมณ์ จ้องมองแผ่นหลังกว้างนั้นอย่างแค้นเคือง
ผู้ชายที่นอกจากหน้าตาดีราวเทพบุตร แต่มีเรือนร่างสูงสง่าและเต็มไปด้วยกล้ามเนื้ออย่างคนที่ดูแลตัวเองอย่างดี
เขาอยู่ในชุดเชิ้ตขาวสะอาดพอๆ กับผิวกาย และใส่กางเกงสแลกซ์สีเทา รองเท้าคัทชูสีดำเงาวับ
แน่นอนทุกอย่างบนเรือนกายเขานั้นล้วนเป็นแบรนด์เนมด์ นับรวมกับนาฬิกาบนข้อมือซ้ายก็หลายล้าน
ตามประสาคนสถานะสังคมที่เรียกตัวเองว่าไฮโซฯ มีธุรกิจครอบครัวที่มูลค่านับหมื่นล้าน แต่ความร่ำรวยนั้นก็เป็นเพียงตัวเลข ที่บางครั้งก็ขึ้นๆ ลงๆ ตามสภาพคล่องทางธุรกิจ
และตอนนี้สภาพการเงินของครอบครัวอีกฝ่าย ไม่สู้ดีนัก จนเกิดการยืมเงินหลักร้อยล้านจากครอบครัวเธอ ซึ่งเป็นเพียงชาวไร่ชาวสวน ที่มีที่ดินจากมรดกครอบครัวหลายพันไร่
การกู้ยืมครั้งนี้ ไม่มีดอกเบี้ย แต่มีเงื่อนไขเพียงข้อเดียวคือกรรณ อภิรัชไพศาล ไฮโซฯ หนุ่มหล่อจากครอบครัวผู้ดีเก่า และทายาทเจ้าของอสังหาริมทรัพย์อันดับต้นของเมืองไทย ซึ่งเป็นลูกชายคนเดียวของครอบครัว ต้องแต่งงานกับนิสรา ใกล้พระจันทร์ ลูกสาวคนเดียวของบ้านไร่ใกล้พระจันทร์
ลูกสาวบ้านอื่น แต่งงานได้สินสอด แต่บ้านนี้นอกจากไม่ได้สินสอดแล้วยังให้เงินครอบครัวสามียืมหลักร้อยล้าน แบบไม่มีดอกเบี้ย เพราะความหน้ามืดตามัวอยากครอบครองกรรณของนิสรานั่นเอง เงื่อนไขการแต่งงานจึงเกิดขึ้น
พิธีแต่งงานจึงเป็นไม่ได้เปิดเผยกับคนภายนอก มีแค่การจดทะเบียนสมรสกันเงียบๆ แล้วร่วมรับประทานอาหารกลางวันด้วยกันของสองครอบครัว
หลังจดทะเบียนเรียบร้อย กรรณเอ่ยขอตัวมาคุยโทรศัพท์ในสวนหลังบ้าน และเธอถูกมารดาของเขาให้มาเรียกอีกฝ่ายไปกินมื้อเที่ยง
จึงได้บังเอิญได้ยินอีกฝ่ายคุยโทรศัพท์กับคนสำคัญ
ยอมรับคำพูดของเขาทำให้โกรธ จนนิสราอยากฉีกทะเบียนสมรสที่เพิ่งจดไปไม่กี่ชั่วโมงทิ้ง แต่มันก็ทำได้แค่คิด
เพราะสุดท้ายแต่งงานที่เกิดขึ้นก็เกิดจากการความคิดของเธอเอง ที่หวังจะครอบครองกายและใจของเขา
ก็แหงสิ หน้าตารูปร่างเหมือนพระเจ้าลำเอียงแบบนั้น เจอเขาครั้งแรกตั้งแต่ยังเด็ก ก็ชอบแล้ว แต่ก็เป็นไปแบบเด็กผู้หญิงชอบเด็กผู้ชายหน้าตาดีและสุภาพ เพราะมารดาของเขาและเธอไปมาหาสู่กันประจำ มีช่วงห่างหายไปเพราะเขาไปเรียนต่อเมืองนอก และกลับมาเมืองไทยหลังจบปริญญาตรี
นิสราจึงมีโอกาสได้เจอเขาอีกหลายครั้ง ยามไปเยี่ยมมารดาอีกฝ่ายที่บ้าน และตกหลุมรักเขาอย่างจริงจัง
จนสุดท้ายยินยอมและยินดีอย่างยิ่งที่จะได้แต่งงาน จดทะเบียนสมรสเป็นภรรยาถูกต้องตามกฎหมายของเขา
แม้ว่าแต่งกันแล้ว ก็ไม่ได้อยู่ด้วยกัน พราะกรรณกำลังจะไปเรียนต่อปริญญาโทที่อเมริกา ขณะที่เธอเองก็ยังเรียนอยู่มหาวิทยาลัย กำลังจะขึ้นปีที่สาม
แต่ตอนนี้ถึงแม้จะหลงรักรูปกายของเขาแค่ไหน แต่คำดูถูกในหน้าตารูปร่างของเธอ ก็ทำให้เธอตระหนักถึงความจริงว่า
เขามันก็ผู้ชายปากร้ายคนหนึ่งเท่านั้น!
สักวันเธอจะทำให้เขาเสียใจ!
สักวัน สักวันเถอะ!
แม้ไม่รู้วันไหนก็ตาม มีโอกาสเมื่อไหร่จะทำให้เขาเจ็บใจเหมือนที่เธอเป็นอยู่ในตอนนี้
เธอยืนจ้องแผ่นหลังตึงและไหล่กว้างนั้นอยู่ชั่วครู่ ในขณะที่เขาคุยโทรศัพท์กับคนสำคัญ ที่มารดาของเขาเคยบอกกับเธอ ตอนที่เจอหญิงสาวคนนั้นที่บ้านของเขาว่าลิลลี่เป็นแค่เพื่อนสนิทของกรรณเท่านั้น
เพื่อนแนบสนิทล่ะไม่ว่า!
คิดแค้นเคืองอยู่ชั่วครู่ จากนั้นนิสราก็ไม่หมุนตัวเดินไปจากตรงนั้นทันที
เดินเข้าบ้านที่ทุกคนกำลังรวมตัวกันกินมื้อเที่ยง ในห้องโถงของบ้าน ซึ่งนอกจากพ่อแม่กับพี่ชายเธอก็มีพ่อแม่ของฝ่ายเจ้าบ่าวเท่านั้น
“หนูนิส แล้วพี่เขาล่ะ” นุชจรี มารดาวัยห้าสิบต้นๆ แต่ใบหน้ารูปร่างอ่อนกว่าวัยเหมือนคนวัยสี่สิบต้นๆ ถามขึ้น เมื่อไหว้วานให้นิสราไปตามลูกชายที่ออกไปคุยโทรศัพท์ให้มากินข้าว
“หนูไม่เจอค่ะ ไม่รู้พี่เขาเดินไปไหน” เธอคิดว่านี่น่าจะเป็นคำตอบที่ดีที่สุด
“อ๋อ ไม่เป็นไร หิวก็คงเดินมากินเอง เราไปกินกันก่อนเถอะ”
“คุณป้าตามสบายเถอะ หนูไม่หิว แต่ง่วง เพราะตื่นเช้า หนูขอตัวไปงีบก่อนนะคะ”
“อ๋อ งั้นตามสบายนะ”
“ค่ะ” กำลังจะเดินขึ้นชั้นบน แม่ก็ร้องเรียก
“นิส ไม่กินข้าวก่อนเหรอ”
“หนูไม่หิว แต่ง่วงมาก ขอไปงีบก่อน”
“ตามใจ แต่อย่าหลับล่ะ เพราะต้องรอส่งแขกกลับก่อน” แม่ของเธอสั่งน้ำเสียงจริงจัง
""""""""""""""
เธอครางออกมาอย่างสุดกลั้นเมื่อป้ายนิ้วปัดป้ายยอดอกที่เหมือนจะแข็งเป็นไตริมฝีปากอุ่นผ่าวจูบเลื้อยมายังลำคอระหง พร้อมเสียงครางทุ้มกระซิบแผ่วข้างหู“ตัวหอม” ก่อนลากลิ้นและริมฝีปากไปยังแอ่งชีพจร กดจูบย้ำๆ ไล้ไปตามสันกระดูกไหปลาร้า ก่อนลงไปยังเนินอก“อื้อ...” เกศสิริครางเสียงหวาน เมื่อมือใหญ่นั้นเคล้นคลึงทรวงอกเธอมากขึ้น“พี่อยากสัมผัสเกศมากกว่านี้” จากนั้นก็ขยับตัวถอดชุดนอนเธอออกจนหมด เหลือเพียงบิกินีติดกายเกศสิริยกมือปิดทรวงอกเพราะเขินอายสายตาร้อนแรงที่กวาดมองไปทั่วร่าง“เกดสวยมาก” เขาจับมือเธอให้ออก และก้มลงจูบที่เนินอก จากนั้นก็ตวัดลิ้นใส่ยอดบัวสีชมพูเบาๆ แต่เกศสิริกลับร้องครางเสียงแผ่ว ก่อนจะร้องดังขึ้น เมื่อลิ้นสากนั้นตวัดไล้เลียหนักขึ้นมือเล็กๆ ของเธอเผลอกดศีรษะเขาแนบลง แอ่นหน้าอกป้อนเขาอย่างเผลอไผล กิริยานั้นยิ่งทำให้คนตัวใหญ่ได้ใจ เขาจูบไปทั่วทรวงอก เน้นย้ำยอดอกทั้งดูดดึงขบเม้ม จนร่างบางสั่นสะท้านราวจับไข้และเธอก็หวีดร้องไม่เป็นภาษาเมื่อนิ้วเรียวของเขาลูบไล้ไปทั่วแผ่นท้องแบนราบ ก่อนแตะลงบนกึ่งกลางลำตัว แล้วสัมผัสเธออย่างอ่อนโยน ปลุกปลอบความหวาดหวั่น เพราะนี่คือประสบการณ์แรกของ
หลังมื้อเที่ยง แขกที่มางานในช่วงเช้าก็ทยอยกลับ กันหมดทุกคนก็แยกย้ายกันไปพักผ่อน เพราะตอนสี่โมงครึ่ง งานเลี้ยงสังสรรค์จะเริ่มขึ้น ซึ่งนริศตั้งใจเลี้ยงคนงานในไร่ และคนในหมู่บ้านเรียกได้ว่าเขาเปิดตัวภรรยาให้กับคนทั้งหมู่บ้านได้รู้จักมีการชมและแซว และยุให้หอมแก้มกันบ้าง แม้จะเขิน แต่เกศสิริก็ยินดี ทำให้เกิดเสียงหัวเราะ หยอกล้อกันไปบ้างตามประสาหนุ่มสาวกระทั่งสามทุ่มครึ่ง งานเลี้ยงเลิกรา ก็ยังได้ยินเสียงแซวที่ทำให้แก้มเกศสิริร้อนผ่าว“ขอให้เข้าหอราบรื่นนะ” ตามด้วยเสียงเฮเกศสิริเขินจนต้องขอตัวขึ้นบ้านก่อน แล้วดึงข้อมือนิสราไปด้วยกันเมื่อขึ้นเรือนมา อาบน้ำเรียบร้อยแล้ว กำลังเก้ๆ กังๆ ไม่รู้จะนอนที่ห้องไหน พ่อกับแม่ก็เรียกเกศสิริไปทำพิธีส่งตัวเข้าหอให้ตามประเพณีให้อีกอวยพรสรรพเสร็จจากนั้นก็รีบออกจากห้องไปทันที รวมทั้งนิสราด้วย ทำให้เธอหันไปมองหน้าคนที่นั่งเงียบอยู่ข้างๆ บนเตียง“นอนกันเถอะ เหนื่อยมาทั้งวันแล้ว” จู่ๆ ก็เอ่ยออกมา“ค่ะ นอน...ก็นอน” เธอตอบกลับเสียงแผ่ว แล้วมองไปยังเตียงกว้าง“พี่นอนด้านไหนคะ ซ้ายหรือขวา” เพราะแม้จะเตียงเดียวกัน แต่คนเราก็ย่อมนอนด้านที่ชอบหรือถนัดนั่นเอง เพรา
13 เข้าหอ “โอ๊ยแก สวยงามดั่งนางในวรรณคดีเลยอะ เสียดายไอ้พีชไม่มาเห็น” นิสราเอ่ยเสียงตื่นเต้น เมื่อเห็นเกศสิริในชุดไทยสีงาช้าง ขับสีผิวขาวผุดผาดลออ รูปร่างบอบบางอ้อนแอ้นอรชร แต่ก็มีส่วนเว้าโค้งดึงดูดสายตา“แกก็เว่อร์” เกศสิริว่าวันนี้มารดาของสามีจัดเต็ม นอกจากชุดไทย ช่างแต่งหน้าทำผม พร้อมด้วยช่างภาพก็มาพร้อมรวมทั้งงานช่วงเช้าที่จะมีพิธีรดน้ำสังข์ เพื่อให้ญาติผู้ใหญ่อวยพร หลังจากนั้นก็มีงานเลี้ยงแขกทั้งหมู่บ้าน กินไปตั้งแต่เที่ยงยันสองทุ่ม อาหารเครื่องดื่มสั่งมาจากร้านอาหารในเมืองแบบจัดเต็ม“จริ๊งแก เนอะพี่เนส”“อือๆ” นริศที่แต่งชุดไทยราชประแตนที่แม่เตรียมไว้ให้พยักหน้ารับ มองเจ้าสาวของตัวเองด้วยสายตาชื่นชม“พี่เนสก็หล่อประดุจ ขุนพระหรือท่านเจ้าคุณจากละครย้อนยุค”“ฟังดูแก่” นริศว่า แล้วเอื้อมมือยีหัวน้องสาวอย่างมันเขี้ยวเห็นท่าทางตื่นเต้นกับเสื้อผ้าเครื่องประดับของเขากับเกศสิริ ก็นึกสะท้อนถึงวันจดทะเบียนสมรสของน้องสาวกับกรรณเพราะนิสราไม่ยอมที่จะแต่งตัวด้วยชุดไทย หรือชุดสวยๆ ในวันนั้น ด้วยเหตุผลว่า‘ใส่ยังไงก็อ้วน ไม่สวย’เจ้าตัวเลยใส่ชุดแค่ให้เรียบร้อย ดูเหมือนจะเป็นชุดที่ใส่ทำบุญ
“เฮ้ย แกเจอไหมเกด!” นิสราห่วงเพื่อนสนิททันทีกว่าจะโดนคมปากของสาวแซ่บเล่นงาน“เจอ” เกศสิริตอบ แล้วยิ้มเอ็นดูท่าทีตกใจของเพื่อนสนิท“แล้วไงๆ” นิสราทำสีหน้าตื่นเต้น“ไม่มีอะไรหรอก”“แต่พี่ว่าเชอรี่น่าจะหายหน้าไปพักหนึ่ง หรือหายไปเลย” นริศนั่นเองที่ตอบแทนคนตัวเล็ก“เฮ้ย ถามจริง หรือยัยเชอรี่คิดได้แล้ว”“ก็ไม่เชิง” นริศตอบแล้วปรายตามองเกศสิริด้วยสีหน้าล้อเลียน เพราะคำพูดของอีกฝ่าย บ่งบอกว่าเกศสิริคนเรียบร้อยนั้น ก็ไม่ใช่ย่อยหรอกนะ‘ถ้าจะมาวุ่นวายกับ...ผัวของเธอ’“เกดก็หวังว่าเขาจะไม่มาวุ่นวายกับพี่เนสอีก”เกศสิริเอ่ยเสียงเรียบ หันไปส่งยิ้มให้เขา ยิ้มเย็นๆ แต่ทำให้นริศเย็นยะเยือกไปถึงไขสันหลัง“หนูเกดกินเยอะๆ นะ เดี๋ยวไปลองชุดกัน” เกสรเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นรอยยิ้มแหยของลูกชายเอ็นดูปนขำจนอยากหัวเราะ แต่ดูเหมือนพ่อของลูกเก็บอาการไม่อยู่“เนสก็กินเยอะๆ นะ” พร้อมตักอาหารใส่จานให้ลูกชาย“ครับพ่อ”จากนั้นนริศก็ตักอาหารใส่จานให้เกศสิริอย่างเอาใจ เพราะการเผชิญหน้ากับเชอรี่ครั้งแรก ถึงจะทำหน้าเรียบนิ่งได้ แต่ในใจน่าจะขุ่นมัวอยู่พอสมควรกินอิ่ม ทุกคนแยกย้าย แต่นริศพาเกศสิริไปเจอกับแมวชื่อนิก และสุนัขชื่อ
“พ่อกับแม่เขาอยากเชิญญาติๆ มากินเลี้ยง และอวดลูกสะใภ้ พี่ห้ามแล้วก็ไม่ฟัง กลัวเกดไม่พร้อม”“พร้อมค่ะ” เธอรีบตอบทันควัน“อืม มีส่งตัวเข้าหอด้วยนะ” เขาบอกเสียงเรียบง่าย แต่ใจคนฟังเต้นแรงแทบจะเด้งออกมานอกอก“พร้อมไหมล่ะ” เขาถาม แล้วก้มมองคนที่อยู่ในอ้อมแขน“ไม่พร้อมก็ไม่เป็นไร แค่เข้าห้องพี่พอเป็นพิ...”“พร้อมค่ะ” เธอตอบก่อนเขาจะพูดจบประโยค เพราะกลัวว่าอีกฝ่ายจะเข้าใจผิด“อืม...” แล้วเขาก็หัวเราะเบาๆ“หรือพี่เนส...ไม่พร้อมคะ”“พี่ก็พร้อมเหมือนกัน พร้อมมากด้วย” เขาเน้นคำนั้นด้วยการก้มลงจูบริมฝีปากนุ่มอย่างโหยหาพระอาทิตย์กำลังลับเหลี่ยมเขา ท้องฟ้าเป็นสีส้มปนแดง สายลมพัดพากลิ่นดอกไม้หอมอวลอยู่รอบตัวทว่าหนุ่มสาวกำลังมัวเมากับรสจูบของกันและกัน จนฟ้าเริ่มมืด จึงผละจากกัน แล้วนริศก็พาเกศสิริกลับบ้านตอนที่เคลื่อนรถเข้าบ้านนั้น มีหญิงสาวคนหนึ่งกำลังยืนขวางประตูใหญ่อีกฝ่ายมีผมหญิงยาวถึงบั้นเอวสีแดงเพลิง ใส่กางเกงยีนส์ขาสั้นแค่คืบ และสวมเสื้อครอบแขนกุดสีดำ ทั้งที่อากาศตอนใกล้ค่ำก็เย็นจัด“นั่นน่ะเชอรี่ เคยได้ยินนิสพูดบ้างใช่ไหม” นริศหันมาบอกเธอ“เขาเข้าบ้านไม่ได้ เพราะแม่ไม่อนุญาต เลยชอบมาดักรอ
12 จัดการสาวแซ่บ“ไม่ไปนอนห้องสามีเหรอจ๊ะ” นิสราถามเมื่อทั้งสองอาบน้ำแต่งตัวอยู่ในชุดนอน แล้วเกศสิริทิ้งตัวนอนลงข้างๆ“โอ๊ย แกก็คิดอะไร” เกศสิริพูดพร้อมตีแขนเพื่อนเบาๆ แก้เขิน“ก็ต้องคิดสิ ไม่รู้หรือไง พี่เนสลงทุนรีโนเวทห้องนอนเพื่อแกเลยนะ”“พี่เขาไม่เห็นบอก” เมื่อตอนบ่ายนริศพาเธอออกไปชมบริเวณบ้าน และยังบอกอีกว่า พรุ่งนี้จะพาไปชมไร่“สงสัยจะรอคืนเข้าหอ” นิสราว่าแล้วหัวเราะคิกคัก“เข้าหออะไรของแก”“เดี๋ยวก็รู้”“มีความลับเหรอ”“ไม่ได้ลับอะไร เซอร์ไพร์สมากกว่า”“เซอร์ไพร์สอะไรบอกมาเลย”“ถ้าบอกตอนนี้มันจะเป็นเซอร์ไพร์สได้ไงล่ะ”“พูดแบบนี้ยิ่งอยากรู้ บอกมาเลยนะ ไม่งั้นคืนนี้ฉันนอนไม่หลับแน่ๆ”“เฮ้ยจริงดิ”“เออ นอนไม่หลับจริงๆ พรุ่งนี้ตั้งใจจะไปใส่บาตรที่วัดพร้อมกับพ่อแม่ด้วย”“โอ๊ย แกเป็นลูกสะใภ้ที่ประเสริฐมากเลย ฉันรอดแล้วงานนี้” เพราะกลับบ้านทีไร จะถูกปลุกให้ไปใส่บาตรตอนเช้า เธอชอบนอนดึก ตื่นแต่เช้าตรู่นั้นมันเป็นเรื่องที่ยากลำบากมาก“งั้นก็บอกเรื่องเซอร์ไพร์สมา ไม่งั้นคืนนี้นอนไม่หลับ ตื่นไม่ทันไปใส่บาตร”“คืองี้นะแก ปกติบ้านฉันเลี้ยงปีใหม่ชาวบ้านละแวกนี้ และคนงานในไร่ มีแจกของขวัญบ้า







