Share

4

last update publish date: 2026-10-27 13:11:18

“อะไรนะ จริงๆ น่ะเหรอตาทีปต์ นี่แกจะแต่งงาน”

เสียงอุทานอย่างตกใจของคุณอารยา ดังไปจนถึงบริเวณห้องโถงของบ้าน ซึ่งบุรุษหนุ่มร่างสูงเปรียว ในชุดสูทสีน้ำตาล กำลังเดินก้าวลงบันไดมา ถึงกับชะงักฝีเท้า และค่อยๆ เดินไปทางต้นเสียง ซึ่งอยู่ในห้องรับแขก

​“แม่อยากให้ผมแต่งงานนี่ครับ”

เสียงห้าวทุ้มที่เอ่ยตอบ ทำให้คนที่เดินเข้าไปใกล้ทุกขณะ ขมวดคิ้ว นัยน์ตาสีเข้มส่งประกายวาว ริมฝีปากเม้มเข้าหากันแน่น

​“ใช่ แม่อยากให้แกแต่งงาน ตาทีปต์ แต่งกับหนูรวิษรา ไม่ใช่กับ...แกจะแต่งงานกับใครนะ”

​“ยอดชีวา กาญจน์วัฒนาครับ”

ชื่อและนามสกุลที่หลุดออกมาจากริมฝีปากได้รูป ทำให้คุณอารยานิ่วหน้าอย่างครุ่นคิด ชื่อนี้ไม่ค่อยคุ้นหู แต่นามสกุลนี้ช่างคุ้นนัก

​“พี่ทีปต์ นี่พี่จะแต่งงานกับลูกสาวของไอ้ยอดชายอย่างนั้นหรือ?”

คนอุทานอย่างตกใจยิ่งกว่าคุณอารยา ก้าวพรวดเดียวจากประตูถึงร่างสูงของพี่ชายที่นั่งอยู่ ทีปต์เงยหน้ามองใบหน้าคมสัน ที่ดูซีดเซียวนั้น ก่อนจะหัวเราะน้อยๆ แล้วดึงให้หิรัญทรุดนั่งลงข้างๆ พลางตบบ่ากว้างนั่นเบาๆ

​“ใช่...แต่พี่ไม่ได้แต่งงานนะ พี่แค่รับหล่อนมาอยู่ด้วยเฉยๆ แม่ไม่ต้องห่วงนะครับ เรื่องหลานน่ะ ไม่เกินปีนี้ แม่คงได้อุ้มเล่นแน่นอน แล้วต่อไปนี้ ผมคงจะไม่ได้ยินแม่มาโอดครวญเรื่องนี้กับผมแล้วนะครับ ผมขอกลับไปอยู่ที่ของผม อย่างสงบสุข เพราะผมได้ทำตามสิ่งที่แม่ต้องการแล้ว”

​ว่าแล้วเขาก็ลุกขึ้นยืน แจกยิ้มให้กับมารดาและน้องชาย โบกมือให้คนทั้งสอง แล้วเดินก้าวยาวๆ จากไป ทิ้งให้คุณอารยาที่ยังคงตื่นตะลึง กับข่าวที่บุตรชายคนเดียวมาบอกแต่เช้า กะพริบตาปริบๆ อย่างงุนงงว่า เรื่องนี้มันเรื่องจริงหรือว่าฝันไปกันแน่นะ

​“ตาทีปต์ โอย...นี่คิดจะทำอะไรบ้าๆ กันล่ะนี่ ไหงจะไปแต่งงานกับลูกไอ้คนโกงนั่น”

​“คุณแม่ใจเย็นๆ สูดลมหายใจเข้าลึกๆ ช้าๆ นะครับ ช้าๆ ครับ”

เขาพยายามบอกให้มารดาบุญธรรม กำหนดจังหวะการหายใจใหม่ เพราะท่านเริ่มหอบเร็ว คุณอารยามีโรคประจำตัวหลายอย่าง หนึ่งในนั้นคือโรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง ข่าวของทีปต์ ทำให้หัวใจ เส้นเลือด ของท่านทำงานหนัก เพราะความเครียดอย่างฉับพลัน

​“มันบ้าไปแล้วหรือเปล่า พี่ชายแก ตานิกซ์”

​“พี่ทีปต์คงจะมีเหตุผลนั่นแหละครับ เอ่อ...ถึงได้ทำแบบนั้น”

เขาแก้ต่างให้กับพี่ชาย คุณอารยายังคงบ่นพล่ามอีกหลายประโยค หน้าตาของท่านเครียดลงทุกขณะ เขาต้องทั้งปลอบ ทั้งกล่อมสารพัดอยู่นาน กว่าท่านจะยอมสงบลง ในใจนึกเคืองทีปต์กลายๆ ค่าที่มาทำให้มารดาเครียด และเผลอๆ โรคประจำตัวทั้งหลายที่เป็นนั้นจะอาการกำเริบเอา

​“นี่เพราะแม่ทำแผนการอยากจะให้ตาทีปต์ แต่งงานหรือเปล่า ถึงได้มาทำประชดแม่แบบนี้”

นางถอนใจ ตอนนี้นางใจเย็นลงมากแล้ว กำลังนั่งจิบนมอุ่นๆ กินกับขนมหวาน ที่หิรัญจัดให้ เขาพาเธอมานั่งเล่นตรงสวนเพื่อจะได้รับอากาศบริสุทธิ์ เห็นต้นไม้ดอกไม้แล้วอารมณ์จะได้สดชื่นขึ้นบ้าง

​“ก็...”

หิรัญไม่อาจจะแก้ตัวแทนพี่ชายของเขาได้ ก็ทีปต์ทำแบบนั้นจริงๆ หลายเดือนที่ผ่านมาคุณอารยาเล่นแผนการป่วนประสาทของทีปต์ ด้วยการแกล้งป่วย เข้าโรงพยาบาล เพื่อที่ทีปต์จะได้ตามใจท่าน เกี่ยวกับเรื่องที่ท่านไปหมายตาผู้หญิงไว้ให้เขา

​ทีปต์มึนตึงไม่พอใจ แต่ก็อดห่วงมารดาไม่ได้ เลยเกือบจะรับปากท่านเสียแล้ว แต่พอจับได้ว่ามารดาแกล้งป่วย เท่านั้นแหละ ทีปต์ก็เหมือนระเบิดลง เขาโกรธท่านมาก และไม่มาเยี่ยมเยือนบ้านทีฆทัศน์อีกเลย เพิ่งจะมาก็เช้าวันนี้ มาพร้อมกับข่าวร้อนๆ ที่ทำให้คุณอารยาเกือบจะป่วยจริงขึ้นมาเสียแล้ว

​“ไปคว้าคนอื่นมาไม่มีใครว่าเลย นี่ดัน...โอย...”

​“พี่ทีปต์คงจะคิดดีแล้วล่ะครับคุณแม่ อีกอย่างหนึ่งพี่ทีปต์เป็นคนพูดจริงทำจริง ผมกับคุณแม่จะได้มีหลานตัวน้อยๆ ก็คราวนี้ คุณแม่จะได้ไม่ต้องห่วงว่านามสกุลทีฆทัศน์จะไม่มีคนสืบทอดอีกแล้วนะครับ”

หิรัญว่ายิ้มๆ ท่านเลยค้อนให้ แล้วเอื้อมมือหยิกแขนเขาอย่างหมั่นไส้ จนเขาต้องโอดครวญเบาๆ

​“เจ็บนะครับ โกรธพี่ทีปต์ ไหงมาลงกับผมกัน”

​“ไม่รู้ละ ก็เราอยู่ใกล้มือ แล้วก็ชอบเข้าข้างกัน” ท่านค้อนให้ พร้อมกับถอนใจเฮือก

“ทำไมตาทีปต์ไม่น่ารักแบบเรานะตานิกซ์แม่ล่ะอยากให้เราเป็นลูกชายจริงๆ ของแม่ จะได้ตัดหางปล่อยวัดพ่อตัววุ่นวายนั่นไปเสียเลย”

​“หึๆ พี่ทีปต์เองก็เหมือนจะไม่แคร์อะไรสักเท่าไหร่นี่ครับ วันๆ ก็อยู่แต่ในปราสาทผีสิงของเค้า พวกเรานี่แหละที่ต้องไปวิ่งหาเค้าเอง”

คำพูดของหิรัญ ทำให้คุณอารยาถอนใจอีกรอบ

​“นั่นสิ แม่จะทำยังไงได้เล่านิกซ์ จะอย่างไรก็ลูก ตาทีปต์เองเปลี่ยนไปเป็นคนละคน ตั้งแต่อุบัติเหตุคราวนั้น แม่ละกลัวใจจริงๆ คิดทำอะไรแต่ละอย่าง ดีที่ได้เรานี่แหละ ตานิกซ์”

นางจับมือเขาแล้วบีบ นัยน์ตามองเขาอย่างอ่อนโยน หิรัญค่อยเอนซบท่านอย่างประจบ พร้อมกับเอ่ยเสียงทุ้ม

​“ถ้าไม่มีคุณแม่กับพี่ทีปต์ ก็ไม่มีผม หิรัญ ทีปต์การุณวันนี้หรอกครับ”

​“น่ารักจริงๆ ลูกชายของแม่”

นางกอดเขาตอบ อารมณ์ดีขึ้นมาบ้าง จึงชวนหิรัญไปรับประทานอาหารเช้า หลังจากที่สายมาเกือบชั่วโมง

​นัยน์ตาของนางมองชายหนุ่มซึ่งเป็นบุตรบุญธรรมอย่างภาคภูมิ หิรัญได้รับชื่อใหม่ ทั้งชื่อเล่น ชื่อจริง รวมถึงนามสกุล หลังจากที่นางรับเขามาจากสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า ญาติห่างๆ ของสามีของนางคนหนึ่ง ทำความเสียหายให้แก่ตระกูล ใจแตกจนเกิดบุตรชายขึ้นมา แล้วนำเขาไปทิ้งไว้ที่นั่น หลายปีกว่าจะรู้เรื่องและตามหากันเจอ

​อภิชญามารดาของหิรัญ ชิงฆ่าตัวตายเสียเมื่อนำเขาไปทิ้งไว้ที่สถานรับเลี้ยงเด็ก ทัศนัยบิดาของทีปต์รู้ว่าเด็กสาวมีลูกชาย จึงให้คนตามสืบ เพราะอย่างไรก็ญาติ จะปล่อยทิ้งขว้างก็กระไรอยู่ จนพบเมื่อหิรัญอายุได้เจ็ดปี เขาพาเด็กชายมาอยู่ที่นี่ในฐานะบุตรชายบุญธรรม ตั้งนามสกุลให้ใหม่ และให้เป็นเพื่อนเล่นของบุตรชายโทนอย่างทีปต์

​เด็กทั้งสองแรกๆ ก็เข้ากันไม่ใคร่ได้นัก ทีปต์เคยชินกับการเป็นลูกคนเดียว และเป็นเด็กที่ถูกตามใจจากมารดา เกรงกลัวก็แต่บิดาซึ่งไม่ค่อยมีเวลากำราบ เขาอายุห่างจากหิรัญหกปี ตอนที่หิรัญเข้ามาในบ้าน ทีปต์กำลังอยู่ในช่วงวัยรุ่น กำลังห้าวจัด และไม่ยอมรับการมีน้องมาแย่งความสำคัญของตนสักเท่าไหร่นัก

​เนื่องเพราะบิดามักจะชมหิรัญ ที่เรียนดี และเรียบร้อย เอามาเปรียบกับเขา ทีปต์เลยระบายด้วยการแอบแกล้งเด็กชาย หนักสุดคือแกล้งผลักหิรัญตกน้ำ เขาทำไปเพราะคะนอง สนุก แต่การณ์กลับทำให้เด็กชายเกือบตายเนื่องจากว่ายน้ำไม่เป็น ทีปต์รีบกระโดดลงไปช่วย และมันก็เกือบจะสายไป

​เขาโดนเฆี่ยนอย่างหนัก จากการกระทำครั้งนั้น สำนึกและเสียใจเป็นอย่างยิ่ง ที่ไปรังเกียจ รังแกเด็กชายไม่มีทางสู้ และมีภูมิหลังที่น่าสงสารอย่างหิรัญ เขาขอโทษเด็กชายอย่างจริงใจ น้ำตาลูกผู้ชายไหลออกมาด้วยความสำนึกเสียใจ ยอมเอาเงินเก็บไปซื้อหุ่นยนต์มาให้เป็นของปลอบใจและขอโทษ หิรัญรับไว้พร้อมกับรอยยิ้ม และนั่นก็ทำให้เด็กทั้งสองคนเริ่มมีมิตรภาพต่อกัน

​จนโตเป็นหนุ่มใหญ่ หิรัญก็ไม่ได้ทำให้คนในบ้านทีฆทัศน์ผิดหวัง เขารูปร่างหน้าตาดี มีบุคคลิกสง่างามไม่แพ้กับทีปต์ ทีปต์มักจะแนะนำกับใครต่อใครว่าหิรัญคือน้องชาย เขาเป็นคนหนึ่งที่ช่วยประคองธุรกิจยามซวนจนเกือบล้ม ตอนที่ทีปต์ประสบอุบัติเหตุ

​“ผมว่าจะลองไปสืบๆ ดูว่าทำไมพี่ทีปต์ถึงได้คิดจะรับลูกสาวของนายยอดชายนั่นเข้ามาในบ้าน”

เขาเอ่ยเปรยขึ้นมา คุณอารยามีสีหน้าพึงใจ นางพยักหน้าเห็นด้วยทันที

​“ดีเหมือนกัน เราค่อยๆ ตะล่อมเอานะ พี่ชายเราน่ะ แม่มีชนักติดหลังเยอะแยะไปหมด ที่แกล้งหลอกตาทีปต์หนก่อน คงจะยังไม่พอใจแม่อยู่ ถึงได้ทำแบบนี้” นางย่นจมูกน้อยๆ

​“เสียดายแต่หนูรวิษรา ทั้งสวย ทั้งชาติตระกูลดี เพื่อนของแม่น่ะมีธุรกิจอยู่ที่อเมริกา ไม่ใช่กระจอกงอกง่อย ที่ไปเกริ่นแล้วเค้าทำท่าเออออ จะยอมให้ลูกเขามาดูตัวกับตาทีปต์นี่ แม่ก็แสนจะดีใจ ก็พี่ชายเราน่ะ”

นางอึกอัก เมื่อนึกถึงแผลเป็นน่าเกลียดบนใบหน้าของทีปต์

​“ดูเอาเถอะตานิกซ์ เขายอมนี่ก็ดีเท่าไหร่ แล้วดูมันทำสิ”

​“หึๆ หนูรวิษราของคุณแม่ อาจจะบุญไม่ถึงพี่ทีปต์ก็ได้นะครับ” หิรัญเอ่ยหยอกๆ นางถอนใจอีกเฮือก

​“นี่ก็เลยต้องรีบบอกทางนั้นว่าเปลี่ยนใจแล้ว ไม่รู้จะโกรธแม่หรือเปล่านะนั่น เฮ้อ...เสียดาย ทั้งสวย ทั้งรวย ตาทีปต์เห็นตัวจริงเข้าคงจะเสียดาย แม่ละยังเสียดาย เชื่อขนมกินได้เลยว่า ต้องมีคนอื่นทาบหนูรวิษราอีก”

​หิรัญได้แต่ยิ้มน้อยๆ ฟังท่านพูดไป คุณอารยามองใบหน้าคมสันของบุตรชายบุญธรรมอย่างลอบสำรวจ ใบหน้าได้รูป คิ้วเข้มเฉียงตรงยาวจรดหางตา นัยน์ตายาวรีมีเสน่ห์ จมูกได้รูป ริมฝีปากบางสีเรื่อ เขาดูเป็นชายหนุ่มที่รูปสวย มากกว่าหล่อคมเข้ม ถ้าเกิดว่าเขาไม่ใช่เพียงบุตรบุญธรรม นางก็คงจะรีบเอาไปเสนอทางเลือกให้กับเพื่อนรัก เพราะนึกเสียดายหญิงสาวคนที่ว่าเสียนัก

​“เสียดายที่นิกซ์...เฮ้อ...”

นางหลุดปากออกมา และหิรัญก็ได้ยินประโยคนั้นเต็มหู แต่แสร้งทำเป็นไม่ได้ยิน หัวใจของเขากระตุกวูบ อารมณ์บางอย่างแล่นวาบทันที

​นิสัยของคุณอารยาที่เขาอยู่ด้วยมานาน ทำให้รู้ว่านางกำลังคิดอะไร และเพราะรู้ มันถึงทำให้เจ็บใจอยู่แปลบๆ ก็ใช่ว่าเขาไม่ใช่ลูกชายแท้ๆ ที่นางแสนจะภูมิใจและรักแบบทูนหัวทูนเกล้าอย่างทีปต์ แต่เขาก็เป็นลูกชายอีกคนหนึ่ง ที่นางก็รักและภูมิใจได้ไม่น้อยไปกว่ากัน แต่ทำไม...บางทีนางก็ไม่เปิดโอกาสดีๆ ให้กับเขาบ้าง เพียงเพราะว่าเขาไม่ใช่ลูกชายแท้ๆ นี่แหละ

​“คุณแม่ไม่ต้องห่วงไปหรอกครับ ผมจะค่อยๆ สืบทุกอย่างมาให้ ผมไม่ไว้ใจไอ้ยอดชายมัน นี่ก็ยังนึกเคืองอยู่ ที่พี่ทีปต์ยังปล่อยมันไว้ลอยชายในบริษัท ให้ช่วยงาน ไม่ยอมจัดการไล่มันออก หรือให้มันติดคุกไปเลย”

​“นั่นสิ พ่อลูกกัน ไปเอาลูกเขามาเป็นเมีย มันเหมือนเลี้ยงลูกเสือลูกตะเข้แท้ๆ แม่ฝากด้วยนะ ตานิกซ์ บุกคฤหาสน์พี่ชายของเราสักที และทางที่ดี ถ้าเราทำได้ ก็อย่าให้เขามีลูกด้วยกันเลย แม่อยากได้หลานก็จริง แต่แม่ไม่ได้อยากมีหลานเพราะตาทีปต์จะมาทำประชดประชันแบบนี้”

คำพูดของนาง ทำให้หิรัญหัวเราะ แล้วแสร้งทำมือเป็นท่าโดนปาดคอ

​“แต่ถ้าพี่ทีปต์จับผมได้ มีหวังผมตายแหงแก๋แน่ๆ ที่จะไปยุ่งกับเรื่องของเขาเค้า คุณแม่ช่วยผมรับผิดชอบด้วยนะครับ”

​“เราฉลาดจะตาย” นางเองก็อดขำไม่ได้ กับท่าทางของหิรัญ

“แต่ถ้าตาทีปต์เกิดไหวตัวทัน ว่าแม่ส่งเราไป ก็...ตัวใครตัวมันนะจ๊ะ”

​“อ้าว...ไหงงั้นล่ะครับคุณแม่”

​ชายหนุ่มโอด นัยน์ตาพราวไปด้วยประกายระยับยิ้ม งานนี้เห็นทีเขาจะต้องเสือกตัวเองเข้าไปช่วยมารดาเสียแล้ว เรื่องมันไม่น่าไว้วางใจ และดูจะไม่ชอบมาพากลพิกล จะอย่างไรเขากับทีปต์ก็เป็นสายเลือดกัน จะปล่อยให้ทีปต์ตกอยู่ในเงื้อมมือของคนโกงนั่น พ่อลูกกันก็ไม่น่าไว้วางใจอย่างที่คุณอารยาพูดนั่นแหละ

​เขาต้องไปขัดขวาง เรื่องที่พี่ชายจะมีทายาทกับ ยอดชีวา กาญจน์วัฒนา

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • หนี้อสูร   บทส่งท้าย โฉมงามในอ้อมกอดของ เจ้าชายอสูร

    หลังจากผ่านพ้นเรื่องราวร้ายๆ เสร็จสิ้นงานศพของหิรัญ ทีปต์ก็ทำบุญบ้านครั้งใหญ่ เหมือนจะขับไล่เสนียดจัญไรให้ไปให้ไกลเสียจากตระกูลทีฆทัศน์ เขาได้บทเรียนมากมาย จากเรื่องของหิรัญ เขาไล่ประภาออกเพราะหล่อนเหมือนงูพิษที่เลี้ยงไม่เชื่อง ประจักษ์ผู้เป็นลุงและรั้งตำแหน่งสำคัญของคฤหาสน์มันทนา เป็นคนบอกกล่าวกับเจ้านายด้วยตนเอง ว่าหลานสาวมีพฤติกรรมไม่เหมาะสมหลายอย่าง ทีปต์ทำตามคำแนะนำนั้น แม้ว่าจะสงสารประภาที่ร้องไห้ปิ่มว่าจะขาดใจ ก่อนจะก่นด่ามากมายเมื่อเห็นว่าเขาไล่เธอออกจริงๆ ​คุณอารยาอาการดีขึ้น แม้จะต้องไปทำกายภาพบำบัดบ้าง แต่เธอก็มีความสุข ยิ้มแย้มแจ่มใส ยาใจที่ทำให้เธอหายในเร็ววัน นั่นก็คือทายาททีฆทัศน์ตัวน้อยๆ ที่ตอนนี้กำลังน่ารักน่าชัง ด้วยวัยหกเดือน เจ้าหนูทีฆาเป็นขวัญใจของคนทั้งบ้าน คุณอารยาอยากจะเดินได้พร้อมๆ กับหลานชาย เลยขยันไปทำกายภาพ และดูแลรักษาตัวเองตามที่หมอสั่งอย่างเคร่งครัด​เรื่องของหิรัญเหมือนฝันร้ายของพวกเขา แต่คนตายไปแล้ว และทีปต์เองก็คิดว่าตนเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้หิรัญเกิดบาดแผลขึ้นในจิตใจ เขายังรักน้องชายนอกไส้ แม้ว่าหิรัญจะทำร้ายเขาอย่างแสนสาหัสก็ตามที ทีปต์อโหสิกรรม จัด

  • หนี้อสูร   39

    ยอดชีวามองเพื่อนด้วยสายตาชนิดหนึ่ง ที่ทำให้ช่อชนิดายิ้มแหยพลางเอื้อมมือจะไปบีบมือเธอ แต่เธอชักหนีเสียก่อน แล้วหันมองข้างหน้าต่างรถที่กำลังแล่นด้วยความเร็วสูง ท่าทีเย็นชาของเพื่อนสนิททำให้ช่อชนิดาอดรนทนไม่ไหว ต้องคว้าเจ้าหล่อนมากอด หากถูกปัดป้อง แล้วทำหน้าบึ้งใส่​“โธ่...เบบี้จ๋า หายโกรธนะ เราจะพาเบบี้ไปดูแลที่กรุงเทพฯ อยู่คนเดียวได้ยังไงกันนั่น”​“จะพาเราไปที่ไหน”เสียงหวานเอ่ยขึ้น พร้อมกับสายตาดุๆ ที่ตวัดมองไปยังด้านหลังของคนที่นั่งข้างคนขับ รัตนฤทธิ์หันมายิ้มให้กับเธอ เพราะเห็นหน้าเขานี่แหละ ยอดชีวาถึงได้รู้ว่ามันชักจะไม่ชอบมาพากล และรู้ว่าถูกเล่นตลกก็ตอนที่รถแล่นไกลออกมาเรื่อยๆ ไม่ได้พาเธอไปที่วัดซึ่งเพื่อนรักบอกไว้แต่แรกว่าจะพาเธอไปทำบุญ​“ไปที่บ้าน...”​“บ้านใคร” ยอดชีวาเอ่ยขัดก่อนที่เพื่อนรักจะพูดจบ หน้าหวานงอง้ำ แล้วเธอก็ไม่ยอมพูดจาอีกเลย ช่อชนิดาเอื้อมมือไปสะกิดรัตนฤทธิ์ ที่หันมายิ้มแหยส่งให้เธอ หญิงสาวไม่กล้าคุยอะไรอีก เพราะรู้ว่าเพื่อนรักกำลังโกรธจัดมาก เป็นแบบนี้แล้วถึงที่หมาย ยอดชีวาจะอาละวาดหรือเปล่าหนอ​คุณรับผิดชอบด้วย ยัยเบบี้โกรธฉันมาก...​เดี๋ยวผมจะให้กำลังใจ จุ๊บ..

  • หนี้อสูร   38

    หิรัญรู้สึกแปลกใจเล็กน้อย แต่เปลี่ยนเป็นเอ่ยชื่นชม เมื่อเห็นพี่ชายของเขา ในสภาพที่มีใบหน้าหล่อเหลาดั่งเดิม เดินตรงเข้ามาหาเขาในห้องทำงาน ทีปต์ยิ้มตอบเล็กน้อย แต่นัยน์ของเขามันไม่ยิ้มด้วยเลยแม้แต่น้อย ก่อนจะทรุดลงนั่งตรงกันข้ามกันกับน้องชาย สายตาคมกล้าจ้องเขม็ง มองอาการของหิรัญ ที่ยังคงเอ่ยพร่ำชมเชยถึงความสมบูรณ์แบบของการผ่าตัดศัลยกรรม​“ไม่น่าเชื่อเลยครับพี่ทีปต์ หมอที่นั่นเก่งจริงๆ พี่ทีปต์ไม่ได้หน้าตาน่าเกลียดแบบเดิมแล้ว มันยอดมาก ไม่มีแม้แต่รอยสักรอย หมอเก่งมากๆ”​“พี่ลบรอยแผลเป็นนั่นไปแล้ว แผลเป็นที่ทำให้ชีวิตของพี่พลิกผันไปมากมาย แผลเป็นที่ทำร้ายพี่ได้อย่างหนักเหลือเกิน นิกซ์” คำพูดนั้นทำให้หิรัญเลิกคิ้วนิดหน่อย แต่ก็ยังยิ้มส่งให้กับทีปต์​“ดีแล้วครับ พี่จะได้เริ่มต้นชีวิตใหม่ที่ผมคิดว่ามันจะสดใสแน่นอน”​“พี่ยังเริ่มต้นใหม่ไม่ได้ นิกซ์ จนกว่าพี่จะจัดการกับแผลเป็นอีกแผลหนึ่งก่อน แผลนี้มันใหญ่มากเสียด้วย และที่สำคัญ พี่ต้องขอความร่วมมือจากนายในการกำจัด”​“เอ...ผมตามไม่ทัน พี่ทีปต์หมายความว่าอะไรหรือครับ”​“นายยังไงล่ะ นิกซ์ แผลเป็นของทีฆทัศน์ สิ่งที่นายทำ มันเป็นเหมือนแผลร้าย ที่ก

  • หนี้อสูร   37

    นัยน์ตาสีนิลคมกริบนั่น รูปหน้าเรียวได้ส่วน ริมฝีปากนั่น...​มันช่างเหมือนกันราวกับพิมพ์เดียว แม้กระทั่งกลิ่นน้ำหอม ถ้าเธอจมูกไม่เพี้ยน เขาก็ยังใช้กลิ่นเดียวกัน ต่างกันแค่คนตรงหน้าเธอ ดูเปิดเผย จริงใจ และอบอุ่นกว่าเขามากนัก เป็นส่วนที่แตกต่างกันมาก แต่เหตุไฉน ใจเธอกลับวนเวียนไปคิดถึงแต่อสูรใจร้ายอย่างทีปต์ มากกว่าคนตรงหน้าเธอ ที่รูปร่างหน้าตาเหมือนกับพิมพ์กันมา ทั้งที่เขาดูอ่อนโยนและเอาใจเธอนัก ไม่รังเกียจแม้รู้ว่าเธอตั้งครรภ์แบบไม่สามารถบอกได้ว่าพ่อของเด็กในท้องคือใคร ​“ผมซื้อมาฝาก ไปลองชิมมาแล้วอร่อยมาก เห็นคุณบอกว่าอยากกินขนมไทยๆ” เขายื่นถุงพลาสติกบรรจุขนมหน้าตาน่ากินส่งให้เธอ ยอดชีวายิ้มน้อยๆ แล้วเอื้อมมือรับ ชายหนุ่มชักมือกลับ ก่อนจะเอ่ยเสียงทุ้ม​“อุตส่าห์ซื้อของมาฝาก ใจคอจะไม่ต้อนรับแขกเลยหรือครับ”​“เชิญเข้ามาก่อนก็ได้ค่ะ” เธอไขกุญแจให้เขา พลางย่นจมูกอย่างลืมตัว ท่าทีน่ารักนั้นทำให้ธนัยมองเธอตาปรอย เขามองใบหน้าหวานนั่นอย่างชื่นชมเปิดเผย แทบจะช่วยประคองด้วยซ้ำ เมื่อยอดชีวาทำท่าจะสะดุดล้ม เธอต้องปัดมือของเขาที่ทำท่าจะเอื้อมมาจับเธอไว้ แล้วพึมพำบอกว่าไม่เป็นไร​หญิงสาวรับแขกของ

  • หนี้อสูร   36

    ช่อชนิดาเฝ้าแอบมองหญิงสาวในชุดกระโปรงสีหวาน ที่กำลังล็อกประตูรั้วบ้าน หันหลังให้กับเธออย่างไม่ทันระวังตัว ร่างบางจึงปราดจากที่ซ่อน แล้วตรงเข้าประชิดทันที มือบางรวบเอวเล็กของอีกฝ่ายไว้ ทางนั้นร้องอุทานอย่างตกใจ ​“ยัยเบบี้ โอย...ดีใจจริงๆ จับตัวได้แล้ว”​“อีฟ” ยอดชีวากะพริบตาปริบๆ หน้าแดงสลับซีดด้วยความรู้สึกหลากหลายปนเป ช่อชนิดารัดเธอไปกอดไว้แน่น ก่อนจะละล่ำละลัก อุทานซ้ำๆ ​“อย่าไปไหนอีกนะ อย่าไปไหนอีกเลย เพื่อนรัก เราดีใจเหลือเกิน โอย...เบบี้ ดีใจจริงๆ”​“เราก็ดีใจอีฟ ฮือๆ เราดีใจที่เจออีฟ”​“แล้วหนีมาทำไมถึงนี่ จะบ้าหรือยังไงกัน หนีมาไม่บอกไม่กล่าว หลังงานศพพ่อเธอ เธอก็หายไปเลย อะไรกันน่ะ เราทั้งงง ทั้งใจหาย จะเป็นบ้าที่เพื่อนรักหนีหายมา เกิดอะไรขึ้น”​“ไปคุยกันในบ้านดีกว่า เรื่องมันยาว แต่ว่าอีฟตามหาเราได้ยังไงกันนี่” ยอดชีวาปาดน้ำตาแห่งความดีใจที่รินไหลออกทิ้ง แล้วยิ้มกว้างให้กับเพื่อนรัก มือทั้งสองจับกันแน่น เหมือนกลัวว่าที่เห็นตรงหน้าจะเป็นภาพลวงตา​“เราตามเพจของเบบี้มายังไงล่ะ ดีนะที่เบบี้เปิดเพจไว้ เพจขายน้ำหอมของเบบี้น่ะ เราจำได้ว่าอีเมลนั้นเป็นอีเมลของเบบี้ ที่ติดต่อ ก็เร

  • หนี้อสูร   35

    ​ทีปต์อ่านจดหมายด้วยมือที่สั่นเทา เขานั่งทรุดลงอย่างหมดแรง ตู้ที่เปิดอ้าไว้ แง้มให้เห็นว่าของภายในถูกเก็บกวาดไปจนเกลี้ยง ของทุกสิ่งที่เป็นของยอดชีวาอันตธานออกไปจากห้องนี้ เหมือนที่เธอเดินไปจากชีวิตเขา หิรัญยืนพิงกรอบประตู มองดูพี่ชายของเขาที่นั่งนิ่งเหมือนหิน เขาเดินก้าวเข้าไปใกล้ แล้วตบบ่าของทีปต์เบาๆ ก่อนจะเอ่ยปลอบโยนด้วยน้ำเสียงทุ้ม​“ปล่อยเขาไปเถอะครับพี่ทีปต์”​“ยอดชีวาแท้งลูก พี่จะปล่อยเขาไปแบบนั้นได้ยังไงกัน” ชายหนุ่มเม้มปาก “แล้วเรื่องฤทธิ์มันอะไรกัน พี่งงไปหมดแล้ว”​“ถ้าไม่แท้ง พี่จะแน่ใจได้ยังไงกันว่าเป็นลูกของพี่ นังเด็กนั่นก็บอกแจงในจดหมายอยู่ ว่าเป็นลูกใครกันแน่ หึ!สันดานร่านนัก ไอ้เพื่อนเลวนั่นก็เหลือเกิน ผมมีพยานนะครับพี่ทีปต์ ประภาเด็กรับใช้เป็นพยานให้ได้ ว่าเคยเห็นพวกมัน...”​“พอเถอะ พอที พี่อยากอยู่คนเดียว” ทีปต์ปัดมือที่โอบไหล่เขาออก ก่อนจะเอ่ยเสียงเครียด หิรัญลุกขึ้น มองหน้าทีปต์ที่ตอนนี้อ่านความรู้สึกไม่ออก ว่ากำลังคิดอย่างไรกันแน่ จดหมายจากยอดชีวายับยู่ยี่อยู่ในมือเขา นัยน์ตาคมของเขาฉายแววเย็นชา ไม่แสดงความรู้สึก ทั้งที่ตอนแรกมันฉายแววเจ็บปวดอย่างเหลือแสน สิ่งท

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status