Share

5

last update publish date: 2026-10-27 13:11:58

ยอดชีวากัดริมฝีปากแน่น เมื่อเธออ่านเอกสารที่ได้รับมาจากทีปต์ซ้ำอีกรอบ ก่อนจะเก็บใส่แฟ้มไว้ให้เรียบร้อย แล้วนำไปใส่ลิ้นชักปิดไว้อย่างดีตรงบริเวณตู้ใบเล็กที่เธอใช้เก็บเอกสารสำคัญ มือนั้นสั่นเล็กน้อย น้ำตาพานจะรินหยดอีกหน แต่เธอกล้ำกลืนมันลงไป

​จะร้องไห้ไปทำไมหนอ ยอดชีวา ในเมื่อเราเลือกแล้วที่จะทำ สิ่งที่เราทำ แม้มันจะฝืนใจมากแค่ไหน เลวร้ายมากแค่ไหน แต่เพื่อพ่อ...ผู้ให้ชีวิต เราทำได้ทุกอย่าง

​มือเรียวลูบที่หน้าท้องแบนราบของตนเอง ใจเธอวูบโหวงอย่างประหลาด เมื่อนึกถึงข้อตกลงการเป็น...เครื่องผลิตลูก ให้แต่ผู้ชายร้ายกาจคนนั้น เธอจะทำอย่างไร เมื่อถึงเวลาที่จะต้องจากกับสิ่งที่ปฏิสนธิในร่างกายขึ้นมาจริงๆ เพียงแค่คิด ใจก็หาย นี่ขนาดว่าเขายังไม่ได้เกิดมา แล้วถ้าเขาเกิดขึ้นมาเล่า ความผูกพันทั้งหลายแหล่ เธอจะทนมันได้ไหมนะ

​หญิงสาวถอนหายใจ พลางสะบัดหน้าแรงๆ ไล่อารมณ์ต่างๆ ที่แล่นพล่านขึ้นมา ให้สงบลง ท่องไว้เพียงแค่เป็นหน้าที่ สิ่งที่เธอจะต้องไปทำกับผู้ชายที่ชื่อทีปต์คืองาน งานที่แลกกับการปลดหนี้ของบิดา ยอดชีวาลุกขึ้นยืน เดินก้าวไปหน้ากระจก เงาสะท้อนของหญิงสาวที่มองจ้องกลับมา ช่างดูเศร้าหมองยิ่งนัก นัยน์ตาสีน้ำตาลมีน้ำคลอราวกับจะหยด ริมฝีปากเม้มเข้าหากันแน่น ใบหน้าหวานซีดเซียว ขอบใต้ตาคล้ำเป็นวงเพราะอดนอน ดูไม่สวยสดใสเลยสักนิด

​เธอเปิดลิ้นชักโต๊ะเครื่องแป้ง หยิบเครื่องสำอางขึ้นมาจัดการหน้าตาให้พอดูได้บ้าง เกลื่อนรอยช้ำด้วยคอนเซเลอร์ ใช้แป้งปกปิดให้พอดูได้ แต่งตาด้วยโทนสีขาวชมพู เพื่อให้ดูสว่างสดใส แก้มใช้สีพีช ปากทาสีชมพูกุหลาบเรื่อๆ ยอดชีวามองตัวเองที่หลังจากแต่งหน้าแล้วพอจะสดใสขึ้นมาบ้าง ก็ยิ้มให้กับตัวเอง ก่อนจะเอ่ยเสียงเบา

​“สู้ๆ นะเบบี้ เราต้องผ่านมันไปให้ได้ ฟ้าไม่ได้มืดไปทุกวันหรอก”

​หญิงสาวให้กำลังใจตนเอง เธอหมุนดูตัวเองซึ่งอยู่ในชุดกระโปรงยาวสีครีม คอบัว แขนสามส่วน คาดเข็มขัดสีน้ำตาลเส้นเล็กที่เอว แบบนี้ก็ดูเหมาะดูเรียบร้อยกับการเข้าไปเป็นสะใภ้ของ ทีฆทัศน์วันแรกสินะ...ไม่ใช่สะใภ้ เธอเป็นแค่...

​เป็นอะไรดีนะ นางบำเรอ เครื่องผลิตทายาท...นี่สินะสิ่งที่เธอกำลังจะเป็น

​ยอดชีวาคิดอย่างหยันๆ แล้วหยิบเอากระเป๋าสีน้ำตาลใบเล็กมาสะพายไหล่ กระเป๋าเดินทางใบโตที่เธอเก็บข้าวของจัดลงเรียบร้อยแล้วเมื่อคืน วางอยู่ใกล้ประตู มือเรียวดึงตรงที่จับขึ้นมา แล้วหันมามองห้องของเธออีกครั้งเป็นหนสุดท้าย ไม่รู้ว่าจะได้กลับมาที่นี่เมื่อไหร่ หน้าที่ของเธอจะหมดลงวันไหนก็สุดจะรู้ได้

​เสียงเคาะประตูห้องดังขึ้น ร่างบางที่กำลังมองอาลัยอยู่สะดุ้งสุดตัว ก่อนจะขานตอบรับ บิดาของเธอผลักประตูเข้ามา เขามีสีหน้าเศร้าโศก นัยน์ตาบวมแดง เห็นได้ชัดว่าท่านก็ทุกข์ใจไม่ต่างไปจากเธอ นั่นทำให้ยอดชีวาไม่อาจจะทำตัวอ่อนแอได้ เธอเดินตรงไปหาท่าน แล้วกราบลงที่อก เสียงหวานเอ่ยพยายามให้ร่าเริงเป็นการสั่งลา

​“หนูไปไม่นานนะคะพ่อ ทุกอย่างจะต้องเรียบร้อยค่ะ พ่อดูแลตัวเองนะ”

​“หนู...คิดดีแล้วหรือเบบี้ พ่อแก่แล้ว พ่อจะเป็นยังไงก็ได้”

คำพูดของท่านทำให้ยอดชีวาสะท้อนในอก ถูกที่ท่านอายุมากแล้ว แต่เธอจะยอมให้ท่านลำบากอีกหรือ ในเมื่อท่านเองก็ลำบากมามากจนเกินพอแล้ว

​“ไม่ได้ค่ะพ่อ หนูยอมไม่ได้จริงๆ รอหนูนะคะพ่อขา”

น้ำตาของท่านหยดลงมาเมื่อเธอเอ่ยจบ ยอดชีวาตกใจกับน้ำตาของผู้เป็นพ่อ หญิงสาวค่อยลูบเช็ดน้ำตาให้ พลางยิ้มส่งให้ท่าน เสียงหวานเอ่ยปลอบประโลม

​“พ่ออย่าร้องไห้สิคะ เดี๋ยวหนูบาปนะ เบบี้ไม่ได้เป็นอะไรสักหน่อย แค่ไปเป็นเจ้าสาว เจ้าสาวของคนรวยระดับนั้นด้วย พ่อน่าจะดีใจมากกว่า”

​“พ่อจะดีใจได้ยังไงกัน พ่อรู้จักคุณทีปต์ดี เขาเปลี่ยนไปมาก ตั้งแต่ประสบอุบัติเหตุนั้น เขาเป็นแบบนี้ก็เพราะพ่อ”

ยอดชายกล่าวโทษตนเอง วันนี้เขาอ่อนแอเหลือเกิน ทั้งที่ตั้งใจจะเข้มแข็ง มาส่งลูกสาวพร้อมกับรอยยิ้ม แต่มันก็อดไม่ได้จริงๆ เมื่อรู้ว่าตนกำลังจะส่งลูกสาวไปที่ไหน

​“หนูจะจัดการทุกอย่างได้ ไม่มีอะไรที่เบบี้ทำไม่ได้ค่ะ” เธอยิ้ม แล้วยกนิ้วโป้ง ก่อนจะขยิบตาข้างหนึ่ง ด้วยท่าทีขี้เล่นน่ารักในแบบของเธอ

​“ไม่แน่นะคะ คุณทีปต์ของพ่อ อาจจะ...เขาอาจจะอยากรับเบบี้ขึ้นมาเป็นเจ้าสาวจริงๆ ก็ได้ พ่อไม่ต้องห่วงหนูนะ หนูจะติดต่อมาเรื่อยๆ หนูรักพ่อนะคะ ที่หนูทำทุกอย่าง ก็เพื่อพ่อ”

​“ขอบใจมาก ลูกรัก”

ท่านดึงเธอไปกอดไว้อย่างแนบแน่น ยอดชีวากอดร่างใหญ่ของท่านตอบ เธอยิ้มแทนร้องไห้ เมื่ออยู่กับท่าน ยอดชายดูเศร้าโศกมาก เธอเกรงว่าน้ำตาของเธอจะยิ่งเป็นการตอกย้ำทำร้ายท่าน

​ยอดชายช่วยถือกระเป๋าเดินทางลงบันไดมาพร้อมกับบุตรสาว เขาโอบประคองเธอไม่ยอมปล่อย สองพ่อลูกไปยืนรอรถจากคฤหาสน์มันทนามารับด้วยกันที่หน้าบ้าน ตลอดเวลา ยอดชายจับมือของบุตรสาวไว้ตลอดเวลา และพยายามยิ้มให้เธอ ยอดชีวาเองก็บีบมือท่านแน่น ความรัก ความห่วงใย ส่งผ่านความอุ่นร้อนของมือพวกเขา ไปยังหัวใจของคนทั้งคู่

​รอไม่นานนัก รถคันหรูก็แล่นเข้ามาจอดที่หน้าบ้าน สองพ่อลูกมองตากัน คนขับรถลงมาจากรถและทำความเคารพอย่างนอบน้อม พลางเอ่ยแนะนำตนเอง และเชิญยอดชีวาขึ้นรถ

​“ไปก่อนนะคะพ่อ”

เธอกล่าวลาท่าน และกราบท่านอีกครั้ง ยอดชายพยักหน้า ตื้นตัน อาลัย จนเอ่ยอะไรไม่ออก เขาไม่อยากร้องไห้ออกมาอีกหน ชีวิตคนเป็นพ่อ เลี้ยงดูทะนุถนอมลูกสาวมาตลอดยี่สิบหกปีเต็ม เขาไม่เคยร้องไห้ให้ลูกเห็น นี่เป็นครั้งแรก และทำท่าจะร้องได้เรื่อยๆ เสียด้วย มันน่าอาย แต่ก็กลั้นไว้ไม่ได้ นั่นเพราะทั้งอาลัย และหวาดกลัว เจ็บปวด เมื่อลูกสาวต้องไปทำหน้าที่อัปยศนี้ให้กับทีปต์

​ร่างบางก้าวขึ้นไปบนรถ คนรถปิดประตูให้อย่างเรียบร้อย เขานำกระเป๋าเดินทางไปเก็บไว้ที่กระโปรงหลัง แล้วเข้าทำหน้าที่สารถี ยอดชีวาโบกมือน้อยๆ ให้เขา แล้วยิ้มส่งให้ ยอดชายโบกมือตอบ เขามองรถคันนั้นแล่นไปจนลับตา ก่อนจะทรุดลงนั่งบนพื้นเพราะขาอ่อน หมดแรงกะทันหัน เหมือนพลังใจ ที่อ่อนโหยไปทันทีเมื่อบุตรสาวจากไป

​เขาหวังว่าทีปต์ จะไม่ใจร้ายใจดำกับยอดชีวาจนเกินไปนัก...

​เขาคงหวังได้เท่านี้...

​ยอดชายเช็ดน้ำตาของตนอีกหน แล้วค่อยๆ พยุงกายลุกขึ้นเดินกลับบ้าน ชายชรารู้สึกเหนื่อยล้า และแก่ลงไปอีกหลายปีเลยทีเดียว เขาทรุดนั่งบนโซฟาตัวโปรดในห้องนั่งเล่น ก่อนจะมองเหม่อ ไม่มีกระจิตกระใจนึกอยากทำอะไรทั้งนั้น แม้ว่าท้องจะร้องประท้วงว่าหิว เพราะเลยเวลารับประทานอาหารมาแล้วเกือบชั่วโมง

​สิ่งที่ผิดพลาดที่สุดในชีวิตของเขา ก็คือการเห็นแก่เงิน และร่วมมือกับคนๆ หนึ่ง เพื่อทรยศคดโกง นั่นมันพลิกชีวิตเขา ให้ตกระกำลำบากอย่างถึงที่สุด แถมบาปกรรมนั้นยังตกมาถึงบุตรสาวของเขาอีกด้วย

​ยอดชีวานั่งตัวเกร็ง เมื่อรถเคลื่อนไปใกล้จุดหมาย เธอเคยมาที่คฤหาสน์นี้แล้วหนหนึ่ง พอจะจำทางได้ เมื่อรู้ว่าใกล้ถึงที่หมายแล้ว ใจเธอก็ยิ่งเต้นแรง ภาพของเจ้าของคฤหาสน์ เต้นระริกอยู่ในมโนของความทรงจำ ทีปต์ ทีฆทัศน์ เขาเหมือนกับเจ้าชาย...เจ้าชายของปราสาทผีสิง ที่ทำตัวเย็นชาและน่ากลัว

​เสี้ยวหน้าของเขาด้านหนึ่งเต็มไปด้วยริ้วรอยแผลเป็น มันทำให้เขาดูน่ากลัว และที่น่ากลัวยิ่งกว่า ก็คือความคิดของเขา ที่คิดจะเอาเธอมาใช้หนี้ ด้วยการ...

​หญิงสาวเม้มริมฝีปากแน่น มือเย็นเฉียบกำเข้าหากัน ต่อนี้ไปเธอจะต้องอยู่กับเขา เห็นเขาทุกวัน เธอจะหายกลัวเขาไหมนะ รูปลักษณ์ของเขาทำให้เธอหวาดกลัวอยู่บ้าง แต่ก็น้อยกว่าจิตใจของเขา นี่ก็ไม่รู้ว่าเขาจะต้อนรับเธอแบบไหน แล้วจะทำอะไรกับเธอบ้างในวันแรกที่เธอเข้าไปอยู่กับเขาที่คฤหาสน์

​ข้อสัญญาอันบ่งบอกว่าเธอจะต้องมีทายาทให้เขา มันหมายถึง...

​แก้มสาวแดงร้อน เธอไม่เคยมีประสบการณ์ทางเพศ แม้จะเคยมีคนรักบ้าง แต่ก็คบกันเพียงผิวเผิน จุดมุ่งหมายในชีวิตของเธอ มันยิ่งใหญ่เสียจนยอดชีวาไม่ได้สนใจอะไรกับเรื่องเพศตรงข้ามนัก ตอนนี้เธอชักจะอยากให้ตัวเองมีประสบการณ์ทางนี้มาบ้าง อย่างน้อย เธอก็จะไม่ต้องหวาดกลัวเขาจนเกินไปนัก

​ประตูคฤหาส์เปิดออก เนื้อที่อันแสนใหญ่โตของมัน เหมือนจะข่มให้ผู้มาใหม่ รู้สึกขวัญหนีดีฝ่อ ต้นไม้ใหญ่ยืนต้นให้ความร่มรื่น สวนจัดอย่างสวยงาม ไม่ได้ทำให้ยอดชีวารู้สึกตื่นเต้นและชื่นชมในความงดงามของมันเลยแม้แต่น้อย เธอต้องระงับอาการสั่น เมื่อคนรถเปิดประตูให้ เขายิ้มน้อยๆ ส่งให้เธอ ก่อนจะเดินไปขนสัมภาระของเธอลงมา หญิงรับใช้นางหนึ่งในชุดเครื่องแบบเมด ตรงมาหาเธอ ทำความเคารพ และเอ่ยกับเธอด้วยน้ำเสียงเรียบๆ

​“คุณผู้ชายไม่อยู่นะคะวันนี้ ท่านให้คุณทำตัวตามสบาย เดี๋ยวตามดิฉันมานะคะ จะพาไปที่ห้องของคุณ”

​“ค่ะ”

ยอดชีวาหลบสายตาอีกฝ่าย ที่มองหน้าเธอ แก้มสาวแดงปลั่งขึ้นทันที เมื่อคิดว่าเจ้าของบ้านจะบอกอะไรหญิงรับใช้คนนี้บ้าง ว่าเธอคือใคร มีฐานะอะไรในบ้านหลังนี้

​เธอตามหญิงรับใช้ ที่แนะนำตัวว่าชื่อ ประภา ไปยังห้องซึ่งจัดไว้ หญิงสาวค่อยมองไปรอบๆ อย่างสำรวจ คฤหาสน์ของทีปต์ จัดตกแต่งไว้อย่างหรูหรา งดงามราวกับปราสาทของเจ้าชายเลยก็ว่าได้ ของทุกชิ้นดูจะเป็นของมีราคา ตกแต่งตามแบบของศิลปะโกธิค เฟอร์นิเจอร์เป็นสีขรึม ของประดับส่วนใหญ่นำเข้ามาจากยุโรป หรือไม่ก็สั่งทำ ถ้าเพื่อนของเธออย่างช่อชนิดามาเห็นคงจะชื่นชอบมาก เพราะขานั้นก็ชอบศิลปะแนวยุคนี้ คอนโดของช่อชนิดาเองก็ตกแต่งในสไตล์นี้เหมือนกัน

​“นี่ห้องของคุณค่ะ”

หญิงรับใช้เปิดประตูห้องให้ ห้องของยอดชีวาอยู่ทางปีกทิศตะวันออก ประตูห้องทำจากไม้แกะสลักอย่างสวยหรู และด้านในก็หรูหราไม่แพ้กัน

​พรมสีครีมปูตลอดห้อง เฟอร์นิเจอร์ส่วนใหญ่ทำจากไม้แกะสลักเป็นรูปเถากุหลาบเลื้อยทาสีขาว ผ้าม่านเป็นสีฟ้า เตียงขนาดใหญ่กลางห้องเป็นเตียงแบบมีเสาสูง ผ้าปูเตียงเป็นลายดอกไม้สีฟ้าสลับขาว ตู้เก็บเสื้อผ้าก็เป็นไม้แกะสลักด้วยลวดลายเดียวกับเฟอร์นิเจอร์ชิ้นอื่นในห้อง ยอดชีวาเห็นแล้วถึงกับอ้าปากค้าง เพราะความงดงามน่ารักของห้องพักส่วนตัวของเธอ

​“พักผ่อนตามสบายนะคะ มีอะไรจะเรียกใช้ ก็กดกริ่ง”

สาวใช้ผายมือให้เธอดูว่ากริ่งอยู่ตรงไหน

“เวลารับประทานอาหารค่ำ คือหกโมงเย็นนะคะ คุณจะรับประทานที่นี่ หรือว่าจะลงไปที่ห้องอาหารก็ได้ค่ะ อีกสามสิบนาที ฉันจะเอาของว่างมาเสิร์ฟให้ที่นี่”

​“เอ่อ...” เธอเรียกประภาไว้ก่อนที่อีกฝ่ายจะขอตัวไปทำงานของตนต่อ

​“คะ?”

​“คือว่า...คุณทีปต์จะกลับมากี่โมงคะ”

​“คุณท่านไม่ได้บอกไว้ แต่ถ้าถึงเวลา คุณท่านก็คงจะเรียกคุณเข้าไปพบเองแหละค่ะ”

ทางนั้นตอบด้วยน้ำเสียงเย็นๆ แล้วมองหน้าเธอ ด้วยสายตาชนิดหนึ่ง ที่ทำให้ยอดชีวาหน้าแดง เธอจึงอ้อมแอ้มเอ่ยขอบคุณ

​“ถ้าอย่างนั้นขอบคุณมากค่ะ”

​“อีกสามสิบนาที จะมีของว่างมาให้นะคะ แล้วเราตั้งโต๊ะตอนหกโมงเย็น”

สาวใช้บอกย้ำอีกรอบ แล้วปิดประตูห้องเสีย ทิ้งให้ยอดชีวาอยู่เพียงลำพัง

​เธอทิ้งตัวลงนอนแผ่บนเตียง เมื่ออยู่คนเดียว แล้วถอนใจออกมาอย่างโล่งอก ข่าวดีที่เธอยังไม่เจอเขาตอนนี้ แต่จะอย่างไรก็ต้องพบเจอกันอยู่ดี ยอดชีวาก็ควรจะรวบรวมแรงใจเยอะๆ ก่อนที่จะเจอะเจอหน้าของเจ้าของคฤหาสน์แห่งนี้สินะ

​เจ้าของที่นี่...และเจ้าของตัวเธอด้วย...

​“วันนี้พี่ทีปต์ไม่นอนที่บ้านกับคุณแม่ กับผมหน่อยหรือครับ? จะรีบกลับไปอยู่คนเดียวที่นั่นทำไม เหงาแย่เลย”

​“พี่ชินแล้ว”

เสียงทุ้มเอ่ยตอบน้องชาย เขาพลิกเอกสารนั่งอ่านอย่างละเอียดอีกหน เมื่อเห็นว่ามันสมบูรณ์แบบ ไร้ข้อขัดแย้งแล้ว ก็พยักหน้าพลางส่งมันคืนให้กับหิรัญ ที่นั่งอยู่ข้างๆ เขา

​“เรียบร้อยดี โครงการของนายใช้ได้เลยนะ ดำเนินการไปได้เลย พี่อนุมัติ”

​“ครับ ผมต้องขอโทษที่ไม่ได้รายงานพี่ไปก่อน ใจร้อนน่ะครับ”

หิรัญเอ่ยแก้ตัว มือหนาของพี่ชายตบมาเบาๆ บนบ่ากว้าง ก่อนจะยิ้มน้อยๆ ส่งให้เขา

​“ไม่เป็นไร พี่เข้าใจ และไว้ใจว่าระดับนาย ไม่ทำพลาดแน่นอน”

​“ผมตั้งใจจะบอกกับพี่เมื่อประชุมผู้บริหารเสร็จ ก็เห็นว่ามันเป็นเรื่องเล็กน้อย แล้วก็เป็นการแค่เสนอกับที่ประชุม เพื่อให้ตัดสินใจ ไม่คิดว่าเลขาของพี่จะเอาไปฟ้อง”

คำเอ่ยถึงรัตนฤทธิ์แบบไม่พอใจ ทำให้ชายหนุ่มนิ่งไปนิดหน่อย แล้วกล่าวแก้แทนเพื่อนรัก

​“ไม่หรอก นายฤทธิ์ไม่ได้ฟ้องอะไร เขาก็แค่รายงานตามปรกติน่ะ พี่มีนายเป็นมือขวา และนายฤทธิ์เป็นมือซ้าย ที่จะช่วยให้ธุรกิจของเราเติบโต พี่หวังว่าเรื่องแค่นี้ คงจะไม่ทำให้นายกับนายฤทธิ์ขัดใจกันหรอกนะ”

​“ผมก็แค่รู้สึกน้อยใจนิดหน่อยน่ะครับ” หิรัญถอนใจ นัยน์ตาของเขามีรอยเศร้า

“ผมกลัวว่าพี่ทีปต์จะไม่ไว้ใจผม ระแวงผม ก็พี่ทีปต์เคยถูกทรยศมาก่อน มันธรรมดาถ้าจะไม่ไว้ใจ และจะคิดมาก”

​“นั่นไม่มีวันที่พี่จะรู้สึกกับนาย นายนิกซ์”

น้ำเสียงนั่นช่างจริงใจ จนคนฟังยิ้มออกมาได้ เขาพนมมือไหว้ผู้เป็นพี่ชายอย่างนอบน้อม

​“ขอบคุณมากครับ พี่ทีปต์ ที่รักและไว้ใจผมเหมือนน้องชายแท้ๆ”

​“พี่รักนายเพราะนายคือครอบครัวของเรา”

เขาเอ่ยย้ำ หิรัญยิ้มกว้าง แล้วเอ่ยชวนพี่ชายอีกรอบอย่างคนช่างตื๊อ

​“แต่ว่าเย็นนี้ พี่ทีปต์ไม่ไปที่บ้านสักหน่อยหรือครับ คุณแม่บ่นคิดถึง”

​“ไม่”

​ทีปต์ตอบสั้นๆ และก้มหน้าลงสนใจกับไอโฟนในมือ ยุติการสนทนากับน้องชายเสียเพียงเท่านั้น หิรัญมองเสี้ยวหน้าด้านที่อัปลักษณ์ไปด้วยแผลเป็น มันเห็นไม่ชัดเจนเพราะมีผมลงมาปรกไว้บางส่วน แต่ก็น่าเกลียดน่ากลัวยิ่งนัก เขานึกถึงเจ้าสาวของพี่ชาย ถ้าฝ่ายนั้นเห็นหน้าเต็มๆ ของทีปต์ยามนี้ จะไม่เป็นลมไปก่อนหรอกหรือ เขาเคยเห็นบุตรสาวของยอดชาย ผู้หญิงหน้าหวานแอร่ม รูปร่างอ้อนแอ้นบอบบาง ดูราวกับกุหลาบแก้วน่าถนอม พี่ชายยิ่งคับแค้นบิดาของหล่อนอยู่ จะบีบให้แหลกคามือหรือเปล่านะ

​“เจ้าสาวของพี่ ที่พี่บอกแม่กับผมไว้ เธอ...”

​“วันนี้ทำไมนายช่างซักจริงๆ นายนิกซ์”

เขาเงยหน้าขึ้นมา สีหน้านั้นเรียบเย็นไร้อารมณ์ ก่อนจะผุดลุกขึ้นยืน เขาเก็บอุปกรณ์สื่อสารไว้ในกระเป๋า ร่างสูงนั้นทำท่าจะก้าวยาวๆ จากไป หิรัญรีบดึงมือไว้ พลางเอ่ยละล่ำละลัก

​“พี่ทีปต์จะรีบไปไหนหรือครับ เอ่อ...ไม่อยู่คุยกันก่อนแล้วหรือ”

​“ไม่”

​คำตอบนั้นสั้นตามเคยอย่างประหยัดคำ เขาหลุบตามองมือของน้องชาย หิรัญปล่อยมือ แล้วยิ้มแหยส่งให้ สายตาท่าทางของทีปต์ ไม่ชวนให้ต่อกรเซ้าซี้

​“ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวผมไปส่งนะครับ”

​“ไม่ต้องหรอก ทำงานไปเถอะ พี่จะรีบกลับไปดูเจ้าสาวของพี่สักหน่อย” กล่าวเสร็จ ร่างสูงนั้นก็ก้าวยาวๆ เดินออกมาจากห้อง ทิ้งให้หิรัญได้แต่มองตาม แล้วกะพริบตาปริบๆ

​แม่เด็กนั่น ก้าวเข้ามาในชีวิตของพี่ชายเขาแล้วสินะ...

​นัยน์ตาคมกริบหรี่ลงอย่างเจ้าเล่ห์ พร้อมกันกับรอยยิ้มที่มุมปาก เขา

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • หนี้อสูร   บทส่งท้าย โฉมงามในอ้อมกอดของ เจ้าชายอสูร

    หลังจากผ่านพ้นเรื่องราวร้ายๆ เสร็จสิ้นงานศพของหิรัญ ทีปต์ก็ทำบุญบ้านครั้งใหญ่ เหมือนจะขับไล่เสนียดจัญไรให้ไปให้ไกลเสียจากตระกูลทีฆทัศน์ เขาได้บทเรียนมากมาย จากเรื่องของหิรัญ เขาไล่ประภาออกเพราะหล่อนเหมือนงูพิษที่เลี้ยงไม่เชื่อง ประจักษ์ผู้เป็นลุงและรั้งตำแหน่งสำคัญของคฤหาสน์มันทนา เป็นคนบอกกล่าวกับเจ้านายด้วยตนเอง ว่าหลานสาวมีพฤติกรรมไม่เหมาะสมหลายอย่าง ทีปต์ทำตามคำแนะนำนั้น แม้ว่าจะสงสารประภาที่ร้องไห้ปิ่มว่าจะขาดใจ ก่อนจะก่นด่ามากมายเมื่อเห็นว่าเขาไล่เธอออกจริงๆ ​คุณอารยาอาการดีขึ้น แม้จะต้องไปทำกายภาพบำบัดบ้าง แต่เธอก็มีความสุข ยิ้มแย้มแจ่มใส ยาใจที่ทำให้เธอหายในเร็ววัน นั่นก็คือทายาททีฆทัศน์ตัวน้อยๆ ที่ตอนนี้กำลังน่ารักน่าชัง ด้วยวัยหกเดือน เจ้าหนูทีฆาเป็นขวัญใจของคนทั้งบ้าน คุณอารยาอยากจะเดินได้พร้อมๆ กับหลานชาย เลยขยันไปทำกายภาพ และดูแลรักษาตัวเองตามที่หมอสั่งอย่างเคร่งครัด​เรื่องของหิรัญเหมือนฝันร้ายของพวกเขา แต่คนตายไปแล้ว และทีปต์เองก็คิดว่าตนเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้หิรัญเกิดบาดแผลขึ้นในจิตใจ เขายังรักน้องชายนอกไส้ แม้ว่าหิรัญจะทำร้ายเขาอย่างแสนสาหัสก็ตามที ทีปต์อโหสิกรรม จัด

  • หนี้อสูร   39

    ยอดชีวามองเพื่อนด้วยสายตาชนิดหนึ่ง ที่ทำให้ช่อชนิดายิ้มแหยพลางเอื้อมมือจะไปบีบมือเธอ แต่เธอชักหนีเสียก่อน แล้วหันมองข้างหน้าต่างรถที่กำลังแล่นด้วยความเร็วสูง ท่าทีเย็นชาของเพื่อนสนิททำให้ช่อชนิดาอดรนทนไม่ไหว ต้องคว้าเจ้าหล่อนมากอด หากถูกปัดป้อง แล้วทำหน้าบึ้งใส่​“โธ่...เบบี้จ๋า หายโกรธนะ เราจะพาเบบี้ไปดูแลที่กรุงเทพฯ อยู่คนเดียวได้ยังไงกันนั่น”​“จะพาเราไปที่ไหน”เสียงหวานเอ่ยขึ้น พร้อมกับสายตาดุๆ ที่ตวัดมองไปยังด้านหลังของคนที่นั่งข้างคนขับ รัตนฤทธิ์หันมายิ้มให้กับเธอ เพราะเห็นหน้าเขานี่แหละ ยอดชีวาถึงได้รู้ว่ามันชักจะไม่ชอบมาพากล และรู้ว่าถูกเล่นตลกก็ตอนที่รถแล่นไกลออกมาเรื่อยๆ ไม่ได้พาเธอไปที่วัดซึ่งเพื่อนรักบอกไว้แต่แรกว่าจะพาเธอไปทำบุญ​“ไปที่บ้าน...”​“บ้านใคร” ยอดชีวาเอ่ยขัดก่อนที่เพื่อนรักจะพูดจบ หน้าหวานงอง้ำ แล้วเธอก็ไม่ยอมพูดจาอีกเลย ช่อชนิดาเอื้อมมือไปสะกิดรัตนฤทธิ์ ที่หันมายิ้มแหยส่งให้เธอ หญิงสาวไม่กล้าคุยอะไรอีก เพราะรู้ว่าเพื่อนรักกำลังโกรธจัดมาก เป็นแบบนี้แล้วถึงที่หมาย ยอดชีวาจะอาละวาดหรือเปล่าหนอ​คุณรับผิดชอบด้วย ยัยเบบี้โกรธฉันมาก...​เดี๋ยวผมจะให้กำลังใจ จุ๊บ..

  • หนี้อสูร   38

    หิรัญรู้สึกแปลกใจเล็กน้อย แต่เปลี่ยนเป็นเอ่ยชื่นชม เมื่อเห็นพี่ชายของเขา ในสภาพที่มีใบหน้าหล่อเหลาดั่งเดิม เดินตรงเข้ามาหาเขาในห้องทำงาน ทีปต์ยิ้มตอบเล็กน้อย แต่นัยน์ของเขามันไม่ยิ้มด้วยเลยแม้แต่น้อย ก่อนจะทรุดลงนั่งตรงกันข้ามกันกับน้องชาย สายตาคมกล้าจ้องเขม็ง มองอาการของหิรัญ ที่ยังคงเอ่ยพร่ำชมเชยถึงความสมบูรณ์แบบของการผ่าตัดศัลยกรรม​“ไม่น่าเชื่อเลยครับพี่ทีปต์ หมอที่นั่นเก่งจริงๆ พี่ทีปต์ไม่ได้หน้าตาน่าเกลียดแบบเดิมแล้ว มันยอดมาก ไม่มีแม้แต่รอยสักรอย หมอเก่งมากๆ”​“พี่ลบรอยแผลเป็นนั่นไปแล้ว แผลเป็นที่ทำให้ชีวิตของพี่พลิกผันไปมากมาย แผลเป็นที่ทำร้ายพี่ได้อย่างหนักเหลือเกิน นิกซ์” คำพูดนั้นทำให้หิรัญเลิกคิ้วนิดหน่อย แต่ก็ยังยิ้มส่งให้กับทีปต์​“ดีแล้วครับ พี่จะได้เริ่มต้นชีวิตใหม่ที่ผมคิดว่ามันจะสดใสแน่นอน”​“พี่ยังเริ่มต้นใหม่ไม่ได้ นิกซ์ จนกว่าพี่จะจัดการกับแผลเป็นอีกแผลหนึ่งก่อน แผลนี้มันใหญ่มากเสียด้วย และที่สำคัญ พี่ต้องขอความร่วมมือจากนายในการกำจัด”​“เอ...ผมตามไม่ทัน พี่ทีปต์หมายความว่าอะไรหรือครับ”​“นายยังไงล่ะ นิกซ์ แผลเป็นของทีฆทัศน์ สิ่งที่นายทำ มันเป็นเหมือนแผลร้าย ที่ก

  • หนี้อสูร   37

    นัยน์ตาสีนิลคมกริบนั่น รูปหน้าเรียวได้ส่วน ริมฝีปากนั่น...​มันช่างเหมือนกันราวกับพิมพ์เดียว แม้กระทั่งกลิ่นน้ำหอม ถ้าเธอจมูกไม่เพี้ยน เขาก็ยังใช้กลิ่นเดียวกัน ต่างกันแค่คนตรงหน้าเธอ ดูเปิดเผย จริงใจ และอบอุ่นกว่าเขามากนัก เป็นส่วนที่แตกต่างกันมาก แต่เหตุไฉน ใจเธอกลับวนเวียนไปคิดถึงแต่อสูรใจร้ายอย่างทีปต์ มากกว่าคนตรงหน้าเธอ ที่รูปร่างหน้าตาเหมือนกับพิมพ์กันมา ทั้งที่เขาดูอ่อนโยนและเอาใจเธอนัก ไม่รังเกียจแม้รู้ว่าเธอตั้งครรภ์แบบไม่สามารถบอกได้ว่าพ่อของเด็กในท้องคือใคร ​“ผมซื้อมาฝาก ไปลองชิมมาแล้วอร่อยมาก เห็นคุณบอกว่าอยากกินขนมไทยๆ” เขายื่นถุงพลาสติกบรรจุขนมหน้าตาน่ากินส่งให้เธอ ยอดชีวายิ้มน้อยๆ แล้วเอื้อมมือรับ ชายหนุ่มชักมือกลับ ก่อนจะเอ่ยเสียงทุ้ม​“อุตส่าห์ซื้อของมาฝาก ใจคอจะไม่ต้อนรับแขกเลยหรือครับ”​“เชิญเข้ามาก่อนก็ได้ค่ะ” เธอไขกุญแจให้เขา พลางย่นจมูกอย่างลืมตัว ท่าทีน่ารักนั้นทำให้ธนัยมองเธอตาปรอย เขามองใบหน้าหวานนั่นอย่างชื่นชมเปิดเผย แทบจะช่วยประคองด้วยซ้ำ เมื่อยอดชีวาทำท่าจะสะดุดล้ม เธอต้องปัดมือของเขาที่ทำท่าจะเอื้อมมาจับเธอไว้ แล้วพึมพำบอกว่าไม่เป็นไร​หญิงสาวรับแขกของ

  • หนี้อสูร   36

    ช่อชนิดาเฝ้าแอบมองหญิงสาวในชุดกระโปรงสีหวาน ที่กำลังล็อกประตูรั้วบ้าน หันหลังให้กับเธออย่างไม่ทันระวังตัว ร่างบางจึงปราดจากที่ซ่อน แล้วตรงเข้าประชิดทันที มือบางรวบเอวเล็กของอีกฝ่ายไว้ ทางนั้นร้องอุทานอย่างตกใจ ​“ยัยเบบี้ โอย...ดีใจจริงๆ จับตัวได้แล้ว”​“อีฟ” ยอดชีวากะพริบตาปริบๆ หน้าแดงสลับซีดด้วยความรู้สึกหลากหลายปนเป ช่อชนิดารัดเธอไปกอดไว้แน่น ก่อนจะละล่ำละลัก อุทานซ้ำๆ ​“อย่าไปไหนอีกนะ อย่าไปไหนอีกเลย เพื่อนรัก เราดีใจเหลือเกิน โอย...เบบี้ ดีใจจริงๆ”​“เราก็ดีใจอีฟ ฮือๆ เราดีใจที่เจออีฟ”​“แล้วหนีมาทำไมถึงนี่ จะบ้าหรือยังไงกัน หนีมาไม่บอกไม่กล่าว หลังงานศพพ่อเธอ เธอก็หายไปเลย อะไรกันน่ะ เราทั้งงง ทั้งใจหาย จะเป็นบ้าที่เพื่อนรักหนีหายมา เกิดอะไรขึ้น”​“ไปคุยกันในบ้านดีกว่า เรื่องมันยาว แต่ว่าอีฟตามหาเราได้ยังไงกันนี่” ยอดชีวาปาดน้ำตาแห่งความดีใจที่รินไหลออกทิ้ง แล้วยิ้มกว้างให้กับเพื่อนรัก มือทั้งสองจับกันแน่น เหมือนกลัวว่าที่เห็นตรงหน้าจะเป็นภาพลวงตา​“เราตามเพจของเบบี้มายังไงล่ะ ดีนะที่เบบี้เปิดเพจไว้ เพจขายน้ำหอมของเบบี้น่ะ เราจำได้ว่าอีเมลนั้นเป็นอีเมลของเบบี้ ที่ติดต่อ ก็เร

  • หนี้อสูร   35

    ​ทีปต์อ่านจดหมายด้วยมือที่สั่นเทา เขานั่งทรุดลงอย่างหมดแรง ตู้ที่เปิดอ้าไว้ แง้มให้เห็นว่าของภายในถูกเก็บกวาดไปจนเกลี้ยง ของทุกสิ่งที่เป็นของยอดชีวาอันตธานออกไปจากห้องนี้ เหมือนที่เธอเดินไปจากชีวิตเขา หิรัญยืนพิงกรอบประตู มองดูพี่ชายของเขาที่นั่งนิ่งเหมือนหิน เขาเดินก้าวเข้าไปใกล้ แล้วตบบ่าของทีปต์เบาๆ ก่อนจะเอ่ยปลอบโยนด้วยน้ำเสียงทุ้ม​“ปล่อยเขาไปเถอะครับพี่ทีปต์”​“ยอดชีวาแท้งลูก พี่จะปล่อยเขาไปแบบนั้นได้ยังไงกัน” ชายหนุ่มเม้มปาก “แล้วเรื่องฤทธิ์มันอะไรกัน พี่งงไปหมดแล้ว”​“ถ้าไม่แท้ง พี่จะแน่ใจได้ยังไงกันว่าเป็นลูกของพี่ นังเด็กนั่นก็บอกแจงในจดหมายอยู่ ว่าเป็นลูกใครกันแน่ หึ!สันดานร่านนัก ไอ้เพื่อนเลวนั่นก็เหลือเกิน ผมมีพยานนะครับพี่ทีปต์ ประภาเด็กรับใช้เป็นพยานให้ได้ ว่าเคยเห็นพวกมัน...”​“พอเถอะ พอที พี่อยากอยู่คนเดียว” ทีปต์ปัดมือที่โอบไหล่เขาออก ก่อนจะเอ่ยเสียงเครียด หิรัญลุกขึ้น มองหน้าทีปต์ที่ตอนนี้อ่านความรู้สึกไม่ออก ว่ากำลังคิดอย่างไรกันแน่ จดหมายจากยอดชีวายับยู่ยี่อยู่ในมือเขา นัยน์ตาคมของเขาฉายแววเย็นชา ไม่แสดงความรู้สึก ทั้งที่ตอนแรกมันฉายแววเจ็บปวดอย่างเหลือแสน สิ่งท

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status