LOGINยอดชีวาวางไอแพดในมือลง พร้อมกับถอนหายใจเล็กน้อย เธออ่านอะไร ดูอะไรไม่รู้เรื่องเลย ทั้งที่พยายามจะทำให้สมองไม่ว่าง เที่ยวนั่งหาภาพยนตร์บ้าง ซีรีส์ และอีบุ๊คมาอ่าน ข่าวสารต่างๆ หรือแม้กระทั่งการแชตคุยกับเพื่อน เหมือนกับว่าทุกสิ่งไม่ได้เข้าไปในสมองเลยแม้แต่น้อย
แก้มสาวค่อยๆ แดงขึ้นเรื่อยๆ หัวใจเองก็เต้นกระหน่ำถี่ขึ้นเรื่อยๆ จนต้องปรามตัวเอง ว่าห้ามคิดเตลิดฟุ้งซ่าน เขาจะทำอย่างไรกับเธอกับคืนแรกนี้กันนะ ในเมื่อเขาลั่นวาจาบอกว่าเธอคือเครื่องผลิตลูก ก็คงจะ...
เสียงเคาะประตูทำให้ยอดชีวาสะดุ้งขึ้นสุดตัว สาวใช้เอ่ยขออนุญาต ร่างบางตะโกนตอบก่อนจะลุกขึ้นจากท่านอนที่เก้าอี้หวายตรงริมระเบียงที่เธอมานั่งพักผ่อน หญิงสาวถือสิทธิ์แล้วว่านี่คืออาณาจักรของเธอกลายๆ จึงไม่ยอมออกจากห้องเลย เพราะไม่รู้จะไปทางไหน ที่นี่กว้าง ใหญ่โต จนเกินไปสำหรับเธอ
“คุณท่านให้มาเรียกค่ะ”
“ขอบคุณนะคะ”
แก้มสาวแดงซ่าน เมื่อได้ยินดังนั้น สาวใช้เห็นอาการหน้าแดงของยอดชีวาแล้ว ก็แอบเบ้ปากแบบไม่ให้เธอเห็น ด้วยเพราะนึกคิดเป็นอย่างอื่น แม้ว่าเจ้าของที่นี่จะหน้าตาอัปลักษณ์ แต่ก็ร่ำรวยมหาศาล ไม่แปลกหรอกถ้าหญิงสาวสักคนจะเลือกมีผัวหน้าผีเพราะเงินทอง
หมดโอกาสเลือกเพราะคนรับใช้เลื่อนเก้าอี้ให้เธอนั่งทางขวามือของทีปต์ ยอดชีวายังคงก้มหน้าก้มตาตามเคย เปิดโอกาสให้เจ้าของคฤหาสน์ได้แอบพินิจมองเธออย่างเต็มที่
เสี้ยวหน้าหวานงดงาม จมูกโด่งกำลังดี เครื่องหน้ากระจุ๋มกระจิ๋ม เรียงร้อยกันประดับใบรูปหน้ารูปไข่ น่ารักจับตานัก ผิวพรรณขาวผุดผาด กลิ่นตัวของเธอหอมอ่อนๆ แม้เมื่อมาอยู่ใกล้กันแบบนี้ จมูกของเขาได้กลิ่นหอมหวานเหมือนวานิลาผสมกับดอกกุหลาบ กลิ่นที่น่ากินและน่าสูดดมไปพร้อมๆ กัน
“เสิร์ฟอาหารได้เลย พ่อบ้าน”
เขาเอ่ยเสียงเย็น ไม่ทักทาย ‘เจ้าสาว’ เลยสักคำ ทางนั้นเองก็ไม่เปิดปากเอ่ยทักเขาเช่นกัน ได้แต่ก้มหน้าก้มตา ทำราวเขาไม่มีตัวตน
อาหารเย็นน่าอร่อยนัก เป็นอาหารไทยๆ บางอย่างดูเป็นอาหารไทยโบราณประดิษฐ์ประดอยมาอย่างสวยงาม ถ้าเป็นเวลาปรกติแล้ว ยอดชีวาคงจะตื่นตา ตื่นเต้น กับสิ่งที่เห็นตรงหน้า แต่นี่เธอมีสิ่งที่ตื่นเต้นเสียยิ่งกว่าอาหารหน้าตาสวยน่ารับประทาน นั่นก็คือการผ่านค่ำคืนนี้ไปกับเจ้าบ่าวอสูรของตนเอง
ยอดชีวาฝืนกินไปได้สักสามสี่คำ ก็รวบช้อน ทีปต์เลิกคิ้วนิดหนึ่งที่เห็นเธอทำแบบนั้น ก่อนจะเอ่ยลอยๆ
“กับข้าวที่นี่ไม่อร่อยหรือ? หรือเธอชอบอาหารฝรั่ง เห็นว่าไปร่ำไปเรียนทางนั้นมานานพอสมควร”
คำพูดที่บอกให้รู้ว่าเขารับทราบประวัติของเธอมาดี ทำเอายอดชีวาถึงกับสะดุ้ง เธอมองเขาอย่างขลาดๆ แต่ก็ไม่กล้ามองหน้าของทีปต์อยู่ดี นัยน์ตากลมโตงดงามนั่น ลดลงมองแค่มือของเขาที่กำลังจับช้อนและส้อมอยู่
“แต่ดูว่าจะกินไม่ค่อยลงสินะ” เขาเอ่ยต่อ แล้วตักอาหารส่งให้กับเธอในจาน เสียงเย็นๆ นั่นสั่งห้วนๆ
“กินให้หมดจาน”
“เอ่อ...”
“มาอยู่ที่นี่ มาเป็นเมียฉัน ต้องทำตามคำสั่ง อย่าเรื่องมาก”
นี่ถ้าสั่งให้ไปตาย ต้องไปด้วยหรือเปล่านะคะ คุณทีปต์!
“ค่ะ”
หญิงสาวเม้มปาก แล้วก็ฝืนใจตักอาหารรับประทานอย่างรวดเร็ว แทบไม่ตักกับข้าวเพิ่มเติม แล้วก็ดื่มน้ำตบท้าย ทีปต์มองการประชดประชันนั้นด้วยสีหน้านิ่งตามแบบของตน เขายังละเลียดกินอาหารตรงหน้าช้าๆ ขอของหวานมาเพิ่ม และก็ให้เสิร์ฟให้หล่อนด้วย
เช่นเคยว่ายอดชีวาต้องฝืนกินแบบไม่รู้รส
“ตามฉันมา”
“ปะ...ไปไหนคะ” หญิงสาวเงยหน้าขึ้นถามเสียงสั่น
“ไปทำหน้าที่เมีย”
คำพูดนั้นไม่ได้เบาเลยสักนิด คนรับใช้ต่างพากันทำทีเป็นไม่ได้ยิน ก้มหน้าก้มตาเริ่มหยิบจับทำงานตามหน้าที่ของตน ยอดชีวาหน้าแดงก่ำ แล้วรีบลุกขึ้นยืน พลางเดินตามเขาไปเร็วๆ หูเธออื้อเพราะความอับอาย มือกำเข้าหากันแน่น มองตามหลังของทีปต์ไปด้วยสายตาวาวโรจน์
“พี่ว่าคืนนี้ คุณคนสวยนั่น จะได้ขึ้นสวรรค์ชั้นไหนกันนะ”
“อย่ายุ่งเรื่องเจ้านาย”
“คุณทีปต์นึกยังไงกันนะ ถึงได้รับ เอ่อ...คุณเค้ามาเป็นเมีย ทั้งที่อยู่ครองตัวเป็นโสดมาหลายปี แถมยังดูเป็นคนลึกลับ แบบนี้จะอยู่กันรอดถึงกี่วันกี่เดือนกันนะ เธอดูน่ากลัว น่าเกรงขาม แถมยัง...”
คนพูดกลืนน้ำลาย ประภาหันมามองหน้าของพ่อบ้าน ที่มีศักดิ์เป็นลุงของเธอ สีหน้าไม่พอใจอย่างแจ่มชัดกับคำพูดของประจักษ์ เธอไปคดข้าวแล้วมานั่งข้างๆ เขา ก่อนจะจีบปากจีบคอว่า
“คุณท่านก็คงจะนึกเหงา เลยซื้อมาเป็นของเล่นนั่นแหละลุง คงจะไม่จริงจังอะไรหรอก นังนั่นก็เปรียบเสมือนโสเภณีของคุณท่านดีๆ นี่เองนั่นละ”
“นังภา ดูพูดจาเข้า ไม่ดีเลยพูดจาดูถูกคนอื่นแบบนี้” ชายวัยกลางคนเอ็ดเอา หลานสาวทำปากเบ้อย่างไม่พอใจ ก่อนจะเถียงฉอด
“ลุงเองก็ยังนินทาเจ้านายเลย ไม่มีสิทธิ์จะมาด่าภานะ”
“คุณทีปต์คิดจะทำอะไรก็เรื่องของเค้า เราอย่าไปยุ่งเลย”
“ภาว่ามันเห็นแก่เงินล่ะสิ ถึงได้ยอมเป็นเมียคุณทีปต์” ประภายังคงจีบปากว่า
“เชอะ! ใครจะกล้ายอมมาเป็นเมียคนหน้าผี ถ้าไม่หวังเงิน”
“เหมือนเอ็งหรือเปล่า? นังภา”
ป้าเพ็ญแกล้งว่า เล่นเอาประภาหน้าแดงเถือก แล้วค้อนนางขวับ พลางเอ่ยแก้ตัวเสียงแหว
“บ้าน่าป้า ฉันไม่ได้คิดอะไรแบบนั้นสักหน่อย ไม่กงไม่กินมันละข้าว อารมณ์เสีย!”
เจ้าหล่อนกระแทกช้อนลงกับจานดังเคล้ง แล้วลุกพรวดพราดขึ้น เดินกระแทกเท้าออกไปจากห้องครัว
“รู้ทันมันน่ะสิ”
ป้าเพ็ญว่า ประจักษ์กระแอม นางจึงไม่ได้พูดอะไรต่อ หันไปเบี่ยนเบนความสนใจของทุกคนในโต๊ะอาหารไปเรื่องของการเก็งเลขเด็ดแทน
คางคกริอาจจะอยากจะขึ้นวอ หากแต่วอทองนั้นไม่ยอมโน้มตัวลงมาสักหน ตอนนี้มีคนอยู่บนวอนั้นแทนตน แม่คางคกจะทนได้หรือเปล่านะ?
เสียงประตูห้องเปิด ทำให้คนที่เดินตามเขามาห่างๆ อดสะดุ้งไม่ได้ ทีปต์เดินนำเธอเข้าไปในห้องนอนส่วนตัวของเขา แล้วเอ่ยสั่งเสียงเรียบ เมื่อแน่ใจว่าตอนนี้ยอดชีวาตามเขาเข้ามาแล้วเรียบร้อย
“ปิดประตูด้วย”
ถอดเสื้อผ้า!
ยอดชีวาถึงกับเบิกตาโพลง เมื่อเห็นว่าเสื้อเชิ้ตสีดำ กำลังหลุดร่วงจากร่างกายกำยำของคนตรงหน้า รอยแผลเป็นด้านหลังเขาเป็นรอยยาวเห็นได้ชัดเจน พาดผ่านผิวเนื้อสีแทนสวย กล้ามเนื้อเพรียวได้รูป หญิงสาวหน้าแดงก่ำ แล้วหันหลังให้เขาทันที หลับตาปี๋ ใจคิดก่นด่าว่าเขาช่างหน้าไม่อายเสียจริง
ทีปต์ถอดกางเกงเรียบร้อยแล้ว จึงหันมามองดูว่า ‘เจ้าสาว’ ของตนกำลังทำอะไร จึงเห็นว่าเธอยืนหันหลังให้เขา ชายหนุ่มกระแอม ยิ่งเธอทำแบบนี้ เขาก็ยิ่งอยากจะแกล้งนัก
“มาเอาเสื้อผ้าฉันไปเก็บใส่ตะกร้าด้วย”
“อะ...เอ่อ...” เสียงหวานสั่น เธอยังคงยืนนิ่ง จนเขาต้องเอ่ยอีกรอบเสียงห้วน
“เร็วสิ ฉันจะรีบไปอาบน้ำ”
“คะ...ค่ะ”
ร่างบางรีบลนลานหลับหูหลับตามารับเสื้อผ้าจากมือเขา ไม่มองเขาเลยแม้แต่น้อย แต่ก็ยังเห็นแวบๆ จากหางตาว่าเขาไม่ได้สวมอะไรนอกจากกางเกงในตัวเดียว
ทีปต์ผิวปากเป็นเพลงอย่างรื่นรมย์ แล้วก้าวยาวๆ เดินเข้าห้องน้ำ ทิ้งให้ยอดชีวายืนอยู่ตรงนั้น อารมณ์เขาดีขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก ที่ได้แกล้งเจ้าสาวคนสวย นานเท่าไหร่แล้วนะที่เขาไม่ได้อารมณ์ดีจนร้องเพลงได้แบบนี้ เขาเกือบจะลืมไปแล้วด้วยซ้ำ ว่าการยิ้มกว้าง หัวเราะเสียงดังจนสุดเสียง หรือว่าร้องเพลงเพราะอารมณ์รื่นเริงนั้นเป็นอย่างไร
ชายหนุ่มส่องกระจกขณะล้างหน้า แล้วหรี่ตา เขาเสยผมที่ลงมาปรกหน้าให้ขึ้นไปพ้นจากใบหน้าเรียว ก่อนจะมัดมันไว้เป็นจุก เปิดเผยใบหน้าของเขาเต็มที่ ทุกส่วน
เครื่องหน้าคมสันชวนมอง ที่เคยกระตุกหัวใจของใครต่อใคร ตอนนี้กลับดูน่าเกลียดน่ากลัวด้วยริ้วแผลเป็นปื้นใหญ่ นัยน์ตาคมกริบคู่นั้นเปล่งประกายวาววามอย่างสมใจกับภาพลักษณ์ของตนที่ปรากฏตรงหน้า แผลเป็นกินลึกเกือบครึ่งหน้าด้านซ้ายของเขา ทีปต์ใช้มือปิดมันไว้ แล้วมองเงาสะท้อนกลับมา เขาเห็นชายหนุ่มรูปงามคนเดิมในเสี้ยวหน้าส่วนที่ไม่มีแผลเป็น
แน่นอนว่าการเลือกยอดชีวามาเป็นเจ้าสาว เพียงเพราะต้องการจะกลั่นแกล้งบิดาของเธอ ด้วยการทรมานบุตรีของอีกฝ่าย รวมถึงแก้ลำมารดา ข้อที่ท่านอยากมีหลานนักจนมาวุ่นวายปั่นป่วนกับชีวิตเขา เขาก็จะจัดให้ตามความต้องการ ท่านจะได้ไม่มาโอดครวญ กลัวตระกูลไร้ทายาทสืบทอดอีก
มันดูเหมือนจะเป็นการซื้อความสะใจ ที่มีมูลค่าแพงน่าดู แต่ทีปต์ก็ยอมจ่าย เขายิ้มแสยะให้กับเงาสะท้อนของตนเอง คืนนี้ลูกสาวของยอดชาย จะได้เป็นเมียของชายหน้าผี คงจะมีความสุขพิลึก เขาจะกลั่นแกล้ง ทรมานเธอให้หนำใจเลยทีเดียว แก้แค้นกับลูกก็เหมือนย่ำยีดวงใจของพ่อ ยอดชายจะต้องเจ็บปวดกว่าหลายเท่านัก
ยอดชีวายังคงยืนหันรีหันขวางอยู่ตรงกลางห้องของทีปต์อย่างไม่รู้จะทำอะไรดี ใจเธอเต้นแรงจนหูอื้อ ไม่มีอารมณ์จะมองสำรวจห้องสีขรึมโทนน้ำเงินของผู้เป็นว่าที่สามีเลยสักเพียงนิด ห้องนี้ใหญ่กว่าห้องเธอเกือบครึ่งกระมัง มันถึงทำให้เธอรู้สึกกว้างจนเคว้งคว้างอย่างไรพิกล
ว่าที่สามี...
โอย...เธอจะทำอย่างไรดีนะ ยังไม่ทันได้เตรียมตัวเตรียมใจเลยสักนิด คนบ้านั่นก็กระไร เธอเคยเห็นเขาแค่สองหน สองหนเท่านั้น แล้วยอดชีวาจะทำใจได้หรือ ที่จะต้องนอนร่วมเตียง แล้วก็มีอะไรๆ กับเขา
“อาบน้ำหรือยัง?”
“ยังค่ะ”
เธอรีบสั่นหน้า หวังใจว่าเขาจะอนุญาตให้เธอกลับห้องเพื่อไปอาบน้ำ แน่นอนว่า ยอดชีวาจะถือโอกาส ไปแล้วไปลับ เรื่องอะไรจะกลับมาเข้ากรงเสือ
“ฉันไม่ถือ”
“...”
ยอดชีวาเงยหน้ามองคนพูดเลยทันที แล้วต้องร้องกรี๊ดอย่างตกใจ เมื่อเขาช้อนอุ้มเธอขึ้นมาแนบร่างกายแกร่งที่ยังคงเปียกชื้น กลิ่นกายของเขาห้อมล้อมเธอ ทีปต์ก้มลงมองหน้าเธอแล้วยิ้มเย้ย เมื่อเห็นว่าเธอกำลังมองเขาอยู่อย่างตกตะลึง กับใบหน้าของเขาที่เปิดเผยให้เธอเห็นทุกส่วนอย่างชัดเจน
“กลัวฉันหรือเปล่า...รังเกียจ...ขยะแขยงกับใบหน้านี้ไหม”
มือเรียวลูบเลื่อนรอยแผลนั้นอย่างลืมตัว ทีปต์สะดุ้งกับสัมผัสแผ่ว ที่คล้ายกับเหล็กนาบไฟร้อนๆ มาทาบหน้า ยามเธอลูบไล้ไปมาแบบอ่อนโยน
“คุณเจ็บไหมคะ? แผลใหญ่มาก แล้วที่หน้าด้วย คุณคงทรมานมาก”
“เจ็บ...ปวด...ทรมานมาก”
ทีปต์เอ่ยตอบเสียงแผ่ว นัยน์ตาคู่คมมองสบตาเธอ ยอดชีวากัดริมฝีปาก นัยน์ตาของเธอกำลังบอกฟ้องว่าเธอเริ่มรู้สึกสงสารเขา และนั่น...มันทำให้ทีปต์ทนไม่ได้ เขาจับมือเธอไว้ให้ยุติการลูบสำรวจแผลเป็นนั่น เขาดึงตัวเธอให้ลุกขึ้นนั่ง แล้วก้าวลงจากเตียง หญิงสาวมองตามเขาอย่างงุนงง
“กลับไปเสีย”
“กลับไปที่ห้องของเธอ วันนี้ฉันง่วง ไม่อยากทำอะไรนอกจากนอน” เขาหันมา แล้วหรี่ตา
“หรือเธออยากจะนอนกับฉันที่นี่?”
“ไม่ค่ะ”
เธอผุดลุกขึ้นมาทันที ก่อนจะลุกพรวด แล้วเดินแกมวิ่งไปยังประตูห้อง ทีปต์เห็นอาการนี้เข้าแล้ว ก็อดยิ้มไม่ได้ แม่คุณคงจะเห็นเขาเหมือนเสือเหมือนสางกระมัง ถึงได้ดูหวาดกลัวขนาดนี้
มือเรียวจับลูกบิด เตรียมจะพุ่งออกไป แต่เหมือนจะคิดอะไรขึ้นได้ เธอหันขวับกลับมายังเจ้าของห้อง ที่ยังคงยืนจังก้าอยู่กลางห้อง ด้วยสภาพสวมกางเกงในตัวเดียว ก่อนจะเอ่ยละล่ำละลัก
“ราตรีสวัสดิ์ค่ะ”
ปัง!
เสียงประตูปิดตามหลังดังสนั่น เจ้าของห้องยืนกอดอกแล้วนิ่งไปสักครู่ ท่าทางของหล่อนก่อนออกไป ทำให้ทีปต์ยิ้มกว้างขึ้นเรื่อยๆ และสุดท้ายก็ปล่อยเสียงหัวเราะออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่
หลังจากผ่านพ้นเรื่องราวร้ายๆ เสร็จสิ้นงานศพของหิรัญ ทีปต์ก็ทำบุญบ้านครั้งใหญ่ เหมือนจะขับไล่เสนียดจัญไรให้ไปให้ไกลเสียจากตระกูลทีฆทัศน์ เขาได้บทเรียนมากมาย จากเรื่องของหิรัญ เขาไล่ประภาออกเพราะหล่อนเหมือนงูพิษที่เลี้ยงไม่เชื่อง ประจักษ์ผู้เป็นลุงและรั้งตำแหน่งสำคัญของคฤหาสน์มันทนา เป็นคนบอกกล่าวกับเจ้านายด้วยตนเอง ว่าหลานสาวมีพฤติกรรมไม่เหมาะสมหลายอย่าง ทีปต์ทำตามคำแนะนำนั้น แม้ว่าจะสงสารประภาที่ร้องไห้ปิ่มว่าจะขาดใจ ก่อนจะก่นด่ามากมายเมื่อเห็นว่าเขาไล่เธอออกจริงๆ คุณอารยาอาการดีขึ้น แม้จะต้องไปทำกายภาพบำบัดบ้าง แต่เธอก็มีความสุข ยิ้มแย้มแจ่มใส ยาใจที่ทำให้เธอหายในเร็ววัน นั่นก็คือทายาททีฆทัศน์ตัวน้อยๆ ที่ตอนนี้กำลังน่ารักน่าชัง ด้วยวัยหกเดือน เจ้าหนูทีฆาเป็นขวัญใจของคนทั้งบ้าน คุณอารยาอยากจะเดินได้พร้อมๆ กับหลานชาย เลยขยันไปทำกายภาพ และดูแลรักษาตัวเองตามที่หมอสั่งอย่างเคร่งครัดเรื่องของหิรัญเหมือนฝันร้ายของพวกเขา แต่คนตายไปแล้ว และทีปต์เองก็คิดว่าตนเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้หิรัญเกิดบาดแผลขึ้นในจิตใจ เขายังรักน้องชายนอกไส้ แม้ว่าหิรัญจะทำร้ายเขาอย่างแสนสาหัสก็ตามที ทีปต์อโหสิกรรม จัด
ยอดชีวามองเพื่อนด้วยสายตาชนิดหนึ่ง ที่ทำให้ช่อชนิดายิ้มแหยพลางเอื้อมมือจะไปบีบมือเธอ แต่เธอชักหนีเสียก่อน แล้วหันมองข้างหน้าต่างรถที่กำลังแล่นด้วยความเร็วสูง ท่าทีเย็นชาของเพื่อนสนิททำให้ช่อชนิดาอดรนทนไม่ไหว ต้องคว้าเจ้าหล่อนมากอด หากถูกปัดป้อง แล้วทำหน้าบึ้งใส่“โธ่...เบบี้จ๋า หายโกรธนะ เราจะพาเบบี้ไปดูแลที่กรุงเทพฯ อยู่คนเดียวได้ยังไงกันนั่น”“จะพาเราไปที่ไหน”เสียงหวานเอ่ยขึ้น พร้อมกับสายตาดุๆ ที่ตวัดมองไปยังด้านหลังของคนที่นั่งข้างคนขับ รัตนฤทธิ์หันมายิ้มให้กับเธอ เพราะเห็นหน้าเขานี่แหละ ยอดชีวาถึงได้รู้ว่ามันชักจะไม่ชอบมาพากล และรู้ว่าถูกเล่นตลกก็ตอนที่รถแล่นไกลออกมาเรื่อยๆ ไม่ได้พาเธอไปที่วัดซึ่งเพื่อนรักบอกไว้แต่แรกว่าจะพาเธอไปทำบุญ“ไปที่บ้าน...”“บ้านใคร” ยอดชีวาเอ่ยขัดก่อนที่เพื่อนรักจะพูดจบ หน้าหวานงอง้ำ แล้วเธอก็ไม่ยอมพูดจาอีกเลย ช่อชนิดาเอื้อมมือไปสะกิดรัตนฤทธิ์ ที่หันมายิ้มแหยส่งให้เธอ หญิงสาวไม่กล้าคุยอะไรอีก เพราะรู้ว่าเพื่อนรักกำลังโกรธจัดมาก เป็นแบบนี้แล้วถึงที่หมาย ยอดชีวาจะอาละวาดหรือเปล่าหนอคุณรับผิดชอบด้วย ยัยเบบี้โกรธฉันมาก...เดี๋ยวผมจะให้กำลังใจ จุ๊บ..
หิรัญรู้สึกแปลกใจเล็กน้อย แต่เปลี่ยนเป็นเอ่ยชื่นชม เมื่อเห็นพี่ชายของเขา ในสภาพที่มีใบหน้าหล่อเหลาดั่งเดิม เดินตรงเข้ามาหาเขาในห้องทำงาน ทีปต์ยิ้มตอบเล็กน้อย แต่นัยน์ของเขามันไม่ยิ้มด้วยเลยแม้แต่น้อย ก่อนจะทรุดลงนั่งตรงกันข้ามกันกับน้องชาย สายตาคมกล้าจ้องเขม็ง มองอาการของหิรัญ ที่ยังคงเอ่ยพร่ำชมเชยถึงความสมบูรณ์แบบของการผ่าตัดศัลยกรรม“ไม่น่าเชื่อเลยครับพี่ทีปต์ หมอที่นั่นเก่งจริงๆ พี่ทีปต์ไม่ได้หน้าตาน่าเกลียดแบบเดิมแล้ว มันยอดมาก ไม่มีแม้แต่รอยสักรอย หมอเก่งมากๆ”“พี่ลบรอยแผลเป็นนั่นไปแล้ว แผลเป็นที่ทำให้ชีวิตของพี่พลิกผันไปมากมาย แผลเป็นที่ทำร้ายพี่ได้อย่างหนักเหลือเกิน นิกซ์” คำพูดนั้นทำให้หิรัญเลิกคิ้วนิดหน่อย แต่ก็ยังยิ้มส่งให้กับทีปต์“ดีแล้วครับ พี่จะได้เริ่มต้นชีวิตใหม่ที่ผมคิดว่ามันจะสดใสแน่นอน”“พี่ยังเริ่มต้นใหม่ไม่ได้ นิกซ์ จนกว่าพี่จะจัดการกับแผลเป็นอีกแผลหนึ่งก่อน แผลนี้มันใหญ่มากเสียด้วย และที่สำคัญ พี่ต้องขอความร่วมมือจากนายในการกำจัด”“เอ...ผมตามไม่ทัน พี่ทีปต์หมายความว่าอะไรหรือครับ”“นายยังไงล่ะ นิกซ์ แผลเป็นของทีฆทัศน์ สิ่งที่นายทำ มันเป็นเหมือนแผลร้าย ที่ก
นัยน์ตาสีนิลคมกริบนั่น รูปหน้าเรียวได้ส่วน ริมฝีปากนั่น...มันช่างเหมือนกันราวกับพิมพ์เดียว แม้กระทั่งกลิ่นน้ำหอม ถ้าเธอจมูกไม่เพี้ยน เขาก็ยังใช้กลิ่นเดียวกัน ต่างกันแค่คนตรงหน้าเธอ ดูเปิดเผย จริงใจ และอบอุ่นกว่าเขามากนัก เป็นส่วนที่แตกต่างกันมาก แต่เหตุไฉน ใจเธอกลับวนเวียนไปคิดถึงแต่อสูรใจร้ายอย่างทีปต์ มากกว่าคนตรงหน้าเธอ ที่รูปร่างหน้าตาเหมือนกับพิมพ์กันมา ทั้งที่เขาดูอ่อนโยนและเอาใจเธอนัก ไม่รังเกียจแม้รู้ว่าเธอตั้งครรภ์แบบไม่สามารถบอกได้ว่าพ่อของเด็กในท้องคือใคร “ผมซื้อมาฝาก ไปลองชิมมาแล้วอร่อยมาก เห็นคุณบอกว่าอยากกินขนมไทยๆ” เขายื่นถุงพลาสติกบรรจุขนมหน้าตาน่ากินส่งให้เธอ ยอดชีวายิ้มน้อยๆ แล้วเอื้อมมือรับ ชายหนุ่มชักมือกลับ ก่อนจะเอ่ยเสียงทุ้ม“อุตส่าห์ซื้อของมาฝาก ใจคอจะไม่ต้อนรับแขกเลยหรือครับ”“เชิญเข้ามาก่อนก็ได้ค่ะ” เธอไขกุญแจให้เขา พลางย่นจมูกอย่างลืมตัว ท่าทีน่ารักนั้นทำให้ธนัยมองเธอตาปรอย เขามองใบหน้าหวานนั่นอย่างชื่นชมเปิดเผย แทบจะช่วยประคองด้วยซ้ำ เมื่อยอดชีวาทำท่าจะสะดุดล้ม เธอต้องปัดมือของเขาที่ทำท่าจะเอื้อมมาจับเธอไว้ แล้วพึมพำบอกว่าไม่เป็นไรหญิงสาวรับแขกของ
ช่อชนิดาเฝ้าแอบมองหญิงสาวในชุดกระโปรงสีหวาน ที่กำลังล็อกประตูรั้วบ้าน หันหลังให้กับเธออย่างไม่ทันระวังตัว ร่างบางจึงปราดจากที่ซ่อน แล้วตรงเข้าประชิดทันที มือบางรวบเอวเล็กของอีกฝ่ายไว้ ทางนั้นร้องอุทานอย่างตกใจ “ยัยเบบี้ โอย...ดีใจจริงๆ จับตัวได้แล้ว”“อีฟ” ยอดชีวากะพริบตาปริบๆ หน้าแดงสลับซีดด้วยความรู้สึกหลากหลายปนเป ช่อชนิดารัดเธอไปกอดไว้แน่น ก่อนจะละล่ำละลัก อุทานซ้ำๆ “อย่าไปไหนอีกนะ อย่าไปไหนอีกเลย เพื่อนรัก เราดีใจเหลือเกิน โอย...เบบี้ ดีใจจริงๆ”“เราก็ดีใจอีฟ ฮือๆ เราดีใจที่เจออีฟ”“แล้วหนีมาทำไมถึงนี่ จะบ้าหรือยังไงกัน หนีมาไม่บอกไม่กล่าว หลังงานศพพ่อเธอ เธอก็หายไปเลย อะไรกันน่ะ เราทั้งงง ทั้งใจหาย จะเป็นบ้าที่เพื่อนรักหนีหายมา เกิดอะไรขึ้น”“ไปคุยกันในบ้านดีกว่า เรื่องมันยาว แต่ว่าอีฟตามหาเราได้ยังไงกันนี่” ยอดชีวาปาดน้ำตาแห่งความดีใจที่รินไหลออกทิ้ง แล้วยิ้มกว้างให้กับเพื่อนรัก มือทั้งสองจับกันแน่น เหมือนกลัวว่าที่เห็นตรงหน้าจะเป็นภาพลวงตา“เราตามเพจของเบบี้มายังไงล่ะ ดีนะที่เบบี้เปิดเพจไว้ เพจขายน้ำหอมของเบบี้น่ะ เราจำได้ว่าอีเมลนั้นเป็นอีเมลของเบบี้ ที่ติดต่อ ก็เร
ทีปต์อ่านจดหมายด้วยมือที่สั่นเทา เขานั่งทรุดลงอย่างหมดแรง ตู้ที่เปิดอ้าไว้ แง้มให้เห็นว่าของภายในถูกเก็บกวาดไปจนเกลี้ยง ของทุกสิ่งที่เป็นของยอดชีวาอันตธานออกไปจากห้องนี้ เหมือนที่เธอเดินไปจากชีวิตเขา หิรัญยืนพิงกรอบประตู มองดูพี่ชายของเขาที่นั่งนิ่งเหมือนหิน เขาเดินก้าวเข้าไปใกล้ แล้วตบบ่าของทีปต์เบาๆ ก่อนจะเอ่ยปลอบโยนด้วยน้ำเสียงทุ้ม“ปล่อยเขาไปเถอะครับพี่ทีปต์”“ยอดชีวาแท้งลูก พี่จะปล่อยเขาไปแบบนั้นได้ยังไงกัน” ชายหนุ่มเม้มปาก “แล้วเรื่องฤทธิ์มันอะไรกัน พี่งงไปหมดแล้ว”“ถ้าไม่แท้ง พี่จะแน่ใจได้ยังไงกันว่าเป็นลูกของพี่ นังเด็กนั่นก็บอกแจงในจดหมายอยู่ ว่าเป็นลูกใครกันแน่ หึ!สันดานร่านนัก ไอ้เพื่อนเลวนั่นก็เหลือเกิน ผมมีพยานนะครับพี่ทีปต์ ประภาเด็กรับใช้เป็นพยานให้ได้ ว่าเคยเห็นพวกมัน...”“พอเถอะ พอที พี่อยากอยู่คนเดียว” ทีปต์ปัดมือที่โอบไหล่เขาออก ก่อนจะเอ่ยเสียงเครียด หิรัญลุกขึ้น มองหน้าทีปต์ที่ตอนนี้อ่านความรู้สึกไม่ออก ว่ากำลังคิดอย่างไรกันแน่ จดหมายจากยอดชีวายับยู่ยี่อยู่ในมือเขา นัยน์ตาคมของเขาฉายแววเย็นชา ไม่แสดงความรู้สึก ทั้งที่ตอนแรกมันฉายแววเจ็บปวดอย่างเหลือแสน สิ่งท




![มาเฟียร้าย [ ขัง ] รักเมียเด็ก](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)


