LOGINเสียงดนตรีอิเล็กทรอนิกส์กระหึ่มก้องไปทั่วผับหรูใจกลางกรุง แสงไฟนีออนหลากสีสาดส่องกระทบเรือนร่างของผู้คนที่กำลังโยกย้ายตามจังหวะอย่างเมามัน มาริสาในชุดเดรสสายเดี่ยวเข้ารูปสีหวานที่เผยให้เห็นผิวขาวเนียนละเอียดและเนินอกอวบอิ่มกำลังยืนคุยกับเพื่อนๆ ในกลุ่มที่มาฉลองวันเกิดด้วยกัน เสียงหัวเราะและบทสนทนาสนุกสนานช่วยให้เธอคลายความกังวลเรื่องหนี้สินไปได้ชั่วขณะ
ในโซนวีไอพีที่ยกระดับขึ้นไป ชายหนุ่มรูปงามเจ้าของนัยน์ตาคมกริบเพิ่งก้าวเข้ามาในร้านหลังจากลงเครื่องบินได้ไม่นาน เขาอยู่ในชุดเชิ้ตสีเข้มที่ปลดกระดุมเม็ดบนออก เผยให้เห็นแผงอกกำยำ เขาเดินเข้าไปหาเพื่อนสนิทเจ้าของผับที่กำลังนั่งโอบกอดสาวสวยสองข้างกายด้วยท่าทางสง่างาม ท่ามกลางสายตาของสาวๆ ที่มองตามกันเป็นแถว ก่อนจะนั่งลงบนโซฟาหนังราคาแพงพลางยกแก้วเหล้าขึ้นจิบ สายตาคมกวาดมองไปรอบๆ ร้านอย่างเบื่อหน่าย
“เดี๋ยวมานะ” ริสาบอกเพื่อน ก่อนจะเดินเลี่ยงออกมาจากกลุ่มเพื่อเข้าห้องน้ำ เธอรู้สึกปวดปัสสาวะหลังจากดื่มไปหลายแก้ว
ระหว่างทางเดินไปยังห้องน้ำที่ค่อนข้างมืดสลัว ริสาเดินชนเข้ากับร่างสูงใหญ่ที่กำลังเดินสวนออกมาจากห้องน้ำชายอย่างจัง แรงปะทะทำให้ร่างบางเซถลาไปด้านหลัง แต่แขนแกร่งของอีกฝ่ายก็คว้าเอวเธอไว้ได้ทัน ก่อนจะดึงรั้งเข้าหาตัวอย่างรวดเร็ว
“โอ๊ย! ขอโทษค่ะ” ริสาอุทานด้วยความตกใจ ใบหน้าหวานเงยขึ้นมองเจ้าของอ้อมแขนที่โอบรัดเธอไว้
“เดินยังไงเนี่ยคุณ เมารึเปล่า!” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยอย่างไม่พอใจ แต่สายตาคมกริบกลับไล่มองสำรวจเรือนร่างอรชรที่แนบชิดกับกายเขา ชุดเดรสสายเดี่ยวสีหวานสดใสที่รัดรูปเผยให้เห็นส่วนเว้าส่วนโค้งอย่างชัดเจน โดยเฉพาะเนินอกอวบอิ่มที่แทบจะทะลักออกมาจากชุด ทำให้กฤตดนัยต้องกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก
“ฉันก็ขอโทษแล้วไงคะ คุณเองก็เดินไม่ดูเหมือนกันนั่นแหละ!” ริสาตอบกลับอย่างไม่ยอมแพ้ เธอพยายามดิ้นรนให้หลุดพ้นจากวงแขนแกร่ง แต่ยิ่งดิ้นก็ยิ่งถูกรัดแน่นขึ้น
“หึ... ปากเก่งนี่” เขาแสยะยิ้มร้าย ใบหน้าหล่อเหลาโน้มลงมาใกล้จนลมหายใจร้อนผ่าวรินรดข้างแก้ม
“แต่งตัวแบบนี้มาเที่ยว ไม่กลัวโดนฉุดหรือไง”
“ปล่อยนะ! คุณจะทำอะไร!” ริสาเริ่มตื่นตระหนกเมื่อมือหนาเลื่อนลงมาบีบเคล้นสะโพกผายอย่างจาบจ้วง
“ไปกับผมมั้ย ผมจ่ายไม่อั้น” เขากระซิบเสียงพร่าข้างหู
“ฝันไปเถอะ ฉันไม่ได้เป็นเด็กไชด์ไลน์”
“อยากได้เท่าไหร่ก็บอกมาซิ”
“ไอ้คนหื่นกาม! ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้นะ!” ริสาพยายามรวบรวมแรงทั้งหมดที่มีผลักเขาออก แต่ก็ไม่เป็นผล
ชายหนุ่มใช้จังหวะที่เธอเผลอ ก้มลงจูบซอกคอขาวเนียนอย่างรวดเร็ว สัมผัสร้อนผ่าวทำให้ริสาสะดุ้งเฮือก เธอพยายามดิ้นรนสุดแรงเกิด จนในที่สุดก็หลุดพ้นจากพันธนาการของเขาได้สำเร็จ
“ไอ้บ้า! ไอ้โรคจิต!” ริสาตวาดลั่น ก่อนจะยกมือขึ้นตบเข้าที่ใบหน้าหล่อเหลาของกฤตดนัยอย่างแรงจนเกิดเสียงดัง
เพี๊ยะ!
กฤตดนัยยืนนิ่ง ใบหน้าคมคายหันไปตามแรงตบ รอยแดงปรากฏขึ้นบนแก้มสาก แต่แววตาของเขากลับลุกวาวด้วยความโกรธแค้นและปรารถนาที่ผสมปนเปกัน
“จำไว้เลยนะยัยตัวแสบ! เธอจะต้องชดใช้! ที่มาตบหน้าฉัน” เขาคำรามเสียงต่ำ หลังจากที่ริสาวิ่งหนีหายไปในฝูงชน ทิ้งให้เขายืนมองตามด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความอาฆาตและแรงปรารถนาที่ถูกจุดขึ้นมาอย่างรุนแรง
เมื่อเขาเอาแต่ยั่วเย้าไม่ยอมสอดใส่เข้าไปเสียที เธอแยกขาออกกว้างจนสุดเพื่อเชื้อเชิญเขาอย่างเต็มใจ ดวงตาคู่สวยมองสบตาเขาอย่างหวานฉ่ำจนกฤตดนัยไม่อาจต้านทานแรงปรารถนาได้อีกต่อไป“โอ๊ยยย ๆ อื้ยยย เบา ๆ เบาๆ พี่กฤต อื้ยยยย หือๆๆ แน่นจัง ลึกด้วย อ้อยยย!!”“เจ็บเหรอที่รัก”“ทั้งเจ็บทั้งเสียวเลยค่ะ”“เอากับพี่บ่อย ๆ เดี๋ยวก็ชิน”“จะระบมก่อนนะสิไม่ว่า”“พี่ขยับอีกนิดนะที่รัก จะเข้าหมดแล้ว”“เบา ๆ นะคะ” ชายหนุ่มค่อย ๆ กดแทรกความแข็งขึงเข้าไปในร่องทางที่คับแน่นและอุ่นระอุ เขาดันกายเข้าไปจนสุดทางรัก รู้สึกถึงความแน่นหนึบที่โอบรัดตัวตนของเขาไว้จนเสียวกระสันไปทุกรูขุมขน“โอ๊วววว... เมียจ๋า... ผัวใจจะขาด... แน่นอะไรอย่างนี้หืม์... ซีดดดดดส์” กฤตดนัยครางกระหึ่มในลำคอ ความคับแน่นที่ตอดรัดท่อนเอ็นร้อนจนเต้นตุบ ๆ ทำให้เขาแทบจะทนไม่ไหว“อย่าเพิ่งขยับนะคะ ริสาขอจัดท่าทางก่อน” เธอบอกพลางยกเรียวขางามตวัดรอบเอวสอบรองรับการกระแทกของเขาอย่างถูกจังหวะ เพื่อลดอาการจุกแน่นจากที่เคยเจอในรอบที่แล้วๆกฤตดนัยเริ่มขยับโยกสะโพกสอบอย่างหนักหน่วง กดเน้นเข้าหาความนุ่มหยุ่นอย่างล้ำลึก ยิ่งขยับก็ยิ่งเสียวกระสันจนคนใต้ร่างครา
ภายในเต็นท์หลังใหญ่ที่ตั้งตระหง่านอยู่ท่ามกลางสายหมอกยามเช้า อากาศภายนอกหนาวเหน็บจนหยดน้ำค้างเกาะพราวอยู่บนผืนผ้าใบ แต่ภายในกลับอบอวลไปด้วยไออุ่นจากร่างกายของคนสองคนที่นอนกอดก่ายกันแนบสนิทหลังบทสวาทครั้งล่าสุดจบลง กฤตดนัยซุกหน้าลงกับซอกคอขาวผ่อง สูดดมความหอมกรุ่นที่เขาหลงใหลอย่างไม่รู้เบื่อ พร้อมกับขบเม้มเบา ๆ จนมาริสาครางประท้วงในลำคอ“พอแล้วค่ะพี่กฤต... ริสาหนาว ขอใส่เสื้อก่อนนะคะ” หญิงสาวพยายามรั้งผ้าห่มขึ้นมาปิดบังทรวงอกอวบอิ่มที่โผล่พ้นขอบผ้าออกมาท้าทายสายตาคมกริบ“หนาวก็กอดพี่ไว้สิครับ... กอดแน่น ๆ แบบนี้จะได้ไม่หนาว” ชายหนุ่มไม่พูดเปล่า เขากระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้นจนทรวงอกนุ่มหยุ่นบดเบียดกับแผงอกแกร่ง “แล้วถ้าช้างมาจริง ๆ จะให้พี่ปลุกมั้ยครับ” มาริสาค้อนขวับเมื่อนึกถึงเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ที่เธอถูกเขาหลอกจนเสียตัวให้เขาตั้งหลายรอบ “ปลุกสิคะ! ริสาไม่อยากเป็นผีเฝ้าดอยที่นี่นะคะ” กฤตดนัยหัวเราะเบา ๆ ในลำคอ ความเอ็นดูที่มีต่อหญิงสาวทำให้เขาอดไม่ได้ที่จะกดจูบลงบนหน้าผากมน “พี่เนี่ย!!..ยังรักษาสถิติเหมือนเดิมเป๊ะเลยนะคะ” มาริสาเปรยขึ้นพร้อมรอยยิ้มซุกซน“สถิติอะไรครับที่รัก”“ก็สถิติ
กฤตดนัยเปรยขึ้นขณะที่นอนเคียงข้างมาริสาใต้ผ้าห่มผืนหนา สายตาคมทอดมองท้องฟ้าที่มืดมิดแต่ระยิบระยับไปด้วยดวงดาวนับพันดวง แสงไฟจากตะเกียงดวงเล็กข้างกายขับเน้นให้บรรยากาศดูโรแมนติกยิ่งขึ้น“เป็นครั้งแรกเลยนะเนี่ย ที่ได้นอนดูดาวกับแฟนแบบนี้” “ไม่เชื่อหรอกค่ะ ระดับพี่กฤตเนี่ยนะจะเพิ่งเคยนอนดูดาวกับแฟน” มาริสาเอียงหน้ามองเขา ศีรษะทุยสวยหนุนอยู่บนต้นแขนแกร่งของเขาอย่างเคยชิน“จริง ๆ แล้วริสาน่ะ เป็นแฟนคนแรกของพี่เลยนะ คู่ควงน่ะพี่มีเยอะ แต่คนที่พี่อยากใช้คำว่าแฟนและอยากใช้ชีวิตอยู่ด้วยจริง ๆ มีแค่ริสาคนเดียว” น้ำเสียงของเขาหนักแน่นและจริงจังจนคนฟังใจสั่น“ก็พี่เจ้าชู้นักนี่คะ ใครจะไปเชื่อลง” มาริสาแกล้งงอนสะบัดหน้าหนี“เมื่อก่อนพี่ยอมรับครับว่าเจ้าชู้... แต่ตอนนี้มีแฟนแล้ว พี่สัญญาว่าจะไม่ทำแบบนั้นอีก เพราะพี่รักแฟนมาก” เขาโน้มใบหน้าลงไปจนหน้าผากชนกัน ดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอเพื่อยืนยันคำพูด“เอ่อ... พี่กฤตคะ... ดูนั่นสิคะ ดาวตก! สวยมากเลยค่ะ” มาริสาเริ่มทำตัวไม่ถูกเมื่อโดนบอกรักในระยะประชิด เธอรีบเบี่ยงประเด็นพลางชี้ชวนให้เขาดูท้องฟ้า“ดาวสวยจริง ๆ ครับ... แต่ยังสวยน้อยกว่าริส
กฤตดนัยชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจสารภาพความจริงอย่างลูกผู้ชาย “ครับคุณแม่... ตอนนั้นผมยอมรับว่าผมผิดเองที่ล่วงเกินลูกสาวแม่ ผมทำตัวไม่ดีกับริสาไว้มากครับ”“แม่ไม่โกรธหรอกจ้ะเรื่องมันผ่านมาแล้ว... แม่รู้ว่าถ้าริสามันไม่รักคุณจริง ๆ มันคงไม่ยอมไปอยู่ด้วยหรอก” วาสนาบอกอย่างรู้ทัน อันที่จริงเธอก็อยากให้ลูกสาวมีความรักที่สมหวังเสียที เพราะรู้ดีว่ามาริสามีปมในใจเรื่องความเจ้าชู้ของพ่อจนไม่กล้าเปิดใจให้ใคร แต่ชายหนุ่มตรงหน้าดูจะมีความจริงใจมากพอที่จะทำลายกำแพงนั้นลงได้“ผมจะพิสูจน์ให้คุณแม่เห็นครับ ว่าผมรักและจริงใจกับริสาจริง ๆ”“จ้ะแม่จะคอยดู... แล้วก็อย่าทำให้ริสาเสียใจอีกล่ะ” วาสนาเอ่ยสำทับด้วยรอยยิ้มที่แฝงไปด้วยความเมตตา ทำให้กฤตดนัยรู้สึกใจชื้นขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก“คุณแม่ไม่ว่าอะไรใช่ไหมครับ... ถ้าผมจะขออนุญาตจีบลูกสาวคุณแม่อีกครั้ง” เขาถามหยั่งเชิง“ถ้าคุณกฤตรักลูกสาวแม่จริง แม่ก็ไม่ว่าอะไร แต่ถ้าคิดจะมาเล่น ๆ ละก็... แม่ไม่อนุญาต”“ผมจริงใจและจริงจังกับริสาครับ ผมจะไม่ทำให้ริสาและคุณแม่ผิดหวังอย่างแน่นอน” กฤตดนัยให้คำมั่น ช่วงเย็นวันนั้น กฤตดนัยเดินกระวนกระวายอยู่หน้าบ้านของมา
คราวนี้กฤตดนัยเป็นคนปั่น ส่วนมาริสานั่งซ้อนท้ายอยู่ด้านหลัง แต่เธอเลือกที่จะนั่งตัวตรงและไม่ยอมแตะต้องตัวเขาเลยแม้แต่นิดเดียว ชายหนุ่มลอบยิ้มในใจ เขาเดาออกว่าเธอคงกลัวเขาจะหาเรื่องลวนลามเธอเหมือนเช่นทุกครั้งที่อยู่ใกล้กันมื้อค่ำวันนั้น คุณวาสนาจัดเตรียมอาหารพื้นเมืองรสเลิศไว้ต้อนรับกฤตดนัยมากมาย บรรยากาศบนโต๊ะอาหารเต็มไปด้วยความอบอุ่นและเป็นกันเอง หลังจากพูดคุยกันอยู่นาน กฤตดนัยก็ขอตัวปั่นจักรยานกลับไปยังโฮมสเตย์เพียงลำพังเมื่อถึงที่พัก เขาต้องเผชิญกับบททดสอบแรก การอาบน้ำเย็นจากฝักบัวท่ามกลางอากาศที่เริ่มหนาวเหน็บ นี่เป็นครั้งแรกในชีวิตที่นักธุรกิจหนุ่มผู้รักความสบายต้องอาบน้ำโดยไร้เครื่องทำน้ำอุ่น แม้ปกติเขาจะเป็นคนขี้ร้อน แต่พอโดนน้ำเย็นจัดปะทะผิวในสภาพอากาศแบบนี้ ก็ทำเอาชายหนุ่มถึงกับสั่นสะท้านไปทั้งตัวกฤตดนัยไม่ได้เตรียมเสื้อกันหนาวมาเลย เพราะไม่คิดว่าที่นี่อากาศจะหนาวเย็นได้ถึงขนาดนี้ พออาบน้ำเสร็จเขาก็รีบกระโจนลงบนเตียง ยัดตัวเข้าไปในผ้าห่มผืนหนาทันทีเพื่อหาความอบอุ่น ใจก็นึกถึงใบหน้าหวานของมาริสาที่ทำให้เขาต้องมาตกระกำลำบากแบบนี้ แต่ก็เป็นความลำบากที่เขายินดีจะรับไว้ด้วยความ
มาริสาสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนจะก้าวเท้าเข้าไปในห้องทำงานของท่านประธาน หัวใจของเธอเต้นระรัวด้วยความประหม่า เมื่อเห็นแผ่นหลังกว้างของชายหนุ่มคนหนึ่งที่นั่งหันหลังให้เธออยู่บนเก้าอี้รับรอง แผ่นหลังที่ดูสง่างามและคุ้นตาจนน่าใจหาย... หวังว่าคงไม่ใช่เขาอย่างที่เธอเป็นกังวลนะ!“อ้าว! ริสามาแล้วหรือจ๊ะ พี่เขามารอนานแล้วนะลูก” คุณกฤตติชนกเอ่ยทักด้วยรอยยิ้มอบอุ่น วันนี้ท่านประธานดูแปลกไปกว่าทุกวัน คำว่าลูกที่หลุดออกมาจากปากท่านทำให้มาริสาชะงัก แม้ก่อนหน้านี้จะเคยได้ยินมาบ้างแต่เธอก็คิดว่าท่านคงเรียกตามมารยาทหรือเรียกตามแม่ของเธอเท่านั้นชายหนุ่มเจ้าของแผ่นหลังกว้างค่อย ๆ หมุนเก้าอี้หันมาสบตากับเธอ ดวงตาคมที่เคยดุดันบัดนี้กลับทอประกายอ่อนโยนจนมาริสาทำตัวไม่ถูก“สวัสดีครับริสา” กฤตดนัยเอ่ยทักเสียงนุ่ม“สวัสดีค่ะ... พี่กฤต!!” เธอรับไหว้เขาอย่างเสียไม่ได้ ใจหนึ่งก็อยากจะหันหลังกลับ แต่อีกใจหนึ่งก็เกรงใจท่านประธาน เขาคงจะเป็นแขกคนสำคัญจริง ๆ และเธอก็อยากรู้ว่าเขามาทำอะไรที่นี่“มีอะไรก็ค่อย ๆ พูด ค่อย ๆ จากันนะลูก ตามสบายนะจ๊ะ” คุณกฤตติชนกบอกพลางลอบยิ้มให้ลูกชาย“พี่ว่าจะขอไปพักที่ไร่องุ่นของริสาสั
สามวันผ่านไปราวกับสามปีสำหรับกฤตดนัย นับตั้งแต่วันนั้นที่มาริสาผลักไสเขาออกจากห้องพัก เธอก็หายไปจากชีวิตเขาอย่างไร้ร่องรอย ไม่มาทำงานใช้หนี้ ไม่ติดต่อกลับมา แม้จะรู้ดีว่าการบีบบังคับนั้นรุนแรงเกินไป แต่ความดื้อรั้นของเธอกลับยิ่งจุดไฟปรารถนาในตัวเขาให้โหมกระหน่ำ กฤตดนัยพยายามอดทนรอ แต่ในที่สุดความอด
มาริสาสะดุ้งตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกร้อนผ่าวไปทั่วร่าง ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างเมื่อเห็นใบหน้าคมคายของกฤตดนัยอยู่ห่างออกไปเพียงคืบ เขากำลังโน้มตัวลงมาใกล้ ริมฝีปากหยักได้รูปจวนเจียนจะสัมผัสกับกลีบปากอิ่มของเธอ“กรี๊ดดดดดด! คุณจะ... จะทำอะไรฉันน่ะ... ออกไปนะ!” เธอร้องลั่นด้วยความตกใจสุดขีด พยายามดิ้นรนห
หลายวันผ่านไป... โลกของกฤตดนัยคล้ายจะหยุดหมุนเมื่อร่างระหงของเด็กฝึกงานตัวแสบหายหน้าไปอย่างไร้ร่องรอย โทรศัพท์ที่เคยติดต่อได้กลับเงียบสนิทจนชายหนุ่มกระวนกระวายใจอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ความหงุดหงิดระคนห่วงใยผลักดันให้เขาบุกไปถึงมหาวิทยาลัยของเธอเพื่อคาดคั้นเอาที่อยู่จากเพื่อนสนิทไม่นานนัก รถสปอร์ตคั
เสียงเคาะประตูห้องทำงานของกฤตดนัยดังขึ้นในเช้าวันรุ่งขึ้น และเมื่อบานประตูเปิดออก มาริสาก็ปรากฏกายขึ้นพร้อมกับความเหนื่อยล้าที่ฉายชัดบนใบหน้า แต่แววตาของเธอยังคงแข็งกร้าวไม่ยอมแพ้“ริสา เธอมาสายไปตั้ง 5 นาที” กฤตดนัยเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นชา ดวงตาคมกริบจ้องมองเธอราวกับจะจับผิดทุกการกระทำ“ขอโทษค่ะ







