Se connecterสามวันผ่านไปราวกับสามปีสำหรับกฤตดนัย นับตั้งแต่วันนั้นที่มาริสาผลักไสเขาออกจากห้องพัก เธอก็หายไปจากชีวิตเขาอย่างไร้ร่องรอย ไม่มาทำงานใช้หนี้ ไม่ติดต่อกลับมา แม้จะรู้ดีว่าการบีบบังคับนั้นรุนแรงเกินไป แต่ความดื้อรั้นของเธอกลับยิ่งจุดไฟปรารถนาในตัวเขาให้โหมกระหน่ำ กฤตดนัยพยายามอดทนรอ แต่ในที่สุดความอดทนก็ถึงขีดสุด เขาจัดการสั่งงานทุกอย่างกับเลขาฯ เรียบร้อย ก็รีบออกจากห้องทำงานไปทันทีด้วยใจที่ร้อนรุ่ม
คุณกฤตติชนก ประธานใหญ่แห่งกิจธนาเซ็นทาราแกรนด์โฮเต็ล เดินมาที่ห้องทำงานของลูกชาย แต่กลับไม่พบ จึงสอบถามเลขาของกฤตดนัยทันที
“สวัสดีค่ะท่าน” รสจรินทร์ เลขาคนสวยกล่าวทักทาย
“รสจรินทร์ คุณกฤตไปไหน” ประธานใหญ่ถามด้วยน้ำเสียงเรียบแฝงความสงสัย
“คุณกฤตไม่ได้บอกเอาไว้ค่ะ มีแค่สั่งงานไว้เฉยๆ แล้วก็รีบออกไปเลยค่ะ” รสจรินทร์ตอบตามความจริง คุณกฤตติชนกถึงกับส่ายหน้าอย่างอ่อนใจ
“เธอนี่น่า... เป็นเลขาเสียเปล่า เขาไม่บอกก็ไม่รู้จักถาม” หญิงวัยกลางคนถอนหายใจเฮือกใหญ่ พลางนึกในใจว่าเจ้าลูกชายตัวดีคงไปติดสาวที่ไหนอีกเป็นแน่ เมื่อเลขาไม่รู้เรื่อง เธอก็คงต้องสืบเองสินะ!
ขณะเดียวกัน กฤตดนัยขับรถตรงดิ่งไปยังอพาร์ตเมนต์ของมาริสา เขาจอดรถรอดูเธออยู่ด้านล่างอย่างใจจดใจจ่อ รออยู่ไม่นานนักก็เห็นร่างบางในชุดนักศึกษาเดินลงมา มือเล็กหอบหนังสือหลายเล่มแน่นอก เธอเดินตรงไปยังป้ายรถเมล์ กฤตดนัยรอจนหญิงสาวเดินลับตาไปในฝูงชน จึงค่อยๆ ขับรถตามไปห่างๆ เมื่อเห็นว่าเธอขึ้นรถเมล์คันหนึ่งไป เขาก็รีบเร่งเครื่องตามไปติดๆ
รถยนต์คันหรูขับตามรถเมล์ไปเรื่อยๆ จนกระทั่งรถเมล์จอดที่ป้ายหน้ามหาวิทยาลัยของเธอ มาริสาก้าวลงจากรถแล้วเดินเข้ามหาวิทยาลัยไปอย่างเร่งรีบ หญิงสาวเดินตรงไปยังคณะของเธอ กฤตดนัยแอบเดินตามไปอย่างเงียบๆ โดยไม่ให้เธอรู้ตัว
เขาเห็นมาริสานั่งลงที่โต๊ะใต้ต้นไม้ใหญ่เพียงลำพัง ไม่นานนักก็มีหนุ่มคนเดิมที่เขาเคยเห็นเธออยู่ด้วยในวันนั้นเดินเข้ามาหา
“คุยกับไอ้หมอนี่อีกแล้วเหรอ...” กฤตดนัยบ่นพึมพำกับตัวเองด้วยความหงุดหงิด เขาทนดูภาพที่เธอนั่งหัวเราะต่อกระซิกกับไอ้หนุ่มคนนั้นไม่ไหวอีกต่อไป ความหึงหวงที่ก่อตัวขึ้นในใจปะทุขึ้นมาอย่างรุนแรง เขาเดินตรงเข้าไปหาเธอทันทีด้วยใบหน้าบึ้งตึง
“มาริสา!” เสียงทุ้มเข้มเรียกชื่อเธอ หญิงสาวเงยหน้าขึ้นด้วยความตกใจสุดขีด เมื่อได้ยินเสียงผู้ชายที่เธอรังเกียจที่สุด และไม่อยากเห็นหน้าเจ้าของเสียงนั้นอีกเลย
“คุณมาที่นี่ทำไม!” มาริสาถามกลับด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าว
“ตกใจมากเหรอ ที่เห็นฉัน” กฤตดนัยถามกลับด้วยรอยยิ้มมุมปาก ก่อนจะทรุดตัวลงนั่งเบียดชิดข้างเธอ ทำให้หนุ่มนักศึกษาที่นั่งคุยกับเธอก่อนหน้านี้มองทั้งสองคนอย่างงงๆ เพราะกฤตดนัยและมาริสาพูดจาเหมือนสนิทสนมกันเกินกว่าคนรู้จักทั่วไป
“ก็คิดถึงคุณไงครับ... ที่รัก” กฤตดนัยยังคงพูดจายั่วโมโหเธอด้วยท่าทางยิ้มแย้มกวนประสาท เพื่อโชว์ให้หนุ่มนักศึกษาคนนั้นเห็น
“อย่าสำคัญตัวผิด ฉันไม่ใช่ที่รักของคุณ จะไปไหนก็ไป แล้วอย่ามายุ่งกับฉันอีก!” มาริสาตอบกลับอย่างเดือดดาล
“ออกไปคุยกับฉันเดี๋ยวนี้ เรามีเรื่องต้องตกลงกัน ไม่อย่างนั้นฉันจะจูบเธอตรงนี้” กฤตดนัยกระซิบตอบกลับข้างหูเธอด้วยแววตาแพรวพราวที่เต็มไปด้วยคำขู่
เมื่อมาริสายอมเดินออกมากับกฤตดนัยได้สักระยะ พอที่จะตกลงกันสองคนได้โดยที่แดนเทพไม่ได้ยิน กฤตดนัยจึงพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน
“คิดจะหนีฉันมาง่ายๆ งั้นเหรอ... มาริสา เธอเป็นลูกหนี้ฉัน ถ้าไม่ไปทำงานก็คืนเงินฉันมาก่อนสิ”
“ฉันไม่มีให้! อยากได้ก็ไปฟ้องร้องเอา ฉันจะสู้คดี ไม่ยอมคุณอีกแล้ว!” เธอประกาศกร้าวด้วยความกล้าหาญที่หามาจากไหนไม่รู้
“ฉันจะไม่เลือกใช้วิธีนั้นเด็ดขาด เพราะมันเสียเวลา ถ้าเธอไม่คืนเงินฉัน ฉันก็จะใช้วิธีของฉันจัดการเธอ แต่ฉันไม่รับรองนะว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง... เอ๊ะ! หรือว่าฉันโทรบอกแม่เธอดีนะว่าเธอเป็นหนี้ฉัน” เขาสืบประวัติเธอมาหมดแล้ว รู้ว่าเธออยู่กับแม่เพียงสองคน กฤตดนัยยังคงข่มขู่มาริสาเพื่อบีบให้เธอรับข้อเสนอของเขาแต่โดยดี
“นี่! คุณมันจะเกินไปแล้วนะ! ขอร้องอย่ายุ่งกับแม่ฉัน!” มาริสาตกใจที่เขารู้ข้อมูลเกี่ยวกับครอบครัวเธอ ผู้ชายคนนี้ชักจะร้ายกาจกว่าที่เธอคิดไว้จริงๆ มันเป็นเวรกรรมอะไรของเธอกันนะ ที่ต้องมาเจอคนแบบนี้ เธอไม่อยากให้แม่เป็นกังวลหากรู้ว่าเธอไม่มีหนี้สินตั้งมากมาย เพราะแค่ปัญหาของแม่ก็มีมากพอแล้ว มาริสาไม่อยากให้แม่ต้องเป็นห่วงเธออีก
“เอ๊ะ! นี่ใช่เบอร์ร้านขนมของแม่เธอหรือเปล่าน้า” เขายื่นนามบัตรที่ได้มาจากณิชาให้หญิงสาวดู เป็นนามบัตรของร้านวาสนาเบเกอรี มีที่อยู่และเบอร์โทรศัพท์พร้อมสรรพ
กฤตดนัยหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดเบอร์โทรศัพท์ของร้านเบอเกอรี่ แล้วส่งให้มาริสาตรวจสอบหมายเลข หญิงสาวทำหน้าตกใจเมื่อเห็นว่ากฤตดนัยทำท่าจะกดโทรออก จึงขอร้องเขาด้วยเสียงสั่นเครือ
“จะทำอะไร หยุดเดี๋ยวนี้เลยนะ!” มาริสาขึ้นเสียง กฤตดนัยจึงตอบกลับไปด้วยข้อแลกเปลี่ยนของเขา
“ฉันให้เวลาเธอสองทุ่มคืนนี้ ถ้าเธอไม่โผล่หน้าสวยๆ ของเธอไปหาฉันล่ะก็ รับรองว่าคราวนี้ฉันจะไม่โทรแต่จะไปหาแม่เธอแทน” กฤตดนัยพูดขู่เธอแล้วเก็บมือถือลงกระเป๋ากางเกง ก่อนจะถือโอกาสขโมยหอมแก้มเธอเพื่อต้องการให้เพื่อนของเธอเห็น
“ไปก่อนนะที่รัก” ไม่วายที่เขาจะทิ้งคำพูดเพื่อยั่วโมโหเธออีกครั้งก่อนจากไป ทิ้งไว้เพียงความรู้สึกร้อนผ่าวบนแก้มและความขุ่นเคืองในใจของมาริสา
พอเขาเดินลับตาไปแล้ว มาริสาเดินกลับไปนั่งที่เดิม แดนเทพจึงเอ่ยปากถามขึ้นด้วยความสงสัย
“แฟนริสาเหรอ มีเรื่องอะไรกันหรือเปล่า” แดนเทพ เพื่อนที่ทำงานกลุ่มด้วยกันเอ่ยถามขึ้น เพราะไม่เห็นมาริสาเพื่อนของเขาจะเคยมีแฟนสักครั้งตั้งแต่เรียนด้วยกันมา
“ไม่ใช่แฟนหรอก แค่คนรู้จักน่ะ เขาชอบแกล้ง อย่าไปสนใจเลย” มาริสาตอบแดนเทพเพื่อนชายของเธอที่เรียนอยู่สาขาเดียวกัน เพราะจริงๆ แล้วแดนเทพเป็นแฟนณิชาเพื่อนสนิทของเธอ แต่แดนเทพก็ชอบมาคุยกับมาริสาเพื่อปรึกษาเธอเรื่องณิชาอยู่บ่อยๆ
“ถ้าริสามีอะไรให้แดนช่วยก็บอกได้นะ” แดนเทพเสนอความช่วยเหลือด้วยความเป็นห่วง
“ขอบคุณนะแดน ไม่มีอะไรหรอก” มาริสาตอบปัดไป
“เออ!... แล้วเรื่องไวน์ล่ะ ผู้จัดการเค้าว่าไง” แดนเทพยังคงสงสัย
“อ๋อ เรื่องนั้นไม่ต้องห่วง ริสาทำงานชดใช้แล้ว” มาริสาตอบเลี่ยงๆ
“อืม... ค่อยยังชั่ว แดนคิดว่าริสาจะไม่ผ่านฝึกงานซะแล้วสิ” แดนเทพเอ่ยออกมาอย่างโล่งใจ
“แดน ริสาไปก่อนนะ เดี๋ยวแดนรอณิชาคนเดียวนะ ริสาจะรีบไปหาแม่ที่ร้านสักหน่อย” มาริสาหาทางปลีกตัว
“ได้สิ... แล้วพรุ่งนี้เจอกันนะ” แดนเทพตอบรับ
หลังจากร่ำลาแดนเทพไป มาริสาก็เริ่มกระวนกระวายใจเป็นอย่างมาก เธอจะทำอย่างไรดี ดูท่าแล้วอีตาบ้านั่นคงจะรังควานเธอไม่เลิกแน่ๆ
เมื่อเขาเอาแต่ยั่วเย้าไม่ยอมสอดใส่เข้าไปเสียที เธอแยกขาออกกว้างจนสุดเพื่อเชื้อเชิญเขาอย่างเต็มใจ ดวงตาคู่สวยมองสบตาเขาอย่างหวานฉ่ำจนกฤตดนัยไม่อาจต้านทานแรงปรารถนาได้อีกต่อไป“โอ๊ยยย ๆ อื้ยยย เบา ๆ เบาๆ พี่กฤต อื้ยยยย หือๆๆ แน่นจัง ลึกด้วย อ้อยยย!!”“เจ็บเหรอที่รัก”“ทั้งเจ็บทั้งเสียวเลยค่ะ”“เอากับพี่บ่อย ๆ เดี๋ยวก็ชิน”“จะระบมก่อนนะสิไม่ว่า”“พี่ขยับอีกนิดนะที่รัก จะเข้าหมดแล้ว”“เบา ๆ นะคะ” ชายหนุ่มค่อย ๆ กดแทรกความแข็งขึงเข้าไปในร่องทางที่คับแน่นและอุ่นระอุ เขาดันกายเข้าไปจนสุดทางรัก รู้สึกถึงความแน่นหนึบที่โอบรัดตัวตนของเขาไว้จนเสียวกระสันไปทุกรูขุมขน“โอ๊วววว... เมียจ๋า... ผัวใจจะขาด... แน่นอะไรอย่างนี้หืม์... ซีดดดดดส์” กฤตดนัยครางกระหึ่มในลำคอ ความคับแน่นที่ตอดรัดท่อนเอ็นร้อนจนเต้นตุบ ๆ ทำให้เขาแทบจะทนไม่ไหว“อย่าเพิ่งขยับนะคะ ริสาขอจัดท่าทางก่อน” เธอบอกพลางยกเรียวขางามตวัดรอบเอวสอบรองรับการกระแทกของเขาอย่างถูกจังหวะ เพื่อลดอาการจุกแน่นจากที่เคยเจอในรอบที่แล้วๆกฤตดนัยเริ่มขยับโยกสะโพกสอบอย่างหนักหน่วง กดเน้นเข้าหาความนุ่มหยุ่นอย่างล้ำลึก ยิ่งขยับก็ยิ่งเสียวกระสันจนคนใต้ร่างครา
ภายในเต็นท์หลังใหญ่ที่ตั้งตระหง่านอยู่ท่ามกลางสายหมอกยามเช้า อากาศภายนอกหนาวเหน็บจนหยดน้ำค้างเกาะพราวอยู่บนผืนผ้าใบ แต่ภายในกลับอบอวลไปด้วยไออุ่นจากร่างกายของคนสองคนที่นอนกอดก่ายกันแนบสนิทหลังบทสวาทครั้งล่าสุดจบลง กฤตดนัยซุกหน้าลงกับซอกคอขาวผ่อง สูดดมความหอมกรุ่นที่เขาหลงใหลอย่างไม่รู้เบื่อ พร้อมกับขบเม้มเบา ๆ จนมาริสาครางประท้วงในลำคอ“พอแล้วค่ะพี่กฤต... ริสาหนาว ขอใส่เสื้อก่อนนะคะ” หญิงสาวพยายามรั้งผ้าห่มขึ้นมาปิดบังทรวงอกอวบอิ่มที่โผล่พ้นขอบผ้าออกมาท้าทายสายตาคมกริบ“หนาวก็กอดพี่ไว้สิครับ... กอดแน่น ๆ แบบนี้จะได้ไม่หนาว” ชายหนุ่มไม่พูดเปล่า เขากระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้นจนทรวงอกนุ่มหยุ่นบดเบียดกับแผงอกแกร่ง “แล้วถ้าช้างมาจริง ๆ จะให้พี่ปลุกมั้ยครับ” มาริสาค้อนขวับเมื่อนึกถึงเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ที่เธอถูกเขาหลอกจนเสียตัวให้เขาตั้งหลายรอบ “ปลุกสิคะ! ริสาไม่อยากเป็นผีเฝ้าดอยที่นี่นะคะ” กฤตดนัยหัวเราะเบา ๆ ในลำคอ ความเอ็นดูที่มีต่อหญิงสาวทำให้เขาอดไม่ได้ที่จะกดจูบลงบนหน้าผากมน “พี่เนี่ย!!..ยังรักษาสถิติเหมือนเดิมเป๊ะเลยนะคะ” มาริสาเปรยขึ้นพร้อมรอยยิ้มซุกซน“สถิติอะไรครับที่รัก”“ก็สถิติ
กฤตดนัยเปรยขึ้นขณะที่นอนเคียงข้างมาริสาใต้ผ้าห่มผืนหนา สายตาคมทอดมองท้องฟ้าที่มืดมิดแต่ระยิบระยับไปด้วยดวงดาวนับพันดวง แสงไฟจากตะเกียงดวงเล็กข้างกายขับเน้นให้บรรยากาศดูโรแมนติกยิ่งขึ้น“เป็นครั้งแรกเลยนะเนี่ย ที่ได้นอนดูดาวกับแฟนแบบนี้” “ไม่เชื่อหรอกค่ะ ระดับพี่กฤตเนี่ยนะจะเพิ่งเคยนอนดูดาวกับแฟน” มาริสาเอียงหน้ามองเขา ศีรษะทุยสวยหนุนอยู่บนต้นแขนแกร่งของเขาอย่างเคยชิน“จริง ๆ แล้วริสาน่ะ เป็นแฟนคนแรกของพี่เลยนะ คู่ควงน่ะพี่มีเยอะ แต่คนที่พี่อยากใช้คำว่าแฟนและอยากใช้ชีวิตอยู่ด้วยจริง ๆ มีแค่ริสาคนเดียว” น้ำเสียงของเขาหนักแน่นและจริงจังจนคนฟังใจสั่น“ก็พี่เจ้าชู้นักนี่คะ ใครจะไปเชื่อลง” มาริสาแกล้งงอนสะบัดหน้าหนี“เมื่อก่อนพี่ยอมรับครับว่าเจ้าชู้... แต่ตอนนี้มีแฟนแล้ว พี่สัญญาว่าจะไม่ทำแบบนั้นอีก เพราะพี่รักแฟนมาก” เขาโน้มใบหน้าลงไปจนหน้าผากชนกัน ดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอเพื่อยืนยันคำพูด“เอ่อ... พี่กฤตคะ... ดูนั่นสิคะ ดาวตก! สวยมากเลยค่ะ” มาริสาเริ่มทำตัวไม่ถูกเมื่อโดนบอกรักในระยะประชิด เธอรีบเบี่ยงประเด็นพลางชี้ชวนให้เขาดูท้องฟ้า“ดาวสวยจริง ๆ ครับ... แต่ยังสวยน้อยกว่าริส
กฤตดนัยชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจสารภาพความจริงอย่างลูกผู้ชาย “ครับคุณแม่... ตอนนั้นผมยอมรับว่าผมผิดเองที่ล่วงเกินลูกสาวแม่ ผมทำตัวไม่ดีกับริสาไว้มากครับ”“แม่ไม่โกรธหรอกจ้ะเรื่องมันผ่านมาแล้ว... แม่รู้ว่าถ้าริสามันไม่รักคุณจริง ๆ มันคงไม่ยอมไปอยู่ด้วยหรอก” วาสนาบอกอย่างรู้ทัน อันที่จริงเธอก็อยากให้ลูกสาวมีความรักที่สมหวังเสียที เพราะรู้ดีว่ามาริสามีปมในใจเรื่องความเจ้าชู้ของพ่อจนไม่กล้าเปิดใจให้ใคร แต่ชายหนุ่มตรงหน้าดูจะมีความจริงใจมากพอที่จะทำลายกำแพงนั้นลงได้“ผมจะพิสูจน์ให้คุณแม่เห็นครับ ว่าผมรักและจริงใจกับริสาจริง ๆ”“จ้ะแม่จะคอยดู... แล้วก็อย่าทำให้ริสาเสียใจอีกล่ะ” วาสนาเอ่ยสำทับด้วยรอยยิ้มที่แฝงไปด้วยความเมตตา ทำให้กฤตดนัยรู้สึกใจชื้นขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก“คุณแม่ไม่ว่าอะไรใช่ไหมครับ... ถ้าผมจะขออนุญาตจีบลูกสาวคุณแม่อีกครั้ง” เขาถามหยั่งเชิง“ถ้าคุณกฤตรักลูกสาวแม่จริง แม่ก็ไม่ว่าอะไร แต่ถ้าคิดจะมาเล่น ๆ ละก็... แม่ไม่อนุญาต”“ผมจริงใจและจริงจังกับริสาครับ ผมจะไม่ทำให้ริสาและคุณแม่ผิดหวังอย่างแน่นอน” กฤตดนัยให้คำมั่น ช่วงเย็นวันนั้น กฤตดนัยเดินกระวนกระวายอยู่หน้าบ้านของมา
คราวนี้กฤตดนัยเป็นคนปั่น ส่วนมาริสานั่งซ้อนท้ายอยู่ด้านหลัง แต่เธอเลือกที่จะนั่งตัวตรงและไม่ยอมแตะต้องตัวเขาเลยแม้แต่นิดเดียว ชายหนุ่มลอบยิ้มในใจ เขาเดาออกว่าเธอคงกลัวเขาจะหาเรื่องลวนลามเธอเหมือนเช่นทุกครั้งที่อยู่ใกล้กันมื้อค่ำวันนั้น คุณวาสนาจัดเตรียมอาหารพื้นเมืองรสเลิศไว้ต้อนรับกฤตดนัยมากมาย บรรยากาศบนโต๊ะอาหารเต็มไปด้วยความอบอุ่นและเป็นกันเอง หลังจากพูดคุยกันอยู่นาน กฤตดนัยก็ขอตัวปั่นจักรยานกลับไปยังโฮมสเตย์เพียงลำพังเมื่อถึงที่พัก เขาต้องเผชิญกับบททดสอบแรก การอาบน้ำเย็นจากฝักบัวท่ามกลางอากาศที่เริ่มหนาวเหน็บ นี่เป็นครั้งแรกในชีวิตที่นักธุรกิจหนุ่มผู้รักความสบายต้องอาบน้ำโดยไร้เครื่องทำน้ำอุ่น แม้ปกติเขาจะเป็นคนขี้ร้อน แต่พอโดนน้ำเย็นจัดปะทะผิวในสภาพอากาศแบบนี้ ก็ทำเอาชายหนุ่มถึงกับสั่นสะท้านไปทั้งตัวกฤตดนัยไม่ได้เตรียมเสื้อกันหนาวมาเลย เพราะไม่คิดว่าที่นี่อากาศจะหนาวเย็นได้ถึงขนาดนี้ พออาบน้ำเสร็จเขาก็รีบกระโจนลงบนเตียง ยัดตัวเข้าไปในผ้าห่มผืนหนาทันทีเพื่อหาความอบอุ่น ใจก็นึกถึงใบหน้าหวานของมาริสาที่ทำให้เขาต้องมาตกระกำลำบากแบบนี้ แต่ก็เป็นความลำบากที่เขายินดีจะรับไว้ด้วยความ
มาริสาสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนจะก้าวเท้าเข้าไปในห้องทำงานของท่านประธาน หัวใจของเธอเต้นระรัวด้วยความประหม่า เมื่อเห็นแผ่นหลังกว้างของชายหนุ่มคนหนึ่งที่นั่งหันหลังให้เธออยู่บนเก้าอี้รับรอง แผ่นหลังที่ดูสง่างามและคุ้นตาจนน่าใจหาย... หวังว่าคงไม่ใช่เขาอย่างที่เธอเป็นกังวลนะ!“อ้าว! ริสามาแล้วหรือจ๊ะ พี่เขามารอนานแล้วนะลูก” คุณกฤตติชนกเอ่ยทักด้วยรอยยิ้มอบอุ่น วันนี้ท่านประธานดูแปลกไปกว่าทุกวัน คำว่าลูกที่หลุดออกมาจากปากท่านทำให้มาริสาชะงัก แม้ก่อนหน้านี้จะเคยได้ยินมาบ้างแต่เธอก็คิดว่าท่านคงเรียกตามมารยาทหรือเรียกตามแม่ของเธอเท่านั้นชายหนุ่มเจ้าของแผ่นหลังกว้างค่อย ๆ หมุนเก้าอี้หันมาสบตากับเธอ ดวงตาคมที่เคยดุดันบัดนี้กลับทอประกายอ่อนโยนจนมาริสาทำตัวไม่ถูก“สวัสดีครับริสา” กฤตดนัยเอ่ยทักเสียงนุ่ม“สวัสดีค่ะ... พี่กฤต!!” เธอรับไหว้เขาอย่างเสียไม่ได้ ใจหนึ่งก็อยากจะหันหลังกลับ แต่อีกใจหนึ่งก็เกรงใจท่านประธาน เขาคงจะเป็นแขกคนสำคัญจริง ๆ และเธอก็อยากรู้ว่าเขามาทำอะไรที่นี่“มีอะไรก็ค่อย ๆ พูด ค่อย ๆ จากันนะลูก ตามสบายนะจ๊ะ” คุณกฤตติชนกบอกพลางลอบยิ้มให้ลูกชาย“พี่ว่าจะขอไปพักที่ไร่องุ่นของริสาสั
“อย่าทำอะไรฉันเลยนะคะ...” เสียงหวานพึมพำขอร้องสั่นเครือ หยาดน้ำใสเริ่มคลอเบ้าตาคู่สวยที่เต็มไปด้วยความหวาดหวั่น มาริสาตัวสั่นเทาจนแทบจะยืนไม่อยู่ เมื่อต้องเผชิญหน้ากับความต้องการอันดิบเถื่อนที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้ท่าทีภูมิฐานของชายตรงหน้า“อย่ากลัวไปเลย... เธอไม่อยากใช้หนี้ให้มันจบๆ ไปหรือไง... หึ!!” ก
โรงแรมกิจธนาเซ็น ทาราแกรนด์โฮเตล ห้องทำงานของกฤตดนัย เวลา 19:50 น. ชายหนุ่มนั่งไวน์แดงอย่างครึ้มอกครึ้มใจ ดวงตาคมกริบจับจ้องนาฬิกาบนข้อมืออย่างใจจดใจจ่อ ทุกห้านาทีที่ผ่านไปคือความตื่นเต้นที่ก่อตัวขึ้นในอก เขารู้ดีว่ามาริสาจะต้องมา ไม่ว่าเธอจะดื้อรั้นเพียงใด แต่เขาก็มีไพ่ตายอยู่ในมือ ห้องทำงานแห่ง
มาริสาสะดุ้งตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกร้อนผ่าวไปทั่วร่าง ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างเมื่อเห็นใบหน้าคมคายของกฤตดนัยอยู่ห่างออกไปเพียงคืบ เขากำลังโน้มตัวลงมาใกล้ ริมฝีปากหยักได้รูปจวนเจียนจะสัมผัสกับกลีบปากอิ่มของเธอ“กรี๊ดดดดดด! คุณจะ... จะทำอะไรฉันน่ะ... ออกไปนะ!” เธอร้องลั่นด้วยความตกใจสุดขีด พยายามดิ้นรนห
หลายวันผ่านไป... โลกของกฤตดนัยคล้ายจะหยุดหมุนเมื่อร่างระหงของเด็กฝึกงานตัวแสบหายหน้าไปอย่างไร้ร่องรอย โทรศัพท์ที่เคยติดต่อได้กลับเงียบสนิทจนชายหนุ่มกระวนกระวายใจอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ความหงุดหงิดระคนห่วงใยผลักดันให้เขาบุกไปถึงมหาวิทยาลัยของเธอเพื่อคาดคั้นเอาที่อยู่จากเพื่อนสนิทไม่นานนัก รถสปอร์ตคั







