LOGINมาริสาสะดุ้งตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกร้อนผ่าวไปทั่วร่าง ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างเมื่อเห็นใบหน้าคมคายของกฤตดนัยอยู่ห่างออกไปเพียงคืบ เขากำลังโน้มตัวลงมาใกล้ ริมฝีปากหยักได้รูปจวนเจียนจะสัมผัสกับกลีบปากอิ่มของเธอ
“กรี๊ดดดดดด! คุณจะ... จะทำอะไรฉันน่ะ... ออกไปนะ!” เธอร้องลั่นด้วยความตกใจสุดขีด พยายามดิ้นรนหนีจากพันธนาการที่มองไม่เห็น
“ใจเย็นๆ เธอหมดสติไป ฉันแค่จะเช็ดตัวให้เฉยๆ” กฤตดนัยรีบแก้ตัวด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย แต่แววตาของเขากลับฉายแววเจ้าเล่ห์อย่างปิดไม่มิด
คำพูดของเขาทำให้มาริสาตาโตด้วยความโกรธ เธอเห็นอยู่เต็มสองตาว่าเขากำลังจะจูบเธอ! คนเราจะมาจูบกันง่ายๆ แบบนี้เลยหรือ? แม้เธอจะมาเรียนและพักอยู่คนเดียว แต่เธอก็ไม่เคยปล่อยตัวปล่อยใจให้ใครได้ล่วงเกินถึงเพียงนี้
“ปล่อย! อย่ามาฉวยโอกาสกับฉันนะ!” มาริสาผลักอกแกร่งของเขาออกสุดแรง ก่อนจะเบี่ยงหน้าหนีและกระเถิบตัวลุกขึ้นยืนข้างเตียงด้วยท่าทางหวาดระแวง
“แค่จูบนิดๆ หน่อยๆ ทำเป็นหวงตัวไปได้ ทำยังกะไม่เคย... อย่าบอกนะว่าไอ้ที่แต่งตัวไปล่อเสือล่อตะเข้คืนนั้น เธอไม่ได้นัดใครเอาไว้” กฤตดนัยพึมพำเสียงต่ำ คำพูดของเขาตอกย้ำถึงเหตุการณ์ในคืนนั้นที่ผับอีกครั้ง
มาริสาได้ยินดังนั้นก็รู้สึกเดือดดาล เขาพูดถึงเรื่องคืนนั้นอีกแล้ว! ก็คืนนั้นเขาเองไม่ใช่หรือที่ดูถูกเธอ! เขานึกไปถึงภาพที่เห็นเธอนั่งหัวเราะต่อกระซิกกับผู้ชาย มันช่างแตกต่างจากท่าทีรังเกียจที่เธอแสดงออกกับเขาอย่างสิ้นเชิง กฤตดนัยคิดขึ้นอย่างขุ่นเคือง ทั้งๆ ที่ตัวเองก็เป็นแค่เจ้าหนี้ของเธอเท่านั้น
เพี๊ยะ!!
เสียงฝ่ามือกระทบใบหน้าดังสนั่น ใบหน้าหล่อเหลาของกฤตดนัยหันไปตามแรงตบ เขารู้สึกทั้งแสบทั้งชาไปทั่วแก้มและร้อนผ่าวราวกับถูกไฟลวก เขารู้ดีว่าใบหน้าของเขาจะต้องมีรอยแดงประทับอยู่แน่ๆ
“สารเลว! คุณมีสิทธิ์อะไรมาพูดจาทุเรศๆ กับฉันแบบนี้!” มาริสาตะโกนใส่หน้าเขาด้วยความโกรธแค้น
“สารเลวเหรอ... เดี๋ยวฉันจะทำมากกว่าจูบอีก!” คนโดนตบโต้กลับอย่างโมโห ดวงตาคมกริบฉายแววกร้าว เขาตรงเข้าดันร่างบางให้หงายลงไปบนที่นอน ก่อนจะทาบทับร่างของเธอไว้ มือทั้งสองข้างของเธอที่พยายามทุบตีเขา ถูกมือหนาของเขาล็อกขึ้นไปเหนือศีรษะอย่างแน่นหนา
กฤตดนัยไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมเขาถึงอยากเอาชนะเธอ เพียงเพราะเธอไม่ยอมไปกับเขาในคืนนั้นหรือ? ทำไมเขาต้องปากเสียกับเธอ และตอนนี้เขาก็อยากจะสั่งสอนเธอในแบบฉบับของเขาด้วย
“ปล่อยนะ! คุณจะทำอะไรฉันน่ะ!” มาริสาพยายามดิ้นรนหนีสุดแรง แต่ก็สู้แรงคนตัวโตไม่ได้ เธอทั้งตกใจและหวาดกลัว แต่ก็ยังมีแรงตะโกนถามออกไป ยิ่งเธอดิ้นรนมากเท่าไร ร่างกายกำยำของเขาก็ยิ่งกดทับเธอแน่นมากเท่านั้น
“ทำในสิ่งที่ฉันอยากทำกับเธอไงล่ะ” เขายิ้มแสยะด้วยแววตาหื่นกระหายที่ส่งมาให้เธอหวาดกลัวจับใจ
“ฉันจะแจ้งตำรวจ จับคุณเข้าคุกข้อหาข่มขืน!” เธอขู่เสียงสั่น
“ฉันไม่กลัวหรอก วันนี้ฉันต้องสั่งสอนคนที่กล้ามาตบหน้าฉันซะก่อน” เขาพูดจบก็เลิกเสื้อเชิ้ตตัวโคร่งของเธอขึ้น กฤตดนัยหายใจติดขัดเมื่อเห็นเต้าอวบอิ่มทรงโตของคนร่างบางที่มีบราลูกไม้สีดำปกปิดไว้ แต่ก็แทบปิดไม่มิด เนินเนื้อหน้าอกล้นทะลักออกมานอกบราเซียร์ลายลูกไม้ ยิ่งกระตุ้นความปรารถนาในตัวเขาให้พุ่งสูงขึ้น
มาริสาร้องกรี๊ดเสียงดังลั่น จนเขาต้องประกบปากปิดเสียงร้องของเธอ เขาใช้จังหวะที่เธอเผลอสอดลิ้นเข้าไปในโพรงปาก ใช้ลิ้นหนาไล่ต้อนลิ้นเล็กที่พยายามหนี แต่ก็หนีไม่พ้น
อื้มมมม!!
เสียงอู้อี้ในลำคอของมาริสาบ่งบอกถึงความอัดอั้น เขาดูดลิ้นเล็กอย่างย่ามใจ จนคนตัวเล็กที่ไม่มีประสบการณ์จูบมาก่อนเริ่มหายใจไม่ทัน เธอตัวแข็งทื่อ ร้องไม่ออกสักคำเดียว จนคนตัวโตต้องถอนจูบออก แล้วซุกไซร้ไปตามซอกคอ เธอจึงได้หายใจสูดอากาศเข้าปอดได้สะดวกขึ้น
เขาไล่จูบดูดเม้มผิวเนื้อเนียนนุ่มของเธอลงมาจนเกือบถึงปทุมถันคู่งาม เขาอยากเห็นความงามของอกอวบใหญ่คู่นี้ของเธอ จึงเอื้อมสอดมือหนาไปปลดตะขอด้านหลังบราเซียอย่างชำนาญ
กฤตดนัยหัวใจแทบหยุดเต้น เมื่อสองเต้าเต่งตึงเผยความงามต่อหน้าต่อตาเขา มันใหญ่กว่าที่เขาจินตนาการไว้เสียอีก มันกลมสวยราวกับดอกบัวตูม น่าลูบไล้ น่าสัมผัส เขากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เมื่อรู้สึกคอแห้งผาก
“ริสา... เธอ... สวยมากเลย”
“ไอ้คนโรคจิต! ไอ้คนลามก! ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้นะ!” มาริสาเห็นสายตาที่เขามองทรวงอกของเธอที่กำลังโป๊เปลือยอยู่ เธอตะโกนด่าพร้อมกับถีบเขาเต็มแรง จนเขาล้มหงายหลังลงไปบนพื้น
“โอ๊ยยย! ถีบมาได้เนี่ย” คนโดนถีบร้องโอดครวญ เอามือกุมหน้าท้องที่โดนเท้าเล็กถีบเข้าให้
“พอกันที! ฉันจะไม่ทำงานกับคนโรคจิตอย่างคุณอีกแล้ว! ไปเลย! ออกจากห้องฉันไปเลยนะ!” มาริสาสุดทนกับคนอย่างเขาแล้ว ดูท่าแล้วเหมือนคนโรคจิตอย่างไงไม่รู้ ถ้าเธอยังทำงานกับเขา เธอคงไม่รอดมือเขาสักวันแน่ๆ ทำไมนะผู้ชายต้องเป็นแบบนี้กันทุกคนด้วย ไม่เว้นแม้กระทั่งพ่อเลี้ยงของเธอที่มีผู้หญิงไปทั่วจนแม่เธอทนไม่ไหวต้องขอเลิก ทำให้เธอต้องอยู่กับแม่แค่สองคนตั้งแต่เธออายุสิบขวบ ทำให้เธอเกลียดผู้ชายเจ้าชู้มาก
“ไม่ได้! เธอต้องทำงานใช้หนี้ฉันก่อน!” กฤตดนัยลุกขึ้นยืนด้วยใบหน้าบึ้งตึง
“ฉันไม่จ่าย! ถือว่าคุณล่วงเกินฉันแล้วเราหายกัน!” เธอประกาศกร้าว
“ไวน์ขวดละเกือบห้าแสน ฉันต้องนอนกับเธออีกหลายครั้งเลยล่ะ ถ้าเธอคิดจะชดใช้ฉันด้วยวิธีนี้! และถ้าเธอไม่หาเงินมาใช้หนี้ฉัน เธอก็ระวังตัวไว้ให้ดี ฉันจะรังควานเธอไปทุกที่ ทั้งมหาวิทยาลัยเธอ ทั้งที่ร้านแม่เธอ ฉันจะทำให้เธออยู่ไม่เป็นสุขแน่ๆ!” กฤตดนัยทำหน้าโกรธเกรี้ยวกราด ข่มขู่เธอ เพราะคนอย่างเขาไม่ยอมจบเรื่องนี้ง่ายๆ ทั้งๆ ที่ปกติเขาก็ไม่ได้มีนิสัยแบบนี้ แต่กับเธอไม่รู้ทำไม เขาต้องหาเรื่องรังแกเธออยู่ร่ำไป
“คนสารเลว! ทำไมฉันต้องมาเจอคนอย่างคุณด้วย!” มาริสาด่าเขาอีกครั้ง
“แต่คนเลวอย่างฉันนี่แหละ! จะเป็นผัวเธอให้ได้! และถ้าเธอไม่อยากเสียตัวให้ฉันฟรีๆ ฉันมีข้อเสนอพิเศษให้เธอ แลกกับหนี้ทั้งหมด สนใจไหม” กฤตดนัยเลือดขึ้นหน้า เธอด่าเขาอีกแล้ว แต่ในขณะเดียวกัน เขาก็คิดวิธีที่เขาจะได้ครอบครองเธอแบบไม่ต้องบังคับขืนใจเธอ อารมณ์เขาตอนนี้อยากจะได้ตัวเธอจนแทบคลั่ง
เขาต้องการเธอ และก็คงจะไม่ต่างจากผู้ชายคนอื่นที่เห็นผู้หญิงสวยก็มีความต้องการอยากได้เป็นธรรมดา ถ้าเขาได้เธอแล้วความต้องการแบบนี้คงจะหายไปเอง เพราะเขารู้ตัวเองว่าเป็นคนขี้เบื่อแค่ไหน ยิ่งเธอทำตัวยาก เขายิ่งอยากได้และต้องเอาให้ได้ ได้แล้วเขาก็คงเบื่อเหมือนคนอื่นๆ แต่จะเป็นไรไปเล่า เขามันหล่อ รวย จะมีผู้หญิงกี่คนก็ได้
แต่ตอนนี้เขารู้สึกสนใจเธอเป็นพิเศษแล้วเขาก็คิดวิธีนี้ขึ้นมาได้สดๆ ร้อนๆ เขายิ้มอย่างกระหยิ่มในใจ ‘เธอไม่รอดฉันแน่ มาริสา’
“แล้วฉันต้องนอนกับคุณไปถึงเมื่อไหร่” มาริสาอดที่จะถามไม่ได้ เพราะดูจากนิสัยแล้วกฤตดนัยเป็นคนไม่ยอมใคร คงไม่ปล่อยเธอไว้เฉยๆ แบบนี้แน่ๆ และสักวันหนึ่งเธอคงไม่รอดเงื้อมมือเขาไปแน่
“แค่เดือนเดียว แลกกับหนี้ทั้งหมด”
“ข้อเสนอของคุณมันทุเรศสิ้นดี! ฉันไม่ใช่ผู้หญิงขายตัวหรือสาวไซด์ไลน์อย่างที่คุณเคยเจอมาหรอกนะ! ถ้าคุณอยากได้ก็ไปหาที่อื่น! ขอให้รู้ไว้ฉันไม่ยอมเป็นผู้หญิงชั่วคราวของคุณแน่นอน!” นั่นเป็นคำพูดสุดท้ายที่เธอพูดกับเขา เธอดันร่างเขาออกนอกห้อง แล้วปิดประตูใส่หน้าเขาอีกครั้งอย่างแรง
เมื่อเขาเอาแต่ยั่วเย้าไม่ยอมสอดใส่เข้าไปเสียที เธอแยกขาออกกว้างจนสุดเพื่อเชื้อเชิญเขาอย่างเต็มใจ ดวงตาคู่สวยมองสบตาเขาอย่างหวานฉ่ำจนกฤตดนัยไม่อาจต้านทานแรงปรารถนาได้อีกต่อไป“โอ๊ยยย ๆ อื้ยยย เบา ๆ เบาๆ พี่กฤต อื้ยยยย หือๆๆ แน่นจัง ลึกด้วย อ้อยยย!!”“เจ็บเหรอที่รัก”“ทั้งเจ็บทั้งเสียวเลยค่ะ”“เอากับพี่บ่อย ๆ เดี๋ยวก็ชิน”“จะระบมก่อนนะสิไม่ว่า”“พี่ขยับอีกนิดนะที่รัก จะเข้าหมดแล้ว”“เบา ๆ นะคะ” ชายหนุ่มค่อย ๆ กดแทรกความแข็งขึงเข้าไปในร่องทางที่คับแน่นและอุ่นระอุ เขาดันกายเข้าไปจนสุดทางรัก รู้สึกถึงความแน่นหนึบที่โอบรัดตัวตนของเขาไว้จนเสียวกระสันไปทุกรูขุมขน“โอ๊วววว... เมียจ๋า... ผัวใจจะขาด... แน่นอะไรอย่างนี้หืม์... ซีดดดดดส์” กฤตดนัยครางกระหึ่มในลำคอ ความคับแน่นที่ตอดรัดท่อนเอ็นร้อนจนเต้นตุบ ๆ ทำให้เขาแทบจะทนไม่ไหว“อย่าเพิ่งขยับนะคะ ริสาขอจัดท่าทางก่อน” เธอบอกพลางยกเรียวขางามตวัดรอบเอวสอบรองรับการกระแทกของเขาอย่างถูกจังหวะ เพื่อลดอาการจุกแน่นจากที่เคยเจอในรอบที่แล้วๆกฤตดนัยเริ่มขยับโยกสะโพกสอบอย่างหนักหน่วง กดเน้นเข้าหาความนุ่มหยุ่นอย่างล้ำลึก ยิ่งขยับก็ยิ่งเสียวกระสันจนคนใต้ร่างครา
ภายในเต็นท์หลังใหญ่ที่ตั้งตระหง่านอยู่ท่ามกลางสายหมอกยามเช้า อากาศภายนอกหนาวเหน็บจนหยดน้ำค้างเกาะพราวอยู่บนผืนผ้าใบ แต่ภายในกลับอบอวลไปด้วยไออุ่นจากร่างกายของคนสองคนที่นอนกอดก่ายกันแนบสนิทหลังบทสวาทครั้งล่าสุดจบลง กฤตดนัยซุกหน้าลงกับซอกคอขาวผ่อง สูดดมความหอมกรุ่นที่เขาหลงใหลอย่างไม่รู้เบื่อ พร้อมกับขบเม้มเบา ๆ จนมาริสาครางประท้วงในลำคอ“พอแล้วค่ะพี่กฤต... ริสาหนาว ขอใส่เสื้อก่อนนะคะ” หญิงสาวพยายามรั้งผ้าห่มขึ้นมาปิดบังทรวงอกอวบอิ่มที่โผล่พ้นขอบผ้าออกมาท้าทายสายตาคมกริบ“หนาวก็กอดพี่ไว้สิครับ... กอดแน่น ๆ แบบนี้จะได้ไม่หนาว” ชายหนุ่มไม่พูดเปล่า เขากระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้นจนทรวงอกนุ่มหยุ่นบดเบียดกับแผงอกแกร่ง “แล้วถ้าช้างมาจริง ๆ จะให้พี่ปลุกมั้ยครับ” มาริสาค้อนขวับเมื่อนึกถึงเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ที่เธอถูกเขาหลอกจนเสียตัวให้เขาตั้งหลายรอบ “ปลุกสิคะ! ริสาไม่อยากเป็นผีเฝ้าดอยที่นี่นะคะ” กฤตดนัยหัวเราะเบา ๆ ในลำคอ ความเอ็นดูที่มีต่อหญิงสาวทำให้เขาอดไม่ได้ที่จะกดจูบลงบนหน้าผากมน “พี่เนี่ย!!..ยังรักษาสถิติเหมือนเดิมเป๊ะเลยนะคะ” มาริสาเปรยขึ้นพร้อมรอยยิ้มซุกซน“สถิติอะไรครับที่รัก”“ก็สถิติ
กฤตดนัยเปรยขึ้นขณะที่นอนเคียงข้างมาริสาใต้ผ้าห่มผืนหนา สายตาคมทอดมองท้องฟ้าที่มืดมิดแต่ระยิบระยับไปด้วยดวงดาวนับพันดวง แสงไฟจากตะเกียงดวงเล็กข้างกายขับเน้นให้บรรยากาศดูโรแมนติกยิ่งขึ้น“เป็นครั้งแรกเลยนะเนี่ย ที่ได้นอนดูดาวกับแฟนแบบนี้” “ไม่เชื่อหรอกค่ะ ระดับพี่กฤตเนี่ยนะจะเพิ่งเคยนอนดูดาวกับแฟน” มาริสาเอียงหน้ามองเขา ศีรษะทุยสวยหนุนอยู่บนต้นแขนแกร่งของเขาอย่างเคยชิน“จริง ๆ แล้วริสาน่ะ เป็นแฟนคนแรกของพี่เลยนะ คู่ควงน่ะพี่มีเยอะ แต่คนที่พี่อยากใช้คำว่าแฟนและอยากใช้ชีวิตอยู่ด้วยจริง ๆ มีแค่ริสาคนเดียว” น้ำเสียงของเขาหนักแน่นและจริงจังจนคนฟังใจสั่น“ก็พี่เจ้าชู้นักนี่คะ ใครจะไปเชื่อลง” มาริสาแกล้งงอนสะบัดหน้าหนี“เมื่อก่อนพี่ยอมรับครับว่าเจ้าชู้... แต่ตอนนี้มีแฟนแล้ว พี่สัญญาว่าจะไม่ทำแบบนั้นอีก เพราะพี่รักแฟนมาก” เขาโน้มใบหน้าลงไปจนหน้าผากชนกัน ดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอเพื่อยืนยันคำพูด“เอ่อ... พี่กฤตคะ... ดูนั่นสิคะ ดาวตก! สวยมากเลยค่ะ” มาริสาเริ่มทำตัวไม่ถูกเมื่อโดนบอกรักในระยะประชิด เธอรีบเบี่ยงประเด็นพลางชี้ชวนให้เขาดูท้องฟ้า“ดาวสวยจริง ๆ ครับ... แต่ยังสวยน้อยกว่าริส
กฤตดนัยชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจสารภาพความจริงอย่างลูกผู้ชาย “ครับคุณแม่... ตอนนั้นผมยอมรับว่าผมผิดเองที่ล่วงเกินลูกสาวแม่ ผมทำตัวไม่ดีกับริสาไว้มากครับ”“แม่ไม่โกรธหรอกจ้ะเรื่องมันผ่านมาแล้ว... แม่รู้ว่าถ้าริสามันไม่รักคุณจริง ๆ มันคงไม่ยอมไปอยู่ด้วยหรอก” วาสนาบอกอย่างรู้ทัน อันที่จริงเธอก็อยากให้ลูกสาวมีความรักที่สมหวังเสียที เพราะรู้ดีว่ามาริสามีปมในใจเรื่องความเจ้าชู้ของพ่อจนไม่กล้าเปิดใจให้ใคร แต่ชายหนุ่มตรงหน้าดูจะมีความจริงใจมากพอที่จะทำลายกำแพงนั้นลงได้“ผมจะพิสูจน์ให้คุณแม่เห็นครับ ว่าผมรักและจริงใจกับริสาจริง ๆ”“จ้ะแม่จะคอยดู... แล้วก็อย่าทำให้ริสาเสียใจอีกล่ะ” วาสนาเอ่ยสำทับด้วยรอยยิ้มที่แฝงไปด้วยความเมตตา ทำให้กฤตดนัยรู้สึกใจชื้นขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก“คุณแม่ไม่ว่าอะไรใช่ไหมครับ... ถ้าผมจะขออนุญาตจีบลูกสาวคุณแม่อีกครั้ง” เขาถามหยั่งเชิง“ถ้าคุณกฤตรักลูกสาวแม่จริง แม่ก็ไม่ว่าอะไร แต่ถ้าคิดจะมาเล่น ๆ ละก็... แม่ไม่อนุญาต”“ผมจริงใจและจริงจังกับริสาครับ ผมจะไม่ทำให้ริสาและคุณแม่ผิดหวังอย่างแน่นอน” กฤตดนัยให้คำมั่น ช่วงเย็นวันนั้น กฤตดนัยเดินกระวนกระวายอยู่หน้าบ้านของมา
คราวนี้กฤตดนัยเป็นคนปั่น ส่วนมาริสานั่งซ้อนท้ายอยู่ด้านหลัง แต่เธอเลือกที่จะนั่งตัวตรงและไม่ยอมแตะต้องตัวเขาเลยแม้แต่นิดเดียว ชายหนุ่มลอบยิ้มในใจ เขาเดาออกว่าเธอคงกลัวเขาจะหาเรื่องลวนลามเธอเหมือนเช่นทุกครั้งที่อยู่ใกล้กันมื้อค่ำวันนั้น คุณวาสนาจัดเตรียมอาหารพื้นเมืองรสเลิศไว้ต้อนรับกฤตดนัยมากมาย บรรยากาศบนโต๊ะอาหารเต็มไปด้วยความอบอุ่นและเป็นกันเอง หลังจากพูดคุยกันอยู่นาน กฤตดนัยก็ขอตัวปั่นจักรยานกลับไปยังโฮมสเตย์เพียงลำพังเมื่อถึงที่พัก เขาต้องเผชิญกับบททดสอบแรก การอาบน้ำเย็นจากฝักบัวท่ามกลางอากาศที่เริ่มหนาวเหน็บ นี่เป็นครั้งแรกในชีวิตที่นักธุรกิจหนุ่มผู้รักความสบายต้องอาบน้ำโดยไร้เครื่องทำน้ำอุ่น แม้ปกติเขาจะเป็นคนขี้ร้อน แต่พอโดนน้ำเย็นจัดปะทะผิวในสภาพอากาศแบบนี้ ก็ทำเอาชายหนุ่มถึงกับสั่นสะท้านไปทั้งตัวกฤตดนัยไม่ได้เตรียมเสื้อกันหนาวมาเลย เพราะไม่คิดว่าที่นี่อากาศจะหนาวเย็นได้ถึงขนาดนี้ พออาบน้ำเสร็จเขาก็รีบกระโจนลงบนเตียง ยัดตัวเข้าไปในผ้าห่มผืนหนาทันทีเพื่อหาความอบอุ่น ใจก็นึกถึงใบหน้าหวานของมาริสาที่ทำให้เขาต้องมาตกระกำลำบากแบบนี้ แต่ก็เป็นความลำบากที่เขายินดีจะรับไว้ด้วยความ
มาริสาสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนจะก้าวเท้าเข้าไปในห้องทำงานของท่านประธาน หัวใจของเธอเต้นระรัวด้วยความประหม่า เมื่อเห็นแผ่นหลังกว้างของชายหนุ่มคนหนึ่งที่นั่งหันหลังให้เธออยู่บนเก้าอี้รับรอง แผ่นหลังที่ดูสง่างามและคุ้นตาจนน่าใจหาย... หวังว่าคงไม่ใช่เขาอย่างที่เธอเป็นกังวลนะ!“อ้าว! ริสามาแล้วหรือจ๊ะ พี่เขามารอนานแล้วนะลูก” คุณกฤตติชนกเอ่ยทักด้วยรอยยิ้มอบอุ่น วันนี้ท่านประธานดูแปลกไปกว่าทุกวัน คำว่าลูกที่หลุดออกมาจากปากท่านทำให้มาริสาชะงัก แม้ก่อนหน้านี้จะเคยได้ยินมาบ้างแต่เธอก็คิดว่าท่านคงเรียกตามมารยาทหรือเรียกตามแม่ของเธอเท่านั้นชายหนุ่มเจ้าของแผ่นหลังกว้างค่อย ๆ หมุนเก้าอี้หันมาสบตากับเธอ ดวงตาคมที่เคยดุดันบัดนี้กลับทอประกายอ่อนโยนจนมาริสาทำตัวไม่ถูก“สวัสดีครับริสา” กฤตดนัยเอ่ยทักเสียงนุ่ม“สวัสดีค่ะ... พี่กฤต!!” เธอรับไหว้เขาอย่างเสียไม่ได้ ใจหนึ่งก็อยากจะหันหลังกลับ แต่อีกใจหนึ่งก็เกรงใจท่านประธาน เขาคงจะเป็นแขกคนสำคัญจริง ๆ และเธอก็อยากรู้ว่าเขามาทำอะไรที่นี่“มีอะไรก็ค่อย ๆ พูด ค่อย ๆ จากันนะลูก ตามสบายนะจ๊ะ” คุณกฤตติชนกบอกพลางลอบยิ้มให้ลูกชาย“พี่ว่าจะขอไปพักที่ไร่องุ่นของริสาสั
เสียงเคาะประตูห้องทำงานของกฤตดนัยดังขึ้นในเช้าวันรุ่งขึ้น และเมื่อบานประตูเปิดออก มาริสาก็ปรากฏกายขึ้นพร้อมกับความเหนื่อยล้าที่ฉายชัดบนใบหน้า แต่แววตาของเธอยังคงแข็งกร้าวไม่ยอมแพ้“ริสา เธอมาสายไปตั้ง 5 นาที” กฤตดนัยเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นชา ดวงตาคมกริบจ้องมองเธอราวกับจะจับผิดทุกการกระทำ“ขอโทษค่ะ
มาริสายืนตัวสั่นเทาอยู่หน้าโต๊ะทำงานของกฤตดนัย ใบหน้าซีดเผือดราวกับไร้เลือด คำพูดของเขาดังก้องอยู่ในโสตประสาท เธอไม่มีทางเลือกอื่นใดนอกจากพยักหน้ารับคำอย่างจำนน อย่างน้อยก็ดีกว่าต้องไปกู้หนี้ยืมสินมาใช้คืนเขา หรือทำให้แม่ต้องเดือดร้อน“ถ้าเธออยากฝึกงานจบ ก็ไม่ต้องถาม” เสียงทุ้มต่ำของกฤตดนัยเอ่ยขึ้น
หลังจากที่มาริสาวิ่งหนีหายไปในฝูงชน กฤตดนัยยืนนิ่งราวกับถูกสาป ดวงตาคมกริบฉายแววกรุ่นโกรธผสมผสานกับความปรารถนาที่ถูกจุดขึ้นมาอย่างรุนแรง เขาไม่เคยถูกผู้หญิงคนไหนปฏิเสธหรือทำให้อับอายได้ถึงเพียงนี้“ไม่มีใครกล้าปฏิเสธฉันแม้แต่คนเดียว เธอเป็นใครถึงได้กล้านัก!” กฤตดนัยสบถเสียงต่ำ พลางใช้หลังมือสำรวจคว
เสียงดนตรีอิเล็กทรอนิกส์กระหึ่มก้องไปทั่วผับหรูใจกลางกรุง แสงไฟนีออนหลากสีสาดส่องกระทบเรือนร่างของผู้คนที่กำลังโยกย้ายตามจังหวะอย่างเมามัน มาริสาในชุดเดรสสายเดี่ยวเข้ารูปสีหวานที่เผยให้เห็นผิวขาวเนียนละเอียดและเนินอกอวบอิ่มกำลังยืนคุยกับเพื่อนๆ ในกลุ่มที่มาฉลองวันเกิดด้วยกัน เสียงหัวเราะและบทสนทนาส







