Masukมาริสา นักศึกษาสาวที่ซุ่มซ่ามจนต้องเผชิญหน้ากับชะตากรรมอันโหดร้ายเมื่อเธอพลาดทำไวน์ราคาเกือบห้าแสนตกแตก จนกลายเป็นหนี้สินก้อนโต จากความผิดพลาดของเธอผลักดันให้เธอเข้าไปผัวพันกับคาสโนวาหนุ่มอย่างกฤตดนัยจนถอนตัวไม่ขึ้น มาริสาจำต้องยอมทำงานเป็นแม่บ้านให้กับเขา แต่คาสโนวาหนุ่มอย่างกฤตดนัยกลับไม่ได้ต้องการเพียงแค่แรงงาน เขายื่นข้อเสนอยกหนี้ทั้งหมดให้เธอแลกกับการที่เธอต้องยอมเป็นของเขา
Lihat lebih banyakมาริสา หรือ ริสา นักศึกษาฝึกงานวัย 21 ปี เจ้าของใบหน้าหวาน นัยน์ตากลมโตที่มักจะสะกดสายตาผู้ที่จ้องมองได้เสมอ แต่นั่นกลับเป็นต้นเหตุของความโชคร้าย เมื่อความสวยสะพรั่งตามวัยสาวไปสะกิดรอยยิ้มเย้ยหยันและเพลิงริษยาในใจของ ณัฐชี่ ผู้จัดการแผนกต้อนรับสาวประเภทสองจอมเนี้ยบ
ในเช้าวันที่อากาศขมุกขมัว ริสาถูกสั่งลงโทษเพียงเพราะก้าวเท้าเข้าแผนกสายไปเพียงไม่กี่นาที โทษทัณฑ์ที่เธอได้รับคือการเข้าไปทำความสะอาดห้องทำงานของรองผู้บริหารระดับสูง ซึ่งถือเป็นเขตหวงห้ามและน้อยคนนักที่จะมีสิทธิ์ย่างกรายเข้าไป
“ห้องสุดท้ายแล้วนะมาริสา ทำให้ดีล่ะ เพราะนี่เป็นห้องทำงานของท่านรอง ทำความสะอาดให้กริบเลยนะ อย่าให้มีแม้แต่ไรฝุ่น และก็จำใส่สมองของเธอเอาไว้ด้วยว่า อย่าไปแตะต้องของรักของหวงของท่านเด็ดขาด!” ณัฐชี่ประกาศเสียงแหลมพลางจิกสายตามองเรือนร่างระหงของเด็กสาวอย่างหมั่นไส้
“ค่ะพี่ณัฐชี่ ริสาจะระวังค่ะ” หญิงสาวรับคำแผ่วเบา สองมือกอดอุปกรณ์ทำความสะอาดไว้แน่นราวกับเป็นโล่กำบัง
ภายในห้องทำงานขนาดมหึมาตกแต่งด้วยโทนสีเข้มเรียบหรู ภายในห้องอบอวลไปด้วยกลิ่นอายความลึกลับของน้ำหอมแบรนด์เนมราคาแพง ริสาบรรจงเช็ดถูอย่างตั้งใจ จนกระทั่งมาถึงมุมมืดสลัวที่ตั้งตระหง่านด้วยชั้นวางขวดไวน์เลิศรสจากทั่วทุกมุมโลก
ร่างบางเขย่งเท้าขึ้นเล็กน้อยเพื่อปัดฝุ่นบนชั้นสูงสุด แต่ทันใดนั้น....จังหวะที่เธอกำลังจะถอยลงมา ชายเสื้อของเธอกลับไปเกี่ยวเอาขวดไวน์ทรงสวยขวดหนึ่งเข้าอย่างจัง!
เพล้ง!!!!!
เสียงแก้วแตกละเอียดดังสนั่นราวกับฟ้าผ่าลงกลางห้อง ห้วงเวลาเหมือนหยุดนิ่งไปชั่วขณะ ไวน์แดงชั้นเลิศสาดกระเซ็นลงบนพื้นหินอ่อนสีขาวสะอาดตาราวกับหยดเลือดที่หลั่งริน กลิ่นองุ่นหมักที่เคยหอมกรุ่น บัดนี้กลายเป็นกลิ่นแห่งหายนะที่ทำให้ลมหายใจของเธอแทบจะหยุดนิ่ง
“ว้าย!!” เด็กสาวอุทานด้วยความตกใจ ณัฐชี่ที่คอยสอดแนมอยู่หน้าห้องรีบผลักประตูเข้ามาทันควัน ก่อนจะอุทานเสียงหลงไม่ต่างจากเด็กสาวเมื่อเห็นสภาพความพินาศตรงหน้า
“ว้าย!!! ตายแล้ว”
“ยัยริสา! นี่เธอทำบ้าอะไรลงไปเนี่ย!!”
“โอ๊ยยย!!!...ตาย ตาย”
“พี่ณัฐชี่... ริสาขอโทษค่ะ ริสาไม่ได้ตั้งใจจริงๆ” ริสาทรุดกายลงบนพื้นอย่างลืมตัว สองมือพนมไหว้ด้วยร่างกายที่สั่นเทาราวกับลูกนกหลงทาง น้ำตาใสๆ เริ่มเอ่อล้นคลอหน่วยตา
“จะนั่งลงไปทำไม! เดี๋ยวเศษแก้วก็บาดขาขาวๆ ของเธอหรอก!” ณัฐชี่แหวใส่พลางยกมือทาบอก หายใจหอบถี่ด้วยความขวัญเสีย
“เธอรู้ไหมว่าไวน์ขวดนี้มันของรักของหวงของท่านรองเลยนะยะ! ยิ่งขวดนี้ท่านหวงยิ่งกว่าอะไรดี มีคนมาขอซื้อต่อหลักแสนท่านยังไม่ยอมขายเลย! ตายๆ ฉันล่ะปวดหัวกับเธอจริง ๆ ”
“มัน... มันแพงมากขนาดนั้นเลยเหรอคะพี่ณัฐชี่” ริสาถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ หัวใจเต้นรัวจนเจ็บหน้าอก
“ขวดนี้เห็นท่านรองเคยบอกเอาไว้ว่า ห้าแสนเชียวนะ ถ้าฉันจำไม่ผิด!” คำพูดของณัฐชี่เป็นดั่งสายฟ้าที่ฟาดลงมากลางใจของเด็กสาว
“เธอไปทำอีท่าไหนให้มันตกลงมาได้หึ!! แล้วขอบอกไว้ก่อนเลยนะว่างานนี้ฉันไม่เกี่ยว เธอต้องรับผิดชอบด้วยตัวเอง!”
“ตั้งห้าแสนเลยเหรอคะ” ริสาทวนคำเสียงพร่า โลกทั้งใบดูเหมือนจะมืดมิดลงในพริบตา ตัวเลขมหาศาลเกินกว่าที่เด็กฝึกงานอย่างเธอจะหาได้ทันในช่วงเวลาสั้น ๆ แบบนี้ ต่อให้ทำงานเป็นปีก็ยังเก็บเงินไม่ได้ขนาดนี้
“ใช่! เตรียมตัวไว้เลย ถ้าท่านรองกลับมาจากสัมมนาต่างประเทศเมื่อไหร่ เธอต้องเคลียร์กับท่านด้วยตัวเอง!”
ณัฐชี่ทิ้งคำขู่สุดท้ายไว้พร้อมสายตาที่แฝงไปด้วยความสมเพช ก่อนจะเดินสะบัดกายจากไป ทิ้งให้ริสายืนเคว้งคว้างอยู่ท่ามกลางซากขวดไวน์หรูที่แตกละเอียด ความหวาดกลัวเริ่มคืบคลานเข้ามาในอก
เมื่อเขาเอาแต่ยั่วเย้าไม่ยอมสอดใส่เข้าไปเสียที เธอแยกขาออกกว้างจนสุดเพื่อเชื้อเชิญเขาอย่างเต็มใจ ดวงตาคู่สวยมองสบตาเขาอย่างหวานฉ่ำจนกฤตดนัยไม่อาจต้านทานแรงปรารถนาได้อีกต่อไป“โอ๊ยยย ๆ อื้ยยย เบา ๆ เบาๆ พี่กฤต อื้ยยยย หือๆๆ แน่นจัง ลึกด้วย อ้อยยย!!”“เจ็บเหรอที่รัก”“ทั้งเจ็บทั้งเสียวเลยค่ะ”“เอากับพี่บ่อย ๆ เดี๋ยวก็ชิน”“จะระบมก่อนนะสิไม่ว่า”“พี่ขยับอีกนิดนะที่รัก จะเข้าหมดแล้ว”“เบา ๆ นะคะ” ชายหนุ่มค่อย ๆ กดแทรกความแข็งขึงเข้าไปในร่องทางที่คับแน่นและอุ่นระอุ เขาดันกายเข้าไปจนสุดทางรัก รู้สึกถึงความแน่นหนึบที่โอบรัดตัวตนของเขาไว้จนเสียวกระสันไปทุกรูขุมขน“โอ๊วววว... เมียจ๋า... ผัวใจจะขาด... แน่นอะไรอย่างนี้หืม์... ซีดดดดดส์” กฤตดนัยครางกระหึ่มในลำคอ ความคับแน่นที่ตอดรัดท่อนเอ็นร้อนจนเต้นตุบ ๆ ทำให้เขาแทบจะทนไม่ไหว“อย่าเพิ่งขยับนะคะ ริสาขอจัดท่าทางก่อน” เธอบอกพลางยกเรียวขางามตวัดรอบเอวสอบรองรับการกระแทกของเขาอย่างถูกจังหวะ เพื่อลดอาการจุกแน่นจากที่เคยเจอในรอบที่แล้วๆกฤตดนัยเริ่มขยับโยกสะโพกสอบอย่างหนักหน่วง กดเน้นเข้าหาความนุ่มหยุ่นอย่างล้ำลึก ยิ่งขยับก็ยิ่งเสียวกระสันจนคนใต้ร่างครา
ภายในเต็นท์หลังใหญ่ที่ตั้งตระหง่านอยู่ท่ามกลางสายหมอกยามเช้า อากาศภายนอกหนาวเหน็บจนหยดน้ำค้างเกาะพราวอยู่บนผืนผ้าใบ แต่ภายในกลับอบอวลไปด้วยไออุ่นจากร่างกายของคนสองคนที่นอนกอดก่ายกันแนบสนิทหลังบทสวาทครั้งล่าสุดจบลง กฤตดนัยซุกหน้าลงกับซอกคอขาวผ่อง สูดดมความหอมกรุ่นที่เขาหลงใหลอย่างไม่รู้เบื่อ พร้อมกับขบเม้มเบา ๆ จนมาริสาครางประท้วงในลำคอ“พอแล้วค่ะพี่กฤต... ริสาหนาว ขอใส่เสื้อก่อนนะคะ” หญิงสาวพยายามรั้งผ้าห่มขึ้นมาปิดบังทรวงอกอวบอิ่มที่โผล่พ้นขอบผ้าออกมาท้าทายสายตาคมกริบ“หนาวก็กอดพี่ไว้สิครับ... กอดแน่น ๆ แบบนี้จะได้ไม่หนาว” ชายหนุ่มไม่พูดเปล่า เขากระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้นจนทรวงอกนุ่มหยุ่นบดเบียดกับแผงอกแกร่ง “แล้วถ้าช้างมาจริง ๆ จะให้พี่ปลุกมั้ยครับ” มาริสาค้อนขวับเมื่อนึกถึงเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ที่เธอถูกเขาหลอกจนเสียตัวให้เขาตั้งหลายรอบ “ปลุกสิคะ! ริสาไม่อยากเป็นผีเฝ้าดอยที่นี่นะคะ” กฤตดนัยหัวเราะเบา ๆ ในลำคอ ความเอ็นดูที่มีต่อหญิงสาวทำให้เขาอดไม่ได้ที่จะกดจูบลงบนหน้าผากมน “พี่เนี่ย!!..ยังรักษาสถิติเหมือนเดิมเป๊ะเลยนะคะ” มาริสาเปรยขึ้นพร้อมรอยยิ้มซุกซน“สถิติอะไรครับที่รัก”“ก็สถิติ
กฤตดนัยเปรยขึ้นขณะที่นอนเคียงข้างมาริสาใต้ผ้าห่มผืนหนา สายตาคมทอดมองท้องฟ้าที่มืดมิดแต่ระยิบระยับไปด้วยดวงดาวนับพันดวง แสงไฟจากตะเกียงดวงเล็กข้างกายขับเน้นให้บรรยากาศดูโรแมนติกยิ่งขึ้น“เป็นครั้งแรกเลยนะเนี่ย ที่ได้นอนดูดาวกับแฟนแบบนี้” “ไม่เชื่อหรอกค่ะ ระดับพี่กฤตเนี่ยนะจะเพิ่งเคยนอนดูดาวกับแฟน” มาริสาเอียงหน้ามองเขา ศีรษะทุยสวยหนุนอยู่บนต้นแขนแกร่งของเขาอย่างเคยชิน“จริง ๆ แล้วริสาน่ะ เป็นแฟนคนแรกของพี่เลยนะ คู่ควงน่ะพี่มีเยอะ แต่คนที่พี่อยากใช้คำว่าแฟนและอยากใช้ชีวิตอยู่ด้วยจริง ๆ มีแค่ริสาคนเดียว” น้ำเสียงของเขาหนักแน่นและจริงจังจนคนฟังใจสั่น“ก็พี่เจ้าชู้นักนี่คะ ใครจะไปเชื่อลง” มาริสาแกล้งงอนสะบัดหน้าหนี“เมื่อก่อนพี่ยอมรับครับว่าเจ้าชู้... แต่ตอนนี้มีแฟนแล้ว พี่สัญญาว่าจะไม่ทำแบบนั้นอีก เพราะพี่รักแฟนมาก” เขาโน้มใบหน้าลงไปจนหน้าผากชนกัน ดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอเพื่อยืนยันคำพูด“เอ่อ... พี่กฤตคะ... ดูนั่นสิคะ ดาวตก! สวยมากเลยค่ะ” มาริสาเริ่มทำตัวไม่ถูกเมื่อโดนบอกรักในระยะประชิด เธอรีบเบี่ยงประเด็นพลางชี้ชวนให้เขาดูท้องฟ้า“ดาวสวยจริง ๆ ครับ... แต่ยังสวยน้อยกว่าริส
กฤตดนัยชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจสารภาพความจริงอย่างลูกผู้ชาย “ครับคุณแม่... ตอนนั้นผมยอมรับว่าผมผิดเองที่ล่วงเกินลูกสาวแม่ ผมทำตัวไม่ดีกับริสาไว้มากครับ”“แม่ไม่โกรธหรอกจ้ะเรื่องมันผ่านมาแล้ว... แม่รู้ว่าถ้าริสามันไม่รักคุณจริง ๆ มันคงไม่ยอมไปอยู่ด้วยหรอก” วาสนาบอกอย่างรู้ทัน อันที่จริงเธอก็อยากให้ลูกสาวมีความรักที่สมหวังเสียที เพราะรู้ดีว่ามาริสามีปมในใจเรื่องความเจ้าชู้ของพ่อจนไม่กล้าเปิดใจให้ใคร แต่ชายหนุ่มตรงหน้าดูจะมีความจริงใจมากพอที่จะทำลายกำแพงนั้นลงได้“ผมจะพิสูจน์ให้คุณแม่เห็นครับ ว่าผมรักและจริงใจกับริสาจริง ๆ”“จ้ะแม่จะคอยดู... แล้วก็อย่าทำให้ริสาเสียใจอีกล่ะ” วาสนาเอ่ยสำทับด้วยรอยยิ้มที่แฝงไปด้วยความเมตตา ทำให้กฤตดนัยรู้สึกใจชื้นขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก“คุณแม่ไม่ว่าอะไรใช่ไหมครับ... ถ้าผมจะขออนุญาตจีบลูกสาวคุณแม่อีกครั้ง” เขาถามหยั่งเชิง“ถ้าคุณกฤตรักลูกสาวแม่จริง แม่ก็ไม่ว่าอะไร แต่ถ้าคิดจะมาเล่น ๆ ละก็... แม่ไม่อนุญาต”“ผมจริงใจและจริงจังกับริสาครับ ผมจะไม่ทำให้ริสาและคุณแม่ผิดหวังอย่างแน่นอน” กฤตดนัยให้คำมั่น ช่วงเย็นวันนั้น กฤตดนัยเดินกระวนกระวายอยู่หน้าบ้านของมา





