Mag-log inเพราะรัชนีกรทำให้รักแล้วทิ้งไป… อารัญจึงเหมือนตายทั้งเป็น และรอวันทวงคืนหนี้แค้นทุกลมหายใจเข้าออก จนรัชนีกรจากโลกนี้ไป แต่ความแค้นของอารัญไม่ได้สลายไปด้วย แม้แม่ตาย แต่ลูกยังอยู่ และคนที่ชดใช้ต้องเป็นเธอ… พรบุหลัน พรบุหลัน… หญิงสาวแสนซื่อบริสุทธิ์เหมือนน้ำค้างยามเช้า หลงรักอารัญตั้งแต่นาทีแรกที่ได้สบตาเขา อารัญก็ทอดไมตรีให้เธอเข้าถึงตัวเขาได้อย่างง่ายดาย โดยหญิงสาวไม่รู้เลยว่ากำลังเดินเข้าสู่กองไฟร้อนแรง
view more“ผมไม่เชื่อ! เดือนไม่มีทางทำแบบนั้นแน่ แม่โกหกผม!”
เด็กหนุ่มแผดเสียงลั่นต่อว่าแม่ตนเอง ทั้งยังยืนจังก้ากำมือแน่น ไม่ยอมรับรู้ในสิ่งที่แม่กำลังบอกกล่าวเลยสักนิด ใบหน้าหล่อจัดสไตล์หนุ่มลูกครึ่งยุโรปออกสีแดงก่ำด้วยความโมโห ปะปนกับความผิดหวังและรับไม่ได้กับสิ่งที่แม่กล่าวหาเธอคนนั้น แม่กล่าวหาว่าผู้หญิงที่เขารักจากไปแล้ว จากไปพร้อมกับเงินก้อนโต
“ไม้! นี่ลูกจะบ้าไปแล้วหรือไง แม่เป็นแม่ของลูกนะ แม่จะโกหกลูกไปทำไม”
“ก็แม่เกลียดเดือนน่ะสิ ผมรู้นะว่าแม่ไม่อยากให้ผมกับเดือนรักกัน แม่กีดกันผม แม่ไล่เธอไปใช่มั้ย!” น้ำเสียงที่เค้นออกมาคือความขื่นขม ความผิดหวังที่แม่กีดกันความรักของเขา จนถึงกับระเบิดอารมณ์ใส่ผู้ให้กำเนิด
“ไม้ เอาละ เอาละ ในเมื่อลูกอยากฟังความจริง แม่ก็จะบอก ลูกจะได้ตาสว่างเสียที ผู้หญิงคนนั้นเขาไม่ได้เลือกลูก แต่เขาเลือกเงิน เขาไม่ได้รักลูก ลูกได้ยินที่แม่พูดมั้ยไม้ เธอเลือกเงิน ไม่ใช่ลูก!”
“ไม่...ผมไม่เชื่อแม่ ไม่มีวันเชื่อ แม่โกหกผม”
คำพูดพึมพำติดอยู่ที่ริมฝีปาก เพราะสิ่งที่แม่พูดนั้นไม่เคยอยู่ในความคิด เธอจะไม่มีวันทำแบบนั้นกับเขาอย่างแน่นอน ทั้งหมดนี้ต้องมีคนวางแผนเอาไว้ และคนนั้นจะเป็นใครไปไม่ได้ ถ้าไม่ใช่ ‘แม่’
“แม่ตั้งใจให้มันเป็นแบบนี้อยู่แล้ว แม่บังคับเธอใช่มั้ย บอกมาสิว่าแม่บังคับเธอ บอกมา! แม่...บอกมา! แม่บังคับเธอใช่มั้ย!”
“ไม้! จะบ้ารึไง! ฟังแม่บ้างสิ แม่ไม่ได้บังคับเธอ เธอไปของเธอเอง เธอเลือกของเธอเอง”
“ผมไม่เชื่อ เดือนไม่มีวันทำอย่างนั้นกับผม ผมไม่เชื่อ! แม่โกหก”
“งั้นดูซะให้เต็มตา ดูผู้หญิงที่ลูกบอกว่ารักนักรักหนา เขารักลูกหรือเปล่า เขาเลือกอะไร ดูซะ!”
ชายร่างสูงที่อ่อนแรงอย่างที่สุดก้มลงเก็บเอกสารยับๆ ที่แม่ปาใส่หน้าเขาขึ้นมากางออกดู สิ่งที่เห็นทำให้เขาส่ายหน้า เพราะมันเป็นไปไม่ได้เด็ดขาด เธอไม่มีวันจะเลือกรับเงินภายใต้เงื่อนไขคือ เลิกยุ่งเกี่ยวกับเขาอีก เอกสารเหล่านี้ต้องเป็นของปลอมที่แม่จงใจสร้างขึ้นมาเพื่อหลอกลวงเขา
“ไม่จริง!...แม่โกหกผม เดือนไม่มีวันทำแบบนี้แน่ เดือนรักผม เดือนไม่มีวันทิ้งผม เราจะสร้างครอบครัวด้วยกัน เดือนจะรอจนผมเรียนจบ”
ใบหน้าที่ส่ายไปมาไม่ต่างจากคนที่เห็นโลกถล่มลงมาตรงหน้า ร่างกายสูงใหญ่ตามชาติพันธุ์ของบิดายืนนิ่งเหมือนคนกำลังช็อก แต่ปากยังพ่นคำพูดกรีดหัวใจออกมาไม่หยุด
“จะไม่จริงได้ยังไง ดูสิไม้ นั่นมันลายมือของคนที่ลูกรักไม่ใช่เหรอ เธอเลือกรับเงินที่แม่ให้ มากกว่าจะเลือกอยู่กับเด็กอย่างลูก ตาสว่างสักทีสิ ไม่มีใครเขาจะมาฝากอนาคตไว้กับเด็กหรอกนะ เธอไม่ได้รักลูก จำเอาไว้ เธอไม่ได้รักลูก!”
“ไม่จริง!... ไม่จริง... แม่โกหกผม... ผมไม่เชื่อ ไม่เชื่อ ไม่เชื่อ!”
เด็กหนุ่มตะโกนอย่างบ้าคลั่งก่อนจะผลุนผลันวิ่งออกไป โดยไม่สนใจเสียงร้องเรียกตามหลังด้วยความเป็นห่วงของผู้เป็นแม่ สองเท้าก้าวเร็วรี่ไปอย่างไร้จุดหมาย ไปเพื่อให้พ้นจากความทรมานใจที่เป็นอยู่นี้ เขาวิ่งตรงไปอย่างไม่มีที่สิ้นสุด วิ่งเพื่อให้ร่างกายตื่นตัวไม่ด้านชาไปตามหัวใจที่บอบช้ำ
เนิ่นนานจวบจนแข้งขาอ่อนล้า วิ่งต่อไปไม่ได้อีก เขาจึงทิ้งตัวลง ให้ไหลลู่จากเนินหญ้าด้านบนลงไปสู่ด้านล่าง ไม่สนใจว่าร่างที่ไร้หัวใจนี้จะไปสิ้นสุด ณ จุดไหน จนกระแทกกับต้นไม้ที่ตีนเนินด้านล่าง ทุกสิ่งทุกอย่างจึงหยุดการเคลื่อนไหวทันที
แต่ถึงอย่างนั้นหยาดน้ำตาก็ยังไหลลงมาเป็นสายต่อไปไม่หยุด พร้อมๆ กับเลือดที่ไหลออกจากหน้าผากเพราะกระแทกก้อนหิน แต่ไม่มีความเจ็บปวดใดๆ จะทำให้เขารู้สึกได้อีกแล้ว เพราะหัวใจถูกกระชากออกจากร่างทั้งที่ลมหายใจยังมีอยู่ นั่นคือ ‘เจ็บ’ ที่สุด
.
.
เจ้าของดวงตาคมเข้มที่ล้อมกรอบด้วยแพขนตางอนหนา ตวัดสายตาขึ้นมองภาพเคลื่อนไหวที่ปรากฏอยู่ในหน้าจอมอนิเตอร์ขนาดใหญ่ ภาพนั้นแสดงบรรยากาศภายในห้องหนังสือขนาดย่อม และเสียงสนทนาของคนในภาพก็บ่งบอกว่านี่คือการสอนการบ้าน หรืออาจเป็นการแนะแนวข้อสอบวิชาคณิตศาสตร์
ผู้สอนคือหญิงสาวหน้าตาสวยดูใจดี ประกอบกับผิวขาวนวลเนียนตัดกับเรือนผมดำยาวสยายจนถึงกลางหลัง ยิ่งขับให้เธอดูสวยหวานราวกับนางฟ้า ผู้สอนสวมชุดเดรสสีฟ้ายาวคลุมเข่าเรียบร้อย กำลังก้มหน้าก้มตาชี้ชวนให้เด็กหนุ่มหน้าตาหล่อจัดสไตล์ลูกครึ่ง ซึ่งสวมชุดนักเรียนมัธยมปลายให้ตั้งใจฟังและจดจำวิธีการที่เธอสอน เพื่อให้การสอบปลายภาคเรียนนี้ผ่านไปได้ด้วยดี
บรรยากาศการเรียนการสอนเป็นกันเอง มีเสียงหัวเราะและหยอกเย้ากันเล่นบ้างสอดแทรกการสอนในทุกช่วง อีกทั้งรอยยิ้มและแววตาที่มองสบกันบ่อยครั้ง ก็แสดงให้เห็นว่าคนทั้งคู่มีความรู้สึกที่ดีต่อกันมากกว่าคำว่า ‘คุณครูสอนพิเศษ’ กับ ‘ลูกศิษย์ ม.ปลาย’ อย่างแน่นอน
ทว่าคนที่กำลังจับจ้องมองภาพเคลื่อนไหวอยู่ในขณะนี้กลับไม่คิดอย่างนั้น เพราะหัวใจที่เต้นเร่ามันร้องบอกว่าสิ่งที่เห็นนี้ไม่ใช่ความจริง มันคือสิ่ง ‘หลอกลวง!’
“ตรงไหนก็ได้ครับ แล้วแต่จันทร์จะกรุณา ผมนอนที่โซฟานั่นก็ได้ ผมสัญญาว่าจะไม่ล่วงเกินจันทร์เด็ดขาด” “งั้นขอจันทร์พูดอะไรหน่อยนะคะ” แค่เธอพูด ความกระตือรือร้นในสีหน้าของเขาก็หายวับ คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันจนเธอต้องพูดต่อ “จันทร์พูดนิดเดียวค่ะ ไม่นาน” และเมื่อเขาพยักหน้าหล่อเหลาที่โกนหนวดเคราเรียบร้อยเพราะกลัวจะระคายเคืองผิวลูก พรบุหลันก็เอี้ยวตัวไปหยิบกล่องสังกะสีลวดลายดอกไม้มาส่งให้เขา “ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา แม่ไม่เคยลืมคุณไม้เลยค่ะ ในกล่องนั่นมีจดหมายที่แม่เขียนถึงคุณไม้ตลอดสิบห้าปีที่ผ่านมา แต่ไม่เคยส่งสักฉบับ จันทร์ยังไม่ได้อ่านนะคะ แต่คิดว่าคุณไม้น่าจะอยากอ่าน” อารัญเม้มริมฝีปากแน่น จ้องมองกล่องสังกะสีใบเก่าเพราะถูกเก็บมาแสนนาน เขารู้แล้วว่ารัชนีกรไม่เคยลืมเขา เพราะทุกอย่างสะท้อนออกมาเป็นพรบุหลัน ทุกความรักและความปรารถนาดีที่รัชนีกรมีต่อเขาหลอมรวมเป็นเธอคนนี้ พรบุหลันเป็นของขวัญที่รัชนีกรมอบให้เขาอย่างแท้จริง “ผมคงไม่อ่าน เพราะผมรู้ทุกอย่างที่เดือนอยากจะบอกแล้ว เรื่องที่ผ่านมาจะเป็นความทรงจำที่มีค่า”
“อุ๊ย!” อาการเสียดลึกตามมาด้วยความเจ็บหน่วงที่จุดนั้น ทำให้พรบุหลันตกใจจนบีบมืออารัญแน่น “จันทร์ ลูกดิ้นเหรอ ลูกครับ อย่าดิ้นแรงนักสิครับ คุณแม่เจ็บนะครับ” “คุณไม้คะ ลูก...อื๊อ...คุณไม้” “ครับจันทร์ จันทร์...จันทร์เป็นอะไร” สีหน้าที่บ่งบอกว่าเจ็บของพรบุหลันทำให้อารัญตกใจ “ลูก... จันทร์ว่า...จันทร์ว่าลูกจะออกแล้วค่ะคุณไม้” “ฮะ! ลูกจะออก!” แล้วความโกลาหลก็เกิดขึ้นบนดอย เมื่อเฮลิคอปเตอร์ของโรงพยาบาลเอกชนอันดับหนึ่งของเมืองไทยบินลง ณ ลานกว้างหน้าโรงเรียนอย่างฉุกเฉิน เพื่อนำครูจันทร์ของเด็กๆ ไปผ่าคลอดโดยด่วน เพราะแพทย์ที่ประจำการบนเครื่องวินิจฉัยแล้วว่าพรบุหลันไม่อาจคลอดเองได้ “คุณไม้คะ จันทร์กลัว” “ไม่ต้องกลัวนะ ผมจะอยู่กับจันทร์ตลอดเวลา ไม่ต้องกลัว ผมไม่ทิ้งจันทร์กับลูกไปไหนแน่” ความเจ็บที่ค่อยๆ ถี่ขึ้นทำให้พรบุหลันหวาดหวั่นไปทุกอย่าง แต่เพราะมีอารัญอยู่เคียงข้าง คอยกระชับฝ่ามือของเธอตลอดการเดินทาง พรบุหลันจึงยิ้มทั้งน้ำตา เพราะนี่เป็นบททดสอบอีกหนึ่งอย่างที่จะพิสูจน์ว่า
“แหะๆ ผมก็แค่ถาม เผื่อคุณอยากได้เพื่อนคุย เพื่อนคลายเหงา เอ่อ...ผมหมายถึงเพื่อนที่จะ...จะอะไรดีน้า อ้อ...เพื่อนปรับทุกข์น่ะครับ” “ถ้าฉันอยากถ่ายทุกข์จะไปห้องน้ำ คงไม่ต้องรบกวนคุณ” “อ้าว...คุณเกดเดี๋ยวสิครับ คุณเกด ต้องอย่างนี้สิถึงจะเร้าใจ ห้าวๆ ทอมบอยแบบเนี้ยไม่หลุดออกจากป่าไปที่ออฟฟิศสักคน ถึงว่าต้องมาหาถึงบนดอย หึๆ” กายขำความคิดของตัวเอง แต่ก็ตัดสินใจกึ่งวิ่งกึ่งเดินตามเกศราไป รู้ว่าเธอไม่ชอบขี้หน้าเขาสักเท่าไร แต่เขาชอบเธอ และเขาจะทำให้เธอลืมผู้ชายดำๆ แบบภากรมาชอบผู้ชายขาวๆ แบบเขาให้ได้ .. ครบหนึ่งเดือนแล้วที่อารัญใช้ชีวิตอยู่กับพรบุหลันที่หมู่บ้านชาวเขา เขาต้องเรียนรู้ทุกอย่างที่พรบุหลันเคยใช้ชีวิตตลอดหกเดือนที่นี่ สวมเสื้อผ้าแบบชายปกาเกอะญอ เรียนรู้การไปตักน้ำจากบ่อรวมของหมู่บ้านมาใส่ตุ่มเพื่อไว้ใช้ในครัวเรือน หัดล้างจาน และกินอาหารในแบบวิถีของชาวบ้าน คนปกาเกอะญอกินอะไร อารัญก็ต้องกินได้ จะมากินเป็นแต่ยำปลากระป๋องหรือไข่อยู่ไม่ได้ อีกทั้งงานหลักของเขาก็คือ การสอนภาษาอังกฤษให้เด็กๆ ในช่วงเช้า พอช่วงบ่ายก็ต้องไปช่วย
เอ็ดเวิร์ดประคองคุณอรัญญาที่ยกผ้าเช็ดหน้าขึ้นซับหยาดน้ำตาเพราะแอบดูอารัญกับพรบุหลันอยู่นานแล้ว คุณอรัญญาสงสารลูกเหลือเกิน ทว่าทั้งเธอและสามีก็ได้เห็นลูกชายในอีกมุมทำให้เธอต้องยิ้มทั้งน้ำตา เมื่ออารัญคนเดิมที่อ่อนโยนกลับมาแล้ว “เราไปนอนกันเถอะที่รัก ไปคิดหาของรับขวัญหลานกันดีกว่า” เอ็ดเวิร์ดพูดพลางประคองภรรยาออกไป ปล่อยให้หนุ่มสาวอีกสองคู่ยังยืนนิ่งมองตรงไปที่ระเบียงบ้าน คู่หนึ่งนั้นคือภากรกับจีน่า ส่วนอีกคู่คือกายกับเกศรา จีน่าเลี่ยงเดินออกมาให้พ้นจากภาพบาดหัวใจ แม้จะยอมรับและช่วยทำให้ทุกอย่างจบลงด้วยดี แต่เมื่อต้องมองดูคนที่เธอรักมอบความรักจนหมดหัวใจให้ผู้หญิงอื่น สุดท้ายความเจ็บก็มาเยือนจนได้ “ขอบคุณมากนะครับ” “ขอบคุณเรื่องอะไรคะ” จีน่าถาม แต่ไม่หันกลับไปมอง เพราะเธอไม่มีอารมณ์จะมองหน้าใครในเวลานี้ “ขอบคุณที่ทำให้จันทร์กับคุณอารัญเข้าใจกันได้” “ไม่ต้องขอบคุณหรอกค่ะ เรื่องที่เขาจะเข้าใจกันมั้ยนั้นก็เป็นเรื่องของเขาสองคนค่ะ ไม่เกี่ยวกับฉัน ฉันก็แค่ทำเพราะเป็นสิ่งที่ถูกต้องเท่านั้นแหละ เดี๋ยวจะหาว่ารู้แล้วแต่ไม่ทำอ