Masukเพราะรัชนีกรทำให้รักแล้วทิ้งไป… อารัญจึงเหมือนตายทั้งเป็น และรอวันทวงคืนหนี้แค้นทุกลมหายใจเข้าออก จนรัชนีกรจากโลกนี้ไป แต่ความแค้นของอารัญไม่ได้สลายไปด้วย แม้แม่ตาย แต่ลูกยังอยู่ และคนที่ชดใช้ต้องเป็นเธอ… พรบุหลัน พรบุหลัน… หญิงสาวแสนซื่อบริสุทธิ์เหมือนน้ำค้างยามเช้า หลงรักอารัญตั้งแต่นาทีแรกที่ได้สบตาเขา อารัญก็ทอดไมตรีให้เธอเข้าถึงตัวเขาได้อย่างง่ายดาย โดยหญิงสาวไม่รู้เลยว่ากำลังเดินเข้าสู่กองไฟร้อนแรง
Lihat lebih banyak“ตรงไหนก็ได้ครับ แล้วแต่จันทร์จะกรุณา ผมนอนที่โซฟานั่นก็ได้ ผมสัญญาว่าจะไม่ล่วงเกินจันทร์เด็ดขาด” “งั้นขอจันทร์พูดอะไรหน่อยนะคะ” แค่เธอพูด ความกระตือรือร้นในสีหน้าของเขาก็หายวับ คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันจนเธอต้องพูดต่อ “จันทร์พูดนิดเดียวค่ะ ไม่นาน” และเมื่อเขาพยักหน้าหล่อเหลาที่โกนหนวดเคราเรียบร้อยเพราะกลัวจะระคายเคืองผิวลูก พรบุหลันก็เอี้ยวตัวไปหยิบกล่องสังกะสีลวดลายดอกไม้มาส่งให้เขา “ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา แม่ไม่เคยลืมคุณไม้เลยค่ะ ในกล่องนั่นมีจดหมายที่แม่เขียนถึงคุณไม้ตลอดสิบห้าปีที่ผ่านมา แต่ไม่เคยส่งสักฉบับ จันทร์ยังไม่ได้อ่านนะคะ แต่คิดว่าคุณไม้น่าจะอยากอ่าน” อารัญเม้มริมฝีปากแน่น จ้องมองกล่องสังกะสีใบเก่าเพราะถูกเก็บมาแสนนาน เขารู้แล้วว่ารัชนีกรไม่เคยลืมเขา เพราะทุกอย่างสะท้อนออกมาเป็นพรบุหลัน ทุกความรักและความปรารถนาดีที่รัชนีกรมีต่อเขาหลอมรวมเป็นเธอคนนี้ พรบุหลันเป็นของขวัญที่รัชนีกรมอบให้เขาอย่างแท้จริง “ผมคงไม่อ่าน เพราะผมรู้ทุกอย่างที่เดือนอยากจะบอกแล้ว เรื่องที่ผ่านมาจะเป็นความทรงจำที่มีค่า”
“อุ๊ย!” อาการเสียดลึกตามมาด้วยความเจ็บหน่วงที่จุดนั้น ทำให้พรบุหลันตกใจจนบีบมืออารัญแน่น “จันทร์ ลูกดิ้นเหรอ ลูกครับ อย่าดิ้นแรงนักสิครับ คุณแม่เจ็บนะครับ” “คุณไม้คะ ลูก...อื๊อ...คุณไม้” “ครับจันทร์ จันทร์...จันทร์เป็นอะไร” สีหน้าที่บ่งบอกว่าเจ็บของพรบุหลันทำให้อารัญตกใจ “ลูก... จันทร์ว่า...จันทร์ว่าลูกจะออกแล้วค่ะคุณไม้” “ฮะ! ลูกจะออก!” แล้วความโกลาหลก็เกิดขึ้นบนดอย เมื่อเฮลิคอปเตอร์ของโรงพยาบาลเอกชนอันดับหนึ่งของเมืองไทยบินลง ณ ลานกว้างหน้าโรงเรียนอย่างฉุกเฉิน เพื่อนำครูจันทร์ของเด็กๆ ไปผ่าคลอดโดยด่วน เพราะแพทย์ที่ประจำการบนเครื่องวินิจฉัยแล้วว่าพรบุหลันไม่อาจคลอดเองได้ “คุณไม้คะ จันทร์กลัว” “ไม่ต้องกลัวนะ ผมจะอยู่กับจันทร์ตลอดเวลา ไม่ต้องกลัว ผมไม่ทิ้งจันทร์กับลูกไปไหนแน่” ความเจ็บที่ค่อยๆ ถี่ขึ้นทำให้พรบุหลันหวาดหวั่นไปทุกอย่าง แต่เพราะมีอารัญอยู่เคียงข้าง คอยกระชับฝ่ามือของเธอตลอดการเดินทาง พรบุหลันจึงยิ้มทั้งน้ำตา เพราะนี่เป็นบททดสอบอีกหนึ่งอย่างที่จะพิสูจน์ว่า
“แหะๆ ผมก็แค่ถาม เผื่อคุณอยากได้เพื่อนคุย เพื่อนคลายเหงา เอ่อ...ผมหมายถึงเพื่อนที่จะ...จะอะไรดีน้า อ้อ...เพื่อนปรับทุกข์น่ะครับ” “ถ้าฉันอยากถ่ายทุกข์จะไปห้องน้ำ คงไม่ต้องรบกวนคุณ” “อ้าว...คุณเกดเดี๋ยวสิครับ คุณเกด ต้องอย่างนี้สิถึงจะเร้าใจ ห้าวๆ ทอมบอยแบบเนี้ยไม่หลุดออกจากป่าไปที่ออฟฟิศสักคน ถึงว่าต้องมาหาถึงบนดอย หึๆ” กายขำความคิดของตัวเอง แต่ก็ตัดสินใจกึ่งวิ่งกึ่งเดินตามเกศราไป รู้ว่าเธอไม่ชอบขี้หน้าเขาสักเท่าไร แต่เขาชอบเธอ และเขาจะทำให้เธอลืมผู้ชายดำๆ แบบภากรมาชอบผู้ชายขาวๆ แบบเขาให้ได้ .. ครบหนึ่งเดือนแล้วที่อารัญใช้ชีวิตอยู่กับพรบุหลันที่หมู่บ้านชาวเขา เขาต้องเรียนรู้ทุกอย่างที่พรบุหลันเคยใช้ชีวิตตลอดหกเดือนที่นี่ สวมเสื้อผ้าแบบชายปกาเกอะญอ เรียนรู้การไปตักน้ำจากบ่อรวมของหมู่บ้านมาใส่ตุ่มเพื่อไว้ใช้ในครัวเรือน หัดล้างจาน และกินอาหารในแบบวิถีของชาวบ้าน คนปกาเกอะญอกินอะไร อารัญก็ต้องกินได้ จะมากินเป็นแต่ยำปลากระป๋องหรือไข่อยู่ไม่ได้ อีกทั้งงานหลักของเขาก็คือ การสอนภาษาอังกฤษให้เด็กๆ ในช่วงเช้า พอช่วงบ่ายก็ต้องไปช่วย
เอ็ดเวิร์ดประคองคุณอรัญญาที่ยกผ้าเช็ดหน้าขึ้นซับหยาดน้ำตาเพราะแอบดูอารัญกับพรบุหลันอยู่นานแล้ว คุณอรัญญาสงสารลูกเหลือเกิน ทว่าทั้งเธอและสามีก็ได้เห็นลูกชายในอีกมุมทำให้เธอต้องยิ้มทั้งน้ำตา เมื่ออารัญคนเดิมที่อ่อนโยนกลับมาแล้ว “เราไปนอนกันเถอะที่รัก ไปคิดหาของรับขวัญหลานกันดีกว่า” เอ็ดเวิร์ดพูดพลางประคองภรรยาออกไป ปล่อยให้หนุ่มสาวอีกสองคู่ยังยืนนิ่งมองตรงไปที่ระเบียงบ้าน คู่หนึ่งนั้นคือภากรกับจีน่า ส่วนอีกคู่คือกายกับเกศรา จีน่าเลี่ยงเดินออกมาให้พ้นจากภาพบาดหัวใจ แม้จะยอมรับและช่วยทำให้ทุกอย่างจบลงด้วยดี แต่เมื่อต้องมองดูคนที่เธอรักมอบความรักจนหมดหัวใจให้ผู้หญิงอื่น สุดท้ายความเจ็บก็มาเยือนจนได้ “ขอบคุณมากนะครับ” “ขอบคุณเรื่องอะไรคะ” จีน่าถาม แต่ไม่หันกลับไปมอง เพราะเธอไม่มีอารมณ์จะมองหน้าใครในเวลานี้ “ขอบคุณที่ทำให้จันทร์กับคุณอารัญเข้าใจกันได้” “ไม่ต้องขอบคุณหรอกค่ะ เรื่องที่เขาจะเข้าใจกันมั้ยนั้นก็เป็นเรื่องของเขาสองคนค่ะ ไม่เกี่ยวกับฉัน ฉันก็แค่ทำเพราะเป็นสิ่งที่ถูกต้องเท่านั้นแหละ เดี๋ยวจะหาว่ารู้แล้วแต่ไม่ทำอ





