/ รักโบราณ / หนึ่งใจใต้ธงศึก / ตอนที่ 4 ขังเธอไว้…เพื่อพิสูจน์ใจ

공유

ตอนที่ 4 ขังเธอไว้…เพื่อพิสูจน์ใจ

last update 최신 업데이트: 2025-08-24 13:12:48

แสงแรกแห่งอรุณรุ่งสาดส่องลงมายังค่ายพักแรม หลังจากการต่อสู้กับโจรป่าจบลง บรรยากาศภายในค่ายยังคงอวลไปด้วยกลิ่นคาวเลือดและความเหนื่อยล้า ซูหนิงหนิงยังคงวุ่นอยู่กับการดูแลทหารที่บาดเจ็บจนกระทั่งใกล้สว่าง แม้ร่างกายจะอ่อนล้าเพียงใด แต่นางก็มิได้หยุดพัก

หลี่เหวินเจี๋ย เดินออกมาจากกระโจมของตน ดวงตาคู่คมกริบมองไปยังซูหนิงหนิงที่กำลังปฐมพยาบาลทหารนายหนึ่งอยู่ไม่ไกลนัก ภาพของนางเมื่อคืนที่วิ่งฝ่าคมดาบเข้าไปช่วยเหลือทหารยังคงติดตาเขา ภาพที่นางทำแผลให้เขาอย่างตั้งใจ และรอยแผลที่แขนซ้ายของเขายังคงเป็นเครื่องเตือนใจถึงความกล้าหาญของนาง

“ท่านแม่ทัพ แผลของท่านเป็นอย่างไรบ้างขอรับ?” หลิวหรง เดินเข้ามาถามด้วยความเป็นห่วง

“ไม่เป็นไรมาก” หลี่เหวินเจี๋ยตอบเสียงเรียบ แต่สายตาของเขายังคงจับจ้องไปที่ซูหนิงหนิง “นางผู้นั้น... ทำไมถึงกล้าหาญได้ถึงเพียงนี้?”

“ท่านแม่ทัพเองก็เห็นแล้วมิใช่หรือขอรับ” หลิวหรงยิ้ม “นางมิได้สนใจความปลอดภัยของตนเองเลยแม้แต่น้อย”

“นั่นคือสิ่งที่ข้ายังสงสัย” หลี่เหวินเจี๋ยกล่าว “ความกล้าหาญเช่นนี้... อาจเป็นความจริงใจ หรืออาจเป็นเพียงการแสดงที่แนบเนียน”

“ท่านแม่ทัพยังคงไม่ไว้ใจนางหรือขอรับ?” หลิวหรงถามอย่างไม่เข้าใจ “หลังจากสิ่งที่นางทำเมื่อคืน ท่านยังสงสัยนางอยู่อีกหรือ?”

หลี่เหวินเจี๋ยเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “ในยามศึกสงคราม ทุกสิ่งล้วนเป็นไปได้ ความไว้ใจที่ผิดที่ผิดทางอาจนำมาซึ่งความหายนะต่อแผ่นดินได้”

ภายหลังจากการปราบโจรป่าสำเร็จ กองทัพของหลี่เหวินเจี๋ยได้รับคำสั่งให้ประจำการอยู่ยังเมืองชายแดนแห่งหนึ่ง เพื่อรักษาความสงบและสืบหาเบาะแสของขุนนางกบฏที่เชื่อว่าอยู่เบื้องหลังการก่อความไม่สงบทั้งหมด

เมื่อเดินทางมาถึงเมือง หลี่เหวินเจี๋ย มีคำสั่งประหลาด... “จงจัดที่พักให้คุณหนูซูอย่างดีที่สุด และจงเฝ้าระวังนางอย่างใกล้ชิด ห้ามให้นางออกไปไหนโดยพลการ”

คำสั่งนี้สร้างความประหลาดใจให้แก่ทุกคน ซูหนิงหนิง เองก็รู้สึกตกใจไม่แพ้กัน นางเพิ่งจะพิสูจน์ความกล้าหาญและความจริงใจของตนเองในสมรภูมิ แต่กลับถูกปฏิบัติราวกับเป็นนักโทษ

“ท่านแม่ทัพ... เหตุใดท่านจึงทำเช่นนี้กับข้า!” ซูหนิงหนิงบุกเข้าไปในกระโจมบัญชาการของหลี่เหวินเจี๋ยด้วยใบหน้าที่ซีดเผือด แต่ดวงตากลับฉายแววโกรธเคือง

หลี่เหวินเจี๋ยเงยหน้าขึ้นมองนาง ดวงตาคู่คมยังคงสงบนิ่ง “นี่คือคำสั่ง”

“คำสั่งอันใดกัน! ข้าทำคุณงามความดีให้กองทัพมากมาย เหตุใดท่านจึงปฏิบัติต่อข้าเช่นนี้!” เสียงของซูหนิงหนิงสั่นเครือด้วยความคับแค้นใจ

“เจ้าคือบุตรีของหมอหลวงซูอัน ผู้ซึ่งยังคงเป็นผู้ต้องสงสัยในคดีกบฏ” หลี่เหวินเจี๋ยกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา “จนกว่าความจริงจะปรากฏ ข้าจำเป็นต้องระมัดระวัง”

“ท่านกำลังขังข้า! ท่านกำลังสงสัยข้าว่าเป็นสายลับ!” ซูหนิงหนิงร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด

“ข้ามิได้ขังเจ้า เพียงแต่ขอให้เจ้าพักอยู่ในจวนที่จัดเตรียมไว้ให้เพื่อความปลอดภัย” หลี่เหวินเจี๋ยตอบ “และเฝ้าระวังมิให้เจ้าถูกศัตรูใช้เป็นเครื่องมือ”

“ท่านโกหก! ท่านกำลังไม่ไว้ใจข้า!” ซูหนิงหนิงรู้สึกเหมือนถูกมีดกรีดแทงหัวใจ นางทุ่มเทกายใจช่วยชีวิตทหารของเขา แต่เขากลับยังคงมองนางเป็นภัยคุกคาม

หลี่เหวินเจี๋ยจ้องมองนางนิ่งๆ ไม่ได้พูดอะไรอีก ซูหนิงหนิงรู้สึกเจ็บปวดเกินกว่าจะกล่าวสิ่งใดต่อ นางหันหลังเดินออกจากกระโจมไปอย่างรวดเร็ว

มู่หลัน ซึ่งยืนรออยู่ด้านนอกกระโจม เมื่อเห็นซูหนิงหนิงเดินออกมาด้วยสีหน้าปวดร้าว ก็รีบเข้าไปประคอง “หนิงหนิง เจ้าเป็นอะไรไป?”

ซูหนิงหนิงน้ำตาคลอเบ้า “เขาขังข้า... เขาไม่เชื่อใจข้าเลยแม้แต่น้อย”

นับตั้งแต่วันนั้น ซูหนิงหนิงต้องใช้ชีวิตอยู่ในจวนที่ถูกจัดเตรียมไว้ นางมิอาจออกไปไหนได้ตามลำพัง ทุกฝีก้าวของนางล้วนอยู่ในสายตาของทหารที่เฝ้าระวังอยู่รอบจวน ราวกับนางเป็นนักโทษที่อันตรายที่สุด

แต่สิ่งที่น่าแปลกใจคือ หลี่เหวินเจี๋ย มักจะมาปรากฏตัวที่จวนของนางอยู่เสมอ ไม่ว่าจะในยามค่ำคืนที่เขายืนอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ในสวน มองเข้ามายังห้องของนาง หรือในยามกลางวันที่เขาเดินตรวจตราความเรียบร้อยรอบจวน

เขาขังนางไว้... แต่เขากลับเฝ้านางเอง

หลิวหรง สังเกตเห็นพฤติกรรมแปลกๆ ของท่านแม่ทัพ “ท่านแม่ทัพขอรับ ท่านดูเหมือนจะสนใจคุณหนูซูมากเป็นพิเศษนะขอรับ” หลิวหรงเอ่ยขึ้นขณะที่ทั้งสองกำลังเดินตรวจตราเมือง

หลี่เหวินเจี๋ยไม่ตอบ เพียงแต่เดินต่อไปเงียบๆ

“ท่านแม่ทัพสงสัยนางอยู่ แต่ท่านก็ยังคงเฝ้าดูนางด้วยตัวเอง มิให้ผู้อื่นเข้าใกล้” หลิวหรงกล่าวต่อ “นี่มิได้แสดงว่าท่านกำลัง... เป็นห่วงนางดอกหรือขอรับ?”

หลี่เหวินเจี๋ยหยุดเดิน เขาหันมามองหลิวหรง ดวงตาของเขาแฝงไว้ด้วยความรู้สึกที่อ่านไม่ออก “ข้าเพียงต้องการให้แน่ใจว่านางมิได้เป็นภัยต่อกองทัพ”

“แต่ท่านก็ดูแลนางอย่างดีมิใช่หรือขอรับ” หลิวหรงยิ้มอย่างมีเลศนัย “จัดจวนให้พักอย่างดี มีคนคอยดูแลเรื่องอาหารการกินอย่างไม่ขาดตกบกพร่อง”

หลี่เหวินเจี๋ยถอนหายใจ “นั่นคือสิ่งที่ราชสำนักบัญชามา” เขาพยายามพูดให้เป็นเรื่องปกติ แต่ในใจเขากลับยอมรับว่าสิ่งที่หลิวหรงพูดนั้นเป็นความจริง เขากำลังเฝ้าดูซูหนิงหนิงอย่างใกล้ชิด ไม่ใช่เพียงเพราะหน้าที่ แต่มีบางสิ่งบางอย่างที่ดึงดูดเขาให้นึกถึงนางอยู่เสมอ

วันหนึ่ง มีข่าวร้ายมาถึงเมืองชายแดน กองทัพของแคว้นอริเริ่มเคลื่อนไหวบริเวณชายแดนตะวันออก และกำลังจะเปิดศึกใหญ่

ข่าวนี้ทำให้หลี่เหวินเจี๋ยต้องเตรียมพร้อมรับมือกับการศึกที่กำลังจะมาถึง เขาจมอยู่กับแผนที่ยุทธศาสตร์และเอกสารต่างๆ ไม่ได้ไปที่จวนของซูหนิงหนิงเป็นเวลาหลายวัน

ซูหนิงหนิงที่ถูกขังอยู่ในจวน ได้ยินข่าวลือเรื่องสงคราม นางรู้สึกกระวนกระวายใจเป็นอย่างมาก นางอยากออกไปช่วยรักษาทหาร อยากออกไปทำประโยชน์ให้แผ่นดิน แต่นางก็ถูกกักขังไว้

“หนิงหนิง เจ้าดูเป็นกังวลใจยิ่งนัก” มู่หลันกล่าวขึ้นเมื่อเห็นซูหนิงหนิงเดินวนไปวนมาอย่างไม่สบายใจ

“ข้าเป็นห่วงทหารมู่หลัน” ซูหนิงหนิงกล่าว “พวกเขาจะต้องบาดเจ็บล้มตายอีกมากมาย และข้าก็ทำอะไรไม่ได้เลย”

“แต่เจ้าออกไปไม่ได้นะหนิงหนิง” มู่หลันเอ่ยเตือน

ซูหนิงหนิงมองออกไปนอกหน้าต่าง ดวงตาของนางเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น นางตัดสินใจแล้วว่ามิอาจอยู่เฉยได้ในยามที่บ้านเมืองกำลังประสบภัย

ในคืนนั้น ซูหนิงหนิงพยายามหาทางออกจากจวนที่ถูกเฝ้าระวังอย่างเข้มงวด นางใช้ความรู้เรื่องภูมิประเทศและจุดอับสายตาของทหารยามที่นางสังเกตมาตลอด

“หนิงหนิง เจ้าจะทำอะไร!” มู่หลันร้องออกมาด้วยความตกใจ เมื่อเห็นซูหนิงหนิงกำลังปีนกำแพงจวน

“ข้าจะไปช่วยทหารมู่หลัน ข้าจะไปทำประโยชน์ให้แผ่นดิน!” ซูหนิงหนิงตอบอย่างมุ่งมั่น “เจ้าอยู่ที่นี่คอยดูแลตัวเองให้ดี”

มู่หลันแม้จะกังวลใจ แต่ก็รู้ว่ามิอาจห้ามซูหนิงหนิงได้ นางทำได้เพียงอวยพรให้สหายรักปลอดภัย

ซูหนิงหนิงแอบหลบหนีออกจากจวนได้สำเร็จ นางมุ่งหน้าไปยังค่ายทหารที่กำลังเตรียมพร้อมสำหรับการรบ เมื่อไปถึง นางพบว่าบรรยากาศภายในค่ายเต็มไปด้วยความตึงเครียด และทหารที่บาดเจ็บจากการปะทะเล็กๆ น้อยๆ ก็เริ่มมีมากขึ้น

“คุณหนูซู! ท่านมาได้อย่างไร!” นายทหารคนหนึ่งร้องออกมาด้วยความประหลาดใจเมื่อเห็นซูหนิงหนิง

ซูหนิงหนิงไม่ตอบคำถาม นางรีบรุดเข้าไปช่วยเหลือทหารที่บาดเจ็บทันที โดยไม่สนใจว่าใครจะมองอย่างไร หรือคำสั่งของหลี่เหวินเจี๋ยคืออะไร นางรู้เพียงว่าหน้าที่ของนางคือการช่วยเหลือผู้คน

ในขณะเดียวกัน กงซุนหมิง ผู้ซึ่งตามมาถึงเมืองชายแดนด้วยความเป็นห่วงมู่หลันและซูหนิงหนิง เมื่อได้ยินข่าวเรื่องการหลบหนีของซูหนิงหนิง เขาก็รีบรุดมาที่ค่ายทหารทันที

“มู่หลัน! คุณหนูซูอยู่ที่นี่หรือไม่!” กงซุนหมิงถามด้วยความเป็นห่วง

“ใช่เจ้าค่ะหมิงเอ๋อร์ นางกำลังช่วยเหลือทหารอยู่ข้างใน” มู่หลันตอบด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความโล่งใจและกังวลใจในคราวเดียวกัน

กงซุนหมิงมองเข้าไปในค่ายทหาร เห็นซูหนิงหนิงกำลังวุ่นอยู่กับการทำแผลให้ทหาร เขาอดชื่นชมในความกล้าหาญและความเสียสละของนางไม่ได้

หลี่เหวินเจี๋ย กำลังอยู่ในกระโจมบัญชาการ เตรียมพร้อมรับมือกับการศึกใหญ่ที่กำลังจะมาถึง เมื่อนายทหารผู้หนึ่งรีบรุดเข้ามาแจ้งข่าว

“ท่านแม่ทัพขอรับ! คุณหนูซูหลบหนีออกจากจวน และบัดนี้กำลังอยู่ที่ค่ายทหารขอรับ!”

หลี่เหวินเจี๋ยเงยหน้าขึ้นจากแผนที่ ดวงตาของเขาฉายแววหลากหลายอารมณ์ ทั้งตกใจ โกรธ และ... คาดไม่ถึง

เขารีบรุดไปยังค่ายทหารทันที เมื่อไปถึง ภาพที่เห็นคือซูหนิงหนิงกำลังช่วยเหลือทหารที่บาดเจ็บอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ใบหน้าของนางเปื้อนไปด้วยคราบเลือดและเหงื่อ แต่ดวงตาของนางยังคงฉายแววแห่งความมุ่งมั่นและเมตตา

หลี่เหวินเจี๋ยเดินเข้าไปหานางช้าๆ “คุณหนูซู... เจ้าทำอะไรของเจ้า!” เสียงของเขาแม้จะเย็นชา แต่ก็แฝงไว้ด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน

ซูหนิงหนิงเงยหน้าขึ้นมองเขา ดวงตาของนางสบกับดวงตาของเขาอย่างไม่หวั่นเกรง “ข้ากำลังทำหน้าที่ของข้าเจ้าค่ะท่านแม่ทัพ”

“หน้าที่ของเจ้าคือการอยู่ในจวนที่ข้าจัดเตรียมไว้ให้!” หลี่เหวินเจี๋ยกล่าวเสียงเข้ม

“หน้าที่ของข้าคือการช่วยเหลือผู้คนในยามที่บ้านเมืองต้องการเจ้าค่ะ!” ซูหนิงหนิงตอบกลับอย่างไม่ลดละ “ข้ามิอาจทอดทิ้งพวกเขาในยามที่พวกเขาต้องการความช่วยเหลือได้”

หลี่เหวินเจี๋ยจ้องมองนางนิ่งนาน แววตาที่ดุดันของเขาค่อยๆ อ่อนลง ความมุ่งมั่นในแววตาของนาง ความกล้าหาญที่ปราศจากความหวาดกลัว และความเสียสละเพื่อผู้อื่น... สิ่งเหล่านี้กำลังทลายกำแพงน้ำแข็งในใจของเขาลงทีละน้อย

เขาขังเธอไว้... เพื่อพิสูจน์ใจ

แต่บัดนี้... ใจของเขาต่างหากที่กำลังถูกพิสูจน์...

이 책을 계속 무료로 읽어보세요.
QR 코드를 스캔하여 앱을 다운로드하세요

최신 챕터

  • หนึ่งใจใต้ธงศึก   ตอนที่ 6 ความเชื่อใจแรก

    เสียงกลองศึกที่เคยดังกึกก้องบัดนี้เงียบสงัดลง เหลือเพียงเสียงลมหายใจที่หอบเหนื่อยของผู้รอดชีวิต และเสียงครวญครางอันเจ็บปวดที่ดังระงมไปทั่วสมรภูมิ หลี่เหวินเจี๋ยถูกประคองมายังกระโจมพยาบาลชั่วคราวที่เต็มไปด้วยทหารบาดเจ็บ ซูหนิงหนิงยังคงยืนอยู่ข้างกายเขา ดวงตาจับจ้องไปยังบาดแผลที่ไหล่ซ้ายของเขาที่ยังคงมีเลือดซึมออกมาไม่หยุด“ท่านแม่ทัพ! ท่านต้องอดทนนะเจ้าคะ!” ซูหนิงหนิงเอ่ยเสียงสั่น นางรีบสั่งให้ทหารนำน้ำสะอาดและผ้ามาให้ แต่ในความเร่งรีบและสถานการณ์ที่อลหม่าน อุปกรณ์ทุกอย่างดูเหมือนจะขาดแคลนไปเสียหมด“ไม่ต้องหรอก” หลี่เหวินเจี๋ยกล่าวเสียงแผ่ว ใบหน้าของเขาซีดขาว แต่ดวงตาคู่คมยังคงจับจ้องมาที่นาง “รีบรักษาผู้อื่นเถิด ข้าไม่เป็นอะไรมาก”“ไม่เป็นไรได้อย่างไรเจ้าคะ!” ซูหนิงหนิงแทบจะตวาดกลับ นางเห็นความเจ็บปวดที่ฉายชัดในแววตาของเขา “บาดแผลลึกถึงเพียงนี้! หากปล่อยไว้อาจติดเชื้อได้!”นางกวาดสายตาไปรอบๆ อย่างรวดเร็ว มองหาอุปกรณ์ที่จำเป็น แต่ทุกอย่างถูกใช้ไปจนหมดสิ้นแล้ว หรือไม่ก็เต็มไปด้วยคราบเลือดและฝุ่นดิน

  • หนึ่งใจใต้ธงศึก   ตอนที่ 5 แม่ทัพ…กับหญิงที่กล้าสบตา

    เปลวเพลิงแห่งสงครามกำลังโหมกระหน่ำ แคว้นอริได้เปิดฉากโจมตีชายแดนตะวันออกอย่างไม่รีรอ เสียงกลองศึกดังกึกก้องไปทั่วท้องฟ้า เมืองชายแดนที่เคยสงบสุขบัดนี้กลายเป็นสมรภูมิเลือด เหล่าทหารของต้าเหลียงเข้าปะทะกับศัตรูอย่างดุเดือดท่ามกลางห่าธนูและคมดาบที่สาดซัดซูหนิงหนิง ยืนอยู่ท่ามกลางความอลหม่านของสนามรบ ใบหน้าของนางเปื้อนคราบเขม่าดินและโลหิต เสียงหวีดหวิวของลูกธนูที่เฉียดผ่านหูไปไม่ได้ทำให้นางหวาดกลัว นางก้มลงปฐมพยาบาลทหารที่บาดเจ็บอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย มือที่เรียวสวยบัดนี้เต็มไปด้วยบาดแผลจากการทำงานหนัก แสงแห่งความมุ่งมั่นและความเมตตายังคงส่องประกายในดวงตาของนางหลี่เหวินเจี๋ย แม่ทัพใหญ่ผู้บัญชาการรบอยู่เบื้องหน้า มองเห็นการกระทำของซูหนิงหนิงทุกฝีก้าว เขากำลังต่อสู้อย่างดุเดือดกับขุนพลแคว้นอริ กระบี่ของเขาสาดประกายฟาดฟันศัตรูอย่างไม่ปรานี แต่ในขณะเดียวกัน สายตาของเขาก็มิอาจละจากร่างอรชรที่กำลังวิ่งไปมาระหว่างคมดาบและห่าลูกธนู เขาเห็นนางล้มลงเพื่อหลบคมกระบี่ที่พุ่งเข้าใส่เกือบพลาดท่า แต่แล้วนางก็ลุกขึ้นอย่างรวดเร็วและกลับไปช่วยเหลือทหารต่อ“ท่านแม่ทัพ! ระวัง!” เสียงของ หลิวหรง ตะโกนเตื

  • หนึ่งใจใต้ธงศึก   ตอนที่ 4 ขังเธอไว้…เพื่อพิสูจน์ใจ

    แสงแรกแห่งอรุณรุ่งสาดส่องลงมายังค่ายพักแรม หลังจากการต่อสู้กับโจรป่าจบลง บรรยากาศภายในค่ายยังคงอวลไปด้วยกลิ่นคาวเลือดและความเหนื่อยล้า ซูหนิงหนิงยังคงวุ่นอยู่กับการดูแลทหารที่บาดเจ็บจนกระทั่งใกล้สว่าง แม้ร่างกายจะอ่อนล้าเพียงใด แต่นางก็มิได้หยุดพักหลี่เหวินเจี๋ย เดินออกมาจากกระโจมของตน ดวงตาคู่คมกริบมองไปยังซูหนิงหนิงที่กำลังปฐมพยาบาลทหารนายหนึ่งอยู่ไม่ไกลนัก ภาพของนางเมื่อคืนที่วิ่งฝ่าคมดาบเข้าไปช่วยเหลือทหารยังคงติดตาเขา ภาพที่นางทำแผลให้เขาอย่างตั้งใจ และรอยแผลที่แขนซ้ายของเขายังคงเป็นเครื่องเตือนใจถึงความกล้าหาญของนาง“ท่านแม่ทัพ แผลของท่านเป็นอย่างไรบ้างขอรับ?” หลิวหรง เดินเข้ามาถามด้วยความเป็นห่วง“ไม่เป็นไรมาก” หลี่เหวินเจี๋ยตอบเสียงเรียบ แต่สายตาของเขายังคงจับจ้องไปที่ซูหนิงหนิง “นางผู้นั้น... ทำไมถึงกล้าหาญได้ถึงเพียงนี้?”“ท่านแม่ทัพเองก็เห็นแล้วมิใช่หรือขอรับ” หลิวหรงยิ้ม “นางมิได้สนใจความปลอดภัยของตนเองเลยแม้แต่น้อย”“นั่นคือสิ่งที่ข้ายั

  • หนึ่งใจใต้ธงศึก   ตอนที่ 3 หมอหลวง…หรือสายลับ?

    ภายหลังการปะทะกับโจรป่า กองทัพของแม่ทัพใหญ่หลี่เหวินเจี๋ยยังคงเดินทัพต่อไปตามแนวชายแดน ความเหนื่อยล้าปรากฏบนใบหน้าของทหารทุกนาย แต่กระนั้นทุกคนยังคงเดินหน้าอย่างมุ่งมั่น ทว่าภายในกระโจมบัญชาการแห่งหนึ่ง กลับมีบรรยากาศตึงเครียดไม่แพ้สมรภูมิรบหลี่เหวินเจี๋ย นั่งอยู่หน้าโต๊ะไม้ที่เต็มไปด้วยเอกสารและแผนที่ ดวงตาคู่คมยังคงจับจ้องไปยังแผนที่อย่างพิจารณา แต่ในใจกลับครุ่นคิดถึงเรื่องราวที่เพิ่งผ่านมา... ซูหนิงหนิง“นางช่วยทหารบาดเจ็บได้อย่างชำนาญยิ่งนัก” หลิวหรง รองแม่ทัพคู่ใจเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบในกระโจม “ราวกับฝึกฝนมาเพื่อการนี้โดยเฉพาะ”หลี่เหวินเจี๋ยพยักหน้าเล็กน้อย “ใช่... นั่นคือสิ่งที่ทำให้ข้าสงสัย”“สงสัยอันใดหรือขอรับท่านแม่ทัพ?” หลิวหรงเลิกคิ้ว“นางเป็นบุตรีของหมอหลวงซูอัน ความรู้ด้านการแพทย์ย่อมเป็นเรื่องปกติ แต่ความกล้าหาญและความเชี่ยวชาญในการช่วยเหลือผู้คนกลางสมรภูมิเช่นนั้น... หาได้ยากยิ่งในสตรีทั่วไป” หลี่เหวินเจี๋ยกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “หรือนี่คือการพยายามสร้างความดีความชอบ? หรือเป็นทักษะที่ถูกฝึกฝนมาเพื่อวัตถุประสงค์อื่น?”“ท่านแม่ทัพยังคงไม่ไว้ใจนางหรือขอรับ?” หลิวหรง

  • หนึ่งใจใต้ธงศึก   ตอนที่ 2 แม่ทัพผู้ไม่สนใจหญิงใด

    ภายใต้ท้องฟ้าสีครามอันกว้างใหญ่ แผ่นดินต้าเหลียงยังคงงดงาม ทว่าความสงบสุขนั้นเปรียบดั่งผิวน้ำที่ราบเรียบ แต่เบื้องล่างกลับมีกระแสธารเชี่ยวกรากซ่อนอยู่ และ ณ ใจกลางวังหลวงอันเป็นศูนย์รวมอำนาจ สายตาคมกริบคู่หนึ่งกำลังจับจ้องไปยังสตรีผู้หนึ่งอย่างเงียบงัน...นับตั้งแต่วันที่ราชโองการหมั้นหมายถูกประกาศก้องไปทั่วท้องพระโรง ชีวิตของ หลี่เหวินเจี๋ย และ ซูหนิงหนิง ก็ถูกผูกมัดเข้าด้วยกันอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ แม้กายจะอยู่ใกล้ แต่ใจกลับห่างไกลดุจขั้วโลกเหนือใต้หลี่เหวินเจี๋ย แม่ทัพใหญ่ผู้เจนศึก ไม่เคยชายตามองสตรีใดมาก่อน ชีวิตของเขาอุทิศให้แก่การฝึกฝน การวางแผน และการปกป้องแผ่นดินจนหมดสิ้น ทว่าบัดนี้ สายตาคมกริบที่เคยจับจ้องแต่แผนที่ยุทธศาสตร์และคมดาบ กลับต้องปรายมองไปยังร่างอรชรของสตรีผู้หนึ่ง... ซูหนิงหนิง ว่าที่พระชายาของเขาเขาได้พบกับนางอีกครั้งในงานเลี้ยงต้อนรับทูตจากแคว้นเพื่อนบ้าน ซูหนิงหนิงปรากฏตัวในชุดผ้าไหมสีเขียวหยกอ่อน ประดับประดาด้วยปิ่นปักผมเรียบง่าย ทว่าความสง่างามของนางกลับโดดเด่นท่ามกลางเหล่าคุณหนูและฮูหยินที่แต่งกายวิจิตรตระการตา นางเดินอย่างสงบเสงี่ยม ใบหน้าเรียบเฉย แต่ดว

  • หนึ่งใจใต้ธงศึก   ตอนที่ 1 เจ้าสาวที่ถูกเลือก

    เสียงแตกกิ่งไม้เพียะ! ดังฝ่าอากาศ ทำลายความเงียบของยามรุ่งสางราวคมดาบเฉือนเนื้อ ความฝันร้ายของซูหนิงหนิงขาดสะบั้น นางลืมตาขึ้นอย่างตื่นตระหนก แสงสลัวลอดผ่านบานหน้าต่างไม้เก่า เสียงเกราะเหล็กกระทบกันดังเป็นจังหวะน่าหวาดหวั่นนางค่อย ๆ เคลื่อนสายตาไปทางต้นเสียง…ทหารราชสำนักในชุดเกราะดำยืนเรียงแถวล้อมเรือนไว้ราวกรงเหล็ก ขานคำสั่งเคลื่อนไหวเป็นระเบียบ แต่กลิ่นคาวเหล็กจากชุดเกราะและดาบทำให้หัวใจเต้นถี่ เกิดสิ่งใดขึ้น?“คุณหนูซู! ออกมาพบในบัดดล!” เสียงหัวหน้าทหาร หนักและเย็นเยียบ ราวคำตัดสินชะตาซูหนิงหนิงรีบสวมเสื้อคลุมผ้าฝ้ายสีขาวบาง เปิดบานประตูไม้ที่ส่งเสียงเอี๊ยดออกไป กลิ่นไอหมอกเช้าปะทะใบหน้า ภาพแรกที่เห็นคือบิดา—หมอหลวงซูอัน—กำลังยืนขวางหน้าทหาร ใบหน้าที่เคยสงบเยือกเย็นกลับซีดเผือด ดวงตาแฝงความวิตก มือที่ถือกระดาษตำรับยาสั่นไหวจนแผ่นกระดาษร่วงลงพื้น ลมเช้าพัดปลิวไปใต้เกราะของนายทหารคนหนึ่ง“คำสั่งจากท่านแม่ทัพใหญ่หลี่เหวินเจี๋ย” หัวหน้าทหารกล่าวเสียงเรียบแต่น่ากลัว “คุณหนูซูต้องเข้าวังในทันที…มิอาจปฏิเสธ”หนิงหนิงยื่นมือไปจับมือบิดาแน่น ความเย็นจากปลายนิ้วของเขาทำให้หัวใจนางหดเกร็ง

더보기
좋은 소설을 무료로 찾아 읽어보세요
GoodNovel 앱에서 수많은 인기 소설을 무료로 즐기세요! 마음에 드는 책을 다운로드하고, 언제 어디서나 편하게 읽을 수 있습니다
앱에서 책을 무료로 읽어보세요
앱에서 읽으려면 QR 코드를 스캔하세요.
DMCA.com Protection Status