Beranda / รักโบราณ / หนึ่งใจใต้ธงศึก / ตอนที่ 4 ขังเธอไว้…เพื่อพิสูจน์ใจ

Share

ตอนที่ 4 ขังเธอไว้…เพื่อพิสูจน์ใจ

last update Terakhir Diperbarui: 2025-08-24 13:12:48

แสงแรกแห่งอรุณรุ่งสาดส่องลงมายังค่ายพักแรม หลังจากการต่อสู้กับโจรป่าจบลง บรรยากาศภายในค่ายยังคงอวลไปด้วยกลิ่นคาวเลือดและความเหนื่อยล้า ซูหนิงหนิงยังคงวุ่นอยู่กับการดูแลทหารที่บาดเจ็บจนกระทั่งใกล้สว่าง แม้ร่างกายจะอ่อนล้าเพียงใด แต่นางก็มิได้หยุดพัก

หลี่เหวินเจี๋ย เดินออกมาจากกระโจมของตน ดวงตาคู่คมกริบมองไปยังซูหนิงหนิงที่กำลังปฐมพยาบาลทหารนายหนึ่งอยู่ไม่ไกลนัก ภาพของนางเมื่อคืนที่วิ่งฝ่าคมดาบเข้าไปช่วยเหลือทหารยังคงติดตาเขา ภาพที่นางทำแผลให้เขาอย่างตั้งใจ และรอยแผลที่แขนซ้ายของเขายังคงเป็นเครื่องเตือนใจถึงความกล้าหาญของนาง

“ท่านแม่ทัพ แผลของท่านเป็นอย่างไรบ้างขอรับ?” หลิวหรง เดินเข้ามาถามด้วยความเป็นห่วง

“ไม่เป็นไรมาก” หลี่เหวินเจี๋ยตอบเสียงเรียบ แต่สายตาของเขายังคงจับจ้องไปที่ซูหนิงหนิง “นางผู้นั้น... ทำไมถึงกล้าหาญได้ถึงเพียงนี้?”

“ท่านแม่ทัพเองก็เห็นแล้วมิใช่หรือขอรับ” หลิวหรงยิ้ม “นางมิได้สนใจความปลอดภัยของตนเองเลยแม้แต่น้อย”

“นั่นคือสิ่งที่ข้ายังสงสัย” หลี่เหวินเจี๋ยกล่าว “ความกล้าหาญเช่นนี้... อาจเป็นความจริงใจ หรืออาจเป็นเพียงการแสดงที่แนบเนียน”

“ท่านแม่ทัพยังคงไม่ไว้ใจนางหรือขอรับ?” หลิวหรงถามอย่างไม่เข้าใจ “หลังจากสิ่งที่นางทำเมื่อคืน ท่านยังสงสัยนางอยู่อีกหรือ?”

หลี่เหวินเจี๋ยเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “ในยามศึกสงคราม ทุกสิ่งล้วนเป็นไปได้ ความไว้ใจที่ผิดที่ผิดทางอาจนำมาซึ่งความหายนะต่อแผ่นดินได้”

ภายหลังจากการปราบโจรป่าสำเร็จ กองทัพของหลี่เหวินเจี๋ยได้รับคำสั่งให้ประจำการอยู่ยังเมืองชายแดนแห่งหนึ่ง เพื่อรักษาความสงบและสืบหาเบาะแสของขุนนางกบฏที่เชื่อว่าอยู่เบื้องหลังการก่อความไม่สงบทั้งหมด

เมื่อเดินทางมาถึงเมือง หลี่เหวินเจี๋ย มีคำสั่งประหลาด... “จงจัดที่พักให้คุณหนูซูอย่างดีที่สุด และจงเฝ้าระวังนางอย่างใกล้ชิด ห้ามให้นางออกไปไหนโดยพลการ”

คำสั่งนี้สร้างความประหลาดใจให้แก่ทุกคน ซูหนิงหนิง เองก็รู้สึกตกใจไม่แพ้กัน นางเพิ่งจะพิสูจน์ความกล้าหาญและความจริงใจของตนเองในสมรภูมิ แต่กลับถูกปฏิบัติราวกับเป็นนักโทษ

“ท่านแม่ทัพ... เหตุใดท่านจึงทำเช่นนี้กับข้า!” ซูหนิงหนิงบุกเข้าไปในกระโจมบัญชาการของหลี่เหวินเจี๋ยด้วยใบหน้าที่ซีดเผือด แต่ดวงตากลับฉายแววโกรธเคือง

หลี่เหวินเจี๋ยเงยหน้าขึ้นมองนาง ดวงตาคู่คมยังคงสงบนิ่ง “นี่คือคำสั่ง”

“คำสั่งอันใดกัน! ข้าทำคุณงามความดีให้กองทัพมากมาย เหตุใดท่านจึงปฏิบัติต่อข้าเช่นนี้!” เสียงของซูหนิงหนิงสั่นเครือด้วยความคับแค้นใจ

“เจ้าคือบุตรีของหมอหลวงซูอัน ผู้ซึ่งยังคงเป็นผู้ต้องสงสัยในคดีกบฏ” หลี่เหวินเจี๋ยกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา “จนกว่าความจริงจะปรากฏ ข้าจำเป็นต้องระมัดระวัง”

“ท่านกำลังขังข้า! ท่านกำลังสงสัยข้าว่าเป็นสายลับ!” ซูหนิงหนิงร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด

“ข้ามิได้ขังเจ้า เพียงแต่ขอให้เจ้าพักอยู่ในจวนที่จัดเตรียมไว้ให้เพื่อความปลอดภัย” หลี่เหวินเจี๋ยตอบ “และเฝ้าระวังมิให้เจ้าถูกศัตรูใช้เป็นเครื่องมือ”

“ท่านโกหก! ท่านกำลังไม่ไว้ใจข้า!” ซูหนิงหนิงรู้สึกเหมือนถูกมีดกรีดแทงหัวใจ นางทุ่มเทกายใจช่วยชีวิตทหารของเขา แต่เขากลับยังคงมองนางเป็นภัยคุกคาม

หลี่เหวินเจี๋ยจ้องมองนางนิ่งๆ ไม่ได้พูดอะไรอีก ซูหนิงหนิงรู้สึกเจ็บปวดเกินกว่าจะกล่าวสิ่งใดต่อ นางหันหลังเดินออกจากกระโจมไปอย่างรวดเร็ว

มู่หลัน ซึ่งยืนรออยู่ด้านนอกกระโจม เมื่อเห็นซูหนิงหนิงเดินออกมาด้วยสีหน้าปวดร้าว ก็รีบเข้าไปประคอง “หนิงหนิง เจ้าเป็นอะไรไป?”

ซูหนิงหนิงน้ำตาคลอเบ้า “เขาขังข้า... เขาไม่เชื่อใจข้าเลยแม้แต่น้อย”

นับตั้งแต่วันนั้น ซูหนิงหนิงต้องใช้ชีวิตอยู่ในจวนที่ถูกจัดเตรียมไว้ นางมิอาจออกไปไหนได้ตามลำพัง ทุกฝีก้าวของนางล้วนอยู่ในสายตาของทหารที่เฝ้าระวังอยู่รอบจวน ราวกับนางเป็นนักโทษที่อันตรายที่สุด

แต่สิ่งที่น่าแปลกใจคือ หลี่เหวินเจี๋ย มักจะมาปรากฏตัวที่จวนของนางอยู่เสมอ ไม่ว่าจะในยามค่ำคืนที่เขายืนอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ในสวน มองเข้ามายังห้องของนาง หรือในยามกลางวันที่เขาเดินตรวจตราความเรียบร้อยรอบจวน

เขาขังนางไว้... แต่เขากลับเฝ้านางเอง

หลิวหรง สังเกตเห็นพฤติกรรมแปลกๆ ของท่านแม่ทัพ “ท่านแม่ทัพขอรับ ท่านดูเหมือนจะสนใจคุณหนูซูมากเป็นพิเศษนะขอรับ” หลิวหรงเอ่ยขึ้นขณะที่ทั้งสองกำลังเดินตรวจตราเมือง

หลี่เหวินเจี๋ยไม่ตอบ เพียงแต่เดินต่อไปเงียบๆ

“ท่านแม่ทัพสงสัยนางอยู่ แต่ท่านก็ยังคงเฝ้าดูนางด้วยตัวเอง มิให้ผู้อื่นเข้าใกล้” หลิวหรงกล่าวต่อ “นี่มิได้แสดงว่าท่านกำลัง... เป็นห่วงนางดอกหรือขอรับ?”

หลี่เหวินเจี๋ยหยุดเดิน เขาหันมามองหลิวหรง ดวงตาของเขาแฝงไว้ด้วยความรู้สึกที่อ่านไม่ออก “ข้าเพียงต้องการให้แน่ใจว่านางมิได้เป็นภัยต่อกองทัพ”

“แต่ท่านก็ดูแลนางอย่างดีมิใช่หรือขอรับ” หลิวหรงยิ้มอย่างมีเลศนัย “จัดจวนให้พักอย่างดี มีคนคอยดูแลเรื่องอาหารการกินอย่างไม่ขาดตกบกพร่อง”

หลี่เหวินเจี๋ยถอนหายใจ “นั่นคือสิ่งที่ราชสำนักบัญชามา” เขาพยายามพูดให้เป็นเรื่องปกติ แต่ในใจเขากลับยอมรับว่าสิ่งที่หลิวหรงพูดนั้นเป็นความจริง เขากำลังเฝ้าดูซูหนิงหนิงอย่างใกล้ชิด ไม่ใช่เพียงเพราะหน้าที่ แต่มีบางสิ่งบางอย่างที่ดึงดูดเขาให้นึกถึงนางอยู่เสมอ

วันหนึ่ง มีข่าวร้ายมาถึงเมืองชายแดน กองทัพของแคว้นอริเริ่มเคลื่อนไหวบริเวณชายแดนตะวันออก และกำลังจะเปิดศึกใหญ่

ข่าวนี้ทำให้หลี่เหวินเจี๋ยต้องเตรียมพร้อมรับมือกับการศึกที่กำลังจะมาถึง เขาจมอยู่กับแผนที่ยุทธศาสตร์และเอกสารต่างๆ ไม่ได้ไปที่จวนของซูหนิงหนิงเป็นเวลาหลายวัน

ซูหนิงหนิงที่ถูกขังอยู่ในจวน ได้ยินข่าวลือเรื่องสงคราม นางรู้สึกกระวนกระวายใจเป็นอย่างมาก นางอยากออกไปช่วยรักษาทหาร อยากออกไปทำประโยชน์ให้แผ่นดิน แต่นางก็ถูกกักขังไว้

“หนิงหนิง เจ้าดูเป็นกังวลใจยิ่งนัก” มู่หลันกล่าวขึ้นเมื่อเห็นซูหนิงหนิงเดินวนไปวนมาอย่างไม่สบายใจ

“ข้าเป็นห่วงทหารมู่หลัน” ซูหนิงหนิงกล่าว “พวกเขาจะต้องบาดเจ็บล้มตายอีกมากมาย และข้าก็ทำอะไรไม่ได้เลย”

“แต่เจ้าออกไปไม่ได้นะหนิงหนิง” มู่หลันเอ่ยเตือน

ซูหนิงหนิงมองออกไปนอกหน้าต่าง ดวงตาของนางเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น นางตัดสินใจแล้วว่ามิอาจอยู่เฉยได้ในยามที่บ้านเมืองกำลังประสบภัย

ในคืนนั้น ซูหนิงหนิงพยายามหาทางออกจากจวนที่ถูกเฝ้าระวังอย่างเข้มงวด นางใช้ความรู้เรื่องภูมิประเทศและจุดอับสายตาของทหารยามที่นางสังเกตมาตลอด

“หนิงหนิง เจ้าจะทำอะไร!” มู่หลันร้องออกมาด้วยความตกใจ เมื่อเห็นซูหนิงหนิงกำลังปีนกำแพงจวน

“ข้าจะไปช่วยทหารมู่หลัน ข้าจะไปทำประโยชน์ให้แผ่นดิน!” ซูหนิงหนิงตอบอย่างมุ่งมั่น “เจ้าอยู่ที่นี่คอยดูแลตัวเองให้ดี”

มู่หลันแม้จะกังวลใจ แต่ก็รู้ว่ามิอาจห้ามซูหนิงหนิงได้ นางทำได้เพียงอวยพรให้สหายรักปลอดภัย

ซูหนิงหนิงแอบหลบหนีออกจากจวนได้สำเร็จ นางมุ่งหน้าไปยังค่ายทหารที่กำลังเตรียมพร้อมสำหรับการรบ เมื่อไปถึง นางพบว่าบรรยากาศภายในค่ายเต็มไปด้วยความตึงเครียด และทหารที่บาดเจ็บจากการปะทะเล็กๆ น้อยๆ ก็เริ่มมีมากขึ้น

“คุณหนูซู! ท่านมาได้อย่างไร!” นายทหารคนหนึ่งร้องออกมาด้วยความประหลาดใจเมื่อเห็นซูหนิงหนิง

ซูหนิงหนิงไม่ตอบคำถาม นางรีบรุดเข้าไปช่วยเหลือทหารที่บาดเจ็บทันที โดยไม่สนใจว่าใครจะมองอย่างไร หรือคำสั่งของหลี่เหวินเจี๋ยคืออะไร นางรู้เพียงว่าหน้าที่ของนางคือการช่วยเหลือผู้คน

ในขณะเดียวกัน กงซุนหมิง ผู้ซึ่งตามมาถึงเมืองชายแดนด้วยความเป็นห่วงมู่หลันและซูหนิงหนิง เมื่อได้ยินข่าวเรื่องการหลบหนีของซูหนิงหนิง เขาก็รีบรุดมาที่ค่ายทหารทันที

“มู่หลัน! คุณหนูซูอยู่ที่นี่หรือไม่!” กงซุนหมิงถามด้วยความเป็นห่วง

“ใช่เจ้าค่ะหมิงเอ๋อร์ นางกำลังช่วยเหลือทหารอยู่ข้างใน” มู่หลันตอบด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความโล่งใจและกังวลใจในคราวเดียวกัน

กงซุนหมิงมองเข้าไปในค่ายทหาร เห็นซูหนิงหนิงกำลังวุ่นอยู่กับการทำแผลให้ทหาร เขาอดชื่นชมในความกล้าหาญและความเสียสละของนางไม่ได้

หลี่เหวินเจี๋ย กำลังอยู่ในกระโจมบัญชาการ เตรียมพร้อมรับมือกับการศึกใหญ่ที่กำลังจะมาถึง เมื่อนายทหารผู้หนึ่งรีบรุดเข้ามาแจ้งข่าว

“ท่านแม่ทัพขอรับ! คุณหนูซูหลบหนีออกจากจวน และบัดนี้กำลังอยู่ที่ค่ายทหารขอรับ!”

หลี่เหวินเจี๋ยเงยหน้าขึ้นจากแผนที่ ดวงตาของเขาฉายแววหลากหลายอารมณ์ ทั้งตกใจ โกรธ และ... คาดไม่ถึง

เขารีบรุดไปยังค่ายทหารทันที เมื่อไปถึง ภาพที่เห็นคือซูหนิงหนิงกำลังช่วยเหลือทหารที่บาดเจ็บอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ใบหน้าของนางเปื้อนไปด้วยคราบเลือดและเหงื่อ แต่ดวงตาของนางยังคงฉายแววแห่งความมุ่งมั่นและเมตตา

หลี่เหวินเจี๋ยเดินเข้าไปหานางช้าๆ “คุณหนูซู... เจ้าทำอะไรของเจ้า!” เสียงของเขาแม้จะเย็นชา แต่ก็แฝงไว้ด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน

ซูหนิงหนิงเงยหน้าขึ้นมองเขา ดวงตาของนางสบกับดวงตาของเขาอย่างไม่หวั่นเกรง “ข้ากำลังทำหน้าที่ของข้าเจ้าค่ะท่านแม่ทัพ”

“หน้าที่ของเจ้าคือการอยู่ในจวนที่ข้าจัดเตรียมไว้ให้!” หลี่เหวินเจี๋ยกล่าวเสียงเข้ม

“หน้าที่ของข้าคือการช่วยเหลือผู้คนในยามที่บ้านเมืองต้องการเจ้าค่ะ!” ซูหนิงหนิงตอบกลับอย่างไม่ลดละ “ข้ามิอาจทอดทิ้งพวกเขาในยามที่พวกเขาต้องการความช่วยเหลือได้”

หลี่เหวินเจี๋ยจ้องมองนางนิ่งนาน แววตาที่ดุดันของเขาค่อยๆ อ่อนลง ความมุ่งมั่นในแววตาของนาง ความกล้าหาญที่ปราศจากความหวาดกลัว และความเสียสละเพื่อผู้อื่น... สิ่งเหล่านี้กำลังทลายกำแพงน้ำแข็งในใจของเขาลงทีละน้อย

เขาขังเธอไว้... เพื่อพิสูจน์ใจ

แต่บัดนี้... ใจของเขาต่างหากที่กำลังถูกพิสูจน์...

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • หนึ่งใจใต้ธงศึก   ตอนที่ 51 ข้าจะรักเจ้า…แม้ในวันที่ข้าถูกขัง

    แสงอรุณยามเช้าสาดส่องต้องพระราชวังหลวงที่บัดนี้กลับคืนสู่ความสงบสุข หลังมหาสงครามครั้งยิ่งใหญ่ได้ผ่านพ้นไป อ๋องพิทักษ์แผ่นดิน หลี่เหวินเจี๋ย และ พระชายาซูหนิงหนิง ต่างใช้ชีวิตอย่างมีความสุขท่ามกลางความรักที่เบ่งบาน แต่ความสงบสุขนั้นช่างสั้นนัก เพราะภัยคุกคามที่แท้จริงหาได้มาจากสนามรบภายนอก หากแต่มาจากเงามืดภายในราชสำนักเองหลังจากที่ หลี่เหวินเจี๋ย ได้ประกาศเชิดชู ซูหนิงหนิง ต่อหน้าเหล่าขุนนาง ทำให้บางคนไม่พอใจในความสามารถและอิทธิพลของหลี่เหวินเจี๋ยที่นับวันยิ่งมีมากขึ้น พวกเขาจึงเริ่มวางแผนการร้ายเพื่อกำจัดหลี่เหวินเจี๋ยให้พ้นจากเส้นทางอำนาจเช้าวันหนึ่ง บรรยากาศในท้องพระโรงกลับมาตึงเครียดอีกครั้ง องค์ฮ่องเต้ ประทับอยู่บนบัลลังก์ทองคำ ใบหน้าของพระองค์เคร่งขรึมกว่าครั้งใดๆ เหล่าขุนนางน้อยใหญ่ต่างยืนเรียงรายด้วยสีหน้ากังวล“หลี่เหวินเจี๋ย! เจ้ามีความผิด!” องค์ฮ่องเต้ตรัสด้วยพระสุรเสียงก้องกังวาน “มีผู้ร้องเรียนว่าเจ้าได้แอบสะสมกำลังพลและอาวุธยุทโธปกรณ์อย่างลับๆ หมายก่อการกบฏ!”คำประกาศขององค์ฮ่องเต้สร้างความตกตะลึงแก่ทุกคนในท้องพระโ

  • หนึ่งใจใต้ธงศึก   ตอนที่ 50 ข้างข้า…ที่ไม่ใช่ข้างหลัง

    แสงอรุณยามเช้าสาดส่องต้องพระราชวังหลวงที่บัดนี้กลับมาคึกคักและเปี่ยมด้วยชีวิตชีวาอีกครั้ง หลังมหาสงครามที่ทำให้แผ่นดินต้าเหลียงสั่นสะเทือนได้สิ้นสุดลงด้วยชัยชนะอันยิ่งใหญ่ของ อ๋องพิทักษ์แผ่นดิน หลี่เหวินเจี๋ย และการปรากฏตัวของ พระชายาซูหนิงหนิง ผู้เป็นดั่งดวงใจของเขาสองวันหลังจากการกลับสู่เมืองหลวง หลี่เหวินเจี๋ย ได้รับราชโองการให้เข้าเฝ้า องค์ฮ่องเต้ เพื่อปรึกษาราชกิจสำคัญที่รออยู่เบื้องหน้าเกี่ยวกับฟื้นฟูบ้านเมือง หลังความเสียหายจากสงครามครั้งใหญ่ภายในจวนของอ๋อง บรรยากาศยังคงอบอวลด้วยความสุขที่หวนคืนมา ซูหนิงหนิง กำลังจัดเตรียมชุดขุนนางให้หลี่เหวินเจี๋ยด้วยมือของนางเอง ใบหน้าของนางยังคงมีร่องรอยความอ่อนล้า แต่แววตาเต็มไปด้วยความรักและความห่วงใย“ท่านอ๋อง…บาดแผลของท่านยังไม่หายสนิทดีนะเจ้าคะ” ซูหนิงหนิงเอ่ยด้วยน้ำเสียงแผ่ว “ท่านควรจะพักผ่อนให้มากกว่านี้”หลี่เหวินเจี๋ยหันมามองนาง ดวงตาคู่คมกริบของเขาเต็มไปด้วยความรักที่ลึกซึ้ง เขาจับมือของนางแน่น “แผลกายนั้นเล็กน้อยนักซูหนิงหนิง แต่แผลใจที่ข้าเคยมี…เจ้าเป็นผู้รักษาให้หายดี”คำพูดของเขาทำให้ซูหนิ

  • หนึ่งใจใต้ธงศึก   ตอนที่ 49 ศึกจบ…แต่ข้าจะไม่ปล่อยมือเจ้า

    เสียงแตรศึกที่เคยดังก้องไปทั่วแผ่นดินบัดนี้เงียบสงัดลงแล้ว เหลือเพียงเสียงลมที่พัดผ่านยอดไม้และเสียงนกร้องขับขาน บ่งบอกถึงความสงบสุขที่หวนคืนมาสู่ต้าเหลียงอีกครั้ง หลังมหาสงครามครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดจบลงด้วยชัยชนะอันงดงามของกองทัพ อ๋องพิทักษ์แผ่นดิน หลี่เหวินเจี๋ยณ สนามรบที่เคยเต็มไปด้วยคราบเลือดและซากศพ บัดนี้ถูกทำความสะอาดและจัดระเบียบใหม่ เหล่าทหารของต้าเหลียงที่รอดชีวิตต่างพากันกลับมารวมตัวกันด้วยใบหน้าอิดโรย แต่แววตาเต็มไปด้วยความภาคภูมิใจในชัยชนะอันยิ่งใหญ่ และความยินดีที่ได้กลับมามีชีวิตอีกครั้งหลี่เหวินเจี๋ย ยืนตระหง่านอยู่กลางสนามรบที่เงียบสงัด ชุดเกราะของเขาเต็มไปด้วยรอยบุบและคราบเลือดที่แห้งกรัง ใบหน้าคมคายของเขาซีดเซียวจากความเหนื่อยล้าและบาดแผลที่ยังไม่หายสนิทดี แต่ดวงตาคู่คมกริบกลับฉายแววความสุขที่มิอาจปิดบังได้ เมื่อเขามองไปยัง ซูหนิงหนิง ที่กำลังเดินเข้ามาใกล้ซูหนิงหนิงในชุดหมอศึกที่เรียบง่ายแต่เปื้อนคราบเขม่าดินและโลหิต เดินเข้ามาหาหลี่เหวินเจี๋ยอย่างช้าๆ ใบหน้าของนางยังคงซีดเซียวและอ่อนล้า แต่ดวงตาคู่กลมโตเรียวรีกลับฉายแววความรักที่ลึกซึ้งและโล

  • หนึ่งใจใต้ธงศึก   ตอนที่ 48 ศึกหัวใจ…สำคัญไม่แพ้ศึกสงคราม

    แสงจันทร์นวลผ่องสาดส่องลงมายังเมืองหลวงต้าเหลียงที่บัดนี้กลับคืนสู่ความสงบสุข หลังชัยชนะอันยิ่งใหญ่ในศึกสมรภูมิเหนือ แคว้นอริ แต่ในใจของทั้ง หลี่เหวินเจี๋ย และ ซูหนิงหนิง ความสงบนั้นยังห่างไกลนัก ค่ำคืนนี้เป็นคืนก่อนวันอภิเษกสมรส คืนที่ควรเต็มไปด้วยความยินดี ทว่ากลับเต็มไปด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อนและยังมิได้ถูกปลดเปลื้องภายในห้องส่วนตัวที่ตกแต่งอย่างงดงามในจวนของแม่ทัพ ซูหนิงหนิงนั่งอยู่ริมหน้าต่าง มองไปยังดวงจันทร์ที่ลอยเด่นอยู่บนฟากฟ้า ใบหน้าของนางยังคงซีดเซียวจากความเหนื่อยล้าและบาดแผลที่ยังไม่หายสนิทดี แต่ดวงตาคู่กลมโตเรียวรีกลับฉายแววครุ่นคิดลึกซึ้งเธอนึกย้อนถึงคำขอแต่งงานของหลี่เหวินเจี๋ยเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา คำขอที่เปี่ยมด้วยความรักและความจริงใจ คำขอที่ทำให้หัวใจของเธอเต้นรัวอย่างบ้าคลั่ง แต่ในขณะเดียวกัน ภาพของครอบครัวที่พังทลาย ความเจ็บปวดที่พ่อแม่ต้องเผชิญ และความแค้นที่เคยกัดกินใจ ก็ยังคงฉายชัดขึ้นมาในห้วงความคิด ความรู้สึกผิดบาปยังคงตามหลอกหลอน“หนิงหนิง…เจ้ายังไม่นอนอีกหรือ” เสียงนุ่มนวลของ มู่หลัน ดังขึ้น มู่หลันเดินเข้ามาพร้อมถ้วยชาอุ่นๆ วางลงบ

  • หนึ่งใจใต้ธงศึก   ตอนที่ 47 ข้าคือขุนศึก…และข้าคือของเจ้า

    แสงอรุณยามเช้าสาดส่องต้องผืนดินต้าเหลียงที่บัดนี้กลับคืนสู่ความสงบสุขอีกครั้ง หลังจากการปราบปรามกองทัพแคว้นอริได้สำเร็จ ชัยชนะที่ยิ่งใหญ่มาถึงแล้ว แต่บาดแผลจากสงครามยังคงฝากฝังไว้ในจิตใจของผู้คน และบาดแผลในใจของ หลี่เหวินเจี๋ย นั้นลึกซึ้งเกินกว่าจะเยียวยาได้ง่ายๆหลังจาก ซูหนิงหนิง หายตัวไปในสมรภูมิ หลี่เหวินเจี๋ยใช้เวลาหลายวันหลายคืนในการค้นหานางอย่างบ้าคลั่ง ทว่าก็ไม่พบร่องรอยใดๆ เลย ความสิ้นหวังกัดกินหัวใจของเขา จนกระทั่งเขาได้รับข่าวดีดุจสายฝนกลางทะเลทราย…ว่าซูหนิงหนิงปลอดภัยและได้ไปปรากฏตัวที่หมู่บ้านเล็กๆ แห่งหนึ่งทางตอนใต้ของเมืองหลวง โดยมี มู่หลัน และ กงซุนหมิง คอยอยู่เคียงข้าง และที่สำคัญ...เด็กหญิงที่ซูหนิงหนิงช่วยชีวิตไว้ก็ปลอดภัยดีเช่นกันภายในเรือนพักรับรองในหมู่บ้านเล็กๆ แห่งหนึ่งทางตอนใต้ของเมืองหลวง แสงเทียนสลัวๆ ส่องต้องใบหน้าซีดเซียวของซูหนิงหนิงที่นอนหลับใหลอยู่บนเตียงไม้ นางยังคงอ่อนเพลียจากการบาดเจ็บและเหตุการณ์ที่ผ่านมา แต่ลมหายใจก็เริ่มสม่ำเสมอแล้วหลี่เหวิน

  • หนึ่งใจใต้ธงศึก   ตอนที่ 46: ข้าชนะ…แต่ถ้าไม่มีเจ้า ข้าพ่าย

    เสียงกลองศึกที่เคยดังกึกก้องบัดนี้เงียบสงัดลง เหลือเพียงเสียงลมที่พัดพาความเงียบงันและกลิ่นคาวเลือดไปทั่วสมรภูมิ ร่างของ หลี่เหวินเจี๋ย แม่ทัพใหญ่ผู้เจนศึก นอนหายใจรวยรินอยู่บนพื้นดิน ดวงตาคู่คมกริบเบิกกว้างด้วยความหวาดกลัวและเจ็บปวดอย่างที่สุด ภาพของ ซูหนิงหนิง ที่ถูกคมดาบฟันเข้าที่แผ่นหลังและร่างที่ถูกกลืนหายไปในกลุ่มควัน ยังคงติดตรึงในห้วงความคิดของเขา เขาพยายามจะลุกขึ้นวิ่งตามไปช่วยนาง แต่ร่างกายของเขาไม่อำนวย บาดแผลจากพิษและคมดาบที่ได้รับมาจากการต่อสู้ ทำให้เขาอ่อนแรงจนไม่อาจขยับได้ เขาทำได้เพียงนอนมองไปในทิศทางที่นางหายไป ด้วยหัวใจที่ปวดร้าวแทบขาดใจ“ซูหนิงหนิง! ไม่นะซูหนิงหนิง!” หลี่เหวินเจี๋ยตะโกนสุดเสียง น้ำตาไหลรินลงมาอย่างเงียบๆ นี่คือชัยชนะที่แลกมาด้วยความสูญเสียที่ไม่อาจประเมินค่าได้ ชัยชนะที่ไร้ซึ่งความหมายหากไม่มีนางอยู่เคียงข้างในขณะที่หลี่เหวินเจี๋ยกำลังจมอยู่กับความเจ็บปวด หลิวหรง รองแม่ทัพคนสนิทรีบรุดเข้ามาหาเขาด้วยใบหน้าตื่นตระหนก “ท่านแม่ทัพ! ท่านเป็นอะไรมากหรือไม่ขอรับ!”

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status