Home / รักโบราณ / หนึ่งใจใต้ธงศึก / ตอนที่ 5 แม่ทัพ…กับหญิงที่กล้าสบตา

Share

ตอนที่ 5 แม่ทัพ…กับหญิงที่กล้าสบตา

last update Last Updated: 2025-08-26 11:16:23

เปลวเพลิงแห่งสงครามกำลังโหมกระหน่ำ แคว้นอริได้เปิดฉากโจมตีชายแดนตะวันออกอย่างไม่รีรอ เสียงกลองศึกดังกึกก้องไปทั่วท้องฟ้า เมืองชายแดนที่เคยสงบสุขบัดนี้กลายเป็นสมรภูมิเลือด เหล่าทหารของต้าเหลียงเข้าปะทะกับศัตรูอย่างดุเดือดท่ามกลางห่าธนูและคมดาบที่สาดซัด

ซูหนิงหนิง ยืนอยู่ท่ามกลางความอลหม่านของสนามรบ ใบหน้าของนางเปื้อนคราบเขม่าดินและโลหิต เสียงหวีดหวิวของลูกธนูที่เฉียดผ่านหูไปไม่ได้ทำให้นางหวาดกลัว นางก้มลงปฐมพยาบาลทหารที่บาดเจ็บอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย มือที่เรียวสวยบัดนี้เต็มไปด้วยบาดแผลจากการทำงานหนัก แสงแห่งความมุ่งมั่นและความเมตตายังคงส่องประกายในดวงตาของนาง

หลี่เหวินเจี๋ย แม่ทัพใหญ่ผู้บัญชาการรบอยู่เบื้องหน้า มองเห็นการกระทำของซูหนิงหนิงทุกฝีก้าว เขากำลังต่อสู้อย่างดุเดือดกับขุนพลแคว้นอริ กระบี่ของเขาสาดประกายฟาดฟันศัตรูอย่างไม่ปรานี แต่ในขณะเดียวกัน สายตาของเขาก็มิอาจละจากร่างอรชรที่กำลังวิ่งไปมาระหว่างคมดาบและห่าลูกธนู เขาเห็นนางล้มลงเพื่อหลบคมกระบี่ที่พุ่งเข้าใส่เกือบพลาดท่า แต่แล้วนางก็ลุกขึ้นอย่างรวดเร็วและกลับไปช่วยเหลือทหารต่อ

“ท่านแม่ทัพ! ระวัง!” เสียงของ หลิวหรง ตะโกนเตือน หลี่เหวินเจี๋ยหันกลับไปรับคมดาบของขุนพลฝ่ายตรงข้ามที่ฟาดลงมาอย่างรุนแรง

การต่อสู้ดำเนินไปอย่างดุเดือด สองทัพปะทะกันอย่างไม่ลดละ เสียงร้องของความเจ็บปวดผสมผสานกับเสียงโลหะกระทบกัน ดุจเสียงบรรเลงแห่งความตาย ซูหนิงหนิงรับรู้ถึงความอ่อนล้าที่กัดกินร่าง แต่นางก็มิอาจหยุดพักได้ ทหารบาดเจ็บมีจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ จนเกินกำลังของนางเพียงลำพัง

ขณะที่ซูหนิงหนิงกำลังพยายามห้ามเลือดให้ทหารนายหนึ่งที่บาดเจ็บสาหัส ก็มีทหารฝ่ายศัตรูบุกเข้ามาใกล้ นางมองเห็นคมดาบที่สาดแสงวับวับวาวพุ่งตรงมายังตนเอง นางหลับตาลงอย่างช่วยไม่ได้ เตรียมพร้อมรับความเจ็บปวด

แต่แล้ว ร่างของนางก็ถูกกระชากออกไปอย่างรวดเร็ว นางลืมตาขึ้นมอง เห็นร่างสูงใหญ่ของหลี่เหวินเจี๋ยยืนบังอยู่เบื้องหน้า คมดาบของเขาฟาดฟันใส่ทหารศัตรูที่พุ่งเข้ามาหมายทำร้ายนางจนล้มลงไป

“เจ้าทำอะไรอยู่ตรงนี้!” หลี่เหวินเจี๋ยตวาดเสียงดัง ดวงตาคู่คมกริบมองนางด้วยความไม่พอใจ “นี่คือสนามรบ เจ้าควรจะอยู่ในที่ที่ปลอดภัย!”

ซูหนิงหนิงเงยหน้าขึ้นมองเขา ดวงตาของนางที่ปกติจะสงบเสงี่ยม บัดนี้เต็มไปด้วยความโกรธแค้นและความผิดหวัง นางทนกับความไม่เชื่อใจของเขามานานแล้ว นางทุ่มเททั้งแรงกายแรงใจเพื่อช่วยชีวิตทหารของเขา แต่เขากลับยังมองนางเป็นภาระ เป็นคนที่ไม่ควรอยู่ในสนามรบแห่งนี้

“ท่านแม่ทัพ!” ซูหนิงหนิง เอ่ยเสียงดังอย่างที่ไม่เคยทำมาก่อน น้ำเสียงของนางสั่นเครือแต่เต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยว “ท่านคิดว่าข้าต้องการจะอยู่ที่นี่หรือ! ข้ามิได้เป็นนักรบอย่างท่าน! แต่ในยามที่ชีวิตของทหารของท่านกำลังจะดับสิ้นไปต่อหน้าต่อตา ข้ามิอาจทนอยู่เฉยได้! ท่านมิได้เห็นหรือว่าพวกเขากำลังเจ็บปวดทรมานเพียงใด!”

หลี่เหวินเจี๋ยตกตะลึงกับคำพูดของนาง นี่เป็นครั้งแรกที่นางกล้าขึ้นเสียงใส่เขา กล้าสบตาเขาอย่างไม่เกรงกลัว ดวงตาของนางฉายแววเจ็บปวดและผิดหวังอย่างแท้จริง

“ข้ามิได้ต้องการสิ่งใดจากท่าน!” ซูหนิงหนิงกล่าวต่อ เสียงของนางเริ่มมีน้ำตาคลอ “ข้าเพียงต้องการช่วยเหลือผู้คนที่กำลังต้องการความช่วยเหลือ! ท่านไม่จำเป็นต้องมา ‘ปกป้อง’ ข้า ท่านควรจะไปทำหน้าที่ของท่าน!”

คำพูดของซูหนิงหนิงดังก้องในโสตประสาทของหลี่เหวินเจี๋ย เขามองหน้านางนิ่งนาน ความโกรธในใจของเขาค่อยๆ มลายหายไป ถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อนยากจะอธิบาย ความประหลาดใจ ความชื่นชม และ...ความเข้าใจ

ในชั่วขณะนั้นเอง ลูกธนูดอกหนึ่งก็พุ่งเข้ามาจากทิศทางที่ไม่มีใครคาดคิด และปักเข้าที่ไหล่ของหลี่เหวินเจี๋ยอย่างจัง

“ท่านแม่ทัพ!” หลิวหรงร้องขึ้นด้วยความตกใจ

ซูหนิงหนิงเบิกตากว้าง นางเห็นหลี่เหวินเจี๋ยล้มลงไป ทันทีที่เห็นเลือดสีแดงฉานไหลซึมออกมาจากบาดแผล ความโกรธทั้งหมดในใจของนางก็มลายหายไป เหลือเพียงความกังวลและความห่วงใย

“ท่านแม่ทัพ! ท่านเป็นอย่างไรบ้างเจ้าคะ!” ซูหนิงหนิงรีบคุกเข่าลงข้างกายเขา มองบาดแผลที่ไหล่ของเขาอย่างรวดเร็ว

หลี่เหวินเจี๋ยกัดฟันแน่น ใบหน้าซีดเผือดด้วยความเจ็บปวด “ข้า...ไม่เป็นไร”

“ไม่เป็นไรได้อย่างไร! แผลลึกถึงเพียงนี้!” ซูหนิงหนิงรีบฉีกชายเสื้อของตนเองออก พยายามห้ามเลือดอย่างรวดเร็ว มือของนางสั่นเล็กน้อยด้วยความกังวล

หลี่เหวินเจี๋ยมองดูนางที่กำลังปฐมพยาบาลให้เขาอย่างเร่งรีบ สายตาของนางเต็มไปด้วยความเป็นห่วงอย่างแท้จริง มิได้มีการเสแสร้งแกล้งทำใดๆ

“ท่านแม่ทัพ! ศัตรูบุกเข้ามาแล้วขอรับ!” เสียงของทหารนายหนึ่งดังขึ้น

หลี่เหวินเจี๋ยพยายามลุกขึ้น แต่ซูหนิงหนิงจับแขนเขาไว้แน่น “ท่านอย่าเพิ่งลุกเจ้าค่ะ! บาดแผลของท่านยังต้องได้รับการรักษาอย่างเร่งด่วน!”

“ข้ามิอาจทอดทิ้งสนามรบได้!” หลี่เหวินเจี๋ยกล่าวอย่างดื้อรั้น

“ท่านจะทำหน้าที่ได้อย่างไรหากท่านสิ้นสติไป!” ซูหนิงหนิงเอ่ยเสียงเข้ม “โปรดไว้ใจข้า! ข้าจะทำแผลให้ท่านอย่างรวดเร็วที่สุด!”

ในที่สุด หลี่เหวินเจี๋ยก็ยอมนั่งลงให้ซูหนิงหนิงรักษาแผลให้ เขาจ้องมองใบหน้าของนางที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่นและจริงจัง เขารู้สึกถึงความเชื่อใจที่ก่อตัวขึ้นในใจอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

ในอีกมุมหนึ่งของสนามรบ มู่หลัน กำลังคอยช่วยเหลือทหารที่บาดเจ็บและพยายามช่วยซูหนิงหนิงเท่าที่จะทำได้ กงซุนหมิง ผู้ซึ่งตามมาสมทบด้วยความเป็นห่วง ได้เข้าช่วยเหลือมู่หลันอย่างเต็มกำลัง

“มู่หลัน! เจ้าปลอดภัยหรือไม่!” กงซุนหมิงร้องถาม ขณะที่เขาปัดป้องคมดาบจากทหารศัตรูให้มู่หลัน

“ข้าปลอดภัยดีเจ้าค่ะหมิงเอ๋อร์” มู่หลันตอบด้วยน้ำเสียงหอบเหนื่อย “แต่ทหารบาดเจ็บกันมากเหลือเกิน!”

“พวกเราจะช่วยกัน” กงซุนหมิงกล่าวอย่างเด็ดเดี่ยว “เจ้าคอยดูแลพวกเขา ข้าจะช่วยปัดเป่าศัตรูให้”

กงซุนหมิงเข้าปะทะกับทหารศัตรูอย่างกล้าหาญ แม้เขาจะมิได้เป็นนักรบที่เก่งกาจเท่าหลี่เหวินเจี๋ย แต่เขาก็สู้เพื่อปกป้องมู่หลันและช่วยเหลือผู้คนอย่างเต็มที่ มู่หลันมองกงซุนหมิงด้วยความรู้สึกที่เปี่ยมล้นไปด้วยความซาบซึ้งใจและความรักที่มิอาจเอ่ยออกมาได้

ความรักของทั้งคู่เบ่งบานท่ามกลางควันไฟและเสียงดาบ เติบโตขึ้นจากความห่วงใยและความเสียสละให้แก่กันและกัน

ในที่สุด การต่อสู้ก็ยุติลง กองทัพของต้าเหลียงสามารถขับไล่ทัพศัตรูออกไปได้สำเร็จ แต่ก็ต้องแลกมาด้วยความสูญเสียอย่างหนัก

หลี่เหวินเจี๋ยที่บาดเจ็บถูกนำตัวกลับไปยังค่าย ซูหนิงหนิงยังคงอยู่ดูแลอาการของเขาไม่ห่าง มู่หลันและกงซุนหมิงก็คอยช่วยเหลือและดูแลทหารที่บาดเจ็บคนอื่นๆ

ภายในกระโจมพยาบาลชั่วคราว ซูหนิงหนิงกำลังเปลี่ยนผ้าพันแผลให้หลี่เหวินเจี๋ยอย่างเบามือ บาดแผลของเขายังคงปวดร้าว แต่เขากลับไม่ปริปากบ่นเลยแม้แต่น้อย

“บาดแผลของท่านยังคงต้องพักผ่อนมากเจ้าค่ะ” ซูหนิงหนิงกล่าวด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงกว่าปกติ “ท่านควรจะพักผ่อนให้มาก”

หลี่เหวินเจี๋ยเงยหน้าขึ้นมองนาง ดวงตาของเขาฉายแววที่อ่อนโยนลงอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน “เจ้า...มิได้เป็นสายลับอย่างที่ข้าสงสัย” เขาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา

คำพูดของเขาทำให้ซูหนิงหนิงรู้สึกเหมือนมีกระแสไฟฟ้าแล่นไปทั่วร่าง นางเงยหน้าขึ้นสบตาเขา ดวงตาของนางเต็มไปด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ทั้งโล่งใจ เสียใจ และ...ความเข้าใจ

“ข้าไม่เคยเป็นเจ้าค่ะ” ซูหนิงหนิงตอบ น้ำเสียงของนางสั่นเครือเล็กน้อย “ข้าเพียงต้องการทำหน้าที่ของข้า”

“ข้า...ขออภัยที่สงสัยเจ้า” หลี่เหวินเจี๋ยกล่าว เขาไม่เคยขอโทษใครมาก่อนในชีวิต แต่กับซูหนิงหนิง เขากลับรู้สึกว่าคำขอโทษนี้ออกมาจากใจจริง

ซูหนิงหนิงมองเขา ดวงตาของนางเต็มไปด้วยน้ำตา “ข้าเข้าใจเจ้าค่ะ ท่านทำหน้าที่ของท่าน”

มือของหลี่เหวินเจี๋ยค่อยๆ เอื้อมไปวางบนมือของซูหนิงหนิงที่กำลังพันผ้าพันแผลให้เขา สัมผัสที่แผ่วเบานั้นทำให้ใจของซูหนิงหนิงเต้นรัว

ความสัมพันธ์ของคนทั้งสอง... กำลังก้าวข้ามผ่านความสงสัยและความไม่ไว้วางใจ และกำลังเริ่มก่อร่างสร้างขึ้นจากความเข้าใจและความเชื่อใจที่เพิ่งเกิดขึ้น

แม่ทัพผู้ไม่เคยสนใจหญิงใด บัดนี้กำลังจับจ้องไปยังหญิงสาวที่กล้าขึ้นเสียงและสบตาเขาอย่างไม่เกรงกลัว และใจของเขาก็กำลังเปิดรับนางเข้ามาช้าๆ

แต่เส้นทางข้างหน้ายังอีกยาวไกล สงครามยังไม่จบสิ้น และภัยคุกคามจากขุนนางกบฏก็ยังคงแฝงตัวอยู่ในเงามืด... ความรักที่เพิ่งจะเริ่มผลิบานนี้ จะสามารถยืนหยัดท่ามกลางพายุแห่งสงครามและการเมืองได้หรือไม่?

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • หนึ่งใจใต้ธงศึก   ตอนที่ 51 ข้าจะรักเจ้า…แม้ในวันที่ข้าถูกขัง

    แสงอรุณยามเช้าสาดส่องต้องพระราชวังหลวงที่บัดนี้กลับคืนสู่ความสงบสุข หลังมหาสงครามครั้งยิ่งใหญ่ได้ผ่านพ้นไป อ๋องพิทักษ์แผ่นดิน หลี่เหวินเจี๋ย และ พระชายาซูหนิงหนิง ต่างใช้ชีวิตอย่างมีความสุขท่ามกลางความรักที่เบ่งบาน แต่ความสงบสุขนั้นช่างสั้นนัก เพราะภัยคุกคามที่แท้จริงหาได้มาจากสนามรบภายนอก หากแต่มาจากเงามืดภายในราชสำนักเองหลังจากที่ หลี่เหวินเจี๋ย ได้ประกาศเชิดชู ซูหนิงหนิง ต่อหน้าเหล่าขุนนาง ทำให้บางคนไม่พอใจในความสามารถและอิทธิพลของหลี่เหวินเจี๋ยที่นับวันยิ่งมีมากขึ้น พวกเขาจึงเริ่มวางแผนการร้ายเพื่อกำจัดหลี่เหวินเจี๋ยให้พ้นจากเส้นทางอำนาจเช้าวันหนึ่ง บรรยากาศในท้องพระโรงกลับมาตึงเครียดอีกครั้ง องค์ฮ่องเต้ ประทับอยู่บนบัลลังก์ทองคำ ใบหน้าของพระองค์เคร่งขรึมกว่าครั้งใดๆ เหล่าขุนนางน้อยใหญ่ต่างยืนเรียงรายด้วยสีหน้ากังวล“หลี่เหวินเจี๋ย! เจ้ามีความผิด!” องค์ฮ่องเต้ตรัสด้วยพระสุรเสียงก้องกังวาน “มีผู้ร้องเรียนว่าเจ้าได้แอบสะสมกำลังพลและอาวุธยุทโธปกรณ์อย่างลับๆ หมายก่อการกบฏ!”คำประกาศขององค์ฮ่องเต้สร้างความตกตะลึงแก่ทุกคนในท้องพระโ

  • หนึ่งใจใต้ธงศึก   ตอนที่ 50 ข้างข้า…ที่ไม่ใช่ข้างหลัง

    แสงอรุณยามเช้าสาดส่องต้องพระราชวังหลวงที่บัดนี้กลับมาคึกคักและเปี่ยมด้วยชีวิตชีวาอีกครั้ง หลังมหาสงครามที่ทำให้แผ่นดินต้าเหลียงสั่นสะเทือนได้สิ้นสุดลงด้วยชัยชนะอันยิ่งใหญ่ของ อ๋องพิทักษ์แผ่นดิน หลี่เหวินเจี๋ย และการปรากฏตัวของ พระชายาซูหนิงหนิง ผู้เป็นดั่งดวงใจของเขาสองวันหลังจากการกลับสู่เมืองหลวง หลี่เหวินเจี๋ย ได้รับราชโองการให้เข้าเฝ้า องค์ฮ่องเต้ เพื่อปรึกษาราชกิจสำคัญที่รออยู่เบื้องหน้าเกี่ยวกับฟื้นฟูบ้านเมือง หลังความเสียหายจากสงครามครั้งใหญ่ภายในจวนของอ๋อง บรรยากาศยังคงอบอวลด้วยความสุขที่หวนคืนมา ซูหนิงหนิง กำลังจัดเตรียมชุดขุนนางให้หลี่เหวินเจี๋ยด้วยมือของนางเอง ใบหน้าของนางยังคงมีร่องรอยความอ่อนล้า แต่แววตาเต็มไปด้วยความรักและความห่วงใย“ท่านอ๋อง…บาดแผลของท่านยังไม่หายสนิทดีนะเจ้าคะ” ซูหนิงหนิงเอ่ยด้วยน้ำเสียงแผ่ว “ท่านควรจะพักผ่อนให้มากกว่านี้”หลี่เหวินเจี๋ยหันมามองนาง ดวงตาคู่คมกริบของเขาเต็มไปด้วยความรักที่ลึกซึ้ง เขาจับมือของนางแน่น “แผลกายนั้นเล็กน้อยนักซูหนิงหนิง แต่แผลใจที่ข้าเคยมี…เจ้าเป็นผู้รักษาให้หายดี”คำพูดของเขาทำให้ซูหนิ

  • หนึ่งใจใต้ธงศึก   ตอนที่ 49 ศึกจบ…แต่ข้าจะไม่ปล่อยมือเจ้า

    เสียงแตรศึกที่เคยดังก้องไปทั่วแผ่นดินบัดนี้เงียบสงัดลงแล้ว เหลือเพียงเสียงลมที่พัดผ่านยอดไม้และเสียงนกร้องขับขาน บ่งบอกถึงความสงบสุขที่หวนคืนมาสู่ต้าเหลียงอีกครั้ง หลังมหาสงครามครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดจบลงด้วยชัยชนะอันงดงามของกองทัพ อ๋องพิทักษ์แผ่นดิน หลี่เหวินเจี๋ยณ สนามรบที่เคยเต็มไปด้วยคราบเลือดและซากศพ บัดนี้ถูกทำความสะอาดและจัดระเบียบใหม่ เหล่าทหารของต้าเหลียงที่รอดชีวิตต่างพากันกลับมารวมตัวกันด้วยใบหน้าอิดโรย แต่แววตาเต็มไปด้วยความภาคภูมิใจในชัยชนะอันยิ่งใหญ่ และความยินดีที่ได้กลับมามีชีวิตอีกครั้งหลี่เหวินเจี๋ย ยืนตระหง่านอยู่กลางสนามรบที่เงียบสงัด ชุดเกราะของเขาเต็มไปด้วยรอยบุบและคราบเลือดที่แห้งกรัง ใบหน้าคมคายของเขาซีดเซียวจากความเหนื่อยล้าและบาดแผลที่ยังไม่หายสนิทดี แต่ดวงตาคู่คมกริบกลับฉายแววความสุขที่มิอาจปิดบังได้ เมื่อเขามองไปยัง ซูหนิงหนิง ที่กำลังเดินเข้ามาใกล้ซูหนิงหนิงในชุดหมอศึกที่เรียบง่ายแต่เปื้อนคราบเขม่าดินและโลหิต เดินเข้ามาหาหลี่เหวินเจี๋ยอย่างช้าๆ ใบหน้าของนางยังคงซีดเซียวและอ่อนล้า แต่ดวงตาคู่กลมโตเรียวรีกลับฉายแววความรักที่ลึกซึ้งและโล

  • หนึ่งใจใต้ธงศึก   ตอนที่ 48 ศึกหัวใจ…สำคัญไม่แพ้ศึกสงคราม

    แสงจันทร์นวลผ่องสาดส่องลงมายังเมืองหลวงต้าเหลียงที่บัดนี้กลับคืนสู่ความสงบสุข หลังชัยชนะอันยิ่งใหญ่ในศึกสมรภูมิเหนือ แคว้นอริ แต่ในใจของทั้ง หลี่เหวินเจี๋ย และ ซูหนิงหนิง ความสงบนั้นยังห่างไกลนัก ค่ำคืนนี้เป็นคืนก่อนวันอภิเษกสมรส คืนที่ควรเต็มไปด้วยความยินดี ทว่ากลับเต็มไปด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อนและยังมิได้ถูกปลดเปลื้องภายในห้องส่วนตัวที่ตกแต่งอย่างงดงามในจวนของแม่ทัพ ซูหนิงหนิงนั่งอยู่ริมหน้าต่าง มองไปยังดวงจันทร์ที่ลอยเด่นอยู่บนฟากฟ้า ใบหน้าของนางยังคงซีดเซียวจากความเหนื่อยล้าและบาดแผลที่ยังไม่หายสนิทดี แต่ดวงตาคู่กลมโตเรียวรีกลับฉายแววครุ่นคิดลึกซึ้งเธอนึกย้อนถึงคำขอแต่งงานของหลี่เหวินเจี๋ยเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา คำขอที่เปี่ยมด้วยความรักและความจริงใจ คำขอที่ทำให้หัวใจของเธอเต้นรัวอย่างบ้าคลั่ง แต่ในขณะเดียวกัน ภาพของครอบครัวที่พังทลาย ความเจ็บปวดที่พ่อแม่ต้องเผชิญ และความแค้นที่เคยกัดกินใจ ก็ยังคงฉายชัดขึ้นมาในห้วงความคิด ความรู้สึกผิดบาปยังคงตามหลอกหลอน“หนิงหนิง…เจ้ายังไม่นอนอีกหรือ” เสียงนุ่มนวลของ มู่หลัน ดังขึ้น มู่หลันเดินเข้ามาพร้อมถ้วยชาอุ่นๆ วางลงบ

  • หนึ่งใจใต้ธงศึก   ตอนที่ 47 ข้าคือขุนศึก…และข้าคือของเจ้า

    แสงอรุณยามเช้าสาดส่องต้องผืนดินต้าเหลียงที่บัดนี้กลับคืนสู่ความสงบสุขอีกครั้ง หลังจากการปราบปรามกองทัพแคว้นอริได้สำเร็จ ชัยชนะที่ยิ่งใหญ่มาถึงแล้ว แต่บาดแผลจากสงครามยังคงฝากฝังไว้ในจิตใจของผู้คน และบาดแผลในใจของ หลี่เหวินเจี๋ย นั้นลึกซึ้งเกินกว่าจะเยียวยาได้ง่ายๆหลังจาก ซูหนิงหนิง หายตัวไปในสมรภูมิ หลี่เหวินเจี๋ยใช้เวลาหลายวันหลายคืนในการค้นหานางอย่างบ้าคลั่ง ทว่าก็ไม่พบร่องรอยใดๆ เลย ความสิ้นหวังกัดกินหัวใจของเขา จนกระทั่งเขาได้รับข่าวดีดุจสายฝนกลางทะเลทราย…ว่าซูหนิงหนิงปลอดภัยและได้ไปปรากฏตัวที่หมู่บ้านเล็กๆ แห่งหนึ่งทางตอนใต้ของเมืองหลวง โดยมี มู่หลัน และ กงซุนหมิง คอยอยู่เคียงข้าง และที่สำคัญ...เด็กหญิงที่ซูหนิงหนิงช่วยชีวิตไว้ก็ปลอดภัยดีเช่นกันภายในเรือนพักรับรองในหมู่บ้านเล็กๆ แห่งหนึ่งทางตอนใต้ของเมืองหลวง แสงเทียนสลัวๆ ส่องต้องใบหน้าซีดเซียวของซูหนิงหนิงที่นอนหลับใหลอยู่บนเตียงไม้ นางยังคงอ่อนเพลียจากการบาดเจ็บและเหตุการณ์ที่ผ่านมา แต่ลมหายใจก็เริ่มสม่ำเสมอแล้วหลี่เหวิน

  • หนึ่งใจใต้ธงศึก   ตอนที่ 46: ข้าชนะ…แต่ถ้าไม่มีเจ้า ข้าพ่าย

    เสียงกลองศึกที่เคยดังกึกก้องบัดนี้เงียบสงัดลง เหลือเพียงเสียงลมที่พัดพาความเงียบงันและกลิ่นคาวเลือดไปทั่วสมรภูมิ ร่างของ หลี่เหวินเจี๋ย แม่ทัพใหญ่ผู้เจนศึก นอนหายใจรวยรินอยู่บนพื้นดิน ดวงตาคู่คมกริบเบิกกว้างด้วยความหวาดกลัวและเจ็บปวดอย่างที่สุด ภาพของ ซูหนิงหนิง ที่ถูกคมดาบฟันเข้าที่แผ่นหลังและร่างที่ถูกกลืนหายไปในกลุ่มควัน ยังคงติดตรึงในห้วงความคิดของเขา เขาพยายามจะลุกขึ้นวิ่งตามไปช่วยนาง แต่ร่างกายของเขาไม่อำนวย บาดแผลจากพิษและคมดาบที่ได้รับมาจากการต่อสู้ ทำให้เขาอ่อนแรงจนไม่อาจขยับได้ เขาทำได้เพียงนอนมองไปในทิศทางที่นางหายไป ด้วยหัวใจที่ปวดร้าวแทบขาดใจ“ซูหนิงหนิง! ไม่นะซูหนิงหนิง!” หลี่เหวินเจี๋ยตะโกนสุดเสียง น้ำตาไหลรินลงมาอย่างเงียบๆ นี่คือชัยชนะที่แลกมาด้วยความสูญเสียที่ไม่อาจประเมินค่าได้ ชัยชนะที่ไร้ซึ่งความหมายหากไม่มีนางอยู่เคียงข้างในขณะที่หลี่เหวินเจี๋ยกำลังจมอยู่กับความเจ็บปวด หลิวหรง รองแม่ทัพคนสนิทรีบรุดเข้ามาหาเขาด้วยใบหน้าตื่นตระหนก “ท่านแม่ทัพ! ท่านเป็นอะไรมากหรือไม่ขอรับ!”

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status