Beranda / รักโบราณ / หนึ่งใจใต้ธงศึก / ตอนที่ 5 แม่ทัพ…กับหญิงที่กล้าสบตา

Share

ตอนที่ 5 แม่ทัพ…กับหญิงที่กล้าสบตา

last update Tanggal publikasi: 2025-08-26 11:16:23

เปลวเพลิงแห่งสงครามกำลังโหมกระหน่ำ แคว้นอริได้เปิดฉากโจมตีชายแดนตะวันออกอย่างไม่รีรอ เสียงกลองศึกดังกึกก้องไปทั่วท้องฟ้า เมืองชายแดนที่เคยสงบสุขบัดนี้กลายเป็นสมรภูมิเลือด เหล่าทหารของต้าเหลียงเข้าปะทะกับศัตรูอย่างดุเดือดท่ามกลางห่าธนูและคมดาบที่สาดซัด

ซูหนิงหนิง ยืนอยู่ท่ามกลางความอลหม่านของสนามรบ ใบหน้าของนางเปื้อนคราบเขม่าดินและโลหิต เสียงหวีดหวิวของลูกธนูที่เฉียดผ่านหูไปไม่ได้ทำให้นางหวาดกลัว นางก้มลงปฐมพยาบาลทหารที่บาดเจ็บอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย มือที่เรียวสวยบัดนี้เต็มไปด้วยบาดแผลจากการทำงานหนัก แสงแห่งความมุ่งมั่นและความเมตตายังคงส่องประกายในดวงตาของนาง

หลี่เหวินเจี๋ย แม่ทัพใหญ่ผู้บัญชาการรบอยู่เบื้องหน้า มองเห็นการกระทำของซูหนิงหนิงทุกฝีก้าว เขากำลังต่อสู้อย่างดุเดือดกับขุนพลแคว้นอริ กระบี่ของเขาสาดประกายฟาดฟันศัตรูอย่างไม่ปรานี แต่ในขณะเดียวกัน สายตาของเขาก็มิอาจละจากร่างอรชรที่กำลังวิ่งไปมาระหว่างคมดาบและห่าลูกธนู เขาเห็นนางล้มลงเพื่อหลบคมกระบี่ที่พุ่งเข้าใส่เกือบพลาดท่า แต่แล้วนางก็ลุกขึ้นอย่างรวดเร็วและกลับไปช่วยเหลือทหารต่อ

“ท่านแม่ทัพ! ระวัง!” เสียงของ หลิวหรง ตะโกนเตือน หลี่เหวินเจี๋ยหันกลับไปรับคมดาบของขุนพลฝ่ายตรงข้ามที่ฟาดลงมาอย่างรุนแรง

การต่อสู้ดำเนินไปอย่างดุเดือด สองทัพปะทะกันอย่างไม่ลดละ เสียงร้องของความเจ็บปวดผสมผสานกับเสียงโลหะกระทบกัน ดุจเสียงบรรเลงแห่งความตาย ซูหนิงหนิงรับรู้ถึงความอ่อนล้าที่กัดกินร่าง แต่นางก็มิอาจหยุดพักได้ ทหารบาดเจ็บมีจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ จนเกินกำลังของนางเพียงลำพัง

ขณะที่ซูหนิงหนิงกำลังพยายามห้ามเลือดให้ทหารนายหนึ่งที่บาดเจ็บสาหัส ก็มีทหารฝ่ายศัตรูบุกเข้ามาใกล้ นางมองเห็นคมดาบที่สาดแสงวับวับวาวพุ่งตรงมายังตนเอง นางหลับตาลงอย่างช่วยไม่ได้ เตรียมพร้อมรับความเจ็บปวด

แต่แล้ว ร่างของนางก็ถูกกระชากออกไปอย่างรวดเร็ว นางลืมตาขึ้นมอง เห็นร่างสูงใหญ่ของหลี่เหวินเจี๋ยยืนบังอยู่เบื้องหน้า คมดาบของเขาฟาดฟันใส่ทหารศัตรูที่พุ่งเข้ามาหมายทำร้ายนางจนล้มลงไป

“เจ้าทำอะไรอยู่ตรงนี้!” หลี่เหวินเจี๋ยตวาดเสียงดัง ดวงตาคู่คมกริบมองนางด้วยความไม่พอใจ “นี่คือสนามรบ เจ้าควรจะอยู่ในที่ที่ปลอดภัย!”

ซูหนิงหนิงเงยหน้าขึ้นมองเขา ดวงตาของนางที่ปกติจะสงบเสงี่ยม บัดนี้เต็มไปด้วยความโกรธแค้นและความผิดหวัง นางทนกับความไม่เชื่อใจของเขามานานแล้ว นางทุ่มเททั้งแรงกายแรงใจเพื่อช่วยชีวิตทหารของเขา แต่เขากลับยังมองนางเป็นภาระ เป็นคนที่ไม่ควรอยู่ในสนามรบแห่งนี้

“ท่านแม่ทัพ!” ซูหนิงหนิง เอ่ยเสียงดังอย่างที่ไม่เคยทำมาก่อน น้ำเสียงของนางสั่นเครือแต่เต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยว “ท่านคิดว่าข้าต้องการจะอยู่ที่นี่หรือ! ข้ามิได้เป็นนักรบอย่างท่าน! แต่ในยามที่ชีวิตของทหารของท่านกำลังจะดับสิ้นไปต่อหน้าต่อตา ข้ามิอาจทนอยู่เฉยได้! ท่านมิได้เห็นหรือว่าพวกเขากำลังเจ็บปวดทรมานเพียงใด!”

หลี่เหวินเจี๋ยตกตะลึงกับคำพูดของนาง นี่เป็นครั้งแรกที่นางกล้าขึ้นเสียงใส่เขา กล้าสบตาเขาอย่างไม่เกรงกลัว ดวงตาของนางฉายแววเจ็บปวดและผิดหวังอย่างแท้จริง

“ข้ามิได้ต้องการสิ่งใดจากท่าน!” ซูหนิงหนิงกล่าวต่อ เสียงของนางเริ่มมีน้ำตาคลอ “ข้าเพียงต้องการช่วยเหลือผู้คนที่กำลังต้องการความช่วยเหลือ! ท่านไม่จำเป็นต้องมา ‘ปกป้อง’ ข้า ท่านควรจะไปทำหน้าที่ของท่าน!”

คำพูดของซูหนิงหนิงดังก้องในโสตประสาทของหลี่เหวินเจี๋ย เขามองหน้านางนิ่งนาน ความโกรธในใจของเขาค่อยๆ มลายหายไป ถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อนยากจะอธิบาย ความประหลาดใจ ความชื่นชม และ...ความเข้าใจ

ในชั่วขณะนั้นเอง ลูกธนูดอกหนึ่งก็พุ่งเข้ามาจากทิศทางที่ไม่มีใครคาดคิด และปักเข้าที่ไหล่ของหลี่เหวินเจี๋ยอย่างจัง

“ท่านแม่ทัพ!” หลิวหรงร้องขึ้นด้วยความตกใจ

ซูหนิงหนิงเบิกตากว้าง นางเห็นหลี่เหวินเจี๋ยล้มลงไป ทันทีที่เห็นเลือดสีแดงฉานไหลซึมออกมาจากบาดแผล ความโกรธทั้งหมดในใจของนางก็มลายหายไป เหลือเพียงความกังวลและความห่วงใย

“ท่านแม่ทัพ! ท่านเป็นอย่างไรบ้างเจ้าคะ!” ซูหนิงหนิงรีบคุกเข่าลงข้างกายเขา มองบาดแผลที่ไหล่ของเขาอย่างรวดเร็ว

หลี่เหวินเจี๋ยกัดฟันแน่น ใบหน้าซีดเผือดด้วยความเจ็บปวด “ข้า...ไม่เป็นไร”

“ไม่เป็นไรได้อย่างไร! แผลลึกถึงเพียงนี้!” ซูหนิงหนิงรีบฉีกชายเสื้อของตนเองออก พยายามห้ามเลือดอย่างรวดเร็ว มือของนางสั่นเล็กน้อยด้วยความกังวล

หลี่เหวินเจี๋ยมองดูนางที่กำลังปฐมพยาบาลให้เขาอย่างเร่งรีบ สายตาของนางเต็มไปด้วยความเป็นห่วงอย่างแท้จริง มิได้มีการเสแสร้งแกล้งทำใดๆ

“ท่านแม่ทัพ! ศัตรูบุกเข้ามาแล้วขอรับ!” เสียงของทหารนายหนึ่งดังขึ้น

หลี่เหวินเจี๋ยพยายามลุกขึ้น แต่ซูหนิงหนิงจับแขนเขาไว้แน่น “ท่านอย่าเพิ่งลุกเจ้าค่ะ! บาดแผลของท่านยังต้องได้รับการรักษาอย่างเร่งด่วน!”

“ข้ามิอาจทอดทิ้งสนามรบได้!” หลี่เหวินเจี๋ยกล่าวอย่างดื้อรั้น

“ท่านจะทำหน้าที่ได้อย่างไรหากท่านสิ้นสติไป!” ซูหนิงหนิงเอ่ยเสียงเข้ม “โปรดไว้ใจข้า! ข้าจะทำแผลให้ท่านอย่างรวดเร็วที่สุด!”

ในที่สุด หลี่เหวินเจี๋ยก็ยอมนั่งลงให้ซูหนิงหนิงรักษาแผลให้ เขาจ้องมองใบหน้าของนางที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่นและจริงจัง เขารู้สึกถึงความเชื่อใจที่ก่อตัวขึ้นในใจอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

ในอีกมุมหนึ่งของสนามรบ มู่หลัน กำลังคอยช่วยเหลือทหารที่บาดเจ็บและพยายามช่วยซูหนิงหนิงเท่าที่จะทำได้ กงซุนหมิง ผู้ซึ่งตามมาสมทบด้วยความเป็นห่วง ได้เข้าช่วยเหลือมู่หลันอย่างเต็มกำลัง

“มู่หลัน! เจ้าปลอดภัยหรือไม่!” กงซุนหมิงร้องถาม ขณะที่เขาปัดป้องคมดาบจากทหารศัตรูให้มู่หลัน

“ข้าปลอดภัยดีเจ้าค่ะหมิงเอ๋อร์” มู่หลันตอบด้วยน้ำเสียงหอบเหนื่อย “แต่ทหารบาดเจ็บกันมากเหลือเกิน!”

“พวกเราจะช่วยกัน” กงซุนหมิงกล่าวอย่างเด็ดเดี่ยว “เจ้าคอยดูแลพวกเขา ข้าจะช่วยปัดเป่าศัตรูให้”

กงซุนหมิงเข้าปะทะกับทหารศัตรูอย่างกล้าหาญ แม้เขาจะมิได้เป็นนักรบที่เก่งกาจเท่าหลี่เหวินเจี๋ย แต่เขาก็สู้เพื่อปกป้องมู่หลันและช่วยเหลือผู้คนอย่างเต็มที่ มู่หลันมองกงซุนหมิงด้วยความรู้สึกที่เปี่ยมล้นไปด้วยความซาบซึ้งใจและความรักที่มิอาจเอ่ยออกมาได้

ความรักของทั้งคู่เบ่งบานท่ามกลางควันไฟและเสียงดาบ เติบโตขึ้นจากความห่วงใยและความเสียสละให้แก่กันและกัน

ในที่สุด การต่อสู้ก็ยุติลง กองทัพของต้าเหลียงสามารถขับไล่ทัพศัตรูออกไปได้สำเร็จ แต่ก็ต้องแลกมาด้วยความสูญเสียอย่างหนัก

หลี่เหวินเจี๋ยที่บาดเจ็บถูกนำตัวกลับไปยังค่าย ซูหนิงหนิงยังคงอยู่ดูแลอาการของเขาไม่ห่าง มู่หลันและกงซุนหมิงก็คอยช่วยเหลือและดูแลทหารที่บาดเจ็บคนอื่นๆ

ภายในกระโจมพยาบาลชั่วคราว ซูหนิงหนิงกำลังเปลี่ยนผ้าพันแผลให้หลี่เหวินเจี๋ยอย่างเบามือ บาดแผลของเขายังคงปวดร้าว แต่เขากลับไม่ปริปากบ่นเลยแม้แต่น้อย

“บาดแผลของท่านยังคงต้องพักผ่อนมากเจ้าค่ะ” ซูหนิงหนิงกล่าวด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงกว่าปกติ “ท่านควรจะพักผ่อนให้มาก”

หลี่เหวินเจี๋ยเงยหน้าขึ้นมองนาง ดวงตาของเขาฉายแววที่อ่อนโยนลงอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน “เจ้า...มิได้เป็นสายลับอย่างที่ข้าสงสัย” เขาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา

คำพูดของเขาทำให้ซูหนิงหนิงรู้สึกเหมือนมีกระแสไฟฟ้าแล่นไปทั่วร่าง นางเงยหน้าขึ้นสบตาเขา ดวงตาของนางเต็มไปด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ทั้งโล่งใจ เสียใจ และ...ความเข้าใจ

“ข้าไม่เคยเป็นเจ้าค่ะ” ซูหนิงหนิงตอบ น้ำเสียงของนางสั่นเครือเล็กน้อย “ข้าเพียงต้องการทำหน้าที่ของข้า”

“ข้า...ขออภัยที่สงสัยเจ้า” หลี่เหวินเจี๋ยกล่าว เขาไม่เคยขอโทษใครมาก่อนในชีวิต แต่กับซูหนิงหนิง เขากลับรู้สึกว่าคำขอโทษนี้ออกมาจากใจจริง

ซูหนิงหนิงมองเขา ดวงตาของนางเต็มไปด้วยน้ำตา “ข้าเข้าใจเจ้าค่ะ ท่านทำหน้าที่ของท่าน”

มือของหลี่เหวินเจี๋ยค่อยๆ เอื้อมไปวางบนมือของซูหนิงหนิงที่กำลังพันผ้าพันแผลให้เขา สัมผัสที่แผ่วเบานั้นทำให้ใจของซูหนิงหนิงเต้นรัว

ความสัมพันธ์ของคนทั้งสอง... กำลังก้าวข้ามผ่านความสงสัยและความไม่ไว้วางใจ และกำลังเริ่มก่อร่างสร้างขึ้นจากความเข้าใจและความเชื่อใจที่เพิ่งเกิดขึ้น

แม่ทัพผู้ไม่เคยสนใจหญิงใด บัดนี้กำลังจับจ้องไปยังหญิงสาวที่กล้าขึ้นเสียงและสบตาเขาอย่างไม่เกรงกลัว และใจของเขาก็กำลังเปิดรับนางเข้ามาช้าๆ

แต่เส้นทางข้างหน้ายังอีกยาวไกล สงครามยังไม่จบสิ้น และภัยคุกคามจากขุนนางกบฏก็ยังคงแฝงตัวอยู่ในเงามืด... ความรักที่เพิ่งจะเริ่มผลิบานนี้ จะสามารถยืนหยัดท่ามกลางพายุแห่งสงครามและการเมืองได้หรือไม่?

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • หนึ่งใจใต้ธงศึก   ตอนที่ 53 ราตรีแห่งนิรันดร์ (NC)

    ในคืนนั้น หลี่เหวินเจี๋ยและซูหนิงหนิงยืนอยู่บนระเบียงห้องพักในจวนของอ๋อง แสงจันทร์สาดส่องต้องร่างของคนทั้งคู่ ทำให้เห็นเงาของพวกเขาที่ทาบทับกันเป็นหนึ่งเดียว“ท่านอ๋อง…หม่อมฉันยังรู้สึกเหมือนฝันไปเลยเจ้าค่ะ” ซูหนิงหนิงเอ่ยเสียงแผ่ว “ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้น…มันเหมือนความฝัน”หลี่เหวินเจี๋ยหันมามองนาง ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความรักที่ลึกซึ้ง เขาโอบกอดนางแน่น “นี่มิใช่ความฝันซูหนิงหนิง…นี่คือความจริง…ความจริงที่ว่าเราได้อยู่เคียงข้างกันแล้ว”“ข้าขอขอบพระทัยท่านอ๋อง…ที่มอบความรักและความสุขให้หม่อมฉันมากถึงเพียงนี้เจ้าค่ะ” ซูหนิงหนิงกล่าวหลี่เหวินเจี๋ยยิ้มบางๆ “เจ้ามิจำเป็นต้องขอบใจข้าซูหนิงหนิง…เจ้าคือของข้า…และข้าจะเป็นของเจ้าตลอดไป”เขาจุมพิตหน้าผากของนางอย่างแผ่วเบา “เจ้าคือข้าทั้งชีวิตซูหนิงหนิง…และข้าจะรักเจ้าตลอดไป”เมื่อสิ้นคำพูด หลี่เหวินเจี๋ยก็โน้มตัวลงจุมพิตริมฝีปากของนางอย่างอ่อนโยนในคราแรก แต่เมื่อนางตอบรั

  • หนึ่งใจใต้ธงศึก   ตอนที่ 52: เขาจุมพิตเธอเบื้องหน้าขุนนาง

    แสงอรุณทอประกายเหนือพระราชวังหลวง บัดนี้กลับคืนสู่ความสงบสุขอย่างแท้จริง หลังจากการเปิดโปง ท่านราชครู ผู้บงการอยู่เบื้องหลังการใส่ร้าย อ๋องพิทักษ์แผ่นดิน หลี่เหวินเจี๋ย และเหตุการณ์วุ่นวายต่างๆ แผ่นดินต้าเหลียงได้เริ่มต้นบทใหม่แห่งความรุ่งเรืองภายใต้การปกครองของ องค์ฮ่องเต้ ผู้เปี่ยมด้วยพระปรีชาสามารถ และการสนับสนุนจาก หลี่เหวินเจี๋ย วีรบุรุษผู้กล้าหาญ ที่บัดนี้มี พระชายาซูหนิงหนิง เคียงข้างเช้าวันนั้น ท้องพระโรงหลวงเต็มไปด้วยเหล่าขุนนางน้อยใหญ่ที่มารวมตัวกัน เพื่อปรึกษาราชกิจสำคัญเกี่ยวกับการฟื้นฟูบ้านเมืองหลังสงคราม และการแต่งตั้งตำแหน่งขุนนางใหม่ ภายใต้บรรยากาศที่อบอุ่นและเปี่ยมด้วยความหวังหลี่เหวินเจี๋ย ในชุดขุนนางเต็มยศดูสง่างามและน่าเกรงขาม ใบหน้าคมคายของเขาฉายแววความสุขที่มิอาจปิดบังได้ เขายืนอยู่เบื้องหน้าพระพักตร์ องค์ฮ่องเต้ อย่างมั่นคงซูหนิงหนิง ในชุดผ้าไหมสีชมพูอ่อนที่เรียบง่ายแต่แฝงไว้ด้วยความสง่างาม ยืนอยู่ข้างกายเขาอย่างมั่นใจ ดวงตาคู่กลมโตเรียวรีฉายแววความสุขและภาคภูมิใจ“ขอเดชะฝ่าบาท!” หลี่เหวินเจี๋ยคุกเข่าลงถวายบังคม “กระหม่อมหลี่เหวิ

  • หนึ่งใจใต้ธงศึก   ตอนที่ 51 ข้าจะรักเจ้า…แม้ในวันที่ข้าถูกขัง

    แสงอรุณยามเช้าสาดส่องต้องพระราชวังหลวงที่บัดนี้กลับคืนสู่ความสงบสุข หลังมหาสงครามครั้งยิ่งใหญ่ได้ผ่านพ้นไป อ๋องพิทักษ์แผ่นดิน หลี่เหวินเจี๋ย และ พระชายาซูหนิงหนิง ต่างใช้ชีวิตอย่างมีความสุขท่ามกลางความรักที่เบ่งบาน แต่ความสงบสุขนั้นช่างสั้นนัก เพราะภัยคุกคามที่แท้จริงหาได้มาจากสนามรบภายนอก หากแต่มาจากเงามืดภายในราชสำนักเองหลังจากที่ หลี่เหวินเจี๋ย ได้ประกาศเชิดชู ซูหนิงหนิง ต่อหน้าเหล่าขุนนาง ทำให้บางคนไม่พอใจในความสามารถและอิทธิพลของหลี่เหวินเจี๋ยที่นับวันยิ่งมีมากขึ้น พวกเขาจึงเริ่มวางแผนการร้ายเพื่อกำจัดหลี่เหวินเจี๋ยให้พ้นจากเส้นทางอำนาจเช้าวันหนึ่ง บรรยากาศในท้องพระโรงกลับมาตึงเครียดอีกครั้ง องค์ฮ่องเต้ ประทับอยู่บนบัลลังก์ทองคำ ใบหน้าของพระองค์เคร่งขรึมกว่าครั้งใดๆ เหล่าขุนนางน้อยใหญ่ต่างยืนเรียงรายด้วยสีหน้ากังวล“หลี่เหวินเจี๋ย! เจ้ามีความผิด!” องค์ฮ่องเต้ตรัสด้วยพระสุรเสียงก้องกังวาน “มีผู้ร้องเรียนว่าเจ้าได้แอบสะสมกำลังพลและอาวุธยุทโธปกรณ์อย่างลับๆ หมายก่อการกบฏ!”คำประกาศขององค์ฮ่องเต้สร้างความตกตะลึงแก่ทุกคนในท้องพระโ

  • หนึ่งใจใต้ธงศึก   ตอนที่ 50 ข้างข้า…ที่ไม่ใช่ข้างหลัง

    แสงอรุณยามเช้าสาดส่องต้องพระราชวังหลวงที่บัดนี้กลับมาคึกคักและเปี่ยมด้วยชีวิตชีวาอีกครั้ง หลังมหาสงครามที่ทำให้แผ่นดินต้าเหลียงสั่นสะเทือนได้สิ้นสุดลงด้วยชัยชนะอันยิ่งใหญ่ของ อ๋องพิทักษ์แผ่นดิน หลี่เหวินเจี๋ย และการปรากฏตัวของ พระชายาซูหนิงหนิง ผู้เป็นดั่งดวงใจของเขาสองวันหลังจากการกลับสู่เมืองหลวง หลี่เหวินเจี๋ย ได้รับราชโองการให้เข้าเฝ้า องค์ฮ่องเต้ เพื่อปรึกษาราชกิจสำคัญที่รออยู่เบื้องหน้าเกี่ยวกับฟื้นฟูบ้านเมือง หลังความเสียหายจากสงครามครั้งใหญ่ภายในจวนของอ๋อง บรรยากาศยังคงอบอวลด้วยความสุขที่หวนคืนมา ซูหนิงหนิง กำลังจัดเตรียมชุดขุนนางให้หลี่เหวินเจี๋ยด้วยมือของนางเอง ใบหน้าของนางยังคงมีร่องรอยความอ่อนล้า แต่แววตาเต็มไปด้วยความรักและความห่วงใย“ท่านอ๋อง…บาดแผลของท่านยังไม่หายสนิทดีนะเจ้าคะ” ซูหนิงหนิงเอ่ยด้วยน้ำเสียงแผ่ว “ท่านควรจะพักผ่อนให้มากกว่านี้”หลี่เหวินเจี๋ยหันมามองนาง ดวงตาคู่คมกริบของเขาเต็มไปด้วยความรักที่ลึกซึ้ง เขาจับมือของนางแน่น “แผลกายนั้นเล็กน้อยนักซูหนิงหนิง แต่แผลใจที่ข้าเคยมี…เจ้าเป็นผู้รักษาให้หายดี”คำพูดของเขาทำให้ซูหนิ

  • หนึ่งใจใต้ธงศึก   ตอนที่ 49 ศึกจบ…แต่ข้าจะไม่ปล่อยมือเจ้า

    เสียงแตรศึกที่เคยดังก้องไปทั่วแผ่นดินบัดนี้เงียบสงัดลงแล้ว เหลือเพียงเสียงลมที่พัดผ่านยอดไม้และเสียงนกร้องขับขาน บ่งบอกถึงความสงบสุขที่หวนคืนมาสู่ต้าเหลียงอีกครั้ง หลังมหาสงครามครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดจบลงด้วยชัยชนะอันงดงามของกองทัพ อ๋องพิทักษ์แผ่นดิน หลี่เหวินเจี๋ยณ สนามรบที่เคยเต็มไปด้วยคราบเลือดและซากศพ บัดนี้ถูกทำความสะอาดและจัดระเบียบใหม่ เหล่าทหารของต้าเหลียงที่รอดชีวิตต่างพากันกลับมารวมตัวกันด้วยใบหน้าอิดโรย แต่แววตาเต็มไปด้วยความภาคภูมิใจในชัยชนะอันยิ่งใหญ่ และความยินดีที่ได้กลับมามีชีวิตอีกครั้งหลี่เหวินเจี๋ย ยืนตระหง่านอยู่กลางสนามรบที่เงียบสงัด ชุดเกราะของเขาเต็มไปด้วยรอยบุบและคราบเลือดที่แห้งกรัง ใบหน้าคมคายของเขาซีดเซียวจากความเหนื่อยล้าและบาดแผลที่ยังไม่หายสนิทดี แต่ดวงตาคู่คมกริบกลับฉายแววความสุขที่มิอาจปิดบังได้ เมื่อเขามองไปยัง ซูหนิงหนิง ที่กำลังเดินเข้ามาใกล้ซูหนิงหนิงในชุดหมอศึกที่เรียบง่ายแต่เปื้อนคราบเขม่าดินและโลหิต เดินเข้ามาหาหลี่เหวินเจี๋ยอย่างช้าๆ ใบหน้าของนางยังคงซีดเซียวและอ่อนล้า แต่ดวงตาคู่กลมโตเรียวรีกลับฉายแววความรักที่ลึกซึ้งและโล

  • หนึ่งใจใต้ธงศึก   ตอนที่ 48 ศึกหัวใจ…สำคัญไม่แพ้ศึกสงคราม

    แสงจันทร์นวลผ่องสาดส่องลงมายังเมืองหลวงต้าเหลียงที่บัดนี้กลับคืนสู่ความสงบสุข หลังชัยชนะอันยิ่งใหญ่ในศึกสมรภูมิเหนือ แคว้นอริ แต่ในใจของทั้ง หลี่เหวินเจี๋ย และ ซูหนิงหนิง ความสงบนั้นยังห่างไกลนัก ค่ำคืนนี้เป็นคืนก่อนวันอภิเษกสมรส คืนที่ควรเต็มไปด้วยความยินดี ทว่ากลับเต็มไปด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อนและยังมิได้ถูกปลดเปลื้องภายในห้องส่วนตัวที่ตกแต่งอย่างงดงามในจวนของแม่ทัพ ซูหนิงหนิงนั่งอยู่ริมหน้าต่าง มองไปยังดวงจันทร์ที่ลอยเด่นอยู่บนฟากฟ้า ใบหน้าของนางยังคงซีดเซียวจากความเหนื่อยล้าและบาดแผลที่ยังไม่หายสนิทดี แต่ดวงตาคู่กลมโตเรียวรีกลับฉายแววครุ่นคิดลึกซึ้งเธอนึกย้อนถึงคำขอแต่งงานของหลี่เหวินเจี๋ยเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา คำขอที่เปี่ยมด้วยความรักและความจริงใจ คำขอที่ทำให้หัวใจของเธอเต้นรัวอย่างบ้าคลั่ง แต่ในขณะเดียวกัน ภาพของครอบครัวที่พังทลาย ความเจ็บปวดที่พ่อแม่ต้องเผชิญ และความแค้นที่เคยกัดกินใจ ก็ยังคงฉายชัดขึ้นมาในห้วงความคิด ความรู้สึกผิดบาปยังคงตามหลอกหลอน“หนิงหนิง…เจ้ายังไม่นอนอีกหรือ” เสียงนุ่มนวลของ มู่หลัน ดังขึ้น มู่หลันเดินเข้ามาพร้อมถ้วยชาอุ่นๆ วางลงบ

  • หนึ่งใจใต้ธงศึก   ตอนที่ 45 ศึกสุดท้าย…รักครั้งสุดท้าย

    เสียงกลองศึกที่ดังกึกก้องยังคงกัมปนาทไปทั่วสมรภูมิทางเหนือ เลือดสีแดงฉานเจิ่งนองพื้นดินดุจสายน้ำ หลี่เหวินเจี๋ย แม่ทัพใหญ่ผู้เจนศึก นอนหายใจรวยรินอยู่บนพื้นดิน พิษร้ายจากลูกธนูและคมดาบกัดกินร่าง แผลที่ต้นขาและแผ่นหลังยังคงมีเลือดซึมออกมาไม่หยุดหย่อน ใบหน้าคมคายของเขาซีดเผือดราวกั

  • หนึ่งใจใต้ธงศึก   ตอนที่ 44 ข้าขอเลือกทั้งแผ่นดิน…และเจ้า

    ท้องพระโรงหลวงสว่างไสวด้วยแสงตะวันยามเช้า บรรยากาศยังคงอบอวลไปด้วยความยินดีจากการประกาศอภิเษกสมรสระหว่างแม่ทัพใหญ่ หลี่เหวินเจี๋ย กับ ซูหนิงหนิง บุตรีหมอหลวงผู้กล้าหาญ คำสาบานที่หลี่เหวินเจี๋ยกล่าวต่อหน้า องค์ฮ่องเต้ ยังคงดังก้องอยู่ในหัวใจของทุก

  • หนึ่งใจใต้ธงศึก   ตอนที่ 42 ข้าสั่งให้เจ้ามีชีวิต

    เสียงกลองศึกที่ดังกึกก้องยังคงสั่นสะเทือนไปทั่วสมรภูมิทางเหนือ เลือดสีแดงฉานเจิ่งนองพื้นดินดุจสายธาร กองทัพของ หลี่เหวินเจี๋ย และแคว้นอริปะทะกันอย่างบ้าคลั่งหลี่เหวินเจี๋ย แม่ทัพใหญ่ผู้เจนศึก แม้จะบาดเจ็บสาหัสจากพิษธนูและคมดาบ แต่จิตใจของเขากลับมุ่งมั่นกว

  • หนึ่งใจใต้ธงศึก   ตอนที่ 41 เลือดไม่หยุด…แต่หัวใจไม่แพ้

    เสียงปืนใหญ่ที่คำรามกึกก้องผสานกับเสียงโห่ร้องของทหารยังคงดังก้องไปทั่วสมรภูมิทางเหนือ เลือดสีแดงฉานเจิ่งนองพื้นดินดุจสายน้ำ หลี่เหวินเจี๋ย แม่ทัพใหญ่ผู้เจนศึก นอนหายใจรวยรินอยู่ภายในกระโจมบัญชาการชั่วคราว พิษร้ายจากลูกธนูยังคงกัดกินร่าง แผลที่ต้นขายังคงมีเลือดซึมออกมาไม่หยุดหย่อ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status