Masukเสียงกลองศึกที่เคยดังกึกก้องบัดนี้เงียบสงัดลง เหลือเพียงเสียงลมหายใจที่หอบเหนื่อยของผู้รอดชีวิต และเสียงครวญครางอันเจ็บปวดที่ดังระงมไปทั่วสมรภูมิ หลี่เหวินเจี๋ยถูกประคองมายังกระโจมพยาบาลชั่วคราวที่เต็มไปด้วยทหารบาดเจ็บ ซูหนิงหนิงยังคงยืนอยู่ข้างกายเขา ดวงตาจับจ้องไปยังบาดแผลที่ไหล่ซ้ายของเขาที่ยังคงมีเลือดซึมออกมาไม่หยุด
“ท่านแม่ทัพ! ท่านต้องอดทนนะเจ้าคะ!” ซูหนิงหนิงเอ่ยเสียงสั่น นางรีบสั่งให้ทหารนำน้ำสะอาดและผ้ามาให้ แต่ในความเร่งรีบและสถานการณ์ที่อลหม่าน อุปกรณ์ทุกอย่างดูเหมือนจะขาดแคลนไปเสียหมด
“ไม่ต้องหรอก” หลี่เหวินเจี๋ยกล่าวเสียงแผ่ว ใบหน้าของเขาซีดขาว แต่ดวงตาคู่คมยังคงจับจ้องมาที่นาง “รีบรักษาผู้อื่นเถิด ข้าไม่เป็นอะไรมาก”
“ไม่เป็นไรได้อย่างไรเจ้าคะ!” ซูหนิงหนิงแทบจะตวาดกลับ นางเห็นความเจ็บปวดที่ฉายชัดในแววตาของเขา “บาดแผลลึกถึงเพียงนี้! หากปล่อยไว้อาจติดเชื้อได้!”
นางกวาดสายตาไปรอบๆ อย่างรวดเร็ว มองหาอุปกรณ์ที่จำเป็น แต่ทุกอย่างถูกใช้ไปจนหมดสิ้นแล้ว หรือไม่ก็เต็มไปด้วยคราบเลือดและฝุ่นดิน
แสงอรุณทอประกายเหนือพระราชวังหลวง บัดนี้กลับคืนสู่ความสงบสุขอย่างแท้จริง หลังจากการเปิดโปง ท่านราชครู ผู้บงการอยู่เบื้องหลังการใส่ร้าย อ๋องพิทักษ์แผ่นดิน หลี่เหวินเจี๋ย และเหตุการณ์วุ่นวายต่างๆ แผ่นดินต้าเหลียงได้เริ่มต้นบทใหม่แห่งความรุ่งเรืองภายใต้การปกครองของ องค์ฮ่องเต้ ผู้เปี่ยมด้วยพระปรีชาสามารถ และการสนับสนุนจาก หลี่เหวินเจี๋ย วีรบุรุษผู้กล้าหาญ ที่บัดนี้มี พระชายาซูหนิงหนิง เคียงข้างเช้าวันนั้น ท้องพระโรงหลวงเต็มไปด้วยเหล่าขุนนางน้อยใหญ่ที่มารวมตัวกัน เพื่อปรึกษาราชกิจสำคัญเกี่ยวกับการฟื้นฟูบ้านเมืองหลังสงคราม และการแต่งตั้งตำแหน่งขุนนางใหม่ ภายใต้บรรยากาศที่อบอุ่นและเปี่ยมด้วยความหวังหลี่เหวินเจี๋ย ในชุดขุนนางเต็มยศดูสง่างามและน่าเกรงขาม ใบหน้าคมคายของเขาฉายแววความสุขที่มิอาจปิดบังได้ เขายืนอยู่เบื้องหน้าพระพักตร์ องค์ฮ่องเต้ อย่างมั่นคงซูหนิงหนิง ในชุดผ้าไหมสีชมพูอ่อนที่เรียบง่ายแต่แฝงไว้ด้วยความสง่างาม ยืนอยู่ข้างกายเขาอย่างมั่นใจ ดวงตาคู่กลมโตเรียวรีฉายแววความสุขและภาคภูมิใจ“ขอเดชะฝ่าบาท!” หลี่เหวินเจี๋ยคุกเข่าลงถวายบังคม “กระหม่อมหลี่เหวิ
แสงอรุณยามเช้าสาดส่องต้องพระราชวังหลวงที่บัดนี้กลับคืนสู่ความสงบสุข หลังมหาสงครามครั้งยิ่งใหญ่ได้ผ่านพ้นไป อ๋องพิทักษ์แผ่นดิน หลี่เหวินเจี๋ย และ พระชายาซูหนิงหนิง ต่างใช้ชีวิตอย่างมีความสุขท่ามกลางความรักที่เบ่งบาน แต่ความสงบสุขนั้นช่างสั้นนัก เพราะภัยคุกคามที่แท้จริงหาได้มาจากสนามรบภายนอก หากแต่มาจากเงามืดภายในราชสำนักเองหลังจากที่ หลี่เหวินเจี๋ย ได้ประกาศเชิดชู ซูหนิงหนิง ต่อหน้าเหล่าขุนนาง ทำให้บางคนไม่พอใจในความสามารถและอิทธิพลของหลี่เหวินเจี๋ยที่นับวันยิ่งมีมากขึ้น พวกเขาจึงเริ่มวางแผนการร้ายเพื่อกำจัดหลี่เหวินเจี๋ยให้พ้นจากเส้นทางอำนาจเช้าวันหนึ่ง บรรยากาศในท้องพระโรงกลับมาตึงเครียดอีกครั้ง องค์ฮ่องเต้ ประทับอยู่บนบัลลังก์ทองคำ ใบหน้าของพระองค์เคร่งขรึมกว่าครั้งใดๆ เหล่าขุนนางน้อยใหญ่ต่างยืนเรียงรายด้วยสีหน้ากังวล“หลี่เหวินเจี๋ย! เจ้ามีความผิด!” องค์ฮ่องเต้ตรัสด้วยพระสุรเสียงก้องกังวาน “มีผู้ร้องเรียนว่าเจ้าได้แอบสะสมกำลังพลและอาวุธยุทโธปกรณ์อย่างลับๆ หมายก่อการกบฏ!”คำประกาศขององค์ฮ่องเต้สร้างความตกตะลึงแก่ทุกคนในท้องพระโ
แสงอรุณยามเช้าสาดส่องต้องพระราชวังหลวงที่บัดนี้กลับมาคึกคักและเปี่ยมด้วยชีวิตชีวาอีกครั้ง หลังมหาสงครามที่ทำให้แผ่นดินต้าเหลียงสั่นสะเทือนได้สิ้นสุดลงด้วยชัยชนะอันยิ่งใหญ่ของ อ๋องพิทักษ์แผ่นดิน หลี่เหวินเจี๋ย และการปรากฏตัวของ พระชายาซูหนิงหนิง ผู้เป็นดั่งดวงใจของเขาสองวันหลังจากการกลับสู่เมืองหลวง หลี่เหวินเจี๋ย ได้รับราชโองการให้เข้าเฝ้า องค์ฮ่องเต้ เพื่อปรึกษาราชกิจสำคัญที่รออยู่เบื้องหน้าเกี่ยวกับฟื้นฟูบ้านเมือง หลังความเสียหายจากสงครามครั้งใหญ่ภายในจวนของอ๋อง บรรยากาศยังคงอบอวลด้วยความสุขที่หวนคืนมา ซูหนิงหนิง กำลังจัดเตรียมชุดขุนนางให้หลี่เหวินเจี๋ยด้วยมือของนางเอง ใบหน้าของนางยังคงมีร่องรอยความอ่อนล้า แต่แววตาเต็มไปด้วยความรักและความห่วงใย“ท่านอ๋อง…บาดแผลของท่านยังไม่หายสนิทดีนะเจ้าคะ” ซูหนิงหนิงเอ่ยด้วยน้ำเสียงแผ่ว “ท่านควรจะพักผ่อนให้มากกว่านี้”หลี่เหวินเจี๋ยหันมามองนาง ดวงตาคู่คมกริบของเขาเต็มไปด้วยความรักที่ลึกซึ้ง เขาจับมือของนางแน่น “แผลกายนั้นเล็กน้อยนักซูหนิงหนิง แต่แผลใจที่ข้าเคยมี…เจ้าเป็นผู้รักษาให้หายดี”คำพูดของเขาทำให้ซูหนิ
เสียงแตรศึกที่เคยดังก้องไปทั่วแผ่นดินบัดนี้เงียบสงัดลงแล้ว เหลือเพียงเสียงลมที่พัดผ่านยอดไม้และเสียงนกร้องขับขาน บ่งบอกถึงความสงบสุขที่หวนคืนมาสู่ต้าเหลียงอีกครั้ง หลังมหาสงครามครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดจบลงด้วยชัยชนะอันงดงามของกองทัพ อ๋องพิทักษ์แผ่นดิน หลี่เหวินเจี๋ยณ สนามรบที่เคยเต็มไปด้วยคราบเลือดและซากศพ บัดนี้ถูกทำความสะอาดและจัดระเบียบใหม่ เหล่าทหารของต้าเหลียงที่รอดชีวิตต่างพากันกลับมารวมตัวกันด้วยใบหน้าอิดโรย แต่แววตาเต็มไปด้วยความภาคภูมิใจในชัยชนะอันยิ่งใหญ่ และความยินดีที่ได้กลับมามีชีวิตอีกครั้งหลี่เหวินเจี๋ย ยืนตระหง่านอยู่กลางสนามรบที่เงียบสงัด ชุดเกราะของเขาเต็มไปด้วยรอยบุบและคราบเลือดที่แห้งกรัง ใบหน้าคมคายของเขาซีดเซียวจากความเหนื่อยล้าและบาดแผลที่ยังไม่หายสนิทดี แต่ดวงตาคู่คมกริบกลับฉายแววความสุขที่มิอาจปิดบังได้ เมื่อเขามองไปยัง ซูหนิงหนิง ที่กำลังเดินเข้ามาใกล้ซูหนิงหนิงในชุดหมอศึกที่เรียบง่ายแต่เปื้อนคราบเขม่าดินและโลหิต เดินเข้ามาหาหลี่เหวินเจี๋ยอย่างช้าๆ ใบหน้าของนางยังคงซีดเซียวและอ่อนล้า แต่ดวงตาคู่กลมโตเรียวรีกลับฉายแววความรักที่ลึกซึ้งและโล
แสงจันทร์นวลผ่องสาดส่องลงมายังเมืองหลวงต้าเหลียงที่บัดนี้กลับคืนสู่ความสงบสุข หลังชัยชนะอันยิ่งใหญ่ในศึกสมรภูมิเหนือ แคว้นอริ แต่ในใจของทั้ง หลี่เหวินเจี๋ย และ ซูหนิงหนิง ความสงบนั้นยังห่างไกลนัก ค่ำคืนนี้เป็นคืนก่อนวันอภิเษกสมรส คืนที่ควรเต็มไปด้วยความยินดี ทว่ากลับเต็มไปด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อนและยังมิได้ถูกปลดเปลื้องภายในห้องส่วนตัวที่ตกแต่งอย่างงดงามในจวนของแม่ทัพ ซูหนิงหนิงนั่งอยู่ริมหน้าต่าง มองไปยังดวงจันทร์ที่ลอยเด่นอยู่บนฟากฟ้า ใบหน้าของนางยังคงซีดเซียวจากความเหนื่อยล้าและบาดแผลที่ยังไม่หายสนิทดี แต่ดวงตาคู่กลมโตเรียวรีกลับฉายแววครุ่นคิดลึกซึ้งเธอนึกย้อนถึงคำขอแต่งงานของหลี่เหวินเจี๋ยเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา คำขอที่เปี่ยมด้วยความรักและความจริงใจ คำขอที่ทำให้หัวใจของเธอเต้นรัวอย่างบ้าคลั่ง แต่ในขณะเดียวกัน ภาพของครอบครัวที่พังทลาย ความเจ็บปวดที่พ่อแม่ต้องเผชิญ และความแค้นที่เคยกัดกินใจ ก็ยังคงฉายชัดขึ้นมาในห้วงความคิด ความรู้สึกผิดบาปยังคงตามหลอกหลอน“หนิงหนิง…เจ้ายังไม่นอนอีกหรือ” เสียงนุ่มนวลของ มู่หลัน ดังขึ้น มู่หลันเดินเข้ามาพร้อมถ้วยชาอุ่นๆ วางลงบ
แสงอรุณยามเช้าสาดส่องต้องผืนดินต้าเหลียงที่บัดนี้กลับคืนสู่ความสงบสุขอีกครั้ง หลังจากการปราบปรามกองทัพแคว้นอริได้สำเร็จ ชัยชนะที่ยิ่งใหญ่มาถึงแล้ว แต่บาดแผลจากสงครามยังคงฝากฝังไว้ในจิตใจของผู้คน และบาดแผลในใจของ หลี่เหวินเจี๋ย นั้นลึกซึ้งเกินกว่าจะเยียวยาได้ง่ายๆหลังจาก ซูหนิงหนิง หายตัวไปในสมรภูมิ หลี่เหวินเจี๋ยใช้เวลาหลายวันหลายคืนในการค้นหานางอย่างบ้าคลั่ง ทว่าก็ไม่พบร่องรอยใดๆ เลย ความสิ้นหวังกัดกินหัวใจของเขา จนกระทั่งเขาได้รับข่าวดีดุจสายฝนกลางทะเลทราย…ว่าซูหนิงหนิงปลอดภัยและได้ไปปรากฏตัวที่หมู่บ้านเล็กๆ แห่งหนึ่งทางตอนใต้ของเมืองหลวง โดยมี มู่หลัน และ กงซุนหมิง คอยอยู่เคียงข้าง และที่สำคัญ...เด็กหญิงที่ซูหนิงหนิงช่วยชีวิตไว้ก็ปลอดภัยดีเช่นกันภายในเรือนพักรับรองในหมู่บ้านเล็กๆ แห่งหนึ่งทางตอนใต้ของเมืองหลวง แสงเทียนสลัวๆ ส่องต้องใบหน้าซีดเซียวของซูหนิงหนิงที่นอนหลับใหลอยู่บนเตียงไม้ นางยังคงอ่อนเพลียจากการบาดเจ็บและเหตุการณ์ที่ผ่านมา แต่ลมหายใจก็เริ่มสม่ำเสมอแล้วหลี่เหวิน







