FAZER LOGIN“เรียกพี่อิฐสิครับ”
“อื้อ...พี่อิฐ...พี่อิฐ...กะทิ...จะไม่ไหวแล้ว อือ...” เกวลินหยัดสะโพกขึ้นรับนิ้วร้ายกาจที่พาให้เธอไปถึงจุดสุดยอด ความเสียวซ่านแล่นไปทั่วร่าง สองมือยกขึ้นกอดร่างเขาไว้ แนบใบหน้ากับซอกคอของชายหนุ่มแล้วปล่อยเสียงครางหวานสุดเสียง
อิทธิพลรับรู้ได้ถึงแรงขมิบรัดที่ปลายนิ้ว เขาถอนนิ้วออกแล้วจูบขมับหญิงสาว “คราวนี้ขอพี่นะครับ”
เกวลินเพิ่งได้สติ ยกมือดันแผงอกของเขาไว้ก่อน เขาเลิกคิ้วเป็นเชิงถาม เธอกัดริมฝีปากครู่หนึ่งข่มความเขินอายแล้วพูดเสียงแผ่วเบา
“หมอ...เอ่อ...พี่...พี่อิฐ...มะ...มี...มี...มีถุงยาง...ใช่ไหมคะ”
“ครับ” เขายิ้มรับ “อยากได้แบบไหนเป็นพิเศษไหม”
ดวงตาคู่สวยกะพริบอย่างงุนงง เธอไม่เชี่ยวชาญเรื่องนี้จะรู้ได้ไง ในวินาทีนาทีต่อมาก็ได้ยินเสียงเขาหัวเราะในลำคอ ขยับตัวขึ้นไปหยิบอะไรบางอย่างที่ลิ้นชักโต๊ะข้างเตียงนอน
“แบบผิวเรียบ แบบบางเฉียบ แบบผิวไม่เรียบ แบบปุ่ม อ้อ! มีกลิ่นกลิ่นสตรอเบอรี่ กับกลิ่นวนิลา แบบสีก็มีนะ คุณแพ้แบบไหนหรือเปล่า”
เธอกะพริบตาปริบๆ จะบอกว่าขอถุงยางสำหรับผู้หญิงที่ยังเวอร์จิ้นได้ไหม
“ถ้างั้นผมเลือกให้แล้วกันนะ” เขายิ้มขำ จูบมุมปากแล้วขยับมาที่ริมฝีปากสวย
จูบของเขาปล้นสติของเธอไปหมดสิ้น มอบความเร่าร้อนให้ร่างกายร้อนรุ่มขึ้นมาอีกระลอก เรียวขาโอบรัดเอวสอบขณะที่ปลายนิ้วของเขาขยี้ปลายถันส่วนอีกมือก็ลูบไล้ไปทั่วร่างจนเธอผ่อนคลายลง ดอกไม้สาวหลั่งน้ำหวานออกมาอีกครั้งทำให้ชายหนุ่มค่อยๆ กดแก่นกายแทรกลงไปในร่องรัก คิ้วงามขมวดแน่น ความอึดอัดทำให้เธอหายใจติดขัด
“พี่อิฐ” เธอครางเรียกชื่อเขาเมื่อท่อนเอ็นใหญ่ยาวนั้นถูกกดเข้ามาในตัวเธอ
“อา...” ความคับแน่นที่บีบรัดทำให้อิทธิพลถึงกับถอนจูบแล้วครางเสียงต่ำ แต่ไม่คิดถอนตัวตนออกมาและไม่มีวันถอยหลังกลับอีกแล้ว
“อ๊า!” หญิงสาวจับบ่าเขาแน่น เล็บที่ตัดสั้นสะอาดแต่ยังจิกเนื้อเขาอย่างไม่รู้ตัว ราวกับสิ่งนั้นของเขาร้อนรุ่มและเหยียดขยายใหญ่ เขาค่อยๆ ขยับสะโพสอบเคลื่อนไหวอย่างเชื่องช้า แต่ทำให้เธอเสียวซ่านทำได้เพียงแค่ครางพร้อมหอบหายใจแรง เสียงหายใจเริ่มถี่กระชั้นขึ้นเมื่อการขยับเคลื่อนไหวของเขาเร็วขึ้น ที่ทุกครั้งที่เขาบดเบียดนำพาความรู้สึกวาบหวามยากจะทนไหว เธอยกสะโพกขึ้นรับการขยับตัวของเขา อยากให้เขาเข้ามาลึกกว่านี้ แนบแน่นกว่านี้ หลอมรวมเป็นเนื้อกายเดียวกัน
การตอบสนองแสนซื่อสัตย์ของหญิงสาวเกินกว่าที่อิทธิพลจะรับไหว เขาขยับเอวอย่างดุดันแทบกดร่างเล็กจมเตียง ส่งตัวตนเข้าไปจนสุดรับรู้ถึงแรงบีบรัดและร่างกายที่เกร็งกระตุกไปอีกรอบของเธอ แต่เขายังไม่หยุดเคลื่อนไหว
“ไม่ไหว...ไม่ไหวแล้วนะคะ” เกวลินร้องบอกเสียงสั่นพร่า ร่างสั่นไหวไปตามแรงกระแทกกระทั้น เขาจับเอวเธอไว้มั่นแล้วขยับเอวดุเดือด
“อีกนิดนะครับ”
เสียงเขาก็แหบพร่าไม่แพ้กัน ความอ่อนนุ่มที่โอบรัดแก่นกายแน่นทำเอาแทบคลั่ง เขาขยับเอวทั้งเร็วทั้งแรง เสียงลมหายใจหอบถี่จนแยกไม่ออกว่าเป็นเสียงของใคร จนความอดกลั้นพังทลายเขาส่งแก่นกายเข้าไปจนสุดแล้วปลดปล่อยความเสียวซ่านในกายสาวพร้อมกับหญิงสาวที่หวีดร้องเพราะถึงจุดสุดยอดอีกครั้ง
เขาถอนแก่นกายออกช้าๆ ถึงจะไม่มีคราบเลือดแต่เขาก็คาดเดาได้ไม่ยากว่านี่เป็นครั้งแรกของเธอ หรือถ้าไม่ใช่...เธอก็คงไม่ได้มีอะไรกับใครมานานมากๆนั้นแหละ แต่เรื่องพวกนี้เขาไม่ได้ใส่ใจเท่ากับท่าทางน่ารักน่าเอ็นดู ราวลูกแมวตัวน้อยที่เล่นซนหมดฤทธิ์จนผล็อยหลับไปแบบนี้ เขาดึงคนตัวเล็กเข้ามากอด แต่เหมือนว่าเขาจะทำพลาดไป เพราะร่างกายท่อนล่างมันกลับแข็งขันขึ้นมาอีกครั้ง
อะไรที่มันดุนดันอยู่ ทำให้เกวลินปรือตาขึ้นมองแล้วค่อยหลุบมองเจ้าต้นเรื่องที่มันทิ่มหน้าท้องของเธออยู่
“เจ็บหรือเปล่า”
เกวลินกัดริมฝีปากแล้วส่ายหน้าไปมา
“ถ้างั้น...ขออีกรอบได้ไหม”
ดวงตากลมเบิกกว้าง เมื่อกี้ก็เหนื่อยยิ่งกว่าวิ่งรอบสนามฟุตบอล นี่...เขาจะไม่พักเลยเหรอ
“พี่ยังไม่อิ่ม ขออีกรอบนะครับ” เขาอ้อนอย่างไม่เคยทำมาก่อน เพราะคนตรงหน้าเด็กกว่าหรือไง เขาถึงทำตัวเป็นเด็กไม่รู้จักควบคุมตัวเองแบบนี้
“ถ้าไม่ให้ล่ะคะ” เธอถามแต่ก็อดสงสารคนหิวไม่ได้ “มันก็จะเป็นแบบนี้เหรอ”
“อืม...” เขาครางเสียงต่ำเมื่อมือนุ่มลูบไล้แก่นกายเบาๆ เขาจับมือเล็กที่เกาะกุมสาวลำเอ็นเป็นจังหวะพลางส่งเสียงครางอย่างพอใจ แน่ล่ะ เขาอยากได้มากกว่านี้ อยากอยู่ในตัวเธอที่อ่อนนุ่มและรัดแน่นจนแทบคลั่ง อิทธิพลดึงเธอมาจูบและเคล้นทรวงอกคู่สวย หญิงสาวขยับตัวเข้าหาอย่างเต็มใจในขณะที่มือยังช่วยกำรูดแก่นกายจนมันขยายใหญ่และร้อนระอุขึ้น สีหน้าและแววตาที่บอกความต้องการเต็มเปี่ยม ดูเซ็กซี่ยั่วยวนจนกายสาวเปียกแฉะขึ้นมาอีกครั้ง
“ใส่เลยได้ไหม รอไม่ไหวแล้ว” เขาถามแต่ไม่รอคำถาม คว้าซองถุงยางอนามัยมาฉีกออกแล้วสวมทันที เขาตัวขึ้นเหนือร่างอวบอิ่ม จับเรียวขาเพรียวขึ้นพาดบ่าใช้นิ้วสำรวจร่องรักอีกครั้งเพื่อความมั่นใจว่าเธอพร้อมสำหรับแล้ว แต่การใช้นิ้วเบิกทางนั้นทำให้หญิงสาวบิดกายเร่าและครางออกมา
“อื้อ...พี่อิฐ...เสียวนะคะ”
“เดี๋ยวจะเสียวกว่านี้”
เขายิ้มมองใบหน้าสวยแดงจัดแล้วกดแก่นกายเข้าไปในร่องรักสีหวานและส่งครางอย่างสุขสมเมื่อส่งตัวตนเข้าไปจนสุด สะโพกกลมกลึงลอยเหนือที่นอน เขากระแทกเข้ามาทีเดียวมิดลำ เสียงหวีดร้องครางหวานก่อนกลายเป็นเสียงครางกระเส่า ท่วงท่านี้ทำให้แก่นกายเข้าไปลึกกว่าที่เคย มันกระแทกจุดเสียวกระสันจนร่างกายเธอสั่นสะท้าน ได้แต่หอบหายใจแรง เขามองทรวงอกที่ไหวกระเพื่อมตามแรงกระแทก เขาเอื้อมมือไปเขี่ยจุดอ่อนไหวเพิ่มความเสียวซ่าน เกวลินได้แต่หอบหายใจแรงเป็นเสียงครางกระเส่า เธอถูกเร่งเร้าจนช่องท้องหวิวเหมือนจะขาดใจ และกรีดร้องเมื่อถูกส่งไปจนถึงจุดสุดยอด แรงตอดรัดที่โอบรัดแน่นทำให้เขาคำรามออกมา จับสองขาของเธอลงจากบ่าลงมาแล้วแยกออกจนสุด โน้มตัวลงมาดูดกลืนปลายถันจนเปียกชุ่มสลับขบเม้มอย่างมันเขี้ยวก่อนส่งเข้าโพรงปากแล้วตวัดลิ้นหยอกปลายถัน
“คุณหอมไปทั้งตัวเลย...ที่รัก” ‘ที่รัก’ ถ้อยคำของเขาทำให้ร่างกายของหญิงสาวแทบจะละลาย เธอสะดุ้งเมื่อใบหน้าของเขาเลื่อนลงไปที่กึ่งกลางความเป็นอิสตรี สิ่งที่ไม่เคยคาดคิดหรือจินตนาการได้เกิดขึ้น ชายหนุ่มแหวนเรียวขาแยกออกแล้วเขาก็ทำตัวเป็นผีเสื้อหนุ่มดูดกินน้ำหวานจากดอกไม้ ร่างกายดอกไม้พลิ้วไหวตามแรงปรารถนา ระลอกแล้วระลอกเล่าที่ผีเสื้อหนุ่มปรนเปรอดอกไม้จนเธอหวีดร้องออกมาอย่างไม่เคยเป็น หญิงสาวคิดว่านั่นคือจุดจบของอารมณ์หฤหรรษ์ ทว่าศิริชัชทำให้รู้ว่ามันเพิ่งเริ่มต้นต่างหาก เมื่อร่างใหญ่แทรกแก่นกายเข้ามาอย่างลึกล้ำและแนบสนิท เธอผวาเฮือกใหญ่กอดเขาไว้แน่น ชายหนุ่มจูบริมฝีปากหวานอย่างปลอบโยนและค่อยๆ เพิ่มความร้อนแรงให้เธอที่ละน้อย สะโพกของเขาทำงานอย่างรู้หน้าที่ให้ตายเถอะ! เขาไม่เคยรู้สึกดีอย่างนี้กับผู้หญิงคนไหนมาก่อน เขาปรารถนาจะครอบครองเธอไม่ให้ใครได้แนบชิดหญิงสาวอีก ต้องมีแต่เขาเท่านั้นที่ได้ครอบครองเธอเช่นนี้ ทุกขณะที่โหมร่างกระแทกใส่หญิงสาว เขาคิดได้แค่เพียงว่าจะไม่ให้ใครพรากเธอไปจากเขา ทางเดียวเท่านั้นคือ...“ไม่...ไม่ไหว...ไม่ไหวแล้ว”“ผมอยู่นี่
เสียงหัวเราะของชายหนุ่มทำให้หญิงสาวหันกลับไปทันที แต่กลายเป็นว่าเขาเดินมาใกล้แล้วเท้าแขนคร่อมร่างเล็ก ทำให้เอวของเธออยู่ที่ราวระเบียงและไม่อาจหนีไปจากวงแขนของเขาได้ “แล้วพาฉันมาที่นี่ทำไม?” “ผมอยากคุยกันกับคุณ” “คุยกัน! เราก็คุยกันได้ไม่ต้องลักพาตัวแบบนี้” พอคิดแบบนี้แล้วเธอก็อดกังวลไม่ได้ เธอหายไปกี่วันแล้ว เปมิกา ช้องนาง พี่หม่อนและคนอื่นๆ ต้องเป็นห่วงหรือไม่ก็แจ้งความคนหายไปแล้วก็ได้ “ที่นี่เป็นรีสอร์ทของพ่อผมเอง” ศิริชัชเม้มริมฝีปาก ข่มใจไม่ให้ตัวเองชิมความหวานจากริมฝีปากที่เผยอขึ้นอย่างไม่รู้ตัวของอีกฝ่าย “ผมแค่อยากคุยเป็นการส่วนตัวกับคุณ” “รีสอร์ทของพ่อคุณ?” มาริสาทำหน้างุนงง “คุณเป็นใครกันแน่? คุณธนา” “ก่อนอื่นต้องบอกก่อนว่าผมไม่ได้ชื่อธนา” “เป็นไปได้ไง” มาริสาส่ายหน้าไปมา “คุณโกหก” “ผมไม่เคยบอกสักคำว่าผมชื่อธนา” เขายักไหล่ “มีแต่คุณกับเพื่อนนั้นแหละที่เข้าใจผิดเรียกผมกับธนาสลับกัน” “เรียกสลับกัน?” มาริสาอ้าปากค้าง “ถ้าอย่างนั้น คุณก็คือคุณชายศิริชัช...” “คร
ธนามองหญิงสาวตรงหน้าด้วยความชื่นชม ระหว่างทีเขาค้นข้อมูลเพื่อสืบประวัติมาริสา มันทำให้เขาได้รู้จักเปมิกาไปด้วย เธอเป็นผู้หญิงเก่งและน่ารัก แม้ว่าจะอยู่ในสถานการณ์ยากลำบากเช่นเมื่อครู่ที่ถูกเจ้านายเรียกมาสั่งเก็บรายการฯ ของเธอ หญิงสาวยังไม่โวยวายหรือกรีดร้องสักนิด แต่เขารู้ว่านั่นไม่ได้หมายความว่าเธอจะยอมเขาง่ายๆ เธอเหมือนคนที่พร้อมจะลุกขึ้นสู้ตลอดเวลาที่มีโอกาสเปมิกาไม่อยากยอมรับเลยว่า การเข้าใจผิดของเธอนั้นจะนำเรื่องยุ่งๆ กลับมาสู่ตัวเองได้มากมายขนาดนี้ และในขณะเดียวกันเธอกลับรู้สึกดีที่รู้ว่าเขาไม่ใช่ ‘คุณชายศิริชัช’ แต่เป็น ‘ธนา’ ผู้ติดตามและเป็นผู้ช่วยของคุณชายศิริชัช ธนาเปิดแนะนำตัวเองรวมทั้งประวัติที่แท้จริงอย่างไม่ปิดบัง ดูเขามั่นใจกับการเป็นลูกคนรับใช้ในบ้านที่มุ่งมั่นศึกษาจนสำเร็จในระดับปริญญาโทและเข้ามาช่วยงานในบริษัทของม.จ.ชัชวาล บิดาของคุณชายศิริชัช“คุณไม่ต้องกังวลหรอก ทางบริษัทฯ ไม่ไล่คุณออกแน่นอน” ธนาเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ด้วยท่าทางสบายๆ “ข้อเสนอและข้อตอบแทนที่ทางเรามอบให้บริษัทฯของคุณเป็นที่น่าพอใจทั้งสองฝ่าย เจ้านายคุณดูท่าจะมีความสุขกับข้อเสนอของเราด้วยซ้ำ”
‘หนูนา’ ‘หนูนาไม่ได้บอกให้พี่นริศเลิกรอคนรักกลับมา’ น้ำตาใสๆ ไหลออกมาจากดวงตาอย่างที่หญิงสาวก็ไม่รู้ตัว ‘อย่ามาคิดแทนหนูนาเลยค่ะ หนูนายินดีที่จะเจ็บปวดกับการรอคอยครั้งนี้ ซึ่งมันคงไม่ต่างจากที่พี่นริศรอคนรักกลับมาหรอกค่ะ’ นริศก้มมองใบหน้าที่เปื้อนหยดน้ำตาด้วยความปวดร้าว เขายกมือขึ้นเกลี่ยน้ำตาบนใบหน้าหวานเบาๆ ช้องนางเงยหน้าขึ้นมาแล้วยิ้มให้ มันเป็นรอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยความรักและความอาทรแม้ในใจจะปวดร้าวเท่าใดก็ตาม หญิงสาวเขย่งปลายเท้าขึ้นยื่นปากแตะริมฝีปากของชายหนุ่มเบาๆ ขณะที่เธอผละออกจากเขา สองแขนของชายหนุ่มก็โอบกอดหญิงสาวเข้ามาชิดใกล้ รสหวานและริมฝีปากนุ่มละมุนทำให้เขาไม่อยากผละจากไป ดวงตาของทั้งสองผสานกันราวกับจะค้นหาบางสิ่งที่หล่นหายไปในวันเวลา ราวกับโลกหยุดหมุนไปเมื่อนริศกดจุมพิตที่ริมฝีปากนุ่มอีกครั้ง การบุกรุกอย่างอ่อนโยนของชายหนุ่มทำให้หญิงสาวประหลาดใจแต่ก็เปิดใจรับด้วยการเปิดริมฝีปากให้ปลายลิ้นของอีกฝ่ายเข้ามาชิมความหวานในโพลงปาก มือใหญ่เลื่อนลูบไล้แผ่นหลังของหญิงสาวจนร่างกายเธอร้อนผ่าวไปหมด สองขาแทบไร้แรงทรงตัวจนต้องเอนตัวพิงอีกฝ่าย มือ
มาริสาอ้าปากจะต่อว่าแต่จู่ๆ เธอก็รู้สึกว่ามีมือใครบางคนสอดมาด้านหลังรัดเอวบางของเธอไว้ ร่างบางผงะไปด้านหลังเล็กน้อยก็ปะทะกับแผงอกกว้าง ยังไม่ทันหันกลับไปมองเธอก็ได้ยินเสียงที่คุ้นเคยดังอยู่เหนือศีรษะ “มาอยู่นี่เองหรือที่รัก” “!!!” มาริสาเบิกตาโตอย่างตกใจไม่คิดว่าจะได้เจอผู้ชายปากร้ายที่นี่ “อ้อ! มีคนมาด้วยก็ไม่บอก” เตชินท์ฝืนยิ้มแล้วยักไหล่เดินจากไปอย่างไม่สนใจหญิงสาวอีก “นายธนา!” มาริสาต่อว่าไม่ดังนักเพราะกลัวคนอื่นจะได้ยิน “นายมาทำอะไรที่นี่!!” “ผมก็ตามคุณชายมานะซิ” ศิริชัชยังคงสนุกที่สวมบทเป็นธนา เขายิ้มเจ้าเล่ห์แล้วกระชับเอวบางเข้ามาใกล้มากยิ่งขึ้น ทำให้สังเกตอะไรๆ ได้โดยที่หญิงสาวไม่รู้ตัว “คุณหนูมาริสามาคนเดียวได้ไง คนติดตามไม่มาด้วยเหรอครับ” เปมิกาที่ได้ยินสนทนาจากเครื่องสัญญาณสื่อสารถึงกับสะดุ้งแล้วแสร้งทำหน้าเคร่งขรึม แอบหวังในใจว่าจะได้เจอชายหนุ่มอีกคน “ฉันมาคนเดียวยะ” มาริสาพยายามแกะแขนที่รัดรอบเอวเธอออก “นายถือดียังไงมาทำแบบนี้ ปล่อยได้แล้วนะ” “แหม! ก็ผมไม่ค่อยได้มางานแบบ
“ถ้าคุณหญิงทราบว่าท่านชายกลับมาแล้วผมไม่รายงานละก็...” ธนาไม่อยากจะพูดในสิ่งที่ตัวเองคิดในใจเลย “ชีวิตอิสระกำลังจะหมดแล้ว” ศิริชัชไหวไหล่เบาๆ “ได้เวลาเผชิญโลกแห่งความเป็นจริง” “ผมไม่เข้าใจคุณชายเลย” ธนาเอ่ยพลางมองเจ้านายผ่านกระจกส่งหลังรถ “คุณชายมีพร้อมทุกอย่าง” “แต่ขาดอิสรภาพไง” ศิริชัชหัวเราะขืนๆ “ฉันต่างหากที่อิจฉานาย” ธนาทำท่าจะเอ่ยอะไรต่อแต่ก็เปลี่ยนใจ เขานิ่งและปล่อยให้ความเงียบครอบงำ เผลอปล่อยใจให้คิดถึงหญิงสาวร่างเล็กแสนปราดเปรียว เธอดูเป็นสาวทำงานที่แสนจะมั่นใจทั้งที่ดูจากประวัติแล้วเพิ่งจะเรียนจบแท้ๆ หากว่าเขาได้พบเธอในสถานการณ์ปกติคงจะดีกว่านี้ไม่น้อย นี่เธอกลับเข้าใจว่าเขาเป็น “คุณชายศิริชัช” เสียนี่ ถ้าเธอรู้ความจริงว่าเขาไม่ใช่อย่างที่เธอคิด...เธอจะทำอย่างไรกัน “เปมิกา” ธนาเผลอรำพึงชื่อหญิงสาวที่คิดถึงออกมา พอรู้ตัวก็รู้สึกว่าคนขับรถเหลือบตามองนิดๆ ชายหนุ่มรีบปรับสีหน้าตนเองเป็นเคร่งขรึม ไม่นานนักรถเก๋งคันหรูก็มาถึงโรงแรมที่หมาย ธนาก้าวลงจากรถแต่ยังช้าไป คุณชายศิริชัชรีบเปิดประตูรถลงมาก่อนที่
ลมหายใจหอบแรงผสานเสียงครางกระเส่าของคนสองคนในห้องที่เปิดแอร์เย็นฉ่ำ ทว่าเรือนร่างเปลือยเปล่ากลับอาบชุ่มไปด้วยเหงื่อ มือแกร่งจับเอวคอดไว้มั่นขยับสะโพกสวนรับจังหวะของคนที่นั่งอยู่ด้านบน “พี่อิฐ...” หญิงสาวครางเสียงหวาน สองมือเกาะกุมไหล่เขาไว้เพื่อโยกตัวขึ้นขย่มลำเอ็นที่กำลังสร
เกวลินรู้สึกหน่วงที่ไหล่จึงเหลือบตามอง ปรากฏว่าคนชวนดูหนังกลับหลับไปแล้ว คิดจะปลุกเขาแต่เสียงกรนเบาๆ ทำให้เปลี่ยนใจปล่อยให้หลับต่อแล้วตัวเองก็ดูหนังพร้อมกับกินป๊อปคอร์นเวลาผ่านไปนานแค่ไหนไม่รู้ อิทธิพลถูกเสียงหวานกระซิบปลุก“พี่อิฐค่ะ ตื่นได้แล้วค่ะ พี่อิฐ”“ขออีกห้านาที”“หนังจบแล้วนะคะ”“หนัง...
“ตื่นเต้นเหรอกะทิ” วายุเอ่ยถามขณะที่วันนี้ทำหน้าพลขับ ขับรถมาส่งของกับเกวลิน “ถ้าบอกว่าไม่ตื่นเต้นก็เหมือนกับโกหก” เกวลินยิ้มแหย “ลูกค้าสั่งขนมไปชิมตั้งเยอะ ไม่รู้จะสั่งของเราประจำไหม พี่ตะโก้ก็อยากมาด้วยเพราะกลัวกะทิโดนหลอก แต่งานที่ร้านไม่มีคนดูก็ไม่ได้ ยังไงก็ต้องขอบคุณพี่วายุที่อุ
เกวลินยกข้าวกล่องไปใส่ท้ายรถมอเตอร์ไซค์ สวมหมวกกันน็อกแล้วขับไปโรงพยาบาลเหมือนทุกครั้ง แต่ทุกทีไปถึงที่หมายแล้ว เธอจะโทรหาพยาบาลที่สนิทสนมกันเพื่อนำอาหารขึ้นไปส่ง แต่คราวนี้คนที่ออกมารับอาหารเองกลับเป็นนายแพทย์อิทธิพล“หมออิฐ มีอะไรหรือเปล่าคะ ทำไมมารับอาหารเอง” เธอขมวดคิ้วขึ้นมาทันที หรืออาหารจะ







