Accueil / วาย / หมอคนนี้ ผีลุงบอกว่าใช่!*** / 8.วันแตกสลาย บ้านไม้ผุริมคลอง

Partager

8.วันแตกสลาย บ้านไม้ผุริมคลอง

last update Date de publication: 2026-02-26 19:08:58

บ้านไม้ผุที่ตั้งอยู่ริมคลองเน่าเหม็นยังคงส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดเป็นจังหวะเศร้าสร้อยทุกครั้งที่ลมจากคลองพัดผ่าน ราวกับเป็นเสียงถอนหายใจของตัวบ้านเอง หนึ่งสัปดาห์เต็มที่ความตึงเครียดได้บ่มเพาะจนถึงขีดสุด

พานั่งเหม่ออยู่หน้าโต๊ะเตี้ย ๆ ที่เต็มไปด้วยเอกสารแห่งความพ่ายแพ้ บิลเก่าที่ค้างชำระจนสีซีดจาง กระดาษทวงหนี้ที่ตัวอักษรสีแดงฉานเหมือนรอยเลือด และสมุดบัญชีที่ตัวเลขแดงพรืดเหมือนเลือดคั่งในบาดแผลเก่า เธอไม่ได้แค่กุมขมับ แต่เป็นการโอบศีรษะไว้ราวกับกลัวว่ามันจะระเบิดออกด้วยความสิ้นหวัง ใบหน้าของเธอเหนื่อยล้าจนเกือบจะว่างเปล่า ดวงตาที่เคยมองโลกอย่างทะเยอทะยานบัดนี้กลับเต็มไปด้วยความมืดมิด

เข้มเดินเข้ามาจากด้านนอก ความร้อนระอุของแดดอ่อน ๆ ยังติดอยู่บนเสื้อยืดเก่า ๆ ของเขา มือยังเปื้อนน้ำมันเครื่องสีดำคล้ำจากการรับจ้างซ่อมรถในซอย กลิ่นน้ำมันกับเหงื่อเป็นกลิ่นประจำตัวที่พาเคยชิน แต่ตอนนี้มันกลับเป็นกลิ่นแห่งความล้มเหลว

“วันนี้พี่ได้มาแค่สามร้อยเองพา” เข้มพูดเสียงแผ่ว พยายามไม่สบตาเมียรัก “เขาบอกงานน้อย… พวกเด็กแว้นมันไม่ค่อยมาซ่อมกันเลยช่วงนี้.. แย่ชะมัด”

พาไม่ตอบ เธอเพียงหายใจเข้าออกหนักๆ เสียงดังจนเข้มรู้สึกเจ็บแปลบ แล้วค่อย ๆ เงยหน้าขึ้น แววตาแดงก่ำของเธอไม่ได้แค่บ่งบอกถึงการร้องไห้ แต่เป็นการสะท้อนความเก็บกดที่ถูกบดทับมานานนับปี มันเป็นประกายที่อันตราย เหมือนเส้นด้ายสุดท้ายที่ขาดผึง

“สามร้อย… สามร้อยมันจะไปพออะไรเข้ม?” เสียงของเธอสั่นเครือ แต่กลับแหลมคมกว่าปกติ ราวกับมีดที่ถูกลับมาเพื่อกรีดแทง “พวกเราเป็นหนี้หลายหมื่น! ค่าเทอมลูกก็ยังไม่ได้จ่าย! ไหนจะเจ้าหนี้ที่ขู่จะฆ่าเราอีก!”

เข้มก้มหน้าต่ำลง เขามองปลายเท้าที่เหยียบอยู่บนพื้นไม้ผุ พยายามอย่างหนักที่จะรวบรวมคำพูดเพื่อปลอบโยน แต่ก็ไร้ประโยชน์ เขาเปิดปากจะพูดอะไรสักอย่าง แต่พาปาดน้ำตาอย่างรวดเร็วและเอ่ยต่อทันที

“พี่รู้อะไรไหม… ฉันทนไม่ไหวแล้วจริง ๆ”

คำพูดนั้นทำให้เข้มชะงัก ร่างกายของเขารู้สึกเย็นวาบตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า ใจหายวาบราวกับถูกดึงออกจากร่าง “พา… อย่าพูดอะไรแบบนั้นสิ พี่กำลังหาทางอยู่… พี่กำลังพยายามอยู่นะ”

“หาทาง?!” พาตวาดเสียงแตกพร่า น้ำเสียงนั้นเต็มไปด้วยความขมขื่นและเยาะเย้ยตัวเอง เธอทุบโต๊ะไม้ผุเสียงดัง ‘ปัง!’  เศษฝุ่นไม้ลอยขึ้นในอากาศ “ถ้าพี่ฉลาดกว่านี้ เราคงไม่ถูกเพื่อนโกงเงินจนหมดตัว! พี่จำได้ไหมว่าฉันเถียงกับพี่ตั้งแต่วันแรกแล้วว่าอย่าลงเงินทั้งหมด! แต่พี่ก็เชื่อมัน… เชื่อไอ้เพื่อนที่หลอกพี่เหมือนหลอกเด็ก!”

คำพูดนั้นไม่ใช่แค่การกล่าวหา แต่มันคือการประกาศความจริงอันเจ็บปวดที่เข้มรู้ดีอยู่แก่ใจ มันเหมือนตบหน้าเขาดังสนั่นกลางความเงียบ เข้มเงยหน้ามองเมียตัวเอง แววตาปวดร้าวลึกจนยากจะบรรยาย ความผิดหวังในตัวเองมันหนักอึ้งกว่าหนี้สินทั้งหมดที่แบกอยู่

“พา… พี่ผิด พี่รู้ว่าพี่ผิด พี่ก็เสียใจ…” เข้มพูดเสียงแหบพร่า

“แค่เสียใจมันไม่ช่วยอะไรทั้งนั้น!” พาทุบโต๊ะอีกครั้ง คราวนี้แรงกว่าเดิม “ฉันเหนื่อย ฉันอับอาย ฉันไม่อยากอยู่ในชีวิตแบบนี้อีกแล้ว! ฉันไม่มีอะไรเหลือแล้ว!”

เธอหอบหายใจแรง น้ำตาไหลพรากไม่หยุด แต่ในแววตานั้นไม่ได้มีเพียงความเสียใจอย่างเดียวอีกต่อไป หากมี ความเด็ดขาดที่ถูกผลักดันจากความสิ้นหวังถึงที่สุด “เข้ม… ฉันขอเลิก”

เงียบสนิทราวกับโลกทั้งใบหยุดหมุน มีเพียงเสียงลมที่พัดเรือเก่า ๆ ในคลองให้กระทบกัน กลายเป็นเสียงทื่อๆ ฟังไม่รู้เรื่อง เวลาในช่วงวินาทีนั้นยืดออกจนเป็นนิรันดร์

เข้มหน้าเสียทันที สีซีดเผือดเหมือนโดนสูบเลือดออกไปทั้งตัว เขารู้สึกเหมือนกำลังจมลงไปในน้ำเน่าของคลองข้างบ้าน “พา… อย่าพูดแบบนี้นะ เรามีลูกกวาด… เราต้องฝ่ามันไปด้วยกันสิ”

พาส่ายหน้าอย่างอ่อนแรง “ฉันหมดแรงแล้วจริง ๆ ฉันไม่อยากผูกชีวิตไว้กับคนที่ฉันเชื่อไม่ได้อีก พี่ทำให้ฉันหมดหวังจนไม่เหลืออะไรเลย… ฉันขอจบแค่นี้เถอะ”

เข้มทรุดลงนั่งกับพื้นอย่างหมดเรี่ยวแรง มือกุมหัวแน่น พยายามกลั้นเสียงสะอื้นที่กำลังจะทะลักออกมา ไหล่ของเขาสั่นไม่หยุด ร่างกายของชายที่เคยเป็นเสาหลักพังทลายลงตรงหน้าเมียรัก

ในมุมประตูที่มืดสลัว ลูกกวาดยืนฟังทุกคำพูดเงียบ ๆ เขาสวมเสื้อนักเรียนที่ยังไม่ได้เปลี่ยน ลูกกวาดไม่ร้องไห้ แต่เขาสะกดเสียงร้องไห้ไว้จนคอแห้งผาก ฝ่ามือกำแน่นจนเล็บจิกเนื้อ เพราะเขาไม่รู้ว่าตั้งแต่วินาทีนี้ไป ครอบครัวที่เคยมี แม้จะยากจนแต่ก็เคยอบอุ่นด้วยเสียงหัวเราะบางครั้ง… จะยังเหลืออยู่หรือไม่ ความมืดมิดของความจริงได้กลืนกินแสงสว่างสุดท้ายในบ้านไม้ผุหลังนี้ไปแล้ว

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • หมอคนนี้ ผีลุงบอกว่าใช่!***   48.รักที่ผีลุงฝากไว้(ตอนอวสาน)

    คาเฟ่แห่งหนึ่งในอำเภอปากช่องแสงแดดยามเย็นทอดตัวลงบนทุ่งดอกไม้กว้างสุดสายตา กลีบดอกไม้สีขาว ชมพู และม่วงอ่อน แกว่งไกวไปตามแรงลมราวกับคลื่นทะเลอ่อนโยน กลิ่นหอมจางๆ ของดอกไม้ป่าลอยคลุ้งอยู่ในอากาศ ทำให้หัวใจของคนที่ยืนอยู่ตรงนั้นสงบอย่างประหลาดหมอภีมยืนเคียงข้างภรรยาอย่างนัท มือของเขาค่อยๆ เอื้อมไปจับมืออีกฝ่ายอย่างแผ่วเบา ราวกับกลัวว่าหากแรงกว่านี้ ความสุขตรงหน้าจะสลายไป นัทหันมายิ้มให้คนเป็นสามี รอยยิ้มนั้นไม่ใช่รอยยิ้มกว้างสดใส แต่เป็นรอยยิ้มอบอุ่นที่เต็มไปด้วยความไว้ใจ“สวยจังเลย” นัทเอ่ยเบาๆ ดวงตาเขามองทุ่งดอกไม้ แต่หัวใจกลับจดจ่ออยู่ที่คนข้างกายหมอภีมหัวเราะเบาๆ “ไม่สวยเท่านัทหรอก” คำพูดธรรมดาแต่จริงใจ ทำให้นัทหน้าแดง เขาก้มหน้าลงเล็กน้อย แต่ก็ยังไม่ปล่อยมืออีกฝ่ายทั้งสองเดินไปช้าๆ ท่ามกลางดอกไม้ที่สูงถึงเข่า ปล่อยให้เวลาค่อยๆ ไหลผ่านไปอย่างไม่เร่งรีบ หมอภีมรู้ดีว่าในชีวิตของเขา เต็มไปด้วยความเหน็ดเหนื่อย ความกดดัน และการสูญเสียจากอาชีพแพทย์ แต่ทุกครั้งที่เขามองหน้าใสๆ ของภรรยาตัวเอง ความเหนื่อยล้าทั้งหมดกลับจางหายไป เหลือเพียงความอบอุ่นที่ไม่ต้องการคำอธิบายคนตัวเล็กหยุดเดิน แ

  • หมอคนนี้ ผีลุงบอกว่าใช่!***   47.คำอำลาสุดท้าย

    คำพูดที่เจ็บปวดรวดร้าวของอำพากรีดลึกเข้าไปในจิตสำนึกของผีนายเข้ม ร่างกายของหมอภีมหยุดสั่นเทาเดี๋ยวนั้น ดวงตาแดงก่ำที่เคยเต็มไปด้วยความอาฆาตเริ่มมีประกายแห่งความสำนึกผิดและความเข้าใจทอแสงขึ้นมาแทนที่เข้มเสียงแหบพร่าและสั่นเครือ "อะ อำพา..." เขาเริ่มคล้อยตามกับความจริงที่ภรรยาเอ่ยออกมา ความแค้นที่ยึดมั่นว่าตนเป็นเหยื่อเพียงผู้เดียวพลันถูกทำลายลงด้วยความรักและโศกนาฏกรรมของครอบครัว และพลังงานมืดที่เคยแผ่ซ่านออกมาจากร่างหมอภีมพลันสลายหายไปอย่างรวดเร็วราวกับถูกดูดกลับเข้าไปวูบดวงตาของหมอภีมกลับคืนสู่สีน้ำตาลเข้มที่คุ้นเคยในทันที แต่ร่างที่ถูกควบคุมมานานก็หมดแรง หมอภีมล้มลงไปกับพื้นหญ้าอย่างอ่อนแรงนัทร้องเสียงหลง "พี่หมอ" เขาไม่สนใจสิ่งรอบข้างอีกต่อไป เขารีบคลานเข้าไปหาคนรักอย่างรวดเร็วและประคองร่างของหมอภีมขึ้นมาไว้ในอ้อมกอด ใบหน้าของนัทแนบไปกับศีรษะของหมอภีมอย่างโล่งใจ "ไม่เป็นไรแล้วนะครับพี่หมอ... นัทอยู่ตรงนี้แล้ว"ขณะที่นัทกำลังกอดหมอภีมอยู่นั้น ผีนายเข้มก็ปรากฏร่างเป็นวิญญาณเต็มตัวอยู่ข้างๆ ร่างกายโปร่งแสงของเขาสั่นเทิ้มด้วยความรู้สึกผิดและโศกเศร้าเหลือแสน เขากลับคืนสู่สภาพเมื่อครั

  • หมอคนนี้ ผีลุงบอกว่าใช่!***   46.การเผชิญหน้าและบาดแผลในใจของลูกกวาด

    นัท หมอเจตน์ นุ่มนิ่ม และน้ำหวาน นำอำพาที่นั่งอยู่บนรถเข็นเข้ามาในบริเวณบ้านของหมอภีม โดยมีหมอธีร์ที่คอยเข็นรถเข็นอย่างระมัดระวังที่สุด พวกเขามาถึงในตอนบ่ายแก่ๆ อากาศค่อนข้างอบอ้าว แต่บรรยากาศภายในกลุ่มกลับเย็นเยียบด้วยความเครียดบริเวณหน้าบ้านใหญ่ ลูกกวาดกำลังนั่งอยู่ข้างกระถางต้นไม้ประดับ เขาเงยหน้าขึ้น และทันทีที่เห็นนัทและเพื่อนๆ มากันครบ นายลูกกวาดก็ส่งยิ้มกว้างออกมาอย่างเป็นมิตร"พี่นัท! พี่ๆ ทุกคน! มากันแล้วเหรอครับ? เข้าข้างในบ้านก่อนสิครับ"รอยยิ้มนั้นอ่อนโยนและบริสุทธิ์ ทำให้ทุกคนรู้สึกดีชั่วขณะ ก่อนที่นัทจะพยายามหาทางแนะนำอำพา "ลูกกวาด... คือว่า... วันนี้พี่พาคนสำคัญมาหาเราน่ะ"หมอธีร์ค่อยๆ เข็นรถเข็นของอำพาที่นั่งนิ่งอยู่ด้านหลังกลุ่มเพื่อน ก้าวเข้ามาในระยะสายตาของลูกกวาดวินาทีที่ลูกกวาดหันไปเห็นภาพของหญิงสาววัยกลางคนขาด้วนทั้งสองข้างที่นั่งอยู่บนรถเข็น รอยยิ้มที่สดใสบนใบหน้าของเขาก็พลันแข็งค้างดวงตาของลูกกวาดเบิกกว้างด้วยความหวาดกลัวอย่างขีดสุด ราวกับเห็นปีศาจร้าย ไม่ใช่แม่ของตัวเอง!"อ๊ากกกกกก!!!"เสียงกรีดร้องแหลมสูงและหวาดผวาถูกปล่อยออกมาจากลำคอของลูกกวาดทันที ร่างก

  • หมอคนนี้ ผีลุงบอกว่าใช่!***   45.แสงแห่งความหวังที่ปลายสาย

    วันต่อมากลุ่มเพื่อนของนัท ทุกคนมานั่งรวมตัวกันที่มุมหนึ่งในร้านคาเฟ่ที่เงียบสงบ บรรยากาศเต็มไปด้วยความเครียดและความกังวล โดยเฉพาะนัทที่ดวงตาบวมช้ำจากการร้องไห้หนักตลอดคืนนัทเสียงแหบพร่า "เมื่อคืน... มันเลวร้ายมากครับ ถ้านัทหนีไม่ทัน ป่านนี้นัทคง... คงไม่ได้มานั่งอยู่ตรงนี้"หมอเจตน์ตบบ่าปลอบใจ "ใจเย็นๆ นะน้องนัท นายทำถูกแล้วที่หนีออกมา ตอนนี้นายปลอดภัยแล้ว สิ่งที่เราต้องทำคือหาทางช่วยไอ้ภีมออกมาให้ได้"หมอธีร์นั่งเท้าคาง มองนัทอย่างเครียดจัด "ปัญหาคือผีตนนั้นมันแข็งแกร่งเกินไป มันเข้าควบคุมร่างหมอภีมได้สมบูรณ์ขนาดนั้น เราจะทำยังไงดีล่ะ... เอาอย่างนี้ไหม? ทำไมเราไม่ลองเชิญดวงวิญญาณของลุงจันทร์มาช่วยล่ะ? ลุงจันทร์น่าจะเป็นวิญญาณที่มีบารมีพอจะสู้กับผีเข้มได้นะ"นัทส่ายหน้าอย่างเศร้าสร้อย "นัทลองเชิญแล้วครับหมอธีร์... ตั้งแต่วันที่เราหลุดออกมาจากมิติของผีนายเข้มได้ ลุงจันทร์ก็ไม่ปรากฏตัวให้ผมเห็นอีกเลย ผมพยายามเรียกหลายครั้งแล้วก็ไม่มีวี่แวว"นุ่มนิ่มวางมือบนแขนของนัทอย่างอ่อนโยน "ลุงจันทร์อาจจะใกล้ได้ไปเกิดใหม่แล้วก็ได้นะนัท หรือไม่ก็... ลุงอาจจะมีภารกิจที่สำคัญกว่าที่ต้องทำในโลกของวิญ

  • หมอคนนี้ ผีลุงบอกว่าใช่!***   44.อ้อมกอดผี

    แสงแดดยามเช้าทอประกายอ่อนโยนลอดผ่านม่านบางเบาของห้องนอนหมอภีมที่หรูหรา นัทลืมตาตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกสบายตัวและอิ่มเอมใจจากค่ำคืนที่ผ่านมา เขาพลิกตัวมองคนที่ยังหลับใหลอยู่ข้างกายหมอภีมยังคงหลับลึก ใบหน้าหล่อเหลาที่มักจะดูเคร่งขรึมยามทำงาน บัดนี้ดูผ่อนคลายและอ่อนโยนอย่างที่สุด นัทอมยิ้มบางๆ ก่อนจะขยับตัวลุกขึ้นอย่างเงียบเชียบเพื่อไม่ให้อีกคนตื่น เดินเข้าห้องน้ำไปชำระร่างกายอย่างรวดเร็ว ก่อนจะหยิบเสื้อเชิ้ตสีฟ้าอ่อนของหมอภีมที่แขวนไว้ในตู้ไม้ฝังเข้ากับผนังห้องมาสวมใส่ เสื้อตัวใหญ่โคร่งจนไหล่เสื้อเลยลงไปถึงต้นแขนของเขา และชายเสื้อยาวเลยสะโพกดูไม่ต่างอะไรกับเดรสสั้นๆ เสื้อเนื้อดียี่ห้อแบรนด์เนมตัวนี้อบอวลไปด้วยกลิ่นน้ำหอมและกลิ่นกายอันคุ้นเคยของหมอภีม ซึ่งเป็นกลิ่นที่เขาหลงใหลไม่คลายเมื่อสวมเสื้อตัวโคร่งคู่กับกางเกงสแล็คตัวหลวมเสร็จแล้ว นัทเดินกลับมาที่เตียงเพื่อเตรียมตัวกลับบ้านตัวเอง ทว่าขายังคงติดตรึงอยู่ที่ข้างเตียง เขายิ้มพลาย ก้มลงมองใกล้ๆ ใบหน้าของหมอภีมอีกครั้ง ก่อนที่จะเอื้อมมือไปเกลี่ยไรผมที่ปรกหน้าผากออกอย่างแผ่วเบา สัมผัสเบาหวิวราวกับกลัวว่าการแตะต้องจะทำลายความสงบงามตรงห

  • หมอคนนี้ ผีลุงบอกว่าใช่!***   43.คำออดอ้อนในค่ำคืน(NC)

    หลังจากเพื่อนกลุ่มใหญ่ต่างพากันแยกย้ายกลับไปแล้ว ทิ้งให้นัทอยู่ที่นี่ต่อ ความเงียบสงบก็กลับมาปกคลุมบ้านของหมอภีมอีกครั้งนัทเก็บแก้วน้ำใบสุดท้ายไปวางในอ่างล้างจานอย่างเงียบๆ ก่อนจะหันกลับมามองคนรักที่ยืนพิงกรอบประตูห้องครัวอยู่ ใบหน้าของหมอภีมที่เคยเปี่ยมไปด้วยรอยยิ้มอารมณ์ดีตลอดทั้งคืน บัดนี้ดูอ่อนโยนและมีแววตาที่ออดอ้อนอย่างชัดเจนนัทยิ้มบางๆ "ลูกกวาดหลับไปแล้วเหรอครับ"หมอภีมพยักหน้า ดวงตาวาวกลับมองนัทแปลกๆ อย่างที่คนมองเห็นแล้วพาให้ใจสั่น เกิดอาการขวยเขินอย่างห้ามไม่อยู่ แก้มสองข้างเริ่มร้อนผ่าว ทว่าก็แสร้งคุยเรื่องอื่น เพื่อกลบเกลื่อน"ดูท่าทางพี่หมอมีความสุขที่ได้เจอเพื่อนๆ นะครับวันนี้"ร่างสูงเดินเข้ามาใกล้ กอดเอวคนรักจากด้านหลังแล้วซบหน้าลงบนไหล่ "สนุกสิครับ... แต่ตอนนี้ยิ่งกว่าสนุกอีกนะ"นัทหัวเราะเบาๆ "อะไรที่ยิ่งกว่าสนุกครับ?"คนตัวสูงกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้น เสียงทุ้มแหบพร่าลงเล็กน้อย "การได้อยู่กับแฟนแค่สองคนนี่ไงครับ... คิดถึงจังเลย เราไม่ได้อยู่ด้วยกันแบบนี้มานานแค่ไหนแล้วนะ?""พี่อ่า! นัทกับพี่หมอห่างกันแค่ ไม่ถึงสองเดือนเองนะครับคุณภีม"หมอภีมเงยหน้าขึ้นมามองด้วยสายต

  • หมอคนนี้ ผีลุงบอกว่าใช่!***   19.อุบัติเหตุในความมืดมิด

    สีหน้าลูกกวาดแสดงถึงความหวาดกลัวถึงขีดสุด เขาเร่งสาวเท้าวิ่งอย่างไม่คิดชีวิต ขาเล็ก ๆ ของเขาตะกุยพื้นถนนลาดยางเก่า ๆ ในความมืดมิด มีเพียงแสงไฟจากเสาไฟฟ้าที่ห่างกันลิบ ๆ เป็นเครื่องนำทาง ความหวาดกลัวคือพลังงานเดียวที่ขับเคลื่อนเขา พลังงานที่มากกว่าความเหนื่อยล้า เด็กหนุ่มไม่ได้มองข้างหน้า ไม่ได้มองข

  • หมอคนนี้ ผีลุงบอกว่าใช่!***   9.เข้มถูกภรรยาทิ้ง

    สองวันต่อมายามเย็นของสลัมเต็มไปด้วยเสียงทะเลาะของบ้านข้าง ๆ เสียงเรือเก่าครูดน้ำ และกลิ่นขยะลอยคลุ้ง แต่ในบ้านของเข้ม ทุกอย่างกลับเงียบสงัดอย่างประหลาดพายืนกลางห้อง มือกำหูหิ้วกระเป๋าเสื้อผ้าเก่า ๆ ที่ยัดของใช้ส่วนตัวจนป่อง เธอไม่มองเข้มแม้เพียงเสี้ยววินาที“พา… อย่าทำแบบนี้นะ” เข้มรีบเข้าไปขวางป

  • หมอคนนี้ ผีลุงบอกว่าใช่!***   7.คำสั่งพิเศษ

    ห้องทำงานหมอภีมหมอภีมหันกลับมาเผชิญหน้ากับน้องนัทอีกครั้ง ใบหน้าคมคายเคร่งเครียด ดวงตาคมกริบมองตรงไปที่น้องนัทอย่างจริงจัง จนเด็กหนุ่มต้องหลุบตาลงเล็กน้อยผีลุงจันทร์ ลอยตัวเข้ามาใกล้ที่สุดเท่าที่จะทำได้ ตั้งใจรอฟังประโยคที่ควรจะง่ายแสนง่ายนี้"นี่นัท!" หมอภีมกล่าวเสียงเฉียบขาด "ฉันจะบอกนายตรงๆ เ

  • หมอคนนี้ ผีลุงบอกว่าใช่!***   1.กามเทพสายหลอนและตึกศัลยกรรมสุดเฮี้ยน

    บุรุษพยาบาลหรือน้องนัท ยืนอยู่หน้าประตูบานใหญ่ของตึกศัลยกรรม ด้วยสีหน้ากังวลระคนตื่นเต้น เนื่องจากวันนี้เป็นวันแรกที่เขาได้รับคำสั่งให้ย้ายมาประจำการที่นี่ หลังเวียนไปหลายแผนกจนแทบจะรู้จักทุกซอกมุมของโรงพยาบาลแล้ว"สู้ๆ นัท! เริ่มต้นงานใหม่นะ" เขาพึมพำกับตัวเอง พลางจัดปกเสื้อกาวน์สีขาวให้เข้าที่เข้

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status