Share

9.เข้มถูกภรรยาทิ้ง

last update Dernière mise à jour: 2026-02-27 21:18:00

สองวันต่อมา

ยามเย็นของสลัมเต็มไปด้วยเสียงทะเลาะของบ้านข้าง ๆ เสียงเรือเก่าครูดน้ำ และกลิ่นขยะลอยคลุ้ง แต่ในบ้านของเข้ม ทุกอย่างกลับเงียบสงัดอย่างประหลาด

พายืนกลางห้อง มือกำหูหิ้วกระเป๋าเสื้อผ้าเก่า ๆ ที่ยัดของใช้ส่วนตัวจนป่อง เธอไม่มองเข้มแม้เพียงเสี้ยววินาที

“พา… อย่าทำแบบนี้นะ” เข้มรีบเข้าไปขวางประตู สีหน้าทั้งหวาดกลัวและอ้อนวอน “เราคุยกันใหม่ได้ไหม พี่จะหางานเพิ่ม พี่จะไม่ทำให้ผิดหวังอีกแล้ว พี่ขอโท..”

พาผลักเขาออกเบา ๆ แต่หนักพอจะทำให้เข้มสะดุดถอย “ฉันตัดสินใจแล้วเข้ม ไม่มีอะไรให้คุยอีก”

“แต่ลูกกวาด… ครอบครัวเราจะ..”

“พี่ไม่ต้องสอนฉันเรื่องครอบครัวนะ” เธอกัดฟัน “ตั้งแต่โดนโกง ฉันก็เป็นคนต้องวิ่งหาเงินทุกวัน พี่ทำอะไรได้บ้าง นอกจากหวังพึ่งน้ำใจคนอื่นไปวัน ๆ”

คำพูดนั้นเหมือนเหล็กแหลมทิ่มทะลุหัวใจเข้ม เขาอ้าปาก แต่ไม่รู้จะพูดอะไร เพราะทุกอย่างที่เธอว่า… มันจริง

พาสะพายกระเป๋า หยิบรองเท้า แล้วเปิดประตูบ้านผุ ๆ ออกไปทันที ตรงหน้าบ้าน มีชายคนหนึ่งยืนรออยู่ เขาสูงกว่าเข้ม ตัวใหญ่กว่า และเสื้อผ้าที่สวมใส่บ่งบอกถึงอีกฝ่ายไม่ใช่คนในสลัม ใบหน้าคมกริบพร้อมรอยยิ้มมุมปากที่สะท้อนความมั่นใจว่า ผู้หญิงคนนี้เป็นของเขาแล้ว

หัวใจเข้มแทบหยุดเต้น เขามองสบตาพา แล้วมองชายตรงหน้า สีหน้าชัดเจนเกินกว่าจะเข้าใจผิด

“พา!…” เสียงเขาแตกพร่า “นี่มัน… หมายความว่ายังไง”

พาเม้มปาก แต่ไม่ตอบ เธอเพียงก้าวไปยืนข้างชายคนนั้นเหมือนเป็นเรื่องธรรมดา ภาพนั้นทำให้เข้มเจ็บจนเหมือนโลกทั้งใบพังลงทันที เขารู้สึกเหมือนเลือดในอกถูกบีบออกไปจนหมด

“ไอ้เวร…” เข้มคำราม ก่อนพุ่งเข้าใส่ชายคนนั้นด้วยแรงทั้งหมดที่มี

เสียงปะทะดังก้องกลางซอยแคบ เข้มชกเข้าที่กรามของชายคนนั้นหนึ่งทีเต็มแรง แต่ก็เหมือนชกกำแพง ชายคนนั้นแทบไม่เซ ก่อนจะเหวี่ยงกลับมาด้วยหมัดหนักจนเข้มล้มกระแทกพื้นเสียงดัง

พาตกใจ “หยุด! อย่าทำเข้ม!”

แต่คำของเธอบางเกินกว่าจะหยุดชายคนนั้น เขากระชากคอเสื้อเข้มขึ้น แล้วซัดเข้าใบหน้าอย่างไม่ปรานี ครั้งที่สอง… ครั้งที่สาม จนเลือดซิบที่มุมปากและจมูก

เข้มพยายามลุก แต่โดนเตะเข้าที่สีข้างจนทรุดลงอีกครั้ง มือยันพื้นไม้ผุ ๆ ที่สั่นจากแรงกระแทก เขาหอบหายใจแรง จนท้ายที่สุดก็นอนฟุบอยู่กับพื้นอย่างหมดทางสู้

พาวิ่งเข้ามาห้าม “พอเถอะ! พอแล้ว!”

ชายคนนั้นปัดมือพาเบา ๆ แล้วมองเข้มด้วยสายตาดูถูกลึก ๆ “ถ้าดูแลผู้หญิงไม่ได้ ก็ปล่อยเขาไปเถอะ ว่างั้นไหม”

คำพูดนั้นเหมือนฆ่าเข้มซ้ำทั้งเป็น 

ชายคนนั้นจับมือพา ลากไปที่รถคันเรียบหรูที่จอดรออยู่ไม่ไกล พาก้าวขึ้นรถช้า ๆ หันมามองเข้มเพียงเสี้ยววินาที แววตาเต็มไปด้วยความวุ่นวายปนสับสน แต่สุดท้ายเธอก็หลบตา

ประตูรถปิดดัง ปัง! เสียงเครื่องยนต์ดังขึ้น แล้วรถก็ออกตัวไปอย่างไม่เหลียวหลัง

เข้มนอนนิ่งอยู่บนพื้นหน้าบ้าน ร่างเต็มไปด้วยรอยช้ำและเลือด แต่ความเจ็บในอกกลับแผดเผารุนแรงกว่ารอยแผลใดๆ

เขาจ้องมองเส้นทางที่รถแล่นลับไป รู้ดีว่า… คนที่เขารักที่สุด ได้เลือกเดินออกไปจากชีวิตแล้ว พร้อมกับผู้ชายอีกคนที่เขาไม่มีวันสู้ได้เลย..

..หลายวันหลังจากเหตุการณ์นั้น เข้มนอนพิงผนังไม้ผุ ๆ ของบ้าน รอยฟกช้ำเริ่มจางลงแต่ยังเห็นชัดเป็นดวงคล้ำ เขายกมือแตะที่กรามตัวเองอย่างแสบ ๆ คัน ๆ สายตาอ่อนแรงแต่ยังพยายามยิ้มเมื่อเห็นลูกชายเดินเข้ามา

ลูกกวาดวางถ้วยข้าวกับช้อนที่สึกจนโค้งงอไว้ข้างพ่อ “พ่อ… วันนี้มีข้าวนะครับ” เสียงเขาเบาและแหบเล็กน้อย

เข้มก้มลงมองในถ้วย มีเพียงข้าวสวยแข็งๆ กับน้ำปลาพริกขี้หนูซอยเป็นชิ้นบางๆ ใส่ช้อน และราดลงไปให้หอมพริกเผ็ดเค็ม ลูกกวาดยังยิ้มให้ทั้งที่ดวงตาดูหม่นเศร้าจนปิดไม่มิด

“แกจะกินกับพ่อเหรอ” เข้มถาม

ลูกกวาดพยักหน้า ปั้นยิ้มบาง “ก็กินด้วยกันไงครับ… ครอบครัวเรา”

คำว่า ครอบครัว ทำให้หัวใจเข้มตึงแน่นขึ้นอย่างบอกไม่ถูก ทั้งคู่ตักข้าวคำแรกเข้าปาก ข้าวฝืดคอแทบกลืนไม่ลง รสเค็มของน้ำปลาทำให้แสบปลายลิ้น แต่ลูกกวาดก็กินต่อไปโดยไม่บ่นแม้คำเดียว

กินได้ไม่กี่คำ ลูกกวาดก็วางช้อนลงช้า ๆ “พ่อ… ผมคิดแล้วครับ ผมจะไม่ไปโรงเรียนแล้ว”

เข้มชะงัก มือสั่นเล็กน้อยก่อนวางช้อนของตัวเองลง “พูดอะไรของแกวะลูกกวาด”

ลูกชายก้มหน้า มือกำกางเกงตัวเองแน่น “ผมโตแล้วนะครับ ผมไปช่วยทำงานได้ แม้ได้เงินไม่มาก แต่ก็พอจ่ายค่าข้าว พอซื้อยาให้พ่อ… ขอแค่พ่อไม่ต้องลำบากอยู่คนเดียวก็พอ”

คำพูดนั้นแทงเข้ากลางอกเข้มเหมือนคมมีด เขาตาแดงทันที แต่พยายามไม่ให้เสียงตัวเองสั่น “ลูกกวาด… แกอายุแค่นี้” เข้มเอื้อมมือไปจับไหล่ลูกชายเบา ๆ “จะไปทำอะไรได้วะ เงินมันไม่ได้หาโคตรง่ายนะลูก แกมีหน้าที่เรียนก็เรียนไป เรื่องหาเงินน่ะ… ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของพ่อเอง”

ลูกกวาดส่ายหน้าเร็ว ๆ น้ำตาค่อย ๆ ไหลลงเพราะกลั้นไม่อยู่ “แต่พ่อเจ็บ… พ่อทำงานหนักไม่ไหวแล้ว พ่อไม่มีแม่แล้วด้วย ผมไม่อยากให้พ่ออยู่คนเดียว ผม..ผมจะช่วยเอง!”

เข้มดึงลูกชายเข้ามากอดแน่น เหมือนกลัวว่าถ้าปล่อยมือ ลูกชายจะหายไปเหมือนพาอีกคน “แกอย่าเลยลูก แกเป็นความหวังเดียวของพ่อแล้วนะ… พ่อไม่ยอมให้แกทิ้งอนาคตตัวเองเด็ดขาด”

เสียงลูกกวาดสะอื้นอู้อี้อยู่ในอกพ่อ แต่เขาก็พยายามกลืนเสียงไว้ ก้มลงหยิบช้อนขึ้นมาใหม่ 

น้ำตายังค้างอยู่บนแก้ม แต่ลูกชายก็ยิ้มฝืน ๆ แล้วพูดเสียงแตกพร่า “งั้น… กินต่อเถอะครับพ่อ เดี๋ยวข้าวจะเย็นซะหมด”

ทั้งคู่กลับมาตักข้าวคลุกน้ำปลากินพร้อมกันอีกครั้ง คำแล้วคำเล่า ทั้งเค็ม ทั้งปวดใจ หากแต่เป็นมื้อที่อบอุ่นที่สุดเท่าที่บ้านอันเงียบงันหลังนี้เคยมีในรอบหลายวันมานี้

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Latest chapter

  • หมอคนนี้ ผีลุงบอกว่าใช่!***   11.การเผชิญหน้าเพื่อนๆ ในโรงพยาบาล

    เมื่อหนังจบลง แสงไฟในโรงฉายก็สว่างขึ้น หมอภีมรีบลุกขึ้นยืนทันทีอย่างรวดเร็วเพื่อรักษาฟอร์มความเป็นคนเย็นชาเอาไว้ เขาเอ่ยว่า "ก็... ได้ความรู้ดี" พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงวิชาการเพื่อกลบเกลื่อนความกระอักกระอ่วนที่มือของเขาเพิ่งจะสัมผัสกับมือน้องนัทไปเมื่อครู่"ครับ สนุกมากเลยครับหมอภีม ขอบคุณนะครับ" นัทพูดด้วยรอยยิ้มอย่างจริงใจ หัวใจของเขายังคงเต้นไม่เป็นจังหวะจากสัมผัสเมื่อกี้ขณะที่ทั้งสองเดินออกจากประตูโรงหนัง โดยมีคนตัวสูงเดินนำหน้าอย่างรักษาระยะห่างเพียงเล็กน้อย จู่ๆ ก็มีเสียงคุ้นเคยดังขึ้นมาอย่างสดใส"อ้าว! ตายแล้ว! นั่น... นั่นหมอภีมกับน้องนัทคนน่ารัก ไม่ใช่เหรอคะ!?"ทั้งหมอภีมและน้องนัทหันไปมองพร้อมกัน และสิ่งที่เห็นก็คือ หมอเจตน์ แพทย์ศัลยกรรมเพื่อนสนิทของหมอภีม, พยาบาลน้ำหวาน ผู้ช่วยคนเก่ง, และ นุ่มนิ่มพยาบาลขาเม้ามอยอันดับหนึ่งของโรงพยาบาล! ทั้งสามคนกำลังยืนรอคิวซื้อตั๋วหนังอยู่ผีลุงจันทร์ ที่กำลังจะลอยตามไปติดๆ ถึงกับเบรกตัวโก่งกลางอากาศ 'เวรกรรม! พวกขาเม้าท์โรงพยาบาลมาได้ยังไงวะเนี่ย!'"โหหหหห! ไม่จริง!" นุ่มนิ่มยกมือทาบอกอย่างตกใจสุดขีด "นี่มันอะไรกันคะหมอภีม! พาน้องนัทมาดูหนั

  • หมอคนนี้ ผีลุงบอกว่าใช่!***   10.ให้มันได้อย่างนี้สิ!

    หมอภีมยืนอยู่ตรงหน้าโต๊ะทำงาน จ้องมองปากกาในมือของตัวเองอย่างครุ่นคิด เขากำลังต่อสู้กับความรู้สึกที่หลากหลายในใจ โดยมีผีลุงจันทร์ลอยอยู่ข้างๆ ส่งกระแสจิตสนับสนุนอย่างเต็มที่" เอาสิไอ้ภีม! โอกาสสุดท้ายแล้วโว้ย"หมอภีม "น้องนัท..."เจ้าของชื่อนัท ที่กำลังก้มหน้าก้มตาพิมพ์รายงานอยู่ก็หยุดมือ และเงยหน้าขึ้นอย่างตั้งใจรอฟัง "ครับ"อีกฝ่ายก่อนจะพูดบางอย่าง เขาสูดหายใจเข้าลึกๆ จนเต็มปอด คราวนี้ตั้งใจไว้ว่าจะไม่ปล่อยให้ความเย็นชาหรือความกระอักกระอ่วนมาขัดขวางอีกแล้ว เพราะเพิ่งผ่านสถานการณ์ความเป็นความตายมาหมาดๆ เรื่องนี้จึงควรเป็นเรื่องที่เล็กน้อยที่สุดในโลกหรือไม่และพูดออกมาด้วยน้ำเสียงเรียบๆ ทุ้มต่ำ แต่แฝงด้วยอำนาจสั่งการในแบบฉบับของเขาเอง ราวกับกำลังสั่งให้ไปหยิบผ้าก๊อซ หรือสั่งจ่ายยาอะไรสักอย่าง"เรื่องชุดออกงานนั่นน่ะ... ไม่ต้องส่งเลขาไปหรอก เสียเวลา" "ครับ.." นัททำหน้างงหมอภีมกล่าวอีก "นายกับฉันไปซื้อด้วยกัน พรุ่งนี้เช้า หลังฉันเสร็จธุระที่บ้านแม่"คนถูกสั่งนิ่งไปชั่วขณะ ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความประหลาดใจอย่างที่สุด นี่ไม่ใช่คำพูดที่มาจากคนที่เพิ่งจะโยนบัตรเครดิตให้ไปจัดการเองเมื่

  • หมอคนนี้ ผีลุงบอกว่าใช่!***   9.เข้มถูกภรรยาทิ้ง

    สองวันต่อมายามเย็นของสลัมเต็มไปด้วยเสียงทะเลาะของบ้านข้าง ๆ เสียงเรือเก่าครูดน้ำ และกลิ่นขยะลอยคลุ้ง แต่ในบ้านของเข้ม ทุกอย่างกลับเงียบสงัดอย่างประหลาดพายืนกลางห้อง มือกำหูหิ้วกระเป๋าเสื้อผ้าเก่า ๆ ที่ยัดของใช้ส่วนตัวจนป่อง เธอไม่มองเข้มแม้เพียงเสี้ยววินาที“พา… อย่าทำแบบนี้นะ” เข้มรีบเข้าไปขวางประตู สีหน้าทั้งหวาดกลัวและอ้อนวอน “เราคุยกันใหม่ได้ไหม พี่จะหางานเพิ่ม พี่จะไม่ทำให้ผิดหวังอีกแล้ว พี่ขอโท..”พาผลักเขาออกเบา ๆ แต่หนักพอจะทำให้เข้มสะดุดถอย “ฉันตัดสินใจแล้วเข้ม ไม่มีอะไรให้คุยอีก”“แต่ลูกกวาด… ครอบครัวเราจะ..”“พี่ไม่ต้องสอนฉันเรื่องครอบครัวนะ” เธอกัดฟัน “ตั้งแต่โดนโกง ฉันก็เป็นคนต้องวิ่งหาเงินทุกวัน พี่ทำอะไรได้บ้าง นอกจากหวังพึ่งน้ำใจคนอื่นไปวัน ๆ”คำพูดนั้นเหมือนเหล็กแหลมทิ่มทะลุหัวใจเข้ม เขาอ้าปาก แต่ไม่รู้จะพูดอะไร เพราะทุกอย่างที่เธอว่า… มันจริงพาสะพายกระเป๋า หยิบรองเท้า แล้วเปิดประตูบ้านผุ ๆ ออกไปทันที ตรงหน้าบ้าน มีชายคนหนึ่งยืนรออยู่ เขาสูงกว่าเข้ม ตัวใหญ่กว่า และเสื้อผ้าที่สวมใส่บ่งบอกถึงอีกฝ่ายไม่ใช่คนในสลัม ใบหน้าคมกริบพร้อมรอยยิ้มมุมปากที่สะท้อนความมั่นใจว่า ผ

  • หมอคนนี้ ผีลุงบอกว่าใช่!***   8.วันแตกสลาย บ้านไม้ผุริมคลอง

    บ้านไม้ผุที่ตั้งอยู่ริมคลองเน่าเหม็นยังคงส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดเป็นจังหวะเศร้าสร้อยทุกครั้งที่ลมจากคลองพัดผ่าน ราวกับเป็นเสียงถอนหายใจของตัวบ้านเอง หนึ่งสัปดาห์เต็มที่ความตึงเครียดได้บ่มเพาะจนถึงขีดสุดพานั่งเหม่ออยู่หน้าโต๊ะเตี้ย ๆ ที่เต็มไปด้วยเอกสารแห่งความพ่ายแพ้ บิลเก่าที่ค้างชำระจนสีซีดจาง กระดาษทวงหนี้ที่ตัวอักษรสีแดงฉานเหมือนรอยเลือด และสมุดบัญชีที่ตัวเลขแดงพรืดเหมือนเลือดคั่งในบาดแผลเก่า เธอไม่ได้แค่กุมขมับ แต่เป็นการโอบศีรษะไว้ราวกับกลัวว่ามันจะระเบิดออกด้วยความสิ้นหวัง ใบหน้าของเธอเหนื่อยล้าจนเกือบจะว่างเปล่า ดวงตาที่เคยมองโลกอย่างทะเยอทะยานบัดนี้กลับเต็มไปด้วยความมืดมิดเข้มเดินเข้ามาจากด้านนอก ความร้อนระอุของแดดอ่อน ๆ ยังติดอยู่บนเสื้อยืดเก่า ๆ ของเขา มือยังเปื้อนน้ำมันเครื่องสีดำคล้ำจากการรับจ้างซ่อมรถในซอย กลิ่นน้ำมันกับเหงื่อเป็นกลิ่นประจำตัวที่พาเคยชิน แต่ตอนนี้มันกลับเป็นกลิ่นแห่งความล้มเหลว“วันนี้พี่ได้มาแค่สามร้อยเองพา” เข้มพูดเสียงแผ่ว พยายามไม่สบตาเมียรัก “เขาบอกงานน้อย… พวกเด็กแว้นมันไม่ค่อยมาซ่อมกันเลยช่วงนี้.. แย่ชะมัด”พาไม่ตอบ เธอเพียงหายใจเข้าออกหนักๆ เสียงดัง

  • หมอคนนี้ ผีลุงบอกว่าใช่!***   7.คำสั่งพิเศษ

    ห้องทำงานหมอภีมหมอภีมหันกลับมาเผชิญหน้ากับน้องนัทอีกครั้ง ใบหน้าคมคายเคร่งเครียด ดวงตาคมกริบมองตรงไปที่น้องนัทอย่างจริงจัง จนเด็กหนุ่มต้องหลุบตาลงเล็กน้อยผีลุงจันทร์ ลอยตัวเข้ามาใกล้ที่สุดเท่าที่จะทำได้ ตั้งใจรอฟังประโยคที่ควรจะง่ายแสนง่ายนี้"นี่นัท!" หมอภีมกล่าวเสียงเฉียบขาด "ฉันจะบอกนายตรงๆ เลยนะ... เรื่องชุดออกงานอะไรนั่นน่ะ... มันเป็นแค่เรื่องไร้สาระของพวกชนชั้นสูง ฉันไม่ได้อยากไปยุ่งเกี่ยวเลยสักนิด แต่แม่ขอร้องมา..."น้องนัทเงยหน้าขึ้นมองหมอภีมอย่างสงบ "ครับ"หมอภีมถอนหายใจยาว พยายามเรียบเรียงคำพูดให้ดูเป็นเรื่อง 'งาน' และ 'ภาระ' ที่เขาจำเป็นต้องทำ"ดังนั้น... ฉันจะมอบหมายภารกิจนี้ให้นาย" หมอภีมล้วงกระเป๋าสตางค์หนังแท้ราคาแพงออกมา เขาดึงบัตรเครดิตสีดำใบหนึ่งที่จำกัดวงเงินมหาศาลออกมาวางไว้บนโต๊ะทำงาน"นี่คือบัตรของฉัน" หมอภีมพูดต่อด้วยน้ำเสียงเย็นชา "วันพรุ่งนี้... นายไปเลือกซื้อชุดที่... ที่ไหนก็ได้ที่มันแพงที่สุดตามที่แม่ต้องการ เลือกมาให้ดีที่สุดสำหรับงานกาล่า... นายไปกับเลขาของฉัน""โธ่เอ๊ย! ไม่ใช่แบบนั้น!" ผีลุงจันทร์ส่งเสียงร้องออกมาอย่างสิ้นหวังในความคิดของเขาเอง ร่างโป

  • หมอคนนี้ ผีลุงบอกว่าใช่!***   6.หมอภีมถูกแม่บังคับ

    “ลูกมาได้ยังไง…” พาเอ่ยถามลูกชายเสียงสั่น“ผมได้ยินเสียงตะโกนจากท้ายซอยครับแม่ เลยรีบวิ่งมาดู” ลูกกวาดย่อตัวลงข้างพ่อแม่ มือสั่นระริกเมื่อเห็นรอยเลือด เขารีบไปหยิบผ้าขนหนู จุ่มเข้าไปในอ่างน้ำเล็กๆ ทั้งที่น้ำในอ่างขุ่นคล้ำจนมองไม่เห็นก้นอ่าง เขาบรรจงเช็ดเลือดให้พ่อด้วยความอ่อนโยน แล้วหันมาดูรอยฟกช้ำบนแขนแม่ด้วยหัวใจที่ร้อนรุ่ม “แม่เจ็บไหมครับ...”พาส่ายหน้าทั้งน้ำตา “ไม่เจ็บเท่าที่พ่อเจ็บหรอกลูก”ลูกกวาดสูดลมหายใจลึก พยายามรวบรวมความกล้าให้เสียงไม่สั่น “พ่อครับ... แม่ครับ... ทางโรงเรียนเขาทวงค่าเทอมอีกแล้วครับ”คำพูดนั้นทำให้ความเงียบที่เคยมีกลับมาหนักอึ้งอีกครั้ง เข้มกับพามองหน้ากันอย่างสิ้นหวัง“เขาบอกว่าถ้าอาทิตย์นี้ผมไม่จ่าย เขาจะตัดสิทธิ์การสอบปลายภาคครับ” เด็กหนุ่มเงยหน้าขึ้นมองพ่อแม่ด้วยแววตาที่เจ็บปวด “ผม... ผมอาจไม่ได้เรียนต่อ ม.6 แล้วนะครับ”คำพูดสุดท้ายนั้นเหมือนคมมีดเชือดกลางอกของพ่อแม่ เข้มกัดฟันแน่นจนกรามขึ้นสันนูน รู้ดีว่าลูกชายพยายามเรียนหนักเพียงใด เขานอนดึกตื่นเช้าเพื่ออ่านหนังสือ หวังเพียงใบปริญญาที่เชื่อว่าเป็นทางรอดเดียวของครอบครัว พาก็ยกมือปิดปากไว้แน่น น้ำตาเอ่อ

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status