Share

9.เข้มถูกภรรยาทิ้ง

last update Petsa ng paglalathala: 2026-02-27 21:18:00

สองวันต่อมา

ยามเย็นของสลัมเต็มไปด้วยเสียงทะเลาะของบ้านข้าง ๆ เสียงเรือเก่าครูดน้ำ และกลิ่นขยะลอยคลุ้ง แต่ในบ้านของเข้ม ทุกอย่างกลับเงียบสงัดอย่างประหลาด

พายืนกลางห้อง มือกำหูหิ้วกระเป๋าเสื้อผ้าเก่า ๆ ที่ยัดของใช้ส่วนตัวจนป่อง เธอไม่มองเข้มแม้เพียงเสี้ยววินาที

“พา… อย่าทำแบบนี้นะ” เข้มรีบเข้าไปขวางประตู สีหน้าทั้งหวาดกลัวและอ้อนวอน “เราคุยกันใหม่ได้ไหม พี่จะหางานเพิ่ม พี่จะไม่ทำให้ผิดหวังอีกแล้ว พี่ขอโท..”

พาผลักเขาออกเบา ๆ แต่หนักพอจะทำให้เข้มสะดุดถอย “ฉันตัดสินใจแล้วเข้ม ไม่มีอะไรให้คุยอีก”

“แต่ลูกกวาด… ครอบครัวเราจะ..”

“พี่ไม่ต้องสอนฉันเรื่องครอบครัวนะ” เธอกัดฟัน “ตั้งแต่โดนโกง ฉันก็เป็นคนต้องวิ่งหาเงินทุกวัน พี่ทำอะไรได้บ้าง นอกจากหวังพึ่งน้ำใจคนอื่นไปวัน ๆ”

คำพูดนั้นเหมือนเหล็กแหลมทิ่มทะลุหัวใจเข้ม เขาอ้าปาก แต่ไม่รู้จะพูดอะไร เพราะทุกอย่างที่เธอว่า… มันจริง

พาสะพายกระเป๋า หยิบรองเท้า แล้วเปิดประตูบ้านผุ ๆ ออกไปทันที ตรงหน้าบ้าน มีชายคนหนึ่งยืนรออยู่ เขาสูงกว่าเข้ม ตัวใหญ่กว่า และเสื้อผ้าที่สวมใส่บ่งบอกถึงอีกฝ่ายไม่ใช่คนในสลัม ใบหน้าคมกริบพร้อมรอยยิ้มมุมปากที่สะท้อนความมั่นใจว่า ผู้หญิงคนนี้เป็นของเขาแล้ว

หัวใจเข้มแทบหยุดเต้น เขามองสบตาพา แล้วมองชายตรงหน้า สีหน้าชัดเจนเกินกว่าจะเข้าใจผิด

“พา!…” เสียงเขาแตกพร่า “นี่มัน… หมายความว่ายังไง”

พาเม้มปาก แต่ไม่ตอบ เธอเพียงก้าวไปยืนข้างชายคนนั้นเหมือนเป็นเรื่องธรรมดา ภาพนั้นทำให้เข้มเจ็บจนเหมือนโลกทั้งใบพังลงทันที เขารู้สึกเหมือนเลือดในอกถูกบีบออกไปจนหมด

“ไอ้เวร…” เข้มคำราม ก่อนพุ่งเข้าใส่ชายคนนั้นด้วยแรงทั้งหมดที่มี

เสียงปะทะดังก้องกลางซอยแคบ เข้มชกเข้าที่กรามของชายคนนั้นหนึ่งทีเต็มแรง แต่ก็เหมือนชกกำแพง ชายคนนั้นแทบไม่เซ ก่อนจะเหวี่ยงกลับมาด้วยหมัดหนักจนเข้มล้มกระแทกพื้นเสียงดัง

พาตกใจ “หยุด! อย่าทำเข้ม!”

แต่คำของเธอบางเกินกว่าจะหยุดชายคนนั้น เขากระชากคอเสื้อเข้มขึ้น แล้วซัดเข้าใบหน้าอย่างไม่ปรานี ครั้งที่สอง… ครั้งที่สาม จนเลือดซิบที่มุมปากและจมูก

เข้มพยายามลุก แต่โดนเตะเข้าที่สีข้างจนทรุดลงอีกครั้ง มือยันพื้นไม้ผุ ๆ ที่สั่นจากแรงกระแทก เขาหอบหายใจแรง จนท้ายที่สุดก็นอนฟุบอยู่กับพื้นอย่างหมดทางสู้

พาวิ่งเข้ามาห้าม “พอเถอะ! พอแล้ว!”

ชายคนนั้นปัดมือพาเบา ๆ แล้วมองเข้มด้วยสายตาดูถูกลึก ๆ “ถ้าดูแลผู้หญิงไม่ได้ ก็ปล่อยเขาไปเถอะ ว่างั้นไหม”

คำพูดนั้นเหมือนฆ่าเข้มซ้ำทั้งเป็น 

ชายคนนั้นจับมือพา ลากไปที่รถคันเรียบหรูที่จอดรออยู่ไม่ไกล พาก้าวขึ้นรถช้า ๆ หันมามองเข้มเพียงเสี้ยววินาที แววตาเต็มไปด้วยความวุ่นวายปนสับสน แต่สุดท้ายเธอก็หลบตา

ประตูรถปิดดัง ปัง! เสียงเครื่องยนต์ดังขึ้น แล้วรถก็ออกตัวไปอย่างไม่เหลียวหลัง

เข้มนอนนิ่งอยู่บนพื้นหน้าบ้าน ร่างเต็มไปด้วยรอยช้ำและเลือด แต่ความเจ็บในอกกลับแผดเผารุนแรงกว่ารอยแผลใดๆ

เขาจ้องมองเส้นทางที่รถแล่นลับไป รู้ดีว่า… คนที่เขารักที่สุด ได้เลือกเดินออกไปจากชีวิตแล้ว พร้อมกับผู้ชายอีกคนที่เขาไม่มีวันสู้ได้เลย..

..หลายวันหลังจากเหตุการณ์นั้น เข้มนอนพิงผนังไม้ผุ ๆ ของบ้าน รอยฟกช้ำเริ่มจางลงแต่ยังเห็นชัดเป็นดวงคล้ำ เขายกมือแตะที่กรามตัวเองอย่างแสบ ๆ คัน ๆ สายตาอ่อนแรงแต่ยังพยายามยิ้มเมื่อเห็นลูกชายเดินเข้ามา

ลูกกวาดวางถ้วยข้าวกับช้อนที่สึกจนโค้งงอไว้ข้างพ่อ “พ่อ… วันนี้มีข้าวนะครับ” เสียงเขาเบาและแหบเล็กน้อย

เข้มก้มลงมองในถ้วย มีเพียงข้าวสวยแข็งๆ กับน้ำปลาพริกขี้หนูซอยเป็นชิ้นบางๆ ใส่ช้อน และราดลงไปให้หอมพริกเผ็ดเค็ม ลูกกวาดยังยิ้มให้ทั้งที่ดวงตาดูหม่นเศร้าจนปิดไม่มิด

“แกจะกินกับพ่อเหรอ” เข้มถาม

ลูกกวาดพยักหน้า ปั้นยิ้มบาง “ก็กินด้วยกันไงครับ… ครอบครัวเรา”

คำว่า ครอบครัว ทำให้หัวใจเข้มตึงแน่นขึ้นอย่างบอกไม่ถูก ทั้งคู่ตักข้าวคำแรกเข้าปาก ข้าวฝืดคอแทบกลืนไม่ลง รสเค็มของน้ำปลาทำให้แสบปลายลิ้น แต่ลูกกวาดก็กินต่อไปโดยไม่บ่นแม้คำเดียว

กินได้ไม่กี่คำ ลูกกวาดก็วางช้อนลงช้า ๆ “พ่อ… ผมคิดแล้วครับ ผมจะไม่ไปโรงเรียนแล้ว”

เข้มชะงัก มือสั่นเล็กน้อยก่อนวางช้อนของตัวเองลง “พูดอะไรของแกวะลูกกวาด”

ลูกชายก้มหน้า มือกำกางเกงตัวเองแน่น “ผมโตแล้วนะครับ ผมไปช่วยทำงานได้ แม้ได้เงินไม่มาก แต่ก็พอจ่ายค่าข้าว พอซื้อยาให้พ่อ… ขอแค่พ่อไม่ต้องลำบากอยู่คนเดียวก็พอ”

คำพูดนั้นแทงเข้ากลางอกเข้มเหมือนคมมีด เขาตาแดงทันที แต่พยายามไม่ให้เสียงตัวเองสั่น “ลูกกวาด… แกอายุแค่นี้” เข้มเอื้อมมือไปจับไหล่ลูกชายเบา ๆ “จะไปทำอะไรได้วะ เงินมันไม่ได้หาโคตรง่ายนะลูก แกมีหน้าที่เรียนก็เรียนไป เรื่องหาเงินน่ะ… ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของพ่อเอง”

ลูกกวาดส่ายหน้าเร็ว ๆ น้ำตาค่อย ๆ ไหลลงเพราะกลั้นไม่อยู่ “แต่พ่อเจ็บ… พ่อทำงานหนักไม่ไหวแล้ว พ่อไม่มีแม่แล้วด้วย ผมไม่อยากให้พ่ออยู่คนเดียว ผม..ผมจะช่วยเอง!”

เข้มดึงลูกชายเข้ามากอดแน่น เหมือนกลัวว่าถ้าปล่อยมือ ลูกชายจะหายไปเหมือนพาอีกคน “แกอย่าเลยลูก แกเป็นความหวังเดียวของพ่อแล้วนะ… พ่อไม่ยอมให้แกทิ้งอนาคตตัวเองเด็ดขาด”

เสียงลูกกวาดสะอื้นอู้อี้อยู่ในอกพ่อ แต่เขาก็พยายามกลืนเสียงไว้ ก้มลงหยิบช้อนขึ้นมาใหม่ 

น้ำตายังค้างอยู่บนแก้ม แต่ลูกชายก็ยิ้มฝืน ๆ แล้วพูดเสียงแตกพร่า “งั้น… กินต่อเถอะครับพ่อ เดี๋ยวข้าวจะเย็นซะหมด”

ทั้งคู่กลับมาตักข้าวคลุกน้ำปลากินพร้อมกันอีกครั้ง คำแล้วคำเล่า ทั้งเค็ม ทั้งปวดใจ หากแต่เป็นมื้อที่อบอุ่นที่สุดเท่าที่บ้านอันเงียบงันหลังนี้เคยมีในรอบหลายวันมานี้

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • หมอคนนี้ ผีลุงบอกว่าใช่!***   48.รักที่ผีลุงฝากไว้(ตอนอวสาน)

    คาเฟ่แห่งหนึ่งในอำเภอปากช่องแสงแดดยามเย็นทอดตัวลงบนทุ่งดอกไม้กว้างสุดสายตา กลีบดอกไม้สีขาว ชมพู และม่วงอ่อน แกว่งไกวไปตามแรงลมราวกับคลื่นทะเลอ่อนโยน กลิ่นหอมจางๆ ของดอกไม้ป่าลอยคลุ้งอยู่ในอากาศ ทำให้หัวใจของคนที่ยืนอยู่ตรงนั้นสงบอย่างประหลาดหมอภีมยืนเคียงข้างภรรยาอย่างนัท มือของเขาค่อยๆ เอื้อมไปจับมืออีกฝ่ายอย่างแผ่วเบา ราวกับกลัวว่าหากแรงกว่านี้ ความสุขตรงหน้าจะสลายไป นัทหันมายิ้มให้คนเป็นสามี รอยยิ้มนั้นไม่ใช่รอยยิ้มกว้างสดใส แต่เป็นรอยยิ้มอบอุ่นที่เต็มไปด้วยความไว้ใจ“สวยจังเลย” นัทเอ่ยเบาๆ ดวงตาเขามองทุ่งดอกไม้ แต่หัวใจกลับจดจ่ออยู่ที่คนข้างกายหมอภีมหัวเราะเบาๆ “ไม่สวยเท่านัทหรอก” คำพูดธรรมดาแต่จริงใจ ทำให้นัทหน้าแดง เขาก้มหน้าลงเล็กน้อย แต่ก็ยังไม่ปล่อยมืออีกฝ่ายทั้งสองเดินไปช้าๆ ท่ามกลางดอกไม้ที่สูงถึงเข่า ปล่อยให้เวลาค่อยๆ ไหลผ่านไปอย่างไม่เร่งรีบ หมอภีมรู้ดีว่าในชีวิตของเขา เต็มไปด้วยความเหน็ดเหนื่อย ความกดดัน และการสูญเสียจากอาชีพแพทย์ แต่ทุกครั้งที่เขามองหน้าใสๆ ของภรรยาตัวเอง ความเหนื่อยล้าทั้งหมดกลับจางหายไป เหลือเพียงความอบอุ่นที่ไม่ต้องการคำอธิบายคนตัวเล็กหยุดเดิน แ

  • หมอคนนี้ ผีลุงบอกว่าใช่!***   47.คำอำลาสุดท้าย

    คำพูดที่เจ็บปวดรวดร้าวของอำพากรีดลึกเข้าไปในจิตสำนึกของผีนายเข้ม ร่างกายของหมอภีมหยุดสั่นเทาเดี๋ยวนั้น ดวงตาแดงก่ำที่เคยเต็มไปด้วยความอาฆาตเริ่มมีประกายแห่งความสำนึกผิดและความเข้าใจทอแสงขึ้นมาแทนที่เข้มเสียงแหบพร่าและสั่นเครือ "อะ อำพา..." เขาเริ่มคล้อยตามกับความจริงที่ภรรยาเอ่ยออกมา ความแค้นที่ยึดมั่นว่าตนเป็นเหยื่อเพียงผู้เดียวพลันถูกทำลายลงด้วยความรักและโศกนาฏกรรมของครอบครัว และพลังงานมืดที่เคยแผ่ซ่านออกมาจากร่างหมอภีมพลันสลายหายไปอย่างรวดเร็วราวกับถูกดูดกลับเข้าไปวูบดวงตาของหมอภีมกลับคืนสู่สีน้ำตาลเข้มที่คุ้นเคยในทันที แต่ร่างที่ถูกควบคุมมานานก็หมดแรง หมอภีมล้มลงไปกับพื้นหญ้าอย่างอ่อนแรงนัทร้องเสียงหลง "พี่หมอ" เขาไม่สนใจสิ่งรอบข้างอีกต่อไป เขารีบคลานเข้าไปหาคนรักอย่างรวดเร็วและประคองร่างของหมอภีมขึ้นมาไว้ในอ้อมกอด ใบหน้าของนัทแนบไปกับศีรษะของหมอภีมอย่างโล่งใจ "ไม่เป็นไรแล้วนะครับพี่หมอ... นัทอยู่ตรงนี้แล้ว"ขณะที่นัทกำลังกอดหมอภีมอยู่นั้น ผีนายเข้มก็ปรากฏร่างเป็นวิญญาณเต็มตัวอยู่ข้างๆ ร่างกายโปร่งแสงของเขาสั่นเทิ้มด้วยความรู้สึกผิดและโศกเศร้าเหลือแสน เขากลับคืนสู่สภาพเมื่อครั

  • หมอคนนี้ ผีลุงบอกว่าใช่!***   46.การเผชิญหน้าและบาดแผลในใจของลูกกวาด

    นัท หมอเจตน์ นุ่มนิ่ม และน้ำหวาน นำอำพาที่นั่งอยู่บนรถเข็นเข้ามาในบริเวณบ้านของหมอภีม โดยมีหมอธีร์ที่คอยเข็นรถเข็นอย่างระมัดระวังที่สุด พวกเขามาถึงในตอนบ่ายแก่ๆ อากาศค่อนข้างอบอ้าว แต่บรรยากาศภายในกลุ่มกลับเย็นเยียบด้วยความเครียดบริเวณหน้าบ้านใหญ่ ลูกกวาดกำลังนั่งอยู่ข้างกระถางต้นไม้ประดับ เขาเงยหน้าขึ้น และทันทีที่เห็นนัทและเพื่อนๆ มากันครบ นายลูกกวาดก็ส่งยิ้มกว้างออกมาอย่างเป็นมิตร"พี่นัท! พี่ๆ ทุกคน! มากันแล้วเหรอครับ? เข้าข้างในบ้านก่อนสิครับ"รอยยิ้มนั้นอ่อนโยนและบริสุทธิ์ ทำให้ทุกคนรู้สึกดีชั่วขณะ ก่อนที่นัทจะพยายามหาทางแนะนำอำพา "ลูกกวาด... คือว่า... วันนี้พี่พาคนสำคัญมาหาเราน่ะ"หมอธีร์ค่อยๆ เข็นรถเข็นของอำพาที่นั่งนิ่งอยู่ด้านหลังกลุ่มเพื่อน ก้าวเข้ามาในระยะสายตาของลูกกวาดวินาทีที่ลูกกวาดหันไปเห็นภาพของหญิงสาววัยกลางคนขาด้วนทั้งสองข้างที่นั่งอยู่บนรถเข็น รอยยิ้มที่สดใสบนใบหน้าของเขาก็พลันแข็งค้างดวงตาของลูกกวาดเบิกกว้างด้วยความหวาดกลัวอย่างขีดสุด ราวกับเห็นปีศาจร้าย ไม่ใช่แม่ของตัวเอง!"อ๊ากกกกกก!!!"เสียงกรีดร้องแหลมสูงและหวาดผวาถูกปล่อยออกมาจากลำคอของลูกกวาดทันที ร่างก

  • หมอคนนี้ ผีลุงบอกว่าใช่!***   45.แสงแห่งความหวังที่ปลายสาย

    วันต่อมากลุ่มเพื่อนของนัท ทุกคนมานั่งรวมตัวกันที่มุมหนึ่งในร้านคาเฟ่ที่เงียบสงบ บรรยากาศเต็มไปด้วยความเครียดและความกังวล โดยเฉพาะนัทที่ดวงตาบวมช้ำจากการร้องไห้หนักตลอดคืนนัทเสียงแหบพร่า "เมื่อคืน... มันเลวร้ายมากครับ ถ้านัทหนีไม่ทัน ป่านนี้นัทคง... คงไม่ได้มานั่งอยู่ตรงนี้"หมอเจตน์ตบบ่าปลอบใจ "ใจเย็นๆ นะน้องนัท นายทำถูกแล้วที่หนีออกมา ตอนนี้นายปลอดภัยแล้ว สิ่งที่เราต้องทำคือหาทางช่วยไอ้ภีมออกมาให้ได้"หมอธีร์นั่งเท้าคาง มองนัทอย่างเครียดจัด "ปัญหาคือผีตนนั้นมันแข็งแกร่งเกินไป มันเข้าควบคุมร่างหมอภีมได้สมบูรณ์ขนาดนั้น เราจะทำยังไงดีล่ะ... เอาอย่างนี้ไหม? ทำไมเราไม่ลองเชิญดวงวิญญาณของลุงจันทร์มาช่วยล่ะ? ลุงจันทร์น่าจะเป็นวิญญาณที่มีบารมีพอจะสู้กับผีเข้มได้นะ"นัทส่ายหน้าอย่างเศร้าสร้อย "นัทลองเชิญแล้วครับหมอธีร์... ตั้งแต่วันที่เราหลุดออกมาจากมิติของผีนายเข้มได้ ลุงจันทร์ก็ไม่ปรากฏตัวให้ผมเห็นอีกเลย ผมพยายามเรียกหลายครั้งแล้วก็ไม่มีวี่แวว"นุ่มนิ่มวางมือบนแขนของนัทอย่างอ่อนโยน "ลุงจันทร์อาจจะใกล้ได้ไปเกิดใหม่แล้วก็ได้นะนัท หรือไม่ก็... ลุงอาจจะมีภารกิจที่สำคัญกว่าที่ต้องทำในโลกของวิญ

  • หมอคนนี้ ผีลุงบอกว่าใช่!***   44.อ้อมกอดผี

    แสงแดดยามเช้าทอประกายอ่อนโยนลอดผ่านม่านบางเบาของห้องนอนหมอภีมที่หรูหรา นัทลืมตาตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกสบายตัวและอิ่มเอมใจจากค่ำคืนที่ผ่านมา เขาพลิกตัวมองคนที่ยังหลับใหลอยู่ข้างกายหมอภีมยังคงหลับลึก ใบหน้าหล่อเหลาที่มักจะดูเคร่งขรึมยามทำงาน บัดนี้ดูผ่อนคลายและอ่อนโยนอย่างที่สุด นัทอมยิ้มบางๆ ก่อนจะขยับตัวลุกขึ้นอย่างเงียบเชียบเพื่อไม่ให้อีกคนตื่น เดินเข้าห้องน้ำไปชำระร่างกายอย่างรวดเร็ว ก่อนจะหยิบเสื้อเชิ้ตสีฟ้าอ่อนของหมอภีมที่แขวนไว้ในตู้ไม้ฝังเข้ากับผนังห้องมาสวมใส่ เสื้อตัวใหญ่โคร่งจนไหล่เสื้อเลยลงไปถึงต้นแขนของเขา และชายเสื้อยาวเลยสะโพกดูไม่ต่างอะไรกับเดรสสั้นๆ เสื้อเนื้อดียี่ห้อแบรนด์เนมตัวนี้อบอวลไปด้วยกลิ่นน้ำหอมและกลิ่นกายอันคุ้นเคยของหมอภีม ซึ่งเป็นกลิ่นที่เขาหลงใหลไม่คลายเมื่อสวมเสื้อตัวโคร่งคู่กับกางเกงสแล็คตัวหลวมเสร็จแล้ว นัทเดินกลับมาที่เตียงเพื่อเตรียมตัวกลับบ้านตัวเอง ทว่าขายังคงติดตรึงอยู่ที่ข้างเตียง เขายิ้มพลาย ก้มลงมองใกล้ๆ ใบหน้าของหมอภีมอีกครั้ง ก่อนที่จะเอื้อมมือไปเกลี่ยไรผมที่ปรกหน้าผากออกอย่างแผ่วเบา สัมผัสเบาหวิวราวกับกลัวว่าการแตะต้องจะทำลายความสงบงามตรงห

  • หมอคนนี้ ผีลุงบอกว่าใช่!***   43.คำออดอ้อนในค่ำคืน(NC)

    หลังจากเพื่อนกลุ่มใหญ่ต่างพากันแยกย้ายกลับไปแล้ว ทิ้งให้นัทอยู่ที่นี่ต่อ ความเงียบสงบก็กลับมาปกคลุมบ้านของหมอภีมอีกครั้งนัทเก็บแก้วน้ำใบสุดท้ายไปวางในอ่างล้างจานอย่างเงียบๆ ก่อนจะหันกลับมามองคนรักที่ยืนพิงกรอบประตูห้องครัวอยู่ ใบหน้าของหมอภีมที่เคยเปี่ยมไปด้วยรอยยิ้มอารมณ์ดีตลอดทั้งคืน บัดนี้ดูอ่อนโยนและมีแววตาที่ออดอ้อนอย่างชัดเจนนัทยิ้มบางๆ "ลูกกวาดหลับไปแล้วเหรอครับ"หมอภีมพยักหน้า ดวงตาวาวกลับมองนัทแปลกๆ อย่างที่คนมองเห็นแล้วพาให้ใจสั่น เกิดอาการขวยเขินอย่างห้ามไม่อยู่ แก้มสองข้างเริ่มร้อนผ่าว ทว่าก็แสร้งคุยเรื่องอื่น เพื่อกลบเกลื่อน"ดูท่าทางพี่หมอมีความสุขที่ได้เจอเพื่อนๆ นะครับวันนี้"ร่างสูงเดินเข้ามาใกล้ กอดเอวคนรักจากด้านหลังแล้วซบหน้าลงบนไหล่ "สนุกสิครับ... แต่ตอนนี้ยิ่งกว่าสนุกอีกนะ"นัทหัวเราะเบาๆ "อะไรที่ยิ่งกว่าสนุกครับ?"คนตัวสูงกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้น เสียงทุ้มแหบพร่าลงเล็กน้อย "การได้อยู่กับแฟนแค่สองคนนี่ไงครับ... คิดถึงจังเลย เราไม่ได้อยู่ด้วยกันแบบนี้มานานแค่ไหนแล้วนะ?""พี่อ่า! นัทกับพี่หมอห่างกันแค่ ไม่ถึงสองเดือนเองนะครับคุณภีม"หมอภีมเงยหน้าขึ้นมามองด้วยสายต

  • หมอคนนี้ ผีลุงบอกว่าใช่!***   19.อุบัติเหตุในความมืดมิด

    สีหน้าลูกกวาดแสดงถึงความหวาดกลัวถึงขีดสุด เขาเร่งสาวเท้าวิ่งอย่างไม่คิดชีวิต ขาเล็ก ๆ ของเขาตะกุยพื้นถนนลาดยางเก่า ๆ ในความมืดมิด มีเพียงแสงไฟจากเสาไฟฟ้าที่ห่างกันลิบ ๆ เป็นเครื่องนำทาง ความหวาดกลัวคือพลังงานเดียวที่ขับเคลื่อนเขา พลังงานที่มากกว่าความเหนื่อยล้า เด็กหนุ่มไม่ได้มองข้างหน้า ไม่ได้มองข

  • หมอคนนี้ ผีลุงบอกว่าใช่!***   8.วันแตกสลาย บ้านไม้ผุริมคลอง

    บ้านไม้ผุที่ตั้งอยู่ริมคลองเน่าเหม็นยังคงส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดเป็นจังหวะเศร้าสร้อยทุกครั้งที่ลมจากคลองพัดผ่าน ราวกับเป็นเสียงถอนหายใจของตัวบ้านเอง หนึ่งสัปดาห์เต็มที่ความตึงเครียดได้บ่มเพาะจนถึงขีดสุดพานั่งเหม่ออยู่หน้าโต๊ะเตี้ย ๆ ที่เต็มไปด้วยเอกสารแห่งความพ่ายแพ้ บิลเก่าที่ค้างชำระจนสีซีดจาง กระดาษ

  • หมอคนนี้ ผีลุงบอกว่าใช่!***   7.คำสั่งพิเศษ

    ห้องทำงานหมอภีมหมอภีมหันกลับมาเผชิญหน้ากับน้องนัทอีกครั้ง ใบหน้าคมคายเคร่งเครียด ดวงตาคมกริบมองตรงไปที่น้องนัทอย่างจริงจัง จนเด็กหนุ่มต้องหลุบตาลงเล็กน้อยผีลุงจันทร์ ลอยตัวเข้ามาใกล้ที่สุดเท่าที่จะทำได้ ตั้งใจรอฟังประโยคที่ควรจะง่ายแสนง่ายนี้"นี่นัท!" หมอภีมกล่าวเสียงเฉียบขาด "ฉันจะบอกนายตรงๆ เ

  • หมอคนนี้ ผีลุงบอกว่าใช่!***   6.หมอภีมถูกแม่บังคับ

    “ลูกมาได้ยังไง…” พาเอ่ยถามลูกชายเสียงสั่น“ผมได้ยินเสียงตะโกนจากท้ายซอยครับแม่ เลยรีบวิ่งมาดู” ลูกกวาดย่อตัวลงข้างพ่อแม่ มือสั่นระริกเมื่อเห็นรอยเลือด เขารีบไปหยิบผ้าขนหนู จุ่มเข้าไปในอ่างน้ำเล็กๆ ทั้งที่น้ำในอ่างขุ่นคล้ำจนมองไม่เห็นก้นอ่าง เขาบรรจงเช็ดเลือดให้พ่อด้วยความอ่อนโยน แล้วหันมาดูรอยฟกช้ำ

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status