Partager

9.เข้มถูกภรรยาทิ้ง

last update Date de publication: 2026-02-27 21:18:00

สองวันต่อมา

ยามเย็นของสลัมเต็มไปด้วยเสียงทะเลาะของบ้านข้าง ๆ เสียงเรือเก่าครูดน้ำ และกลิ่นขยะลอยคลุ้ง แต่ในบ้านของเข้ม ทุกอย่างกลับเงียบสงัดอย่างประหลาด

พายืนกลางห้อง มือกำหูหิ้วกระเป๋าเสื้อผ้าเก่า ๆ ที่ยัดของใช้ส่วนตัวจนป่อง เธอไม่มองเข้มแม้เพียงเสี้ยววินาที

“พา… อย่าทำแบบนี้นะ” เข้มรีบเข้าไปขวางประตู สีหน้าทั้งหวาดกลัวและอ้อนวอน “เราคุยกันใหม่ได้ไหม พี่จะหางานเพิ่ม พี่จะไม่ทำให้ผิดหวังอีกแล้ว พี่ขอโท..”

พาผลักเขาออกเบา ๆ แต่หนักพอจะทำให้เข้มสะดุดถอย “ฉันตัดสินใจแล้วเข้ม ไม่มีอะไรให้คุยอีก”

“แต่ลูกกวาด… ครอบครัวเราจะ..”

“พี่ไม่ต้องสอนฉันเรื่องครอบครัวนะ” เธอกัดฟัน “ตั้งแต่โดนโกง ฉันก็เป็นคนต้องวิ่งหาเงินทุกวัน พี่ทำอะไรได้บ้าง นอกจากหวังพึ่งน้ำใจคนอื่นไปวัน ๆ”

คำพูดนั้นเหมือนเหล็กแหลมทิ่มทะลุหัวใจเข้ม เขาอ้าปาก แต่ไม่รู้จะพูดอะไร เพราะทุกอย่างที่เธอว่า… มันจริง

พาสะพายกระเป๋า หยิบรองเท้า แล้วเปิดประตูบ้านผุ ๆ ออกไปทันที ตรงหน้าบ้าน มีชายคนหนึ่งยืนรออยู่ เขาสูงกว่าเข้ม ตัวใหญ่กว่า และเสื้อผ้าที่สวมใส่บ่งบอกถึงอีกฝ่ายไม่ใช่คนในสลัม ใบหน้าคมกริบพร้อมรอยยิ้มมุมปากที่สะท้อนความมั่นใจว่า ผู้หญิงคนนี้เป็นของเขาแล้ว

หัวใจเข้มแทบหยุดเต้น เขามองสบตาพา แล้วมองชายตรงหน้า สีหน้าชัดเจนเกินกว่าจะเข้าใจผิด

“พา!…” เสียงเขาแตกพร่า “นี่มัน… หมายความว่ายังไง”

พาเม้มปาก แต่ไม่ตอบ เธอเพียงก้าวไปยืนข้างชายคนนั้นเหมือนเป็นเรื่องธรรมดา ภาพนั้นทำให้เข้มเจ็บจนเหมือนโลกทั้งใบพังลงทันที เขารู้สึกเหมือนเลือดในอกถูกบีบออกไปจนหมด

“ไอ้เวร…” เข้มคำราม ก่อนพุ่งเข้าใส่ชายคนนั้นด้วยแรงทั้งหมดที่มี

เสียงปะทะดังก้องกลางซอยแคบ เข้มชกเข้าที่กรามของชายคนนั้นหนึ่งทีเต็มแรง แต่ก็เหมือนชกกำแพง ชายคนนั้นแทบไม่เซ ก่อนจะเหวี่ยงกลับมาด้วยหมัดหนักจนเข้มล้มกระแทกพื้นเสียงดัง

พาตกใจ “หยุด! อย่าทำเข้ม!”

แต่คำของเธอบางเกินกว่าจะหยุดชายคนนั้น เขากระชากคอเสื้อเข้มขึ้น แล้วซัดเข้าใบหน้าอย่างไม่ปรานี ครั้งที่สอง… ครั้งที่สาม จนเลือดซิบที่มุมปากและจมูก

เข้มพยายามลุก แต่โดนเตะเข้าที่สีข้างจนทรุดลงอีกครั้ง มือยันพื้นไม้ผุ ๆ ที่สั่นจากแรงกระแทก เขาหอบหายใจแรง จนท้ายที่สุดก็นอนฟุบอยู่กับพื้นอย่างหมดทางสู้

พาวิ่งเข้ามาห้าม “พอเถอะ! พอแล้ว!”

ชายคนนั้นปัดมือพาเบา ๆ แล้วมองเข้มด้วยสายตาดูถูกลึก ๆ “ถ้าดูแลผู้หญิงไม่ได้ ก็ปล่อยเขาไปเถอะ ว่างั้นไหม”

คำพูดนั้นเหมือนฆ่าเข้มซ้ำทั้งเป็น 

ชายคนนั้นจับมือพา ลากไปที่รถคันเรียบหรูที่จอดรออยู่ไม่ไกล พาก้าวขึ้นรถช้า ๆ หันมามองเข้มเพียงเสี้ยววินาที แววตาเต็มไปด้วยความวุ่นวายปนสับสน แต่สุดท้ายเธอก็หลบตา

ประตูรถปิดดัง ปัง! เสียงเครื่องยนต์ดังขึ้น แล้วรถก็ออกตัวไปอย่างไม่เหลียวหลัง

เข้มนอนนิ่งอยู่บนพื้นหน้าบ้าน ร่างเต็มไปด้วยรอยช้ำและเลือด แต่ความเจ็บในอกกลับแผดเผารุนแรงกว่ารอยแผลใดๆ

เขาจ้องมองเส้นทางที่รถแล่นลับไป รู้ดีว่า… คนที่เขารักที่สุด ได้เลือกเดินออกไปจากชีวิตแล้ว พร้อมกับผู้ชายอีกคนที่เขาไม่มีวันสู้ได้เลย..

..หลายวันหลังจากเหตุการณ์นั้น เข้มนอนพิงผนังไม้ผุ ๆ ของบ้าน รอยฟกช้ำเริ่มจางลงแต่ยังเห็นชัดเป็นดวงคล้ำ เขายกมือแตะที่กรามตัวเองอย่างแสบ ๆ คัน ๆ สายตาอ่อนแรงแต่ยังพยายามยิ้มเมื่อเห็นลูกชายเดินเข้ามา

ลูกกวาดวางถ้วยข้าวกับช้อนที่สึกจนโค้งงอไว้ข้างพ่อ “พ่อ… วันนี้มีข้าวนะครับ” เสียงเขาเบาและแหบเล็กน้อย

เข้มก้มลงมองในถ้วย มีเพียงข้าวสวยแข็งๆ กับน้ำปลาพริกขี้หนูซอยเป็นชิ้นบางๆ ใส่ช้อน และราดลงไปให้หอมพริกเผ็ดเค็ม ลูกกวาดยังยิ้มให้ทั้งที่ดวงตาดูหม่นเศร้าจนปิดไม่มิด

“แกจะกินกับพ่อเหรอ” เข้มถาม

ลูกกวาดพยักหน้า ปั้นยิ้มบาง “ก็กินด้วยกันไงครับ… ครอบครัวเรา”

คำว่า ครอบครัว ทำให้หัวใจเข้มตึงแน่นขึ้นอย่างบอกไม่ถูก ทั้งคู่ตักข้าวคำแรกเข้าปาก ข้าวฝืดคอแทบกลืนไม่ลง รสเค็มของน้ำปลาทำให้แสบปลายลิ้น แต่ลูกกวาดก็กินต่อไปโดยไม่บ่นแม้คำเดียว

กินได้ไม่กี่คำ ลูกกวาดก็วางช้อนลงช้า ๆ “พ่อ… ผมคิดแล้วครับ ผมจะไม่ไปโรงเรียนแล้ว”

เข้มชะงัก มือสั่นเล็กน้อยก่อนวางช้อนของตัวเองลง “พูดอะไรของแกวะลูกกวาด”

ลูกชายก้มหน้า มือกำกางเกงตัวเองแน่น “ผมโตแล้วนะครับ ผมไปช่วยทำงานได้ แม้ได้เงินไม่มาก แต่ก็พอจ่ายค่าข้าว พอซื้อยาให้พ่อ… ขอแค่พ่อไม่ต้องลำบากอยู่คนเดียวก็พอ”

คำพูดนั้นแทงเข้ากลางอกเข้มเหมือนคมมีด เขาตาแดงทันที แต่พยายามไม่ให้เสียงตัวเองสั่น “ลูกกวาด… แกอายุแค่นี้” เข้มเอื้อมมือไปจับไหล่ลูกชายเบา ๆ “จะไปทำอะไรได้วะ เงินมันไม่ได้หาโคตรง่ายนะลูก แกมีหน้าที่เรียนก็เรียนไป เรื่องหาเงินน่ะ… ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของพ่อเอง”

ลูกกวาดส่ายหน้าเร็ว ๆ น้ำตาค่อย ๆ ไหลลงเพราะกลั้นไม่อยู่ “แต่พ่อเจ็บ… พ่อทำงานหนักไม่ไหวแล้ว พ่อไม่มีแม่แล้วด้วย ผมไม่อยากให้พ่ออยู่คนเดียว ผม..ผมจะช่วยเอง!”

เข้มดึงลูกชายเข้ามากอดแน่น เหมือนกลัวว่าถ้าปล่อยมือ ลูกชายจะหายไปเหมือนพาอีกคน “แกอย่าเลยลูก แกเป็นความหวังเดียวของพ่อแล้วนะ… พ่อไม่ยอมให้แกทิ้งอนาคตตัวเองเด็ดขาด”

เสียงลูกกวาดสะอื้นอู้อี้อยู่ในอกพ่อ แต่เขาก็พยายามกลืนเสียงไว้ ก้มลงหยิบช้อนขึ้นมาใหม่ 

น้ำตายังค้างอยู่บนแก้ม แต่ลูกชายก็ยิ้มฝืน ๆ แล้วพูดเสียงแตกพร่า “งั้น… กินต่อเถอะครับพ่อ เดี๋ยวข้าวจะเย็นซะหมด”

ทั้งคู่กลับมาตักข้าวคลุกน้ำปลากินพร้อมกันอีกครั้ง คำแล้วคำเล่า ทั้งเค็ม ทั้งปวดใจ หากแต่เป็นมื้อที่อบอุ่นที่สุดเท่าที่บ้านอันเงียบงันหลังนี้เคยมีในรอบหลายวันมานี้

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • หมอคนนี้ ผีลุงบอกว่าใช่!***   48.รักที่ผีลุงฝากไว้(ตอนอวสาน)

    คาเฟ่แห่งหนึ่งในอำเภอปากช่องแสงแดดยามเย็นทอดตัวลงบนทุ่งดอกไม้กว้างสุดสายตา กลีบดอกไม้สีขาว ชมพู และม่วงอ่อน แกว่งไกวไปตามแรงลมราวกับคลื่นทะเลอ่อนโยน กลิ่นหอมจางๆ ของดอกไม้ป่าลอยคลุ้งอยู่ในอากาศ ทำให้หัวใจของคนที่ยืนอยู่ตรงนั้นสงบอย่างประหลาดหมอภีมยืนเคียงข้างภรรยาอย่างนัท มือของเขาค่อยๆ เอื้อมไปจับมืออีกฝ่ายอย่างแผ่วเบา ราวกับกลัวว่าหากแรงกว่านี้ ความสุขตรงหน้าจะสลายไป นัทหันมายิ้มให้คนเป็นสามี รอยยิ้มนั้นไม่ใช่รอยยิ้มกว้างสดใส แต่เป็นรอยยิ้มอบอุ่นที่เต็มไปด้วยความไว้ใจ“สวยจังเลย” นัทเอ่ยเบาๆ ดวงตาเขามองทุ่งดอกไม้ แต่หัวใจกลับจดจ่ออยู่ที่คนข้างกายหมอภีมหัวเราะเบาๆ “ไม่สวยเท่านัทหรอก” คำพูดธรรมดาแต่จริงใจ ทำให้นัทหน้าแดง เขาก้มหน้าลงเล็กน้อย แต่ก็ยังไม่ปล่อยมืออีกฝ่ายทั้งสองเดินไปช้าๆ ท่ามกลางดอกไม้ที่สูงถึงเข่า ปล่อยให้เวลาค่อยๆ ไหลผ่านไปอย่างไม่เร่งรีบ หมอภีมรู้ดีว่าในชีวิตของเขา เต็มไปด้วยความเหน็ดเหนื่อย ความกดดัน และการสูญเสียจากอาชีพแพทย์ แต่ทุกครั้งที่เขามองหน้าใสๆ ของภรรยาตัวเอง ความเหนื่อยล้าทั้งหมดกลับจางหายไป เหลือเพียงความอบอุ่นที่ไม่ต้องการคำอธิบายคนตัวเล็กหยุดเดิน แ

  • หมอคนนี้ ผีลุงบอกว่าใช่!***   47.คำอำลาสุดท้าย

    คำพูดที่เจ็บปวดรวดร้าวของอำพากรีดลึกเข้าไปในจิตสำนึกของผีนายเข้ม ร่างกายของหมอภีมหยุดสั่นเทาเดี๋ยวนั้น ดวงตาแดงก่ำที่เคยเต็มไปด้วยความอาฆาตเริ่มมีประกายแห่งความสำนึกผิดและความเข้าใจทอแสงขึ้นมาแทนที่เข้มเสียงแหบพร่าและสั่นเครือ "อะ อำพา..." เขาเริ่มคล้อยตามกับความจริงที่ภรรยาเอ่ยออกมา ความแค้นที่ยึดมั่นว่าตนเป็นเหยื่อเพียงผู้เดียวพลันถูกทำลายลงด้วยความรักและโศกนาฏกรรมของครอบครัว และพลังงานมืดที่เคยแผ่ซ่านออกมาจากร่างหมอภีมพลันสลายหายไปอย่างรวดเร็วราวกับถูกดูดกลับเข้าไปวูบดวงตาของหมอภีมกลับคืนสู่สีน้ำตาลเข้มที่คุ้นเคยในทันที แต่ร่างที่ถูกควบคุมมานานก็หมดแรง หมอภีมล้มลงไปกับพื้นหญ้าอย่างอ่อนแรงนัทร้องเสียงหลง "พี่หมอ" เขาไม่สนใจสิ่งรอบข้างอีกต่อไป เขารีบคลานเข้าไปหาคนรักอย่างรวดเร็วและประคองร่างของหมอภีมขึ้นมาไว้ในอ้อมกอด ใบหน้าของนัทแนบไปกับศีรษะของหมอภีมอย่างโล่งใจ "ไม่เป็นไรแล้วนะครับพี่หมอ... นัทอยู่ตรงนี้แล้ว"ขณะที่นัทกำลังกอดหมอภีมอยู่นั้น ผีนายเข้มก็ปรากฏร่างเป็นวิญญาณเต็มตัวอยู่ข้างๆ ร่างกายโปร่งแสงของเขาสั่นเทิ้มด้วยความรู้สึกผิดและโศกเศร้าเหลือแสน เขากลับคืนสู่สภาพเมื่อครั

  • หมอคนนี้ ผีลุงบอกว่าใช่!***   46.การเผชิญหน้าและบาดแผลในใจของลูกกวาด

    นัท หมอเจตน์ นุ่มนิ่ม และน้ำหวาน นำอำพาที่นั่งอยู่บนรถเข็นเข้ามาในบริเวณบ้านของหมอภีม โดยมีหมอธีร์ที่คอยเข็นรถเข็นอย่างระมัดระวังที่สุด พวกเขามาถึงในตอนบ่ายแก่ๆ อากาศค่อนข้างอบอ้าว แต่บรรยากาศภายในกลุ่มกลับเย็นเยียบด้วยความเครียดบริเวณหน้าบ้านใหญ่ ลูกกวาดกำลังนั่งอยู่ข้างกระถางต้นไม้ประดับ เขาเงยหน้าขึ้น และทันทีที่เห็นนัทและเพื่อนๆ มากันครบ นายลูกกวาดก็ส่งยิ้มกว้างออกมาอย่างเป็นมิตร"พี่นัท! พี่ๆ ทุกคน! มากันแล้วเหรอครับ? เข้าข้างในบ้านก่อนสิครับ"รอยยิ้มนั้นอ่อนโยนและบริสุทธิ์ ทำให้ทุกคนรู้สึกดีชั่วขณะ ก่อนที่นัทจะพยายามหาทางแนะนำอำพา "ลูกกวาด... คือว่า... วันนี้พี่พาคนสำคัญมาหาเราน่ะ"หมอธีร์ค่อยๆ เข็นรถเข็นของอำพาที่นั่งนิ่งอยู่ด้านหลังกลุ่มเพื่อน ก้าวเข้ามาในระยะสายตาของลูกกวาดวินาทีที่ลูกกวาดหันไปเห็นภาพของหญิงสาววัยกลางคนขาด้วนทั้งสองข้างที่นั่งอยู่บนรถเข็น รอยยิ้มที่สดใสบนใบหน้าของเขาก็พลันแข็งค้างดวงตาของลูกกวาดเบิกกว้างด้วยความหวาดกลัวอย่างขีดสุด ราวกับเห็นปีศาจร้าย ไม่ใช่แม่ของตัวเอง!"อ๊ากกกกกก!!!"เสียงกรีดร้องแหลมสูงและหวาดผวาถูกปล่อยออกมาจากลำคอของลูกกวาดทันที ร่างก

  • หมอคนนี้ ผีลุงบอกว่าใช่!***   45.แสงแห่งความหวังที่ปลายสาย

    วันต่อมากลุ่มเพื่อนของนัท ทุกคนมานั่งรวมตัวกันที่มุมหนึ่งในร้านคาเฟ่ที่เงียบสงบ บรรยากาศเต็มไปด้วยความเครียดและความกังวล โดยเฉพาะนัทที่ดวงตาบวมช้ำจากการร้องไห้หนักตลอดคืนนัทเสียงแหบพร่า "เมื่อคืน... มันเลวร้ายมากครับ ถ้านัทหนีไม่ทัน ป่านนี้นัทคง... คงไม่ได้มานั่งอยู่ตรงนี้"หมอเจตน์ตบบ่าปลอบใจ "ใจเย็นๆ นะน้องนัท นายทำถูกแล้วที่หนีออกมา ตอนนี้นายปลอดภัยแล้ว สิ่งที่เราต้องทำคือหาทางช่วยไอ้ภีมออกมาให้ได้"หมอธีร์นั่งเท้าคาง มองนัทอย่างเครียดจัด "ปัญหาคือผีตนนั้นมันแข็งแกร่งเกินไป มันเข้าควบคุมร่างหมอภีมได้สมบูรณ์ขนาดนั้น เราจะทำยังไงดีล่ะ... เอาอย่างนี้ไหม? ทำไมเราไม่ลองเชิญดวงวิญญาณของลุงจันทร์มาช่วยล่ะ? ลุงจันทร์น่าจะเป็นวิญญาณที่มีบารมีพอจะสู้กับผีเข้มได้นะ"นัทส่ายหน้าอย่างเศร้าสร้อย "นัทลองเชิญแล้วครับหมอธีร์... ตั้งแต่วันที่เราหลุดออกมาจากมิติของผีนายเข้มได้ ลุงจันทร์ก็ไม่ปรากฏตัวให้ผมเห็นอีกเลย ผมพยายามเรียกหลายครั้งแล้วก็ไม่มีวี่แวว"นุ่มนิ่มวางมือบนแขนของนัทอย่างอ่อนโยน "ลุงจันทร์อาจจะใกล้ได้ไปเกิดใหม่แล้วก็ได้นะนัท หรือไม่ก็... ลุงอาจจะมีภารกิจที่สำคัญกว่าที่ต้องทำในโลกของวิญ

  • หมอคนนี้ ผีลุงบอกว่าใช่!***   44.อ้อมกอดผี

    แสงแดดยามเช้าทอประกายอ่อนโยนลอดผ่านม่านบางเบาของห้องนอนหมอภีมที่หรูหรา นัทลืมตาตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกสบายตัวและอิ่มเอมใจจากค่ำคืนที่ผ่านมา เขาพลิกตัวมองคนที่ยังหลับใหลอยู่ข้างกายหมอภีมยังคงหลับลึก ใบหน้าหล่อเหลาที่มักจะดูเคร่งขรึมยามทำงาน บัดนี้ดูผ่อนคลายและอ่อนโยนอย่างที่สุด นัทอมยิ้มบางๆ ก่อนจะขยับตัวลุกขึ้นอย่างเงียบเชียบเพื่อไม่ให้อีกคนตื่น เดินเข้าห้องน้ำไปชำระร่างกายอย่างรวดเร็ว ก่อนจะหยิบเสื้อเชิ้ตสีฟ้าอ่อนของหมอภีมที่แขวนไว้ในตู้ไม้ฝังเข้ากับผนังห้องมาสวมใส่ เสื้อตัวใหญ่โคร่งจนไหล่เสื้อเลยลงไปถึงต้นแขนของเขา และชายเสื้อยาวเลยสะโพกดูไม่ต่างอะไรกับเดรสสั้นๆ เสื้อเนื้อดียี่ห้อแบรนด์เนมตัวนี้อบอวลไปด้วยกลิ่นน้ำหอมและกลิ่นกายอันคุ้นเคยของหมอภีม ซึ่งเป็นกลิ่นที่เขาหลงใหลไม่คลายเมื่อสวมเสื้อตัวโคร่งคู่กับกางเกงสแล็คตัวหลวมเสร็จแล้ว นัทเดินกลับมาที่เตียงเพื่อเตรียมตัวกลับบ้านตัวเอง ทว่าขายังคงติดตรึงอยู่ที่ข้างเตียง เขายิ้มพลาย ก้มลงมองใกล้ๆ ใบหน้าของหมอภีมอีกครั้ง ก่อนที่จะเอื้อมมือไปเกลี่ยไรผมที่ปรกหน้าผากออกอย่างแผ่วเบา สัมผัสเบาหวิวราวกับกลัวว่าการแตะต้องจะทำลายความสงบงามตรงห

  • หมอคนนี้ ผีลุงบอกว่าใช่!***   43.คำออดอ้อนในค่ำคืน(NC)

    หลังจากเพื่อนกลุ่มใหญ่ต่างพากันแยกย้ายกลับไปแล้ว ทิ้งให้นัทอยู่ที่นี่ต่อ ความเงียบสงบก็กลับมาปกคลุมบ้านของหมอภีมอีกครั้งนัทเก็บแก้วน้ำใบสุดท้ายไปวางในอ่างล้างจานอย่างเงียบๆ ก่อนจะหันกลับมามองคนรักที่ยืนพิงกรอบประตูห้องครัวอยู่ ใบหน้าของหมอภีมที่เคยเปี่ยมไปด้วยรอยยิ้มอารมณ์ดีตลอดทั้งคืน บัดนี้ดูอ่อนโยนและมีแววตาที่ออดอ้อนอย่างชัดเจนนัทยิ้มบางๆ "ลูกกวาดหลับไปแล้วเหรอครับ"หมอภีมพยักหน้า ดวงตาวาวกลับมองนัทแปลกๆ อย่างที่คนมองเห็นแล้วพาให้ใจสั่น เกิดอาการขวยเขินอย่างห้ามไม่อยู่ แก้มสองข้างเริ่มร้อนผ่าว ทว่าก็แสร้งคุยเรื่องอื่น เพื่อกลบเกลื่อน"ดูท่าทางพี่หมอมีความสุขที่ได้เจอเพื่อนๆ นะครับวันนี้"ร่างสูงเดินเข้ามาใกล้ กอดเอวคนรักจากด้านหลังแล้วซบหน้าลงบนไหล่ "สนุกสิครับ... แต่ตอนนี้ยิ่งกว่าสนุกอีกนะ"นัทหัวเราะเบาๆ "อะไรที่ยิ่งกว่าสนุกครับ?"คนตัวสูงกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้น เสียงทุ้มแหบพร่าลงเล็กน้อย "การได้อยู่กับแฟนแค่สองคนนี่ไงครับ... คิดถึงจังเลย เราไม่ได้อยู่ด้วยกันแบบนี้มานานแค่ไหนแล้วนะ?""พี่อ่า! นัทกับพี่หมอห่างกันแค่ ไม่ถึงสองเดือนเองนะครับคุณภีม"หมอภีมเงยหน้าขึ้นมามองด้วยสายต

  • หมอคนนี้ ผีลุงบอกว่าใช่!***   3.พาย่าแสงมาเยี่ยมหลานชาย

    5เดือนต่อมาย่าแสงนั่งกอดเข่าอยู่บนโซฟาผ้าลายดอกวินเทจสีซีดจางในห้องรับแขกของบ้านไม้สองชั้นเก่าแก่ใจกลางกรุงเทพฯ ดวงตาที่ฉาบด้วยม่านฝ้าสีขาวขุ่นตามวัยนั้น มองจ้องไปยังมุมหนึ่งของห้องอย่างมีจุดมุ่งหมาย ระหว่างพ่อกับแม่ของนัท กำลังง่วนอยู่กับการจัดเรียงข้าวของเครื่องใช้และผลผลิตสดๆ ที่หอบหิ้วมาจากสวน

  • หมอคนนี้ ผีลุงบอกว่าใช่!***   2.กลิ่นความรักและภัยคุกคาม

    เช้าวันรุ่งขึ้น... ความวุ่นวายเรื่องเอกสารที่หายไปดูเหมือนจะถูกลืมไปชั่วขณะ แต่ความสงสัยในดวงตาของคุณหมอภีมที่มองนัทเมื่อคืนนั้นยังคงติดอยู่ในความรู้สึกของนัทไม่หายขณะที่กำลังยืนเตรียมของอยู่หลังเคาน์เตอร์พยาบาล ก่อนที่เสียงทักทายที่เต็มไปด้วยความเป็นกันเองจะดังขึ้น"อรุณสวัสดิ์! นี่พยาบาลคนใหม่เห

  • หมอคนนี้ ผีลุงบอกว่าใช่!***   1.กามเทพสายหลอนและตึกศัลยกรรมสุดเฮี้ยน

    บุรุษพยาบาลหรือน้องนัท ยืนอยู่หน้าประตูบานใหญ่ของตึกศัลยกรรม ด้วยสีหน้ากังวลระคนตื่นเต้น เนื่องจากวันนี้เป็นวันแรกที่เขาได้รับคำสั่งให้ย้ายมาประจำการที่นี่ หลังเวียนไปหลายแผนกจนแทบจะรู้จักทุกซอกมุมของโรงพยาบาลแล้ว"สู้ๆ นัท! เริ่มต้นงานใหม่นะ" เขาพึมพำกับตัวเอง พลางจัดปกเสื้อกาวน์สีขาวให้เข้าที่เข้

  • หมอคนนี้ ผีลุงบอกว่าใช่!***   19.อุบัติเหตุในความมืดมิด

    สีหน้าลูกกวาดแสดงถึงความหวาดกลัวถึงขีดสุด เขาเร่งสาวเท้าวิ่งอย่างไม่คิดชีวิต ขาเล็ก ๆ ของเขาตะกุยพื้นถนนลาดยางเก่า ๆ ในความมืดมิด มีเพียงแสงไฟจากเสาไฟฟ้าที่ห่างกันลิบ ๆ เป็นเครื่องนำทาง ความหวาดกลัวคือพลังงานเดียวที่ขับเคลื่อนเขา พลังงานที่มากกว่าความเหนื่อยล้า เด็กหนุ่มไม่ได้มองข้างหน้า ไม่ได้มองข

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status