author-banner
เนี่ยนเจิน
เนี่ยนเจิน
Author

Romans de เนี่ยนเจิน

หมอคนนี้ ผีลุงบอกว่าใช่!***

หมอคนนี้ ผีลุงบอกว่าใช่!***

บุรุษพยาบาลหนุ่มหน้าใส ถูกหัวหน้างานมีคำสั่งย้ายกะทันหัน ให้เขามาประจำวอร์ดศัลยกรรมโดยไม่ทันตั้งตัว... "หมอภีม" ศัลยแพทย์หน้าหล่อ โปรไฟล์ดี บ้านรวย เป็นผู้ชายที่สมบูรณ์แบบทุกกระเบียดนิ้ว..ถ้าไม่นับนิสัยเย่อหยิ่ง ปากร้าย และความเย็นชาที่ติดตัวมาเป็นแพ็กเกจ ยังไม่พอ ชะตายังเล่นตลกให้น้องนัทต้องมาเป็นผู้ช่วยส่วนตัวของหมอภีมอีก และหนักที่สุดคือ ผีลุงจันทร์ วิญญาณของลุงแท้ๆ ที่ยังไม่ได้ไปผุดไปเกิด ดันโผล่มายุยงด้วยสารพัดวิธี ก็เพื่อจุดเดียว ผลักหลานชายอย่างนัท ให้ได้หมอภีมเป็นสามี เฮ้อ! แบบนี้ชีวิตเล็กๆ ของพยาบาลนัทจะรอดพ้นทั้งหมอปากร้าย และผีลุงตัวดีได้ยังไงกันนะ!
Lire
Chapter: 11.การเผชิญหน้าเพื่อนๆ ในโรงพยาบาล
เมื่อหนังจบลง แสงไฟในโรงฉายก็สว่างขึ้น หมอภีมรีบลุกขึ้นยืนทันทีอย่างรวดเร็วเพื่อรักษาฟอร์มความเป็นคนเย็นชาเอาไว้ เขาเอ่ยว่า "ก็... ได้ความรู้ดี" พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงวิชาการเพื่อกลบเกลื่อนความกระอักกระอ่วนที่มือของเขาเพิ่งจะสัมผัสกับมือน้องนัทไปเมื่อครู่"ครับ สนุกมากเลยครับหมอภีม ขอบคุณนะครับ" นัทพูดด้วยรอยยิ้มอย่างจริงใจ หัวใจของเขายังคงเต้นไม่เป็นจังหวะจากสัมผัสเมื่อกี้ขณะที่ทั้งสองเดินออกจากประตูโรงหนัง โดยมีคนตัวสูงเดินนำหน้าอย่างรักษาระยะห่างเพียงเล็กน้อย จู่ๆ ก็มีเสียงคุ้นเคยดังขึ้นมาอย่างสดใส"อ้าว! ตายแล้ว! นั่น... นั่นหมอภีมกับน้องนัทคนน่ารัก ไม่ใช่เหรอคะ!?"ทั้งหมอภีมและน้องนัทหันไปมองพร้อมกัน และสิ่งที่เห็นก็คือ หมอเจตน์ แพทย์ศัลยกรรมเพื่อนสนิทของหมอภีม, พยาบาลน้ำหวาน ผู้ช่วยคนเก่ง, และ นุ่มนิ่มพยาบาลขาเม้ามอยอันดับหนึ่งของโรงพยาบาล! ทั้งสามคนกำลังยืนรอคิวซื้อตั๋วหนังอยู่ผีลุงจันทร์ ที่กำลังจะลอยตามไปติดๆ ถึงกับเบรกตัวโก่งกลางอากาศ 'เวรกรรม! พวกขาเม้าท์โรงพยาบาลมาได้ยังไงวะเนี่ย!'"โหหหหห! ไม่จริง!" นุ่มนิ่มยกมือทาบอกอย่างตกใจสุดขีด "นี่มันอะไรกันคะหมอภีม! พาน้องนัทมาดูหนั
Dernière mise à jour: 2026-02-28
Chapter: 10.ให้มันได้อย่างนี้สิ!
หมอภีมยืนอยู่ตรงหน้าโต๊ะทำงาน จ้องมองปากกาในมือของตัวเองอย่างครุ่นคิด เขากำลังต่อสู้กับความรู้สึกที่หลากหลายในใจ โดยมีผีลุงจันทร์ลอยอยู่ข้างๆ ส่งกระแสจิตสนับสนุนอย่างเต็มที่" เอาสิไอ้ภีม! โอกาสสุดท้ายแล้วโว้ย"หมอภีม "น้องนัท..."เจ้าของชื่อนัท ที่กำลังก้มหน้าก้มตาพิมพ์รายงานอยู่ก็หยุดมือ และเงยหน้าขึ้นอย่างตั้งใจรอฟัง "ครับ"อีกฝ่ายก่อนจะพูดบางอย่าง เขาสูดหายใจเข้าลึกๆ จนเต็มปอด คราวนี้ตั้งใจไว้ว่าจะไม่ปล่อยให้ความเย็นชาหรือความกระอักกระอ่วนมาขัดขวางอีกแล้ว เพราะเพิ่งผ่านสถานการณ์ความเป็นความตายมาหมาดๆ เรื่องนี้จึงควรเป็นเรื่องที่เล็กน้อยที่สุดในโลกหรือไม่และพูดออกมาด้วยน้ำเสียงเรียบๆ ทุ้มต่ำ แต่แฝงด้วยอำนาจสั่งการในแบบฉบับของเขาเอง ราวกับกำลังสั่งให้ไปหยิบผ้าก๊อซ หรือสั่งจ่ายยาอะไรสักอย่าง"เรื่องชุดออกงานนั่นน่ะ... ไม่ต้องส่งเลขาไปหรอก เสียเวลา" "ครับ.." นัททำหน้างงหมอภีมกล่าวอีก "นายกับฉันไปซื้อด้วยกัน พรุ่งนี้เช้า หลังฉันเสร็จธุระที่บ้านแม่"คนถูกสั่งนิ่งไปชั่วขณะ ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความประหลาดใจอย่างที่สุด นี่ไม่ใช่คำพูดที่มาจากคนที่เพิ่งจะโยนบัตรเครดิตให้ไปจัดการเองเมื่
Dernière mise à jour: 2026-02-28
Chapter: 9.เข้มถูกภรรยาทิ้ง
สองวันต่อมายามเย็นของสลัมเต็มไปด้วยเสียงทะเลาะของบ้านข้าง ๆ เสียงเรือเก่าครูดน้ำ และกลิ่นขยะลอยคลุ้ง แต่ในบ้านของเข้ม ทุกอย่างกลับเงียบสงัดอย่างประหลาดพายืนกลางห้อง มือกำหูหิ้วกระเป๋าเสื้อผ้าเก่า ๆ ที่ยัดของใช้ส่วนตัวจนป่อง เธอไม่มองเข้มแม้เพียงเสี้ยววินาที“พา… อย่าทำแบบนี้นะ” เข้มรีบเข้าไปขวางประตู สีหน้าทั้งหวาดกลัวและอ้อนวอน “เราคุยกันใหม่ได้ไหม พี่จะหางานเพิ่ม พี่จะไม่ทำให้ผิดหวังอีกแล้ว พี่ขอโท..”พาผลักเขาออกเบา ๆ แต่หนักพอจะทำให้เข้มสะดุดถอย “ฉันตัดสินใจแล้วเข้ม ไม่มีอะไรให้คุยอีก”“แต่ลูกกวาด… ครอบครัวเราจะ..”“พี่ไม่ต้องสอนฉันเรื่องครอบครัวนะ” เธอกัดฟัน “ตั้งแต่โดนโกง ฉันก็เป็นคนต้องวิ่งหาเงินทุกวัน พี่ทำอะไรได้บ้าง นอกจากหวังพึ่งน้ำใจคนอื่นไปวัน ๆ”คำพูดนั้นเหมือนเหล็กแหลมทิ่มทะลุหัวใจเข้ม เขาอ้าปาก แต่ไม่รู้จะพูดอะไร เพราะทุกอย่างที่เธอว่า… มันจริงพาสะพายกระเป๋า หยิบรองเท้า แล้วเปิดประตูบ้านผุ ๆ ออกไปทันที ตรงหน้าบ้าน มีชายคนหนึ่งยืนรออยู่ เขาสูงกว่าเข้ม ตัวใหญ่กว่า และเสื้อผ้าที่สวมใส่บ่งบอกถึงอีกฝ่ายไม่ใช่คนในสลัม ใบหน้าคมกริบพร้อมรอยยิ้มมุมปากที่สะท้อนความมั่นใจว่า ผ
Dernière mise à jour: 2026-02-27
Chapter: 8.วันแตกสลาย บ้านไม้ผุริมคลอง
บ้านไม้ผุที่ตั้งอยู่ริมคลองเน่าเหม็นยังคงส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดเป็นจังหวะเศร้าสร้อยทุกครั้งที่ลมจากคลองพัดผ่าน ราวกับเป็นเสียงถอนหายใจของตัวบ้านเอง หนึ่งสัปดาห์เต็มที่ความตึงเครียดได้บ่มเพาะจนถึงขีดสุดพานั่งเหม่ออยู่หน้าโต๊ะเตี้ย ๆ ที่เต็มไปด้วยเอกสารแห่งความพ่ายแพ้ บิลเก่าที่ค้างชำระจนสีซีดจาง กระดาษทวงหนี้ที่ตัวอักษรสีแดงฉานเหมือนรอยเลือด และสมุดบัญชีที่ตัวเลขแดงพรืดเหมือนเลือดคั่งในบาดแผลเก่า เธอไม่ได้แค่กุมขมับ แต่เป็นการโอบศีรษะไว้ราวกับกลัวว่ามันจะระเบิดออกด้วยความสิ้นหวัง ใบหน้าของเธอเหนื่อยล้าจนเกือบจะว่างเปล่า ดวงตาที่เคยมองโลกอย่างทะเยอทะยานบัดนี้กลับเต็มไปด้วยความมืดมิดเข้มเดินเข้ามาจากด้านนอก ความร้อนระอุของแดดอ่อน ๆ ยังติดอยู่บนเสื้อยืดเก่า ๆ ของเขา มือยังเปื้อนน้ำมันเครื่องสีดำคล้ำจากการรับจ้างซ่อมรถในซอย กลิ่นน้ำมันกับเหงื่อเป็นกลิ่นประจำตัวที่พาเคยชิน แต่ตอนนี้มันกลับเป็นกลิ่นแห่งความล้มเหลว“วันนี้พี่ได้มาแค่สามร้อยเองพา” เข้มพูดเสียงแผ่ว พยายามไม่สบตาเมียรัก “เขาบอกงานน้อย… พวกเด็กแว้นมันไม่ค่อยมาซ่อมกันเลยช่วงนี้.. แย่ชะมัด”พาไม่ตอบ เธอเพียงหายใจเข้าออกหนักๆ เสียงดัง
Dernière mise à jour: 2026-02-26
Chapter: 7.คำสั่งพิเศษ
ห้องทำงานหมอภีมหมอภีมหันกลับมาเผชิญหน้ากับน้องนัทอีกครั้ง ใบหน้าคมคายเคร่งเครียด ดวงตาคมกริบมองตรงไปที่น้องนัทอย่างจริงจัง จนเด็กหนุ่มต้องหลุบตาลงเล็กน้อยผีลุงจันทร์ ลอยตัวเข้ามาใกล้ที่สุดเท่าที่จะทำได้ ตั้งใจรอฟังประโยคที่ควรจะง่ายแสนง่ายนี้"นี่นัท!" หมอภีมกล่าวเสียงเฉียบขาด "ฉันจะบอกนายตรงๆ เลยนะ... เรื่องชุดออกงานอะไรนั่นน่ะ... มันเป็นแค่เรื่องไร้สาระของพวกชนชั้นสูง ฉันไม่ได้อยากไปยุ่งเกี่ยวเลยสักนิด แต่แม่ขอร้องมา..."น้องนัทเงยหน้าขึ้นมองหมอภีมอย่างสงบ "ครับ"หมอภีมถอนหายใจยาว พยายามเรียบเรียงคำพูดให้ดูเป็นเรื่อง 'งาน' และ 'ภาระ' ที่เขาจำเป็นต้องทำ"ดังนั้น... ฉันจะมอบหมายภารกิจนี้ให้นาย" หมอภีมล้วงกระเป๋าสตางค์หนังแท้ราคาแพงออกมา เขาดึงบัตรเครดิตสีดำใบหนึ่งที่จำกัดวงเงินมหาศาลออกมาวางไว้บนโต๊ะทำงาน"นี่คือบัตรของฉัน" หมอภีมพูดต่อด้วยน้ำเสียงเย็นชา "วันพรุ่งนี้... นายไปเลือกซื้อชุดที่... ที่ไหนก็ได้ที่มันแพงที่สุดตามที่แม่ต้องการ เลือกมาให้ดีที่สุดสำหรับงานกาล่า... นายไปกับเลขาของฉัน""โธ่เอ๊ย! ไม่ใช่แบบนั้น!" ผีลุงจันทร์ส่งเสียงร้องออกมาอย่างสิ้นหวังในความคิดของเขาเอง ร่างโป
Dernière mise à jour: 2026-02-23
Chapter: 6.หมอภีมถูกแม่บังคับ
“ลูกมาได้ยังไง…” พาเอ่ยถามลูกชายเสียงสั่น“ผมได้ยินเสียงตะโกนจากท้ายซอยครับแม่ เลยรีบวิ่งมาดู” ลูกกวาดย่อตัวลงข้างพ่อแม่ มือสั่นระริกเมื่อเห็นรอยเลือด เขารีบไปหยิบผ้าขนหนู จุ่มเข้าไปในอ่างน้ำเล็กๆ ทั้งที่น้ำในอ่างขุ่นคล้ำจนมองไม่เห็นก้นอ่าง เขาบรรจงเช็ดเลือดให้พ่อด้วยความอ่อนโยน แล้วหันมาดูรอยฟกช้ำบนแขนแม่ด้วยหัวใจที่ร้อนรุ่ม “แม่เจ็บไหมครับ...”พาส่ายหน้าทั้งน้ำตา “ไม่เจ็บเท่าที่พ่อเจ็บหรอกลูก”ลูกกวาดสูดลมหายใจลึก พยายามรวบรวมความกล้าให้เสียงไม่สั่น “พ่อครับ... แม่ครับ... ทางโรงเรียนเขาทวงค่าเทอมอีกแล้วครับ”คำพูดนั้นทำให้ความเงียบที่เคยมีกลับมาหนักอึ้งอีกครั้ง เข้มกับพามองหน้ากันอย่างสิ้นหวัง“เขาบอกว่าถ้าอาทิตย์นี้ผมไม่จ่าย เขาจะตัดสิทธิ์การสอบปลายภาคครับ” เด็กหนุ่มเงยหน้าขึ้นมองพ่อแม่ด้วยแววตาที่เจ็บปวด “ผม... ผมอาจไม่ได้เรียนต่อ ม.6 แล้วนะครับ”คำพูดสุดท้ายนั้นเหมือนคมมีดเชือดกลางอกของพ่อแม่ เข้มกัดฟันแน่นจนกรามขึ้นสันนูน รู้ดีว่าลูกชายพยายามเรียนหนักเพียงใด เขานอนดึกตื่นเช้าเพื่ออ่านหนังสือ หวังเพียงใบปริญญาที่เชื่อว่าเป็นทางรอดเดียวของครอบครัว พาก็ยกมือปิดปากไว้แน่น น้ำตาเอ่อ
Dernière mise à jour: 2026-02-22
อคิณ&ธาริน(หัวใจที่ไม่มีที่ยืน)

อคิณ&ธาริน(หัวใจที่ไม่มีที่ยืน)

อคิณถูกส่งตัวมายังโรงเรียนเล็ก ๆ กลางชนบท ในฐานะ “ครูอาสา” ตามแผนประชาสัมพันธ์ของบริษัทระดับพันล้านที่เขากำลังจะก้าวขึ้นเป็นท่านประธานในอนาคต ภาพลักษณ์ที่ดีงามต่อสาธารณะสำคัญพอ ๆ กับความสามารถทางธุรกิจ การลงพื้นที่ครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงภารกิจช่วยเหลือสังคม หากคือหน้าที่ที่ถูกจัดวางไว้อย่างเหมาะสมในเส้นทางชีวิตของเขา ที่นั่นเอง อคิณได้พบกับธาริน เจ้าหน้าที่ป่าไม้ผู้ใช้ชีวิตเรียบง่าย ทว่ามีแววตาอบอุ่นและจริงใจอย่างที่อคิณไม่คุ้นเคย จากการทำงานร่วมกันในแต่ละวัน ความใกล้ชิดค่อย ๆ ก่อตัวอย่างเงียบงัน บทสนทนาเล็ก ๆ รอยยิ้มบางเบา การช่วยเหลือกันโดยไม่ต้องร้องขอ กลายเป็นความผูกพันที่ลึกซึ้งขึ้นโดยไม่ทันตั้งตัว ทั้งสองต่างรับรู้ถึงความรู้สึกที่ค่อย ๆ เติบโตในใจ แต่ไม่มีใครกล้าเอ่ยออกมาเป็นคำพูด เพราะต่างฝ่ายต่างรู้ดีว่า เส้นทางชีวิตของพวกเขา…สวนทางกันเกินไป ความรู้สึกที่เก็บงำไว้นานวันกลับยิ่งทวีความชัดเจน จนกระทั่งคืนหนึ่ง ความใกล้ชิดทางใจได้พาให้พวกเขาเผลอก้าวล้ำเส้นของความสัมพันธ์ทางกายไปโดยไม่ทันคิด ท่ามกลางความเงียบงันของชนบท และหัวใจที่เต้นแรงเกินจะห้ามไหว
Lire
Chapter: 12.พันธนาการพงไพร อคิณ&ธาริน(NC)
ภายในห้องทำงานชั้นบนสุดของตึกระฟ้าใจกลางเมือง.. แสงอาทิตย์ยามอัสดงพาดผ่านร่างของเจ้าสัวเกรียงไกร อัครเดชโชติช่วง ชายวัยหกสิบสี่ปี ผู้ออกคำสั่งเพียงคำเดียวก็สะเทือนไปทั้งวงการพลังงานเอเชีย เขานั่งนิ่งบนเก้าอี้หนังแท้ สายตาจ้องมองออกไปที่ทัศนียภาพเบื้องหน้าด้วยความรู้สึกว่างเปล่า "ชัยชนะมันรสชาติขมปร่าขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กันนะ สมศักดิ์" เขาเอ่ยเสียงพร่ากับเลขาสูงวัยคนสนิทที่ยืนกุมมืออยู่ด้านหลัง สมศักดิ์มองแผ่นหลังที่เริ่มค่อมลงของเจ้านายก่อนจะตอบเสียงเบา "ท่านทำเพื่อรากฐานของอัครเดชโชติช่วงครับ" เจ้าสัวเค่นหัวเราะในลำคอ "รากฐานที่ไม่มีใครสืบทอดน่ะหรือ? นายเองใช่ว่าไม่รู้..ถ้าฉันไม่ได้กดดันกวิน ลูกชายคนเดียวของฉันในวันนั้น..” ใบหน้ามีริ้วรอยตามวัยเศร้าสลดทันทีเมื่อนึกถึงเรื่องเก่าที่ผ่านมาท่านเจ้าสัวเกรียงไกรกดดันลูกชายคนเดียวของตัวเอง เพียงเพราะกวินกล้าฝืนคำสั่งพ่อ ทิ้งทุกอย่างเพื่อผู้หญิงที่ไม่เหมาะสม หนีไปใช้ชีวิตลำบากที่ต่างจังหวัดร่วมกับผู้หญิงคนนั้น สุดท้ายอุบัติเหตุรถคว่ำในคืนฝนตกก็พรากทุกอย่างไป แม้แต่ชีวิตลูกชายกับสะใภ้... “ฉันฆ่าลูกตัวเองด้วยความทิฐิใช่ไหมสมศักดิ์?"คำ
Dernière mise à jour: 2026-02-28
Chapter: 11.แผนพิชิตหัวใจคุณชายไฮโซ
..เช้าวันต่อมา ธารินมาทำงานในสภาพที่ใครเห็นก็ต้องตกใจ ขอบตาที่ดำคล้ำจากฝันที่เหมือนจริงทำเอาเขาเพลีย.. ใบหน้าที่เคยดูหล่อเหลาเข้มข้นกลับดูซีดเซียวเหมือนคนป่วยหนัก"โอ๊ยยยย! สภาพ! นี่คนหรือซากศพคะคุณธาริน?" เสียงแหลมอันเป็นเอกลักษณ์ของพี่เจนนี่ดังขึ้นพร้อมกับร่างในชุดสีบานเย็นที่เดินกึ่งวิ่งเข้ามาหา "เมื่อคืนไปฟัดกับเสือที่ไหนมาคะ หรือว่าแอบไปนอนกอดหมอนร้องไห้เพราะคุณชายเขามีชะนีมาตาม?" เจนนี่เธอมักหูตากว้างไกลเสมอ เพราะมีสายอย่างครูฝนโทรมาเม้าท์มอยอัพเดตเรื่องราวของสองหนุ่มให้เธอฟังแทบจะตลอดเวลาหนุ่มมาดเซอร์ถอนหายใจยาว วางกระติกน้ำลงบนโต๊ะไม้ "พี่เจนนี่... ผมว่าผมพอแล้วว่ะ ผมสู้เขาไม่ได้หรอก โลกของเขาหรูหราขนาดนั้น แฟนเขาก็สวยยังกับนางฟ้า ผมมันก็แค่เจ้าหน้าที่ป่าไม้จนๆ ป่าววะ..จะเอาอะไรไปแข่งเขาได้" ในเมื่อเพื่อนร่วมงานรู้ความเคลื่อนไหวของเขาเป็นอย่างดี ธารินก็ไม่คิดปิดบังอะไรต่อไป ดีเสียอีก อย่างน้อยพี่เจนนี่นางจะกลายเป็นที่ระบายชั้นดี ดีกว่าเจ้าสมันแมวขนส้มที่บ้านเขาอีกเจนนี่ชะงักไปครู่หนึ่ง แววตาที่เคยขี้เล่นกลับเปลี่ยนเป็นจริงจัง เธอทิ้งตัวลงนั่งฝั่งตรงข้ามแล้วตบโต๊ะดัง ปัง!"
Dernière mise à jour: 2026-02-28
Chapter: 10.ฝันเปียก
ระยะทางเพียงห้าร้อยเมตรจากรั้วโรงเรียนถึงประตูบ้านพักป่าไม้ที่เคยเดินเพียงไม่กี่ก้าวก็ถึง กลับรู้สึกยาวไกลราวกับนับพันกิโลเมตรในความรู้สึกของธาริน รองเท้าคอมแบทที่หนักอึ้งบดลงบนพื้นดินลูกรังอย่างไร้เรี่ยวแรง ปิ่นโตสเตนเลสในมือที่เคยเป็นตัวแทนของความหวัง ตอนนี้มันกลับกลายเป็นเพียงเศษเหล็กที่คอยตอกย้ำความโง่เขลาของตัวเองทันทีที่เสียงลูกบิดประตูไม้ดังขึ้น เจ้าสม้มแมวไทยขนสีส้มฟูฟ่องที่เขารับเลี้ยงไว้ มันกระโดดลงจากขื่อหลังคา มารอรับเจ้าของด้วยการเอาหัวถูไถที่หน้าแข้งพร้อมส่งเสียงร้องเมี๊ยวๆ อย่างประจบประแจงเหมือนทุกวันธารินทิ้งตัวลงนั่งบนม้านั่งไม้เก่าๆ หน้าชานเรือน เขาวางปิ่นโตส่งๆ อย่างไม่แยแส ช้อนตัวเจ้าส้มขึ้นมาวางบนตัก มือหนาลูบหัวมันเบาๆ อย่างเหม่อลอย"ส้ม... แกเห็นไหม?" ธารินเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงแหบพร่า "โลกของเขามันสวยงามขนาดไหน"เจ้าส้มมองหน้าเจ้านายด้วยดวงตากลมโต ราวกับจะรับรู้ถึงความเจ็บปวดที่สื่อออกมา"ผู้หญิงคนนั้น... ทั้งสวย ทั้งสง่า ดูดีไปหมดทุกกระเบียดนิ้ว เธอคู่ควรกับอคิณเหมือนภาพวาดที่วางไว้คู่กันเลยนะ" ธารินหัวเราะขื่นๆ ในลำคอ "แล้วแกดูฉันสิส้ม... แค่คนขับกระบะเก่าๆ ต
Dernière mise à jour: 2026-02-26
Chapter: 9.เมนูตามสั่ง
เช้าวันต่อมา กลิ่นหอมของพริกแห้งคั่วและเบคอนกรอบอบอวลลอยมาตามลมตั้งแต่ยังไม่ถึงเวลาพักเที่ยงดี ธารินเดินถือปิ่นโตสแตนเลสสีครีมสะอาดตามาด้วยท่าทางที่เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด วันนี้เขาโกนหนวดเคราจนดูสะอาดตา เสื้อเชิ้ตถูกรีดมาอย่างประณีต (ฝีมือพี่เจนนี่ที่บ่นไปรีดไปนั่นแหละ) "มาแล้วครับ... เมนูตามสั่ง" ธารินวางปิ่นโตลงบนโต๊ะม้านั่งหินอ่อนที่อคิณนั่งรออยู่ก่อนแล้วอคิณ เงยหน้าขึ้นมองคนมาใหม่แล้วชะงักไปครู่หนึ่ง "วันนี้... ดูดีจังนะคุณ""ก็ทำอาหารให้นายจ้างกิน ก็ต้องดูดีหน่อยสิ เดี๋ยวคุณจะหาว่าผมเอาเชื้อโรคใส่ลงไปในสปาเกตตี" ธารินยิ้มกริ่มพลางเปิดฝาปิ่นโตออก เผยให้เห็นเส้นพาสต้าสีเหลืองทองที่คลุกเคล้ากับน้ำมันมะกอก พริกแห้งสีแดงจัด และเบคอนที่เรียงตัวสวยงาม "ลองชิมดูสิ ผมตั้งใจทำสุดฝีมือเลยนะ"อคิณใช้ส้อมม้วนเส้นเข้าปากอย่างบรรจง รสชาติเผ็ดร้อนนิดๆ ของพริกแห้งตัดกับความเค็มมันของเบคอนและกลิ่นหอมของกระเทียมเจียว มันอร่อยเสียจนเขาเผลอครางในลำคอด้วยความพอใจ "อืม... อร่อยมากคุณ ธาริน... คุณทำเก่งกว่าที่ผมคิดไว้เยอะเลยนะเนี่ย""จริงดิ๊? งั้นกินเยอะๆ นะ" ธารินนั่งลงฝั่งตรงข้าม เท้าคางมองคนตัวเล
Dernière mise à jour: 2026-02-23
Chapter: 8.ออกอาการหวง
เย็นวันต่อมา หลังจากที่ข้อตกลงผูกปิ่นโตเริ่มต้นขึ้น ธารินก็ใช้จังหวะที่โรงเรียนเลิก ขับรถกระบะคู่ใจมาจอดดักหน้าอคิณที่กำลังจะเดินกลับบ้านพักครูพอดี"อคิณ! ขึ้นรถ" ธารินตะโกนเรียกพลางโผล่หน้าออกมาจากกระจกรถ"จะไปไหนอีกคุณ? ผมว่าจะไปพักผ่อนที่ห้อง" อคิณขมวดคิ้ว แต่ขาก็เดินไปที่รถอย่างเป็นอัตโนมัติ"ก็คุณ สั่งสปาเกตตีพริกแห้งเบคอนไม่ใช่เหรอ วัตถุดิบในครัวผมมันหมดพอดี ไหนๆ คุณก็เป็นนายจ้างแล้ว ก็ต้องไปช่วยเลือกของสิ จะได้ถูกใจคุณไง อีกอย่าง... ผมไม่มีเงินสำรองจ่ายนะ คุณต้องไปควักกระเป๋าเอง" ธารินอ้างเหตุผลร้อยแปดที่ฟังดูลื่นไหลจนน่าหมั่นไส้อคิณถอนหายใจยาวแต่ก็ยอมก้าวขึ้นรถไปแต่โดยดี "คุณนี่มัน จริงๆ เลย... กล้าใช้แรงงานนายจ้างอย่างผมอีกนะ"รถกระบะเลี้ยวเข้าสู่ตลาดสดประจำอำเภอ กลิ่นคาวปลา กลิ่นเครื่องเทศ และเสียงอึกทึกครึกโครมของพ่อค้าแม่ค้าทำให้อคิณอยากจะเอาสำลีมาอุดหูเสียให้ได้ เขาเดินตามแผ่นหลังกว้างของธารินไปติดๆ เพราะกลัวจะหลงท่ามกลางฝูงชน"ระวังน้ำขังนะครับคุณชาย" ธารินหันมาคว้าข้อมืออคิณให้หลบหลีกแอ่งน้ำสีดำสนิทบนพื้นปูน อคิณสะดุ้งเล็กน้อยกับสัมผัสนั้นแต่ก็ไม่ได้สะบัดออก"นี่คุณ...
Dernière mise à jour: 2026-02-22
Chapter: 7.ครัวป่าแตก กับแผนมัดใจคุณชายอคิณ
ณ บ้านพักไม้หลังเล็กของธารินที่ปกติจะมีเพียงกลิ่นยากันยุงและกลิ่นป่า บัดนี้กลับอบอวลไปด้วยกลิ่นควัน คราบซีอิ๊ว และซอสฝาเขียว… ธารินในสภาพสวมผ้ากันเปื้อนสีหวาน (ที่ยืมแม่บ้านมา) กำลังยืนจ้องหน้าจอโทรศัพท์ที่เปิดยูทูปค้างไว้ในคลิป สอนทำไข่ข้นกุ้งให้เด้งสู้ลิ้น"โธ่เว้ย! ทำไมมันไม่เหมือนในยูทูปเลยวะ" ธารินสบถพลางมองก้อนไข่สีน้ำตาลไหม้ในกระทะใบใหม่ที่เพิ่งซื้อมาอย่างอ่อนใจ เขาไม่เคยรู้เลยว่าการทำอาหารมันยากเย็นขนาดนี้ ให้เขาฝึกช้างป่าให้เชื่องยังง่ายเสียกว่าทว่าธารินกลับไม่ยอมแพ้ เขาปิดแก็ส ยกกระทะออกมาล้างทำความสะอาด ก่อนเริ่มใหม่อีกครั้ง วันนี้เขาจะต้องทำไข่ข้นกุ้งเด้งให้ออกมารสชาติดี และมีหน้าตาน่ากินให้ได้"โอ๊ยยย ตาเถรตกน้ำตกท่า! คุณธารินขา ทำอะไรคะเนี่ย ครัวจะไหม้แล้วค่ะ!" เสียงแหลมสูงมาพร้อมกับร่างโปร่งในชุดลำลองสีสดใส…พี่เจนนี่ เจ้าหน้าที่ฝ่ายธุรการสาวสองคนสวยประจำหน่วยป่าไม้เดินนวยนาดเข้ามา "พี่เจนนี่... มาพอดีเลยครับ ช่วยผมหน่อย ผมจะทำไข่ข้นกุ้ง" ธารินหันไปขอความช่วยเหลืออย่างสิ้นหวังเจนนี่ชะงักไปครู่หนึ่ง ‘ร้อยวันพันปี พ่อหนุ่มมาดเซอร์หล่อกระซวกใจสาวสองอย่างเธอ ไม่เคยเข้าคร
Dernière mise à jour: 2026-02-21
จับเจ้าทะโมนมาเป็นชายา

จับเจ้าทะโมนมาเป็นชายา

นายน้อยตระกูลฉีแอบเข้าวังต้องห้ามเพราะความเป็นห่วงพี่สาวแท้ๆ ที่ถูกกำหนดให้แต่งงานเข้าตระกูลหลวง คือองค์ชายรองผู้มีชื่อเรื่องเจ้าสำราญ อันฉีหวังเพียงจะหาทางช่วยพี่ให้หลุดพ้นชะตากรรมนี้ ทว่าเหตุการณ์กลับตาลปัตร ไม่เพียงช่วยพี่สาวไม่ได้ เขากลับกลายเป็นชายาบุรุษขององค์ชายรองเสียเอง
Lire
Chapter: 13.ไฉนข้ากลายเป็นเจ้าลิงน้อยไปแล้วเล่า!
แม้พูดคุยกับเจ้าตัวเล็กอย่างฉีอันฉีตลอดทั้งวัน องค์ชายอิ้งเยว่กลับไม่รู้สึกเบื่อ ดูดูไปก็น่าขันพิลึก มีอย่างที่ไหนกัน คนกับลิงพูดคุยเป็นตุเป็นตะ ราวกับว่ามันฟังภาษามนุษย์เข้าใจอย่างนั้นแหละ เจ้าบ๊องบ้องตื้นคนนี้คงลืมไปแล้วว่านั่นน่ะ 'เดรัจฉานไม่ใช่หรือไง' อิ้งเยว่ “น้องชาย ในเมื่อมันยอมคืนของให้เจ้า ไฉนเจ้ามัวแต่รีรอ ไม่รีบสวมอาภรณ์ของเจ้าเสียเล่า” ฉีอันฉีหันมาตอบอย่างเห็นด้วย “ก็ได้ๆ ข้าสวม ข้าสวมแล้ว” หนุ่มน้อยละความสนใจจากเจ้าลิงทะโมนแล้วตั้งอกตั้งใจสวมอาภรณ์สีหวานทันที.. ก่อนนี้เขาสวมอาภรณ์ที่ไม่ใช่คนตนนับว่ายุ่งยากไม่น้อย ทว่าเมื่อสวมมันหลายครั้งต่อหลายครั้ง อันฉีกลับรู้วิธีนุ่งอาภรณ์สตรีได้ไม่ยาก ทั้งยังไม่รู้สึกขวยเขิน อีกฝ่าย ระหว่างรอเจ้าตัวเล็กสวมเสื้อผ้า องค์ชายอิ้งเยว่ทอดสายตามองไปรอบๆ โถง ที่แห่งนี้ไร้การเหลียวแลมานานหลายปี จึงไม่แปลกที่จะมีฝุ่นกรังเกาะตามโต๊ะเก้าอี้และตั่งนอน ซึ่งเคยเป็นของใช้สอยของมารดาเขามาก่อน เนื่องจากไม่มีบ่าวคนใดกล้าเข้ามา ครั้งหน้าหากคิดจะมาเยือนอีก เห็นทีเขาคงต้องลงมือทำเอง หากแต่จะว่าไปแล้ว สถานที่แห่งนี้ถึงจะไม่น่าอยู่ แต่ก็ไม่ได้ดูเลวร้าย
Dernière mise à jour: 2026-02-28
Chapter: 12.สหายต่างวัยในตำหนักร้าง
ในตำหนักร้างที่ไร้ผู้คน หนึ่งร่างสูงหนึ่งร่างเล็กยังคงนั่งเคียงไหล่สนทนาพาทีอย่างต่อเนื่อง องค์ชายอิ้งเยว่เป็นฝ่ายซักไซ้ถึงที่มาที่ไปจนรู้ชัด ว่าด้วยเหตุผลอันใดหนุ่มน้อยจึงลอบเข้ามาอยู่ในเขตวังหลังของเขาตั้งหลายวัน ปานนี้ไม่คิดกลับออกไป แม้บทสนทนาบางเรื่องเจ้าเด็กปากสุนัขถึงกับว่าร้ายตนในทางเสื่อมเสีย นั่นเพราะมันไม่รู้ ผู้ไม่รู้ย่อมไม่ผิด ผู้ใหญ่เช่นเขาก็ไม่ควรคิดถือสา ให้ถือเสียว่าไม่เคยได้ยินก็แล้วกันจากที่ได้พูดคุยมานานเพียงนี้ เจ้าหนุ่มน้อยกลับเผยให้เห็นหลากหลายมุมมองที่ชวนให้ค้นหา ความซื่อบริสุทธิ์ที่เจ้าตัวแสดงออกโดยไม่เสแสร้งนั้น ทำให้องค์ชายรองเช่นเขาสัมผัสได้ถึงแก่นแท้ในนิสัยของมันอย่างชัดเจน หากคิดคบหาเป็นสหายต่างวัยก็คงไม่ใช่เรื่องยากเย็นอะไร อีกทั้งในใจของเขาเองก็ยังมีปมที่ค้างคามาเนิ่นนาน บางทีเจ้าหนุ่มน้อยผู้นี้..อาจเป็นผู้ที่ช่วยคลายเงื่อนปมนั้นให้เขาก็เป็นได้อิ้งเยว่ “เจ้าเป็นบุรุษอายุสิบหก เจ้าเคยนอนกับสตรีหรือยัง?”ฝ่ายผู้ถูกถามเรื่องประเภทนี้เข้า ฉีอันฉีถึงกับมีท่าทีแตกตื่น “หา! ท่านว่าอะไรนะ!”“ข้าพูดว่า เจ้าเคยทำเรื่อง... แบบนั้น กับสตรีหรือยัง คือ... แบบ...”
Dernière mise à jour: 2026-02-28
Chapter: 11.ชายาเยี่ยนฟางในเรือนมู่ต่านฮวา
..อีกมุมหนึ่งในอาณาเขตตำหนักไฉ่หง..ในเรือนหมู่ตานฮวานั้น นับว่างดงามทั้งกว้างใหญ่ไม่แพ้ตำหนักใดในวังแห่งนี้ ฉีเยี่ยนฟางแม้มีฐานะสูงส่งเป็นถึงชายาเอก อยู่เหนือสนมคนอื่นๆ ทว่านางกลับมิได้มีความภาคภูมิแม้แต่น้อย บอกไปใครจะเชื่อ ชายาป้ายแดงเช่นนางกลับถูกองค์ชายรองผู้เป็นสามีทอดทิ้งตั้งแต่คืนส่งตัวเข้าหอในวันนั้น ทั้งที่เมื่อก่อน ครั้งอาศัยอยู่แคว้นฉี หญิงสาวเคยได้รับคำยกย่องจากคนจำนวนมาก ต่างพูดว่าบุตรสาวของท่านเจ้าแคว้นฉี นับเป็นหญิงงามอันดับหนึ่งในแคว้นเลยทีเดียว สตรีอื่นก็อย่าหวังประชันโฉมกับนาง มาบัดนี้เล่า หญิงงามอันดับหนึ่งไฉนต้องมาถูกสามีหมางเมินถึงเพียงนี้.. ‘ข้าผิดเรื่องใดกัน’ นางเกลียดชังใบหน้านี้ของตัวเอง ‘งดงามแล้วมีประโยชน์อันใดเล่า เสด็จพี่ไม่คิดแตะต้องข้าด้วยซ้ำ ..’ ก่อนนี้นางเคยคาดหวังเอาไว้สูงมาก หากองค์ชายอิ้งเยว่หรือองค์ชายรอง ได้พบหน้าครั้งแรก เขาต้องตกตะลึงในความงดงามของนางจนตาค้างเป็นแน่ ทว่าเพียงเขาช่วยปลดผ้าคลุมหน้าเจ้าสาว ผลออกมาเป็นอย่างไรนั้น ช่างน่าผิดหวังเสียนี่กระไร องค์ชายอิ้งเยว่ไม่มีปฏิกิริยาใดๆ กับนางอย่างเช่นบุรุษทั่วไปควรมีต่อภรรยา เขาเอาแต่นิ่งเฉยท
Dernière mise à jour: 2026-02-28
Chapter: 10.เจ้าใส่ความข้าชัดๆ
ฉีอันฉีละมือจากแก้ม ก่อนยืดตัวตรง มีสีหน้าจริงจัง “ข้าพูด ข้าพูด หากท่านรับปากข้าเรื่องหนึ่ง”องค์ชายอิ้งเยว่ “ได้ ข้ารับปากเจ้า”เจ้าตัวเล็กรีบพูด “พี่ชาย ท่านห้ามแพร่งพรายเรื่องที่ข้าเป็นบุรุษออกไปเด็ดขาด อีกทั้ง ห้ามท่านจับข้าด้วย”คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันอย่างสงสัย “เหตุใดข้าจับเจ้า?”หนุ่มน้อยรีบบอก “ท่านเป็นทหารเฝ้ายามไม่ใช่หรือไง! หน้าที่จับกุมผู้บุกรุกวังหลัง หากไม่ใช่ท่าน ไยจะเป็นผู้ใดได้อีก”องค์ชายอิ้งเยว่รีบก้มมองเครื่องแบบทหารที่ตนสวมใส่ตอนนี้ เขาก็ถึงบางอ้อทันที “อ๋า... ที่แท้ ข้าเป็นทหารยามนี่เอง แต่ตอนนี้ ข้าออกเวรยามแล้ว เจ้าไม่ต้องกลัวข้า ข้าไม่จับเจ้าหรอก”ฉีอันฉียิ้มออกมาได้อย่างสบายใจ “ดี! เช่นนี้ ข้าก็ไม่ต้องกังวลแล้ว” หากพบกันวันหน้า ก็ไม่แน่ว่าเขาจะรอดพ้นหรือไม่ ‘ช่างเถอะๆ ข้ากับท่าน พบกันแค่ครั้งเดียวก็พอ’ ดูเหมือนว่า อีกฝ่ายจะอ่านความคิดในหัวของเจ้าเด็กน้อยออก “เจ้าพูดซี้ เหตุจำเป็นของเจ้าคือเรื่องใด ไฉนเจ้าปลอมเป็นสตรีมาอยู่ในวังต้องห้ามเยี่ยงนี้ หากเจ้ายอมพูด บางทีวันหน้าหากได้พบเจ้า ข้าอาจไม่เอาผิดกับเจ้า”ฉีอันฉีเปลี่ยนท่าทางใหม่ เป็นนั่งงอตัว ผายไหล่แคบเล
Dernière mise à jour: 2026-02-27
Chapter: 9.ตำหนักร้างกับชายหนุ่มลึกลับ
องค์ชายอิ้งเยว่ใช้เวลาเพียงครึ่งชั่วยามก็มาถึงอาณาเขตของตำหนักเย็น สถานที่ซึ่งเคยจองจำมารดาของเขาเมื่อสิบปีก่อน ความทรงจำอันเจ็บปวดมิเคยเลือนหายไปจากใจเลย แม้เวลาล่วงเลยมาป่านนี้ ร่างสูงในชุดทหารยามมุดผ่านรั้วลวดหนามเข้าไปทันทีที่มาถึง ภายในบริเวณ มีต้นหญ้าแห้งกรังขึ้นสูงจนทึบหนา เขาชักกระบี่ออกมา ก่อนออกแรงฟันสิ่งกรีดขวางเพื่อเปิดทาง จากนั้นก้าวเดินอีกไม่ไกล เขาเก็บกระบี่เข้าฝักตามเดิม ก้มตัวลอดกิ่งไม้ใหญ่ หลบเลี่ยงเถาวัลย์พันเกี่ยวรกรุงรัง ฝ่าเท้าเหยียบย่ำบนถนนเล็กแคบซึ่งแทบมองไม่เห็นพื้นคอนกรีต เนื่องจากกาลเวลาที่ผันผ่านไปนานนับปี ร่างสูงก้าวเดินอย่างมั่นคงไม่ไกลนัก เขาก็เห็นสิ่งปลูกสร้างเก่าอายุหลายสิบปีตั้งตระหง่านตรงหน้า ผนังปูนเต็มไปด้วยตะไคร่น้ำเกาะหนาเป็นคราบเขียวดำจนน่าขนลุก ดวงตาสีดำขลับดุจเดือนมืดในยามรัตติกาลจับจ้องไปยังประตูเหล็กกล้าบานใหญ่ สนิมกัดกร่อนจนไม่เหลือเค้าเดิมแล้วแต่เมื่อเข้าใกล้...อิ้งเยว่พลันขมวดคิ้วอย่างสงสัย มีบางสิ่งผิดปกติที่ไม่อาจมองข้ามได้ เขาจ้องมองสิ่งผิดปกตินั้นอย่างไม่อยากจะเชื่อสายตา‘เหตุใดกลอนประตูจึงไม่เหมือนเดิมแล้วเล่า?’ สิ่งนั้นถูกงัดออก
Dernière mise à jour: 2026-02-26
Chapter: 8.ความชิงชังในวังหลวง
เมื่อเรื่องราวล่วงรู้ถึงเทียนจื่อ พระองค์ทรงมีพระบัญชาเด็ดขาด สั่งให้นางทาสในวังหลวงผู้มีรูปร่างแข็งแรงถึงสามคน ผลัดเปลี่ยนกันเฝ้าสนมกุ้ยเฟยไว้อย่างเข้มงวด มิให้พระนางทำร้ายทารกในครรภ์ได้สำเร็จ จนกว่าจะครบกำหนดคลอดจึงจะแยกทารกออกมาเลี้ยงดูต่างหาก เทียนจื่อทรงกำชับนักหนาว่า หากทารกเป็นอันตราย ผู้ที่เกี่ยวข้องจะต้องโทษประหารไม่เว้นแม้แต่คนเดียวในที่สุด วันที่องค์ชายอิ้งเยว่ลืมตาดูโลกก็มาถึง เขาได้รับการดูแลจากแม่นมทั้งสามที่ได้รับพระบัญชาให้อารักขาเขามาโดยตลอด ส่วนมารดานั้นแม้คลอดเขาออกมาแล้ว ก็ไม่เคยมีสักครั้งที่จะโอบอุ้มลูกชายเฉกเช่นแม่คนอื่น แม้องค์ชายน้อยจะร้องไห้ฟูมฟายปานจะขาดใจที่มารดาไม่รัก ทว่าเขาก็เกิดความกังขาอยู่บ้าง เหตุผลอันใดมารดารังเกียจตนถึงเพียงนี้ ครั้นเติบโตจนรู้ความ องค์ชายอิ้งเยว่จึงได้ทราบความจริงจากแม่นมทั้งสามถึงที่มาที่ไป ว่าเหตุใดพระสนมกุ้ยเฟยจึงชิงชังเทียนจื่อ และเกลียดชังบุตรชายอย่างเขา สุดท้ายองค์ชายก็เข้าอกเข้าใจพระมารดาเป็นอย่างดี แม้มารดาจะเกลียดชัง แต่เขาไม่เคยมีความรู้สึกเช่นนั้นต่อนางเลยปีนั้น องค์ชายอิ้งเยว่จำได้ว่าเทียนจื่อทรงเศร้าโศกเพียงใด เมื่อ
Dernière mise à jour: 2026-02-23
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status