Chapter: 11.การเผชิญหน้าเพื่อนๆ ในโรงพยาบาลเมื่อหนังจบลง แสงไฟในโรงฉายก็สว่างขึ้น หมอภีมรีบลุกขึ้นยืนทันทีอย่างรวดเร็วเพื่อรักษาฟอร์มความเป็นคนเย็นชาเอาไว้ เขาเอ่ยว่า "ก็... ได้ความรู้ดี" พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงวิชาการเพื่อกลบเกลื่อนความกระอักกระอ่วนที่มือของเขาเพิ่งจะสัมผัสกับมือน้องนัทไปเมื่อครู่"ครับ สนุกมากเลยครับหมอภีม ขอบคุณนะครับ" นัทพูดด้วยรอยยิ้มอย่างจริงใจ หัวใจของเขายังคงเต้นไม่เป็นจังหวะจากสัมผัสเมื่อกี้ขณะที่ทั้งสองเดินออกจากประตูโรงหนัง โดยมีคนตัวสูงเดินนำหน้าอย่างรักษาระยะห่างเพียงเล็กน้อย จู่ๆ ก็มีเสียงคุ้นเคยดังขึ้นมาอย่างสดใส"อ้าว! ตายแล้ว! นั่น... นั่นหมอภีมกับน้องนัทคนน่ารัก ไม่ใช่เหรอคะ!?"ทั้งหมอภีมและน้องนัทหันไปมองพร้อมกัน และสิ่งที่เห็นก็คือ หมอเจตน์ แพทย์ศัลยกรรมเพื่อนสนิทของหมอภีม, พยาบาลน้ำหวาน ผู้ช่วยคนเก่ง, และ นุ่มนิ่มพยาบาลขาเม้ามอยอันดับหนึ่งของโรงพยาบาล! ทั้งสามคนกำลังยืนรอคิวซื้อตั๋วหนังอยู่ผีลุงจันทร์ ที่กำลังจะลอยตามไปติดๆ ถึงกับเบรกตัวโก่งกลางอากาศ 'เวรกรรม! พวกขาเม้าท์โรงพยาบาลมาได้ยังไงวะเนี่ย!'"โหหหหห! ไม่จริง!" นุ่มนิ่มยกมือทาบอกอย่างตกใจสุดขีด "นี่มันอะไรกันคะหมอภีม! พาน้องนัทมาดูหนั
Dernière mise à jour: 2026-02-28
Chapter: 10.ให้มันได้อย่างนี้สิ!หมอภีมยืนอยู่ตรงหน้าโต๊ะทำงาน จ้องมองปากกาในมือของตัวเองอย่างครุ่นคิด เขากำลังต่อสู้กับความรู้สึกที่หลากหลายในใจ โดยมีผีลุงจันทร์ลอยอยู่ข้างๆ ส่งกระแสจิตสนับสนุนอย่างเต็มที่" เอาสิไอ้ภีม! โอกาสสุดท้ายแล้วโว้ย"หมอภีม "น้องนัท..."เจ้าของชื่อนัท ที่กำลังก้มหน้าก้มตาพิมพ์รายงานอยู่ก็หยุดมือ และเงยหน้าขึ้นอย่างตั้งใจรอฟัง "ครับ"อีกฝ่ายก่อนจะพูดบางอย่าง เขาสูดหายใจเข้าลึกๆ จนเต็มปอด คราวนี้ตั้งใจไว้ว่าจะไม่ปล่อยให้ความเย็นชาหรือความกระอักกระอ่วนมาขัดขวางอีกแล้ว เพราะเพิ่งผ่านสถานการณ์ความเป็นความตายมาหมาดๆ เรื่องนี้จึงควรเป็นเรื่องที่เล็กน้อยที่สุดในโลกหรือไม่และพูดออกมาด้วยน้ำเสียงเรียบๆ ทุ้มต่ำ แต่แฝงด้วยอำนาจสั่งการในแบบฉบับของเขาเอง ราวกับกำลังสั่งให้ไปหยิบผ้าก๊อซ หรือสั่งจ่ายยาอะไรสักอย่าง"เรื่องชุดออกงานนั่นน่ะ... ไม่ต้องส่งเลขาไปหรอก เสียเวลา" "ครับ.." นัททำหน้างงหมอภีมกล่าวอีก "นายกับฉันไปซื้อด้วยกัน พรุ่งนี้เช้า หลังฉันเสร็จธุระที่บ้านแม่"คนถูกสั่งนิ่งไปชั่วขณะ ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความประหลาดใจอย่างที่สุด นี่ไม่ใช่คำพูดที่มาจากคนที่เพิ่งจะโยนบัตรเครดิตให้ไปจัดการเองเมื่
Dernière mise à jour: 2026-02-28
Chapter: 9.เข้มถูกภรรยาทิ้งสองวันต่อมายามเย็นของสลัมเต็มไปด้วยเสียงทะเลาะของบ้านข้าง ๆ เสียงเรือเก่าครูดน้ำ และกลิ่นขยะลอยคลุ้ง แต่ในบ้านของเข้ม ทุกอย่างกลับเงียบสงัดอย่างประหลาดพายืนกลางห้อง มือกำหูหิ้วกระเป๋าเสื้อผ้าเก่า ๆ ที่ยัดของใช้ส่วนตัวจนป่อง เธอไม่มองเข้มแม้เพียงเสี้ยววินาที“พา… อย่าทำแบบนี้นะ” เข้มรีบเข้าไปขวางประตู สีหน้าทั้งหวาดกลัวและอ้อนวอน “เราคุยกันใหม่ได้ไหม พี่จะหางานเพิ่ม พี่จะไม่ทำให้ผิดหวังอีกแล้ว พี่ขอโท..”พาผลักเขาออกเบา ๆ แต่หนักพอจะทำให้เข้มสะดุดถอย “ฉันตัดสินใจแล้วเข้ม ไม่มีอะไรให้คุยอีก”“แต่ลูกกวาด… ครอบครัวเราจะ..”“พี่ไม่ต้องสอนฉันเรื่องครอบครัวนะ” เธอกัดฟัน “ตั้งแต่โดนโกง ฉันก็เป็นคนต้องวิ่งหาเงินทุกวัน พี่ทำอะไรได้บ้าง นอกจากหวังพึ่งน้ำใจคนอื่นไปวัน ๆ”คำพูดนั้นเหมือนเหล็กแหลมทิ่มทะลุหัวใจเข้ม เขาอ้าปาก แต่ไม่รู้จะพูดอะไร เพราะทุกอย่างที่เธอว่า… มันจริงพาสะพายกระเป๋า หยิบรองเท้า แล้วเปิดประตูบ้านผุ ๆ ออกไปทันที ตรงหน้าบ้าน มีชายคนหนึ่งยืนรออยู่ เขาสูงกว่าเข้ม ตัวใหญ่กว่า และเสื้อผ้าที่สวมใส่บ่งบอกถึงอีกฝ่ายไม่ใช่คนในสลัม ใบหน้าคมกริบพร้อมรอยยิ้มมุมปากที่สะท้อนความมั่นใจว่า ผ
Dernière mise à jour: 2026-02-27
Chapter: 8.วันแตกสลาย บ้านไม้ผุริมคลองบ้านไม้ผุที่ตั้งอยู่ริมคลองเน่าเหม็นยังคงส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดเป็นจังหวะเศร้าสร้อยทุกครั้งที่ลมจากคลองพัดผ่าน ราวกับเป็นเสียงถอนหายใจของตัวบ้านเอง หนึ่งสัปดาห์เต็มที่ความตึงเครียดได้บ่มเพาะจนถึงขีดสุดพานั่งเหม่ออยู่หน้าโต๊ะเตี้ย ๆ ที่เต็มไปด้วยเอกสารแห่งความพ่ายแพ้ บิลเก่าที่ค้างชำระจนสีซีดจาง กระดาษทวงหนี้ที่ตัวอักษรสีแดงฉานเหมือนรอยเลือด และสมุดบัญชีที่ตัวเลขแดงพรืดเหมือนเลือดคั่งในบาดแผลเก่า เธอไม่ได้แค่กุมขมับ แต่เป็นการโอบศีรษะไว้ราวกับกลัวว่ามันจะระเบิดออกด้วยความสิ้นหวัง ใบหน้าของเธอเหนื่อยล้าจนเกือบจะว่างเปล่า ดวงตาที่เคยมองโลกอย่างทะเยอทะยานบัดนี้กลับเต็มไปด้วยความมืดมิดเข้มเดินเข้ามาจากด้านนอก ความร้อนระอุของแดดอ่อน ๆ ยังติดอยู่บนเสื้อยืดเก่า ๆ ของเขา มือยังเปื้อนน้ำมันเครื่องสีดำคล้ำจากการรับจ้างซ่อมรถในซอย กลิ่นน้ำมันกับเหงื่อเป็นกลิ่นประจำตัวที่พาเคยชิน แต่ตอนนี้มันกลับเป็นกลิ่นแห่งความล้มเหลว“วันนี้พี่ได้มาแค่สามร้อยเองพา” เข้มพูดเสียงแผ่ว พยายามไม่สบตาเมียรัก “เขาบอกงานน้อย… พวกเด็กแว้นมันไม่ค่อยมาซ่อมกันเลยช่วงนี้.. แย่ชะมัด”พาไม่ตอบ เธอเพียงหายใจเข้าออกหนักๆ เสียงดัง
Dernière mise à jour: 2026-02-26
Chapter: 7.คำสั่งพิเศษ ห้องทำงานหมอภีมหมอภีมหันกลับมาเผชิญหน้ากับน้องนัทอีกครั้ง ใบหน้าคมคายเคร่งเครียด ดวงตาคมกริบมองตรงไปที่น้องนัทอย่างจริงจัง จนเด็กหนุ่มต้องหลุบตาลงเล็กน้อยผีลุงจันทร์ ลอยตัวเข้ามาใกล้ที่สุดเท่าที่จะทำได้ ตั้งใจรอฟังประโยคที่ควรจะง่ายแสนง่ายนี้"นี่นัท!" หมอภีมกล่าวเสียงเฉียบขาด "ฉันจะบอกนายตรงๆ เลยนะ... เรื่องชุดออกงานอะไรนั่นน่ะ... มันเป็นแค่เรื่องไร้สาระของพวกชนชั้นสูง ฉันไม่ได้อยากไปยุ่งเกี่ยวเลยสักนิด แต่แม่ขอร้องมา..."น้องนัทเงยหน้าขึ้นมองหมอภีมอย่างสงบ "ครับ"หมอภีมถอนหายใจยาว พยายามเรียบเรียงคำพูดให้ดูเป็นเรื่อง 'งาน' และ 'ภาระ' ที่เขาจำเป็นต้องทำ"ดังนั้น... ฉันจะมอบหมายภารกิจนี้ให้นาย" หมอภีมล้วงกระเป๋าสตางค์หนังแท้ราคาแพงออกมา เขาดึงบัตรเครดิตสีดำใบหนึ่งที่จำกัดวงเงินมหาศาลออกมาวางไว้บนโต๊ะทำงาน"นี่คือบัตรของฉัน" หมอภีมพูดต่อด้วยน้ำเสียงเย็นชา "วันพรุ่งนี้... นายไปเลือกซื้อชุดที่... ที่ไหนก็ได้ที่มันแพงที่สุดตามที่แม่ต้องการ เลือกมาให้ดีที่สุดสำหรับงานกาล่า... นายไปกับเลขาของฉัน""โธ่เอ๊ย! ไม่ใช่แบบนั้น!" ผีลุงจันทร์ส่งเสียงร้องออกมาอย่างสิ้นหวังในความคิดของเขาเอง ร่างโป
Dernière mise à jour: 2026-02-23
Chapter: 6.หมอภีมถูกแม่บังคับ“ลูกมาได้ยังไง…” พาเอ่ยถามลูกชายเสียงสั่น“ผมได้ยินเสียงตะโกนจากท้ายซอยครับแม่ เลยรีบวิ่งมาดู” ลูกกวาดย่อตัวลงข้างพ่อแม่ มือสั่นระริกเมื่อเห็นรอยเลือด เขารีบไปหยิบผ้าขนหนู จุ่มเข้าไปในอ่างน้ำเล็กๆ ทั้งที่น้ำในอ่างขุ่นคล้ำจนมองไม่เห็นก้นอ่าง เขาบรรจงเช็ดเลือดให้พ่อด้วยความอ่อนโยน แล้วหันมาดูรอยฟกช้ำบนแขนแม่ด้วยหัวใจที่ร้อนรุ่ม “แม่เจ็บไหมครับ...”พาส่ายหน้าทั้งน้ำตา “ไม่เจ็บเท่าที่พ่อเจ็บหรอกลูก”ลูกกวาดสูดลมหายใจลึก พยายามรวบรวมความกล้าให้เสียงไม่สั่น “พ่อครับ... แม่ครับ... ทางโรงเรียนเขาทวงค่าเทอมอีกแล้วครับ”คำพูดนั้นทำให้ความเงียบที่เคยมีกลับมาหนักอึ้งอีกครั้ง เข้มกับพามองหน้ากันอย่างสิ้นหวัง“เขาบอกว่าถ้าอาทิตย์นี้ผมไม่จ่าย เขาจะตัดสิทธิ์การสอบปลายภาคครับ” เด็กหนุ่มเงยหน้าขึ้นมองพ่อแม่ด้วยแววตาที่เจ็บปวด “ผม... ผมอาจไม่ได้เรียนต่อ ม.6 แล้วนะครับ”คำพูดสุดท้ายนั้นเหมือนคมมีดเชือดกลางอกของพ่อแม่ เข้มกัดฟันแน่นจนกรามขึ้นสันนูน รู้ดีว่าลูกชายพยายามเรียนหนักเพียงใด เขานอนดึกตื่นเช้าเพื่ออ่านหนังสือ หวังเพียงใบปริญญาที่เชื่อว่าเป็นทางรอดเดียวของครอบครัว พาก็ยกมือปิดปากไว้แน่น น้ำตาเอ่อ
Dernière mise à jour: 2026-02-22
Chapter: 12.พันธนาการพงไพร อคิณ&ธาริน(NC)ภายในห้องทำงานชั้นบนสุดของตึกระฟ้าใจกลางเมือง.. แสงอาทิตย์ยามอัสดงพาดผ่านร่างของเจ้าสัวเกรียงไกร อัครเดชโชติช่วง ชายวัยหกสิบสี่ปี ผู้ออกคำสั่งเพียงคำเดียวก็สะเทือนไปทั้งวงการพลังงานเอเชีย เขานั่งนิ่งบนเก้าอี้หนังแท้ สายตาจ้องมองออกไปที่ทัศนียภาพเบื้องหน้าด้วยความรู้สึกว่างเปล่า "ชัยชนะมันรสชาติขมปร่าขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กันนะ สมศักดิ์" เขาเอ่ยเสียงพร่ากับเลขาสูงวัยคนสนิทที่ยืนกุมมืออยู่ด้านหลัง สมศักดิ์มองแผ่นหลังที่เริ่มค่อมลงของเจ้านายก่อนจะตอบเสียงเบา "ท่านทำเพื่อรากฐานของอัครเดชโชติช่วงครับ" เจ้าสัวเค่นหัวเราะในลำคอ "รากฐานที่ไม่มีใครสืบทอดน่ะหรือ? นายเองใช่ว่าไม่รู้..ถ้าฉันไม่ได้กดดันกวิน ลูกชายคนเดียวของฉันในวันนั้น..” ใบหน้ามีริ้วรอยตามวัยเศร้าสลดทันทีเมื่อนึกถึงเรื่องเก่าที่ผ่านมาท่านเจ้าสัวเกรียงไกรกดดันลูกชายคนเดียวของตัวเอง เพียงเพราะกวินกล้าฝืนคำสั่งพ่อ ทิ้งทุกอย่างเพื่อผู้หญิงที่ไม่เหมาะสม หนีไปใช้ชีวิตลำบากที่ต่างจังหวัดร่วมกับผู้หญิงคนนั้น สุดท้ายอุบัติเหตุรถคว่ำในคืนฝนตกก็พรากทุกอย่างไป แม้แต่ชีวิตลูกชายกับสะใภ้... “ฉันฆ่าลูกตัวเองด้วยความทิฐิใช่ไหมสมศักดิ์?"คำ
Dernière mise à jour: 2026-02-28
Chapter: 11.แผนพิชิตหัวใจคุณชายไฮโซ..เช้าวันต่อมา ธารินมาทำงานในสภาพที่ใครเห็นก็ต้องตกใจ ขอบตาที่ดำคล้ำจากฝันที่เหมือนจริงทำเอาเขาเพลีย.. ใบหน้าที่เคยดูหล่อเหลาเข้มข้นกลับดูซีดเซียวเหมือนคนป่วยหนัก"โอ๊ยยยย! สภาพ! นี่คนหรือซากศพคะคุณธาริน?" เสียงแหลมอันเป็นเอกลักษณ์ของพี่เจนนี่ดังขึ้นพร้อมกับร่างในชุดสีบานเย็นที่เดินกึ่งวิ่งเข้ามาหา "เมื่อคืนไปฟัดกับเสือที่ไหนมาคะ หรือว่าแอบไปนอนกอดหมอนร้องไห้เพราะคุณชายเขามีชะนีมาตาม?" เจนนี่เธอมักหูตากว้างไกลเสมอ เพราะมีสายอย่างครูฝนโทรมาเม้าท์มอยอัพเดตเรื่องราวของสองหนุ่มให้เธอฟังแทบจะตลอดเวลาหนุ่มมาดเซอร์ถอนหายใจยาว วางกระติกน้ำลงบนโต๊ะไม้ "พี่เจนนี่... ผมว่าผมพอแล้วว่ะ ผมสู้เขาไม่ได้หรอก โลกของเขาหรูหราขนาดนั้น แฟนเขาก็สวยยังกับนางฟ้า ผมมันก็แค่เจ้าหน้าที่ป่าไม้จนๆ ป่าววะ..จะเอาอะไรไปแข่งเขาได้" ในเมื่อเพื่อนร่วมงานรู้ความเคลื่อนไหวของเขาเป็นอย่างดี ธารินก็ไม่คิดปิดบังอะไรต่อไป ดีเสียอีก อย่างน้อยพี่เจนนี่นางจะกลายเป็นที่ระบายชั้นดี ดีกว่าเจ้าสมันแมวขนส้มที่บ้านเขาอีกเจนนี่ชะงักไปครู่หนึ่ง แววตาที่เคยขี้เล่นกลับเปลี่ยนเป็นจริงจัง เธอทิ้งตัวลงนั่งฝั่งตรงข้ามแล้วตบโต๊ะดัง ปัง!"
Dernière mise à jour: 2026-02-28
Chapter: 10.ฝันเปียกระยะทางเพียงห้าร้อยเมตรจากรั้วโรงเรียนถึงประตูบ้านพักป่าไม้ที่เคยเดินเพียงไม่กี่ก้าวก็ถึง กลับรู้สึกยาวไกลราวกับนับพันกิโลเมตรในความรู้สึกของธาริน รองเท้าคอมแบทที่หนักอึ้งบดลงบนพื้นดินลูกรังอย่างไร้เรี่ยวแรง ปิ่นโตสเตนเลสในมือที่เคยเป็นตัวแทนของความหวัง ตอนนี้มันกลับกลายเป็นเพียงเศษเหล็กที่คอยตอกย้ำความโง่เขลาของตัวเองทันทีที่เสียงลูกบิดประตูไม้ดังขึ้น เจ้าสม้มแมวไทยขนสีส้มฟูฟ่องที่เขารับเลี้ยงไว้ มันกระโดดลงจากขื่อหลังคา มารอรับเจ้าของด้วยการเอาหัวถูไถที่หน้าแข้งพร้อมส่งเสียงร้องเมี๊ยวๆ อย่างประจบประแจงเหมือนทุกวันธารินทิ้งตัวลงนั่งบนม้านั่งไม้เก่าๆ หน้าชานเรือน เขาวางปิ่นโตส่งๆ อย่างไม่แยแส ช้อนตัวเจ้าส้มขึ้นมาวางบนตัก มือหนาลูบหัวมันเบาๆ อย่างเหม่อลอย"ส้ม... แกเห็นไหม?" ธารินเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงแหบพร่า "โลกของเขามันสวยงามขนาดไหน"เจ้าส้มมองหน้าเจ้านายด้วยดวงตากลมโต ราวกับจะรับรู้ถึงความเจ็บปวดที่สื่อออกมา"ผู้หญิงคนนั้น... ทั้งสวย ทั้งสง่า ดูดีไปหมดทุกกระเบียดนิ้ว เธอคู่ควรกับอคิณเหมือนภาพวาดที่วางไว้คู่กันเลยนะ" ธารินหัวเราะขื่นๆ ในลำคอ "แล้วแกดูฉันสิส้ม... แค่คนขับกระบะเก่าๆ ต
Dernière mise à jour: 2026-02-26
Chapter: 9.เมนูตามสั่งเช้าวันต่อมา กลิ่นหอมของพริกแห้งคั่วและเบคอนกรอบอบอวลลอยมาตามลมตั้งแต่ยังไม่ถึงเวลาพักเที่ยงดี ธารินเดินถือปิ่นโตสแตนเลสสีครีมสะอาดตามาด้วยท่าทางที่เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด วันนี้เขาโกนหนวดเคราจนดูสะอาดตา เสื้อเชิ้ตถูกรีดมาอย่างประณีต (ฝีมือพี่เจนนี่ที่บ่นไปรีดไปนั่นแหละ) "มาแล้วครับ... เมนูตามสั่ง" ธารินวางปิ่นโตลงบนโต๊ะม้านั่งหินอ่อนที่อคิณนั่งรออยู่ก่อนแล้วอคิณ เงยหน้าขึ้นมองคนมาใหม่แล้วชะงักไปครู่หนึ่ง "วันนี้... ดูดีจังนะคุณ""ก็ทำอาหารให้นายจ้างกิน ก็ต้องดูดีหน่อยสิ เดี๋ยวคุณจะหาว่าผมเอาเชื้อโรคใส่ลงไปในสปาเกตตี" ธารินยิ้มกริ่มพลางเปิดฝาปิ่นโตออก เผยให้เห็นเส้นพาสต้าสีเหลืองทองที่คลุกเคล้ากับน้ำมันมะกอก พริกแห้งสีแดงจัด และเบคอนที่เรียงตัวสวยงาม "ลองชิมดูสิ ผมตั้งใจทำสุดฝีมือเลยนะ"อคิณใช้ส้อมม้วนเส้นเข้าปากอย่างบรรจง รสชาติเผ็ดร้อนนิดๆ ของพริกแห้งตัดกับความเค็มมันของเบคอนและกลิ่นหอมของกระเทียมเจียว มันอร่อยเสียจนเขาเผลอครางในลำคอด้วยความพอใจ "อืม... อร่อยมากคุณ ธาริน... คุณทำเก่งกว่าที่ผมคิดไว้เยอะเลยนะเนี่ย""จริงดิ๊? งั้นกินเยอะๆ นะ" ธารินนั่งลงฝั่งตรงข้าม เท้าคางมองคนตัวเล
Dernière mise à jour: 2026-02-23
Chapter: 8.ออกอาการหวงเย็นวันต่อมา หลังจากที่ข้อตกลงผูกปิ่นโตเริ่มต้นขึ้น ธารินก็ใช้จังหวะที่โรงเรียนเลิก ขับรถกระบะคู่ใจมาจอดดักหน้าอคิณที่กำลังจะเดินกลับบ้านพักครูพอดี"อคิณ! ขึ้นรถ" ธารินตะโกนเรียกพลางโผล่หน้าออกมาจากกระจกรถ"จะไปไหนอีกคุณ? ผมว่าจะไปพักผ่อนที่ห้อง" อคิณขมวดคิ้ว แต่ขาก็เดินไปที่รถอย่างเป็นอัตโนมัติ"ก็คุณ สั่งสปาเกตตีพริกแห้งเบคอนไม่ใช่เหรอ วัตถุดิบในครัวผมมันหมดพอดี ไหนๆ คุณก็เป็นนายจ้างแล้ว ก็ต้องไปช่วยเลือกของสิ จะได้ถูกใจคุณไง อีกอย่าง... ผมไม่มีเงินสำรองจ่ายนะ คุณต้องไปควักกระเป๋าเอง" ธารินอ้างเหตุผลร้อยแปดที่ฟังดูลื่นไหลจนน่าหมั่นไส้อคิณถอนหายใจยาวแต่ก็ยอมก้าวขึ้นรถไปแต่โดยดี "คุณนี่มัน จริงๆ เลย... กล้าใช้แรงงานนายจ้างอย่างผมอีกนะ"รถกระบะเลี้ยวเข้าสู่ตลาดสดประจำอำเภอ กลิ่นคาวปลา กลิ่นเครื่องเทศ และเสียงอึกทึกครึกโครมของพ่อค้าแม่ค้าทำให้อคิณอยากจะเอาสำลีมาอุดหูเสียให้ได้ เขาเดินตามแผ่นหลังกว้างของธารินไปติดๆ เพราะกลัวจะหลงท่ามกลางฝูงชน"ระวังน้ำขังนะครับคุณชาย" ธารินหันมาคว้าข้อมืออคิณให้หลบหลีกแอ่งน้ำสีดำสนิทบนพื้นปูน อคิณสะดุ้งเล็กน้อยกับสัมผัสนั้นแต่ก็ไม่ได้สะบัดออก"นี่คุณ...
Dernière mise à jour: 2026-02-22
Chapter: 7.ครัวป่าแตก กับแผนมัดใจคุณชายอคิณณ บ้านพักไม้หลังเล็กของธารินที่ปกติจะมีเพียงกลิ่นยากันยุงและกลิ่นป่า บัดนี้กลับอบอวลไปด้วยกลิ่นควัน คราบซีอิ๊ว และซอสฝาเขียว… ธารินในสภาพสวมผ้ากันเปื้อนสีหวาน (ที่ยืมแม่บ้านมา) กำลังยืนจ้องหน้าจอโทรศัพท์ที่เปิดยูทูปค้างไว้ในคลิป สอนทำไข่ข้นกุ้งให้เด้งสู้ลิ้น"โธ่เว้ย! ทำไมมันไม่เหมือนในยูทูปเลยวะ" ธารินสบถพลางมองก้อนไข่สีน้ำตาลไหม้ในกระทะใบใหม่ที่เพิ่งซื้อมาอย่างอ่อนใจ เขาไม่เคยรู้เลยว่าการทำอาหารมันยากเย็นขนาดนี้ ให้เขาฝึกช้างป่าให้เชื่องยังง่ายเสียกว่าทว่าธารินกลับไม่ยอมแพ้ เขาปิดแก็ส ยกกระทะออกมาล้างทำความสะอาด ก่อนเริ่มใหม่อีกครั้ง วันนี้เขาจะต้องทำไข่ข้นกุ้งเด้งให้ออกมารสชาติดี และมีหน้าตาน่ากินให้ได้"โอ๊ยยย ตาเถรตกน้ำตกท่า! คุณธารินขา ทำอะไรคะเนี่ย ครัวจะไหม้แล้วค่ะ!" เสียงแหลมสูงมาพร้อมกับร่างโปร่งในชุดลำลองสีสดใส…พี่เจนนี่ เจ้าหน้าที่ฝ่ายธุรการสาวสองคนสวยประจำหน่วยป่าไม้เดินนวยนาดเข้ามา "พี่เจนนี่... มาพอดีเลยครับ ช่วยผมหน่อย ผมจะทำไข่ข้นกุ้ง" ธารินหันไปขอความช่วยเหลืออย่างสิ้นหวังเจนนี่ชะงักไปครู่หนึ่ง ‘ร้อยวันพันปี พ่อหนุ่มมาดเซอร์หล่อกระซวกใจสาวสองอย่างเธอ ไม่เคยเข้าคร
Dernière mise à jour: 2026-02-21
Chapter: 13.ไฉนข้ากลายเป็นเจ้าลิงน้อยไปแล้วเล่า!แม้พูดคุยกับเจ้าตัวเล็กอย่างฉีอันฉีตลอดทั้งวัน องค์ชายอิ้งเยว่กลับไม่รู้สึกเบื่อ ดูดูไปก็น่าขันพิลึก มีอย่างที่ไหนกัน คนกับลิงพูดคุยเป็นตุเป็นตะ ราวกับว่ามันฟังภาษามนุษย์เข้าใจอย่างนั้นแหละ เจ้าบ๊องบ้องตื้นคนนี้คงลืมไปแล้วว่านั่นน่ะ 'เดรัจฉานไม่ใช่หรือไง' อิ้งเยว่ “น้องชาย ในเมื่อมันยอมคืนของให้เจ้า ไฉนเจ้ามัวแต่รีรอ ไม่รีบสวมอาภรณ์ของเจ้าเสียเล่า” ฉีอันฉีหันมาตอบอย่างเห็นด้วย “ก็ได้ๆ ข้าสวม ข้าสวมแล้ว” หนุ่มน้อยละความสนใจจากเจ้าลิงทะโมนแล้วตั้งอกตั้งใจสวมอาภรณ์สีหวานทันที.. ก่อนนี้เขาสวมอาภรณ์ที่ไม่ใช่คนตนนับว่ายุ่งยากไม่น้อย ทว่าเมื่อสวมมันหลายครั้งต่อหลายครั้ง อันฉีกลับรู้วิธีนุ่งอาภรณ์สตรีได้ไม่ยาก ทั้งยังไม่รู้สึกขวยเขิน อีกฝ่าย ระหว่างรอเจ้าตัวเล็กสวมเสื้อผ้า องค์ชายอิ้งเยว่ทอดสายตามองไปรอบๆ โถง ที่แห่งนี้ไร้การเหลียวแลมานานหลายปี จึงไม่แปลกที่จะมีฝุ่นกรังเกาะตามโต๊ะเก้าอี้และตั่งนอน ซึ่งเคยเป็นของใช้สอยของมารดาเขามาก่อน เนื่องจากไม่มีบ่าวคนใดกล้าเข้ามา ครั้งหน้าหากคิดจะมาเยือนอีก เห็นทีเขาคงต้องลงมือทำเอง หากแต่จะว่าไปแล้ว สถานที่แห่งนี้ถึงจะไม่น่าอยู่ แต่ก็ไม่ได้ดูเลวร้าย
Dernière mise à jour: 2026-02-28
Chapter: 12.สหายต่างวัยในตำหนักร้างในตำหนักร้างที่ไร้ผู้คน หนึ่งร่างสูงหนึ่งร่างเล็กยังคงนั่งเคียงไหล่สนทนาพาทีอย่างต่อเนื่อง องค์ชายอิ้งเยว่เป็นฝ่ายซักไซ้ถึงที่มาที่ไปจนรู้ชัด ว่าด้วยเหตุผลอันใดหนุ่มน้อยจึงลอบเข้ามาอยู่ในเขตวังหลังของเขาตั้งหลายวัน ปานนี้ไม่คิดกลับออกไป แม้บทสนทนาบางเรื่องเจ้าเด็กปากสุนัขถึงกับว่าร้ายตนในทางเสื่อมเสีย นั่นเพราะมันไม่รู้ ผู้ไม่รู้ย่อมไม่ผิด ผู้ใหญ่เช่นเขาก็ไม่ควรคิดถือสา ให้ถือเสียว่าไม่เคยได้ยินก็แล้วกันจากที่ได้พูดคุยมานานเพียงนี้ เจ้าหนุ่มน้อยกลับเผยให้เห็นหลากหลายมุมมองที่ชวนให้ค้นหา ความซื่อบริสุทธิ์ที่เจ้าตัวแสดงออกโดยไม่เสแสร้งนั้น ทำให้องค์ชายรองเช่นเขาสัมผัสได้ถึงแก่นแท้ในนิสัยของมันอย่างชัดเจน หากคิดคบหาเป็นสหายต่างวัยก็คงไม่ใช่เรื่องยากเย็นอะไร อีกทั้งในใจของเขาเองก็ยังมีปมที่ค้างคามาเนิ่นนาน บางทีเจ้าหนุ่มน้อยผู้นี้..อาจเป็นผู้ที่ช่วยคลายเงื่อนปมนั้นให้เขาก็เป็นได้อิ้งเยว่ “เจ้าเป็นบุรุษอายุสิบหก เจ้าเคยนอนกับสตรีหรือยัง?”ฝ่ายผู้ถูกถามเรื่องประเภทนี้เข้า ฉีอันฉีถึงกับมีท่าทีแตกตื่น “หา! ท่านว่าอะไรนะ!”“ข้าพูดว่า เจ้าเคยทำเรื่อง... แบบนั้น กับสตรีหรือยัง คือ... แบบ...”
Dernière mise à jour: 2026-02-28
Chapter: 11.ชายาเยี่ยนฟางในเรือนมู่ต่านฮวา..อีกมุมหนึ่งในอาณาเขตตำหนักไฉ่หง..ในเรือนหมู่ตานฮวานั้น นับว่างดงามทั้งกว้างใหญ่ไม่แพ้ตำหนักใดในวังแห่งนี้ ฉีเยี่ยนฟางแม้มีฐานะสูงส่งเป็นถึงชายาเอก อยู่เหนือสนมคนอื่นๆ ทว่านางกลับมิได้มีความภาคภูมิแม้แต่น้อย บอกไปใครจะเชื่อ ชายาป้ายแดงเช่นนางกลับถูกองค์ชายรองผู้เป็นสามีทอดทิ้งตั้งแต่คืนส่งตัวเข้าหอในวันนั้น ทั้งที่เมื่อก่อน ครั้งอาศัยอยู่แคว้นฉี หญิงสาวเคยได้รับคำยกย่องจากคนจำนวนมาก ต่างพูดว่าบุตรสาวของท่านเจ้าแคว้นฉี นับเป็นหญิงงามอันดับหนึ่งในแคว้นเลยทีเดียว สตรีอื่นก็อย่าหวังประชันโฉมกับนาง มาบัดนี้เล่า หญิงงามอันดับหนึ่งไฉนต้องมาถูกสามีหมางเมินถึงเพียงนี้.. ‘ข้าผิดเรื่องใดกัน’ นางเกลียดชังใบหน้านี้ของตัวเอง ‘งดงามแล้วมีประโยชน์อันใดเล่า เสด็จพี่ไม่คิดแตะต้องข้าด้วยซ้ำ ..’ ก่อนนี้นางเคยคาดหวังเอาไว้สูงมาก หากองค์ชายอิ้งเยว่หรือองค์ชายรอง ได้พบหน้าครั้งแรก เขาต้องตกตะลึงในความงดงามของนางจนตาค้างเป็นแน่ ทว่าเพียงเขาช่วยปลดผ้าคลุมหน้าเจ้าสาว ผลออกมาเป็นอย่างไรนั้น ช่างน่าผิดหวังเสียนี่กระไร องค์ชายอิ้งเยว่ไม่มีปฏิกิริยาใดๆ กับนางอย่างเช่นบุรุษทั่วไปควรมีต่อภรรยา เขาเอาแต่นิ่งเฉยท
Dernière mise à jour: 2026-02-28
Chapter: 10.เจ้าใส่ความข้าชัดๆฉีอันฉีละมือจากแก้ม ก่อนยืดตัวตรง มีสีหน้าจริงจัง “ข้าพูด ข้าพูด หากท่านรับปากข้าเรื่องหนึ่ง”องค์ชายอิ้งเยว่ “ได้ ข้ารับปากเจ้า”เจ้าตัวเล็กรีบพูด “พี่ชาย ท่านห้ามแพร่งพรายเรื่องที่ข้าเป็นบุรุษออกไปเด็ดขาด อีกทั้ง ห้ามท่านจับข้าด้วย”คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันอย่างสงสัย “เหตุใดข้าจับเจ้า?”หนุ่มน้อยรีบบอก “ท่านเป็นทหารเฝ้ายามไม่ใช่หรือไง! หน้าที่จับกุมผู้บุกรุกวังหลัง หากไม่ใช่ท่าน ไยจะเป็นผู้ใดได้อีก”องค์ชายอิ้งเยว่รีบก้มมองเครื่องแบบทหารที่ตนสวมใส่ตอนนี้ เขาก็ถึงบางอ้อทันที “อ๋า... ที่แท้ ข้าเป็นทหารยามนี่เอง แต่ตอนนี้ ข้าออกเวรยามแล้ว เจ้าไม่ต้องกลัวข้า ข้าไม่จับเจ้าหรอก”ฉีอันฉียิ้มออกมาได้อย่างสบายใจ “ดี! เช่นนี้ ข้าก็ไม่ต้องกังวลแล้ว” หากพบกันวันหน้า ก็ไม่แน่ว่าเขาจะรอดพ้นหรือไม่ ‘ช่างเถอะๆ ข้ากับท่าน พบกันแค่ครั้งเดียวก็พอ’ ดูเหมือนว่า อีกฝ่ายจะอ่านความคิดในหัวของเจ้าเด็กน้อยออก “เจ้าพูดซี้ เหตุจำเป็นของเจ้าคือเรื่องใด ไฉนเจ้าปลอมเป็นสตรีมาอยู่ในวังต้องห้ามเยี่ยงนี้ หากเจ้ายอมพูด บางทีวันหน้าหากได้พบเจ้า ข้าอาจไม่เอาผิดกับเจ้า”ฉีอันฉีเปลี่ยนท่าทางใหม่ เป็นนั่งงอตัว ผายไหล่แคบเล
Dernière mise à jour: 2026-02-27
Chapter: 9.ตำหนักร้างกับชายหนุ่มลึกลับองค์ชายอิ้งเยว่ใช้เวลาเพียงครึ่งชั่วยามก็มาถึงอาณาเขตของตำหนักเย็น สถานที่ซึ่งเคยจองจำมารดาของเขาเมื่อสิบปีก่อน ความทรงจำอันเจ็บปวดมิเคยเลือนหายไปจากใจเลย แม้เวลาล่วงเลยมาป่านนี้ ร่างสูงในชุดทหารยามมุดผ่านรั้วลวดหนามเข้าไปทันทีที่มาถึง ภายในบริเวณ มีต้นหญ้าแห้งกรังขึ้นสูงจนทึบหนา เขาชักกระบี่ออกมา ก่อนออกแรงฟันสิ่งกรีดขวางเพื่อเปิดทาง จากนั้นก้าวเดินอีกไม่ไกล เขาเก็บกระบี่เข้าฝักตามเดิม ก้มตัวลอดกิ่งไม้ใหญ่ หลบเลี่ยงเถาวัลย์พันเกี่ยวรกรุงรัง ฝ่าเท้าเหยียบย่ำบนถนนเล็กแคบซึ่งแทบมองไม่เห็นพื้นคอนกรีต เนื่องจากกาลเวลาที่ผันผ่านไปนานนับปี ร่างสูงก้าวเดินอย่างมั่นคงไม่ไกลนัก เขาก็เห็นสิ่งปลูกสร้างเก่าอายุหลายสิบปีตั้งตระหง่านตรงหน้า ผนังปูนเต็มไปด้วยตะไคร่น้ำเกาะหนาเป็นคราบเขียวดำจนน่าขนลุก ดวงตาสีดำขลับดุจเดือนมืดในยามรัตติกาลจับจ้องไปยังประตูเหล็กกล้าบานใหญ่ สนิมกัดกร่อนจนไม่เหลือเค้าเดิมแล้วแต่เมื่อเข้าใกล้...อิ้งเยว่พลันขมวดคิ้วอย่างสงสัย มีบางสิ่งผิดปกติที่ไม่อาจมองข้ามได้ เขาจ้องมองสิ่งผิดปกตินั้นอย่างไม่อยากจะเชื่อสายตา‘เหตุใดกลอนประตูจึงไม่เหมือนเดิมแล้วเล่า?’ สิ่งนั้นถูกงัดออก
Dernière mise à jour: 2026-02-26
Chapter: 8.ความชิงชังในวังหลวงเมื่อเรื่องราวล่วงรู้ถึงเทียนจื่อ พระองค์ทรงมีพระบัญชาเด็ดขาด สั่งให้นางทาสในวังหลวงผู้มีรูปร่างแข็งแรงถึงสามคน ผลัดเปลี่ยนกันเฝ้าสนมกุ้ยเฟยไว้อย่างเข้มงวด มิให้พระนางทำร้ายทารกในครรภ์ได้สำเร็จ จนกว่าจะครบกำหนดคลอดจึงจะแยกทารกออกมาเลี้ยงดูต่างหาก เทียนจื่อทรงกำชับนักหนาว่า หากทารกเป็นอันตราย ผู้ที่เกี่ยวข้องจะต้องโทษประหารไม่เว้นแม้แต่คนเดียวในที่สุด วันที่องค์ชายอิ้งเยว่ลืมตาดูโลกก็มาถึง เขาได้รับการดูแลจากแม่นมทั้งสามที่ได้รับพระบัญชาให้อารักขาเขามาโดยตลอด ส่วนมารดานั้นแม้คลอดเขาออกมาแล้ว ก็ไม่เคยมีสักครั้งที่จะโอบอุ้มลูกชายเฉกเช่นแม่คนอื่น แม้องค์ชายน้อยจะร้องไห้ฟูมฟายปานจะขาดใจที่มารดาไม่รัก ทว่าเขาก็เกิดความกังขาอยู่บ้าง เหตุผลอันใดมารดารังเกียจตนถึงเพียงนี้ ครั้นเติบโตจนรู้ความ องค์ชายอิ้งเยว่จึงได้ทราบความจริงจากแม่นมทั้งสามถึงที่มาที่ไป ว่าเหตุใดพระสนมกุ้ยเฟยจึงชิงชังเทียนจื่อ และเกลียดชังบุตรชายอย่างเขา สุดท้ายองค์ชายก็เข้าอกเข้าใจพระมารดาเป็นอย่างดี แม้มารดาจะเกลียดชัง แต่เขาไม่เคยมีความรู้สึกเช่นนั้นต่อนางเลยปีนั้น องค์ชายอิ้งเยว่จำได้ว่าเทียนจื่อทรงเศร้าโศกเพียงใด เมื่อ
Dernière mise à jour: 2026-02-23