Share

7.คำสั่งพิเศษ

last update publish date: 2026-02-23 20:26:00

 ห้องทำงานหมอภีม

หมอภีมหันกลับมาเผชิญหน้ากับน้องนัทอีกครั้ง ใบหน้าคมคายเคร่งเครียด ดวงตาคมกริบมองตรงไปที่น้องนัทอย่างจริงจัง จนเด็กหนุ่มต้องหลุบตาลงเล็กน้อย

ผีลุงจันทร์ ลอยตัวเข้ามาใกล้ที่สุดเท่าที่จะทำได้ ตั้งใจรอฟังประโยคที่ควรจะง่ายแสนง่ายนี้

"นี่นัท!" หมอภีมกล่าวเสียงเฉียบขาด "ฉันจะบอกนายตรงๆ เลยนะ... เรื่องชุดออกงานอะไรนั่นน่ะ... มันเป็นแค่เรื่องไร้สาระของพวกชนชั้นสูง ฉันไม่ได้อยากไปยุ่งเกี่ยวเลยสักนิด แต่แม่ขอร้องมา..."

น้องนัทเงยหน้าขึ้นมองหมอภีมอย่างสงบ "ครับ"

หมอภีมถอนหายใจยาว พยายามเรียบเรียงคำพูดให้ดูเป็นเรื่อง 'งาน' และ 'ภาระ' ที่เขาจำเป็นต้องทำ

"ดังนั้น... ฉันจะมอบหมายภารกิจนี้ให้นาย" หมอภีมล้วงกระเป๋าสตางค์หนังแท้ราคาแพงออกมา เขาดึงบัตรเครดิตสีดำใบหนึ่งที่จำกัดวงเงินมหาศาลออกมาวางไว้บนโต๊ะทำงาน

"นี่คือบัตรของฉัน" หมอภีมพูดต่อด้วยน้ำเสียงเย็นชา "วันพรุ่งนี้... นายไปเลือกซื้อชุดที่... ที่ไหนก็ได้ที่มันแพงที่สุดตามที่แม่ต้องการ เลือกมาให้ดีที่สุดสำหรับงานกาล่า... นายไปกับเลขาของฉัน"

"โธ่เอ๊ย! ไม่ใช่แบบนั้น!" ผีลุงจันทร์ส่งเสียงร้องออกมาอย่างสิ้นหวังในความคิดของเขาเอง ร่างโปร่งแสงของผีแทบจะพุ่งชนตู้เก็บยาให้รู้แล้วรู้รอดด้วยความหงุดหงิด "ไอ้หมอบ้า! มันก็เรื่องง่ายแค่ชวนไปเดินห้างด้วยกัน! นี่เอ็งมอบหมายภารกิจและโยนบัตรให้เลขาจัดการเนี่ยนะ! แล้วเมื่อไหร่เอ็งจะได้ใกล้ชิดกับไอ้นัทของกูวะ!"

น้องนัทมองบัตรเครดิตสีดำด้วยความประหลาดใจก่อนจะเงยหน้าสบตาผู้เป็นเจ้าของ "ไม่เป็นไรหรอกครับหมอภีม" น้องนัทพูดด้วยรอยยิ้มจางๆ "ผมคิดว่าแค่ชุดสูทเรียบๆ ที่ผมมีก็น่าจะพอใช้ได้..."

"ไม่พอ!" หมอภีมขัดขึ้นทันที เสียงของเขาดุดันจนนัทต้องสะดุ้ง "แม่ฉันสั่งมาอย่างชัดเจน นายต้องดูดีที่สุดในงานนั้น ใช้บัตรนี้ไปซะ!"

หมอภีมรู้สึกหงุดหงิดกับความดื้อดึงของตัวเองและเด็กหนุ่มเบื้องหน้า เขาไม่เข้าใจตัวเองเลยว่าทำไมแค่เรื่องซื้อเสื้อผ้า ถึงทำให้เขารู้สึกเหมือนกำลังปีนภูเขาเอเวอร์เรสขนาดนี้

แต่ลึก ๆ แล้ว... ในมุมมืดของหัวใจที่ด้านชาของเขา... เขารู้สึกผิดหวังที่ไม่ได้พูดออกไปว่า 'ฉันจะพาเธอไป'

ฝ่ายน้องนัทยังคงยืนนิ่ง ไม่แตะต้องบัตรเครดิตที่วางอยู่บนโต๊ะนั้น หมอภีมเองก็รู้สึกถึงบรรยากาศที่อึดอัดนี้ได้อย่างชัดเจน ความรู้สึกผิดหวังที่ไม่ได้ทำตามคำสั่งของคุณหญิงรัชนีกำลังก่อตัวขึ้นในใจเขา

ผีลุงจันทร์ ผู้ซึ่งเพิ่งจะสิ้นหวังกับการจัดการของหมอโง่ ลอยอยู่กลางอากาศด้วยสีหน้าบอกบุญไม่รับ

"ไอ้หมอโง่เอ๊ย... ชวนเด็กไปซื้อชุดเนี่ย มันจะตายไหม!" ผีลุงจันทร์พึมพำกับตัวเอง

ทันใดนั้น!

สัญญาณฉุกเฉิน! โทรศัพท์ภายในของห้องทำงานหมอภีมก็ดังขึ้นอย่างกราดเกรี้ยว เป็นเสียงแจ้งเตือนสถานการณ์ฉุกเฉินระดับสูงสุด

"รหัสสีแดง! รหัสสีแดง! มีเหตุรถชนใหญ่ที่สี่แยกหน้าโรงพยาบาล! ผู้ป่วยอาการหนักหลายรายกำลังถูกนำส่งมาถึงแผนกฉุกเฉินตอนนี้! ทีมแพทย์และพยาบาลทุกหน่วยเตรียมพร้อม!" เสียงประกาศจากศูนย์กลางดังชัดเจนไปทั่วบริเวณ

หมอภีมลืมเรื่องบัตรเครดิต ชุดออกงาน และความเย็นชาไร้หัวใจไปจนหมดสิ้น สัญชาตญาณแพทย์ของเขากลับมาครอบงำ

"นัท!" หมอภีมตวาดเสียงดัง "ไปเตรียมห้องฉุกเฉินและแจ้งทีมผ่าตัดสำรอง! เร็วเข้า!"

"ครับหมอ!" น้องนัทตอบรับเสียงแข็งขันทันที ความวุ่นวายนี้ทำให้เขากลายเป็นมืออาชีพที่รวดเร็วและเด็ดเดี่ยวอย่างเหลือเชื่อ

ทั้งสองพุ่งตัวออกจากห้องทำงานไปพร้อมๆ กัน มุ่งหน้าไปยังแผนกฉุกเฉินอย่างเร่งรีบที่สุด ผีลุงจันทร์ ลอยตามไปอย่างรวดเร็วด้วยความตกใจ แต่ก็แอบดีใจที่สถานการณ์ฉุกเฉินนี้จะทำให้ทั้งสองคนต้องอยู่ใกล้ชิดกันมากขึ้น

เมื่อมาถึงแผนกฉุกเฉิน ผู้ป่วยที่บาดเจ็บสาหัสจากการถูกแรงกระแทกก็ถูกเข็นเข้ามา หมอภีมเริ่มทำการประเมินอาการและสั่งการอย่างรวดเร็วและเฉียบขาด

"คนนี้ต้องเข้าห้องผ่าตัดด่วน! มีภาวะเลือดออกในช่องท้อง!" หมอภีมสั่งพลางก้มลงตรวจอาการผู้ป่วยหนักรายหนึ่ง

พยาบาลนัทอยู่เคียงข้างหมอภีม คอยรับคำสั่งและประสานงานกับพยาบาลคนอื่นอย่างคล่องแคล่ว

จังหวะนั้นเอง! ผู้ป่วยอีกรายที่ถูกเข็นเข้ามามีอาการชักเกร็งอย่างรุนแรง พยาบาลเมย์ที่ดูแลกลับทำพลาด หล่อนทำให้สายน้ำเกลือหลุดออกจากขั้วต่อ และเลือดจำนวนหนึ่งกระเด็นใส่เสื้อกราวน์สีขาวของหมอภีม

"ระวัง!" น้องนัทรีบผลักหมอภีมให้ถอยห่างจากผู้ป่วยที่กำลังชักเกร็ง

การผลักที่รวดเร็วนั้นทำให้น้องนัทและหมอภีม ชนกันอย่างจัง! แขนของตัวเล็กโอบรอบเอวของหมอภีมไว้แน่นเพื่อให้หมอภีมไม่ล้มลงไปถูกผู้ป่วย และใบหน้าของพวกเขาอยู่ใกล้กันเพียงไม่กี่เซนติเมตร

หัวใจที่เคยด้านชาของหมอภีมเต้นผิดจังหวะไปแวบหนึ่ง! กลิ่นสะอาดๆ ของน้องนัทที่ปนกับกลิ่นไอโอดีนและเลือดในห้องฉุกเฉินตีเข้าจมูกของเขาอย่างจัง

ส่วนเมย์ถึงกับตาร้อนผ่าวด้วยความอิจฉา หล่อนไม่น่าพลาดท่าได้ขนาดนี้ ทำให้สองคนนั่นมีโอกาสสร้างโมเมนต์ประเภทนี้ซะได้ ทั้งต่อหน้าเธออีกด้วย

นุ่มนิ่ม น้ำหวาน ทั้งสองช่วยกันคัดกรองผู้ป่วยที่ยังคงสติไว้ได้ และซักประวัติคร่าวๆ พวกเขาแพ้ยาชนิดใดหรือไม่

ประตูทางเข้านั้น พี่เวรเปลกำลังเข็ญผู้ได้รับบาดเจ็บเข้ามาเพิ่มอีกหนึ่งราย หมอเจตน์ไม่รอช้้า รีบเข้าไปดูบาดแผลฉกรรจ์บนตัวของคนไข้รายนั้นอย่างละเอียด 

"ขอบคุณ" หมอภีมกระซิบเสียงแผ่วเบา โดยไม่รู้ตัวว่าสายตาของเขากำลังจ้องมองใบหน้าของน้องนัทที่อยู่ใกล้กันมากขนาดไหน

"ไม่เป็นไรครับหมอ" น้องนัทผละออกอย่างรวดเร็ว แต่แก้มของเขากลับขึ้นสีเรื่อเล็กน้อยด้วยความเขินอายที่ไม่ได้ตั้งใจ

ผีลุงจันทร์ ลอยอยู่ข้างๆ ยิ้มกว้างด้วยความสุขุม "โอ้โห! ให้มันได้แบบนี้สิวะ! ใกล้ชิดกันเข้าไปอีกโว้ย"

หมอภีมรีบกลับสู่โหมดทำงานทันทีเพื่อซ่อนความรู้สึกที่ปั่นป่วนเมื่อครู่

"นัท! นาย เอ่อ.. ฉันต้องการชุดผ้าก๊อซและยาชาเฉพาะที่เดี๋ยวนี้!" หมอภีมสั่ง

ท่ามกลางผู้ป่วยนับสิบ และเหตุชุลมุนนั้น คนถูกสั่งรีบวิ่งไปหยิบของอย่างรวดเร็ว โดยไม่สนพี่เมย์ที่ยืนถือขวดแอลกอฮอล์สำหรับฆ่าเชื้อไม่ไกลนัก

"ไอ้ภีมโว้ย..." ผีลุงจันทร์ส่งกระแสจิตอันอ่อนโยนแต่หนักแน่นไปยังหมอภีมอีกครั้ง "จำไว้นะ... หลังจากสถานการณ์นี้จบ... เอ็งต้องพูดเรื่องชุด! พูดออกมาให้มันง่ายๆ เหมือนเอ็งสั่งยาเมื่อกี้"

หลังจากการทำงานอันแสนวุ่นวายผ่านพ้นไปราวสองชั่วโมง ทุกอย่างก็กลับสู่ความสงบ หมอภีมและน้องนัทกลับไปที่ห้องทำงานเพื่อเขียนรายงานเคสฉุกเฉิน ส่วนเมย์เดินกระฟัดกระเฟียดไปอีกทางเมื่อหล่อนไม่ได้รับความสนใจจากคนในนี้ 

ส่วนหมอเจตน์ นุ่มนิ่ม น้ำหวานยังคงอยู่เป็นเพื่อนเพื่อพูดคุยกับผู้ป่วยและให้กำลังใจ ทั้งรอญาติของผู้ป่วยเข้ามา

..ในห้องทำงานของหมอภีม 

ร่างสูงยืนอยู่ตรงหน้าโต๊ะทำงาน จ้องมองปากกาในมือของตัวเองอย่างครุ่นคิด เขากำลังต่อสู้กับความรู้สึกที่หลากหลายในใจ

"นัท..."น้องนัทที่กำลังพิมพ์รายงานอยู่หยุดมือ และเงยหน้าขึ้นอย่างตั้งใจรอฟัง

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • หมอคนนี้ ผีลุงบอกว่าใช่!***   48.รักที่ผีลุงฝากไว้(ตอนอวสาน)

    คาเฟ่แห่งหนึ่งในอำเภอปากช่องแสงแดดยามเย็นทอดตัวลงบนทุ่งดอกไม้กว้างสุดสายตา กลีบดอกไม้สีขาว ชมพู และม่วงอ่อน แกว่งไกวไปตามแรงลมราวกับคลื่นทะเลอ่อนโยน กลิ่นหอมจางๆ ของดอกไม้ป่าลอยคลุ้งอยู่ในอากาศ ทำให้หัวใจของคนที่ยืนอยู่ตรงนั้นสงบอย่างประหลาดหมอภีมยืนเคียงข้างภรรยาอย่างนัท มือของเขาค่อยๆ เอื้อมไปจับมืออีกฝ่ายอย่างแผ่วเบา ราวกับกลัวว่าหากแรงกว่านี้ ความสุขตรงหน้าจะสลายไป นัทหันมายิ้มให้คนเป็นสามี รอยยิ้มนั้นไม่ใช่รอยยิ้มกว้างสดใส แต่เป็นรอยยิ้มอบอุ่นที่เต็มไปด้วยความไว้ใจ“สวยจังเลย” นัทเอ่ยเบาๆ ดวงตาเขามองทุ่งดอกไม้ แต่หัวใจกลับจดจ่ออยู่ที่คนข้างกายหมอภีมหัวเราะเบาๆ “ไม่สวยเท่านัทหรอก” คำพูดธรรมดาแต่จริงใจ ทำให้นัทหน้าแดง เขาก้มหน้าลงเล็กน้อย แต่ก็ยังไม่ปล่อยมืออีกฝ่ายทั้งสองเดินไปช้าๆ ท่ามกลางดอกไม้ที่สูงถึงเข่า ปล่อยให้เวลาค่อยๆ ไหลผ่านไปอย่างไม่เร่งรีบ หมอภีมรู้ดีว่าในชีวิตของเขา เต็มไปด้วยความเหน็ดเหนื่อย ความกดดัน และการสูญเสียจากอาชีพแพทย์ แต่ทุกครั้งที่เขามองหน้าใสๆ ของภรรยาตัวเอง ความเหนื่อยล้าทั้งหมดกลับจางหายไป เหลือเพียงความอบอุ่นที่ไม่ต้องการคำอธิบายคนตัวเล็กหยุดเดิน แ

  • หมอคนนี้ ผีลุงบอกว่าใช่!***   47.คำอำลาสุดท้าย

    คำพูดที่เจ็บปวดรวดร้าวของอำพากรีดลึกเข้าไปในจิตสำนึกของผีนายเข้ม ร่างกายของหมอภีมหยุดสั่นเทาเดี๋ยวนั้น ดวงตาแดงก่ำที่เคยเต็มไปด้วยความอาฆาตเริ่มมีประกายแห่งความสำนึกผิดและความเข้าใจทอแสงขึ้นมาแทนที่เข้มเสียงแหบพร่าและสั่นเครือ "อะ อำพา..." เขาเริ่มคล้อยตามกับความจริงที่ภรรยาเอ่ยออกมา ความแค้นที่ยึดมั่นว่าตนเป็นเหยื่อเพียงผู้เดียวพลันถูกทำลายลงด้วยความรักและโศกนาฏกรรมของครอบครัว และพลังงานมืดที่เคยแผ่ซ่านออกมาจากร่างหมอภีมพลันสลายหายไปอย่างรวดเร็วราวกับถูกดูดกลับเข้าไปวูบดวงตาของหมอภีมกลับคืนสู่สีน้ำตาลเข้มที่คุ้นเคยในทันที แต่ร่างที่ถูกควบคุมมานานก็หมดแรง หมอภีมล้มลงไปกับพื้นหญ้าอย่างอ่อนแรงนัทร้องเสียงหลง "พี่หมอ" เขาไม่สนใจสิ่งรอบข้างอีกต่อไป เขารีบคลานเข้าไปหาคนรักอย่างรวดเร็วและประคองร่างของหมอภีมขึ้นมาไว้ในอ้อมกอด ใบหน้าของนัทแนบไปกับศีรษะของหมอภีมอย่างโล่งใจ "ไม่เป็นไรแล้วนะครับพี่หมอ... นัทอยู่ตรงนี้แล้ว"ขณะที่นัทกำลังกอดหมอภีมอยู่นั้น ผีนายเข้มก็ปรากฏร่างเป็นวิญญาณเต็มตัวอยู่ข้างๆ ร่างกายโปร่งแสงของเขาสั่นเทิ้มด้วยความรู้สึกผิดและโศกเศร้าเหลือแสน เขากลับคืนสู่สภาพเมื่อครั

  • หมอคนนี้ ผีลุงบอกว่าใช่!***   46.การเผชิญหน้าและบาดแผลในใจของลูกกวาด

    นัท หมอเจตน์ นุ่มนิ่ม และน้ำหวาน นำอำพาที่นั่งอยู่บนรถเข็นเข้ามาในบริเวณบ้านของหมอภีม โดยมีหมอธีร์ที่คอยเข็นรถเข็นอย่างระมัดระวังที่สุด พวกเขามาถึงในตอนบ่ายแก่ๆ อากาศค่อนข้างอบอ้าว แต่บรรยากาศภายในกลุ่มกลับเย็นเยียบด้วยความเครียดบริเวณหน้าบ้านใหญ่ ลูกกวาดกำลังนั่งอยู่ข้างกระถางต้นไม้ประดับ เขาเงยหน้าขึ้น และทันทีที่เห็นนัทและเพื่อนๆ มากันครบ นายลูกกวาดก็ส่งยิ้มกว้างออกมาอย่างเป็นมิตร"พี่นัท! พี่ๆ ทุกคน! มากันแล้วเหรอครับ? เข้าข้างในบ้านก่อนสิครับ"รอยยิ้มนั้นอ่อนโยนและบริสุทธิ์ ทำให้ทุกคนรู้สึกดีชั่วขณะ ก่อนที่นัทจะพยายามหาทางแนะนำอำพา "ลูกกวาด... คือว่า... วันนี้พี่พาคนสำคัญมาหาเราน่ะ"หมอธีร์ค่อยๆ เข็นรถเข็นของอำพาที่นั่งนิ่งอยู่ด้านหลังกลุ่มเพื่อน ก้าวเข้ามาในระยะสายตาของลูกกวาดวินาทีที่ลูกกวาดหันไปเห็นภาพของหญิงสาววัยกลางคนขาด้วนทั้งสองข้างที่นั่งอยู่บนรถเข็น รอยยิ้มที่สดใสบนใบหน้าของเขาก็พลันแข็งค้างดวงตาของลูกกวาดเบิกกว้างด้วยความหวาดกลัวอย่างขีดสุด ราวกับเห็นปีศาจร้าย ไม่ใช่แม่ของตัวเอง!"อ๊ากกกกกก!!!"เสียงกรีดร้องแหลมสูงและหวาดผวาถูกปล่อยออกมาจากลำคอของลูกกวาดทันที ร่างก

  • หมอคนนี้ ผีลุงบอกว่าใช่!***   45.แสงแห่งความหวังที่ปลายสาย

    วันต่อมากลุ่มเพื่อนของนัท ทุกคนมานั่งรวมตัวกันที่มุมหนึ่งในร้านคาเฟ่ที่เงียบสงบ บรรยากาศเต็มไปด้วยความเครียดและความกังวล โดยเฉพาะนัทที่ดวงตาบวมช้ำจากการร้องไห้หนักตลอดคืนนัทเสียงแหบพร่า "เมื่อคืน... มันเลวร้ายมากครับ ถ้านัทหนีไม่ทัน ป่านนี้นัทคง... คงไม่ได้มานั่งอยู่ตรงนี้"หมอเจตน์ตบบ่าปลอบใจ "ใจเย็นๆ นะน้องนัท นายทำถูกแล้วที่หนีออกมา ตอนนี้นายปลอดภัยแล้ว สิ่งที่เราต้องทำคือหาทางช่วยไอ้ภีมออกมาให้ได้"หมอธีร์นั่งเท้าคาง มองนัทอย่างเครียดจัด "ปัญหาคือผีตนนั้นมันแข็งแกร่งเกินไป มันเข้าควบคุมร่างหมอภีมได้สมบูรณ์ขนาดนั้น เราจะทำยังไงดีล่ะ... เอาอย่างนี้ไหม? ทำไมเราไม่ลองเชิญดวงวิญญาณของลุงจันทร์มาช่วยล่ะ? ลุงจันทร์น่าจะเป็นวิญญาณที่มีบารมีพอจะสู้กับผีเข้มได้นะ"นัทส่ายหน้าอย่างเศร้าสร้อย "นัทลองเชิญแล้วครับหมอธีร์... ตั้งแต่วันที่เราหลุดออกมาจากมิติของผีนายเข้มได้ ลุงจันทร์ก็ไม่ปรากฏตัวให้ผมเห็นอีกเลย ผมพยายามเรียกหลายครั้งแล้วก็ไม่มีวี่แวว"นุ่มนิ่มวางมือบนแขนของนัทอย่างอ่อนโยน "ลุงจันทร์อาจจะใกล้ได้ไปเกิดใหม่แล้วก็ได้นะนัท หรือไม่ก็... ลุงอาจจะมีภารกิจที่สำคัญกว่าที่ต้องทำในโลกของวิญ

  • หมอคนนี้ ผีลุงบอกว่าใช่!***   44.อ้อมกอดผี

    แสงแดดยามเช้าทอประกายอ่อนโยนลอดผ่านม่านบางเบาของห้องนอนหมอภีมที่หรูหรา นัทลืมตาตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกสบายตัวและอิ่มเอมใจจากค่ำคืนที่ผ่านมา เขาพลิกตัวมองคนที่ยังหลับใหลอยู่ข้างกายหมอภีมยังคงหลับลึก ใบหน้าหล่อเหลาที่มักจะดูเคร่งขรึมยามทำงาน บัดนี้ดูผ่อนคลายและอ่อนโยนอย่างที่สุด นัทอมยิ้มบางๆ ก่อนจะขยับตัวลุกขึ้นอย่างเงียบเชียบเพื่อไม่ให้อีกคนตื่น เดินเข้าห้องน้ำไปชำระร่างกายอย่างรวดเร็ว ก่อนจะหยิบเสื้อเชิ้ตสีฟ้าอ่อนของหมอภีมที่แขวนไว้ในตู้ไม้ฝังเข้ากับผนังห้องมาสวมใส่ เสื้อตัวใหญ่โคร่งจนไหล่เสื้อเลยลงไปถึงต้นแขนของเขา และชายเสื้อยาวเลยสะโพกดูไม่ต่างอะไรกับเดรสสั้นๆ เสื้อเนื้อดียี่ห้อแบรนด์เนมตัวนี้อบอวลไปด้วยกลิ่นน้ำหอมและกลิ่นกายอันคุ้นเคยของหมอภีม ซึ่งเป็นกลิ่นที่เขาหลงใหลไม่คลายเมื่อสวมเสื้อตัวโคร่งคู่กับกางเกงสแล็คตัวหลวมเสร็จแล้ว นัทเดินกลับมาที่เตียงเพื่อเตรียมตัวกลับบ้านตัวเอง ทว่าขายังคงติดตรึงอยู่ที่ข้างเตียง เขายิ้มพลาย ก้มลงมองใกล้ๆ ใบหน้าของหมอภีมอีกครั้ง ก่อนที่จะเอื้อมมือไปเกลี่ยไรผมที่ปรกหน้าผากออกอย่างแผ่วเบา สัมผัสเบาหวิวราวกับกลัวว่าการแตะต้องจะทำลายความสงบงามตรงห

  • หมอคนนี้ ผีลุงบอกว่าใช่!***   43.คำออดอ้อนในค่ำคืน(NC)

    หลังจากเพื่อนกลุ่มใหญ่ต่างพากันแยกย้ายกลับไปแล้ว ทิ้งให้นัทอยู่ที่นี่ต่อ ความเงียบสงบก็กลับมาปกคลุมบ้านของหมอภีมอีกครั้งนัทเก็บแก้วน้ำใบสุดท้ายไปวางในอ่างล้างจานอย่างเงียบๆ ก่อนจะหันกลับมามองคนรักที่ยืนพิงกรอบประตูห้องครัวอยู่ ใบหน้าของหมอภีมที่เคยเปี่ยมไปด้วยรอยยิ้มอารมณ์ดีตลอดทั้งคืน บัดนี้ดูอ่อนโยนและมีแววตาที่ออดอ้อนอย่างชัดเจนนัทยิ้มบางๆ "ลูกกวาดหลับไปแล้วเหรอครับ"หมอภีมพยักหน้า ดวงตาวาวกลับมองนัทแปลกๆ อย่างที่คนมองเห็นแล้วพาให้ใจสั่น เกิดอาการขวยเขินอย่างห้ามไม่อยู่ แก้มสองข้างเริ่มร้อนผ่าว ทว่าก็แสร้งคุยเรื่องอื่น เพื่อกลบเกลื่อน"ดูท่าทางพี่หมอมีความสุขที่ได้เจอเพื่อนๆ นะครับวันนี้"ร่างสูงเดินเข้ามาใกล้ กอดเอวคนรักจากด้านหลังแล้วซบหน้าลงบนไหล่ "สนุกสิครับ... แต่ตอนนี้ยิ่งกว่าสนุกอีกนะ"นัทหัวเราะเบาๆ "อะไรที่ยิ่งกว่าสนุกครับ?"คนตัวสูงกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้น เสียงทุ้มแหบพร่าลงเล็กน้อย "การได้อยู่กับแฟนแค่สองคนนี่ไงครับ... คิดถึงจังเลย เราไม่ได้อยู่ด้วยกันแบบนี้มานานแค่ไหนแล้วนะ?""พี่อ่า! นัทกับพี่หมอห่างกันแค่ ไม่ถึงสองเดือนเองนะครับคุณภีม"หมอภีมเงยหน้าขึ้นมามองด้วยสายต

  • หมอคนนี้ ผีลุงบอกว่าใช่!***   19.อุบัติเหตุในความมืดมิด

    สีหน้าลูกกวาดแสดงถึงความหวาดกลัวถึงขีดสุด เขาเร่งสาวเท้าวิ่งอย่างไม่คิดชีวิต ขาเล็ก ๆ ของเขาตะกุยพื้นถนนลาดยางเก่า ๆ ในความมืดมิด มีเพียงแสงไฟจากเสาไฟฟ้าที่ห่างกันลิบ ๆ เป็นเครื่องนำทาง ความหวาดกลัวคือพลังงานเดียวที่ขับเคลื่อนเขา พลังงานที่มากกว่าความเหนื่อยล้า เด็กหนุ่มไม่ได้มองข้างหน้า ไม่ได้มองข

  • หมอคนนี้ ผีลุงบอกว่าใช่!***   9.เข้มถูกภรรยาทิ้ง

    สองวันต่อมายามเย็นของสลัมเต็มไปด้วยเสียงทะเลาะของบ้านข้าง ๆ เสียงเรือเก่าครูดน้ำ และกลิ่นขยะลอยคลุ้ง แต่ในบ้านของเข้ม ทุกอย่างกลับเงียบสงัดอย่างประหลาดพายืนกลางห้อง มือกำหูหิ้วกระเป๋าเสื้อผ้าเก่า ๆ ที่ยัดของใช้ส่วนตัวจนป่อง เธอไม่มองเข้มแม้เพียงเสี้ยววินาที“พา… อย่าทำแบบนี้นะ” เข้มรีบเข้าไปขวางป

  • หมอคนนี้ ผีลุงบอกว่าใช่!***   8.วันแตกสลาย บ้านไม้ผุริมคลอง

    บ้านไม้ผุที่ตั้งอยู่ริมคลองเน่าเหม็นยังคงส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดเป็นจังหวะเศร้าสร้อยทุกครั้งที่ลมจากคลองพัดผ่าน ราวกับเป็นเสียงถอนหายใจของตัวบ้านเอง หนึ่งสัปดาห์เต็มที่ความตึงเครียดได้บ่มเพาะจนถึงขีดสุดพานั่งเหม่ออยู่หน้าโต๊ะเตี้ย ๆ ที่เต็มไปด้วยเอกสารแห่งความพ่ายแพ้ บิลเก่าที่ค้างชำระจนสีซีดจาง กระดาษ

  • หมอคนนี้ ผีลุงบอกว่าใช่!***   6.หมอภีมถูกแม่บังคับ

    “ลูกมาได้ยังไง…” พาเอ่ยถามลูกชายเสียงสั่น“ผมได้ยินเสียงตะโกนจากท้ายซอยครับแม่ เลยรีบวิ่งมาดู” ลูกกวาดย่อตัวลงข้างพ่อแม่ มือสั่นระริกเมื่อเห็นรอยเลือด เขารีบไปหยิบผ้าขนหนู จุ่มเข้าไปในอ่างน้ำเล็กๆ ทั้งที่น้ำในอ่างขุ่นคล้ำจนมองไม่เห็นก้นอ่าง เขาบรรจงเช็ดเลือดให้พ่อด้วยความอ่อนโยน แล้วหันมาดูรอยฟกช้ำ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status