เข้าสู่ระบบบุรุษพยาบาลหนุ่มหน้าใส ถูกหัวหน้างานมีคำสั่งย้ายกะทันหัน ให้เขามาประจำวอร์ดศัลยกรรมโดยไม่ทันตั้งตัว... "หมอภีม" ศัลยแพทย์หน้าหล่อ โปรไฟล์ดี บ้านรวย เป็นผู้ชายที่สมบูรณ์แบบทุกกระเบียดนิ้ว..ถ้าไม่นับนิสัยเย่อหยิ่ง ปากร้าย และความเย็นชาที่ติดตัวมาเป็นแพ็กเกจ ยังไม่พอ ชะตายังเล่นตลกให้น้องนัทต้องมาเป็นผู้ช่วยส่วนตัวของหมอภีมอีก และหนักที่สุดคือ ผีลุงจันทร์ วิญญาณของลุงแท้ๆ ที่ยังไม่ได้ไปผุดไปเกิด ดันโผล่มายุยงด้วยสารพัดวิธี ก็เพื่อจุดเดียว ผลักหลานชายอย่างนัท ให้ได้หมอภีมเป็นสามี เฮ้อ! แบบนี้ชีวิตเล็กๆ ของพยาบาลนัทจะรอดพ้นทั้งหมอปากร้าย และผีลุงตัวดีได้ยังไงกันนะ!
ดูเพิ่มเติมบุรุษพยาบาลหรือน้องนัท ยืนอยู่หน้าประตูบานใหญ่ของตึกศัลยกรรม ด้วยสีหน้ากังวลระคนตื่นเต้น เนื่องจากวันนี้เป็นวันแรกที่เขาได้รับคำสั่งให้ย้ายมาประจำการที่นี่ หลังเวียนไปหลายแผนกจนแทบจะรู้จักทุกซอกมุมของโรงพยาบาลแล้ว
"สู้ๆ นัท! เริ่มต้นงานใหม่นะ" เขาพึมพำกับตัวเอง พลางจัดปกเสื้อกาวน์สีขาวให้เข้าที่เข้าทาง
ทันทีที่มือผลักประตูเข้าไป... ความเย็นเยียบ ก็แผ่ซ่านเข้ามากระทบผิวกายอย่างจัง แม้ว่าเครื่องปรับอากาศจะทำงานอยู่ แต่นี่เป็นความเย็นที่ผิดปกติ เหมือนมีใครกำลังยืนเป่าลมหายใจอยู่ข้างหูยังไงยังงั้น ขนแขนของนัทลุกชันอย่างห้ามไม่อยู่
"ฮึ่ย... นี่มันอะไรกันเนี่ย"
นัทกวาดตามองไปรอบๆ โถงทางเดินที่สว่างไสว แต่กลับรู้สึกเหมือนมีสายตาหลายคู่กำลังจ้องมองมาที่เขา ท่ามกลางบรรยากาศที่ดูวุ่นวายตามแบบฉบับของตึกศัลย์ฯ ที่มีแต่พยาบาลเดินถือชาร์ตและหมอเดินสวนกันไปมา เขากลับสัมผัสได้ถึงความรู้สึกคุ้นเคยอย่างน่าประหลาด... คุ้นเคยราวกับว่ามีคนรู้จักที่สนิทสนมกำลังยืนยิ้มอยู่ตรงหน้าอย่างไรอย่างนั้น
"นัท นั่นเอ็งเองรึ..ไอ้หลานชายตัวดี! ลุงอยู่ตรงนี้"
เสียงทุ้มแหบที่ไม่ได้ยินมานานแว่วเข้าสู่โสตประสาทของนัท มันเป็นเสียงของลุงจันทร์ นัทจำได้ไม่เคยลืม
ลุงจันทร์คือลุงแท้ ๆ ที่เสียชีวิตไปเพราะอุบัติเหตุเมื่อห้าปีก่อน และลุงจันทร์ก็เป็นคนเดียวที่รู้ว่านัทมีความสามารถพิเศษในการสัมผัสได้ถึงสิ่งลี้ลับ... แต่ก็แค่ สัมผัส ได้เท่านั้น เขาไม่เคยเห็นวิญญาณหรือผีจริงๆ หรอก
หลานชายคนเดียวของผีรีบสะบัดศีรษะไปมา เพื่อไล่ความรู้สึกที่ไม่น่าเกิดขึ้นนั้น พูดกับตัวเองว่า "คิดมากไปแล้วนัท! อาจจะแค่ลมพัดน่า"
แต่แล้ว... ชาร์ตคนไข้ที่เขาถือมาอย่างดีก็ร่วงลงพื้นอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ทั้งที่เมื่อครู่ยังกำแน่นอยู่แท้ๆ
ปึก!
“เฮ้ย..อะไรวะเนี่ย!”
เขาก้มมองชาร์ตบนพื้นด้วยอาการงงงัน จังหวะนั้น เขาก็ได้ยินเสียงหัวเราะเบาๆ ที่เต็มไปด้วยความขี้เล่นดังอยู่ใกล้ๆ จนน่าขนลุก!
"เอาล่ะ! ได้เวลาแนะนำตัวให้ว่าที่คู่ชีวิตของแกได้รู้จักแล้ว หลานเอ้ย!"
นัทย่อตัวลงเก็บชาร์ตที่กระจัดกระจาย ทันใดนั้น เงาของใครบางคนก็ทอดลงมาบดบังแสงไฟเอาไว้ เขาเงยหน้าขึ้นไปมอง…
นั่นคือ นพ. ภีมวรรธน์ อัศวเมธา ศัลยแพทย์หนุ่มสุดหล่อประจำตึกนี้ ที่ขึ้นชื่อเรื่องความสามารถและ... ความเย็นชา!
คุณหมอภีมในชุดกาวน์สีขาวสะอาดตายืนกอดอกมองนัทด้วยสีหน้าเรียบเฉย นัยน์ตาสีเข้มคมกริบมองต่ำลงมาอย่างประเมิน ทำให้นัทรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังถูกเอกซเรย์ด้วยสายตาของคุณหมอท่านนี้ยังไงไม่รู้
"นายคือพยาบาลคนใหม่ที่ย้ายมาแผนกนี้ใช่ไหม" เสียงของหมอภีมเรียบ เย็น และชวนให้รู้สึกว่าความผิดพลาดแม้เพียงเล็กน้อยก็จะถูกตำหนิอย่างรุนแรง
"คะครับ ผมพยาบาลนีรวัฒน์ จันทร์ทิวาครับ ยินดีที่ได้ร่วมงานกับคุณหมอครับ" รีบลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็ว ก้มศีรษะเล็กน้อยด้วยความเคารพ
แต่คุณหมอภีมกลับไม่สนใจคำทักทายนั้นแม้แต่น้อย ท่าทางหยิ่งสายตาของเขายังคงจับจ้องไปที่ชาร์ตที่นัทเพิ่งเก็บขึ้นมาอย่างลวก ๆ
"ซุ่มซ่ามไปหน่อยนะ" คุณหมอภีมพูดคำว่าซุ่มซ่ามอย่างจงใจ "ในห้องผ่าตัด นายคงไม่ทำเครื่องมือผ่าตัดตกใส่พื้นหรอกนะ ฉันหวังว่าอย่างนั้น"
นัทรู้สึกร้อนวูบวาบไปทั้งหน้า ถูกตำหนิตั้งแต่วันแรก! เนี่ยน่ะ!
ผีลุงจันทร์ "ฮ่าๆ นี่แหละนัทเอ้ย ผัวของเอ็งในอนาคต นิสัยของมันก็ดุอย่างนี้แหละโว้ย.."
"ขอโทษครับคุณหมอ ผมจะระวังให้มากกว่านี้ครับ" นัทรับคำเสียงแผ่ว
"ก็ดี" หมอภีมตอบสั้นๆ ก่อนจะหันหลังเดินจากไปอย่างไม่ไยดี ทิ้งให้นัทต้องยืนอยู่กับความรู้สึกผิดและความหนาวเย็นแปลกประหลาดที่ยังไม่หายไปไหน... และเสียงกระซิบที่คุ้นเคย
"โอ๊ย! ไม่ได้การ! หลานข้าต้องเริ่มงานด้วยความประทับใจที่ดีกว่านี้สิ! คืนนี้ลุงจะจัดหนักให้! เอ็งไม่ต้องห่วงนะหลาน"
...กะกลางคืนที่ตึกศัลย์ฯ
เมื่อนาฬิกาบอกเวลาสามทุ่ม พยาบาทน้องใหม่อย่างนัทก็เริ่มเข้ากะดึกวันแรก ท่ามกลางความเงียบสงบที่เริ่มปกคลุมตึกศัลยกรรม นัทกำลังนั่งเตรียมชุดทำแผลและเช็คสต็อกยาอยู่คนเดียวในห้องพยาบาล
จู่ๆ …
พรึ่บ! พรึ่บ!
แฟ้มประวัติคนไข้ที่วางอยู่บนโต๊ะก็ปลิวไปเองราวกับถูกมือที่มองไม่เห็นหยิบจับ นัทเงยหน้าขึ้นอย่างตกใจ แต่ก็ไม่เห็นอะไร นอกเสียจากกระดาษแผ่นหนึ่งที่ค่อยๆ ร่อนลงมาอยู่ตรงหน้าเขาพอดี
"งานใหญ่มาแล้วหลานเอ้ย! เอกสารสำคัญหายไปแล้วว!" เสียงลุงจันทร์ดังขึ้นอย่างกระตือรือร้น
ในที่สุดเขาก็จำเสียงนี้ได้ "โอย... ลุงจันทร์แน่ๆ เลย…ลุงจันทร์อยู่ไหน รีบออกมานะ ผมรู้ว่าวิญาณลุงยังอยู่ที่นี่.. แกล้งหลานตัวเองทำไมเนี่ย!" นัทส่ายหน้าอย่างอ่อนใจ พลางรีบเก็บแฟ้มขึ้นมาอย่างรวดเร็ว
ในจังหวะนั้นเอง คุณหมอภีมที่เพิ่งออกจากห้องตรวจและกำลังจะกลับเข้าห้องพักแพทย์ก็เดินผ่านมาพอดี ใบหน้าคมคายของเขาดูเคร่งเครียดกว่าตอนกลางวันเสียอีก
"นี่นาย" หมอภีมเรียกด้วยน้ำเสียงเย็นชา "นายเห็นแฟ้มเคสผ่าตัดด่วนของคนไข้เตียง 405 ไหม"
"เอ่อ... คือแฟ้มที่เป็นปกสีน้ำเงินใช่ไหมครับ?" นัทถามอย่างไม่แน่ใจ
"ใช่! แฟ้มสรุปเคสที่ฉันจะใช้ประชุมเช้าพรุ่งนี้ มันควรจะอยู่บนโต๊ะทำงานในห้องพักแพทย์ของฉันนี่นา แต่มันหายไปแล้ว! นายเห็นมันไหม?"
"ไม่เห็นเลยครับคุณหมอ ผมเพิ่งเข้ามาในห้องพยาบาลเมื่อสักครู่นี้เอง" นัทตอบไปตามความจริง
ทันใดนั้น... นัทก็รู้สึกถึงแรงดึงที่ชายเสื้อเบาๆ ราวกับมีใครกำลังสะกิดเขาไม่มีผิด และเสียงของลุงจันทร์ก็ดังขึ้นในหัว
"โอ๊ย! มันก็อยู่ในห้องแกนั่นแหละไอ้หมอ! ลุงเอาไปซ่อนไว้ใต้กองผ้าสะอาดน่ะ! ไปบอกมันซะสิหลาน!"
นัทอ้าปากค้าง จะให้เขาบอกคุณหมอภีมผู้แสนเย็นชาว่า มีผีเอาไปซ่อนไว้ใต้ผ้าสะอาดเนี่ยนะ ตลกล่ะ.. ขืนพูดแบบนั้นออกไป มีหวังโดนไล่ออกตั้งแต่วันแรกล่ะไม่ว่า
"เอ่อ... คุณหมอครับ... คือว่า..." นัทอึกอัก
หมอภีมขมวดคิ้วแน่น "นายจะมัวอ้ำอึ้งอยู่ทำไม? มันเป็นเอกสารสำคัญมากนะ! ถ้าหายไป นายรู้ไหมว่ามันจะเกิดปัญหาอะไรขึ้นบ้าง!"
"ผม... ผมคิดว่าผมเคยเห็นมันนะ... แวบ ๆ ตอนที่ผมเดินผ่านห้องคุณหมออ่ะครับ" นัทตัดสินใจโกหก พยายามหาเหตุผลเข้าข้างตัวเองว่านี่คือการช่วยคุณหมอ
"ห้องฉัน?" หมอภีมมองอย่างไม่เชื่อใจ "แต่ฉันเพิ่งค้นไปทั่วแล้ว"
"บางที.. เอ่อ.. เอาเป็นว่า เดี๋ยวผมช่วยคุณหมอหาอีกครั้งนะครับ!" นัทอาสาอย่างรวดเร็ว ก่อนจะก้าวฉับๆ ตรงไปที่ห้องพักแพทย์ของคุณหมอภีมทันที
ห้องพักแพทย์ของหมอภีมนั้นเป็นระเบียบเรียบร้อยจนน่าประหลาดใจ ต่างจากห้องหมอคนอื่นที่มักจะเต็มไปด้วยกองเอกสาร นัทรีบตรงไปที่มุมเก็บของ และพยายามมองหากองผ้าสะอาดที่ลุงจันทร์กระซิบบอกเขามา
"ช้าไปแล้วหลาน! ลุงเปลี่ยนที่น่ะ”
นัทตอบทางจิต ‘ลุงจันทร์..ไม่ซนซิ’
“ก็ข้า..อยากให้ไอ้หมอหน้าหล่อมันสนเอ็งนี่หว่า..เอ็งรีบไปดูในล็อกเกอร์เหล็กข้างๆ โต๊ะสิ! ลุงเห็นว่ามันเป็นที่ซ่อนของดีนะ!"
‘ฮึ่ย! ลุงนะลุง เป็นผีไม่อยู่ส่วนผี ชอบสร้างแต่เรื่องปวดหัวให้หลานตัวเองอยู่ได้!’ นัทกัดฟันกรอดอย่างหัวเสีย แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ เขาแกล้งทำเป็นค้นหาในชั้นหนังสืออย่างละเอียด ก่อนจะค่อย ๆ เคลื่อนตัวไปที่ล็อกเกอร์เหล็กเก่าๆ ที่ตั้งอยู่ข้างโต๊ะทำงานของหมอภีม
"ฉันว่านายค้นไปทั่วแล้วนะ.." หมอภีมยืนพิงประตูมองดูการกระทำของนัทด้วยความหงุดหงิด "ตรงนั้น ฉันค้นไปสามรอบแล้ว... เอกสารมันไม่น่าจะอยู่ในนั้น.."
"แต่ว่า... ตรงนี้ยังไม่ได้เปิดเลยนะครับ" นัทชี้ไปที่ล็อกเกอร์
"นั่นล็อกเกอร์เก็บของส่วนตัว ฉันไม่เคยเก็บเอกสารไว้ในนั้นนะ"
แต่เมื่อนัทเอื้อมมือไปจับที่ประตูเหล็ก... เขาก็ต้องชะงัก! เพราะมือของเขาสัมผัสโดนมือเย็นเฉียบที่กำลังพยายามหมุนลูกบิดล็อกเกอร์!
"นี่ลุงกำลังเปิดให้อยู่นะ! ยื่นมือเข้าไปหยิบมันเลยหลาน!"
แกร๊ก!
ล็อกเกอร์เปิดออกอย่างง่ายดาย ทั้งที่ก่อนหน้านี้มันควรจะล็อกอยู่แท้ๆ และเมื่อนัทมองเข้าไป... เขาก็เห็นแฟ้มสีน้ำเงินที่ถูกยัดอยู่ใต้เสื้อกาวน์สำรองตัวหนึ่ง!
"เจอแล้วครับคุณหมอภีม!" นัทหยิบแฟ้มขึ้นมาอย่างรวดเร็ว
หมอภีมถึงกับเดินเข้ามาดูด้วยความประหลาดใจอย่างที่สุด "เป็นไปได้ยังไง! ฉันมั่นใจว่าฉันไม่ได้วางมันไว้ตรงนั้นนี่... และล็อกเกอร์นี่ฉันก็ล็อกไว้แล้วด้วย!"
เขาหันไปมองนัทด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป... ไม่ใช่สายตาของความรำคาญ แต่เป็นสายตาที่เต็มไปด้วยความสงสัยระคนค้นหา
"นายรู้ได้ยังไงว่ามันอยู่ตรงนี้" หมอภีมถามเสียงเรียบ แต่แฝงไปด้วยแรงกดดัน
นัทถึงกับเหงื่อตกเลยทีเดียว รีบหาข้อแก้ตัว "เอ่อ... ผม... ผมเห็นเสื้อกาวน์คุณหมอพับอยู่ไม่เรียบร้อยครับ ก็เลยลองเปิดดูเผื่อว่าเอกสารมันจะปลิวเข้าไป... พอดีเลยครับ ที่มันอยู่ข้างใน"
ฟังไม่ขึ้นสักนิด แต่คุณหมอภีมกลับไม่พูดอะไร เขาเพียงแต่จ้องมองใบหน้าแดงก่ำของนัทอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะรับแฟ้มคืนไปอย่างช้า ๆ
"ขอบคุณ" เขาพูดออกมาสั้น ๆ แต่เป็นครั้งแรกที่นัทได้ยินคำนี้จากปากหมอภีม "แต่ครั้งหน้า ไม่ต้องนะ ฉันไม่ชอบให้ใครมาวุ่นวายกับของส่วนตัว"
ถึงจะขอบคุณ... แต่ก็ยังไม่วายต้องต่อว่า นัทได้แต่ยืนก้มหน้า เพราะไม่กล้าด่าสวนกลับไป
แต่ทันใดนั้นเอง ผ้าก๊อซม้วนใหญ่ที่วางอยู่บนชั้นก็ร่วงลงมา ปึ้ก!
มันไม่ได้ร่วงลงพื้น... แต่มันร่วงลงมาแปะอยู่บนใบหน้าของหมอภีมพอดิบพอดี
"เอ้า! นี่คือรางวัลตอบแทนของไอ้หลานชาย! ถือเป็นค่าจ้างที่แกต้องช่วยมันหาของ!" ผีลุงจันทร์หัวเราะเสียงดังกว่าเดิม!
"โอ๊ย!" หมอภีมถึงกับผงะ! ทั้งมึนงงว่าของนั่นมันหล่นมาได้ไง
นัทกลั้นขำแทบไม่ไหว! เขาเห็นคุณหมอภีมผู้เย็นชาดึงผ้าก๊อซออกจากหน้าด้วยสีหน้าแบบว่า... 'นี่มันเวรซวยอะไรกันตั้งแต่ต้นปีวะะ!'
"ขอโทษครับคุณหมอภีม!" นัทกลั้นขำจนลูกกระเดือกสั่น แล้วรีบเดินเข้าไปช่วยเก็บผ้าก๊อซให้
“ฮ่าๆ ในที่สุด... ไอ้นัทหลานข้า ก็ได้เข้ามาอยู่ใกล้ชิดกับเอ็งแล้ว ไอ้หมอ.. เป็นไงวะ หลานชายข้าเสน่ห์มันไม่เบาเลยใช่ป่ะ!”
คาเฟ่แห่งหนึ่งในอำเภอปากช่องแสงแดดยามเย็นทอดตัวลงบนทุ่งดอกไม้กว้างสุดสายตา กลีบดอกไม้สีขาว ชมพู และม่วงอ่อน แกว่งไกวไปตามแรงลมราวกับคลื่นทะเลอ่อนโยน กลิ่นหอมจางๆ ของดอกไม้ป่าลอยคลุ้งอยู่ในอากาศ ทำให้หัวใจของคนที่ยืนอยู่ตรงนั้นสงบอย่างประหลาดหมอภีมยืนเคียงข้างภรรยาอย่างนัท มือของเขาค่อยๆ เอื้อมไปจับมืออีกฝ่ายอย่างแผ่วเบา ราวกับกลัวว่าหากแรงกว่านี้ ความสุขตรงหน้าจะสลายไป นัทหันมายิ้มให้คนเป็นสามี รอยยิ้มนั้นไม่ใช่รอยยิ้มกว้างสดใส แต่เป็นรอยยิ้มอบอุ่นที่เต็มไปด้วยความไว้ใจ“สวยจังเลย” นัทเอ่ยเบาๆ ดวงตาเขามองทุ่งดอกไม้ แต่หัวใจกลับจดจ่ออยู่ที่คนข้างกายหมอภีมหัวเราะเบาๆ “ไม่สวยเท่านัทหรอก” คำพูดธรรมดาแต่จริงใจ ทำให้นัทหน้าแดง เขาก้มหน้าลงเล็กน้อย แต่ก็ยังไม่ปล่อยมืออีกฝ่ายทั้งสองเดินไปช้าๆ ท่ามกลางดอกไม้ที่สูงถึงเข่า ปล่อยให้เวลาค่อยๆ ไหลผ่านไปอย่างไม่เร่งรีบ หมอภีมรู้ดีว่าในชีวิตของเขา เต็มไปด้วยความเหน็ดเหนื่อย ความกดดัน และการสูญเสียจากอาชีพแพทย์ แต่ทุกครั้งที่เขามองหน้าใสๆ ของภรรยาตัวเอง ความเหนื่อยล้าทั้งหมดกลับจางหายไป เหลือเพียงความอบอุ่นที่ไม่ต้องการคำอธิบายคนตัวเล็กหยุดเดิน แ
คำพูดที่เจ็บปวดรวดร้าวของอำพากรีดลึกเข้าไปในจิตสำนึกของผีนายเข้ม ร่างกายของหมอภีมหยุดสั่นเทาเดี๋ยวนั้น ดวงตาแดงก่ำที่เคยเต็มไปด้วยความอาฆาตเริ่มมีประกายแห่งความสำนึกผิดและความเข้าใจทอแสงขึ้นมาแทนที่เข้มเสียงแหบพร่าและสั่นเครือ "อะ อำพา..." เขาเริ่มคล้อยตามกับความจริงที่ภรรยาเอ่ยออกมา ความแค้นที่ยึดมั่นว่าตนเป็นเหยื่อเพียงผู้เดียวพลันถูกทำลายลงด้วยความรักและโศกนาฏกรรมของครอบครัว และพลังงานมืดที่เคยแผ่ซ่านออกมาจากร่างหมอภีมพลันสลายหายไปอย่างรวดเร็วราวกับถูกดูดกลับเข้าไปวูบดวงตาของหมอภีมกลับคืนสู่สีน้ำตาลเข้มที่คุ้นเคยในทันที แต่ร่างที่ถูกควบคุมมานานก็หมดแรง หมอภีมล้มลงไปกับพื้นหญ้าอย่างอ่อนแรงนัทร้องเสียงหลง "พี่หมอ" เขาไม่สนใจสิ่งรอบข้างอีกต่อไป เขารีบคลานเข้าไปหาคนรักอย่างรวดเร็วและประคองร่างของหมอภีมขึ้นมาไว้ในอ้อมกอด ใบหน้าของนัทแนบไปกับศีรษะของหมอภีมอย่างโล่งใจ "ไม่เป็นไรแล้วนะครับพี่หมอ... นัทอยู่ตรงนี้แล้ว"ขณะที่นัทกำลังกอดหมอภีมอยู่นั้น ผีนายเข้มก็ปรากฏร่างเป็นวิญญาณเต็มตัวอยู่ข้างๆ ร่างกายโปร่งแสงของเขาสั่นเทิ้มด้วยความรู้สึกผิดและโศกเศร้าเหลือแสน เขากลับคืนสู่สภาพเมื่อครั
นัท หมอเจตน์ นุ่มนิ่ม และน้ำหวาน นำอำพาที่นั่งอยู่บนรถเข็นเข้ามาในบริเวณบ้านของหมอภีม โดยมีหมอธีร์ที่คอยเข็นรถเข็นอย่างระมัดระวังที่สุด พวกเขามาถึงในตอนบ่ายแก่ๆ อากาศค่อนข้างอบอ้าว แต่บรรยากาศภายในกลุ่มกลับเย็นเยียบด้วยความเครียดบริเวณหน้าบ้านใหญ่ ลูกกวาดกำลังนั่งอยู่ข้างกระถางต้นไม้ประดับ เขาเงยหน้าขึ้น และทันทีที่เห็นนัทและเพื่อนๆ มากันครบ นายลูกกวาดก็ส่งยิ้มกว้างออกมาอย่างเป็นมิตร"พี่นัท! พี่ๆ ทุกคน! มากันแล้วเหรอครับ? เข้าข้างในบ้านก่อนสิครับ"รอยยิ้มนั้นอ่อนโยนและบริสุทธิ์ ทำให้ทุกคนรู้สึกดีชั่วขณะ ก่อนที่นัทจะพยายามหาทางแนะนำอำพา "ลูกกวาด... คือว่า... วันนี้พี่พาคนสำคัญมาหาเราน่ะ"หมอธีร์ค่อยๆ เข็นรถเข็นของอำพาที่นั่งนิ่งอยู่ด้านหลังกลุ่มเพื่อน ก้าวเข้ามาในระยะสายตาของลูกกวาดวินาทีที่ลูกกวาดหันไปเห็นภาพของหญิงสาววัยกลางคนขาด้วนทั้งสองข้างที่นั่งอยู่บนรถเข็น รอยยิ้มที่สดใสบนใบหน้าของเขาก็พลันแข็งค้างดวงตาของลูกกวาดเบิกกว้างด้วยความหวาดกลัวอย่างขีดสุด ราวกับเห็นปีศาจร้าย ไม่ใช่แม่ของตัวเอง!"อ๊ากกกกกก!!!"เสียงกรีดร้องแหลมสูงและหวาดผวาถูกปล่อยออกมาจากลำคอของลูกกวาดทันที ร่างก
วันต่อมากลุ่มเพื่อนของนัท ทุกคนมานั่งรวมตัวกันที่มุมหนึ่งในร้านคาเฟ่ที่เงียบสงบ บรรยากาศเต็มไปด้วยความเครียดและความกังวล โดยเฉพาะนัทที่ดวงตาบวมช้ำจากการร้องไห้หนักตลอดคืนนัทเสียงแหบพร่า "เมื่อคืน... มันเลวร้ายมากครับ ถ้านัทหนีไม่ทัน ป่านนี้นัทคง... คงไม่ได้มานั่งอยู่ตรงนี้"หมอเจตน์ตบบ่าปลอบใจ "ใจเย็นๆ นะน้องนัท นายทำถูกแล้วที่หนีออกมา ตอนนี้นายปลอดภัยแล้ว สิ่งที่เราต้องทำคือหาทางช่วยไอ้ภีมออกมาให้ได้"หมอธีร์นั่งเท้าคาง มองนัทอย่างเครียดจัด "ปัญหาคือผีตนนั้นมันแข็งแกร่งเกินไป มันเข้าควบคุมร่างหมอภีมได้สมบูรณ์ขนาดนั้น เราจะทำยังไงดีล่ะ... เอาอย่างนี้ไหม? ทำไมเราไม่ลองเชิญดวงวิญญาณของลุงจันทร์มาช่วยล่ะ? ลุงจันทร์น่าจะเป็นวิญญาณที่มีบารมีพอจะสู้กับผีเข้มได้นะ"นัทส่ายหน้าอย่างเศร้าสร้อย "นัทลองเชิญแล้วครับหมอธีร์... ตั้งแต่วันที่เราหลุดออกมาจากมิติของผีนายเข้มได้ ลุงจันทร์ก็ไม่ปรากฏตัวให้ผมเห็นอีกเลย ผมพยายามเรียกหลายครั้งแล้วก็ไม่มีวี่แวว"นุ่มนิ่มวางมือบนแขนของนัทอย่างอ่อนโยน "ลุงจันทร์อาจจะใกล้ได้ไปเกิดใหม่แล้วก็ได้นะนัท หรือไม่ก็... ลุงอาจจะมีภารกิจที่สำคัญกว่าที่ต้องทำในโลกของวิญ
แสงแดดยามเช้าทอประกายอ่อนโยนลอดผ่านม่านบางเบาของห้องนอนหมอภีมที่หรูหรา นัทลืมตาตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกสบายตัวและอิ่มเอมใจจากค่ำคืนที่ผ่านมา เขาพลิกตัวมองคนที่ยังหลับใหลอยู่ข้างกายหมอภีมยังคงหลับลึก ใบหน้าหล่อเหลาที่มักจะดูเคร่งขรึมยามทำงาน บัดนี้ดูผ่อนคลายและอ่อนโยนอย่างที่สุด นัทอมยิ้มบางๆ ก่อนจ
เช้าวันนี้ บรรยากาศในวอร์ดศัลยกรรมดูเงียบเหงาผิดปกติ โดยเฉพาะบริเวณเคาน์เตอร์พยาบาล เมื่อวานนัทกับหมอเจตน์ได้พบกับป้าผึ้งที่ตลาดกลางเมือง ทั้งสองก็ได้รู้แล้วว่า แม่ของเด็กลูกกวาดไม่ได้อยู่ในประเทศไทยอีกแล้ว ป้าผึ้งบอกว่า 'อีพามันบินไปประเทศนอกกับผัวฝรั่งของมันอาทิตย์ก่อนแล้ว เสียดายที่พวกคุณมาช้า
กลุ่มควันสีดำและสีขาวม้วนตลบเป็นเกลียวกลางลานบ้าน ท่ามกลางสายตาของกลุ่มคนเป็นที่มองเห็นเพียงม่านควันประหลาด แต่สำหรับนัทแล้ว มันคือการต่อสู้ด้วยแม่ไม้มวยไทยอันดุเดือดระหว่างผีสองตนที่เขาสามารถมองเห็น และนัทเดาว่าอาจเป็นเพราะผีลุงจันทร์ต้องการทำให้เขาเห็นนั่นเองผีนายเข้มใบหน้าดุดันท่าทางคล่องแคล่วร
ยามเช้ามาถึงพร้อมกับแสงสีเทาอ่อนๆ ที่ลอดผ่านม่านเข้ามาในห้อง แต่สำหรับนัทแล้ว ทุกอย่างยังคงมืดมิด เขาไม่ได้หลับเลยทั้งคืน ดวงตาบวมช้ำจากการร้องไห้หนักหน่วง จ้องมองเพดานอย่างว่างเปล่านัทหยิบโทรศัพท์ที่แบตเตอรี่ใกล้หมดขึ้นมาดูอีกครั้ง นิ้วเรียวเลื่อนผ่านหน้าจออย่างเลื่อนลอย ก่อนจะไปสะดุดกับแจ้งเตือน





