ログインบุรุษพยาบาลหนุ่มหน้าใส ถูกหัวหน้างานมีคำสั่งย้ายกะทันหัน ให้เขามาประจำวอร์ดศัลยกรรมโดยไม่ทันตั้งตัว... "หมอภีม" ศัลยแพทย์หน้าหล่อ โปรไฟล์ดี บ้านรวย เป็นผู้ชายที่สมบูรณ์แบบทุกกระเบียดนิ้ว..ถ้าไม่นับนิสัยเย่อหยิ่ง ปากร้าย และความเย็นชาที่ติดตัวมาเป็นแพ็กเกจ ยังไม่พอ ชะตายังเล่นตลกให้น้องนัทต้องมาเป็นผู้ช่วยส่วนตัวของหมอภีมอีก และหนักที่สุดคือ ผีลุงจันทร์ วิญญาณของลุงแท้ๆ ที่ยังไม่ได้ไปผุดไปเกิด ดันโผล่มายุยงด้วยสารพัดวิธี ก็เพื่อจุดเดียว ผลักหลานชายอย่างนัท ให้ได้หมอภีมเป็นสามี เฮ้อ! แบบนี้ชีวิตเล็กๆ ของพยาบาลนัทจะรอดพ้นทั้งหมอปากร้าย และผีลุงตัวดีได้ยังไงกันนะ!
もっと見るคาเฟ่แห่งหนึ่งในอำเภอปากช่องแสงแดดยามเย็นทอดตัวลงบนทุ่งดอกไม้กว้างสุดสายตา กลีบดอกไม้สีขาว ชมพู และม่วงอ่อน แกว่งไกวไปตามแรงลมราวกับคลื่นทะเลอ่อนโยน กลิ่นหอมจางๆ ของดอกไม้ป่าลอยคลุ้งอยู่ในอากาศ ทำให้หัวใจของคนที่ยืนอยู่ตรงนั้นสงบอย่างประหลาดหมอภีมยืนเคียงข้างภรรยาอย่างนัท มือของเขาค่อยๆ เอื้อมไปจับมืออีกฝ่ายอย่างแผ่วเบา ราวกับกลัวว่าหากแรงกว่านี้ ความสุขตรงหน้าจะสลายไป นัทหันมายิ้มให้คนเป็นสามี รอยยิ้มนั้นไม่ใช่รอยยิ้มกว้างสดใส แต่เป็นรอยยิ้มอบอุ่นที่เต็มไปด้วยความไว้ใจ“สวยจังเลย” นัทเอ่ยเบาๆ ดวงตาเขามองทุ่งดอกไม้ แต่หัวใจกลับจดจ่ออยู่ที่คนข้างกายหมอภีมหัวเราะเบาๆ “ไม่สวยเท่านัทหรอก” คำพูดธรรมดาแต่จริงใจ ทำให้นัทหน้าแดง เขาก้มหน้าลงเล็กน้อย แต่ก็ยังไม่ปล่อยมืออีกฝ่ายทั้งสองเดินไปช้าๆ ท่ามกลางดอกไม้ที่สูงถึงเข่า ปล่อยให้เวลาค่อยๆ ไหลผ่านไปอย่างไม่เร่งรีบ หมอภีมรู้ดีว่าในชีวิตของเขา เต็มไปด้วยความเหน็ดเหนื่อย ความกดดัน และการสูญเสียจากอาชีพแพทย์ แต่ทุกครั้งที่เขามองหน้าใสๆ ของภรรยาตัวเอง ความเหนื่อยล้าทั้งหมดกลับจางหายไป เหลือเพียงความอบอุ่นที่ไม่ต้องการคำอธิบายคนตัวเล็กหยุดเดิน แ
คำพูดที่เจ็บปวดรวดร้าวของอำพากรีดลึกเข้าไปในจิตสำนึกของผีนายเข้ม ร่างกายของหมอภีมหยุดสั่นเทาเดี๋ยวนั้น ดวงตาแดงก่ำที่เคยเต็มไปด้วยความอาฆาตเริ่มมีประกายแห่งความสำนึกผิดและความเข้าใจทอแสงขึ้นมาแทนที่เข้มเสียงแหบพร่าและสั่นเครือ "อะ อำพา..." เขาเริ่มคล้อยตามกับความจริงที่ภรรยาเอ่ยออกมา ความแค้นที่ยึดมั่นว่าตนเป็นเหยื่อเพียงผู้เดียวพลันถูกทำลายลงด้วยความรักและโศกนาฏกรรมของครอบครัว และพลังงานมืดที่เคยแผ่ซ่านออกมาจากร่างหมอภีมพลันสลายหายไปอย่างรวดเร็วราวกับถูกดูดกลับเข้าไปวูบดวงตาของหมอภีมกลับคืนสู่สีน้ำตาลเข้มที่คุ้นเคยในทันที แต่ร่างที่ถูกควบคุมมานานก็หมดแรง หมอภีมล้มลงไปกับพื้นหญ้าอย่างอ่อนแรงนัทร้องเสียงหลง "พี่หมอ" เขาไม่สนใจสิ่งรอบข้างอีกต่อไป เขารีบคลานเข้าไปหาคนรักอย่างรวดเร็วและประคองร่างของหมอภีมขึ้นมาไว้ในอ้อมกอด ใบหน้าของนัทแนบไปกับศีรษะของหมอภีมอย่างโล่งใจ "ไม่เป็นไรแล้วนะครับพี่หมอ... นัทอยู่ตรงนี้แล้ว"ขณะที่นัทกำลังกอดหมอภีมอยู่นั้น ผีนายเข้มก็ปรากฏร่างเป็นวิญญาณเต็มตัวอยู่ข้างๆ ร่างกายโปร่งแสงของเขาสั่นเทิ้มด้วยความรู้สึกผิดและโศกเศร้าเหลือแสน เขากลับคืนสู่สภาพเมื่อครั
นัท หมอเจตน์ นุ่มนิ่ม และน้ำหวาน นำอำพาที่นั่งอยู่บนรถเข็นเข้ามาในบริเวณบ้านของหมอภีม โดยมีหมอธีร์ที่คอยเข็นรถเข็นอย่างระมัดระวังที่สุด พวกเขามาถึงในตอนบ่ายแก่ๆ อากาศค่อนข้างอบอ้าว แต่บรรยากาศภายในกลุ่มกลับเย็นเยียบด้วยความเครียดบริเวณหน้าบ้านใหญ่ ลูกกวาดกำลังนั่งอยู่ข้างกระถางต้นไม้ประดับ เขาเงยหน้าขึ้น และทันทีที่เห็นนัทและเพื่อนๆ มากันครบ นายลูกกวาดก็ส่งยิ้มกว้างออกมาอย่างเป็นมิตร"พี่นัท! พี่ๆ ทุกคน! มากันแล้วเหรอครับ? เข้าข้างในบ้านก่อนสิครับ"รอยยิ้มนั้นอ่อนโยนและบริสุทธิ์ ทำให้ทุกคนรู้สึกดีชั่วขณะ ก่อนที่นัทจะพยายามหาทางแนะนำอำพา "ลูกกวาด... คือว่า... วันนี้พี่พาคนสำคัญมาหาเราน่ะ"หมอธีร์ค่อยๆ เข็นรถเข็นของอำพาที่นั่งนิ่งอยู่ด้านหลังกลุ่มเพื่อน ก้าวเข้ามาในระยะสายตาของลูกกวาดวินาทีที่ลูกกวาดหันไปเห็นภาพของหญิงสาววัยกลางคนขาด้วนทั้งสองข้างที่นั่งอยู่บนรถเข็น รอยยิ้มที่สดใสบนใบหน้าของเขาก็พลันแข็งค้างดวงตาของลูกกวาดเบิกกว้างด้วยความหวาดกลัวอย่างขีดสุด ราวกับเห็นปีศาจร้าย ไม่ใช่แม่ของตัวเอง!"อ๊ากกกกกก!!!"เสียงกรีดร้องแหลมสูงและหวาดผวาถูกปล่อยออกมาจากลำคอของลูกกวาดทันที ร่างก
วันต่อมากลุ่มเพื่อนของนัท ทุกคนมานั่งรวมตัวกันที่มุมหนึ่งในร้านคาเฟ่ที่เงียบสงบ บรรยากาศเต็มไปด้วยความเครียดและความกังวล โดยเฉพาะนัทที่ดวงตาบวมช้ำจากการร้องไห้หนักตลอดคืนนัทเสียงแหบพร่า "เมื่อคืน... มันเลวร้ายมากครับ ถ้านัทหนีไม่ทัน ป่านนี้นัทคง... คงไม่ได้มานั่งอยู่ตรงนี้"หมอเจตน์ตบบ่าปลอบใจ "ใจเย็นๆ นะน้องนัท นายทำถูกแล้วที่หนีออกมา ตอนนี้นายปลอดภัยแล้ว สิ่งที่เราต้องทำคือหาทางช่วยไอ้ภีมออกมาให้ได้"หมอธีร์นั่งเท้าคาง มองนัทอย่างเครียดจัด "ปัญหาคือผีตนนั้นมันแข็งแกร่งเกินไป มันเข้าควบคุมร่างหมอภีมได้สมบูรณ์ขนาดนั้น เราจะทำยังไงดีล่ะ... เอาอย่างนี้ไหม? ทำไมเราไม่ลองเชิญดวงวิญญาณของลุงจันทร์มาช่วยล่ะ? ลุงจันทร์น่าจะเป็นวิญญาณที่มีบารมีพอจะสู้กับผีเข้มได้นะ"นัทส่ายหน้าอย่างเศร้าสร้อย "นัทลองเชิญแล้วครับหมอธีร์... ตั้งแต่วันที่เราหลุดออกมาจากมิติของผีนายเข้มได้ ลุงจันทร์ก็ไม่ปรากฏตัวให้ผมเห็นอีกเลย ผมพยายามเรียกหลายครั้งแล้วก็ไม่มีวี่แวว"นุ่มนิ่มวางมือบนแขนของนัทอย่างอ่อนโยน "ลุงจันทร์อาจจะใกล้ได้ไปเกิดใหม่แล้วก็ได้นะนัท หรือไม่ก็... ลุงอาจจะมีภารกิจที่สำคัญกว่าที่ต้องทำในโลกของวิญ
แสงแดดยามเช้าทอประกายอ่อนโยนลอดผ่านม่านบางเบาของห้องนอนหมอภีมที่หรูหรา นัทลืมตาตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกสบายตัวและอิ่มเอมใจจากค่ำคืนที่ผ่านมา เขาพลิกตัวมองคนที่ยังหลับใหลอยู่ข้างกายหมอภีมยังคงหลับลึก ใบหน้าหล่อเหลาที่มักจะดูเคร่งขรึมยามทำงาน บัดนี้ดูผ่อนคลายและอ่อนโยนอย่างที่สุด นัทอมยิ้มบางๆ ก่อนจ
เช้าวันนี้ บรรยากาศในวอร์ดศัลยกรรมดูเงียบเหงาผิดปกติ โดยเฉพาะบริเวณเคาน์เตอร์พยาบาล เมื่อวานนัทกับหมอเจตน์ได้พบกับป้าผึ้งที่ตลาดกลางเมือง ทั้งสองก็ได้รู้แล้วว่า แม่ของเด็กลูกกวาดไม่ได้อยู่ในประเทศไทยอีกแล้ว ป้าผึ้งบอกว่า 'อีพามันบินไปประเทศนอกกับผัวฝรั่งของมันอาทิตย์ก่อนแล้ว เสียดายที่พวกคุณมาช้า
กลุ่มควันสีดำและสีขาวม้วนตลบเป็นเกลียวกลางลานบ้าน ท่ามกลางสายตาของกลุ่มคนเป็นที่มองเห็นเพียงม่านควันประหลาด แต่สำหรับนัทแล้ว มันคือการต่อสู้ด้วยแม่ไม้มวยไทยอันดุเดือดระหว่างผีสองตนที่เขาสามารถมองเห็น และนัทเดาว่าอาจเป็นเพราะผีลุงจันทร์ต้องการทำให้เขาเห็นนั่นเองผีนายเข้มใบหน้าดุดันท่าทางคล่องแคล่วร
ยามเช้ามาถึงพร้อมกับแสงสีเทาอ่อนๆ ที่ลอดผ่านม่านเข้ามาในห้อง แต่สำหรับนัทแล้ว ทุกอย่างยังคงมืดมิด เขาไม่ได้หลับเลยทั้งคืน ดวงตาบวมช้ำจากการร้องไห้หนักหน่วง จ้องมองเพดานอย่างว่างเปล่านัทหยิบโทรศัพท์ที่แบตเตอรี่ใกล้หมดขึ้นมาดูอีกครั้ง นิ้วเรียวเลื่อนผ่านหน้าจออย่างเลื่อนลอย ก่อนจะไปสะดุดกับแจ้งเตือน