All Chapters of หมอคนนี้ ผีลุงบอกว่าใช่!***: Chapter 1 - Chapter 10

48 Chapters

2.กลิ่นความรักและภัยคุกคาม

เช้าวันรุ่งขึ้น... ความวุ่นวายเรื่องเอกสารที่หายไปดูเหมือนจะถูกลืมไปชั่วขณะ แต่ความสงสัยในดวงตาของคุณหมอภีมที่มองนัทเมื่อคืนนั้นยังคงติดอยู่ในความรู้สึกของนัทไม่หายขณะที่กำลังยืนเตรียมของอยู่หลังเคาน์เตอร์พยาบาล ก่อนที่เสียงทักทายที่เต็มไปด้วยความเป็นกันเองจะดังขึ้น"อรุณสวัสดิ์! นี่พยาบาลคนใหม่เหรอเนี่ย? น่ารักจังเลย"คนถูกชมว่าน่ารักรีบหันไปมอง ก็พบกับชายหนุ่มร่างสูงโปร่ง ใบหน้ายิ้มแย้ม สวมเสื้อกาวน์และมีป้ายชื่อเขียนว่า นพ. เจตน์ อัศวเดช… หมอเจตน์ยิ้มกว้าง มองพยาบาลน้องใหม่อย่างเปิดเผยต่างจากหมอภีมลิบลับนัทยิ้มกว้างอย่างมีมิตรไมตรี "สวัสดีครับคุณหมอเจตน์ ผมน้องนัทครับ" "ผม หมอเจตน์ เป็นเพื่อนซี้ของไอ้ภีมมันน่ะ" เพื่อนสนิทหมอภีมบอก พร้อมกับหันไปพยักเพยิดใส่เพื่อนที่กำลังจิบกาแฟอยู่ตรงมุมหนึ่ง "ไอ้ภีมนี่โชคดีจริ๊งจริง ได้พยาบาลที่น่ารักมาเป็นผู้ช่วย น่าอิจฉาชะมัด"หมอภีมวางแก้วกาแฟลงเบาๆ แต่สายตากลับจ้องตรงมาที่นัทและหมอเจตน์"เจตน์" หมอภีมพูดเสียงเรียบ "มาทำงานไม่ใช่มาจีบผู้ช่วยฉัน ถ้าว่างมากก็ไปดูเคส OPD สิ""โถ่! ไอ้หมอ! ฉันแค่ทักทายน้องเขาตามมารยาทไหม.." หมอเจตน์หัวเราะเบาๆ ก่
Read more

3.พาย่าแสงมาเยี่ยมหลานชาย

5เดือนต่อมาย่าแสงนั่งกอดเข่าอยู่บนโซฟาผ้าลายดอกวินเทจสีซีดจางในห้องรับแขกของบ้านไม้สองชั้นเก่าแก่ใจกลางกรุงเทพฯ ดวงตาที่ฉาบด้วยม่านฝ้าสีขาวขุ่นตามวัยนั้น มองจ้องไปยังมุมหนึ่งของห้องอย่างมีจุดมุ่งหมาย ระหว่างพ่อกับแม่ของนัท กำลังง่วนอยู่กับการจัดเรียงข้าวของเครื่องใช้และผลผลิตสดๆ ที่หอบหิ้วมาจากสวนที่ปากช่อง"นัทมันบอกว่าไม่ต้องหิ้วมาเยอะแยะ" คุณสมพรเอ่ยขึ้นขณะจัดวางกระเช้าพืชผักสดบนโต๊ะข้างผนังครัว คุณอำนาจถอนหายใจ ก่อนพูดว่า "ก็ลูกคนเดียวทั้งคนนี่นา ตั้งแต่น้องนัทมาอยู่บ้านแม่ที่ทิ้งไว้นานเป็นสิบๆ ปีหลังนี้ ก็เป็นห่วงกลัวเขาจะกินจะอยู่ไม่ดีเอาน่ะสิ"ลูกชายคุณอำนาจและคุณสมพรเดินเข้าครัวมาพอดี นัทอยู่ในชุดลำลองเสื้อยืดกางเกงวอร์มที่เพิ่งกลับจากเข้าเวรเป็นพยาบาลแผนกศัลยกรรม เขายิ้มพลาง "โธ่พ่อครับ! บ้านนี้มันก็แค่เก่าไง…แต่ไม่ได้ทรุดโทรมขนาดนั้นซะหน่อย นัทใช้เงินเดือนจ้างช่างมาซ่อมแซมส่วนที่ผุพังไปเยอะแล้วนะครับ ดูสิครับ” นัทยื่นมือลูบผนังสีขาวเบาๆ ... “สีก็เพิ่งทา โครงสร้างก็ยังแข็งแรงดีอยู่เลย"จริงอย่างที่ลูกชายพูด บ้านหลังนี้แม้จะเก่าตามอายุ แต่กลับดูอบอุ่นและถูกดูแลรักษาไว้เป็นอย
Read more

4.แผนหลอกให้ติดหนี้บุญคุณ

คุณหญิงรัชนี สีหน้าเคร่งเครียดกำลังนั่งกุมขมับอยู่บนเก้าอี้หลุยส์ตัวงามในห้องทำงานที่ตกแต่งด้วยสไตล์ยุโรปโบราณ ตรงหน้ามีแคตตาล็อกดอกไม้ที่เปิดทิ้งไว้ "ตายจริง... ฉันจะหาดอกกุหลาบมอญที่สมบูรณ์สำหรับงานกาล่าในอีกสองวันได้จากที่ไหนกันเนี่ย!” เธอนั่งบ่นกับตัวเอง..เพราะร้านประจำที่คุณหญิงเคยสั่งก็ดันมีปัญหาเรื่องโรคพืช กุหลาบที่ต้องการไม่เหลือสักดอกผีลุงจันทร์ ลอยเข้ามาในห้องอย่างเงียบเชียบ เขายิ้มกริ่มเมื่อเห็นเหยื่อกำลังตกอยู่ในความท้อแท้ "อู้ย... แย่จังเลยนะครับคุณหญิง... ดอกไม้เหี่ยวๆ แหว่งๆ นี่มันไม่สวยเลยเนอะ..." ลุงจันทร์เริ่มปฏิบัติการเป่าหูแน่นอนว่าคุณหญิงรัชนีไม่ได้ยินเสียงกระซิบของผี แต่ลุงจันทร์รู้ดีว่าการจะส่งผลกระทบต่อจิตใจมนุษย์นั้น ไม่จำเป็นต้องใช้เสียง ผีอย่างเขาเริ่มใช้พลังวิญญาณดึงเอาภาพและความรู้สึกที่เกี่ยวข้องกับอำเภอปากช่อง เขาใหญ่ และ การเกษตรดั้งเดิม เข้ามาในความคิดของคุณหญิงรัชนีอย่างแนบเนียนคุณหญิงรัชนีกำลังคิดถึงรายชื่อซัพพลายเออร์เจ้าอื่นอยู่ดีๆ จู่ๆ ภาพของตลาดสดที่เต็มไปด้วยพืชผักสีเขียวสด และภาพของหญิงวัยกลางคนคนหนึ่งที่ใส่หมวกสานกำลังดูแลแปลงดอกไม้อย่าง
Read more

5.ไร้ทางออก

…เย็นวันนั้น ในห้องรับแขกที่บ้านของนัท เมื่อคุณสมพรกับคุณอำนาจกลับมาถึงบ้าน ก็ทรุดตัวนั่งบนโซฟาบุนวมคนละฝั่ง เป็นเวลาเดียวกันที่ลูกชายเพิ่งเลิกงานพอดี เขาเดิมเข้ามาสมทบในห้องปลดกระเป๋าเป้วางลงบนโต๊ะ ก่อนนั่งลงข้างมารดา "เป็นยังไงบ้างครับแม่ พ่อ… คุณหญิงกับหมอภีมเขาว่ายังไงบ้าง?"คุณสมพร "โอ๊ย! คุณหญิงเขาน่ะดีใจใหญ่เลยน้องนัท! เขาบอกว่าแม่ช่วยชีวิตเขาไว้เลยนะ!" มารดาเล่าอย่างตื่นเต้น "เขายังฝากของฝากมาให้เราเยอะแยะเลย... เป็นผ้าไหมกับผลไม้เมืองนอกราคาแพงเชียวนะลูก""แถมหมอภีม... ลูกชายเขาก็หน้าตาดีมากด้วย ผู้ชายอะไรสมบูรณ์แบบไปทุกด้านได้ขนาดนั้น" บิดาพูดเสริมอย่างออกนอกหน้า "เขายังบอกขอบคุณพ่อกับแม่ซ้ำๆ เลยนะลูก"นัทพยายามนึกภาพตามที่พ่อพูดถึงหมอภีมแบบนั้น แต่เขากลับนึกไม่ออกจริงๆ ท่าทางแบบนั้นจะเป็นยังไงนะ เพราะทั้งวี่ทั้งวันน้อยนักที่จะเห็นยักษ์ตนนั้นยิ้มสักที พูดอะไรออกมาแต่ละคำเนี่ย นึกว่าอมหมาไว้ในปากซะอีก“ว่าแต่เราเถอะ น้องนัท..อุตส่าห์ได้ทำงานเป็นผู้ช่วยหมอภีมทั้งที แล้วอย่าเผลอทำอะไรผิดพลาดให้หมอภีมเขาตำหนิลูกได้ล่ะ…หมอเก่งๆ แบบนี้… วันหน้าครอบครัวเราอาจได้พึ่งพาความสามารถเข
Read more

6.หมอภีมถูกแม่บังคับ

“ลูกมาได้ยังไง…” พาเอ่ยถามลูกชายเสียงสั่น“ผมได้ยินเสียงตะโกนจากท้ายซอยครับแม่ เลยรีบวิ่งมาดู” ลูกกวาดย่อตัวลงข้างพ่อแม่ มือสั่นระริกเมื่อเห็นรอยเลือด เขารีบไปหยิบผ้าขนหนู จุ่มเข้าไปในอ่างน้ำเล็กๆ ทั้งที่น้ำในอ่างขุ่นคล้ำจนมองไม่เห็นก้นอ่าง เขาบรรจงเช็ดเลือดให้พ่อด้วยความอ่อนโยน แล้วหันมาดูรอยฟกช้ำบนแขนแม่ด้วยหัวใจที่ร้อนรุ่ม “แม่เจ็บไหมครับ...”พาส่ายหน้าทั้งน้ำตา “ไม่เจ็บเท่าที่พ่อเจ็บหรอกลูก”ลูกกวาดสูดลมหายใจลึก พยายามรวบรวมความกล้าให้เสียงไม่สั่น “พ่อครับ... แม่ครับ... ทางโรงเรียนเขาทวงค่าเทอมอีกแล้วครับ”คำพูดนั้นทำให้ความเงียบที่เคยมีกลับมาหนักอึ้งอีกครั้ง เข้มกับพามองหน้ากันอย่างสิ้นหวัง“เขาบอกว่าถ้าอาทิตย์นี้ผมไม่จ่าย เขาจะตัดสิทธิ์การสอบปลายภาคครับ” เด็กหนุ่มเงยหน้าขึ้นมองพ่อแม่ด้วยแววตาที่เจ็บปวด “ผม... ผมอาจไม่ได้เรียนต่อ ม.6 แล้วนะครับ”คำพูดสุดท้ายนั้นเหมือนคมมีดเชือดกลางอกของพ่อแม่ เข้มกัดฟันแน่นจนกรามขึ้นสันนูน รู้ดีว่าลูกชายพยายามเรียนหนักเพียงใด เขานอนดึกตื่นเช้าเพื่ออ่านหนังสือ หวังเพียงใบปริญญาที่เชื่อว่าเป็นทางรอดเดียวของครอบครัว พาก็ยกมือปิดปากไว้แน่น น้ำตาเอ่อ
Read more

7.คำสั่งพิเศษ

ห้องทำงานหมอภีมหมอภีมหันกลับมาเผชิญหน้ากับน้องนัทอีกครั้ง ใบหน้าคมคายเคร่งเครียด ดวงตาคมกริบมองตรงไปที่น้องนัทอย่างจริงจัง จนเด็กหนุ่มต้องหลุบตาลงเล็กน้อยผีลุงจันทร์ ลอยตัวเข้ามาใกล้ที่สุดเท่าที่จะทำได้ ตั้งใจรอฟังประโยคที่ควรจะง่ายแสนง่ายนี้"นี่นัท!" หมอภีมกล่าวเสียงเฉียบขาด "ฉันจะบอกนายตรงๆ เลยนะ... เรื่องชุดออกงานอะไรนั่นน่ะ... มันเป็นแค่เรื่องไร้สาระของพวกชนชั้นสูง ฉันไม่ได้อยากไปยุ่งเกี่ยวเลยสักนิด แต่แม่ขอร้องมา..."น้องนัทเงยหน้าขึ้นมองหมอภีมอย่างสงบ "ครับ"หมอภีมถอนหายใจยาว พยายามเรียบเรียงคำพูดให้ดูเป็นเรื่อง 'งาน' และ 'ภาระ' ที่เขาจำเป็นต้องทำ"ดังนั้น... ฉันจะมอบหมายภารกิจนี้ให้นาย" หมอภีมล้วงกระเป๋าสตางค์หนังแท้ราคาแพงออกมา เขาดึงบัตรเครดิตสีดำใบหนึ่งที่จำกัดวงเงินมหาศาลออกมาวางไว้บนโต๊ะทำงาน"นี่คือบัตรของฉัน" หมอภีมพูดต่อด้วยน้ำเสียงเย็นชา "วันพรุ่งนี้... นายไปเลือกซื้อชุดที่... ที่ไหนก็ได้ที่มันแพงที่สุดตามที่แม่ต้องการ เลือกมาให้ดีที่สุดสำหรับงานกาล่า... นายไปกับเลขาของฉัน""โธ่เอ๊ย! ไม่ใช่แบบนั้น!" ผีลุงจันทร์ส่งเสียงร้องออกมาอย่างสิ้นหวังในความคิดของเขาเอง ร่างโป
Read more

8.วันแตกสลาย บ้านไม้ผุริมคลอง

บ้านไม้ผุที่ตั้งอยู่ริมคลองเน่าเหม็นยังคงส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดเป็นจังหวะเศร้าสร้อยทุกครั้งที่ลมจากคลองพัดผ่าน ราวกับเป็นเสียงถอนหายใจของตัวบ้านเอง หนึ่งสัปดาห์เต็มที่ความตึงเครียดได้บ่มเพาะจนถึงขีดสุดพานั่งเหม่ออยู่หน้าโต๊ะเตี้ย ๆ ที่เต็มไปด้วยเอกสารแห่งความพ่ายแพ้ บิลเก่าที่ค้างชำระจนสีซีดจาง กระดาษทวงหนี้ที่ตัวอักษรสีแดงฉานเหมือนรอยเลือด และสมุดบัญชีที่ตัวเลขแดงพรืดเหมือนเลือดคั่งในบาดแผลเก่า เธอไม่ได้แค่กุมขมับ แต่เป็นการโอบศีรษะไว้ราวกับกลัวว่ามันจะระเบิดออกด้วยความสิ้นหวัง ใบหน้าของเธอเหนื่อยล้าจนเกือบจะว่างเปล่า ดวงตาที่เคยมองโลกอย่างทะเยอทะยานบัดนี้กลับเต็มไปด้วยความมืดมิดเข้มเดินเข้ามาจากด้านนอก ความร้อนระอุของแดดอ่อน ๆ ยังติดอยู่บนเสื้อยืดเก่า ๆ ของเขา มือยังเปื้อนน้ำมันเครื่องสีดำคล้ำจากการรับจ้างซ่อมรถในซอย กลิ่นน้ำมันกับเหงื่อเป็นกลิ่นประจำตัวที่พาเคยชิน แต่ตอนนี้มันกลับเป็นกลิ่นแห่งความล้มเหลว“วันนี้พี่ได้มาแค่สามร้อยเองพา” เข้มพูดเสียงแผ่ว พยายามไม่สบตาเมียรัก “เขาบอกงานน้อย… พวกเด็กแว้นมันไม่ค่อยมาซ่อมกันเลยช่วงนี้.. แย่ชะมัด”พาไม่ตอบ เธอเพียงหายใจเข้าออกหนักๆ เสียงดัง
Read more

9.เข้มถูกภรรยาทิ้ง

สองวันต่อมายามเย็นของสลัมเต็มไปด้วยเสียงทะเลาะของบ้านข้าง ๆ เสียงเรือเก่าครูดน้ำ และกลิ่นขยะลอยคลุ้ง แต่ในบ้านของเข้ม ทุกอย่างกลับเงียบสงัดอย่างประหลาดพายืนกลางห้อง มือกำหูหิ้วกระเป๋าเสื้อผ้าเก่า ๆ ที่ยัดของใช้ส่วนตัวจนป่อง เธอไม่มองเข้มแม้เพียงเสี้ยววินาที“พา… อย่าทำแบบนี้นะ” เข้มรีบเข้าไปขวางประตู สีหน้าทั้งหวาดกลัวและอ้อนวอน “เราคุยกันใหม่ได้ไหม พี่จะหางานเพิ่ม พี่จะไม่ทำให้ผิดหวังอีกแล้ว พี่ขอโท..”พาผลักเขาออกเบา ๆ แต่หนักพอจะทำให้เข้มสะดุดถอย “ฉันตัดสินใจแล้วเข้ม ไม่มีอะไรให้คุยอีก”“แต่ลูกกวาด… ครอบครัวเราจะ..”“พี่ไม่ต้องสอนฉันเรื่องครอบครัวนะ” เธอกัดฟัน “ตั้งแต่โดนโกง ฉันก็เป็นคนต้องวิ่งหาเงินทุกวัน พี่ทำอะไรได้บ้าง นอกจากหวังพึ่งน้ำใจคนอื่นไปวัน ๆ”คำพูดนั้นเหมือนเหล็กแหลมทิ่มทะลุหัวใจเข้ม เขาอ้าปาก แต่ไม่รู้จะพูดอะไร เพราะทุกอย่างที่เธอว่า… มันจริงพาสะพายกระเป๋า หยิบรองเท้า แล้วเปิดประตูบ้านผุ ๆ ออกไปทันที ตรงหน้าบ้าน มีชายคนหนึ่งยืนรออยู่ เขาสูงกว่าเข้ม ตัวใหญ่กว่า และเสื้อผ้าที่สวมใส่บ่งบอกถึงอีกฝ่ายไม่ใช่คนในสลัม ใบหน้าคมกริบพร้อมรอยยิ้มมุมปากที่สะท้อนความมั่นใจว่า ผ
Read more

10.ให้มันได้อย่างนี้สิ!

หมอภีมยืนอยู่ตรงหน้าโต๊ะทำงาน จ้องมองปากกาในมือของตัวเองอย่างครุ่นคิด เขากำลังต่อสู้กับความรู้สึกที่หลากหลายในใจ โดยมีผีลุงจันทร์ลอยอยู่ข้างๆ ส่งกระแสจิตสนับสนุนอย่างเต็มที่" เอาสิไอ้ภีม! โอกาสสุดท้ายแล้วโว้ย"หมอภีม "น้องนัท..."เจ้าของชื่อนัท ที่กำลังก้มหน้าก้มตาพิมพ์รายงานอยู่ก็หยุดมือ และเงยหน้าขึ้นอย่างตั้งใจรอฟัง "ครับ"อีกฝ่ายก่อนจะพูดบางอย่าง เขาสูดหายใจเข้าลึกๆ จนเต็มปอด คราวนี้ตั้งใจไว้ว่าจะไม่ปล่อยให้ความเย็นชาหรือความกระอักกระอ่วนมาขัดขวางอีกแล้ว เพราะเพิ่งผ่านสถานการณ์ความเป็นความตายมาหมาดๆ เรื่องนี้จึงควรเป็นเรื่องที่เล็กน้อยที่สุดในโลกหรือไม่และพูดออกมาด้วยน้ำเสียงเรียบๆ ทุ้มต่ำ แต่แฝงด้วยอำนาจสั่งการในแบบฉบับของเขาเอง ราวกับกำลังสั่งให้ไปหยิบผ้าก๊อซ หรือสั่งจ่ายยาอะไรสักอย่าง"เรื่องชุดออกงานนั่นน่ะ... ไม่ต้องส่งเลขาไปหรอก เสียเวลา" "ครับ.." นัททำหน้างงหมอภีมกล่าวอีก "นายกับฉันไปซื้อด้วยกัน พรุ่งนี้เช้า หลังฉันเสร็จธุระที่บ้านแม่"คนถูกสั่งนิ่งไปชั่วขณะ ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความประหลาดใจอย่างที่สุด นี่ไม่ใช่คำพูดที่มาจากคนที่เพิ่งจะโยนบัตรเครดิตให้ไปจัดการเองเมื่
Read more
PREV
12345
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status