LOGIN
ฟาเรนท์...
ในวันที่พี่ชายของฉันทั้งสองคนกำลังมีความสุข มีลูกที่น่ารัก มีภรรยาที่แสนดี มีธุรกิจที่สร้างกันขึ้นมาเอง กลับเป็นวันที่ฉันต้องถูกจับหมั้นหมายกับผู้ชายคนหนึ่ง ที่เมื่อก่อนฉันล่ะเคยเกลียดเขาเข้าไส้
สามปีก่อน...
"ที่นี่มีแต่นักศึกษาแพทย์ว่ะไม่มีหมอ อยากหาหมอก็ไปโรงบาลดิ"
เสียงของผู้ชายคนหนึ่งดังออกมาจากทางโต๊ะม้าหินอ่อนหน้าตึกคณะแห่งหนึ่ง ทำให้ฉันที่เดินตามหาไอ้พี่ชายอยู่ต้องเดินตามเสียงนั้นไป
"งั้น...กูมาหาเมีย"
เสียงไอ้พี่คีพี่ชายที่แสนชั่วของฉันพูดขึ้นพลางยิ้มมุมปากไปด้วย สายตาก็มองไปยังผู้หญิงคนหนึ่งที่ยืนอยู่ด้านหลังผู้ชายอีกคน
"ไอ้อัคคีมึง!"
ผลั๊ว!
หมัดหนัก ๆ ของผู้ชายคนนั้นทำให้ไอ้พี่คีที่ยืนอยู่ล้มลงไปกองกับพื้น ฉันที่มันแต่ตกใตเพราะคิดไม่ถึงว่าไอ้พี่คีมันจะโดนต่อยจริง ๆ อึ้งจนแทบก้าวขาไม่ออก
"ผิดจรรยาบรรณนะครับคุณหมอ ทำร้ายร่างกายผู้อื่นน่ะ"
ไอ้พี่คีส่งยิ้มกวน ๆ ให้ผู้ชายคนนั้นก่อนจะค่อย ๆ ลุกขึ้น หึ้ย! ว่าจะไปช่วยไม่ช่วยแล้ว ถ้ามันยังมีแรงกวนประสาทชวนบ้านได้แสดงว่ามันไหว
"ถ้ากูต้องผิดจรรยาบรรณเพียงเพราะผู้ชายเลว ๆ อย่างมึงกูยอม!"
ผู้ชายคนนั้นตะคอกใส่หน้าไอ้พี่คีที่ไม่มีท่าทีสำนึกผิด แล้วตอนนี้ฉันจะทำยังไงได้นอกจากยืนดูอยู่ห่าง ๆ ว่าแต่ไอ้พี่มันไปก่อเรื่องอะไรไว้อีกล่ะคราวนี้
"เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับมึงถอยไป!"
ไอ้พี่คีเดินเลยผู้ชายคนนั้นไป ก่อนจะเอื้อมมือไปคว้าข้อมือของผู้หญิงด้านหลังออกมา
"เราต้องคุยกันน้ำแข็ง"
ไอ้พี่คีบอกเธอด้วยน้ำเสียงดุ ๆ
"แต่น้ำแข็งไม่มีอะไรจะคุยกับมึง!"
ตุบ!
ฉันยืนแอบมองผู้ชายคนนั้นถีบไอ้พี่คีจนล้มลงกับพื้นก่อนจะดึงผู้หญิงคนนั้นไปไว้ด้านหลัง ฉันล่ะไม่เข้าใจเธอจริง ๆ เลยว่าทำไมถึงยืนมองผู้ชายสองคนทะเลาะกันเพราะตัวเองได้ ไม่ห้ามเลยแฮะ!
"เรื่องของผัวกับเมีย! อย่าเสือก!"
ผลั๊ว!
ไอ้พี่คีตะโกนใส่คนตรงหน้าก่อนจะพุ่งหมัดหนัก ๆ เข้าหาคนที่ยืนอยู่จนเซไปอีกทาง แต่แล้วคนที่โดนหมัดก็เหมือนจะไม่ยอมง่าย ๆ เพราะกำลังสวนหมัดเข้ามาหาไอ้พี่คีอีก
"ไอ้อัคคี! อย่าอยู่เลยมึง!"
"พะพี่อัค! หยุดนะ! / เฮ้ย! ไอ้อัคคี! / เฮียธันปล่อยเพื่อนกู!"
ฉันที่ทนดูต่อไปไม่ไหววิ่งออกไปผลักผู้ชายคนนั้นออกจากไอ้พี่คี แล้วก็มีผู้ชายอีกสามคนที่ตามลงมาจากรถเพื่อแยกสองคนออกจากกัน คนที่ตามมาช่วยกันห้ามก็ไม่ใช่ใครที่ไหนแต่เป็นเพื่อน ๆ ของไอ้พี่มันนี่แหละ
"พี่เป็นเหี้ยไรวะมาต่อยเพื่อนผมเนี่ย แล้วมึงไอ้อัคไปทำเหี้ยไรไว้ถึงโดนเฮียธันต่อย"
พี่เทอร์โบวิ่งมาแทรกกลางพลางหันหน้าไปมาระหว่างคนสองคนที่ยืนจ้องหน้ากันอย่างเอาเป็นเอาตาย สรุปว่าคนพวกนี้รู้จักกันเหรอ?
"มึงก็ถามเพื่อนมึงสิว่าไปทำเหี้ยอะไรไว้ถึงได้โดนกูต่อย"
ผู้ชายคนนั้นพูด
"เมียกูหายกูเลยมาตามหา มึงต่างหากเสือกไม่เข้าเรื่อง"
ไอ้พี่อัคบอก
"ไอ้อัคคี!"
"ถ้านายทำร้ายพี่ชายฉันอีกล่ะก็ คราวนี้นายได้ต่อยกับฉันแน่"
คนตรงหน้าจะกระโจนใส่ไอ้พี่คีอีกรอบจนฉันต้องเข้าไปแทรกกลางและผลักอกเขาออกไปแรง ๆ เพราะไม่อยากให้มีเรื่องกันอีก ถึงฉันจะเป็นผู้หญิงที่ผู้ชายทั้งมหาลัยโหวตให้เป็นผู้หญิงสวยและเซ็กซี่ที่สุด แต่ก็อยากจะบอกอยู่เหมือนกันว่าฉันน่ะ ดุพอตัว
"โอ้ยพอ ๆ แยก ๆ ฟาเรนท์พาไอ้อัคไปทำแผลแล้วก็พามันกลับคอนโดไปเลยไม่ต้องเรียนแม่งแล้ววันนี้ ส่วนเฮียผมขอโทษแทนเพื่อนผมล่ะกันที่ล่วงเกินเฮียไป"
เสียงพี่เหมันต์ปรามฉันก่อนจะดันหลังฉันให้เซไปหาไอ้พี่อัคที่ยืนหน้านิ่วคิ้วขมวดอยู่
"เดี๋ยวกูจะกลับกับเมียกู มึงเอารถมาใช่มั้ยฟา"
ไอ้พี่คีหันมาถามฉัน
"เออเอารถมา"
"เอากุญแจรถมา แล้วมึงกลับแท็กซี่"
"มึงว่าไงนะพี่"
ฉันถามมันอย่างงงๆ
"กูบอกว่ากูจะกลับกับเมีย ส่วนมึงอะเอากุญแจมาแล้วนั่งแท็กซี่กลับไป"
".........."
หลังจากเกิดเหตุการณ์ในวันนั้นขึ้นฉันก็ไม่ได้คุยกับไอ้พี่คีอีก ไม่ได้ถามไถ่เรื่องที่เกิดขึ้นว่าเป็นมายังไงแล้วก็ไม่อยากยุ่งเรื่องของพี่มันด้วย
"มึง วันนี้ไปดริ๊งค์กัน"
เสียงเพื่อนผู้ชายหน้าหล่อเดินมานั่งลงม้าหินอ่อนฝั่งตรงข้ามฉันพูดขึ้น ขณะที่เรากำลังนั่งจับกลุ่มคุยเรื่องรายงานกันอยู่
"แต่พรุ่งนี้มีสอบนะมึง ไปดริ๊งค์แล้วจะสอบไหวหรอ"
ฉันรีบแย้ง ตอนนี้ฉันเรียนวิศวะปีสี่แล้ว อีกเทอมเดียวก็จะเรียนจบแล้วด้วยเลยอยากตั้งใจให้มาก ๆ เพราะยังมีอีกหลายอย่างที่ต้องทำ อีกอย่างนะถ้าฉันจบช้าต้องถูกไอ้พี่ทั้งสองของฉันล้อแน่เลย
"ไม่เป็นไรหรอกมึง เทอมนี้กูมีคะแนนเก็บเยอะแล้ว"
ไอ้หนึ่งเพื่อนผู้ชายของฉันรีบแย้งเพราะหาเรื่องจะไปดริ๊งค์ให้ได้
"เออไปเหอะมึง กูก็ไม่ได้ดริ๊งมานานแล้วเหงาปากอะ"
ไอ้สองฝาแฝดไอ้หนึ่งพูดเสริม
"เออๆ ไปก็ไป"
ฉันตอบปัดรำคาญไปก่อนจะหันกลับมาสนใจรายงานในมือต่อ
"งั้นเจอกันร้านเดิมนะมึง รีบ ๆ กลับล่ะเย็นแล้วมัวแต่ห่วงรายงานอยู่นั่นแหละ"
ไอ้หนึ่งกับไอ้สองบอกก่อนจะโบกมือลา
"เออน่า"
คณะฉันส่วนมากมีแต่ผู้ชายเพราะเป็นคณะวิศวะ และสาขาที่เรียนอยู่ก็เป็นโยธาฉะนั้นน้อยมากที่ฉันจะมีเพื่อนเป็นผู้หญิง แต่ถึงมีก็แตกหน่อแยกกลุ่มออกไปคนละทิศละทางไม่ได้มานั่งทำงานในกลุ่มเดียวกันกับฉันหรอก ส่วนเพื่อนในกลุ่มฉันส่วนมากก็เป็นผู้ชาย แรงบันดาลใจในการเรียนคณะนี้ของฉันก็มาจากแฝดพี่คนโตนั่นแหละ แต่ก็ไม่ได้เรียนมหาลัยเดียวกันหรอกนะเพราะเหม็นขี้หน้ามัน
ฟาเรนท์...หลังจากที่ฉันกับธันวาแต่งงานกัน เขาก็ทำให้ฉันรู้ว่า..."ธันวา นายตื่นได้แล้ว สายแล้วเนี่ยคนไข้จะรอนานนะ""อื้อ ขอห้านาทีนะเมียจ๋า"ให้มันได้อย่างนี้สิ เป็นหมอแต่ตื่นสายคนไข้ไม่ตายกันหมดหรือไงต่อมา..."ธันวา! ทำไมแช่จานไว้แบบนี้ห๊ะ!""ฝากล้างหน่อยนะจ้ะเมียจ๋า""ธันวา! เลิกงานมาแล้วก็ไปอาบน้ำก่อนสิ โรงพยาบาลเชื้อโรคเยอะจะตาย ไปอาบน้ำแล้วค่อยมานอน""อาบพรุ่งนี้ได้มั้ยอ่าวันนี้เหนื่อยมากเลยเมียจ๋า"อ๊ากกกก!"ธันวา! ทำไมนายถอดเส
ฟาเรนท์...ไม่นานฉันกับธันวาก็ขึ้นมาถึงชั้นบนที่เป็นห้องพักส่วนตัวของผับ ที่มีแค่ฉัน พี่สะใภ้กับพวกไอ้พี่ ๆ เท่านั้นที่จะขึ้นมาได้ และชั้นนี้ก็มีห้องพักประมาณสี่ห้องได้มั้งที่ไอ้พี่สั่งสร้างเพิ่มจากเดิมที่มีแค่สองห้อง เอาไว้ให้พวกเราขึ้นมาพักเวลาที่เมาหนักกลับบ้านไม่ไหว"อื้อ ธันวาปล่อยก่อน"ฉันบอกคนใจร้อนที่พอปิดประตูปุ๊บ ก็ดันฉันจนแผ่นหลังติดกำแพงห้องก่อนจะรีบเข้ามานัวเนียตามซอกคอของฉัน มือใหญ่สองข้างก็ขยำสะโพกฉันไปด้วยราวกับว่ากำลังหื่นกระหาย"หอมจังเลยฟาเรนท์ วันนี้เธอสวยจริง ๆ"เสียงคนที่ซุกไซร้ตามซอกคอฉันพูดขึ้น"เป็นอะไรของนาย ปกติก็ไม่ได้รีบร้อนแบบนี้นี่"ฉันว่าพลางเอาแขนคล้องคอเขาไปด้วย"ฟา... ฉันกลัวเธอมี
ฟาเรนท์...หลังจากผ่านเรื่องราวต่าง ๆ มามากมาย ฉันกับธันวานั้นก็ได้หมั้นหมายกันและกำลังจะแต่งงานกันในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้านี้ แต่ถึงจะเป็นแบบนั้นเราทั้งคู่ต่างก็ยังทำงานและทำหน้าที่ต่าง ๆ ของตัวเองอยู่ เราสองคนยังไม่ค่อยมีเวลาให้กันเหมือนเดิม เพราะฉันเริ่มมาเรียนรู้งาน ส่วนธันวาก็มีเวลาน้อยตามประสาคนเรียนแพทย์นั่นแหละธันวาได้เริ่มใช้ทุนนักศึกษาแพทย์ที่โรวพยาบาลรัฐที่มหาลัยเขาในการสนับสนุนอยู่ และมีรับงานเสริมที่โรงพยาบาลของเพื่อนไอ้พี่อัคด้วย ส่วนฉันคุณย่าได้ยกกิจการโรงแรงแรมและคอนโดในไทยทั้งหมดให้ดูแล เพราะท่านแก่มากแล้วและอยากจะพักผ่อนฉันเริ่มย้ายเข้ามาอาศัยอยู่ที่บ้านของธันวาโดยที่ทุกคนในบ้านฉันรู้และไม่มีใครกีดกัน ฉันไม่ได้คิดเรื่องมีบ้านเป็นของตัวเองเพราะมันไม่สำคัญสำหรับฉัน และธันวาก็อยากดูแลแม่เขาด้วย เราสองคนคงอยู่ที่บ้านของเขาเลย หายากเนอะผู้ชายรักแม่แบบนี้
ธันวา..."ไอ้พี่..."ฟาเรนท์เรียกคนตรงหน้าอย่างหวั่น ๆ เมื่อมันไม่ยอมให้เราสองคนเข้าไปในบ้าน แต่กลับออกมายืนจ้องหน้าผมไว้ราวกับจะฆ่ากันตรงนี้ให้ได้เลย"ทุกคนรู้หมดว่ามึงกับมันคบกันจนจะแต่งกันอยู่แล้วแต่กูเพิ่งรู้ มึงเห็นกูเป็นเหี้ยอะไรฟา!"เสียงตะโกนจากคนตรงหน้าทำให้คนที่ยืนข้างผมต้องหลับตาปี๋ตัวสั่นระริก ไม่คิดเลยว่าคนคนนี้จะกลัวพี่คนโตมากขนาดนี้"ฟาเป็นน้องมึงนะ มึงพูดกับฟาดี ๆ สิวะ"ผมที่ทนไม่ได้พูดกับมันก่อนจะดันตัวฟาเรนท์ให้ไปยืนอยู่ด้านหลังแล้วเผชิญหน้ากับมันแทน"พี่กับน้องเขาจะคุยกันคนนอกอย่างมึงอย่าเสือก!""แต่ฟาเป็นเมียกู! กูจะเสือก!"ผลั๊ว!
ธันวา...หลังจากวันนั้นที่ผมขอฟาเรนท์แต่งงาน ผมก็รีบโทรไปบอกพ่อกับแม่ของฟาเรนท์รวมถึงคุณย่าของเธอที่อังกฤษด้วย พวกท่านก็ดีใจกันยกใหญ่ที่ฟาเรนท์จะได้เป็นฝั่งเป็นฝา แต่พวกท่านขอเวลาเคลียร์งานกันสักพักก่อนจะถึงวันที่ผมกับฟาเรนท์ต้องหมั้นกันถ้าถามว่าทำไมไม่แต่งกันเลยก็เพราะว่าตอนนี้ที่บ้านของฟาเรนท์มีปัญหาหลายอย่างให้จัดการ เรื่องพวกนั้นก็คงเป็นเรื่องพี่ชายของเธอนั่นแหละ เรื่องที่พี่ชายคนรองของเธอได้เจอกับภรรยาที่เข้าใจผิดว่าเสียชีวิตไปแล้วเมื่อหลายปีก่อน ผมกับฟาเรนท์เราตกลงกันว่าจะให้พี่ชายคนรองของเธอแต่งงานก่อน ส่วนพวกเราก็แต่งกันทีหลังแต่ระหว่างรอก็จะหมั้นกันไว้ก่อน ซึ่งอันนี้ทุกฝ่ายก็เข้าใจดี จะเหลือก็แค่พี่สะใภ้คนรองของเธอที่เพิ่งปรากฏตัวนี่แหละที่ยังไม่รู้ตัวว่าจะถูกขอแต่งงานในเร็ว ๆ นี้"ไอ้พี่ กูพาธันวามาหามึงอะเขาบอกมีเรื่อง
ธันวา...เป็นเวลาเกือบสองปีที่ผมกับฟาเรนท์แยกย้ายกันไปทำหน้าที่ของตัวเอง ผมเรียนจบและเริ่มใช้ทุนกับโรงพยาบาลที่เคยฝึกงานก่อนหน้านี้ ส่วนฟาเรนท์ไปดูแลงานและเรียนรู้งานที่อังกฤษแทนพี่ชายคนรองของเธอ เธอบินกลับมาหาผมบ่อยมากเกือบทุกเดือนเลยก็ว่าได้ จนผมต้องคอยห้ามบ่อย ๆ เพราะกลัวว่าเธอจะเสียงาน อีกอย่างการที่เธอเดินทางข้ามประเทศบ่อย ๆ มันทำให้ผมเป็นห่วง ถึงจะรู้ว่าไม่กระทบกับค่าใช้จ่ายแต่มันกระทบกับสุขภาพและงานที่เธอทำอยู่แน่นอน ส่วนผมก็พยายามทำตัวให้ว่างเพื่อที่จะได้อยู่กับเธอ ก็อย่างว่าแหละครับคบกับหมอเวลาที่มีให้อาจไม่พอหรือแทบไม่มีให้เลย"คุงอาที่รักฮะ สอนนาทีร้อยพวงมาลัยได้มั้ยฮะ พรุ่งนี้นาทีต้องไปร้อยพวงมาลัยที่โรงเรียนกับคุงคูฮะ"เสียงสดใสของเด็กชายตัวน้อยหลานชายของฟาเรนท์ ที่กำลังเดินดุ๊กดิ๊กตรงเข้ามาหาผมที่นั่งทำงานอยู่ในห้องถามขึ้นปกติเจ้าตัวเล็กนี







![I hope you know : หัวใจของกาย [กาย + เอิงเอย]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)