Share

บทนำ

last update Dernière mise à jour: 2025-05-09 16:39:39

"ขอโทษนะคะ เด็กที่เกิดอุบัติเหตุจากกระจกบาดตอนนี้อยู่ที่ไหนคะ" เจ้าหน้าที่สาวที่นั่งให้บริการอยู่จุดประชาสัมพันธ์ของโรงพยาบาลเอกชนชื่อดังเงยหน้าจากหน้าจอการทำงานก่อนส่งยิ้มตอบด้วยท่าทางเป็นมิตร ก้มลงมองที่หน้าจออีกครั้งรัวนิ้วมือบนแป้นพิมพ์เล็กน้อยก่อนจะเงยหน้าอีกครั้งแล้วตอบคำถามด้วยเสียงที่สุภาพ

"ตอนนี้คนไข้อยู่ที่ห้องฉุกเฉินฝั่งที่เป็นกุมารเวชกรรมค่ะ เดินออกตรงทางเชื่อมนี้เลี้ยวขวาตรงไปจนสุดได้เลยค่ะ" เมื่อได้คำตอบแล้ว ปภาวรินทร์รีบเอ่ยขอบคุณก่อนจะเดินไปตามทิศทางข้างหน้าตามที่เจ้าหน้าที่แนะนำ อาจเพราะเป็นโรงพยาบาลเอกชน ความวุ่นวายที่เธอเคยสัมผัสเมื่อสมัยก่อนตอนพายายมาโรงพยาบาลแทบจะไม่มี ออกจะต่างกันอย่างสิ้นเชิงด้วยซ้ำ ในขณะที่ตอนนั้นเธอจำได้ถึงสภาพความแออัดของทั้งคนป่วยและญาติมานั่งรอกันแน่นขนัด คนที่หาที่นั่งไม่ทันก็ต้องยืนรอ ทั้งวุ่นวายและแออัด เพราะบริการที่ไม่สามารถรับรองได้อย่างเพียงพอ เมื่อเทียบกับที่นี่ขนาดโซนแผนกรับยาที่ปกติคนจะเนืองแน่น ยังมีคนใช้บริการนั่งเก้าอี้รอเรียกตามคิวอยู่ประปราย อีกทั้งระหว่างทางที่เดินผ่านไปค่อนข้างเงียบสงบแต่ก็ไม่ได้ร้างผู้คน ยังมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่ยืนบริการอยู่เป็นจุดๆ

เสียงโทรศัพท์ที่เธอถือไว้ในมือส่งเสียงเรียกเข้าส่งผลให้เธอละความสนใจจากการสังเกตรอบๆ ตัว ก่อนจะกดรับสายเมื่อเป็นคนที่เธอพยายามติดต่อก่อนหน้านี้แต่ไม่มีคนรับสาย

(พี่ชาซอลขอโทษพอดีซอลกำลังวุ่นๆ เลยไม่ได้ยินเสียงโทรศัพท์ ตอนนี้อยู่ไหนแล้วคะ) เสียงณิชาหรือซอลคนที่เปรียบดั่งเจ้านายเธอเอ่ยขอโทษอย่างรู้สึกผิดเมื่อเห็นสายที่ไม่ได้รับจากเธอ

(ไม่เป็นไรค่ะคุณซอลตอนนี้พี่ถึงโรงพยาบาลแล้ว กำลังไปห้องฉุกเฉินที่น้องชมพูอยู่) 

(โอเคค่ะ ฝากพี่ชาด้วยนะคะตอนนี้ซอลขอเคลียร์กับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก่อน)

(ไม่ต้องเป็นห่วงค่ะเรื่องน้องชมพูเดี๋ยวพี่ดูเอง)

(เอ้อพี่ชา พอดีคุณพ่อคุณแม่น้องทำธุระอยู่ต่างจังหวัดคนที่มาดูตอนนี้คือคุณป้านะคะ แต่พี่ชาระวังไว้หน่อยนะคะพอดีคุณป้าน้องค่อนข้างแรง เมื่อกี้ก่อนซอลออกมาก็มาโวยวายไปแล้วรอบนึง นี่ไม่รู้จะมาอีกรึเปล่า แต่ไม่ต้องห่วงนะคะซอลฝากเรื่องกับหมอหมอกไว้แล้ว)

(ใครนะคะ!) ใบชาย้อนถามอีกครั้ง ตงิดใจกับชื่อที่ปลายสายเพิ่งเอ่ยออกมา

(หมอหมอกค่ะ พี่ชาน่าจะรู้จักเพื่อนของพี่เมลที่เรียนที่เดียวกันกับพวกพี่ไง)

ใบชานิ่งอึ้งไปหลายวินาที หัวใจเต้นแรงอย่างที่ไม่ได้เป็นมานานหลายปีเมื่อได้ยินชื่อนั้น เริ่มจากความตกใจที่ได้ยินชื่อเขา ความดีใจที่อาจจะมีโอกาสได้เจอเขาอีกครั้ง และความหวั่นวิตก...เมื่อภาพสุดท้ายของเธอกับเขาใน 'คืนนั้น' แวบเขามาในหัว เขา...จะจำมันได้ไหมนะ

(พี่ชา..พี่ชาคะ!) ปภาวรินทร์กะพริบตาเล็กน้อยเรียกสติเมื่อเสียงปลายสายยังเอ่ยเรียกชื่อเธอ

(คะ..คุณซอล)

(เป็นอะไรรึเปล่าคะ เห็นเงียบไป)

(ไม่เป็นไรค่ะ คุณซอลไม่ต้องห่วงจัดการเรื่องตรงนั้นได้เลยเดี๋ยวทางนี้พี่จัดการเอง)

ใบชาเอ่ยตัดบทเมื่อณิชาเห็นว่าเธอน่าจะจัดการทุกอย่างได้จึงขอวางสายไป ในขณะที่เธอยังยืนนิ่งอยู่ที่เดิมจมอยู่กับความคิดมากมายเพียงลำพัง หมอหมอก ถ้าตามที่ซอลพูดมาคงไม่พ้นคนๆ เดียวกับที่เธอคิด ถ้าเป็นแบบนั้นก็มีโอกาสต้องเจอหน้ากัน ถ้าเจอแล้วเขาจะเป็นยังไงนะ จะจำเธอได้รึเปล่า ถ้าจำได้จะจำได้แค่ไหน จะจำได้ไหมว่าคนที่อยู่กับเขาในคืนนั้น คือเธอ...

"นี่ไงครูของน้องชมพูฉันจำได้ เธอมาคุยกับฉันเลยนะว่าจะรับผิดชอบเรื่องนี้ยังไง หลานฉันเป็นแบบนี้!!" เสียงตวาดดังจากด้านหลังส่งผลให้เธอออกจากภวังค์ความคิด ปภาวรินทร์ครุ่นคิดเล็กน้อยเมื่อเห็นท่าทางคนตรงหน้าแผดเสียงตวาดมาดังลั่นก่อนจะถึงตัวเธอซะอีก ก่อนจะถึงบางอ้อเมื่อคุ้นๆ แล้วว่าคนนี้คือใคร ป้าของน้องชมพูเด็กนักเรียนที่เธอสอนพิเศษภาษาจีนให้ โดยปกติคนที่มารับมาส่งจะเป็นคุณแม่ของน้อง มีเพียงอาทิตย์นึงที่คุณป้าเป็นฝ่ายมาเอง ถึงจะเป็นเพียงอาทิตย์เดียวแต่เธอก็จำได้แม่นถึงวีรกรรมที่คุณป้าคนนี้มาโวยวายอยู่ดังลั่นโรงเรียนสอนพิเศษ เนื่องจากในวันนั้นเธอให้ทำแบบฝึกหัดวัดความรู้ก่อนเริ่มบทเรียนใหม่ ซึ่งเป็นเพียงการประเมินก่อนที่จะเข้าบทเรียนนั้นเท่านั้นเอง แต่คุณป้ากลับโมโหและไม่พอใจเนื่องจากหลานสาวคนเดียวตอบผิดได้คะแนนไม่ถึงครึ่ง ซึ่งเธอพยายามอธิบายแล้ว แต่คนตรงหน้าไม่สนใจอะไรทั้งนั้น หาว่าเธอสอนไม่ดี เรียนไปเด็กก็ไม่มีความรู้ จนน้องชมพูเด็กเพียงเจ็ดขวบต้องเป็นฝ่ายฉุดมือคุณป้า และเป็นคนพูดอธิบายเอง ถึงอย่างนั้นก็เถอะคุณป้าก็ยังหาเรื่องมาต่อว่าทั้งเธอทั้งโรงเรียนอยู่ดี กว่าเรื่องวันนั้นจะผ่านพ้นไปได้ก็เล่นเอาบรรดาคุณครูปาดเหงื่อกันไปหมด แถมยังต้องพยายามกันเด็กๆ ไม่ให้ไปเล่นแถวบริเวณนั้น เพราะไม่อยากให้มาเห็นหรือรับรู้ถึงพฤติกรรมแบบนั้นของผู้ใหญ่ ซึ่งขนาดวันนั้นยังเป็นเรื่องใหญ่ขนาดนั้น แล้ววันนี้ไม่ต้องพูดถึงเลยว่าคุณป้าจะขนาดไหน

"แม่เบาๆ สิคนมองกันเต็มแล้ว" เด็กวัยรุ่นคนที่ยืนข้างๆ รีบเอ่ยสะกิดคนเป็นแม่เมื่อเริ่มเป็นจุดสนใจพลางค้อมตัวลงเล็กน้อยเป็นเชิงขอโทษคนตรงหน้า

"เบาอะไร! แกจะอายอะไรพวกมันสิต้องอาย เปิดโรงเรียนบ้าอะไรทำให้หลานฉันเจ็บตัว ห่วยแตก!!" คุณป้ายังตวาดเสียงดังลั่นเมื่อเห็นคนตรงหน้าไม่มีท่าทีตอบโต้อะไร

"คุณใจเย็นๆ ก่อนนะคะฉันเข้าใจว่าคุณห่วงหลานแต่นี่เป็นอุบัติเหตุไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้นนะคะ" ปภาวรินทร์เอ่ยขึ้นอย่างใจเย็น พยายามเข้าใจคนตรงหน้าว่าถ้าเป็นเธอก็คงเป็นห่วงไม่น้อยเหมือนกัน

"ใจเย็นอะไร? ไม่ใช่หลานเธอนี่ หลานฉันตัวแค่นั้นต้องมาเจ็บตัวเพราะพวกไม่มีความรับผิดชอบแบบพวกเธอ ทำมาเป็นเปิดโรงเรียนสอนภาษา บอกดีอย่างนั้นดีอย่างนี้ แค่ความปลอดภัยยังมีให้หลานฉันไม่ได้เลย!" ใบชาลอบถอนหายใจถึงจะเข้าใจได้ว่าคนตรงหน้าเป็นห่วงหลาน แต่การที่มาต่อว่าคนอื่นเสียๆ หายๆ มันก็คือเรื่องไม่สมควร อีกอย่างอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นไม่ใช่ความผิดของพวกเธอสักหน่อย

"เอาเป็นว่าขอฉันไปดูอาการของน้องชมพูก่อนแล้วกันค่ะ ส่วนเรื่องอื่นๆ เดี๋ยวจะมาคุยรายละเอียดทีหลัง ไม่ต้องห่วงค่ะทางโรงเรียนพร้อมรับผิดชอบอยู่แล้วค่ะ" ปภาวรินทร์เอ่ยให้ผู้ปกครองมั่นใจเพราะเธอรู้ดีว่าณิชาจะไม่ปัดความรับผิดชอบแน่นอน

"นี่จะหนีใช่ไหม!! แล้วมาบอกรับผิดชอบคิดจะเอาเงินฟาดหัวพวกฉันรึไง!" 

"คุณป้าคะ ไปดูน้องก่อนดีไหมคะ ตอนนี้หมอน่าจะทำแผลเสร็จแล้วเด็กอยู่คนเดียวจะกลัวนะคะ" ใบชาเอ่ยเสียงเรียบพยายามเรียกสติคนสูงอายุกว่าให้เห็นว่าสิ่งสำคัญที่สุดตอนนี้ควรจะเป็นหลาน

"เธอไม่ต้องมาพูดเลย ห่วยแตกกันหมดหมดทั้งโรงเรียนทั้งครู!" ใบชาผงะถอยหลังเมื่อคนตรงหน้าพุ่งตรงมาหาเธออย่างคุกคาม สีหน้าโกรธจัด

"ว๊าย" ก่อนที่เธอจะร้องออกมาอย่างตกใจเมื่อคุณป้าปรี่เข้ามาหาเธอพลางกระชากแขนเธออย่างรุนแรง ปภาวรินทร์เสียหลักเกือบหงายหลังหากไม่มีมืออุ่นๆ ประคองจับเธอไว้ก่อน กลิ่นหอมสะอาดจากน้ำยาปรับผ้านุ่มหรืออาจจะเป็นน้ำหอมแบรนด์ดังทำให้เธอรู้สึกดีขึ้นอย่างประหลาด หรือความจริงอาจเป็นความอบอุ่นจากคนด้านหลังทำให้ความกลัวหายเป็นปลิดทิ้ง ถึงแม้ไม่ได้เจอกันนานถึงห้าปีแต่ความรู้สึกที่โอบล้อมเธออยู่เป็นความรู้สึกคุ้นชินเหมือนกับความทรงจำในค่ำคืนนั้น 

หมอหมอก

 ราวกับโลกทั้งใบหมุนช้าลงเมื่อเธอหันมองคนด้านหลังถึงแม้จะคิดอยู่แล้วว่าเป็นเขาแต่ใบหน้าที่เธอไม่ได้เจอนานถึงห้าปีก็ทำเอาหัวใจเธอเต้นเร็วขึ้นอย่างไม่มีสาเหตุ ใบหน้าที่เคยโดดเด่นอย่างไรในตอนนั้น ตอนนี้ก็แทบไม่ต่างกัน ออกจะดูดีกว่าเดิมด้วยซ้ำ คิ้วสีดำคมเข้ม ดวงตาสุขุมนุ่มลึกเปี่ยมเสน่ห์ จมูกโด่งรับกับสันกราม ริมฝีปากหนาได้รูป แต่ทั้งหมดที่เธอเห็น ไม่ทำให้เธอรู้สึกร้อนวูบวาบได้เท่ากับฝ่ามือร้อนที่ยังคงประคองเธออยู่ ถึงแม้แค่เพียงแผ่นหลังที่สัมผัสโดนกับอกผาย แต่กลับให้ความรู้สึกอบอุ่นน่าพึ่งพิงอย่างประหลาด ใบชาเดาได้ไม่ยากว่าภายใต้เสื้อกาวน์สีขาวมีร่างสมส่วนแบบคนที่ออกกำลังกายเป็นประจำซ่อนอยู่ เธอจ้องมองจนร่างสูงรู้สึกตัว เขาก้มใบหน้าลงสบตาเธอ สายตาสุขุมที่เธอเห็นตอนแรกเริ่มแปรเปลี่ยนราวกับมีประกายอะไรบางอย่างที่เธอมองไม่ออก สายตานิ่งๆ ดูลึกล้ำยากจะเดาความคิด ใบชาเริ่มขมวดคิ้วอย่างหวาดระแวงตามประสาคนมีชนักติดหลังเมื่อเห็นคนตรงหน้าปรากฏรอยยิ้มจางๆ ถึงจะเพียงนิดเดียวจนแทบจะมองไม่ทัน แต่กับเธอที่มองเขาอยู่ตั้งแต่แรกแล้ว มั่นใจว่าเขาต้องยกยิ้มแน่ๆ ซึ่งมันทำให้เธอรู้สึกขนลุกขึ้นมาอย่างประหลาด ทั้งรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ ทั้งสายตาแบบนั้น มันเหมือนว่าเขารู้...รู้ว่าวันนั้นเป็นเธอที่อยู่กับเขาทั้งคืน!

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Latest chapter

  • หมอหมอก (18+)   บทส่งท้าย

    "หืม ใกล้ถึงแล้วเหรอหมอก" ปภาวรินทร์เปิดกระจกมองทิวทัศน์ด้านนอกที่คุ้นตา ภาพใบชาที่เรียงรายสุดลูกหูลูกตาทำให้เธอสูดหายใจเข้าลึกๆ ภาพบรรยากาศตอนที่เคยอยู่ที่แห่งนี้วนกลับเข้ามาในความคิดคิดถึงยาย คิดถึงพี่ใบบัวตอนนี้ทั้งสองคนก็คงได้เจอกันแล้ว และคงมองเธออยู่บนฟ้า ใบชาเงยหน้ามองท้องฟ้ากว้างที่สดใส ส่งยิ้มให้คนที่มองลงมาตอนนี้ชามีความสุขมากเลยยาย แล้วก็พี่บัว...ตอนนี้คนที่ชารักเขาอยู่ข้างๆ แล้วนะ ยินดีกับชาด้วยนะ"นอนต่อก่อนก็ได้ อีกสักพักอยู่เหมือนกัน เห็นลมบอกว่ากำลังปรับปรุงทางเข้าหลัก หมอกเลยอ้อมไปอีกทาง" อวัศย์เอ่ยบอกแฟนสาว ก่อนจะเอื้อมมือมากอบกุมมือเล็กปภาวรินทร์ปิดหน้าต่างรถก่อนจะเอนตัวลงซบไหล่คนข้างๆ สูดความหอมจากกลิ่นกายคนร่างสูง"เปี๊ยกหื่น" "หมอก!" เธอเงยหน้าแหวเขาทันที ทุบไหล่กว้างไปสองสามที"ฮ่าๆๆ น่ารักออกยัยเปี๊ยก" ตั้งแต่เขารู้เรื่องวันนั้น สรรพนามใหม่ของเธอก็คือยัยเปี๊ยก ซึ่งเธอเพียรปฏิเสธยังไง เขาก็ดึงดันจะเรียกชื่อนี้ จนสุดท้ายเธอได้แต่เลิกบ่น ยอมๆ ให้เขาเรียก เอาตามที่เขาสบายใจ"ขอโทษนะหมอก ชาไม่ได้อยู่คุยด้วยเลย" เรียกได้ว่าเธอหลับตั้งแต่ยังไม่ครึ่งทางก็ว่าได้วั

  • หมอหมอก (18+)   ขอบคุณที่รักกัน (2) NC

    "หมอก" ใบชาเอ่ยเรียกคนรักเมื่อเห็นเขาแน่นิ่งไป หลังจากเล่าให้เขาฟังถึงที่มารูปพวกนี้ "หมอกเป็นอะไรรึเปล่า" เขาละสายตาจากรูปภาพที่วางเรียงกันอยู่ เงยหน้าสบตาเธอด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก"ใบชา...""หมอกโกรธเหรอ" ปภาวรินทร์ถามอย่างไม่แน่ใจ กลัวเขาจะโกรธที่ปิดบังมาตลอด เขาไม่ตอบแต่ดึงเธอเข้ามาในอ้อมแขน เขาโอบกอดเธออย่างแนบแน่น เมื่อเห็นท่าทางแบบนั้นเธอจึงเอื้อมมือไปโอบกอดแผ่นหลังของชายหนุ่มลูบขึ้นลงอย่างแผ่วเบา"หมอกขอโทษนะชา..ขอโทษจริงๆ" เสียงเขาสั่นเครือ เอ่ยขอโทษซ้ำไปซ้ำมาอย่างรู้สึกผิด"อะไรกันหมอก เป็นอะไร?" ใบชามึนงง ทำท่าจะผละตัวเขาออก แต่คนร่างสูงไม่ยอม ยังคงโอบกอดเธออย่างแนบแน่น"ขอโทษนะ ที่ลืมชา ขอโทษที่ปล่อยให้ชาต้องยืนมองตรงนั้นอยู่คนเดียว""เฮ้ยหมอก! อย่าพูดแบบนั้นสิ ไม่เกี่ยวกันเลย ชาไม่ได้เป็นอะไร" ยิ่งได้รับคำปลอบโยนว่าไม่เป็นไร ความรู้สึกผิดในใจก็ยิ่งเพิ่มพูนมากขึ้น"ทำไมล่ะชา ทำไมไม่มาหาหมอก" อวัศย์ยังคงเสียงสั่นอย่างไม่เข้าใจ ในเมื่อเราอยู่ห่างกันแค่นั้นแท้ๆ เราอยู่ในไร่ชาเดียวกันแท้ๆ แต่เธอกับเขากลับไม่มีโอกาสได้เจอกันชื่อใบชา ใกล้ตัวจริงๆ ด้วย"ก็ยายบอกไม่ให้ทัก ไม่อยาก

  • หมอหมอก (18+)   ขอบคุณที่รักกัน (1)

    "หมอก" ใบชาเอ่ยเรียกคนรักเมื่อเห็นเขายืนนิ่งอยู่หน้าตู้เสื้อผ้า ในขณะที่เธอเดินเข้าไปใกล้อย่างงุนงงว่าทำไมเรียกแล้วเขาไม่ตอบ เมื่อเธอเดินเข้าไปถึงตัวเขาเห็นคนตัวสูงก้มมองสิ่งของในมือก็เบิกตากว้างตกใจ เอื้อมมือไปคว้าสิ่งที่อยู่ในมือคนรักทันที "ดูอะไร!""นี่มันอะไรอะชา หมอกงงไปหมดแล้ว" เขาชูรูปใบสุดท้ายที่เธอดึงไปไม่หมด โชว์ให้คนรักดู ประมวลผลความคิด ถึงประโยคในรูปนั้น"ไม่มีอะไร.." รู้ว่าเป็นประโยคที่โง่มากแต่ใบชาก็เลือกตอบแบบนั้น ก็ไม่รู้จะตอบเขายังไง"ทำไมชามีรูปหมอกเต็มไปหมดเลย" เขาเปิดประเด็นถาม ขมวดคิ้วมึนงงปภาวรินทร์ถอนหายใจยาวในเมื่อเรื่องมาถึงขนาดนี้แล้วเธอจึงตัดสินใจจะทบทวนความจำให้เขา หญิงสาวเดินไปกุมมือคนรักมานั่งที่ปลายเตียง กางรูปทั้งหมดออกให้เขาดู"อย่างที่หมอกเห็นเลย ชารู้จักหมอกมานานมากแล้ว""ได้ไง.." เขาตอบกลับเหมือนคนละเมอ ยังจับต้นชนปลายไม่ถูก ใบชาหัวเราะน้อยๆ กับท่าทางของเขา "ไม่ต้องมาหัวเราะเลยชา เรื่องมันยังไงกันแน่" อวัศย์ท้วงเสียงเข้ม"หมอกจำชาไม่ได้จริงๆ เหรอ" ใบชาจ้องมองสบตาคนรักนิ่ง ในขณะที่อวัศย์เพ่งมองใบหน้าเธออย่างครุ่นคิด "ยัยเปี๊ยกไง" เมื่อเธอพูดจบเขานิ

  • หมอหมอก (18+)   ความจริง (2)

    "เดจาวู เดจาวูชัดๆ" "อะไรเฮีย บ่นอะไร" เหนือนทีถามพี่ชายเมื่อเขาบ่นพึมพำอะไรสักอย่าง "ก็นี่ไง ทำไมกูรู้สึกเหมือนเดจาวูเลยที่ต้องพามึงกับเฮียมานั่งเฝ้าเมียนี่ไง""แต่คราวนี้ก็มีเมียเฮียด้วยไม่ใช่รึไง""จะบ่นทำไม มึงกลับไปก็ได้นะปล่อยให้ซอลอยู่นี่แหละ ใครจะเข้ามาจีบก็แล้วแต่" น่านนทีบ่นน้องชาย แสร้งทำเป็นขู่ ซึ่งก็ได้ผลเมื่อน้องชายตาลุกวาวทันที"ไอ้มาเฝ้าน่ะเข้าใจ แล้วนี่เอามาด้วยทำไม" เขาเพยิดหน้าไปยังคุณหมอหนุ่มที่กำลังไถหน้าจอดูรูปแฟนสาวในโทรศัพท์อยู่ ก่อนจะเงยหน้ามองคนมีประเด็นแล้วก้มหน้าดูหน้าจอต่อไม่สนใจ"เอาหน่าเฮีย ให้หมอหมอกมาด้วยนั่นแหละ เดี๋ยวถ้าสาวๆ เมาจะได้แยกรับกลับได้เลยไง" เหนือนทีออกความเห็นวันนี้เป็นวันที่ซอลจัดงานเลี้ยงสละโสดเล็กๆ ก่อนแต่งงาน ซึ่งจะมีเฉพาะคนสนิท ที่โซนวีไอพีผับนี้ และจะมีแค่สาวๆ เท่านั้น ทีแรกซอลตั้งใจจะเปิดห้องนอนที่โรงแรมข้างๆ ซึ่งหนาวนทีรีบค้านไม่เห็นด้วย และมีพลังเสียงของพี่น้องช่วยพูด วันนี้สาวๆ เลยต้องกลับไปนอนบ้านเหมือนเดิม ซึ่งเป็นโชคดีของเขา ไม่ต้องออกปากอะไร ก็มีคนพูดแทนให้แล้วความจริงเขาก็เซ็งไม่น้อยที่ต้องปล่อยให้เธอไปเที่ยวตอนกลางคืน

  • หมอหมอก (18+)   ความจริง (1)

    "นี่พวกแกพูดบ้าอะไรกันเนี่ย!" วารุณีตะโกนสุดเสียง ไม่คิดว่าคนที่ได้ชื่อว่าเป็นสามีจะกล้าเปิดตัวแบบนี้มันผิดแผนไปหมดความจริงเธอตั้งใจมาเพื่อเรียกคะแนนความสงสารแต่บทสรุปทำไมกลับกลายเป็นว่าเธอโดนแฉ และคนตรงหน้าเปิดเผยในสิ่งที่เธอไม่คิดว่าเขาจะกล้าพูด"พูดความจริงไงวา ความจริงที่พี่บอกวามาโดยตลอด แต่วาไม่เคยฟัง" ดาราสาวชี้หน้าทั้งสองคนน้ำตาคลอด้วยความเจ็บใจ"พวกแกมันพวกผิดเพศ ทุเรศ คิดเหรอว่าจะมีใครให้โอกาสพวกแก""พี่ไม่รู้หรอกนะว่าใครจะให้โอกาสไหม แต่วาหมดโอกาสแล้วล่ะ" "หมายความว่าไง!!" วารุณีเงยหน้ามองคนพูดด้วยสีหน้าหวาดระแวง แววตาหวั่นวิตก"แล้วทำอะไรไว้ล่ะ" อธิปพูดจบนักข่าวหลายคนก็ฮือฮาขึ้นมาทันที เมื่ออยู่ๆ มีเจ้าหน้าที่ตำรวจเดินเข้ามา วารุณีถอยหลังผงะตกใจ"พะ.พวกแกมาทำอะไร!""ขออนุญาตนะครับ คุณชื่อวารุณีถูกต้องไหมครับ" "ทำไม!" เธอตวาดคนในเครื่องแบบเสียงดัง "อย่าเข้ามานะ!""ขอเชิญคุณวารุณีไปให้ปากคำที่โรงพักด้วยครับ คุณตกเป็นผู้สงสัยในการจ้างวานฆ่าเด็กหญิงประทานพร" นับว่านี่เป็นเรื่องที่น่าตกใจที่สุดในวันนี้ นักข่าวทุกสำนักยกกล้องถ่ายวิดีโอตรงหน้า ในขณะที่อีกหลายคนกรูเข้ามาเพื่อส

  • หมอหมอก (18+)   ผู้ไม่หวังดี (2)

    ปภาวรินทร์นั่งมองบรรยากาศโดยรอบในห้องบอลรูมขนาดใหญ่ ส่วนมากจะเป็นนักข่าวที่นั่งจับจองพื้นที่อยู่เต็มบริเวณด้านหน้าเวทีชั่วคราวขนาดกลาง ส่วนเธอนั่งอยู่บนเก้าอี้ที่จัดไว้ให้ มีนักข่าวหลายคนสังเกตเห็นเธอ ทำท่าจะเข้ามาเพื่อขอสัมภาษณ์ แต่โดนสายตาดุของคนข้างๆ ห้ามไว้ก่อน ส่วนใหญ่จึงได้แต่เมียงมองมาทางเธอ แต่ไม่กล้าเข้ามาถึงแม่อธิปจะยืนยันไปก่อนหน้าแล้วว่าใบข้าวเป็นลูกของเขา ส่วนเธอไม่ใช่แม่ แต่ก็มีกระแสด้านลบไม่น้อยที่บอกว่าเป็นเพียงข้ออ้าง เธอคือเมียน้อย เมื่อนักข่าวเห็นเหยื่ออันโอชะ ก็ไม่พลาดที่จะอยากเข้ามาทำข่าว แต่ความอยากก็ย่อมแพ้อิทธิพลของทายาทเจ้าของโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง เมื่อคิดแล้วว่าหากมีเรื่องกับเขาคงไม่คุ้มกัน เลยเลือกที่จะล่าถอยมากกว่าจะชนเมื่อถึงเวลาที่นัดหมายพอดิบพอดี อธิปจึงก้าวออกมาจากประตูด้านหลังเวที เขากวาดสายตามองรอบๆ ก่อนจะหยุดที่เธอ ปภาวรินทร์ส่งยิ้มเป็นกำลังใจให้ เขาสูดหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะเดินมานั่งยังพื้นที่ที่ถูกจัดไว้ให้"สวัสดีครับพี่ๆ นักข่าวทุกท่าน ก่อนอื่นผมต้องขอบคุณทุกท่านที่ให้เกียรติมางานแถลงข่าวของผม และก็ขอบคุณที่ทุกท่านจะใช้พื้นที่สื่อของตัวเองสื่อสาร

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status