เข้าสู่ระบบ“รีบลุกขึ้นเถิด”ฮูหยินผู้เฒ่าโม่ประคองทั้งสองขึ้นมา มองมู่หรงอิ๋งที่เข้าอกเข้าใจผู้อื่น ก็หยิบกำไลหยกเนื้อน้ำแข็งที่ตั้งใจเตรียมไว้ออกมา และยื่นให้นาง “อิ๋งอิ๋ง แม่ไม่มีสมบัติชั้นดีอะไรมอบให้เจ้า แต่กำไลวงนี้มอบไว้ให้เจ้า หวังว่าเจ้าจะชอบมัน ขอบใจเจ้ายิ่งนักที่ช่วยชีวิตจิ่นเฉินไว้ หากไม่ได้เจ้าช่วยชีวิตเขาไว้ ชั่วชีวิตนี้พวกเราคงไม่มีโอกาสได้พบหน้ากันอีกแล้ว”“เป็นพระคุณยิ่งนักเจ้าค่ะท่านแม่ กำไลวงนี้ข้าโปรดปรานที่สุด”มู่หรงอิ๋งรับกำไลมา และสวมมันบนข้อมือทันที ก่อนจะยิ้มอย่างเบิกบานมีความสุข“จริงสิ อิ๋งอิ๋ง ข้าจะแนะนำให้เจ้ารู้จักเอาไว้ คนผู้นี้คือพี่สะใภ้ใหญ่ของเจ้าหยางซูหว่าน คนผู้นี้คือพี่สะใภ้รองฟางเหวิน คนผู้นี้คือสะใภ้สาม…”ฮูหยินผู้เฒ่าโม่แนะนำคนในครอบครัวให้นางรู้จักทีละคนกระทั่งสายตาสุดท้ายมาหยุดที่มู่หนิง นางยิ้มแย้มอย่างเต็มที่ แต่แฝงด้วยความรู้สึกซาบซึ้งในบุญคุณอย่างล้นพ้น “ส่วนคนผู้นี้คือน้องสะใภ้เจ็ดของเจ้า นามว่ามู่หนิง พวกข้ามาถึงแคว้นฉู่อย่างปลอดภัยได้ ก็เพราะความดีความชอบของหนิงหนิงนี่แหละ ส่วนเจ้าตัวน้อยสองคนที่อุ้มอยู่ข้าง ๆ ตรงนั้นนามว่าโม่ซีเย่ และอีกคนโ
“กลับมาก็ดี กลับมาก็ดีมากแล้ว”ฮูหยินผู้เฒ่าโม่เห็นโม่จิ่นเฉินที่ปลอดภัยสบายดีกลับมา หยาดน้ำตาพลันร่วงเผาะอย่างกลั้นไม่ไหว เข้าไปประคองเขาให้ลุกขึ้นด้วยสองมือที่สั่นเทา“คุณชายสี่”อวิ๋นชิงชิงมองสามีที่ไม่ได้พบหน้ากันสองปี น้ำตารื้นขอบตา พลางวิ่งเข้าไปหาด้วยความคิดถึงที่มิอาจอดทนต้านทานได้อีกแล้ว โผเข้าสู่อ้อมกอดของเขาอย่างตื่นเต้นดีใจ“ชิงชิง ข้าขอโทษ สองปีมานี้ทำให้เจ้าต้องลำบากแล้ว”โม่จิ่นเฉินตระกองกอดภรรยาสุดที่รักอย่างแนบแน่น ความคิดถึงภายในใจดั่งคลื่นสมุทรลูกใหญ่ยักษ์ กระหน่ำซัดรุนแรงยิ่ง“พี่หญิง”กระทั่งสองคนกอดรัดกันครู่หนึ่งแล้วแยกออก หญิงงามเพริศพริ้งซึ่งยืนอยู่ข้างกายโม่จิ่นเฉิน จึงเอ่ยเรียกอวิ๋นชิงชิงช้า ๆนางงดงามสง่าและดูเพียบพร้อมเรียบร้อย มองปราดเดียวก็รู้ว่าเป็นคนน่าเข้าหาชิดใกล้“คุณชายสี่ ท่านผู้นี้คือ?”อวิ๋นชิงชิงเช็ดน้ำตาบนใบหน้า แสร้งทำเป็นไม่รู้ว่าสตรีตรงหน้าคนนี้คือใคร เอ่ยถามโม่จิ่นเฉินอย่างสงสัยผ่านไปสองปี นางเพิ่งได้พบหน้าสามีอีกครั้งตอนนี้ ย่อมมิอาจแสดงท่าทีว่ารู้อยู่แล้วทุกเรื่องโม่จิ่นเฉินสีหน้าอึดอัดเล็กน้อย เหลือบมองทางฮูหยินผู้เฒ่าโม่ด้
“หนิงหนิง นี่มีจดหมายถึงเจ้าฉบับหนึ่ง ดูเหมือนจะส่งมาจากเมืองหลวง ข้าเดาว่าเสี่ยวเฉินน่าจะเป็นคนเขียน เจ้าลองอ่านดูสิ”ฮูหยินผู้เฒ่าโม่เห็นมู่หนิง ก็หยิบจดหมายปึกหนาออกมาจากอกเสื้อยื่นให้นางมู่หนิงรับมา แล้วเปิดดู ก็เป็นลายมือของซวนหยวนเฉินจริง ๆแต่ยิ่งอ่านไปเรื่อย ๆ นางก็ยิ่งรู้สึกหดหู่ได้แต่บอกว่าทั้งหมดนี้เป็นลิขิตสวรรค์ยาที่นางฝากซวนหยวนเฉินกลับไป ไม่ได้ช่วยอะไรได้มากนักตอนซวนหยวนเฉินกลับไปถึง เสด็จแม่ของเขาก็ป่วยหนักจนเกินเยียวยา พอเห็นหน้าเขา เหมือนหมดห่วง ก็สิ้นใจทันทีส่วนเสด็จพ่อของเขา ก็เป็นไปตามประวัติศาสตร์ เพราะตรอมใจจากการจากไปของหญิงคนรัก จนล้มป่วยด้วยโรคร้ายและไม่ยอมทานยาแม้เขาจะแอบใส่ยาแก้อักเสบที่มู่หนิงให้มาลงในชามข้าวของฮ่องเต้ จนอาการดีขึ้นแล้ว แต่คนเราเมื่อใจดับสิ้นอาลัย ร่างกายก็ยากจะรักษา ฮ่องเต้เพราะคะนึงหาภรรยาหนัก สุดท้ายก็ตรอมใจตายตามไปเมื่อไม่นานมานี้ฮ่องเต้แคว้นฉู่สวรรคต แต่เมืองไถโจวยังไม่มีความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับเรื่องนี้ คาดว่าข่าวยังมาไม่ถึงแต่คงอีกไม่นาน ซวนหยวนเฉินส่งจดหมายมาถึงนางแล้ว ข่าวนี้คงจะมีการปิดประกาศในเร็ว ๆ นี้ตอนนี้ซ
“พี่สะใภ้ห้าท่านก็ไม่ได้ด้อยนะเจ้าคะ มีพรสวรรค์ด้านการคำนวณ ต่อไปบัญชีการค้าของตระกูลโม่เรา ยังต้องพึ่งท่านคำนวณให้อยู่นะ”มู่หนิงดูออกถึงความน้อยใจลึก ๆ ของโจวชิงอี๋ จึงยิ้มพลางคล้องแขนนางเดินออกไปข้างนอก“น้องเจ็ด ตอนนี้ข้าไม่แพ้ท้องแล้ว สองสามวันนี้ก็รู้สึกสดชื่นขึ้นทุกวัน รอตอนเย็นกลับมาเจ้าสอนข้าทำบัญชีต่อเถอะนะ”โจวชิงอี๋แม้ช่วงนี้จะแพ้ท้องหนัก วัน ๆ เอาแต่นอนซม แต่พอมีเวลาว่าง นางก็จะท่องสูตรคูณถ้าไม่ใช่เพราะตั้งครรภ์แล้วเพลีย นางคงท่องจนขึ้นใจไปนานแล้วยังดีที่ตอนนี้ยังพอจำได้ ขั้นตอนต่อไปก็สามารถเรียนรู้อย่างอื่นต่อได้แล้ว“ไม่มีปัญหา”มู่หนิงยิ้ม พาโจวชิงอี๋ที่ไม่ได้ออกจากบ้านมานาน เดินเที่ยวในตัวเมืองไถโจวจนทั่วตอนนี้กิจการร้านหม้อไฟ ร้านเนื้อย่าง และหอชุนหม่าน ล้วนเจริญรุ่งเรืองเฟื่องฟูร้านหม้อไฟสองสาขา แม้จะเข้าสู่ฤดูร้อนที่ร้อนอบอ้าว แต่ลูกค้าก็ยังแน่นร้านเพราะมีเครื่องดื่มเย็นเจี๊ยบ ผู้คนจำนวนมากจึงยินดีมากินหม้อไฟ บวกกับตอนตกแต่งร้านหม้อไฟ มู่หนิงติดตั้งระบบปรับอากาศส่วนกลางไว้ ดังนั้นคนมากินหม้อไฟและเนื้อย่างในฤดูร้อน มีแต่จะเพิ่มขึ้นไม่มีลดลง“พี่สะใภ้ห
“ใช่แล้ว ในใจพวกเรา เจ้าคือน้องสี่ของพวกเราตลอดไป”“ใช่ พี่สะใภ้สี่ท่านวางใจเถอะ พวกเราจะไม่ยอมให้ใครมารังแกท่าน ถ้าน้องสี่กลับมา แล้วเขาเปลี่ยนไปเป็นคนละคน พวกเราก็ไม่รังเกียจที่จะไม่นับญาติกับเขา”เหล่าพี่สะใภ้รู้ว่าอวิ๋นชิงชิงใสซื่อจิตใจดี หากน้องสี่พาผู้หญิงเจ้าเล่ห์กลับมา นางต้องไม่ใช่คู่ต่อสู้ของผู้หญิงคนนั้นแน่ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นพี่สะใภ้ หรือน้องสะใภ้ ต่างก็ประกาศว่าจะเข้าข้างนาง และจะปกป้องนาง“ชิงชิง แม่ก็จะพูดให้ชัดเจนตรงนี้ ถ้าเจ้าสี่ไม่รู้ดีรู้ชั่ว ผู้หญิงที่พามากล้ารังแกเจ้า หญิงชราอย่างแม่ไม่สนหรอกว่านางจะเป็นผู้มีพระคุณช่วยชีวิตเจ้าสี่หรือไม่ และไม่สนว่านางกับเจ้าสี่จะรักกันปานจะกลืนกินแค่ไหน แม่จะยืนอยู่ข้างเจ้าเสมอ แม่จะเป็นคนแรกที่ทวงความยุติธรรมให้เจ้าเอง”ฮูหยินผู้เฒ่าโม่ตบไหล่อวิ๋นชิงชิงเบา ๆ ปลอบโยนด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน“ขอบคุณท่านแม่และพี่สะใภ้น้องสะใภ้ทุกคนที่เอ็นดู ข้าเชื่อใจพี่สี่ และเชื่อในสายตาของเขา ว่าจะไม่พาผู้หญิงที่มากด้วยเล่ห์เหลี่ยมกลับมา”อวิ๋นชิงชิงไม่อยากให้ทุกคนลำบากใจ และไม่อยากให้ข่าวดีกลายเป็นเรื่องน่ารำคาญใจพี่สี่ยังมีชีวิตอยู่ ควรจะเป
“ท่านพาพี่สี่กลับมาก่อน ทางพี่สะใภ้สี่ข้าจะไปปลอบโยนเอง”มู่หนิงมองอวิ๋นชิงชิงด้วยความรู้สึกซับซ้อน จากนั้นก็คุยกับโม่จิ่นยวนต่ออีกครู่หนึ่ง ถึงได้ตัดการติดต่อ“หนิงหนิง จิ่นยวนบอกอะไรกับเจ้า?”ฮูหยินผู้เฒ่าโม่เห็นสีหน้าของมู่หนิงฉายแววทั้งปิติและวิตกกังวลระคนกัน ก็รู้ว่านางติดต่อกับโม่จิ่นยวนในมิติได้แล้ว จึงรีบเดินเข้ามาถามด้วยความตื่นเต้นมู่หนิงมองทุกคนด้วยความดีใจ กล่าวว่า “พี่สี่เจ้าค่ะ จิ่นยวนเจอตัวพี่สี่แล้ว”“เจ้าสี่ยังมีชีวิตอยู่จริง ๆ ด้วย ดีเหลือเกิน”ฮูหยินผู้เฒ่าโม่เมื่อแน่ใจว่าโม่จิ่นเฉินยังมีชีวิตอยู่ ก็ตื่นเต้นจนมือไม้สั่น“น้องเจ็ด พี่สี่ยังมีชีวิตอยู่จริง ๆ หรือ?”อวิ๋นชิงชิงได้ยินดังนั้น ก็รีบเดินเข้ามาจับมือมู่หนิงด้วยความตื่นเต้น“ใช่เจ้าค่ะ พี่สี่ยังมีชีวิตอยู่จริงๆ”มู่หนิงพยักหน้ายิ้ม ตอบกลับอย่างมั่นใจที่สุด“ดีจังเลย น้องสี่ยังอยู่ ยังมีชีวิตอยู่”เหล่าพี่สะใภ้ได้ยินข่าว ก็พากันหัวเราะออกมาด้วยความตื้นตันเมื่อก่อนเคยได้ยินมู่หนิงบอกว่า นางฝันว่าน้องสี่ยังมีชีวิตอยู่ที่แดนตะวันตก แต่นั่นก็เป็นแค่ความฝัน ในใจทุกคนจึงมีเพียงความคาดหวังแต่ตอนนี้ยื







