LOGIN“รางวัลอันใดหรือ?”ทุกคนได้ยินดังนั้น ต่างพากันกรูเข้ามา ล้อมหน้าล้อมหลังมู่หนิงเอาไว้จนไม่มีช่องว่างเย่อู๋เฉิน เจ๋ออวี่ และซวนหยวนเฉินทั้งสามคน ประคองเอวและขาที่ปวดร้าว เบียดเสียดเข้ามาด้วยความอยากรู้อยากเห็นเช่นกัน“ท่านแม่ พวกข้าก็อยากฟังเจ้าค่ะ”บุตรสาวคนโตโม่ซีเหยียน และบุตรสาวคนรองโม่ซีเหยา ก็ชะโงกหน้าเข้ามา จ้องมองมู่หนิงตาเป็นประกายสีหน้าของโม่ซีเย่ยังคงราบเรียบเย็นชาเช่นเคย แต่ก็ขยับเข้ามาใกล้เช่นกันมู่หนิงมองทุกคน ยิ้มแล้วกล่าวว่า “มิติเปิดประตูเชื่อมกาลเวลาสู่บ้านเกิดของข้าในอนาคตได้แล้ว ดังนั้นต่อจากนี้ข้าสามารถกลับบ้านได้ทุกเมื่อ อีกทั้งมิติในตอนนี้ ข้าสามารถพาคนเข้าไปพร้อมกันได้ถึงยี่สิบคน ดังนั้นพวกท่านก็สามารถไปเยี่ยมชมโลกที่ข้าเคยใช้ชีวิตมาก่อนได้เช่นกัน”ผ่านมาเนิ่นนานเพียงนี้ มู่หนิงยังคงปรารถนาที่จะกลับไปเยี่ยมเยียนโลกในอีกพันปีข้างหน้าวันนี้ในที่สุดความปรารถนาก็เป็นจริง“เช่นนั้นพรุ่งนี้พวกเราออกเดินทาง ไปดูโลกเดิมของพี่หญิงมู่กัน”“ข้าอดใจรอแทบไม่ไหวแล้ว อยากจะเห็นนักว่าโลกอนาคตที่น้องเจ็ดเคยใช้ชีวิตอยู่นั้น จะเจริญรุ่งเรืองน่าตื่นตาตื่นใจเพียงใด”“
เย่อู๋เฉิน เจ๋ออวี่ ซวนหยวนเฉิน จากเด็กน้อยไร้เดียงสาในวันวาน หลังจากผ่านไปสิบปี บัดนี้เติบโตกลายเป็นชายหนุ่มหล่อเหลาและสง่างามเพียงแต่ยามเผชิญหน้ากับโม่จิ่นยวน ความกล้าหาญที่มีกลับกลายเป็นท่าทางของเด็กน้อยในชั่วพริบตาทว่ากระบี่ที่ชักออกมาจากฝักแล้ว ไหนเลยจะเก็บคืนได้ง่าย ๆ ?ทุกคน “...???”“พรูด~”มู่หนิงกำลังดื่มน้ำผลไม้ พอได้ยินประโยคนั้น ก็หลุดหัวเราะพรวดออกมา“เจ้าว่าอะไรนะ?”โม่จิ่นยวนหรี่ดวงตาสีดำอันเฉียบคมลงเล็กน้อย มองไปที่ซวนหยวนเฉินและเจ๋ออวี่ทั้งสองคน พลางคาดคั้นว่า “พวกเจ้าเองก็มีความคิดเช่นเดียวกับเขาหรือ?”เย่อู๋เฉินและเจ๋ออวี่ถอยหลังไปก้าวหนึ่งด้วยความรู้สึกผิดเล็กน้อยอย่างเห็นได้ชัด แต่พอนึกถึงคำพูดของซวนหยวนเฉินก่อนหน้านี้ พวกเขาก็พยักหน้าอย่างหนักแน่น “ใช่แล้ว ตลอดหลายปีมานี้ พวกเราชอบพี่หญิงมาโดยตลอด ดังนั้นจึงอยากแต่งกับนาง นี่เป็นสาเหตุว่าเหตุใดจนป่านนี้แล้วถึงยังไม่แต่งงานมีลูกเสียที”“...”มู่หนิงกะพริบตาปริบ ๆ ด้วยความงุนงงเจ้าเด็กบ้าพวกนี้ คิดจะทำอะไรกันแน่กล้าพูดวาจาเช่นนี้ต่อหน้าโม่จิ่นยวน ไม่กลัวโดนซัดจนปางตายหรืออย่างไรพี่สะใภ้ทั้งหกได้ยิ
แน่นอนว่าไม่ว่าจะเป็นในวังหลวง หรือจวนแม่ทัพ ย่อมมีห้องส่วนตัวสำหรับทั้งสองเสมอเดิมทีโม่ซีเย่คิดจะส่งคนมาช่วยจัดแจง แต่เนื่องจากมู่หนิงมีข้าวของจากยุคปัจจุบันมากมาย ไม่สะดวกให้ผู้คนรับรู้ จึงต้องรอให้พวกเขากลับมาจัดการกันเองมู่หนิงและโม่จิ่นยวนทั้งสองคนเคยอาศัยอยู่ที่นี่มาสองปี ดังนั้นห้องของตนจึงไม่ต้องจัดเตรียมอะไรมาก ทั้งสองจึงไปช่วยจัดห้องให้คนอื่น ๆมู่หนิงไปเยือนห้องของใคร ก็จะนำเครื่องปรับอากาศ โคมไฟ ที่นอน ผ้านวมขนเป็ด ผ้าห่ม และเครื่องปั่นไฟพวกนี้ออกมาโชคดีที่ทุกคนคุ้นเคยกับข้าวของพวกนี้เป็นอย่างดี จึงจัดแจงได้อย่างรวดเร็วมาก ไม่ทันหมดช่วงบ่ายก็เสร็จเรียบร้อยแล้ว“พี่หญิงมู่! ข้าพักที่ไหนหรือ?”ซวนหยวนเฉินเห็นมู่หนิงวิ่งวุ่นไปห้องของคนโน้นทีคนนี้ที แต่กลับไม่เห็นมาห้องของตน จึงได้แต่เดินเข้าไปหาด้วยความน้อยใจ มู่หนิงหัวเราะพลางเอ่ยขึ้น “วางใจเถิด ไม่ลืมเจ้าหรอก เพียงแต่เจ้ายังไม่ค่อยคุ้นเคยกับของในมิติของข้ามากนัก ข้าจึงรอให้จัดห้องของทุกคนเสร็จเรียบร้อยแล้ว ค่อยไปช่วยเจ้าจัดห้องทีเดียว เช่นนี้จะรวดเร็วกว่ามาก”“ขอบคุณพี่หญิงมู่!”ซวนหยวนเฉินซาบซึ้งใจจนอยากจะเข้าไปก
“เจ้าน่ะ ก็เอาแต่ตามใจนางอยู่นั่นแหละ ใครใช้ให้นางซุ่มซ่ามเดินไม่ดูทาง บ่นวันละแปดร้อยรอบก็ไม่จำ”มู่หนิงเดินเข้าไปดูอาการของบุตรสาวด้วยความเป็นห่วง พอเห็นว่าไม่ได้เป็นอะไรมาก ในใจก็รู้สึกโล่งอก จากนั้นจึงเอ่ยดุนางอย่างไม่สบอารมณ์บุตรสาวคนเล็กนี่ช่างแก่นแก้วเสียจริง ปีนต้นไม้ ล้วงรังนก ลงนาจับปลาไหล จับปลาช่อน แถมยังยิงหนังสติ๊กได้เก่งกาจสุด ๆบางครั้งก็น่าสงสัยจริง ๆ ว่า นางเป็นเด็กผู้ชายหรือไม่ประเด็นคือ นางฝีมือก็ไม่เอาไหนแต่ยังชอบเล่นนักเป็นประเภทที่ซื่อบื้อไม่รู้จักจำ เคยพลาดท่ามาแล้วครั้งหนึ่ง ต่อให้เจ้าพร่ำบอกนางกี่ครั้ง นางก็ยังทำผิดเรื่องเดิมซ้ำ ๆ อยู่ดียกตัวอย่างเรื่องเล่นซน ปกติให้นางวิ่ง ก็ต้องระวังรอบข้าง ต้องระวังตัวให้ดี ๆ ไม่อย่างนั้นจะหกล้มหรือไม่ก็ชนข้าวของนี่อย่างไรเล่า ชนพี่ชายของนางเสียแล้ว“ท่านแม่~”โม่ซีเหยาเอ่ยเรียกมู่หนิงอย่างน้อยเนื้อต่ำใจ ปากเล็ก ๆ ยื่นออกมาจนแทบจะแขวนเนื้อหมูได้สองชั่งอยู่แล้ว“ท่านพ่อ! ท่านแม่!”โม่ซีเย่วางโม่ซีเหยาลงเบา ๆ ก่อนจะเอ่ยทักทายทั้งสองคน“เย่เอ๋อร์~”วินาทีที่ฮูหยินผู้เฒ่าโม่เห็นโม่ซีเย่ ก็ชะงักไปนาน ก่อนจะเข้า
“อื้ม!”ฮูหยินโจวรับคำยามบ่ายตอนที่ครอบครัวของมู่หนิงออกเดินทาง เพิ่งจะออกจากประตูเมือง นายอำเภออวี๋ก็พาคนทั้งครอบครัวมารออยู่ที่นอกเมืองแล้วเพียงเพื่อมาส่งพวกนางจนกว่าจะลับสายตาไปอีกสักระยะหนึ่งมิใช่แค่นาง ยังมีสหายคนอื่น ๆ ในเมืองไถโจว เมื่อรู้ว่าพวกนางจะย้ายกลับแคว้นต้าโจว ต่างก็พากันมาส่งด้วยความอาลัยอาวรณ์“เดินทางปลอดภัยนะ”ฮูหยินโจวมองครอบครัวมู่หนิงที่จากไปไกลแล้ว แต่ก็ยังโบกมือให้พวกนางอย่างไม่อยากจากลา“ข้างนอกหนาว ทุกคนรีบกลับไปเถิด”มู่หนิงมองทุกคนด้วยความปวดใจ สุดท้ายจึงโบกมือลาอีกครั้ง พร้อมตะโกนบอกให้ทุกคนกลับไปเพิ่งจะพ้นผ่านเทศกาลตงจื้อ บนท้องฟ้ามีสายฝนโปรยปรายลงมาเบา ๆ รวมถึงลมหนาวพัดผ่าน ความหนาวเย็นราวกับจะแทรกซึมลึกเข้าไปในกระดูกนางทนเห็นทุกคนยืนอยู่ข้างนอกต่อไปไม่ไหว จึงทำได้เพียงเตือนให้ทุกคนรีบกลับไปทว่าทุกคนยังคงยืนนิ่งอยู่ที่เดิมด้วยความอาลัยอาวรณ์ จนกระทั่งรถม้าของมู่หนิงเคลื่อนห่างออกไปไกลขึ้นเรื่อย ๆ จนลับสายตาไปในที่สุด จึงค่อยพากันกลับไป“เฮ้อ~”ความรู้สึกของทุกคนในตอนนี้ ช่างหนักอึ้งเหลือเกินไม่มีใครอยากจากบ้านที่ใช้ชีวิตมานานถึงสิบ
“เด็กบ้า ผ่านมาตั้งกี่ปีแล้ว ท่านยังคิดเรื่องนี้อยู่อีกหรือ”โม่จิ่นยวนส่ายหน้าด้วยความจนใจยิ่งนักมู่หนิงกลับมองซวนหยวนเฉินด้วยสีหน้าจริงจัง แล้วเอ่ยถาม “ท่านเอาจริงหรือ?”“แน่นอนว่าเอาจริง”ซวนหยวนเฉินพยักหน้ารัว ๆหากเขามีร้อยมือ ก็จะยกทั้งร้อยมือสนับสนุนอย่างแน่นอน“ได้ อีกสักพักท่านค่อยไปหารือกับเย่เอ๋อร์ด้วยตนเองเถิด”ครั้งนี้มู่หนิงไม่ได้ปฏิเสธเขาแล้วช่วงเวลาการรวบรวมเจ็ดแคว้นให้เป็นหนึ่งตามประวัติศาสตร์ได้มาถึงแล้ว จึงไม่มีความจำเป็นต้องเข้าไปแทรกแซงให้มากอีก“พี่หญิงมู่! ท่านตกลงแล้วหรือ?”ซวนหยวนเฉินได้ยินดังนั้น ก็แอบดีใจจนเนื้อเต้นพลางหันไปมองนางมู่หนิงหัวเราะพลางเอ่ยขึ้น “ท่านคิดจะยกบัลลังก์ให้เย่เอ๋อร์อยู่ทุกวี่ทุกวัน หากข้ายังไม่ตกลง เกรงว่าท่านคงจะตรอมใจ”“แหะ~”ซวนหยวนเฉินหัวเราะแหะ ๆ ออกมาจากนั้นมู่หนิงก็เอ่ยเตือนอีกว่า “แม้ข้าจะเห็นด้วยที่ท่านจะยกบัลลังก์ให้เย่เอ๋อร์ แต่การรวมแคว้นฉู่เข้ากับแคว้นต้าโจวมิใช่เรื่องเล็ก แม้ว่าท่านจะเป็นฮ่องเต้ แต่ด่านแรกที่ต้องโน้มน้าวใจมิใช่พวกเรา และมิใช่เย่เอ๋อร์ ทว่าคือราษฎรของแคว้นฉู่ และเหล่าขุนนางของแคว้นฉู่ หากพ
“...”หลี่เชียนเชียนเห็นเขาเป็นเช่นนี้ ในใจยิ่งปวดร้าวหนักกว่าเดิมท่านพี่ไม่เชื่อคำพูดของนางหรือ?เมื่อหลี่เฉิงหมิงเห็นว่าในจดหมายไม่มีเบาะแสใดทิ้งไว้จริง ๆ ก็โกรธจัดจนฉีกจดหมายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย แล้วโปรยเกลื่อนเต็มพื้น“ท่านพี่ ท่านทำอะไรน่ะ?”หลี่เชียนเชียนเห็นจดหมายที่โม่จิ่นยวนทิ้งไว้ให้
“จิ่นยวน ท่านเบามือหน่อยเถอะ อย่าให้เจ๋ออวี่ตกใจสิ หากเขาถูกกระตุ้นจนอาการกำเริบขึ้นมาอีกจะทำอย่างไร”มู่หนิงเห็นท่าไม่ดี จึงรีบส่งเสียงบอกให้เขาเบามือ แต่ก็สายไปเสียแล้ว เจ๋ออวี่ถูกโม่จิ่นยวนโยนลงไปกองกับพื้นเรียบร้อยแล้ว“หึ~ หากเขากำเริบขึ้นมาอีก ข้าก็ไม่ถือสาที่จะสับท้ายทอยให้เขาสลบไปอีกรอบ”
โม่จิ่นยวนชี้กระบี่ยาวใส่เขา บุรุษสวมหน้ากากเอียงศีรษะเล็กน้อย “พวกเจ้าไม่กินหรือ? หากไม่กินถ้าอย่างนั้นข้าจะกินให้หมดเลย”เขาหิวมากจริง ๆตั้งแต่เกิดมาจนถึงตอนนี้ เขาไม่เคยกินอาหารที่อร่อยมากเพียงนี้มาก่อนหากมิใช่เพราะตาแก่นั่นตาย แล้วถ่ายทอดพลังทั้งหมดมาให้เขา กอปรกับไอ้ฮ่องเต้สุนัขนั่นมีรับสั
“พรืด~”มู่หนิงเห็นโม่จิ่นยวนอับจนถ้อยคำ ก็อดไม่ได้ที่จะหลุดหัวเราะออกมานางกระตุกแขนเสื้อของโม่จิ่นยวน แล้วเอ่ยขึ้น “เด็กคนนี้ยังไม่มีชื่อ พวกเรามาตั้งชื่อให้เขาก่อนเถอะ จะเรียกเขาว่าเจ้าเด็กน้อยไปตลอดคงไม่ได้”“เช่นนั้นก็เรียกเจ้าทึ่มก็แล้วกัน”โม่จิ่นยวนโพล่งออกมามู่หนิง “...”เขาแค่ความจำ







