Beranda / รักโบราณ / หมิงอี้ เศรษฐีนีชาวสวน / ตอนที่ 11 First impression ฉบับคนจน (3)

Share

ตอนที่ 11 First impression ฉบับคนจน (3)

last update Tanggal publikasi: 2025-02-22 19:29:12

ด้านอี้หมิง เมื่อไม่รู้จะทำอะไร ก็เดินสำรวจไปรอบ รอบ ๆ จนมาได้ยินเสียงคุยกัน น้ำเสียงเคร่งเครียด พลันเท้าหยุดชะงัก! ค่อย ๆ ย่องไปฟังอย่างอัตโนมัติ

"ท่านอาสาม ท่านคิดเช่นนั้นรึ"

'เอ๊ะ!! ทำไมคุ้น ๆ ชายชุดดำคนนั่นจัง อี้หมิงคิดในใจ มือเรียวยังเกาะที่แผ่นหิน เงี่ยหูฟังแต่ก็ได้ยินไม่ค่อยถนัดนัก อี้หมิงกำลังมองชายชุดดำสามคนที่ควบม้าผ่านเธอมาระหว่างทาง และชายอีกคนที่สวมใส่ชุดสีขาว ท่าทางดูสงบ แต่สง่า ผ่าเผยกำยำ กำลังพูดคุยกันน่าเคร่งเครียด

"อะไรทำให้ท่านคิดเช่นนั้นกัน"

"ถึงแม้น้องรองจะเป็นเงียบๆ ดูไม่มีพิษไม่มีภัย แต่เจ้าก็อย่าชะล่าใจไปล่ะ ข้าขอเตือนเจ้าไว้ก่อน อย่าหาว่าข้าไม่เตือนแล้วกัน"

"หลายวันมานี้มีคนกลุ่มหนึ่งสวมรอยเป็นกองกำลังของข้า ออกปล้นตามเขตชายแดนที่ปล้นไปส่วนใหญ่ล้วนเป็นเสบียงข้าว และอาหาร" ชายที่ดูจะอายุน้อยสุดแต่ท่าทางมีอำนาจเอ่ยขึ้น

"แถมแต่งตัวคล้ายทหารของหวางจื่อไม่ผิดเพี้ยน ข้าตามมาหลายคราแล้ว แต่พวกมันปลิดชีพฆ่าตัวเองหมด ตามสืบไม่ได้เลย" ชายร่างสูงใหญ่กำยำอีกคนเอ่ยด้วยน้ำเสียงกังวล

"ฮือ หวางจื่อๆ ๆ ชื่อคุ้น ๆ คืออะไรน๊า จิ๊!" อี้หมิงคุ้น ๆ กับคำว่า หว่างจื่อ แต่นางนึกจำความหมายไม่ได้ แต่ที่เเน่ ๆ เป็นคนสำคัญของราชวงศ์ชัวร์ อี้หมิงคิดในใจ พยายามแนบหูเข้าไปฟังการพูดคุยของบุรุษทั้งสี่อีกด้วยความอยากรู้

ด้านอี้เฟิน

"หนิงเยว่ ข้ารู้ว่าเจ้ายังเคืองข้าอยู่ แต่เรื่องมันก็ผ่านมานานโขแล้ว อีกอย่างบ้านเมืองเราก็แตกสาแหรกขาด ท่านพี่เจ้าก็ไม่รู้ไปอยู่ที่ใด ข้าขอโทษที่ครั้งนั้นช่วยท่านเรื่องยกเลิกงานอภิเสกไม้ได้" อี้เฟินเข้าไปจับมือบางที่เคยสวยเต่งตึง บัดนี้เริ่มหย่อนยานตามกาลเวลาของสตรีที่สวมใส่ชุดขาวตรงหน้า

"ช่างเถอะ! เรื่องมันผ่านมาแล้ว ข้าไม่เก็บมาใส่ใจหรอก เจ้าล่ะไม่เห็นมาพบข้านานแล้ว วันนี้ลมอะไรหอบเจ้ามากันล่ะ" นางเอ่ยถามอย่างเหน็บแนมเสียง เนิบๆ มองดูหญิงตรงหน้าที่สวมชุดมอซอ ที่ผ่านการประเย็บไปทั้งตัว แล้วสะท้อนในใจ

"ข้า คือ" อี้เฟินเริ่มชั่งใจ

"พูดมาเถอะ"

"ข้าอยากจะขอชุดท่านซักชุด ให้ลูกสาวข้าจะได้หรือไม่ คือพรุ่งนี้นางจะเริ่มค้าขาย นางอยากได้ชุดใหม่ข้าจนปัญญาจริง ๆ จึงได้บากหน้ามาขอรบกวนเจ้า"

"ฮึ! หมิงอี้นะรึ หลานข้าป่านนี้โตเป็นสาวแล้วนะ ปีนี้คงเลยวัยปักปิ่นแล้วกะมัง"

"เลยแล้ว ๆ ล่ะ แต่เสียดายข้าไม่มีของขวัญสิ่งใดให้นางเลย ได้แต่หวังว่าจะได้พบคู่ครองที่ดี นางคงจะมีความเป็นอยู่ที่ดีกว่าตอนอยู่กับข้า" อี้เฟินกล่าวเสียงเศร้า

"ช่างเถอะ ๆ ไหนล่ะหลานข้า เรื่องมันแล้วมาแล้วเจ้าอย่าคิดมากเลย หากมีสิ่งใดขาดเหลือก็มาหาข้าได้ ถ้าข้าพอมีกำลังช่วยข้ายินดี เช่นไรเราก็เหลือกันแค่นี้ ถ้าข้าไม่ช่วยเจ้าคงรู้สึกผิดต่อท่านพี่เป็นแน่" หนิงเยว่ใช้มือยกประคองร่างของอี้เฟินที่นั่งอยู่ให้ยืนขึ้น

"อีกอย่างถ้าท่านพี่รู้เข้าว่า ข้าไม่ช่วยเหลือใด ๆ ภรรยากับลูกของเขาเลย คงจะโกรธข้าเป็นแน่" พูดแล้วดึงมือของอี้เฟินให้เดินตามเข้าไปยังห้องพักตน

หนิงเยว่หันไปเปิดกระบุงผ้า แล้วเลือกหยิบอาภรณ์สีขาวสวยออกมา 3 ชุด แล้วยื่นให้อี้เฟิน

"อ่ะ ชุดที่ข้าพอหยิบออกมาได้ตอนโดนปลดตำแหน่งแล้วย้ายมาที่นี่ พอมีเหลืออยู่บ้าง เจ้ากับลูกเอาไปใส่นะ ชุดที่เจ้าสวมตอนนี้ช่างไม่สมฐานะเจ้าเลยจริงๆ อี้หวงโฮ่ว" หนิงเยว่เอ่ยเย้า

"เฮอะ ๆ เจ้าก็ ไม่มีแล้วล่ะฐานันดรนั้น เฮ้ออ ยังไงก็ขอบใจเจ้ามาก ๆ นะ บุญคุณนี้ข้าต้องได้ตอบแทนแน่" อี้เฟินเมื่อได้ยินคำพูดหยอกเย้าก็อดหัวเราะออกมาเบา ๆ กับโชคชะตานางไม่ได้ ก้มมองอาภรณ์สวยในมือ นิ้วค่อย ๆ ไล่ไปตามเนื้อผ้า ลูบไปมา นึกในใจว่านานเท่าไหร่แล้วที่นางไม่ได้สัมผัสอาภรณ์ดี ๆ เช่นนี้ แล้วเงยหน้าเอ่ยล่ำลาหนิงเย่

"เจ้าจะไม่พาหลานมาพบข้าหน่อยรึ" เมื่อเห็นอี้เฟินล่ำลา แต่ยังไม่มีแววของหลานสาวตนจึงสอดส่องหา แล้วเอ่ยถาม

"อ่อ ได้สิ เดี๋ยวข้าไปตามมาประเดี๋ยว" อี้เฟินเดินออกมาตามหาลูกสาว ตรงไปยังจุดนัดพบก็ไม่ไร้เงาของนาง ด้วยความร้อนใจจึงออกเดินตามหนาด้วยใบหน้ากังวล

'อยู่ไหนนะ หมิงอี้ไปไหนกัน' เดินมาจนถึงด้านหลังวัดที่ติดกับธารน้ำใส ก็เห็นร่างลูกสาวเกาะอยู่ที่ผนังหินของวัดแล้วส่องดูอะไรซักอย่างด้านหน้านาง

"อ๊ะ! พรึบ" อี้หมิงอุทานออกมาเบา ๆ อย่างตกใจ แล้วรีบยกมือปิดปาก

"เจ้าทำอะไรหนะ" อี้เฟินถามเบา ๆ เมื่อเห็นท่าทางของลูกสาว

"ชู่วว! ป่ะ" อี้หมิงรีบคว้ามือมารดาแล้วค่อย ๆ เดินย่องออก เมื่อพ้นแล้วก็ดึงแขนนางให้เดินตามนางเร็ว ๆ ให้ออกห่างจากกลุ่มชายทั้งสี่ทันที

🍃🍃🍃🍃🍃🍃🍃🍃🍃🍃🍃🍃

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • หมิงอี้ เศรษฐีนีชาวสวน   ตอนที่ 168 ฟ้าหลังฝนอันสดใส

    เจ็ดวันต่อมาหลังจากคดีความเสร็จสิ้นลง บัดนี้ร้านเทียนฝูกลับมาเปิดตามปกติซึ่งแน่นอนว่ามันคึกคักเกือบเท่าตัว ผักของนางที่สร้างขึ้นมากับมือต่างขายดีเป็นอย่างมากทำให้เวลานี้ทั่วทั้งบริเวณฝั่งหมู่บ้านคนอพยพคึกคักเป็นพิเศษ เฉิงอี้ที่เห็นหมิงอี้ยืนเหม่อมองบรรยากาศร้านอยู่ก็รีบสืบเท้าเข้าไปหาอย่างรวดเร็วด้วยความคะนึงถึง“หมิงอี้”“อ้าวเฉิงอี้”“ยินดีกับเจ้าที่สามารถกลับมาเปิดร้านได้เช่นเดิม ดูคึกคักทีเดียว”“อืม ต้องขอบคุณเจ้าที่ช่วยข้า”“หึ! เรื่องเช่นนี้แน่นอนว่าสำหรับข้าเจ้านั้น...”“แน่นอนสหายเช่นข้า ทั้งงดงามทั้งเป็นคนดี ชาตินี้เจ้าจะไปหาจากที่ใดใช่หรือไม่” หมิงอี้พอเดาออกว่าเฉิงอี้จะกล่าวเช่นไร เรื่องนี้หมิงอี้นั้นนอนคิดมาตลอดทั้งคืนหลังจากก่อนจากกันที่ศาลต้าหลี่วันนั้นระหว่างนั่งรถม้ากลับเฉิงอี้ได้สารภาพความในใจกับตน แต่หมิงอี้นั้นคิดว่าเรื่องนี้เช่นไรย่อมต้องไม่เกิด หมิงอี้นั้นเมื่อทบทวนตัวเองพบว่านางอยากใช้ชีวิตเรียบง่ายกับมารดาและสหายเช่นอู๋ไป๋และเฟิน เฟิน มิได้อยากมียศมีตำแหน่งและต่อสู้แย่งชิงกับสตรีอื่นใดเฉิงอี้ครั้นได้ฟังหมิงอี้กล่าวก็พอรู้ความนัย ใบหน้าคมคายหล่อเหลาราวหยกสลักก

  • หมิงอี้ เศรษฐีนีชาวสวน   ตอนที่ 167 จุดจบ

    ‘พิษปรอทหรือ! ละแล้วที่ข้ากินไปเล่า’ กู้ไห่ซินครางในใจ เมื่อคืนพวกตนจัดงานเลี้ยงให้กับกิจการที่ไปได้ดีโกยเงินได้เป็นกอบเป็นกำจึงคิดจะลองชิมมันซักครั้ง และตนนั้นกินไปมากทีเดียว ครั้นคิดถึงตรงนี้พลันก็เกิดอาการคอแข็งขึ้นอย่างรวดเร็วจนมิอาจอดกลั้นได้ ทำให้เขานั้นต้องรีบวิ่งออกมายังด้านนอกแล้วล้วงคออ้วกออกมาในทันที ซึ่งไม่ต่างกันกับเฉินอ๋องที่พยายามเก็บอาการพะอืดพะอมภายใต้ใบหน้าเรียบนิ่ง“เอาล่ะเรื่องนี้ยังไม่กระจ่าง วันนี้ยังหาข้อยุติไม่ได้!” เหวินกงมู่หน้าซีดเพราะเมื่อคืนตนนั้นก็คิดพิเรนทร์กินกันไปเสียมาก จนเมื่อรู้ต้นตอสาเหตุที่ทำให้ชาวเมืองป่วยในเวลานี้เขานั้นก็อดที่จะเหงื่อตกเสียมิได้ เหวินกงมู่บัดนี้มือชื่นเหงื่อไปเสียหมดหากแต่เขานั้นพยายามเก็บอาการไว้และเร่งตัดสินคดีตรงหน้าแบบขอไปทีเพื่อที่ตนนั้นจะรีบไปให้หมอตรวจดูเสียหน่อย ‘ไม่ได้พึ่งได้เงินก้อนใหญ่มาจะมาชิงตายก่อนได้อย่างไรกัน’ ในขณะที่เขากำลังครุ่นคิดว่าจะตัดสินคดีนี้อย่างไรเสียงหวานของสตรีที่กำลังถูกพิพากษาอยู่ในเวลานี้ก็ทำให้เขาสะดุ้งน้อย ๆ จนจำใจต้องแก้ไขสถานการณ์ไปก่อน“เช่นไรท่านเจ้ากรมหลักฐานข้ามากมายแลครบถ้วนถึงเพียงนี้ ท

  • หมิงอี้ เศรษฐีนีชาวสวน   ตอนที่ 166 ขุนนางกังฉิน

    สิ้นเสียงเอ่ยอนุญาตก็ปรากฏร่างสูงปราดเปรียวใบหน้าเคร่งขรึมเย็นชาไร้อารมณ์ขึ้น เขาเดินเข้ามาอย่างองอาจ ท่าทางหยิ่งผยองของเขานั้นสร้างเสียงฮือฮาให้แก่ชาวเมืองเป็นอย่างมาก และยิ่งเสียงดังเซ็งแซ่ขึ้นไปอีกเมื่อด้านหลังเขานั้นมีเหล่าบุรุษเพศร่างกายผอมกะหร่องดูราวกับคนขี้โรคราวสิบคนเดินเรียงแถวตามหลังกันเข้าไปยังด้านในศ่าลต้าหลี่“นี่หนะหรือพยานที่เจ้าว่า” กู้ไห่ซินระเบิดเสียงหัวเราะออกมาอย่างดัง เขาหรือก็นึกว่านางจะแน่นึกว่าหลักฐานที่นางว่าจะสร้างปัญหาให้เขาซะอีก“ท่านเสนาบดีอย่าได้พึ่งดีใจไป ลองฟังข้าก่อนสิเจ้าค่ะ” หมิงอี้แสยะยิ้มมุมปากก่อนจะเชิดหน้ากอดอกเอ่ยออกมาอย่างมิได้นึกหวั่นกลัวแต่อย่างใด เอาสิข้าตายแล้วฟื้นแถมย้อนเวลาวันนี้จะไม่ยอมเสียชาติเกิด และเกิดแล้วตาย ตายแล้วฟื้นอย่างเด็ดขาด หึ!“ฮึ ๆ” กู้ไห่ซินลูบเครายาวพร้อมทั้งยิ้มเต็มหน้าอย่างยียวน ก่อนจะละมือจากเครายาวที่กำลังลูบอยู่ก่อนจะผายมือให้นางได้ชี้แจงตัวเองให้เต็มที่ เช่นไรเขานั้นก็ย่อมมีทางหนีทีไร่ ก็แค่ตอบไปว่าเป็นผักที่ซื้อจากร้านของนาง หึ!“ท่านเจ้ากรมคนตรงหน้าท่านในเวลานี้ล้วนเป็นคนงานจากไร่ของตระกูลกู้ ไร่ที่ท่านใช้ปลูกผั

  • หมิงอี้ เศรษฐีนีชาวสวน   ตอนที่ 165 สะสาง

    เสียงกลองร้องทุกข์หน้าศาลต้าหลี่ดังขึ้นแต่เช้าตรู่ เหวินกงมู่รีบวิ่งออกมาดูด้วยอารามตกใจและมีอารมณ์นักด้วยเวลานี้ยังเช้าตรู่ และแน่นอนว่าวันนี้ตนเองนั้นไม่มีงานที่จะต้องสะสาง คดีใหญ่ก็ยังไม่ถึงวันที่จะตัดสินเช่นนั้นค่ำคืนที่ผ่านมาของเขาจึงเป็นดั่งคืนวสันต์เพราะเขาถูกเชิญไปสังสรรค์ในงานลี้ยงอันหรูหราที่ข้าราชการหลายคนใฝ่ฝันอยากไปซักครั้งที่จวนเฉินอ๋องร่างอวบค่อนไปทางเจ้าเนื้อเร่งฝีเท้าวิ่งทั้ง ๆ ที่ยังสวมชุดขุนนางยังไม่เรียบร้อยดี ด้านหลังนั้นมีสาวน้อยหน้าตาหมดจรดหลายนางวิ่งถืออาภรณ์ตามมาติด ๆ แต่ครั้นใกล้ถึงศาลาว่าการท่าทางเขากลับแปรเปลี่ยนไปราวเป็นคนละคน เหวินกงมู่เปลี่ยนจังหวะการเดินเป็นนิ่งสุขุม ก่อนจะยืนนิ่งให้สาวใช้ปรนนิบัติจัดแต่งอาภรณ์ให้เข้าที่ เพียงอึดใจเดียวเขานั้นก็ดูวางมาดผู้ว่าการศาลต้าหลี่ที่แผ่กลิ่นอายน่าเกรงขามและน่าเคารพเลื่อมใสในสายตาของชาวเมืองเสียแล้ว‘หึ! ท่าทางเช่นนี้แน่นอนว่าเขานั้นตลอดหลายปีมานี้แสดงเสียจนชิน’ปึก!“เป็นผู้ใดมาตีกลองร้องเรียนแต่เช้าตรู่เช่นนี้ เงียบ!”แท่นหมึกถูกเหวินกงมู่วางลงกระทบโต๊ะแท่นตัดสินคดีความอย่างแรงจนหมิงอี้เองถึงกลับชะงัก ส่วนผู้ค

  • หมิงอี้ เศรษฐีนีชาวสวน   ตอนที่ 164 แท้จริงคือพิษปรอท

    รถม้าวิ่งลิ่วจากร้านเทียนฝูแต่เช้าตรู่นั้นสร้างความแปลกใจให้แก่มารดาแลสหายเช่นอู๋ไป๋และเฟิน เฟิน เป็นอย่างมาก“นั่นหมิงอี้หรอ นางไปไหนกันช่างดูเร่งรีบนัก” อี้เฟินออกมาทันได้เห็นหลังบุตรสาวไว ๆ แต่ครั้นเรียกนางก็ขึ้นนั่งบนรถม้าไปเสียแล้ว“ไม้รู้เช่นกัน นางมิได้บอกอันใดเลยท่านป้า/ใช่เจ้าค่ะ ไม่ได้บอกข้าเช่นกัน” ทั้งสามมองตามหลังรถม้าด้วยแววตาเป็นห่วง ในใจรู้สึกร้อนรนจนอู๋ไป๋และเฟิน เฟิน ต้องเอ่ยปากว่าพวกตนนั้นจะเร่งตามไป เพราะมองสีหน้าป้าอี้เฟินก็รับรู้ได้ทันทีว่าท่านป้านั้นไม่สบายใจ ยิ่งช่วงนี้อยู่ในระหว่างสืบหาหลักฐานก็ยิ่งต้องระแวดระวังให้มากยู้ววววเสียงรถม้าจอดที่หน้าเรือนหลังใหญ่ที่ปลูกแยกออกมาอย่างเงียบสงบในย่านของชนชั้นสูงของราชวงศ์ หมิงอี้เร่งเดินลงจากรถม้าทันทีที่ล้อรถหยุดลง“เชิญขอรับ” ทหารยามเปิดทางให้หมิงอี้เข้าไปโดยง่ายโดยมิได้ไถ่ถามแต่อย่างใด ซึ่งนั้นสร้างความประหลาดใจให้แก่หมิงอี้อยู่มิน้อย เหตุใดการรักษาความปลอดภัยขององค์รัชทายาทถึงได้หละหลวมเช่นนี้ หรือรู้จักนางเช่นนั้นหรือ แต่หากว่ารู้จักทหารยามแน่นอนว่าย่อมมิเคยเห็นนางแต่เหตุใดถึงให้ผ่านเข้ามาโดยง่ายหมิงอี้ครุ่นคิด

  • หมิงอี้ เศรษฐีนีชาวสวน   ตอนที่ 163 ต้นตอพิษร้าย

    หานเย่รู้สึกไม่ชอบใจกับเจ้าสหายตัวใหญ่ที่บอกกล่าวแก่สตรีตรงหน้าราวตนเป็นขยะเปียกที่เก็บมาเผื่อมีประโยชน์เสียอย่างนั้น แต่กระนั้นก็จำต้องสงบใจเพราะเจ้านี่รับประกันว่าหากติดตามเขามาจะให้งานแลที่อยู่อาศัยที่ดีกว่าหมิงอี้มองทั้งคู่สลับกันไปมาก่อนจะสวมใส่ถุงมือผ้า นางส่ายศีรษะเพียงเล็กน้อยกับอู๋ไป๋ จากนั้นจึงค่อย ๆ หยิบเอาดินที่อู๋ไป๋เก็บมาค่อย ๆ พินิจ“ดินสีเทาออกค่อนไปทางสีดำ อีกทั้งกลิ่นยังฉุนเช่นนี้ อู๋ไป๋ที่ตรงนั้นนอกจากดินเช่นนี้แล้วมีดิน เอ่อสีอื่นรึไม่”“อืม มีนะ เท่าที่ข้าเห็นมีเพียงดินที่ใช้ปลูกผักสลัดพวกนั้นที่มีกลิ่นฉุนและสีเช่นนี้ คิดแล้วก็ช่างน่าประหลาดทั้ง ๆ ที่ตรงนั้นเป็นดินทรายร่วนแท้ ๆ เหตุใดถึงได้มีดินประเภทนี้อยู่กันล่ะ เจ้าหานเย่! เจ้ารู้รึไม่”“ข้าย่อมรู้แน่ก่อนหน้านี้เดือนก่อนกระมัง เจ้าของที่สั่งให้คนงานไปขนดินจากในป่าตรงเขาสมุนไพร ขนมามากทีเดียวว่ากันว่าเป็นดินดีปลูกอะไรก็งามอย่างอัศจรรย์นัก และภูเขานั้นบัดนี้มีคนของทางการปิดล้อมไปแล้วชาวบ้านที่พอรู้เรื่องก็หาเข้าไปเก็บสมุนไพรเฉกเช่นเดิมได้ไม่” หานเย่เอ่ยในสิ่งที่ตนพอรู้และจากที่ชาวบ้านที่เข้ามาเป็นคนงานเช่นกันกับ

  • หมิงอี้ เศรษฐีนีชาวสวน   ตอนที่ 158 สืบคดี [1]

    หลังกลับจากศาลต้าหลี่หมิงอี้ก็เข้าสวมกอดผู้เป็นมารดาในทันที“ท่านแม่ท่านวางใจเถิด ข้ามาเป็นอันใดแน่นอนคดีนี้มีหลายส่วนที่น่าสงสัยเห็นได้ชัดว่ามีคนพยายามสร้างสถานการณ์ยากลำบากให้กลับร้านเทียนฝูของเรา” หมิงอี้เอ่ยปลอบใจมารดาที่สีหน้าบัดนี้ดูไม่ดีนัก“จะให้ข้าวางใจได้เช่นไร ข้าย่อมรู้ว่าเจ้าไม่มีทางที

  • หมิงอี้ เศรษฐีนีชาวสวน   ตอนที่ 89 กาน้ำสีเขียวปีกแมลงทับ

    “อยู่ไหนนะ กาน้ำชาสีเขียวแมลงทับ อื้ม โอ๊ะ! นั่น กาน้ำชาได้มาแล้ว เหลือ เอ่อ นี่ไง! เหล้าหมักดอกท้อ”คล้อยหลังร่างของสาวใช้ของหอคณิกา เฟิน เฟิน ค่อย ๆ ก้าวออกจากที่ซ่อนตัวอย่างระมัดระวังรีบตรงไปที่ประตูมองซ้ายแลขวาแล้วรีบซอยเท้าเร่งเดินออกจากห้องเก็บสุราและชาของร้านโดยเร็วโดยยังคงมองซ้าย มองขวาอย่า

  • หมิงอี้ เศรษฐีนีชาวสวน   ตอนที่ 10 First impression ฉบับคนจน (2)

    "หมิงอี้ หมิงอี้ ลูก สายแล้ว ตื่นเถิด" อี้เฟินหลังจากที่ทำอาหาร เก็บกวาดบ้านเสร็จ ก็เดินไปเก็บกระด้งไม้ไผ่ที่ตากเม็ดพริก และมะเขือเทศเข้ามาด้านในบ้าน หลังจากตากผึ่งแดดไว้ข้ามวันก็แห้งได้ที่ทีเดียว เมื่อเสร็จงานทุกอย่างแล้วยังไม่เห็นหมิงอี้ตื่น จึงได้เดินเข้ามาตาม "อื้อออ เมื่อยชะมัด" อี้หมิงบิดตั

  • หมิงอี้ เศรษฐีนีชาวสวน   ตอนที่ 9 First impression ฉบับคนจน (1)

    “อ้าว มากันแล้วรึ วันนี้ไปตะเวนเที่ยวไหนกันมาล่ะ!” อี้เฟินที่กำลังทำอาหารเอี้ยวหน้ามามองสองสาว“ไม่ไปโดนต่อยตีที่ไหนมาใช่หรือไม่!”“ไม่จ๊ะ ปลอดภัยไร้รอยข่วน! ป้าอี้เฟิน วันนี้ข้ากับพี่อี้หมิงไปหาทำเลขายของในตลาดมา ได้มาแล้วด้วยนะ”“จริงรึ แล้วหมิงอี้จะขายอะไรล่ะลูก” อี้เฟินที่กำลังลงมือต้มน้ำซุปอยู

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status