LOGIN"สิ่งนี้เรียกว่าถุงนอนเจ้าคะ แล้วนี้ใส่ให้ซานเอ๋อเจ้าคะ น้องจะขับถ่ายในนี้อยู่ได้หลายชัวยามเจ้าคะ เปลี่ยนเมื่อน้องถ่ายหนัก"นางไม่ลืมหยิบผ้าอ้อมสำเร็จรูปให้มารดา ของพวกนี้มีเยอะเชียวแหละ
หลัวจ่างลี่ดูบุตรสาวคนเล็กใส่กางเกงขนาดเล็กให้น้องชายก็รู้สึกสิ่งนี้จะเก็บฉี่ได้เช่นไร แต่นางก็จะเชื่อใจบุตรสาว "ว่าแต่เราจะรู้สถานการณ์ด้านนอกได้เช่นไร?"หลัวหมิงหลานถามน้องสาว หมิงเอ๋อก็ได้แต่สายศีรษะน้อยๆเพราะนางก็ไม่รู้เช่นกัน "ยังไงคืนนี้เราก็นอนในนี้ก่อน ตื่นมาค่อยหาทางดูว่าด้านนอกเป็นเช่นไร ถ้าไม่มีใครเราได้เดินทางไปต่อ เมืองนี้ไม่ปลอดภัยอยู่นานไม่ได้" หลัวหวังเหว่ยเดินเข้ามาได้ยินสิ่งที่บุตรสาวถามจึงพูดขึ้น หมิงเอ๋อนึกได้ว่าทุกคนยังไม่ได้กินอะไร จึงเดินไปหยิบอาหารกระป๋องออกมาแล้วเปิดให้ทุกคนกิน "อาหารนี้อร่อยดีนะ "หลัวหนิงเหม่ยบอกน้องสาว น้ำแกงนี้เข้มข้นแถมยังมีเนื้อด้วย "ใช้ อร่อยมาก พวกเราไม่ได้กินอาหารดีๆแบบนี้มากี่วันแล้วนะ"หลัวหมิงหลานที่หลายวันกินแต่มันโถแข็งๆก็รู้สึกดีมิใช้น้อย "พวกพี่ไม่อิ่มข้าเปิดเพิ่มได้นะเจ้าคะ"หมิงเอ๋อบอกพี่สาว พี่สาวนางผอมจนน่าสงสาร "ไม่เอาอะ เก็บไว้กินมื้ออื่นดีกว่า เสบียงเราต้องกินอย่างประหยัด ภัยสงครามไม่รู้จะยืดเยื้ออีกนานมั้ย"การเกิดสงครามเกิดมาได้6เดือนแล้ว แรกๆทุกคนก็คิดว่าอาจไม่นาน แต่ใครจะคิดว่าเมืองจะแตกแล้วทหารก็เกิดรบราฆ่าฟันไม่เลือกหน้า แถมยังเกิดโจรปล้นชิงอีก ตอนนี้เกิดความเดือดร้อนทุกหย่อมหญ้า ครอบครัวหลัวที่หนีล่าช้าเพราะมารดาท้องแก่แล้วก็เพิ่งคลอดน้องชายแถมบิดาก็เดินไม่สะดวง จึงเพิ่งหนีได้ไม่กี่วันมานี้เอง จะซื้อเกวียนวัวหรือลาก็ไม่มีอีกในสภาวะสงครามเช่นนี้การหาซื้ออะไรก็ยากไปหมด แต่สุดท้ายก็ต้องหนีทั้งๆที่มารดาร่างกายยังไม่ฟื้นดี น้องชายก็เพิ่งจะคลอด "ไม่ต้องห่วงเจ้าคะ ของในนี้มีมาก ไม่น่าจะหมดง่ายๆ" "เช่นไรก็ต้องเตรียมเผื่อไว้ เราไม่รู้ว่าสงครามจะเกิดอีกนานมั้ย ประหยัดเสบียงไว้เป็นดี"หลัวจางลี่เอ่ยเตือนบุตรสาว เมื่อทุกคนกินหมดแล้วหมิงเอ๋อก็รับหน้าที่เก็บของแล้วเอาไปทิ้งลงถังขยะที่อยู่มุมเต๊นท์ แต่พอทิ้งขยะลงไป มันก็หายไปนางจึงหันไปดูตรงชั้นวางของ ของที่หยิบออกไปเมื่อครู่ตอนนี้กลับเต็มชั้นเหมือนเก่า แปลว่าของที่เอาออกมามันจะเติมกลับไปเหมือนเก่า แบบนี้ค่อยสบายใจหน่อย "หมิงเอ๋อ มานอนได้แล้วลูก"จางลี่เรียกบุตรสาวเมื่อเห็นเด็กน้อยเดินมาใกล้ "แล้วไอ้ที่นอนนี้นอนยังไง หรือปูไว้เฉยๆ"หมิงหลานถามน้องสาว หมิงเอ๋อเดินไปแล้วสาธิตให้ดู "พี่รองเปิดตรงนี้นะเจ้าคะ แล้วเอาตัวเข้าไปนอนแล้วรูดซิปขึ้นแบบนี้เจ้าคะ" "อะไร..เจ้านี้เรียกซิปหรือ?"หมิงหลานมองถุงนอนอย่างสนใจ "เจ้าคะ" "คืนนี้เราพักผ่อนก่อน พวกเราไม่ได้นอนแบบจริงจังกันหลายวันเต็มที"หลัวหวังเหว่ยรู้ว่าทุกคนอดนอนกันมาหลายวัน คืนนี้ขอนอนพักให้เต็มที่ พรุ่งนี้เคยคิดว่าจะทำเช่นไรต่อดี แม่หลัวกล่อมบุตรชายให้หลับก่อนแล้วนางค่อยหลับตาม ส่วนสมาชิกทุกคนก็หลับลงด้วยความอ่อนเพลีย หมิงเอ๋อที่นอนไม่หลับจึงลุกมาเดินดูสถานที่รอบๆ ที่อ่างน้ำดื่มน้ำเหลือน้อยลงจากตอนแรกเต็มอ่างตอนนี้เหลือแค่1/4เท่านั้น ทำไมถึงลดลงละ พวกน้ำวิเศษมันต้องมีตลอดไม่ใช่เหรอ! นางจึงก้มมองดูว่ามันจะแห้งจริงมั้ย พอมองดีๆ ตรงก้นอ่างมีเหมือนตาน้ำ แต่อาจต้องใช้เวลา วันนี้ครอบครัวนางกระหายน้ำจนดื่มกันคนละหลายอึก มันเลยลดลงมาก นางจะค่อยดูว่าใช้เวลาแค่ไหนน้ำถึงจะเต็มอ่าง 'แล้วน้ำในลำธารละ' เด็กหญิงเดินไปดูลำธาร น้ำในลำธารใส นางลองเอามือตักขึ้นมาดื่ม 'ไม่เห็นรู้สึกแบบน้ำในอ่างเลยแต่ก็สดชื่นดีเหมือนกัน' นางสบัดน้ำออกจากมือ แต่พอน้ำโดนหญ้าบริเวณนั้นหญ้ากลับงาม แล้วตรงที่พวกนางอาบน้ำแล้วมีน้ำหยดลงพื้นดิน บริเวณนั้นหญ้าจะขึ้นงามกว่าที่อื่น 'หรือน้ำในลำธารจะเอาไว้รดผักผลไม้ ' โอเค แปลว่าน้ำทั้งสองที่มีคุณสมบัติพิเศษต่างกัน แต่ว่านางจะไปหาผักผลไม้ที่ไหนมาปลูกกัน ตอนนี้มองไปทางไหนก็มีแต่คนสู้กัน แล้วนางกับครอบครัวจะอยู่ในนี้ตลอดไปไม่ได้ เด็กหญิงเดินไปดูที่อ่างน้ำอีกครั้ง แต่ก็เหมือนเดิม 'สงสัยจะค่อยๆซึมออกมาแนเลย' เมื่อไม่มีอะไรเกิดขึ้นนางจึงเดินเข้าไปในเต๊นท์แล้วล้มตัวนอนตามสมาชิกที่ตอนนี้แต่ละคนหลับกันเงียบ หมิงเอ๋อกำลังหลับอย่างสบายก็ได้ยินเสียงคนคุยกัน นางจึงลืมตาขึ้นดูว่าใครคุยกัน หรือถึงเวลาเปลี่ยนเวรที่ศูนย์อพยพหรือไงกัน แต่พอลืมตาก็งุนงงว่าคนพวกนี้เป็นใคร ก่อนสมองจะปรับว่าเกิดอะไรขึ้น ใช่แล้ว นางตายแล้วแล้วก็ได้ข้ามมิติมาอยู่ในยุคโบราณแห่งแค้วนฮัน ที่ตอนนี้กำลังเกินสงครามระหว่างแคว้น ทำให้ประชาชนต้องหนีตายทหารแคว้นเหลียงบุกที่ไหนก็จะเข่นฆ่าชาวบ้านอย่างไม่ปราณี แถมยังมีโจรชุกชุมอีกด้วย อะไรมันจะลำบากขนาดนี้ชีวิต หมิงเอ๋อตื่นแล้วก็พับถุงนอนให้เรียบร้อยก่อนจะเดินไปดูว่ามารดาและพี่ๆทำอะไรกัน "ท่านแม่ทำอะไรอยู่เจ้าคะ"เด็กหญิงเดินไปนั้งข้างๆคนทั้งสาม ส่วนบิดาอุ้มหลีซานเดินเล่นรอบๆเต๊นท์ "แม่กำลังดูว่าเราจะก่อไฟได้เช่นไรเพื่อจะได้หุงหาอาหารนะแต่ไม่มีฟืนเลย"ด้วยอากาศในมิติกำลังเย็นสบาย ทำให้เมื่อคืนไม่ต้องก่อไฟแถมถุงนอนก็อุ่นดีด้วย แต่เช้านี้จำต้องก่อไฟแต่มองตรงไหนก็ไม่มีต้นไม้หรือขอนไม้ที่จะสามารถนำมาเป็นฟืนได้ "ไม่ต้องใช้ฟืนเจ้าคะ เดี๋ยวนะเจ้าค่ะ ลูกไปดูก่อนว่าเตาปิกนิกอยู่ไหน"พูดจบก็เดินไปที่มุมชั้นเก็บของ "พี่ใหญ่เจ้าคะ มาช่วยข้าหยิบเตาหน่อยเจ้าคะ ข้าหยิบไม่ถึง"ด้วยขนาดตัวที่เล็ก แต่เตาปิกนิกวางอยู่ชั้นบน นางจึงหยิบไม่ถึง "ชิ้นไหนหรือ?" "ที่เป็นกล่องหิ้วสีนำเงินนะเจ้าค่ะ"หลัวหนิงเหม่ยเงยหน้ามองแล้วหยิบตามที่น้องสาวบอก "ชิ้นนี้ใช่มั้ย?"แต่ด้วยพี่สาวก็ตัวโตกว่านางไม่มากจึงต้องไปหาเก้าอี้มาต่อขา "ใช่เจ้าคะ..พี่ใหญ่หยิบห่อที่อยู่ในลังออกมา5,6ห่อเจ้าคะ เราจะเอามาต้มกิน" เมื่อได้ของครบแล้วก็เดินกลับไปหามารดา "เช้านี้เราจะต้มบะหมี่กันนะเจ้าคะ ออกไปทำข้างนอกดีกว่าเจ้าคะ"หลัวหมิงเอ๋อบอกกับทุกคน พอทุกคนออกมาจากเต๊นท์ ก็มานั้งดูหมิงเอ๋อจุดเตา หมิงหลานที่เดินไปตักน้ำมาจากลำธารก็เอามาตั้งบนเตา "พอน้ำเดือดท่านแม่ก็เทบะหมี่แห้งลงไปในหม้อเลยเจ้าคะ แล้วซีกหอเครื่องปรุงใส่ลงไป เพียงชั่งครู่ก็ได้กินแล้วเจ้าคะ" แม่หลัวทำตามที่บุตรสาวคนเล็กบอก ไม่นานทั้งครอบครัวหลัวก็มานั้งล้อมวงกินบะหมี่รสชาติแปลก แต่อร่อย "บะหมี่นี้รสชาติดีมาก "แม่หลัวเอ่ยปากบอกทุกคน "ใช่เจ้าคะ..มีรสเผ็ดนิดๆแต่ก็อร่อย"หลัวหนิงเหม่ยถูกใจกับรสชาติของบะหมี่แกงกระหรี่เนื้อเป็นอย่างมาก "ว่าแต่ แล้วเราจะออกไปจากที่นี้ได้เช่นไร เราจะอยู่ในนี้ตลอดไปไม่ได้นะหมิงเอ๋อ"พ่อหลัวถามบุตรสาว ในนี้มันก็ปลอดภัย แต่เขาก็ยังอยากรู้สถานการณ์โลกภายนอก "เดี๋ยวลูกออกไปดูก่อนเจ้าคะ ว่าพวกโจรไปกันหรือยัง เพราะลูกสามารถหายตัวเข้ามาในนี้ได้หากเจอพวกโจร"เด็กสาวกำลังคิดว่าจะออกไปดูลาดเลาอยู่พอดี แต่ก่อนที่นางจะออกไปก็เดินที่ตรงชั้นวางของแล้วมองหาอาวุธให้ตนเองและคนในครอบครัวไว้ป้องกันตัว นางเจอกระบองไฟฟ้า นางจึงเอามาเสียบไว้หลังเอวแล้วหยิบมีดเดินป่าขนาด12นิ้วที่เจ้าหน้าที่เอาไว้ตัดต้นไม้ที่รกให้บิดาถือ ส่วนพี่สาวทั้งสองนางให้ที่ช็อดไฟฟ้าของส่วนตัวนางในชาติที่แล้วและไม่ลืมบอกวิธีการใช้ ส่วนมารดานางให้ปืนไฟฟ้าที่พอยิงออกไปจะตัวชนวนไฟวิ่งออกไปถูกตัวแล้วมีกระแสไฟแรงสูงไปช็อดคู่ต่อสู้ เมือดูแล้วว่าทุกคนได้อาวุธครบนางก็หายตัวออกไปดูเหตุการณ์ด้านนอก คนบ้านหลัวเห็นว่าอยู่ๆบุตรสาวก็หายตัวไปก็ต่างตกใจ แถมยังสงสัยอีกว่า ในนี้ปลอดภัยแล้วหมิงเอ๋อทำไมต้องให้อาวุธพวกตนด้วย ส่วนหมิงเอ๋อเมื่อหายตัวก็มาปรากฏตัวตรงที่เดิมที่หายไปเมื่อวาน นางค่อยๆเดินไปปากโพรงแล้วมองรอบๆ เมื่อไม่เห็นใครก็เดินออกจากที่ซ่อน แล้วสำรวจทั่วบริเวณ จนมั่นใจว่าปลอดภัยนางจึงพาครอบครัวออกมา แม่หลัวที่เอาผ้ามาผูกบุตรชายไว้กับอกเช่นเดิม เมื่อเห็นสถานที่รอบๆก็รู้สึกไม่ปลอดภัย ไม่เหมือนตอนอยู่ในมิติของบุตรสาว ส่วนพ่อหลัวพอออกมาก็หันมองรอบๆอย่างระวังภัย "ชาวบ้านหายไปไหนหมด"หนิงเหม่ยบุตรสาวคนโตเอ่ยถามอย่างสงสัย "เมื่อวานคนมีหลายสิบครอบครัว แต่วันนี้หายไปไหนหมด"หมิงหลานพูดเบาๆออกมา "ลูกว่าเราต้องมีรถม้าแล้วเจ้าคะ เดินเท้าแบบนี้เราเสียเปรียบมาก"หมิงเอ๋อเสนอความคิด "ไม่ใช่ว่าพ่อไม่คิด มารดาเจ้าเพิ่งคลอดน้อง แต่สถานการณ์มันหาซื้อยากนะลูก "พ่อหลัวตอบบุตรสาว ตอนที่จะหนีเขาพยายามทีจะหาซื้อรถม้าหรือวัวเทียนเกวียนเพราะสงสารภรรยาที่เพิ่งคลอดบุตรชาย ไหนจะบุตรสาวทั้งสามอีก แต่ด้วยช่วงสงครามทำให้หาซื้อยาก ตลอดหลายวันที่หนีมาต่างต้องเดินเท้าไม่ได้หยุด จนเมื่อวานที่มีกลุ่มโจรเข้ามาปล้นทำให้กลุ่มอพยพแตกกระจายไปกันคนละทาง "เช่นไรเราก็ต้องมีรถม้าเจ้าคะ เราจะได้ปลอดภัยอีกหน่อย" "เมืองข้างหน้าอาจมี แต่อาจแพงกว่าปกติ"พ่อหลัวอธิบายให้บุตรสาวเข้าใจ " แวะเลยเจ้าคะ ส่วนเรืองเงิน เดี๋ยวข้าหาทางเองเจ้าคะ" เมื่อตกลงกันไปทุกคนก็ออกเดินทางโดยคอยมองระวังภัยอยู่ตลอดทาง ระหว่างทางก็เห็นมีศพชาวบ้านนอนตายมากมายสร้างความหดหู่อย่างมาก จนผ่านไปสองชัวยามครอบครัวหลัวก็มาถึงเมืองอี้เจิน แต่ถูกทหารสั่งห้ามไม่ให้เข้าเมือง "พวกเราแค่เข้าไปซื้อเสบียงเท่านั้นขอรับ ได้เสบียงแล้วก็จะรีบไปทันที เช่นไรพี่ชายก็ช่วยเหลือหน่อยนะขอรับ"พ่อหลัวพูดพร้อมหยิบอีแปะใส่มือทหารเฝ้าประตูเมือง "ถ้าไม่ค้างคืนก็เข้าไปได้ แต่ข้าให้เวลาแค่หนึ่งชัวยามเท่านั้น ไม่เช่นนั้นพวกเจ้าถูกจับแน"ทหารเฝ้าประตูเมือเห็นเหรียญในมือหลายอีแปะก็พอใจ ในช่วงสงครามเช่นนี้เงินทองถือว่ามีค่ามากอินฮวาทอผ้าผืนพิเศษให้หมิงเอ๋อโดยเฉพาะ นางใช้ใยบัวที่นางให้สามีเข้าไปขุดในมิติเพื่อเลี้ยงบัวจันทราโดยเฉพาะ บัวชนิดนี้นางเพิ่งได้มาเมื่อไม่นานจากหมิงเอ๋อ เพราะนางได้มาจากคู่หมั้น ไม่คิดว่าปลูกแค่4เดือนก็สามารถนำใยบัวมาปั่นเป็นด้ายได้แล้ว นางลองเอามาทอก็ได้ผ้าที่สวยแปลกตาแถมยังมีกลิ่นหอมเฉพาะตัวอีกด้วยผืนแรกนางส่งไปประมูล แต่ผืนนี้นางจะตัดเป็นชุดเจ้าสาวให้หลานสาว นางช่วยเหลือครอบครัวมัวไว้มากจริงๆ ส่วนหนิงเหม่ยพอรู้ข่าวก็ส่งจดหมายมายินดีด้วย แต่ว่าตัวคงมาไม่ได้เพราะติดที่มีบุตรสาวต้องดูแล ไหนจะแม่ทัพเซียะไม่อาจทิ้งหน้าที่ได้ นางได้แต่ส่งหมอนคู่ยวนยางคู่กัน ใจจริงนางจะไปด้วยตนเองกับลูกๆ แต่สามีไม่ให้พวกนางแม่ลูกเดินทางเพราะห่วงความปลอดภัย เขาไปเขียนจดหมายกล่าวขอโทษพ่อตาไปแล้วด้านหมิงหลานก็เจอปัญหาไม่ต่างกัน แล้วไหนจะบุตรทั้ง4ที่อายุได้เกือบ5เดือนกำลังเริ่มคล่ำได้แล้ว ถ้าตอนงานแต่งคงกำลังคลานแน จึงงดมาร่วมแสดงความยินดี แต่ก็ส่งจิ้งจอกลีลาบนเขาหิมะมาให้คู่หนึ่ง เพราะคิดว่าน้องสาวต้องชอบแน เพราะหน้าตามันดูเบื่อโลกสุดๆ ตลกมากแต่พอของขวัญส่งมาถึงจริงๆ คนที่กริ้ดกลับเป็นหลีซานกับเหวยเห
เช้าของอีกวัน แม่หลัวก็เตรียมมื้อเช้าไว้รับรองแขกเช่นเดิมมีทั้งโจ๊กข้าวโพด ที่นำข้าวโพดมาบดมาต้มจนเป็นเนื้อข้น พร้อมแผ่นแป้งทอด มียำผักดองใส่ไก่ฉีกไว้กินคู่กับแผ่นแป้งเหลืองกรอบตอนที่สวี่กวนซางมาถึงโต๊ะอาหารก็เห็นมื้อเช้าที่หน้าตาน่ากิน พร้อมเห็นสองลูกศิษย์นั่งตักโจ๊กข้าวโพดกินพร้อมกัดแผ่นแป้งที่มีใส้อยู่ข้างใน ทั้งสองกินจนแก้มยุ้ย พอเห้นอาจารณ์ของตนเองก็เอ่ยชวน"ท่านอาจารณ์กินโจ๊กขอรับ""โจ๊กท่านแม่อาหย่อยที่สุดเจ้าค่ะ"สองฝาแฝดอวดฝีมือมารดา"เช่นนั้นอาจารณ์ต้องขอชิมเสียหน่อยแล้ว"เห็นสองหนูน้อยกินแล้วก็ทำให้ท้องเขาร้องเหมือนกัน ที่สุดชายหนวดยาวก็กินโจ๊กข้าวโพดไปถึงสองถ้วยสวี่กวนซางอยู่สอนวิชาบนเขาเหลียนซาน ขั้นต้นเขาให้เด็กๆฝึกความพร้อมของร่างกาย แต่สิ่งที่ชายหนวดยาวสอนก่อนเขาจะกลับขึ้นเขาคือ การเขียนอักขระบังตา "พวกเจ้าจงฝึกร่ายคาถานี้ เพื่อซ่อนของวิเศษที่อาจารณ์ให้พวกเจ้า ถึงกับคนทั่วไปจะไม่มีปัญหา แต่กับคนที่ฝึกยุทธ มันอาจนำปัญหามาให้พวกเจ้า เพราะฉะนั้น จงฝึก อาจารณ์มาครั้งหน้าพวกเจ้าต้องร่ายคาถานี้ได้""ขอรับ..เจ้าค่ะ..เย้ากะ""เจ้าตัวเล็กทั้งสองยังไม่ต้องฝึกมากก็ได้ แค่ท่องค
เมื่อเสร็จพิธีรับลูกศิษย์ หมิงเอ๋อก็ชวนท่านลุงเข้าบ้าน "พรุ่งนี้เช้ามาหาข้าที่นี้ ข้าจะแจกป้ายประจำตัวให้"ในยามมีครบหรือเปล่าต้องไปรื่อดูก่อน "ขอรับ..เจ้าค่ะ..เย้ากะ"หนูน้อยทั้ง9พนักหน้าเป็นไก่จิกก่อนจะกลับไปสนใจสัตว์เลี้ยงตัวใหม่ของสหาย ก่อนจะชวนกันกลับไปเล่นกันต่อ หมิงเอ๋อพาท่านลุงเข้าไปในบ้าน นางเห็นบิดากำลังเดินไปที่โรงเครื่องเรือนกับหม่าฉิวเวิน ที่ตอนนี้สามารถฝึกทำเครื่องเรือนได้หลายชิ้นแล้ว เพราะพ่อหลัวให้โอกาสคนงานได้แสดงฝีมือเต็มที่ ถ้ามีจุดไหนที่ไม่เรียบร้อยเขาจะช่วยแนะนำให้ "ท่านพ่อ..ลูกกลับมาแล้วเจ้าค่ะ"หญิงสาวเอ่ยเรียกบิดา "บุตรสาวของพ่อกลับมาแล้ว"เมื่อเห็นบุตรสาวก็ทักทายพร้อมมองไปที่ข้างกายบุตรสาว พอบุตรสาวเห็นก็หันมาแนะนำ "ท่านนี้เป็นท่านลุงสวี่กวนซางเป็นท่านลุงของพี่ฮวนเจ้าค่ะ ท่านลุงซาง คนนี้คือบิดาของข้าเจ้าค่ะ มีนามว่าหลัวหวังเหว่ยเจ้าค่ะ" พ่อหลัวเมื่อเห็นมีแขกมาบ้านก็เดินเข้ามาทักทาย "คารวะพี่สวี่ขอรับ เดินทางกันมาเหนื่อยๆ เชิญนั่งพักก่อนขอรับ" "เดินทางมาไม่ได้แจ้งล่วงหน้า ต้องขออภัยด้วย" "ไม่กล้าๆ..บ้านหลัวของเรายินดีตอนรับขอรับ"พ่อหลัวผู้มีอัธยาศัยดีก็เต
ตลอดงานประมูล หมิงเอ๋อยืนคู่เจ้าของหออี้เฟินเพื่อแสดงให้ทุกคนเห็นว่าตนเองก็เป็นเจ้าของหอประมูล และเป็นผู้ที่ปรุงยาต่างๆออกมาประมูล สร้างความฮือฮาไม่ใช่น้อย ชิวไซซียิ่งรู้สึกเจ็บใจมากขึ้นไปอีก เพราะนางไม่สามารถเทียบกับสตรีผู้นั้นได้ แถมคุณชายซงยังปล่อยให้นางผู้นั้นแสดงตัวว่าเป็นเจ้าของหออี้เฟิน "ที่แท้ยาที่นำมาประมูลก็เป็นของท่านหมอน้อยนี้เอง นิน่าถึงมีสรรพคุณเหนือใคร"นายท่านฝูถามขึ้น "แล้วท่านกับคุณชายซง..?"นายท่านโจวคิดสงสัย เพราะทั้งสองดูใกล้ชินกันเกินกว่าปกติ "นางเป็นคู่หมั้นข้าเองขอรับ"ชายหนุ่มตอบด้วยน้ำเสียงนิ่งๆ แต่ดูจากชุดและเครื่องประดับที่ถึงแม้จะน้อย แต่กลับดูล่ำค้ามาก ปิ่นหยกม่วงชิ้นนี้เป็นของหายาก เพราะเป็นหยกที่จะเกิดที่หุบเขาลึกลับทางใต้ ต้องปีนขึ้นไปบนยอดเขาที่มีอากาศน้อยแล้วค่อยๆหา ไม่ใช่ว่าขึ้นไปแล้วจะเจอเลย ต้องขุดหาอีกหาอย่างยากลำลาก ซึ่งต้องเป็นคนที่มีความชำนานถึงจะสามารถขุดได้ ไม่เช่นนั้นอาจเอาชีวิตไปทิ้งบนยอดเขา เนื้อหยกจะมีความวาวใสเปร่งประกายสีม่วงในตัวโดยไม่ต้องทำอะไรมาก แถมหยกชนิดนี้ยังสามารถเป็นที่ตรวจพิษได้อีกด้วย การเจอครั้งหนึ่งก็จะได้ขนาดไม่ใหญ่ม
หลังจากนำสัตว์เลี้ยงไปส่งให้เหลียนฮวาแล้ว ซงซุยฮวนก็กลับจวนซงไปหามารดากับผู้เป็นลุง "กว่าจะได้เจอตัวเจ้าหลานชายนะ ไม่รู้ข้าคิดถูกหรือคิดผิดที่ยกหอประมูลให้เจ้าดูแล ตั้งแต่เจ้าไปดูแลก็ไม่ค่อยได้กลับจวนสกุลซงเลย" หลานชายคารวะผู้เป็นลุงก่อนจะก่อนจะนำชุดหมากล้อมชุดใหม่ที่สวี่กวนซางฝากมาให้ ส่วนเสี่ยวเฟิงก็วิ่งไปโดดขึ้นตักซงอี้เฟิน หมากล้อมชุดนี้เวลาเล่นจะช่วยทำให้จิตสงบ เล่นไปจะจะค่อยๆเพิ่มพลังภายใน และทำให้ร่างกายแข็งแรง "ท่านลุงซางฝากมาให้ท่านลุงขอรับ"พอรู้ว่าสหายฝากมาก็ดีใจ "แล้วเขาไม่มีอะไรมาฝากแม่เลยหรือ?"ซงอี้เฟินรีบถาม พี่ชายนางจะมีของฝากเพียงคนเดียวได้ยังไงกัน ซงซุยฮวนยิ้มบางๆเมื่อเห็นมารดากับท่านลุงมองหน้าอย่างไม่ยอมกัน "ท่านลุงบอก ว่าที่ลูกสะใภ้ท่านแม่ให้ของดีมาเยอะแล้ว แต่ท่านลุงก็ฝากดอกกล้วยไม้หมื่นลี่มาให้ท่านได้ดูเล่นขอรับ" "สหายผู้นี้ช่างพูดจาเข้าหู ตอนท่านลุงมาหาลูก เจ้าต้องดูแลท่านเป็นอย่างดีนะ พี่ซางนะชอบกินของอร่อยเป็นที่สุด ใช่มั้ยพี่ใหญ่" "ใช่แล้ว..เพราะตอนอยู่บนเขาต้องฝึกตนถือศิล พอลงมาจากเขาจึงสรรหาของอร่อยกิน " "แล้วนี้แค่เอาของมาให้พวกแม่หรือมีอะไรมั้ยลู
ซงซุยฮวนไม่ได้เก็บเรื่องนี้มาใส่ใจ เพราะคิดว่าตนเองพูดไปชัดเจนแล้ว แต่คุณหนูชิวผู้นั้นก็ยังคงมาหาเขาไม่เลิก เช่นวันนี้ที่นางถือวิสาสะมาที่หอประมูลเพื่อนำของกินมาให้เขา "คุณชายซง วันนี้ข้าทำน้ำแกงบำรุงสุขภาพมาฝากท่านเจ้าค่ะ" หญิงสาวให้สาวใช้นำเถาใส่น้ำแกงมาวางไว้ที่โต๊ะ ชายหนุ่มไม่คิดตอบอะไร เขายังคงนั่งทำงานต่ออย่างเงียบๆไม่คิดสนใจสตรีในห้อง ชิวไซซีเมื่อเห็นชายหนุ่มไม่ตอบก็ไม่คิดอะไร ยังคงนั่งเฝ้าชายหนุ่มจนเย็น นางทำเช่นนี้อยู่เป็นเดือนก็ยังคงได้รับความเฉยเมย เจ้าของหออี้เฟิงก็ไม่ได้คิดสนใจ นางอยากมานั่งก็นั่งไป คืนนี้มีการจัดการประมูล ครั้งนี้เขามีเขากว้างอี้เทียนที่มีความเชื่อว่าใครมีครอบครองจะนำความโชคดีและปัดเป่าสิ่งชั่วร้ายได้ ไหนจะผ้าของสกุลมัวที่จะนำมาประมูลตลอด ผ้าที่นำมาประมูลจะไม่มีขายในร้านผ้าสกุลมัว เพราะถือเป็นผ้าแบบพิเศษ และด้วยเหลียนฮวางอแงอยากได้สัตว์เลี้ยงแบบหมิงเอ๋อ มัวจือผิงจึงเดินทางมาหาซงซุยฮวนเพื่อถามว่าเขาไปซื้อเจ้าเสี่ยวสุยมาจากไหน "คุณชาย นายท่านมัวมาขอพอขอรับ"ลูกน้องรีบเข้ามารายงานเจ้านาย เพราะรู้ว่านายท่านมัวสนิทกับคุณชาย เจ้าของหอประมูลไม่พูดอะไร
สตรีในงานต่างส่งเสียงฮือฮาเมื่อได้เห็นภาพที่สะใภ้เซียะนำมาถวายแด่องค์ไทเฮา แม่แต่องค์ฮองเฮายังมองด้วยความตื่นเต้น"เอามาให้เราดูใกล้ๆสิ"ไทเฮาถึงกลับขยับตัวเพื่อให้เห็นภาพตรงหน้าชัดๆด้ายไหมที่เงางามพอนำมาปักเป็นภาพอุทยานที่มีทั้งดอกไม้และผีเสื้อบินตอม ทั้งการไล่สีและวางตำแหน่งช่างน่ามองมิใช้น้อย "
มีตัวอักษรปรากฏขึ้นพร้อมเสียง'ยินดีกับโฮสที่ยืนยันตัวตน ตอนนี้โฮสได้เป็นเจ้าของกระเป๋ามิติเป็นที่เรียบร้อยแล้ว'พอสิ้นเสียง ตัวอักษรก็หายไป ถุงผ้าก็กลับเป็นถุงผ้าอย่างเดิม"มันมีตัวอักษรและมีเสียงด้วยอ่ะ"หมิงหลานเอ่ยขึ้น"เสียงอะไรหรือเจ้าค่ะ?""เจ้าไม่ได้ยินหรือ!"หมิงหลานถามน้องสาวด้วยความแปลกใจ"
การที่แม่ทัพไป๋มาพักที่บ้านหลัว ทำให้หมิงหลานรู้สึกมีชีวิตชีวามากขึ้น ไป๋เยี่ยนฟางอยู่คอยช่วยคู่หมั้นเลี้ยงน้องๆ แม่ทัพหนุ่มเหมือนได้มาเติมพลัง การเล่นกับสองฝาแฝด ทำให้ชายหนุ่มยิ่งมีความคิดอยากมีลูกเป็นของตนเองมากขึ้น "หลานเอ๋อ""เจ้าค่ะ""เจ้าอยากแต่งงานหรือยัง?"แม่ทัพหนุ่มถามคู่หมั้นสาวในขนาดที
ที่จวนนายอำเภอ ผู้ช่วยนายอำเภอกลับมาถึงส่งเงินให้นายอำเภอเหยียนถิงจง ที่นั่งรอฟังข่าวกับฉางป๋ายโจ เจ้าของหอประมูลฉางฉัยที่เปิดใหม่ เขาพยายามสืบจนรู้ว่าหออี้เฟิงได้ยาหายากมาจากไหน เขาให้ลูกน้องไปติดต่อขอซื้อหลายครั้งนังเด็กนั้นก็ไม่คิดตกลงขาย เขาจึงต้องลงมือสั่งสอน "ท่านหมอน้อยนั้นก็จัดการได้ไม่ยาก







