Share

บทที่ ๘ เปิ่นหวางไม่คิดว่าน่ารังเกียจ

last update Terakhir Diperbarui: 2025-09-13 14:35:18

บทที่ ๘

เปิ่นหวางไม่คิดว่าน่ารังเกียจ

“เฮ้ย! ผีหลอก”

ที่ข้างโลงศพมีเพียงจินเทียนหลุนเท่านั้นที่ยังอยู่ที่เดิม แม้แต่เฉียวเหอก็ยังเผลอถอยหลังไปหลายก้าว แต่เมื่อเห็นเจ้านายยังยืนกำดาบไว้แน่นเขาจึงเดินเข้ามายืนอยู่ข้างกายร่างสูงทำใจแข็งจ้องร่างในโลงศพ

“ท่านอ๋อง นาง…”

“นางยังไม่ตาย”

แม้แต่คนพูดประโยคนี้ยังสะท้านยิ่งไม่ต้องพูดถึงเฉียวเหอที่จับชีพจรจิ่วเหลียนฮวาแล้วพบว่านางสิ้นใจแล้ว

“จะเป็นไปได้อย่างไรพ่ะย่ะค่ะ ก็ในเมื่อกระหม่อมจับชีพจรนางแล้วไม่เต้น”

“โดยทั่วไปชีพจรและหัวใจจะหยุดเต้นพร้อมกัน แต่บางกรณีชีพจรอาจหายไปก่อนที่หัวใจจะหยุดเต้น…”

“เป็นไปได้ว่านางยังไม่ตายตั้งแต่แรกหรือพ่ะย่ะค่ะ”

จินเทียนหลุนพยักหน้ารับ ยื่นมือไปจับแก้มจิ่วเหลียนฮวาพบว่าร่างกายนางเริ่มอุ่นขึ้นแล้ว เพื่อความมั่นใจจึงคิดยื่นมือไปตรวจชีพจรตรงคอให้นาง

ทว่ามือเขากลับถูกนางคว้าเอาไว้หมับ!

“ท่านอ๋องกำลังทำอะไรเพคะ”

จินเทียนหลุนถอนหายใจอย่างเบาใจเมื่อนางเอ่ยกับเขามาเป็นคำพูด ในตอนนั้นเองที่เฉียวเหอรู้ว่าเจ้านายตนก็หายใจไม่ทั่วท้องให้กับสถานการณ์นี้

“เจ้า…ขออภัย ก่อนหน้านี้เปิ่นหวางคิดว่าเจ้าเสียชีวิตไปแล้วจึงได้พามาฝังที่สุสานตระกูลหม่า”

จินเทียนหลุนคิดจะพูดว่า ‘เกิดอะไรขึ้นกับเจ้า’ แต่เมื่อเห็นท่าทางงงงวยของนางแล้วจึงเปลี่ยนคำพูด

“ตายไปแล้วหรือเพคะ”

จิ่วเหลียนฮวายกมือสัมผัสอกข้างซ้ายเมื่อนึกถึงเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ได้แล้ว

นอกจากเลือดที่แห้งกรังติดเสื้อแล้ว นางไม่ได้รู้สึกเจ็บที่หน้าอกอีกต่อไป ในใจคิด…

ท่านเทพไม่ได้โกหกข้า ตอนนี้ข้าต้องตายอีกแปดครั้งสินะถึงจะกลับแดนบุปผาได้

“จิ่วเหลียนฮวา กลับตำหนักเทียนหลุนไปแล้วเปิ่นหวางจะให้หมอหลวงมาตรวจอาการเจ้า”

จิ่วเหลียนฮวากลับมาอยู่กับปัจจุบัน รีบโบกมือปฏิเสธในทันที

“มิได้เพคะ หม่อมฉันไม่ได้เป็นอันใดแล้ว ขอบพระทัยท่านอ๋องที่เปิดฝาโรงก่อนที่หม่อมฉันจะขาดอากาศหายใจตายจริง ๆ”

“เจ้าเสียดสีเปิ่นหวาง”

จิ่วเหลียนฮวาหน้าเสีย ลุกออกจากโลงศพมาคุกเข่าที่พื้นเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ

“หม่อมฉันมิกล้าเพคะ ได้โปรดท่านอ๋องและท่านองครักษ์ทั้งหลายช่วยเก็บเรื่องนี้ไว้เป็นความลับ”

จิ่วเหลียนฮวาผสานมือโค้งตัวแนบหน้าผากจรดพื้นดิน เพียงสถานะบุตรหลานของตระกูลหม่าก็ทำให้นางใช้ชีวิตลำบากแล้ว นางไม่อยากเพิ่มสถานะผีดิบฆ่าไม่ตาย

“ไม่ต้องขอร้อง เปิ่นหวางสั่งไม่ให้คนแพร่งพรายเรื่องของเจ้าแล้ว แต่เปิ่นหวางไม่ให้คำมั่นว่าเรื่องจะไม่ถึงหูคนในวังเลย เมื่อวานเหตุการณ์ชุลมุนมาก อาจจะมีคนที่รู้จักเจ้าอยู่ในเหตุการณ์เมื่อวานนี้ก็ได้”

จิ่วเหลียนฮวาพยักหน้ารับ ได้ยินแบบนี้แล้วนางจะได้เตรียมใจตั้งรับ ชีวิตนางไม่ง่ายมาตั้งแต่เกิด นางไม่คิดว่าตนจะโชคดีที่ไม่มีคนรู้จักเห็นเหตุการณ์

ณ จวนจือเล่อ

เมื่อจิ่วเหลียนฮวาไม่ยอมให้จินเทียนหลุนเชิญหมอหลวงมารักษา เขาจึงให้หมอทั่วไปมารักษานางที่จวนจือเล่อ นางจะเป็นนางกำนัลคนแรกที่ได้โอกาสเลือกที่พักก่อนโดยมีเจ้าของจวนหนุนหลัง

จิ่วเหลียนฮวาจึงเลือกห้องที่มีทิวทัศน์นอกหน้าต่างเป็นสระบัวตามนามของตนเอง

ห้องที่นางเลือกมีสองเตียงด้วยกัน ตอนอยู่ตำหนักเทียนหลุนจือเล่อห้องนางก็มีสองเตียง แต่ไม่มีสหายนางกำนัลคนใดเลือกนอนห้องเดียวกับนาง

มายามนี้อยู่จวนจือเล่อแล้ว นางก็อยากรู้ว่าใครจะเลือกนอนห้องเดียวกับนางหรือไม่ หรือจะให้นางคนเดียวอีกตามเคย

“เชิญท่านหมอ”

จิ่วเหลียนฮวาเลิกสำรวจห้องเมื่อได้ยินเสียงเฉียวเหอดังขึ้นหน้าเรือนพักนางกำนัลที่มีห้องพักมากกว่าสิบห้อง

“คารวะท่านหมอเจ้าค่ะ”

จิ่วเหลียนฮวาโล่งใจที่ท่านหมอเป็นสตรี

“แม่นางมิต้องมากพิธี”

จิ่วเหลียนฮวาผายมือเชิญหมอหญิงไปนั่งศาลาแปดเหลี่ยมเพราะในห้องยังไม่ได้รับการทำความสะอาด

เฉียวเหอรู้มารยาท เดินออกจากศาลาแปดเหลี่ยมทันทีเพราะจิ่วเหลียนฮวาต้องเผยเนื้อหนังบริเวณกลางอกให้หมอหญิงดู ที่นี่ไม่มีใครอื่นอีก นางจึงไม่กังวลว่าจะมีผู้ใดลอบมองหรือไม่

ไม่คิดเลยว่าคนที่นางมิคิดว่าจะลอบมองตนต้องเบือนหน้าหนีทันทีที่เห็นจิ่วเหลียนฮวาดึงเสื้อลงจนเผยเนื้อนวลไร้บาดแผลเหวอะหวะ

“...แม่นางเพิ่งได้รับบาดเจ็บมาจริงหรือ”

เพราะบนผิวจิ่วเหลียนฮวาปรากฏเพียงรอยแผลเป็นเล็ก ๆ สวนทางกับเสื้อที่มีคราบเลือดเปื้อนเต็มหน้าอก

จิ่วเหลียนฮวาก้มลงมองแผลของตนเอง ไม่รู้จะอธิบายสถานการณ์ของตนเองอย่างไรดี

“เอ่อ คือว่า…”

“เอาเถอะ! ข้าเป็นหมอมานานหลายปีรู้ว่าสิ่งใดควรรู้สิ่งใดไม่ควรรู้ ข้าเก็บข้อมูลผู้ป่วยได้เก่งมาก ความนี้จะอยู่ที่ข้าเพียงผู้เดียวจนกระทั่งตัวตาย”

จิ่วเหลียนฮวาไม่เชื่อคำพูดของหมอหญิงเพราะคิดว่าอีกฝ่ายจะต้องไปรายงานจินเทียนหลุนต่อ

“เจ้าค่ะ”

แต่สุดท้ายนางก็ตอบสั้น ๆ พร้อมรอยยิ้ม รอหมอหญิงเขียนเทียบยารักษาอาการภายในให้

“ดื่มยาตำรับนี้สามวัน อาการภายในดีขึ้นแน่ แต่เรื่องรอยแผลเป็นอาจจะต้องใช้ยาดีหน่อยถึงจะไม่ทิ้งรอยเรื่องนี้แม่นางต้องขอความกรุณาจากท่านอ๋องเองแล้ว”

ยาภายนอกที่ไม่ให้ทิ้งรอยแผลเป็นเอาไว้ราคาแพงนัก จิ่วเหลียนฮวามีทุนทรัพย์ไม่พออย่างที่หมอหญิงคิดจึงไม่ได้โกรธเคืองที่อีกฝ่ายมองทะลุ

“ข้าเป็นนางกำนัลต่ำต้อย มีรอยแผลเป็นก็ไม่เป็นไรเจ้าค่ะ เรื่องนี้เรื่องเล็ก”

จิ่วเหลียนฮวามองเทียบยาในมือ ตั้งใจไว้แล้วว่าจะเก็บเทียบยานี้เอาไว้ไม่คิดใช้เงินตัวเองซื้อหรือรบกวนใคร

ข้าต้องตายอีกตั้งแปดครั้ง เสียดายของ

“แม่นางอย่าได้กล่าวเช่นนั้น รูปโฉมแม่นางงดงามอยู่แล้ว ออกจากวังเมื่อใดย่อมแต่งให้กับบุรุษรูปงามที่มีฐานะหน่อยได้ อย่าให้ร่างกายเป็นแผลเป็นเลย”

จิ่วเหลียนฮวาเห็นสายตาจริงใจของหมอหญิงจึงส่งยิ้มให้บางเบา ไม่คิดพูดความในใจอันดื้อรั้นออกไป หมอหญิงที่ผ่านประสบการณ์มามากย่อมเดาความคิดนางออก ลอบถอนหายใจแผ่วเบา ในใจคิด…

เห็นแกความเอ็นดูที่ข้ามีต่อเจ้าจะช่วยพูดต่อหน้าท่านอ๋องให้ก็แล้วกัน

หมอหญิงเดินออกไปแล้วแต่จิ่วเหลียนฮวายังนั่งอยู่ที่เดิม นั่งมองโคมไฟดวงน้อยแสงสลัว ถอนหายใจให้กับเรื่องราวมากมายในวันนี้

ทางด้านหมอหญิงได้ถูกเชิญมาเรือนรับแขกโดยมีจินเทียนหลุนนั่งรออยู่แล้ว

นางรายงานผลการตรวจทุกอย่างให้เขาฟังรวมถึงเรื่องแผลเป็นที่อาจทิ้งร่องรอยเอาไว้

“มิทราบว่าหม่อมฉันปากมากไปหรือไม่ แต่ว่าผิวพรรณของสตรีสำคัญยิ่ง หากทิ้งรอยแผลเป็นไว้ ว่าที่สามีของนางอาจรังเกียจเอาได้”

“มีรอยแผลเป็นน่ารังเกียจหรือ”

หมอหญิงนิ่งไปเพราะคิดนำจินเทียนหลุนไปก้าวหนึ่งแล้ว ด้านเฉียวเหอคิดทันหมอหญิงแล้วจึงกระแอมให้เจ้านายตนเบา ๆ

จินเทียนหลุนหันไปมองคนสนิท เริ่มแสดงท่าทางกระอักกระอ่วนเพราะคิดตามทันทั้งสองแล้ว

“เปิ่นหวางไม่ได้หมายความว่าจะเป็นสามีนางในอนาคต แต่เปิ่นหวางไม่คิดว่าสตรีมีแผลเป็นน่ารังเกียจ อย่างไรเจ้าก็ขอความเมตตาแทนนางแล้ว เปิ่นหวางจะให้คนเอายาไปให้นาง”

หมอหญิงยิ้มเต็มใบหน้า คำนับขั้นสูงสุด

“แล้วเทียบยาเล่าทานเล่า ให้นางไปแล้วใช่หรือไม่”

“เพคะ”

“เขียนให้เปิ่นหวางอีกแผ่น”

หมอหญิงยิ้มเต็มใบหน้า รีบเขียนเทียบยาอีกชุดให้จินเทียนหลุน ทีนี้นางก็หมดกังวลเรื่องผู้ป่วยไม่ทานยาแล้ว

“หม่อมฉันขอตัวก่อนเพคะ”

“รบกวนท่านหมอเก็บเรื่องอาการของนางเป็นความลับด้วย…เฉียวเหอส่งแขก”

เฉียวเหอภายมือเชิญหมอหญิง ภายในห้องจึงเหลือเพียงเขา เฉียวฉือยังไม่กลับจากการไปจัดการเรื่องมือสังหารที่ลอบปลิดชีพชายคลั่ง

แต่ข้อมูลที่เขาทราบเบื้องต้นพบว่าร่างกายของชายคลั่งได้รับยาเสพติดตัวใหม่ที่ลอบนำเข้ามาจากแคว้นจู

เขามีลางสังหรณ์ว่าจะได้เดินทางไปเยือนแคว้นจูเพื่อสืบที่มาและทำลายบ่อเกิดยาเสพติดนี้

“คืนนี้ต้องลอบเข้าวังถวายรายงานฝ่าบาทแล้ว”

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • หม่าจิ่วเหลียนฮวาบุปผาเก้าชีวิต (ภาคต่อบุปผาเยียวยาใจ)   บทที่ ๙๐ ความทรงจำที่สวยงามไม่มีลืมเลือนทุกชาติ (จบบริบูรณ์)

    บทที่ ๙๐ความทรงจำที่สวยงามไม่มีลืมเลือนทุกชาติห้าปีผ่านไป…จิ่วเหลียนฮวาชีวิตสนุกมากเมื่อมีลูกน้อยทั้งหลายมาคอยล้อมหน้าล้อมหลัง แม้แต่จินเทียนหลุนยังเข้าไม่ถึงตัวนาง เพราะเช่นนี้เขาถึงฝากลูกไปเลี้ยงกับคนนั้นที คนนี้ทีเพื่อจะได้ใช้เวลาส่วนตัวกับชายารักบ้างเสี่ยวกั่วกัวท่านหญิงใหญ่ถูกฝากเลี้ยงกับหยางเซียงยี่ เสี่ยวน่ายน่ายถูกนางกำนัลของไทเฮามารับตัวไปเล่นในวังเกือบทุกวัน เช่นเดียวกับเสี่ยวน่ายกัวที่แทบจะกินนอนอยู่ที่ห้องทรงอักษรของฮ่องเต้จินจิ่นฟู่จวิ้นอ๋องที่อยากอยู่กับหลานเช่นกันแต่ไม่มีโอกาสนั้นเลยถึงกับออกปากกับหลานชายว่าให้เขามีหลานให้อีกสักสองคนจะได้ครบกันหนึ่งปีต่อจากคลอดแฝดสาม จิ่วเหลียนฮวาก็ตั้งครรภ์อีกครั้งเป็นแฝดชายหญิง ชื่อเล่นเสี่ยวผิงผิงและเสี่ยวปิงปิงบุตรชายเสี่ยวผิงผิงตกเป็นของจวิ้นอ๋อง บุตรสาวเสี่ยงปิงปิงตกเป็นของจื่อเจี่ยนเฉิงจวิ้นอ๋องและจื่อเจี่ยนเฉิงยังมีแรงพอจะสร้างทายาท ทว่าพวกเขากลับไม่คิดแต่งงานหรือ

  • หม่าจิ่วเหลียนฮวาบุปผาเก้าชีวิต (ภาคต่อบุปผาเยียวยาใจ)   บทที่ ๘๙ พระนัดดารุ่นแรกของราชวงศ์

    บทที่ ๘๙พระนัดดารุ่นแรกของราชวงศ์เก้าเดือนแห่งการตั้งครรภ์แฝดสามไม่ง่าย!ดีว่าจิ่วเหลียนฮวามีพลังเทพปกป้อง ทั้งยังมีคนดูแลอย่างดีทั้งคนจากไทเฮา สมุนไพรบำรุงครรภ์จากคลังหลวง สภาพแวดล้อมที่ไม่เป็นพิษอย่างหยางเซียงยี่และการดูแลที่ดีจากสวามีในยามค่ำคืนจินเทียนหลุนมีตำแหน่งทางการเมืองที่สำคัญ กลางวันว่ายุ่งจากการทำงานแล้ว แต่กลางคืนก็ยังมาปรนนิบัติพระชายาช่วยนวดเท้าให้นางกลางคืนเมื่อยามที่เกิดอาการเหน็บชานางจึงผ่านช่วงเวลาเหล่านั้นมาได้จนกระทั่งมาถึงวันที่น้ำคร่ำแตก!“น้องรองไม่ต้องกังวล หมอที่เก่งที่สุดอยู่ในนั้นแล้ว”ฮ่องเต้จินจิ่นฟู่ที่เสด็จมาจวนจือเล่อเอ่ยปลอบอนุชาที่กำลังเดินไปเดินมาอยู่หน้าห้องคลอดแม้คนปลอบจะใจไม่สงบเช่นเดียวกันก็ตาม!“นั่นสิหลุนเอ๋อร์ เจ้าเดินไปเดินมาจนแม่ลายตาแล้ว นั่งลงก่อน มีเทพโอสถอยู่ทั้งคนยังจะกังวลเพียงนี้”ไทเฮาก็เอ่ยปลอบโอรสด้วยคน คลอดแฝดสามเดิมทีน่าเป็นห่วง

  • หม่าจิ่วเหลียนฮวาบุปผาเก้าชีวิต (ภาคต่อบุปผาเยียวยาใจ)   บทที่ ๘๘ สตรีคลอดบุตรไม่ต่างจากก้าวเข้าประตูปากผี

    บทที่ ๘๘สตรีคลอดบุตรไม่ต่างจากก้าวเข้าประตูปากผีเมืองฮั่นหลินเกิดคดีฆาตกรรมต่อเนื่องขึ้น!เพื่อไม่ให้ตนมัวแต่จมปลักอยู่กับความรักที่ไม่อาจร่วมทางไปกับคนรักได้จนสุดฝั่ง จินหลี่จินจึงขอฮ่องเต้ไปสืบคดีนี้ด้วยตนเอง ฮ่องเต้อนุญาตเพราะคิดว่าการทำงานหนักอาจทำให้อีกฝ่ายไม่มีเวลาฟุ้งซ่านส่วนจินเทียนหลุนนั้น ยามนี้ได้รับตำแหน่งทางการเมืองที่สำคัญ รับหน้าที่เป็นแม่ทัพพิทักษ์เมืองหลวงต่อจากท่านตาของจินหลี่จินเดิมทีตำแหน่งนี้ฮ่องเต้จินจิ่นฟู่อยากมอบให้จินหลี่จิน แต่อีกฝ่ายรักอิสระ อยากทำหน้าที่ที่ไม่กังขังตนเอาไว้เพียงในเมืองหลวง เขาจึงได้รับหน้าที่พิเศษเป็นฑูตประจำแคว้น ทำหน้าที่เจริญสัมพันธไมตรีระหว่างแคว้น เดินทางขึ้นเหนือล่องใต้ได้สะดวกสมกับที่ไม่มีครอบครัวส่วนจินเทียนหลุนที่มีชายาที่ท้องโตขึ้นทุกวันรอที่จวนอยู่แล้ว เช้ามาเข้ากองทัพฝึกทหาร ค่ำกลับจวนอยู่เป็นเพื่อนชายาและแนบหูคุยกับลูกน้อยทุกคืนแม้เด็กในท้องจะไม่มีปฏิกิริยาตอบกลับเพราะเพิ

  • หม่าจิ่วเหลียนฮวาบุปผาเก้าชีวิต (ภาคต่อบุปผาเยียวยาใจ)   บทที่ ๘๗ ความรักระหว่างมนุษย์เหมือนลมสายหนึ่ง

    บทที่ ๘๗ความรักระหว่างมนุษย์เหมือนลมสายหนึ่งยามนี้เทพโอสถกำลังยืนอยู่บนกลางท้องฟ้า ใต้เท้าเป็นสัตตบงกชแห่งการเคลื่อนย้าย ด้านซ้ายมีหวงผิงที่ยืนอยู่บนปุยเมฆมองการแต่งงานของไช่จงซินในมุมสูงสีหน้าของเขาเรียบเฉยต่างกับเทพโอสถที่ฉายแววปวดใจ เมื่อคนที่กำลังเดินเคียงคู่กับไช่จงซินเข้าไปในโถงทำพิธีกราบไหว้ฟ้าดินมิใช่คนที่มีใจต้องกัน“ข้าเป็นคนนอก มองดูแล้วยังปวดใจเพียงนี้ พวกเขาสองคนก็คงปวดใจจนหายใจไม่ออก ร้องไห้ก็ไม่ได้ จุกลิ้นปี่ตรงนี้”หวงผิงหันมามองนิ้วมือเรียวที่ชี้จุดตรงลิ้นปี่ที่อยู่ตรงกลางด้านล่างอกเหนือกระเพาะอาหาร“ท่านเจ็บเพราะจิ้มแรงเกินไป”คนที่กำลังคล้อยไปกับเรื่องราวไม่สมหวังของคู่รักมนุษย์ตวัดสายตามามองหวงผิง แต่เมื่อเห็นหน้าอีกฝ่ายยังไม่เข้าใจความรู้สึกนี้จริง ๆ ก็ไม่โทษเขา“เอาเถอะ! เรื่องยังไม่เกิดกับตนจะเข้าใจได้อย่างไร ลองจินตนาการดู หากเจ้าเป็นไช่จงซินหรือจินหลี่จินจะไม่รู้สึกอันใด

  • หม่าจิ่วเหลียนฮวาบุปผาเก้าชีวิต (ภาคต่อบุปผาเยียวยาใจ)   บทที่ ๘๖ เมื่อรักและหน้าที่ไปด้วยกันไม่ได้

    บทที่ ๘๖เมื่อรักและหน้าที่ไปด้วยกันไม่ได้การมาเยือนแคว้นฝูครั้งนี้ จินเทียนหลุนคิดว่าคุ้มค่าที่สุด ไม่ต้องไปถามวิธีการดูแลบุตรจากหมอหลวงที่ไม่เคยตั้งครรภ์ แต่ได้ความรู้จากเหล่าฮูหยินทั้งหลายที่ต่อไปจะกลายเป็นฮูหยินผู้เฒ่าสตรีมีครรภ์จะเป็นเหน็บชา ต้องหมั่นนวดเท้า เรื่องอาหารการกิน งดดื่มสุรา รวมถึงสิ่งแวดล้อมที่จะมีผลต่ออารมณ์และอย่างสุดท้ายที่สำคัญสำหรับชีวิตคู่คือการร่วมหลับนอนระหว่างสามีภรรยา“เสี่ยวจิ่ว เปิ่นหวางถามฮูหยินทั้งสามแล้ว เรายังเข้าหอกันได้ตามปรกติ เว้นเพียงช่วงนี้กับช่วงใกล้คลอด ขอแค่เปิ่นหวางระวังไม่เน้นท่าโลดโผน ค่ำคืนของเราก็ยังคงเร่าร้อนได้เหมือนเคย”จิ่วเหลียนฮวาหน้าร้อนฉ่า ไม่คิดว่าสวามีของนางจะกล้าพูดเสียงดังต่อหน้าบ่าวในจวนตระกูลไช่ที่กำลังทำความสะอาดอยู่ด้านนอกนางดึงแขนเขาเข้าไปด้านในเรือนทันทีเพราะปั้นสีหน้าไม่ถูกแล้ว“ท่านอ๋อง! กล่าวเช่นนี้ต่อหน้าคนอื่นไม่ได้เพคะ”“ขออ

  • หม่าจิ่วเหลียนฮวาบุปผาเก้าชีวิต (ภาคต่อบุปผาเยียวยาใจ)   บทที่ ๘๕ เจ้าจะไม่ตายไปจากใจข้า

    บทที่ ๘๕เจ้าจะไม่ตายไปจากใจข้าสองหนุ่มใหญ่จ้องหน้ากันนิ่ง จิ่วเหลียนฮวาเห็นเช่นนั้นก็มองหน้าจินเทียนหลุน ไม่กล้าหายใจแรงเพราะกลัวว่าเสียงหายใจของตนจะไปขัดจังหวะคนทั้งคู่“ยายหนูจิ่ว ขนมของที่นี่เป็นอย่างไรบ้าง”ไช่จงซินถอนสายตาจากจินหลี่จินก่อน เดินไปนั่งตำแหน่งประมุขตระกูล รอคำตอบจากจิ่วเหลียนฮวาอย่างใจเย็น คำอวยพรจากจินหลี่จินเมื่อครู่ทำให้เขาไม่กล้ามองหน้าอีกฝ่ายอีก ด้วยกลัวจะพรั่งพรูความรู้สึกต่อหน้าทุกคน“อร่อยเจ้าค่ะท่านประมุข”“เรียกข้าว่าท่านอาจารย์ตามเจ้าหนูหลุนเถิด”จิ่วเหลียนฮวาพยักหน้ารับ “เจ้าค่ะ ขนมอร่อยมากเจ้าค่ะท่านอาจารย์ หากใจไม่ห้ามเอาไว้ ข้าอยากทานแทนอาหารสามมื้อ”ไช่จงซินหลุดหัวเราะเกือบสำลักน้ำชา“เสี่ยวจิ่วมีอารมณ์ขันแล้ว สตรีวัยเจ้าที่ทานมาก ส่วนใหญ่จะเป็นสตรีมีครรภ์ทั้งนั้น หรือเจ้ากำลังมีครรภ์”ไช่จงซินถามโดยไม่คิดอันใด ไม่คิดว่าทุกคนจะเงียบ เขามองหน้าจินเทียนหลุนสลั

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status