Beranda / รักโบราณ / หยกงามใต้เงาจันทร์ / บทที่ 1 เปิดตัวตระกูลจ้าว

Share

หยกงามใต้เงาจันทร์
หยกงามใต้เงาจันทร์
Penulis: องค์หญิงโนเนม

บทที่ 1 เปิดตัวตระกูลจ้าว

last update Tanggal publikasi: 2025-05-02 15:17:12

สตรีเปรียบเสมือนหยก หากอยู่ในมือบุรุษที่รักใคร่นางจากใจจริง ย่อมงดงามมีคุณค่าอย่างประเมินราคาไม่ได้ แต่หากต้องตกไปอยู่ในมือบุรุษที่ไร้ใจ คุณค่าย่อมลดต่ำลงไม่ต่างกับเครื่องประดับราคาถูกที่รอวันถูกโยนทิ้งอย่างไม่ไยดี

"หึ!!! บุรุษสูงส่งนักหรือไรกัน!!!" 

'จ้าวไป๋ลู่' ยื่นมือสวยปิดหน้าหนังสือลงอย่างไม่ใคร่จะอารมณ์ดีเท่าใดนัก ก่อนจะเงยหน้าไปมองที่ด้านนอกหน้าต่าง ยามนี้หิมะกำลังตกโปรยปรายลงมาไม่ขาดสาย นางยกถ้วยชาที่เย็นชืดขึ้นมาดื่มอึกหนึ่ง ก่อนจะนำหนังสือเล่มนั้นกลับไปวางบนชั้นดังเดิม 

"คุณหนูเจ้าคะ ฮูหยินเรียกให้ท่านไปพบเจ้าค่ะ" 

"ข้ารู้แล้ว จะรีบไปเดี๋ยวนี้" 

จ้าวไป๋ลู่เอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ไม่รีบไม่ร้อน ก่อนจะเดินตรงไปที่เรือนใหญ่ทันที ไม่นานนักนางก็ได้ยินเสียงหัวเราะขบขันด้วยความสนุกสนานดังมาจากด้านในเรือนใหญ่ 

"ท่านพ่อ พี่ใหญ่" 

"ไป๋ไป๋มาแล้ว" 

จ้าวไป๋ลู่หันไปมอง จ้าวเยียน ผู้เป็นบิดาก่อนจะส่งยิ้มให้เขาคราหนึ่ง แล้วจึงทิ้งตัวลงนั่งที่ข้างกายจ้าวเฉียนผู้เป็นพี่ชาย นางยื่นมือไปหยิบขนมเปี๊ยะกุหลาบที่วางอยู่บนโต๊ะขึ้นมาเคี้ยวจนแก้มตุ้ย  

ปีนี้นางอายุสิบห้าปีแล้ว เพิ่งเข้าพิธีปักปิ่นเมื่อไม่นานมานี้ เดิมทีนางมิได้เป็นเจ้าของร่างนี้มาแต่แรก นางเป็นสตรีที่มาจากโลกอนาคต เป็นนักเรียนสาขาวิชาการทำอาหาร ที่กำลังจะมีอนาคตได้เป็นเชฟชื่อดัง แต่ทว่าโชคชะตากลับเล่นตลก นางสำลักไก่ตุ๋น ทำให้กระดูกไก่ทิ่มลำคอ และเสียชีวิตในทันที 

อนาถสิ้นดี มีผู้ใดเขาตายเช่นนี้กันบ้างนะ!!! 

ด้วยเหตุนี้นางจึงย้อนเวลามาเกิดใหม่ในร่างของจ้าวไป๋ลู่ สตรีที่มีชื่อเดียวกับนาง แต่ทว่าใบหน้ากลับงดงามกว่านางมากนัก แม้จะเสียใจที่ตนเองต้องตายจากโลกเดิมมาอยู่สถานที่โบราณเช่นนี้ แต่สิ่งที่ชโลมใจของนางได้ก็คือ ใบหน้าของเจ้าของร่างนี้ 

ข้าสวย!!! วะฮ่าฮ่า

ครอบครัวตระกูลจ้าวเป็นเศรษฐีใหม่ที่เพิ่งย้ายเข้ามาในเมืองหลวงได้ไม่นาน จ้าวเยียนบิดาของนางเป็นหัวหน้าองครักษ์ แม้ตำแหน่งจะไม่สูงมากนักแต่ก็มีความสุขดี ยามนี้เมืองหลวงต้าฉินไร้ซึ่งสงคราม ราษฎรอยู่อย่างผาสุก ท่านพ่อของนางจึงมีเวลาอยู่ที่จวนมากกว่าแต่ก่อน 

ท่านแม่ของนางมีนามว่า หลิวอิ๋ง เป็นเพียงบุตรสาวจากตระกูลชาวสวน ท่านตาท่านยายมีอาชีพทำไร่ทำนา ท่านปู่ท่านย่าของนางนั้นมีกิจการร้านอาหารขนาดเล็กอยู่ในเมืองหลวง แต่เพราะท่านพ่อได้เข้ารับราชการเป็นหัวหน้าองครักษ์ ตระกูลจ้าวจึงเชิดหน้าชูตาได้ไม่น้อย 

จ้าวเฉียนพี่ชายของนาง ก็เป็นทหารรับใช้ในวังหลวง ครอบครัวของนางมีความสุขเป็นอย่างยิ่ง นางเองก็พึงพอใจที่มีครอบครัวอบอุ่นแบบนี้เช่นกัน 

เพราะแต่เดิมตอนที่มีชีวิตอยู่ในโลกอนาคต นางเองก็เป็นเพียงเด็กกำพร้าไร้ที่พึ่งเพียงเท่านั้น 

การได้มาพบเจอครอบครัวที่แสนสุขเช่นนี้ ก็นับว่าไม่เลว

"ท่านพ่อ ท่านแม่เล่าเจ้าคะ" 

"ทำอาหารอยู่ในครัวโน่น ป่านนี้คงใกล้เสร็จแล้วกระมัง" 

"อ้อ" 

"นี่ไป๋ไป๋ พ่อได้ยินว่าเมื่อสองสามวันก่อนเจ้าคิดค้นสูตรน้ำแกงเลิศรสได้มิใช่หรือ" 

เมื่อได้ยินบิดาเอ่ยเช่นนั้น จ้าวไป๋ลู่จึงละสายตาจากขนมตรงหน้า ก่อนจะเงยหน้าไปมองพวกเขา คนทั้งสามสบตากันก่อนจะส่งเสียงหัวเราะออกมา 

"วะฮ่า ๆ ๆ ๆ" 

"ฮ่า ๆ ๆ ๆ ฮิ้ว" 

"ฮ่า ๆ ๆ ๆ ฮรี่ ๆ"

เพราะความสนิทสนมและไม่ถือกฎระเบียบกันมากนัก พวกเขาสามคนพ่อลูกจึงสนทนากันราวกับสหายสนิทมาโดยตลอด

เหล่าคนรับใช้ต่างมองหน้ากันไปมาด้วยความเลิ่กลั่ก 

ตายแล้ว!!! ไม่ปกติทั้งจวน 

จ้าวไป๋ลู่หยุดหัวเราะ ก่อนจะเอ่ยด้วยท่าทีเป็นการเป็นงาน 

"ใช่แล้วท่านพ่อ น้ำแกงสูตรนี้จะช่วยทำให้ท่านและพี่ใหญ่ แข็ง!!! อุ๊ย ร่างกายแข็งแรงเจ้าค่ะ วะฮ่า ๆ ๆ ๆ" 

"พ่ออยากจะลองกินเสียเดี๋ยวนี้ ฮิ ๆ ๆ ๆ"

จ้าวเยียนและจ้าวเฉียนหันมาสบตากันก่อนจะปิดปากหัวเราะคิกคัก หลิวอิ๋งผู้เป็นมารดาที่กำลังเดินเข้ามาพอดี เมื่อเห็นท่าทีของคนทั้งสามก็ขมวดคิ้วมุ่น

"ทั้งสามคนน่ะ!!! กำลังพูดคุยเรื่องไม่เป็นเรื่องกันอยู่ใช่หรือไม่!!!" 

สามคนพ่อลูกต่างเงียบปากมิเอ่ยสิ่งใดขึ้นมาอีก ฮูหยินหลิวอิ๋งเดินเข้ามานั่งบนเก้าอี้พร้อมกับสั่งให้บ่าวไพร่จัดสำรับวางบนโต๊ะ ก่อนจะหันมาเอ่ยกับจ้าวไป๋ลู่ 

"ยามนี้เจ้าก็เติบโตเป็นสตรีเต็มวัยแล้ว เมื่อสามวันก่อน องค์หญิงหงลี่ สหายสนิทของแม่ ส่งจดหมายมาที่จวนของพวกเรา พระองค์ตรัสว่าอยากจะเชิญเจ้ากับแม่ไปชมดอกเหมยที่จวนโหว เจ้าเตรียมตัวให้ดีเล่า" 

"เจ้าค่ะท่านแม่" 

"จำไว้ อย่าส่งเสียงหัวเราะส่งเดช" 

"ท่านแม่ ก็ข้าอารมณ์ดีนี่เจ้าคะ!!!" 

"เจ้านี่มัน!!! ไป ๆ รีบไปช่วยแม่ยกขนมหวานในโรงครัวออกมาทีเถิด ใกล้จะเลยเวลาอาหารเย็นแล้ว" 

"เจ้าค่ะ" 

ในขณะที่นางและจ้าวไป๋ลู่กำลังจะลุกขึ้น จ้าวเยียนและจ้าวเฉียนก็ตั้งท่าจะลุกเช่นเดียวกัน 

"พวกท่านสองพ่อลูกจะไปที่ใดกันอีก!!!" 

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • หยกงามใต้เงาจันทร์   บทเสริม หนิงเสวี่ย

    หวังเจียหมิ่นเดินถือกล่องใส่อาหารไว้ในมือ ก่อนจะเดินขึ้นไปบนวัดไป๋หม่า เขาทำเช่นนี้มาร่วมปี เขาเองก็เต็มใจทำโดยไม่เคยปริปากบ่นแม้เพียงน้อยเสียงกวาดพื้นดังมาเป็นระยะ หวังเจียหมิ่นจ้องมองสตรีตรงหน้าที่ยามนี้นางเกล้าผมอย่างเรียบร้อย สวมเพียงเสื้อผ้าธรรมดา กำลังถือไม้กวาดกวาดใบไม้อย่างตั้งใจนางคือหลี่หลานฮวา หรือก็คือ หนิงเสวี่ย นั่นเอง นางเสียสติอยู่ร่วมปี กว่าจะทำใจยอมรับเรื่องราวก่อนหน้านี้ได้ มันไม่ง่ายเลยจริง ๆ ที่นางจะยอมรับว่านางกับหลี่รั่วหานเป็นพี่น้องสายเลือดเดียวกัน และไม่ง่ายเลยกว่านางจะยอมรับว่าสตรีที่นางเกลียดชังนักหนา แท้จริงแล้วคือมารดาผู้ให้กำเนิดนาง แม้จะเป็นเรื่องที่ทำใจได้ยาก แต่ในท้ายที่สุดนางก็ทำใจยอมรับมันได้ แม้จะต้องใช้เวลาบ้างก็ตาม นางอุทิศตัวให้พระโพธิสัตว์ ชาตินี้จะขอสร้างบุญเพื่อไถ่บาปกรรมที่นางเคยทำเอาไว้ทั้งหมด แม่ทัพใหญ่หลี่ องค์หญิงหงลี่และหลี่รั่วหานยังคงมาเยี่ยมนางอยู่เสมอ พวกเขายังคงพูดกับนางเหมือนเช่นทุกครา ว่ายังรอวันที่นางจะยินดีกลับจวนโหวอีกครั้ง ซึ่งนางเองก็ยังไม่รู้ว่าวันนั้นจะมาถึงเมื่อใดนางรู้สึกผิดต่อทุกคน ด้วยความรู้สึกผิดในใจนางจึงเล

  • หยกงามใต้เงาจันทร์   บทที่ 53 วิวาห์อีกครา (จบบริบูรณ์)

    จ้าวไป๋ลู่ยื่นน้ำตาลก้อนหนึ่งให้หลี่รั่วหานเพื่อให้เขาใช้แก้อาการแสบร้อนในปาก เขารีบยัดน้ำตาลก้อนนั้นเข้าปากทันที ยามนี้ปากของเขาบวมราวกับโดนฝูงผึ้งรุมต่อย สร้างความขบขันให้แก่นางไม่น้อย "หลี่รั่วหาน" "หืม" "ท่านพ่อท่านแม่ข้าบอกข้าว่า พวกเขาชอบท่านมาก" "จริงหรือ?" "จริงสิ แต่จะให้ข้ากลับเข้าจวนไปง่าย ๆ ก็คงจะไม่ดีเท่าใดนัก" "จ้าวไป๋ลู่ เรามาแต่งงานกันอีกรอบเถิด!!!" "ท่านว่าอย่างไรนะ" "ข้าจะแต่งงานกับเจ้าอีกรอบ เรามาแต่งงานกันเถอะ" "หลี่รั่วหาน ท่านแน่ใจแล้วหรือ ว่าจะแต่งกับข้าอีกครั้ง" "แน่ใจสิ""หากข้าไม่ได้อ่อนโยนเหมือนแต่ก่อนเล่า ไม่ใช่คนที่ท่านสามารถเอาเปรียบได้เช่นแต่ก่อนอีกเล่า" "ข้าก็ยังยืนยันที่จะแต่งกับเจ้าเช่นเดิม" "ท่านจะไม่โกหกข้า ไม่ทำร้ายข้าอีกครั้งใช่หรือไม่" "ข้าจะไม่มีวันทำให้เจ้ากับลูกเสียใจอีกเป็นอันขาด" "หากท่านผิดสัญญา ข้าจะไม่กลับไปหาท่านอีก" "ห้าปีที่ข้ารอเจ้า มันเป็นบทเรียนชั้นดีที่สอนข้าอย่างสาหัสแล้วจ้าวไป๋ลู่" "ตกลง เช่นนั้นข้าจะแต่งงานกับท่านอีกครา" "จริงหรือ เจ้าพูดจริงหรือ!!!" "หน้าข้าเหมือนคนโกหกหรือ?" "ก็ข้าคิดว่าเจ้า..." "หุบปาก!!!"

  • หยกงามใต้เงาจันทร์   บทที่ 52 เอาใจครอบครัวภรรยา

    จวนตระกูลจ้าวหลี่รั่วหานมาตามที่ตกลงกับจ้าวไป๋ลู่เอาไว้ ยามนี้เขากำลังนั่งตัวเกร็งอยู่ที่ห้องโถงด้านในจวนตระกูลจ้าว อดทนกับสายตากดดันของจ้าวเยียน ฮูหยินหลิวอิ๋ง และจ้าวเฉียน ที่มองเขาด้วยแววตาที่เย็นเยียบแต่เพื่อนางกับลูกเขายอม จ้าวเยียนปรายตามองหลี่รั่วหานคราหนึ่ง ก่อนจะเอ่ยขึ้นมา "ซื่อจื่อ ท่านแน่ใจแล้วหรือ ที่จะลดตัวลงมาหาพวกเรา" "แน่ใจขอรับ ข้าเต็มใจทำทุกสิ่งเพื่อจ้าวไป๋ลู่กับลูก" "ก็ดี ท่านทำอาหารเป็นหรือไม่ แม่ครัวเก่าเพิ่งจะลาออกไป ฮูหยินข้ากำลังอยากได้ลูกมือทำครัวอยู่พอดี" "ได้เลยขอรับ" ฮูหยินหลิวอิ๋งปรายตามองหลี่รั่วหานคราหนึ่ง ก่อนจะครุ่นคิดถึงจดหมายที่องค์หญิงหงลี่ส่งมาให้นาง ในจดหมายเขียนเอาไว้ว่า จัดการให้หนัก! ยามนี้นางกับองค์หญิงหงลี่ปรับความเข้าใจกันด้วยดีแล้วหลี่รั่วหานเดินตามฮูหยินหลิวอิ๋งเข้ามาในโรงครัว ก่อนจะจ้องมองนางที่กำลังหยิบมีดคมขึ้นมาถือเอาไว้ ในใจของเขาก็รู้สึกเย็นวาบแปลก ๆ "มีดนี่คมมาก ข้าใช้มันหั่นเนื้อเป็นประจำ เป็นมีดประจำตัวของข้า เดิมทีข้าอยากส่งต่อมันให้กับจ้าวไป๋ลู่ ซื่อจื่อท่านรู้หรือไม่ว่า เหตุใดข้าจึงอยากส่งต่อมีดนี้ให้บุตรสาวของข้า"

  • หยกงามใต้เงาจันทร์   บทที่ 51 ตามง้ออีกครา

    ยามนี้เหตุการณ์ทุกอย่างอยู่ในความสงบแล้ว ทุกคนกลับไปใช้ชีวิตปกติเหมือนเช่นเคย และมีเรื่องที่น่ายินดีอีกเรื่องหนึ่งนั่นก็คือ เซียวถงกำลังจะเข้าพิธีแต่งงานกับสวีลั่วลั่ว ทั้งสองพบรักกันเมื่อหนึ่งปีก่อนจ้าวไป๋ลู่ยินดีกับทั้งสองเป็นอย่างมาก และนางดีใจที่เซียวถงจะมีสตรีที่ดีพร้อมมาคอยดูแลเสียที ส่วนนางเองก็ยังไม่ได้ใจอ่อนกับหลี่รั่วหาน แม้ว่าเขาจะพยายามตามง้อนางก็ตาม ยามนี้จ้าวหยางอายุได้สี่ขวบปีแล้ว เป็นวัยที่กำลังช่างพูดช่างคุย บางคราเขาตื่นมาชวนนางคุยกลางดึกก็เคยทำมาแล้ว วันนี้เป็นวันมงคลของเซียวถงและสวีลั่วลั่ว จ้าวไป๋ลู่พาจ้าวหยางไปร่วมงานในครานี้ด้วย งานเลี้ยงจัดอย่างยิ่งใหญ่ ผู้คนต่างมาร่วมยินดีกับบ่าวสาวกันมากมายจ้าวไป๋ลู่มองดูเซียวถงกับสวีลั่วลั่วที่หยอกล้อกันตามประสาคู่แต่งงานก็เผลอยิ้มออกมาเล็กน้อย งานแต่งของนางไม่เคยมีความทรงจำเหล่านี้อยู่เลยแม้แต่น้อย "ไป๋ไป๋" จ้าวไป๋ลู่ชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะหันไปพบหลี่รั่วหานที่เดินมาพร้อมกับหลัวเทียนเฉิน นางเพียงมองเขาแต่ไม่ได้เอ่ยสิ่งใดออกมา "แม่นางไป๋ไป๋ ดีใจที่ได้พบเจ้าอีกครา" "ใต้เท้าหลัว" "อย่าเรียกบ่อย ข้ากลัวจะตกหลุมรักเจ้

  • หยกงามใต้เงาจันทร์   บทที่ 50 เสียสติ

    เว่ยจิ่นซางหยิบยาพิษออกมาจากในอกเสื้ออีกขวดหนึ่ง ก่อนจะเดินตรงเข้าไปหาองค์หญิงหงลี่ช้า ๆ "ตายซะเถอะ ในที่สุดข้าก็ล้างแค้นได้สำเร็จสักที" ฉึก! ยังไม่ทันที่เว่ยจิ่นซางจะสังหารองค์หญิงหงลี่ได้สำเร็จ มีดเล่มหนึ่งก็แทงเข้ามาที่แผ่นหลังของนางทะลุมาที่หน้าท้อง เมื่อนางหันกลับไปช้า ๆ จึงได้พบว่าเป็นฝีมือของหนิงเสวี่ย "นะ!!! นังชั่ว นังเนรคุณ!!!" "ฮือออออ" หนิงเสวี่ยแทงมีดจนสุดด้าม ก่อนจะทิ้งกายลงนั่งบนพื้นแล้วปิดหน้าร้องไห้โฮออกมาอย่างเจ็บปวดเว่ยจิ่นซางตกตายด้วยมีดเล่มนั้นของหนิงเสวี่ย"ท่านแม่!!!"ด้านนอกมีเสียงการต่อสู้ดังขึ้น ก่อนจะมีคนเปิดประตูพุ่งเข้ามา เป็นหลี่รั่วหานนั่นเอง เขามองสภาพศพของเว่ยจิ่นซางที่นอนตายอยู่บนพื้นดวงตาเบิกกว้าง ข้าง ๆ กันมีหนิงเสวี่ยที่นั่งร้องไห้อยู่ เขาไม่มีเวลาสนใจหนิงเสวี่ยมากนัก เขารีบวิ่งเข้าไปแก้มัดให้องค์หญิงหงลี่ ก่อนจะเดินเข้าไปหาจ้าวไป๋ลู่และลูกที่นอนหลับไม่ได้สติอยู่ข้าง ๆ กัน"ไป๋ไป๋!!!" "นางสลบไม่ได้สติมาหลายชั่วยามแล้ว" เสียงของหลี่รั่วหานปลุกหนิงเสวี่ยให้ตื่นจากความสับสนและหวาดกลัวในจิตใจ นางค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นไปมองเขาช้า ๆ เมื่อเขาหันมาส

  • หยกงามใต้เงาจันทร์   บทที่ 49 ความจริงที่แสนเจ็บปวด

    นางกรอกยาพิษทั้งที่มือก็สั่นไม่น้อย ยิ่งได้เห็นแววตาที่แข็งกระด้างขององค์หญิงหงลี่ที่มองมา มือนางก็สั่นมากยิ่งขึ้น จนทำยาพิษหกลงพื้นไปเสียดื้อ ๆ องค์หญิงหงลี่กินยาพิษนั้นไปไม่ถึงครึ่งขวดด้วยซ้ำ แต่นางก็กระอักโลหิตสีดำออกมาไม่น้อย เว่ยจิ่นซางที่ได้เห็นเช่นนั้นก็ส่งเสียงหัวเราะสะใจออกมาอย่างบ้าคลั่ง แปะ แปะ แปะ หนิงเสวี่ยกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ ก่อนจะหันไปมองเว่ยจิ่นซาง "ท่านแม่" เว่ยจิ่นซางหันมามองหนิงเสวี่ยด้วยสายตาที่เย็นชา "ผู้ใดเป็นแม่เจ้ากัน?" "เอ๋? ท่านแม่ เหตุใดท่านจึงเอ่ยวาจาเช่นนี้เจ้าคะ ข้าไม่เข้าใจ" เว่ยจิ่นซางปรายตามองหนิงเสวี่ยอย่างดูแคลน แววตาที่เคยมองนางประดุจลูกในไส้ แววตาที่อ่อนโยนเลือนหายไปจนหมดสิ้น ยามนี้มีเพียงความเกลียดชังเข้ามาแทนที่ นางทุ่มเทแรงกายแรงใจ รอเวลานี้มานานเหลือเกิน นางรอจนกระทั่งถึงวันนี้!!! "ฮ่า ๆ ๆ ๆ การได้มองเห็นบุตรสาวกำลังฆ่ามารดาของตนเองกับมือ ช่างเป็นภาพที่งดงามเสียจริง ๆ" เว่ยจิ่นซางเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่มีความสุข หนิงเสวี่ยที่ได้ยินเช่นนั้นก็ขมวดคิ้วมุ่น ด้านองค์หญิงหงลี่ที่ได้ยินเว่ยจิ่นซางเอ่ยคำพูดเช่นนี้ออกมา ใจของนางก็เต้นแรงอย่างบ

  • หยกงามใต้เงาจันทร์   บทที่ 11 ข้อตกลง

    หลี่รั่วหานลืมตาตื่นขึ้นมาในยามเช้าของอีกวัน วันนี้เขามิต้องเข้าไปที่ค่ายทหารเนื่องจากเป็นวันหยุดพัก จึงคิดจะนอนต่ออีกสักหน่อย ตระกูลหลี่ของเขานั้น แม้ท่านพ่อจะเป็นถึงราชบุตรเขยของราชวงศ์ แต่เพราะมีใจซื่อสัตย์และรักชาติบ้านเมือง ต่อสู้เพื่อบ้านเมืองมาโดยตลอด จึงยังดำรงตำแหน่งท่านแม่ทัพใหญ่ได้อย่าง

  • หยกงามใต้เงาจันทร์   บทที่ 10 อย่าดูหมิ่นข้า

    เมื่อเสร็จสิ้นภารกิจแล้ว หลี่รั่วหานจึงเดินออกมาจากด้านหลังต้นสาลี่ แล้วจ้องมองจ้าวไป๋ลู่อย่างเอาเรื่อง "เจ้านี่มารยาเยอะเสียจริง ทำทีมาบอกว่าจะดูต้นทางให้ข้า แต่แท้จริงแล้ว เจ้าคงอยากดูของข้าจนตัวสั่นสินะ!!!" จ้าวไป๋ลู่ที่ได้ยินเช่นนั้นก็จ้องมองเขาด้วยความตกใจ ให้ตายเถิด!!! นางแค่แวะผ่านมาเองนะ

  • หยกงามใต้เงาจันทร์   บทที่ 9 ช่วยดูต้นทาง

    การแต่งงานผ่านไปอย่างทุลักทุเล ยามที่กำลังยกน้ำชาคำนับฟ้าดิน หลี่รั่วหานก็แกล้งจ้าวไป๋ลู่ โดยการใช้ไหล่ของเขากระแทกไหล่ของนาง จนน้ำชาในถ้วยกระฉอกมาโดนใบหน้าของนางเต็ม ๆ จ้าวไป๋ลู่เองก็มิยอมแพ้ ยามที่ต้องตักขนมมงคลป้อนให้เขากิน นางก็ตักขึ้นมาเต็มช้อนโดยที่ไม่เป่าให้หายร้อนเสียก่อน ก็ยัดเข้าปากเขาในท

  • หยกงามใต้เงาจันทร์   บทที่ 8 แต่งงาน

    จวนตระกูลหนิง "โง่งมที่สุด ไหนเจ้าว่าหลี่รั่วหานรักเจ้านักหนา เหตุใดเขาจึงยอมตกปากรับคำแต่งงานกับสตรีนางนั้นง่ายดายเช่นนี้เล่า!!!"หนิงเสวี่ยในยามนี้กำลังนั่งก้มหน้างุดมิเอ่ยวาจาใดออกมา ทำได้เพียงทนฟังผู้เป็นมารดาก่นด่านางโดยไร้หนทางโต้แย้ง มารดาของนางมีนามว่า เว่ยจิ่นซาง เป็นบุตรสาวของตระกูลบัณฑ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status