Beranda / รักโบราณ / หยกงามใต้เงาจันทร์ / บทที่ 2 เยี่ยมเยือนจวนโหว

Share

บทที่ 2 เยี่ยมเยือนจวนโหว

last update Tanggal publikasi: 2025-05-02 15:17:31

ฮูหยินหลิวอิ๋งเอ่ยถามเสียงเข้ม สองพ่อลูกมองหน้ากันเลิ่กลั่ก หลิวอิ๋งผู้เป็นภรรยาที่ได้เห็นเช่นนั้นจึงเอ่ยอย่างมีโทสะ 

"ข้ารู้นะว่าพวกท่านจะพากันไปที่ใด!!! บัดซบนัก ต้นผักกาดของข้าเฉาตายหมดเพราะพวกท่าน!!!" 

"ฮูหยิน ให้อภัยข้าเถิด ครานั้นข้ารีบชัก มันจึงพุ่งไปโดนผักกาดของเจ้า!!!" 

"หึ!!! คิดว่าข้าไม่เห็นหรือ!!! พวกท่านสองพ่อลูกแข่งกันชัก ข้าเห็นกับตา!!!"

"ข้าไม่ได้ตั้งใจนี่นา!!! มันแข็งขึ้นมากะทันหันจะให้ข้าทำเช่นไรเล่า!!!" 

"ท่านพ่อท่านแม่พอเถิด!!! อายบ่าวไพร่บ้างเจ้าค่ะ!!!" 

จ้าวไป๋ลู่รีบเอ่ยยับยั้งบิดาและมารดาของตนทันที ก่อนจะหันไปมองจ้าวเฉียนที่มีท่าทีกระอักกระอ่วนเช่นเดียวกัน 

"ช่างหัวมันสิ!!! คนที่ต้องอายคือพ่อเจ้า ผักกาดของข้ากำลังงอกงาม กลับตายเพราะน้ำบัดซบของเขา!!!" 

"ก็บอกว่าไม่ได้ตั้งใจชักมันจำเป็น!!!"

"กล้าเถียงข้าหรือ!!!" 

"ฮูหยิน!!!" 

โครม!!!

จ้าวเยียนและจ้าวเฉียนสะดุ้งโหยง ด้านจ้าวไป๋ลู่นั้นนางทำได้เพียงยกมือขึ้นเกาหน้าผาก ก่อนจะมองภาพอาหารบนโต๊ะที่ถูกท่านแม่พังโครมหกเลอะเทอะอย่างอับจนหนทาง

บัดซบเถิดไม่ต้องกินแล้วข้าวเย็น!!!

"ท่านตั้งใจชัก!!!" 

"ข้าไม่ได้ตั้งใจมันแข็งเอง!!!" 

"ท่านชัก!!!" 

"โธ่ฮูหยิน เดิมทีข้ากับอาเฉียนเพียงตั้งใจเล่นว่าวที่ฝ่าบาททรงประทานให้ข้าเพียงเท่านั้น ผู้ใดจะรู้ว่าสายว่าวกลับแข็งขึ้นมากะทันหัน ข้าจึงรีบชักสายมัน ข้าไม่ได้ตั้งใจ มือข้าเลยพลัดไปโดนถังน้ำสกปรก จนมันหกราดรดต้นผักกาดเจ้าจนเฉาตาย!!! นี่ข้ากับอาเฉียนก็เพิ่งนึกขึ้นได้ว่าลืมเก็บว่าวอันใหม่ที่เพิ่งทำเสร็จวางเอาไว้ที่ด้านหลังจวน จึงจะไปเก็บ เจ้าก็ระงับโทสะหน่อยเถิด!!!"

จ้าวเยียนพยายามอธิบายให้ภรรยาเข้าใจ เมื่อสองสามวันก่อน ฝ่าบาททรงพระราชทานว่าวให้ข้ารับใช้ได้ละเล่นแก้เบื่อ เขาก็ได้มาเช่นกันจึงชักชวนบุตรชายเล่น ไม่คาดคิดว่าจะเกิดเหตุมิคาดฝันเช่นนี้ 

จ้าวไป๋ลู่ยกมือขึ้นนวดหว่างคิ้วตนเองก่อนจะครุ่นคิดในใจ 

โธ่! ท่านพ่อ แทนที่จะพูดให้ละเอียดข้าก็คิดไปไกลเลย!!! 

แล้วท่าทีโล่งใจของบ่าวไพร่คือสิ่งใดกัน หรือพวกเขาคิดว่าท่านพ่อและพี่ใหญ่...

วะฮ่า ๆ ๆ ๆ นางก็คิดว่าท่านพ่อและพี่ใหญ่ชัก...

ช่างมันเถิด! เย็นนี้กินข้าวกับน้ำมันพริกแก้ขัดไปก่อนก็แล้วกัน! 

ยามนี้เข้าสู่ช่วงกลางฤดูเหมันต์ อากาศจึงค่อนข้างเหน็บหนาวเป็นอย่างยิ่ง จ้าวไป๋ลู่กำลังนั่งอยู่ในรถม้า มือทั้งสองข้างของนางกอดเตาผิงเอาไว้เพื่อช่วยให้ความอบอุ่น ชุดคลุมขนจิ้งจอกที่มารดาสั่งตัดให้นาง ยังช่วยเพิ่มความอบอุ่นได้เป็นอย่างดี 

ฮูหยินหลิวอิ๋งยื่นมือไปเปิดผ้าม่านออกเล็กน้อย ก่อนจะหันมาเอ่ยกับจ้าวไป๋ลู่ 

"ไป๋ไป๋ ยามเมื่อถึงจวนโหวแล้ว เจ้าจงรักษากิริยาให้ดี สิ่งใดควรมิควรต้องจดจำให้ขึ้นใจ" 

"เจ้าค่ะท่านแม่ โอ๊ะ!!! ฮ่า ๆ ๆ ๆ มันร่วงจากปากข้า ฮ่า ๆ ๆ ๆ" 

จ้าวไป๋ลู่กำลังอ้าปากงับถังหูลู่ที่สาวใช้ส่งมาให้ แต่ทว่ามันกลับร่วงลงจากปากของนางไปเสียแล้ว นางจึงเผลอหัวเราะออกมาด้วยความขบขัน แต่ทว่าเมื่อหันไปพบกับสายตาเย็นเยียบของผู้เป็นมารดา นางจึงยกมือขึ้นปิดปากตนเองทันที 

ท่านแม่ของนางดีไปหมดทุกสิ่งอย่าง เสียอย่างเดียวคือเป็นสตรีที่ค่อนข้างเจ้าระเบียบ ท่านพ่อเคยบอกกับนางว่า เพราะท่านแม่มาจากตระกูลชาวนา ยามเมื่อมีหน้ามีตาจึงเกรงว่าจะทำให้ท่านพ่อขายหน้าเอาได้  ท่านแม่จึงตั้งใจศึกษากฎระเบียบและกิริยาของสตรีชั้นสูงอย่างเคร่งครัด 

ให้ตายเถิด! นางอึดอัดที่สุดเลย 

"เอ่ยยังมิทันขาดคำ เจ้าก็เป็นเช่นนี้เสียแล้ว เป็นสตรีเหตุใดจึงอ้าปากหัวเราะเช่นนั้น น่ารังเกียจยิ่งนัก" 

ยิ่งบ่นด่าบุตรสาวนางก็ยิ่งโมโห เมื่อสองปีก่อน จ้าวไป๋ลู่เป็นสตรีที่เรียบร้อยอ่อนหวานกิริยางดงาม เหตุใดพอเริ่มเติบโตกลับเป็นเช่นนี้ไปเสียได้ 

"ท่านแม่ ข้าจะไม่หัวเราะอีกแล้ว" 

"หึ!!! เอาเถิด เมื่อไปถึงจวนโหวแล้ว แม่จะพาเจ้าไปทำความเคารพองค์หญิงหงลี่" 

ฮูหยินหลิวอิ๋งเอ่ยเพียงเท่านี้ไม่ได้เอ่ยวาจาใดต่อ แท้จริงแล้วในจดหมายขององค์หญิงหงลี่นั้น มิได้เพียงชวนพวกนางสองแม่ลูกมาชมดอกเหมยเพียงอย่างเดียว แต่กลับจะเจรจาทาบทามสู่ขอจ้าวไป๋ลู่ให้แต่งงานกับบุตรชายของตน

นางเองมิใช่ว่าไม่ดีใจ นางดีใจมากเสียด้วยซ้ำที่องค์หญิงให้เกียรตินางให้เกียรติตระกูลจ้าวถึงเพียงนี้ แต่เมื่อมองเห็นท่าทีเดี๋ยวยิ้มเดี๋ยวหัวเราะของบุตรสาว นางก็ปวดใจยิ่งนัก 

รถม้าหยุดลงที่หน้าประตูจวนโหวตระกูลหลี่ ฮูหยินหลิวอิ๋งและจ้าวไป๋ลู่ก็เดินลงมาจากรถม้า มีสาวใช้มารอต้อนรับ ก่อนจะพาพวกนางสองแม่ลูกตรงเข้าไปในเรือนใหญ่ทันที

เสียงพิณบรรเลงบทเพลงชวนเคลิบเคลิ้ม จ้าวไป๋ลู่มองดูรอบจวนด้วยความตื่นเต้น ที่นี่ปลูกต้นไม้ดอกไม้ไว้เต็มไปหมด แต่ยามนี้เห็นทีคงจะมีเพียงดอกเหมยที่ออกดอกบานสะพรั่งสวยงาม จ้าวไป๋ลู่ยื่นมือไปรองหิมะที่โปรยปรายลงมาก่อนจะเผยรอยยิ้มจนเห็นลักยิ้มทั้งสองข้างของนาง 

เดินต่ออีกสักพักก็มาถึงเรือนใหญ่ ยามนี้มีเหล่าคุณหนูจากตระกูลสูงศักดิ์มากมายกำลังร่วมชมดอกเหมยและรับฟังบทเพลงจากพิณที่ขับกล่อมชวนเสนาะหู 

"อิ๋งเอ๋อร์เจ้ามาแล้ว" 

"ถวายพระพรองค์หญิงเพคะ" 

"จะมากพิธีไปไยกัน รีบมานั่งกับข้า เอ่อ แล้ว นี่คือ..." 

"ทูลองค์หญิง นี่คือ จ้าวไป๋ลู่ บุตรสาวของหม่อมฉันเพคะ" 

"โอ้วว ไป๋ไป๋เติบโตถึงเพียงนี้แล้ว อีกทั้งยังงดงามมากอีกด้วย" 

องค์หญิงหงลี่เอ่ยชมจ้าวไป๋ลู่มิขาดปาก จ้าวไป๋ลู่เองก็จำที่ท่านแม่สอนนางมาได้เป็นอย่างดี จึงทำความเคารพได้อย่างงดงามอ่อนช้อย จนองค์หญิงหงลี่พยักหน้าอย่างชื่นชม 

ความสัมพันธ์ขององค์หญิงหงลี่และมารดาของจ้าวไป๋ลู่นั้นค่อนข้างสนิทสนม พวกนางเป็นสหายที่ดีต่อกันมาตั้งแต่วัยเยาว์

เมื่อยี่สิบปีก่อน องค์หญิงหงลี่ตกหลุมรักซื่อจื่อจวนโหว ซึ่งก็คือสามีของนางในยามนี้ นางจึงออกจากวังไปตามหาเขา แต่ระหว่างทาง กลับถูกพวกบ้าตัณหาคิดฉุดคร่าลวนลาม โชคดีที่ได้รับความช่วยเหลือจากหลิวอิ๋งและครอบครัว นางจึงรอดพ้นหายนะครานั้นมาได้ ความช่วยเหลือนี้ก่อเกิดความสัมพันธ์ที่ดีเสมอมา ทำให้พวกนางเป็นสหายรักกันนับตั้งแต่วันนั้น และยังสัญญากันเอาไว้ว่าหากมีบุตรสาวบุตรชายจะให้แต่งงานกันอีกด้วย

ท่าทีที่องค์หญิงหงลี่มีต่อนาง สร้างความริษยาให้แก่คุณหนูตระกูลสูงศักดิ์ไม่น้อย โดยเฉพาะ หนิงเสวี่ย 

หนิงเสวี่ยเป็นบุตรสาวของจวนตระกูลหนิง บิดาของนางเป็นถึงเสนาบดีกรมพระคลัง พี่ชายของนางก็เป็นบัณฑิตผู้เลื่องชื่อ สอบได้ที่หนึ่งเมื่อต้นปีที่ผ่านมา อีกทั้งยังก้าวหน้า กำลังจะได้เป็นอาจารย์ในสำนักศึกษาหลวงกั๋วจื่อเจี้ยนอีกด้วย 

และนางเองก็เป็นคนรักของหลี่รั่วหาน ซื่อจื่อแห่งจวนโหว คุณชายใหญ่แห่งจวนตระกูลหลี่ บุตรชายขององค์หญิงหงลี่ 

ท่าทีที่องค์หญิงหงลี่มีต่อสองแม่ลูกนั้นช่างอ่อนโยนและสนิทสนม ต่างจากทุกคราที่พบเจอนาง องค์หญิงหงลี่กลับเว้นระยะห่างจนนางมิอาจเข้าถึง 

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • หยกงามใต้เงาจันทร์   บทเสริม หนิงเสวี่ย

    หวังเจียหมิ่นเดินถือกล่องใส่อาหารไว้ในมือ ก่อนจะเดินขึ้นไปบนวัดไป๋หม่า เขาทำเช่นนี้มาร่วมปี เขาเองก็เต็มใจทำโดยไม่เคยปริปากบ่นแม้เพียงน้อยเสียงกวาดพื้นดังมาเป็นระยะ หวังเจียหมิ่นจ้องมองสตรีตรงหน้าที่ยามนี้นางเกล้าผมอย่างเรียบร้อย สวมเพียงเสื้อผ้าธรรมดา กำลังถือไม้กวาดกวาดใบไม้อย่างตั้งใจนางคือหลี่หลานฮวา หรือก็คือ หนิงเสวี่ย นั่นเอง นางเสียสติอยู่ร่วมปี กว่าจะทำใจยอมรับเรื่องราวก่อนหน้านี้ได้ มันไม่ง่ายเลยจริง ๆ ที่นางจะยอมรับว่านางกับหลี่รั่วหานเป็นพี่น้องสายเลือดเดียวกัน และไม่ง่ายเลยกว่านางจะยอมรับว่าสตรีที่นางเกลียดชังนักหนา แท้จริงแล้วคือมารดาผู้ให้กำเนิดนาง แม้จะเป็นเรื่องที่ทำใจได้ยาก แต่ในท้ายที่สุดนางก็ทำใจยอมรับมันได้ แม้จะต้องใช้เวลาบ้างก็ตาม นางอุทิศตัวให้พระโพธิสัตว์ ชาตินี้จะขอสร้างบุญเพื่อไถ่บาปกรรมที่นางเคยทำเอาไว้ทั้งหมด แม่ทัพใหญ่หลี่ องค์หญิงหงลี่และหลี่รั่วหานยังคงมาเยี่ยมนางอยู่เสมอ พวกเขายังคงพูดกับนางเหมือนเช่นทุกครา ว่ายังรอวันที่นางจะยินดีกลับจวนโหวอีกครั้ง ซึ่งนางเองก็ยังไม่รู้ว่าวันนั้นจะมาถึงเมื่อใดนางรู้สึกผิดต่อทุกคน ด้วยความรู้สึกผิดในใจนางจึงเล

  • หยกงามใต้เงาจันทร์   บทที่ 53 วิวาห์อีกครา (จบบริบูรณ์)

    จ้าวไป๋ลู่ยื่นน้ำตาลก้อนหนึ่งให้หลี่รั่วหานเพื่อให้เขาใช้แก้อาการแสบร้อนในปาก เขารีบยัดน้ำตาลก้อนนั้นเข้าปากทันที ยามนี้ปากของเขาบวมราวกับโดนฝูงผึ้งรุมต่อย สร้างความขบขันให้แก่นางไม่น้อย "หลี่รั่วหาน" "หืม" "ท่านพ่อท่านแม่ข้าบอกข้าว่า พวกเขาชอบท่านมาก" "จริงหรือ?" "จริงสิ แต่จะให้ข้ากลับเข้าจวนไปง่าย ๆ ก็คงจะไม่ดีเท่าใดนัก" "จ้าวไป๋ลู่ เรามาแต่งงานกันอีกรอบเถิด!!!" "ท่านว่าอย่างไรนะ" "ข้าจะแต่งงานกับเจ้าอีกรอบ เรามาแต่งงานกันเถอะ" "หลี่รั่วหาน ท่านแน่ใจแล้วหรือ ว่าจะแต่งกับข้าอีกครั้ง" "แน่ใจสิ""หากข้าไม่ได้อ่อนโยนเหมือนแต่ก่อนเล่า ไม่ใช่คนที่ท่านสามารถเอาเปรียบได้เช่นแต่ก่อนอีกเล่า" "ข้าก็ยังยืนยันที่จะแต่งกับเจ้าเช่นเดิม" "ท่านจะไม่โกหกข้า ไม่ทำร้ายข้าอีกครั้งใช่หรือไม่" "ข้าจะไม่มีวันทำให้เจ้ากับลูกเสียใจอีกเป็นอันขาด" "หากท่านผิดสัญญา ข้าจะไม่กลับไปหาท่านอีก" "ห้าปีที่ข้ารอเจ้า มันเป็นบทเรียนชั้นดีที่สอนข้าอย่างสาหัสแล้วจ้าวไป๋ลู่" "ตกลง เช่นนั้นข้าจะแต่งงานกับท่านอีกครา" "จริงหรือ เจ้าพูดจริงหรือ!!!" "หน้าข้าเหมือนคนโกหกหรือ?" "ก็ข้าคิดว่าเจ้า..." "หุบปาก!!!"

  • หยกงามใต้เงาจันทร์   บทที่ 52 เอาใจครอบครัวภรรยา

    จวนตระกูลจ้าวหลี่รั่วหานมาตามที่ตกลงกับจ้าวไป๋ลู่เอาไว้ ยามนี้เขากำลังนั่งตัวเกร็งอยู่ที่ห้องโถงด้านในจวนตระกูลจ้าว อดทนกับสายตากดดันของจ้าวเยียน ฮูหยินหลิวอิ๋ง และจ้าวเฉียน ที่มองเขาด้วยแววตาที่เย็นเยียบแต่เพื่อนางกับลูกเขายอม จ้าวเยียนปรายตามองหลี่รั่วหานคราหนึ่ง ก่อนจะเอ่ยขึ้นมา "ซื่อจื่อ ท่านแน่ใจแล้วหรือ ที่จะลดตัวลงมาหาพวกเรา" "แน่ใจขอรับ ข้าเต็มใจทำทุกสิ่งเพื่อจ้าวไป๋ลู่กับลูก" "ก็ดี ท่านทำอาหารเป็นหรือไม่ แม่ครัวเก่าเพิ่งจะลาออกไป ฮูหยินข้ากำลังอยากได้ลูกมือทำครัวอยู่พอดี" "ได้เลยขอรับ" ฮูหยินหลิวอิ๋งปรายตามองหลี่รั่วหานคราหนึ่ง ก่อนจะครุ่นคิดถึงจดหมายที่องค์หญิงหงลี่ส่งมาให้นาง ในจดหมายเขียนเอาไว้ว่า จัดการให้หนัก! ยามนี้นางกับองค์หญิงหงลี่ปรับความเข้าใจกันด้วยดีแล้วหลี่รั่วหานเดินตามฮูหยินหลิวอิ๋งเข้ามาในโรงครัว ก่อนจะจ้องมองนางที่กำลังหยิบมีดคมขึ้นมาถือเอาไว้ ในใจของเขาก็รู้สึกเย็นวาบแปลก ๆ "มีดนี่คมมาก ข้าใช้มันหั่นเนื้อเป็นประจำ เป็นมีดประจำตัวของข้า เดิมทีข้าอยากส่งต่อมันให้กับจ้าวไป๋ลู่ ซื่อจื่อท่านรู้หรือไม่ว่า เหตุใดข้าจึงอยากส่งต่อมีดนี้ให้บุตรสาวของข้า"

  • หยกงามใต้เงาจันทร์   บทที่ 51 ตามง้ออีกครา

    ยามนี้เหตุการณ์ทุกอย่างอยู่ในความสงบแล้ว ทุกคนกลับไปใช้ชีวิตปกติเหมือนเช่นเคย และมีเรื่องที่น่ายินดีอีกเรื่องหนึ่งนั่นก็คือ เซียวถงกำลังจะเข้าพิธีแต่งงานกับสวีลั่วลั่ว ทั้งสองพบรักกันเมื่อหนึ่งปีก่อนจ้าวไป๋ลู่ยินดีกับทั้งสองเป็นอย่างมาก และนางดีใจที่เซียวถงจะมีสตรีที่ดีพร้อมมาคอยดูแลเสียที ส่วนนางเองก็ยังไม่ได้ใจอ่อนกับหลี่รั่วหาน แม้ว่าเขาจะพยายามตามง้อนางก็ตาม ยามนี้จ้าวหยางอายุได้สี่ขวบปีแล้ว เป็นวัยที่กำลังช่างพูดช่างคุย บางคราเขาตื่นมาชวนนางคุยกลางดึกก็เคยทำมาแล้ว วันนี้เป็นวันมงคลของเซียวถงและสวีลั่วลั่ว จ้าวไป๋ลู่พาจ้าวหยางไปร่วมงานในครานี้ด้วย งานเลี้ยงจัดอย่างยิ่งใหญ่ ผู้คนต่างมาร่วมยินดีกับบ่าวสาวกันมากมายจ้าวไป๋ลู่มองดูเซียวถงกับสวีลั่วลั่วที่หยอกล้อกันตามประสาคู่แต่งงานก็เผลอยิ้มออกมาเล็กน้อย งานแต่งของนางไม่เคยมีความทรงจำเหล่านี้อยู่เลยแม้แต่น้อย "ไป๋ไป๋" จ้าวไป๋ลู่ชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะหันไปพบหลี่รั่วหานที่เดินมาพร้อมกับหลัวเทียนเฉิน นางเพียงมองเขาแต่ไม่ได้เอ่ยสิ่งใดออกมา "แม่นางไป๋ไป๋ ดีใจที่ได้พบเจ้าอีกครา" "ใต้เท้าหลัว" "อย่าเรียกบ่อย ข้ากลัวจะตกหลุมรักเจ้

  • หยกงามใต้เงาจันทร์   บทที่ 50 เสียสติ

    เว่ยจิ่นซางหยิบยาพิษออกมาจากในอกเสื้ออีกขวดหนึ่ง ก่อนจะเดินตรงเข้าไปหาองค์หญิงหงลี่ช้า ๆ "ตายซะเถอะ ในที่สุดข้าก็ล้างแค้นได้สำเร็จสักที" ฉึก! ยังไม่ทันที่เว่ยจิ่นซางจะสังหารองค์หญิงหงลี่ได้สำเร็จ มีดเล่มหนึ่งก็แทงเข้ามาที่แผ่นหลังของนางทะลุมาที่หน้าท้อง เมื่อนางหันกลับไปช้า ๆ จึงได้พบว่าเป็นฝีมือของหนิงเสวี่ย "นะ!!! นังชั่ว นังเนรคุณ!!!" "ฮือออออ" หนิงเสวี่ยแทงมีดจนสุดด้าม ก่อนจะทิ้งกายลงนั่งบนพื้นแล้วปิดหน้าร้องไห้โฮออกมาอย่างเจ็บปวดเว่ยจิ่นซางตกตายด้วยมีดเล่มนั้นของหนิงเสวี่ย"ท่านแม่!!!"ด้านนอกมีเสียงการต่อสู้ดังขึ้น ก่อนจะมีคนเปิดประตูพุ่งเข้ามา เป็นหลี่รั่วหานนั่นเอง เขามองสภาพศพของเว่ยจิ่นซางที่นอนตายอยู่บนพื้นดวงตาเบิกกว้าง ข้าง ๆ กันมีหนิงเสวี่ยที่นั่งร้องไห้อยู่ เขาไม่มีเวลาสนใจหนิงเสวี่ยมากนัก เขารีบวิ่งเข้าไปแก้มัดให้องค์หญิงหงลี่ ก่อนจะเดินเข้าไปหาจ้าวไป๋ลู่และลูกที่นอนหลับไม่ได้สติอยู่ข้าง ๆ กัน"ไป๋ไป๋!!!" "นางสลบไม่ได้สติมาหลายชั่วยามแล้ว" เสียงของหลี่รั่วหานปลุกหนิงเสวี่ยให้ตื่นจากความสับสนและหวาดกลัวในจิตใจ นางค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นไปมองเขาช้า ๆ เมื่อเขาหันมาส

  • หยกงามใต้เงาจันทร์   บทที่ 49 ความจริงที่แสนเจ็บปวด

    นางกรอกยาพิษทั้งที่มือก็สั่นไม่น้อย ยิ่งได้เห็นแววตาที่แข็งกระด้างขององค์หญิงหงลี่ที่มองมา มือนางก็สั่นมากยิ่งขึ้น จนทำยาพิษหกลงพื้นไปเสียดื้อ ๆ องค์หญิงหงลี่กินยาพิษนั้นไปไม่ถึงครึ่งขวดด้วยซ้ำ แต่นางก็กระอักโลหิตสีดำออกมาไม่น้อย เว่ยจิ่นซางที่ได้เห็นเช่นนั้นก็ส่งเสียงหัวเราะสะใจออกมาอย่างบ้าคลั่ง แปะ แปะ แปะ หนิงเสวี่ยกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ ก่อนจะหันไปมองเว่ยจิ่นซาง "ท่านแม่" เว่ยจิ่นซางหันมามองหนิงเสวี่ยด้วยสายตาที่เย็นชา "ผู้ใดเป็นแม่เจ้ากัน?" "เอ๋? ท่านแม่ เหตุใดท่านจึงเอ่ยวาจาเช่นนี้เจ้าคะ ข้าไม่เข้าใจ" เว่ยจิ่นซางปรายตามองหนิงเสวี่ยอย่างดูแคลน แววตาที่เคยมองนางประดุจลูกในไส้ แววตาที่อ่อนโยนเลือนหายไปจนหมดสิ้น ยามนี้มีเพียงความเกลียดชังเข้ามาแทนที่ นางทุ่มเทแรงกายแรงใจ รอเวลานี้มานานเหลือเกิน นางรอจนกระทั่งถึงวันนี้!!! "ฮ่า ๆ ๆ ๆ การได้มองเห็นบุตรสาวกำลังฆ่ามารดาของตนเองกับมือ ช่างเป็นภาพที่งดงามเสียจริง ๆ" เว่ยจิ่นซางเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่มีความสุข หนิงเสวี่ยที่ได้ยินเช่นนั้นก็ขมวดคิ้วมุ่น ด้านองค์หญิงหงลี่ที่ได้ยินเว่ยจิ่นซางเอ่ยคำพูดเช่นนี้ออกมา ใจของนางก็เต้นแรงอย่างบ

  • หยกงามใต้เงาจันทร์   บทที่ 13 เดินทางออกนอกเมืองหลวง

    ห้องทรงอักษร "โอ้วววว ซี้ดดด ได้ยินว่าราษฎรแถบชนบทขาดแคลนอาหาร เจ้าจัดการหรือยังรัชทายาท!""อ๊าาา เรียบร้อยแล้วพ่ะย่ะค่ะเสด็จพ่อ!!!'"หงหลี่หยวน เจ้าอย่าให้มันพุ่งมาทางนี้โอ้ววว มันจะเปื้อนฎีกาของข้า!!!""ไม่ไหวแล้วพ่ะย่ะค่ะเสด็จพ่อ มันจะพุ่งแล้วพ่ะย่ะค่ะ อ๊าาาา!!!""บัดซบ!!! ฎีกาข้า!!! ซี้ดดด!!!"

  • หยกงามใต้เงาจันทร์   บทที่ 12 ถกเถียงบนรถม้า

    เมื่อรถม้าหยุดลงที่หน้าตลาด หลี่รั่วหานและจ้าวไป๋ลู่ก็เดินเที่ยวชมตลาดโดยรอบ เขามองดูนางที่ยิ้มแย้มอารมณ์ดี บางคราก็หัวเราะชอบใจกับสิ่งต่าง ๆ ที่ได้เห็นรอบกาย ทำให้เขาเผลอยิ้มตามไปด้วย บางทีนางอาจจะไม่ได้เลวร้ายดั่งเช่นที่เขาคิดใช่หรือไม่!!! เมื่อเดินตามตรอกต่าง ๆ มาเรื่อย ๆ ก็มาถึงร้านเครื่องประ

  • หยกงามใต้เงาจันทร์   บทที่ 11 ข้อตกลง

    หลี่รั่วหานลืมตาตื่นขึ้นมาในยามเช้าของอีกวัน วันนี้เขามิต้องเข้าไปที่ค่ายทหารเนื่องจากเป็นวันหยุดพัก จึงคิดจะนอนต่ออีกสักหน่อย ตระกูลหลี่ของเขานั้น แม้ท่านพ่อจะเป็นถึงราชบุตรเขยของราชวงศ์ แต่เพราะมีใจซื่อสัตย์และรักชาติบ้านเมือง ต่อสู้เพื่อบ้านเมืองมาโดยตลอด จึงยังดำรงตำแหน่งท่านแม่ทัพใหญ่ได้อย่าง

  • หยกงามใต้เงาจันทร์   บทที่ 10 อย่าดูหมิ่นข้า

    เมื่อเสร็จสิ้นภารกิจแล้ว หลี่รั่วหานจึงเดินออกมาจากด้านหลังต้นสาลี่ แล้วจ้องมองจ้าวไป๋ลู่อย่างเอาเรื่อง "เจ้านี่มารยาเยอะเสียจริง ทำทีมาบอกว่าจะดูต้นทางให้ข้า แต่แท้จริงแล้ว เจ้าคงอยากดูของข้าจนตัวสั่นสินะ!!!" จ้าวไป๋ลู่ที่ได้ยินเช่นนั้นก็จ้องมองเขาด้วยความตกใจ ให้ตายเถิด!!! นางแค่แวะผ่านมาเองนะ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status