Beranda / รักโบราณ / หยกงามใต้เงาจันทร์ / บทที่ 10 อย่าดูหมิ่นข้า

Share

บทที่ 10 อย่าดูหมิ่นข้า

last update Tanggal publikasi: 2025-05-02 15:20:26

เมื่อเสร็จสิ้นภารกิจแล้ว หลี่รั่วหานจึงเดินออกมาจากด้านหลังต้นสาลี่ แล้วจ้องมองจ้าวไป๋ลู่อย่างเอาเรื่อง 

"เจ้านี่มารยาเยอะเสียจริง ทำทีมาบอกว่าจะดูต้นทางให้ข้า แต่แท้จริงแล้ว เจ้าคงอยากดูของข้าจนตัวสั่นสินะ!!!" 

จ้าวไป๋ลู่ที่ได้ยินเช่นนั้นก็จ้องมองเขาด้วยความตกใจ ให้ตายเถิด!!! นางแค่แวะผ่านมาเองนะ 

"ซื่อจื่อคงเข้าใจผิดแล้วกระมังเจ้าคะ เดิมทีข้าเพียงรู้สึกเบื่อหน่ายจึงอยากจะออกมาเดินเล่นเพื่อผ่อนคลายอารมณ์เพียงเท่านั้น แต่กลับ ได้ยิน เอ่อ... ชักขึ้นชักลง ชักลงชักขึ้น ฮ่า ๆ ๆ ๆ" 

"หุบปาก เดี๋ยวนี้นะ!!!" 

"ซื่อจื่อ ข้าอุตส่าห์มีน้ำใจดูต้นทางให้ท่านนะเจ้าคะ" 

"ใครขอร้องเจ้ากัน!!!" 

"ไม่มีเจ้าค่ะ" 

"จำไว้!!! อย่าเสนอหน้ามายุ่งเรื่องของข้าอีก!!!" 

"เจ้าค่ะ ข้าขอตัวก่อนนะเจ้าคะ อุ๊ย ชักขึ้นชักลง ชักลงชักขึ้น ฮ่า ๆ ๆ ๆ"

จ้าวไป๋ลู่หัวเราะจนตัวงอ สร้างความโมโหให้แก่หลี่รั่วหานเป็นอย่างมาก เขากระชากแขนนางเข้าหาตัวอย่างสุดแรง ก่อนจะจ้องนางเขม็ง 

"ท้าทายข้าหรือ!!!" 

เมื่อเห็นว่าเขาไม่ได้ล้อเล่น จ้าวไป๋ลู่จึงพยายามดันตนเองออกจากการเกาะกุมของเขา 

"ข้าเจ็บนะเจ้าคะ!!!" 

"เจ็บหรือ!!! หึ!!! เมื่อครู่ยังหัวร่อต่อกระซิกอย่างร่าเริงใจอยู่เลยมิใช่หรือ ครานี้มาทำสำออยเสียแล้ว วิธีนี้ใช้ไม่ได้ผลกับข้าหรอก!!!" 

"คนเขาอุตส่าห์มีน้ำใจมาช่วย กลับมาด่าทอต่อว่า นิสัยไม่ดี!!!" 

"หากเจ้าไม่หุบปากข้าจะโยนเจ้าลงน้ำเดี๋ยวนี้!!!" 

"ซื่อจื่อ!!!" 

"มานี่!!!" 

"ว้าย!!!" 

"โอ๊ะ!!!" 

เพราะฉุดกระชากกันไปมา ทำให้คนทั้งสองเซล้มลงไปบนพื้นหญ้า จ้าวไป๋ลู่ล้มลงไปนอนทับบนกายของหลี่รั่วหาน ริมฝีปากของทั้งคู่ประกบทาบทับกันในทันที 

ความตื่นตระหนกฉายผ่านแววตาของคนทั้งสอง จ้าวไป๋ลู่และหลี่รั่วหานค้างนิ่งอยู่ท่าเดิมเช่นนี้โดยไม่มีผู้ใดขยับ 

เป็นหลี่รั่วหานที่ตั้งสติได้ก่อน เขาจึงผลักนางออกทันที 

"เด็กผี!!! เจ้ากล้าล่วงเกินข้าหรือ!!!"

"ข้าไม่ได้ทำนะเจ้าคะเป็นท่านที่ดึงข้าล้มลงไปเอง!!!" 

"น่าขยะแขยงที่สุดข้าเกลียดเจ้า!!!" 

เขารีบเดินจากไปโดยไม่แม้แต่จะพยุงนางที่ล้มอยู่กับพื้นขึ้นมาแม้แต่น้อย จ้าวไป๋ลู่ถลึงตามองเขาคราหนึ่ง ก่อนจะค่อย ๆ ลุกขึ้นมาช้า ๆ และพาตนเองเดินกลับเรือนทันที 

สำรับยามเย็นในวันนี้มีเพียงจ้าวไป๋ลู่ที่นั่งกินอยู่เพียงลำพัง แต่นางเองก็มิได้สนใจสิ่งใดแม้แต่น้อย ยังคงตั้งหน้าตั้งตาลิ้มรสชาติอาหารตรงหน้าอย่างอารมณ์ดี 

ด้านหลี่รั่วหานในยามนี้นั้น เขากำลังนั่งดื่มสุราเลิศรสและอาหารรสชาติเยี่ยมยอดกับหนิงเสวี่ยที่ภัตตาคารชิงชาง ภัตตาคารอันดับหนึ่งในเมืองหลวง ที่มีทั้งสุราและอาหารมากมายสำหรับชนชั้นสูง 

"เสวี่ยเอ๋อร์ นี่เป็นปิ่นปักผมที่ทำจากหยกเนื้อดี ข้ามอบมันให้เจ้า มีเพียงเจ้าที่คู่ควรกับหยกล้ำค่าเช่นนี้" 

"พี่รั่วช่างดีต่อเสวี่ยเอ๋อร์ยิ่งนัก" 

"เสวี่ยเอ๋อร์ เจ้าน่ะงดงามบริสุทธิ์ราวกับดวงจันทร์บนฟากฟ้า สตรีอื่นย่อมเป็นได้เพียงเงาเลือนรางอยู่ใต้จันทราเช่นเจ้า มิอาจเทียบเคียงเจ้าได้เลยแม้แต่น้อย" 

เมื่อได้ยินถ้อยคำเกี้ยวพานเช่นนี้จากปากของหลี่รั่วหาน หนิงเสวี่ยก็รู้สึกเขินอายไม่น้อย ใบหน้าสวยหวานขึ้นสีแดงระเรื่อ ทำให้หลี่รั่วหานใจอ่อนยวบ 

เมื่อหนึ่งปีก่อนเขาได้พบนาง ยามนั้นนางกำลังเดินเที่ยวเล่นอยู่ในตลาด แต่กลับถูกอันธพาลรังแก เขาจึงช่วยเหลือนางเอาไว้ นับแต่นั้นเขากับนางก็มีใจตรงกันเรื่อยมา 

"เสวี่ยเอ๋อร์ข้าทำผิดต่อเจ้ายิ่งนัก" 

"พี่รั่ว อย่ากล่าวโทษตนเองเลยเจ้าค่ะ หากไร้หนทางได้เป็นภรรยาเอก เสวี่ยเอ๋อร์ยินยอมเป็นภรรยารองของท่านอย่างเต็มใจเจ้าค่ะ" 

"เสวี่ยเอ๋อร์ ข้าจะต้องทำทุกทางให้เจ้าได้เป็นภรรยาเอกในสักวัน" 

"ข้าจะรอพี่รั่วนะเจ้าคะ" 

สองสายตาสบประสานกันอย่างหวานซึ้ง หลี่รั่วหานยกจอกสุรามอบให้นาง ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน 

"สุราจอกนี้แทนคำสัญญา ว่าข้าจะรักเจ้าตลอดไป" 

จวนโหวตระกูลหลี่

เมื่อส่งหนิงเสวี่ยที่จวนตระกูลหนิงเรียบร้อยแล้ว หลี่รั่วหานจึงกลับมาที่จวนของตนในทันที ในขณะที่เขากำลังก้าวเข้าจวน ก็มีแส้เส้นหนึ่งฟาดเข้ามาที่กลางหน้าผากของเขาอย่างเต็มแรง 

"อ๊าา!!! ใครตีข้า!!!" 

"ข้าเอง!!! แม่เจ้า!!!" 

"ท่านแม่!!!" 

"ใช่! ข้าเอง ลูกชั่ว เจ้าทำได้เช่นไร!!! เจ้าปล่อยไป๋ไป๋ให้นางกินข้าวเพียงลำพังผู้เดียว แต่เจ้ากลับไปเสวยสุขกับนางจิ้งจอกผู้นั้น เจ้าแต่งงานมีภรรยาแล้ว ไป๋ไป๋คือภรรยาของเจ้า เจ้าอย่าได้ลืมเรื่องนี้!!!" 

"ท่านแม่ ลูกแต่งนางเข้าจวนมาเป็นภรรยาเอกก็มากพอแล้ว ยังจะให้ลูกเอาใจนางอีกหรือ!!! ลูกไม่สน ลูกจะต้องแต่งเสวี่ยเอ๋อร์เข้ามาเป็นภรรยารองให้ได้!!!" 

เพียะ!!!

"ท่านแม่!!!" 

"ขืนเจ้าพูดอีก ข้าจะฟาดเจ้าให้ตาย!!!" 

หลี่รั่วหานอับจนหนทางแล้ว เขาจึงต้องยอมอ่อนข้อให้ผู้เป็นมารดา ก่อนจะรีบมุ่งหน้าไปหาจ้าวไป๋ลู่ที่เรือน เมื่อเห็นว่านางกำลังจิบชาอย่างสบายอารมณ์ เขาก็ตรงไปปัดถ้วยชาในมือนางทิ้งทันที จ้าวไป๋ลู่ขมวดคิ้วมุ่นก่อนจะมองเขาด้วยความสงสัย 

โรคประสาทกำเริบหรืออย่างไรกัน!!! 

"เป็นเจ้าที่ไปฟ้องท่านแม่ใช่หรือไม่!!!" 

"ฟ้องเรื่องอันใดเจ้าคะ?" 

"ก็เรื่องที่ข้าไปหาหนิงเสวี่ย ปากมากนักนะ!!! วันนี้ข้าจะอุดปากเจ้าเสีย!!!" 

"ซื่อจื่อ ท่าน!!! อื้ออ!!!" 

หลี่รั่วหานกระชากตัวจ้าวไป๋ลู่ขึ้นมา ก่อนจะบดขยี้ริมฝีปากนางอย่างรุนแรง จ้าวไป๋ลู่ผลักไสเขาอย่างสุดกำลัง หลี่รั่วหานที่เห็นเช่นนั้นจึงผละออกจากนาง ก่อนจะเอ่ยวาจาถากถางนางอย่างดูแคลน 

"เจ้าอยากเป็นภรรยาของข้ามากไม่ใช่หรือ เช่นนั้นวันนี้ข้าจะสนองเจ้าให้ถึงใจดีหรือไม่!!!" 

"อย่าเข้ามานะเจ้าคะ!!!" 

"กลัวหรือ!!! หึ คืนนี้ข้าจะตอบสนองเจ้าให้สาแก่ใจ เรื่องสตรีข้าย่อมเก่งกาจอยู่แล้ว เจ้าก็เป็นเพียงดอกไม้รายทางที่ข้าจะเขี่ยทิ้งเมื่อใดก็ย่อมได้!!!" 

"ข้าบอกว่าอย่าเข้ามา!!!" 

"หึ!!! กลัว หรือ ฮ่า ๆ ๆ ๆ โอ๊ย!!!" 

พลั่ก!!!

"ก็บอกแล้วว่าอย่าเข้ามา!!! หึ!!!" 

จ้าวไป๋ลู่ยกเข่ากระทุ้งเข้าไปที่หว่างขาของหลี่รั่วหานอย่างเต็มแรงจนเขาหน้าดำเขียวคล้ำเพราะความจุก ไม่เพียงแค่นั้นนางยังกระทุ้งซ้ำเข้าไปอีกเป็นรอบที่สองจนเขาทรุดลงไปนอนตัวงออยู่กับพื้น 

"ขออภัยนะเจ้าคะซื่อจื่อ ข้าจำเป็นต้องทำ มิเช่นนั้นท่านจะล่วงเกินข้าเอาได้ แม้เราจะแต่งงานกันแล้ว แต่ก็มิได้มีใจรักใคร่ต่อกัน ข้าเองไม่มีวันยินยอมให้ท่านดูหมิ่นข้าเป็นแน่!!!" 

นางเอ่ยเพียงเท่านั้นก่อนจะเดินออกจากห้องนอนไป และมุ่งหน้าไปที่ห้องตำราพร้อมกับผ้าห่มและหมอน จากนั้นก็ผล็อยหลับในห้องตำราจนถึงรุ่งสาง 

หลี่รั่วหานกัดฟันกรอด สตรีนางนี้ร้ายกาจไม่เบา

เมื่อคิดได้เช่นนั้นเขาก็ยกยิ้มมุมปาก ก่อนจะคิดแผนการหนึ่งออกมาได้ 

หากเขายอมตบตาท่านแม่สักครา รอจนท่านแม่วางใจ เขาก็จะสามารถตบแต่งหนิงเสวี่ยเข้ามาเป็นภรรยารองได้เป็นแน่ 

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • หยกงามใต้เงาจันทร์   บทเสริม หนิงเสวี่ย

    หวังเจียหมิ่นเดินถือกล่องใส่อาหารไว้ในมือ ก่อนจะเดินขึ้นไปบนวัดไป๋หม่า เขาทำเช่นนี้มาร่วมปี เขาเองก็เต็มใจทำโดยไม่เคยปริปากบ่นแม้เพียงน้อยเสียงกวาดพื้นดังมาเป็นระยะ หวังเจียหมิ่นจ้องมองสตรีตรงหน้าที่ยามนี้นางเกล้าผมอย่างเรียบร้อย สวมเพียงเสื้อผ้าธรรมดา กำลังถือไม้กวาดกวาดใบไม้อย่างตั้งใจนางคือหลี่หลานฮวา หรือก็คือ หนิงเสวี่ย นั่นเอง นางเสียสติอยู่ร่วมปี กว่าจะทำใจยอมรับเรื่องราวก่อนหน้านี้ได้ มันไม่ง่ายเลยจริง ๆ ที่นางจะยอมรับว่านางกับหลี่รั่วหานเป็นพี่น้องสายเลือดเดียวกัน และไม่ง่ายเลยกว่านางจะยอมรับว่าสตรีที่นางเกลียดชังนักหนา แท้จริงแล้วคือมารดาผู้ให้กำเนิดนาง แม้จะเป็นเรื่องที่ทำใจได้ยาก แต่ในท้ายที่สุดนางก็ทำใจยอมรับมันได้ แม้จะต้องใช้เวลาบ้างก็ตาม นางอุทิศตัวให้พระโพธิสัตว์ ชาตินี้จะขอสร้างบุญเพื่อไถ่บาปกรรมที่นางเคยทำเอาไว้ทั้งหมด แม่ทัพใหญ่หลี่ องค์หญิงหงลี่และหลี่รั่วหานยังคงมาเยี่ยมนางอยู่เสมอ พวกเขายังคงพูดกับนางเหมือนเช่นทุกครา ว่ายังรอวันที่นางจะยินดีกลับจวนโหวอีกครั้ง ซึ่งนางเองก็ยังไม่รู้ว่าวันนั้นจะมาถึงเมื่อใดนางรู้สึกผิดต่อทุกคน ด้วยความรู้สึกผิดในใจนางจึงเล

  • หยกงามใต้เงาจันทร์   บทที่ 53 วิวาห์อีกครา (จบบริบูรณ์)

    จ้าวไป๋ลู่ยื่นน้ำตาลก้อนหนึ่งให้หลี่รั่วหานเพื่อให้เขาใช้แก้อาการแสบร้อนในปาก เขารีบยัดน้ำตาลก้อนนั้นเข้าปากทันที ยามนี้ปากของเขาบวมราวกับโดนฝูงผึ้งรุมต่อย สร้างความขบขันให้แก่นางไม่น้อย "หลี่รั่วหาน" "หืม" "ท่านพ่อท่านแม่ข้าบอกข้าว่า พวกเขาชอบท่านมาก" "จริงหรือ?" "จริงสิ แต่จะให้ข้ากลับเข้าจวนไปง่าย ๆ ก็คงจะไม่ดีเท่าใดนัก" "จ้าวไป๋ลู่ เรามาแต่งงานกันอีกรอบเถิด!!!" "ท่านว่าอย่างไรนะ" "ข้าจะแต่งงานกับเจ้าอีกรอบ เรามาแต่งงานกันเถอะ" "หลี่รั่วหาน ท่านแน่ใจแล้วหรือ ว่าจะแต่งกับข้าอีกครั้ง" "แน่ใจสิ""หากข้าไม่ได้อ่อนโยนเหมือนแต่ก่อนเล่า ไม่ใช่คนที่ท่านสามารถเอาเปรียบได้เช่นแต่ก่อนอีกเล่า" "ข้าก็ยังยืนยันที่จะแต่งกับเจ้าเช่นเดิม" "ท่านจะไม่โกหกข้า ไม่ทำร้ายข้าอีกครั้งใช่หรือไม่" "ข้าจะไม่มีวันทำให้เจ้ากับลูกเสียใจอีกเป็นอันขาด" "หากท่านผิดสัญญา ข้าจะไม่กลับไปหาท่านอีก" "ห้าปีที่ข้ารอเจ้า มันเป็นบทเรียนชั้นดีที่สอนข้าอย่างสาหัสแล้วจ้าวไป๋ลู่" "ตกลง เช่นนั้นข้าจะแต่งงานกับท่านอีกครา" "จริงหรือ เจ้าพูดจริงหรือ!!!" "หน้าข้าเหมือนคนโกหกหรือ?" "ก็ข้าคิดว่าเจ้า..." "หุบปาก!!!"

  • หยกงามใต้เงาจันทร์   บทที่ 52 เอาใจครอบครัวภรรยา

    จวนตระกูลจ้าวหลี่รั่วหานมาตามที่ตกลงกับจ้าวไป๋ลู่เอาไว้ ยามนี้เขากำลังนั่งตัวเกร็งอยู่ที่ห้องโถงด้านในจวนตระกูลจ้าว อดทนกับสายตากดดันของจ้าวเยียน ฮูหยินหลิวอิ๋ง และจ้าวเฉียน ที่มองเขาด้วยแววตาที่เย็นเยียบแต่เพื่อนางกับลูกเขายอม จ้าวเยียนปรายตามองหลี่รั่วหานคราหนึ่ง ก่อนจะเอ่ยขึ้นมา "ซื่อจื่อ ท่านแน่ใจแล้วหรือ ที่จะลดตัวลงมาหาพวกเรา" "แน่ใจขอรับ ข้าเต็มใจทำทุกสิ่งเพื่อจ้าวไป๋ลู่กับลูก" "ก็ดี ท่านทำอาหารเป็นหรือไม่ แม่ครัวเก่าเพิ่งจะลาออกไป ฮูหยินข้ากำลังอยากได้ลูกมือทำครัวอยู่พอดี" "ได้เลยขอรับ" ฮูหยินหลิวอิ๋งปรายตามองหลี่รั่วหานคราหนึ่ง ก่อนจะครุ่นคิดถึงจดหมายที่องค์หญิงหงลี่ส่งมาให้นาง ในจดหมายเขียนเอาไว้ว่า จัดการให้หนัก! ยามนี้นางกับองค์หญิงหงลี่ปรับความเข้าใจกันด้วยดีแล้วหลี่รั่วหานเดินตามฮูหยินหลิวอิ๋งเข้ามาในโรงครัว ก่อนจะจ้องมองนางที่กำลังหยิบมีดคมขึ้นมาถือเอาไว้ ในใจของเขาก็รู้สึกเย็นวาบแปลก ๆ "มีดนี่คมมาก ข้าใช้มันหั่นเนื้อเป็นประจำ เป็นมีดประจำตัวของข้า เดิมทีข้าอยากส่งต่อมันให้กับจ้าวไป๋ลู่ ซื่อจื่อท่านรู้หรือไม่ว่า เหตุใดข้าจึงอยากส่งต่อมีดนี้ให้บุตรสาวของข้า"

  • หยกงามใต้เงาจันทร์   บทที่ 51 ตามง้ออีกครา

    ยามนี้เหตุการณ์ทุกอย่างอยู่ในความสงบแล้ว ทุกคนกลับไปใช้ชีวิตปกติเหมือนเช่นเคย และมีเรื่องที่น่ายินดีอีกเรื่องหนึ่งนั่นก็คือ เซียวถงกำลังจะเข้าพิธีแต่งงานกับสวีลั่วลั่ว ทั้งสองพบรักกันเมื่อหนึ่งปีก่อนจ้าวไป๋ลู่ยินดีกับทั้งสองเป็นอย่างมาก และนางดีใจที่เซียวถงจะมีสตรีที่ดีพร้อมมาคอยดูแลเสียที ส่วนนางเองก็ยังไม่ได้ใจอ่อนกับหลี่รั่วหาน แม้ว่าเขาจะพยายามตามง้อนางก็ตาม ยามนี้จ้าวหยางอายุได้สี่ขวบปีแล้ว เป็นวัยที่กำลังช่างพูดช่างคุย บางคราเขาตื่นมาชวนนางคุยกลางดึกก็เคยทำมาแล้ว วันนี้เป็นวันมงคลของเซียวถงและสวีลั่วลั่ว จ้าวไป๋ลู่พาจ้าวหยางไปร่วมงานในครานี้ด้วย งานเลี้ยงจัดอย่างยิ่งใหญ่ ผู้คนต่างมาร่วมยินดีกับบ่าวสาวกันมากมายจ้าวไป๋ลู่มองดูเซียวถงกับสวีลั่วลั่วที่หยอกล้อกันตามประสาคู่แต่งงานก็เผลอยิ้มออกมาเล็กน้อย งานแต่งของนางไม่เคยมีความทรงจำเหล่านี้อยู่เลยแม้แต่น้อย "ไป๋ไป๋" จ้าวไป๋ลู่ชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะหันไปพบหลี่รั่วหานที่เดินมาพร้อมกับหลัวเทียนเฉิน นางเพียงมองเขาแต่ไม่ได้เอ่ยสิ่งใดออกมา "แม่นางไป๋ไป๋ ดีใจที่ได้พบเจ้าอีกครา" "ใต้เท้าหลัว" "อย่าเรียกบ่อย ข้ากลัวจะตกหลุมรักเจ้

  • หยกงามใต้เงาจันทร์   บทที่ 50 เสียสติ

    เว่ยจิ่นซางหยิบยาพิษออกมาจากในอกเสื้ออีกขวดหนึ่ง ก่อนจะเดินตรงเข้าไปหาองค์หญิงหงลี่ช้า ๆ "ตายซะเถอะ ในที่สุดข้าก็ล้างแค้นได้สำเร็จสักที" ฉึก! ยังไม่ทันที่เว่ยจิ่นซางจะสังหารองค์หญิงหงลี่ได้สำเร็จ มีดเล่มหนึ่งก็แทงเข้ามาที่แผ่นหลังของนางทะลุมาที่หน้าท้อง เมื่อนางหันกลับไปช้า ๆ จึงได้พบว่าเป็นฝีมือของหนิงเสวี่ย "นะ!!! นังชั่ว นังเนรคุณ!!!" "ฮือออออ" หนิงเสวี่ยแทงมีดจนสุดด้าม ก่อนจะทิ้งกายลงนั่งบนพื้นแล้วปิดหน้าร้องไห้โฮออกมาอย่างเจ็บปวดเว่ยจิ่นซางตกตายด้วยมีดเล่มนั้นของหนิงเสวี่ย"ท่านแม่!!!"ด้านนอกมีเสียงการต่อสู้ดังขึ้น ก่อนจะมีคนเปิดประตูพุ่งเข้ามา เป็นหลี่รั่วหานนั่นเอง เขามองสภาพศพของเว่ยจิ่นซางที่นอนตายอยู่บนพื้นดวงตาเบิกกว้าง ข้าง ๆ กันมีหนิงเสวี่ยที่นั่งร้องไห้อยู่ เขาไม่มีเวลาสนใจหนิงเสวี่ยมากนัก เขารีบวิ่งเข้าไปแก้มัดให้องค์หญิงหงลี่ ก่อนจะเดินเข้าไปหาจ้าวไป๋ลู่และลูกที่นอนหลับไม่ได้สติอยู่ข้าง ๆ กัน"ไป๋ไป๋!!!" "นางสลบไม่ได้สติมาหลายชั่วยามแล้ว" เสียงของหลี่รั่วหานปลุกหนิงเสวี่ยให้ตื่นจากความสับสนและหวาดกลัวในจิตใจ นางค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นไปมองเขาช้า ๆ เมื่อเขาหันมาส

  • หยกงามใต้เงาจันทร์   บทที่ 49 ความจริงที่แสนเจ็บปวด

    นางกรอกยาพิษทั้งที่มือก็สั่นไม่น้อย ยิ่งได้เห็นแววตาที่แข็งกระด้างขององค์หญิงหงลี่ที่มองมา มือนางก็สั่นมากยิ่งขึ้น จนทำยาพิษหกลงพื้นไปเสียดื้อ ๆ องค์หญิงหงลี่กินยาพิษนั้นไปไม่ถึงครึ่งขวดด้วยซ้ำ แต่นางก็กระอักโลหิตสีดำออกมาไม่น้อย เว่ยจิ่นซางที่ได้เห็นเช่นนั้นก็ส่งเสียงหัวเราะสะใจออกมาอย่างบ้าคลั่ง แปะ แปะ แปะ หนิงเสวี่ยกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ ก่อนจะหันไปมองเว่ยจิ่นซาง "ท่านแม่" เว่ยจิ่นซางหันมามองหนิงเสวี่ยด้วยสายตาที่เย็นชา "ผู้ใดเป็นแม่เจ้ากัน?" "เอ๋? ท่านแม่ เหตุใดท่านจึงเอ่ยวาจาเช่นนี้เจ้าคะ ข้าไม่เข้าใจ" เว่ยจิ่นซางปรายตามองหนิงเสวี่ยอย่างดูแคลน แววตาที่เคยมองนางประดุจลูกในไส้ แววตาที่อ่อนโยนเลือนหายไปจนหมดสิ้น ยามนี้มีเพียงความเกลียดชังเข้ามาแทนที่ นางทุ่มเทแรงกายแรงใจ รอเวลานี้มานานเหลือเกิน นางรอจนกระทั่งถึงวันนี้!!! "ฮ่า ๆ ๆ ๆ การได้มองเห็นบุตรสาวกำลังฆ่ามารดาของตนเองกับมือ ช่างเป็นภาพที่งดงามเสียจริง ๆ" เว่ยจิ่นซางเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่มีความสุข หนิงเสวี่ยที่ได้ยินเช่นนั้นก็ขมวดคิ้วมุ่น ด้านองค์หญิงหงลี่ที่ได้ยินเว่ยจิ่นซางเอ่ยคำพูดเช่นนี้ออกมา ใจของนางก็เต้นแรงอย่างบ

  • หยกงามใต้เงาจันทร์   บทที่ 4 ลงโทษ

    เมื่อหลี่รั่วหานจากไปแล้ว ฮูหยินหลิวอิ๋งจึงหันมาเอ่ยกับองค์หญิงหงลี่ทันที "องค์หญิงอย่าได้ทรงเป็นกังวล เดิมทีนี่ก็เป็นความผิดของไป๋ไป๋เช่นกัน อย่างไรข้าคงมิอาจฝืนใจซื่อจื่อให้เขาต้องลำบากมาแต่งงานกับไป๋ไป๋เป็นแน่ หากนางมิสามารถแต่งออกจากจวนได้อีก ตระกูลจ้าวย่อมต้องส่งนางออกบวชเพื่อลบล้างความผิดในค

  • หยกงามใต้เงาจันทร์   บทที่ 3 ชิงช้าลอยฟ้า

    ยามนี้จ้าวไป๋ลู่กำลังเดินชมดอกเหมยที่ออกดอกบานสะพรั่งอย่างเบื่อหน่าย เพราะท่านแม่กับองค์หญิงหงลี่มีเรื่องต้องสนทนาหารือกัน จึงให้นางออกมาเดินเล่น ด้วยกังวลว่านางจะเบื่อหน่ายเสียก่อน จ้าวไป๋ลู่ทิ้งกายลงนั่งที่ชิงช้า ซึ่งถูกผูกเอาไว้กับต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่ง ก่อนจะยื่นมือไปล้วงขนมกุ้ยฮวาในแขนเสื้อออกมาก

  • หยกงามใต้เงาจันทร์   บทที่ 2 เยี่ยมเยือนจวนโหว

    ฮูหยินหลิวอิ๋งเอ่ยถามเสียงเข้ม สองพ่อลูกมองหน้ากันเลิ่กลั่ก หลิวอิ๋งผู้เป็นภรรยาที่ได้เห็นเช่นนั้นจึงเอ่ยอย่างมีโทสะ "ข้ารู้นะว่าพวกท่านจะพากันไปที่ใด!!! บัดซบนัก ต้นผักกาดของข้าเฉาตายหมดเพราะพวกท่าน!!!" "ฮูหยิน ให้อภัยข้าเถิด ครานั้นข้ารีบชัก มันจึงพุ่งไปโดนผักกาดของเจ้า!!!" "หึ!!! คิดว่าข้าไม่

  • หยกงามใต้เงาจันทร์   บทที่ 1 เปิดตัวตระกูลจ้าว

    สตรีเปรียบเสมือนหยก หากอยู่ในมือบุรุษที่รักใคร่นางจากใจจริง ย่อมงดงามมีคุณค่าอย่างประเมินราคาไม่ได้ แต่หากต้องตกไปอยู่ในมือบุรุษที่ไร้ใจ คุณค่าย่อมลดต่ำลงไม่ต่างกับเครื่องประดับราคาถูกที่รอวันถูกโยนทิ้งอย่างไม่ไยดี "หึ!!! บุรุษสูงส่งนักหรือไรกัน!!!" 'จ้าวไป๋ลู่' ยื่นมือสวยปิดหน้าหนังสือลงอย่างไม่

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status