Beranda / รักโบราณ / หยกงามใต้เงาจันทร์ / บทที่ 9 ช่วยดูต้นทาง

Share

บทที่ 9 ช่วยดูต้นทาง

last update Tanggal publikasi: 2025-05-02 15:20:08

การแต่งงานผ่านไปอย่างทุลักทุเล ยามที่กำลังยกน้ำชาคำนับฟ้าดิน หลี่รั่วหานก็แกล้งจ้าวไป๋ลู่ โดยการใช้ไหล่ของเขากระแทกไหล่ของนาง จนน้ำชาในถ้วยกระฉอกมาโดนใบหน้าของนางเต็ม ๆ จ้าวไป๋ลู่เองก็มิยอมแพ้ ยามที่ต้องตักขนมมงคลป้อนให้เขากิน นางก็ตักขึ้นมาเต็มช้อนโดยที่ไม่เป่าให้หายร้อนเสียก่อน ก็ยัดเข้าปากเขาในทันที 

ภาพที่เจ้าบ่าวตาเหลือกช่างสร้างความสุนทรีย์ให้คนในงานไม่น้อย 

ช่างเป็นงานแต่งที่บันเทิงเสียจริง!!! 

"เฮ้อ!!! หมิงอวี้ข้าหิวแล้ว" 

"ฮูหยินน้อยเจ้าคะ บ่าวจะนำหมั่นโถวมาให้ท่านนะเจ้าคะ" 

ยามนี้นางมานั่งพักในเรือนหอเรียบร้อยแล้ว จ้าวไป๋ลู่ยกมือขึ้นลูบท้องด้วยความหิวโหย ให้ตายเถิด การแต่งงานมันช่างทรมานเสียจริงเชียว 

ไม่นานหมิงอวี้ก็นำหมั่นโถวมาให้นางสามลูก จ้าวไป๋ลู่กินจนหมดก่อนจะทิ้งกายลงนอนบนเตียง ความอิ่มทำให้นางรู้สึกง่วงงุนไม่น้อย จึงผล็อยหลับไปเสียอย่างนั้น 

หลังจากส่งแขกเหรื่อเรียบร้อยแล้ว หลี่รั่วหานก็เดินเข้ามาในห้องหอก่อนจะสั่งให้หมิงอวี้ออกไปเสีย เขาเดินเข้าไปหาจ้าวไป๋ลู่ และยกเท้าขึ้นมาเขี่ยขานางอย่างรังเกียจ 

"อ๊าาาา ซาลาเปาไส้หมูแดง ซดน้ำซุปด้วย เยี่ยม!!!" 

หลี่รั่วหานรู้สึกหัวเราะไม่ได้ร้องไห้ไม่ออก นอกจากนางจะไม่ยอมลุกแล้ว ยังกล้าละเมอถึงของกินอีกด้วย 

ตะกละที่สุด!!!

"ตื่น!!! ไปนอนพื้นเดี๋ยวนี้ นี่มันเตียงของข้า!!!" 

"หา!!! ต้องนอนกินที่พื้นถึงจะอร่อยหรือ!!!" 

หลี่รั่วหานเริ่มหมดความอดทนแล้ว ในระหว่างที่เขากำลังจะยกเท้าขึ้นถีบนางให้ตกเตียง โรคเดิมก็กำเริบขึ้นมาเสียดื้อ ๆ 

บัดซบ!!! มันแข็งอีกแล้ว!!! 

เขายกมือขึ้นไปจับที่หว่างขาของตนเองก่อนจะมองมาที่จ้าวไป๋ลู่ 

ฝากไว้ก่อนเถอะเด็กผี!!! ไว้ข้าชักเสร็จแล้วจะมาจัดการกับเจ้า!!! 

เมื่อคิดได้เช่นนั้นหลี่รั่วหานจึงรีบเดินไปที่ด้านหลังม่านซึ่งมีอ่างน้ำอยู่ เขาไม่ได้สนใจอ่างน้ำนั้นเท่าใดนัก ยามนี้เขารีบถอดเสื้อผ้าอาภรณ์ออกจนหมดก่อนจะใช้มือสาวชักลำแท่งแก่นกายขึ้นลงอย่างเมามัน 

"อ๊าาาา ชักลงชักขึ้น ชักขึ้นชักลง!!! ซี้ดดด!!!" 

เขาส่งเสียงครวญครางอย่างเสียวสะท้าน นี่เป็นบทสวดสวรรค์ที่เสด็จลุงทรงมอบให้เขา เสด็จลุงบอกว่ายามที่ชักจะต้องท่องบทสวดสวรรค์นี้พร้อมกันไปด้วย จะทำให้พละกำลังที่ข้อมือเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล 

"โอ้ววว ชักขึ้นชักลง ชักลงชักขึ้น!!!" 

ยามนี้เองที่จ้าวไป๋ลู่สะดุ้งตื่นขึ้นมาพอดี นางขยี้ตาก่อนจะขมวดคิ้วมุ่น 

"ผู้ใดมาท่องชักลงชักขึ้น ชักอันใดกัน!!! เอ๊ะ นั่น ใครน่ะ!!!" 

เมื่อมองฝ่าความมืดที่มีเพียงแสงเทียนเลือนราง นางจึงเห็นว่ามีใครบางคนกำลังทำบางสิ่งอยู่ที่หลังม่านผืนบางนั้น

หรือว่าจะเป็น?

โจร!!!

เมื่อคิดได้เช่นนั้นจ้าวไป๋ลู่จึงเดินเข้าไปใกล้ม่านนั้นอย่างช้า ๆ มือของนางถือหมอนเอาไว้แน่น หากเป็นโจรจริง ๆ นางจะฟาดมันให้ตายคาหมอนนี่เสีย!!!

นางค่อย ๆ เยื้องย่างกาย

ทีละก้าว 

ทีละก้าว 

"ชักขึ้นชักลง ชักลงชักขึ้น!!!" 

"เจ้า โจร..." 

"ชักขึ้นชัก...โว้ยยยยยย!!!" 

ภาพที่เห็นทำให้จ้าวไป๋ลู่ถึงกับต้องยกมือขึ้นทาบที่หน้าอกของตนอย่างตื่นตะลึง!!! 

พระโพธิสัตว์ช่วยด้วย!!! งูยาวมากเจ้าค่ะ!!! 

"นี่เจ้า!!! ไสหัวไป๊!!!" 

"ไปแล้วเจ้าค่ะ เชิญท่านชักต่อเถิด ข้าจะไปนอนแล้ว!!!" 

ไม่ต้องอาบแล้วน้ำ นอนมันทั้งแบบนี้นี่แหละ!!!

จ้าวไป๋ลู่สูดลมหายใจเข้าลึก ๆ โดยที่มือยังคงตบที่หน้าอกตนเองไม่หยุด 

อมิตาพุทธ ใหญ่ หนอ ยาว หนอ!!!

ไม่ใช่ สิ!!!

หลี่รั่วหานใบหน้าแดงก่ำด้วยความอับอาย คืนนั้นทั้งคืนเขาทำได้เพียงนอนเอนกายพิงอ่างน้ำอยู่เช่นนั้นจนถึงรุ่งสาง

ยามเช้ามาถึง หลังจากแต่งกายเรียบร้อยแล้ว นางก็มารับสำรับยามเช้าที่โต๊ะอาหาร เมื่อมาถึงก็พบว่าหลี่รั่วหานกำลังนั่งรออยู่ก่อนแล้ว 

"ไร้มารยาท ให้ข้ารอเจ้าเป็นนานสองนาน ไม่แหกตาดูหรือ!!!" 

"ขออภัยเจ้าค่ะ เมื่อคืนข้านอนไม่ค่อยหลับ" 

"เหตุใดจึงนอนไม่หลับ" 

"เอ่อ..." 

จ้าวไป๋ลู่เอ่ยพลางจ้องมองไปยังหว่างขาของหลี่รั่วหานด้วยสีหน้ากระอักกระอ่วน หลี่รั่วหานที่เห็นเช่นนั้นจึงถลึงตามองนางทันที 

"อย่าคิดลวนลามข้าทางสายตา สตรีเช่นเจ้าไม่มีสิทธิ์จะได้เห็นทุกส่วนบนร่างกายของข้าจำเอาไว้!!!" 

"เจ้าค่ะ" 

จ้าวไป๋ลู่ไม่อยากเถียงกับเขาให้มากความ ให้ตายเถิด เมื่อคืนนางเห็นจนหมดแล้ว เขาลืมไปแล้วหรือ!!! 

"อิ่มแล้วก็รีบไปคารวะท่านแม่ ชักช้าน่ารำคาญ!!!" 

เขาเอ่ยเพียงเท่านั้นก่อนจะเดินนำหน้านางไปที่เรือนใหญ่ทันที 

องค์หญิงหงลี่และแม่ทัพใหญ่ดีต่อนางไม่น้อย อีกทั้งยังเอ็นดูนางมากอีกด้วย จ้าวไป๋ลู่จึงค่อนข้างวางใจลงได้เป็นอย่างมาก แม้หลี่รั่วหานจะไม่ดีกับนางก็ตาม แต่ตราบใดที่แม่สามียังคงเมตตานาง นางย่อมใช้ชีวิตในจวนโหวได้อย่างราบรื่นเป็นแน่ 

วันทั้งวันในจวนโหวผ่านไปอย่างเรียบง่าย จ้าวไป๋ลู่ทำขนมและอาหารให้แม่สามีได้ลองชิมอย่างตั้งใจ อีกทั้งฝีมือการแกะสลักผักผลไม้ของนางก็ดีเยี่ยมไม่แพ้ผู้ใดอีกด้วย

องค์หญิงหงลี่เองก็มิได้เร่งรัดให้นางกับหลี่รั่วหานร่วมหอกันอย่างจริงจัง องค์หญิงหงลี่ย่อมรู้นิสัยของบุตรชายตนเองดียิ่งกว่าผู้ใด 

เวลาล่วงเลยมาจนถึงยามบ่าย จ้าวไป๋ลู่รู้สึกเบื่อหน่ายไม่น้อย นางจึงออกมาเดินเล่นที่สวนท้ายจวนเพียงลำพัง นางมองเห็นชิงช้าต้นเรื่องที่ทำให้นางกับหลี่รั่วหานต้องมาแต่งงานกัน ก่อนจะถอนหายใจออกมาเบา ๆ 

"อื้อออ!!!" 

เอ๊ะ!!! เสียงผู้ใดกัน!!!

จ้าวไป๋ลู่ขมวดคิ้วมุ่น ก่อนจะเดินตามเสียงนั้นไปที่ด้านหลังต้นสาลี่ นางเห็นเหมือนมีคนกำลังทำบางสิ่งอยู่ 

"ชักขึ้นชักลง ชักลงชักขึ้น!!!"  

"ซื่อจื่อ!!!" 

"โว้ยยยยยย!!! เจ้าอีกแล้ว!!!"

หลี่รั่วหานที่กำลังรูดชักลำแท่งเอ็นร้อนอย่างเมามันที่ใต้ต้นสาลี่หันขวับมามองจ้าวไป๋ลู่ทันทีด้วยความตกใจ เดิมทีเขาคิดว่าตรงนี้ปลอดผู้คนแล้วเสียอีก แต่เด็กผีนี่กลับโผล่มาเสียได้!!!

"ชู่ว์!!! อย่าเสียงดังเจ้าค่ะ เดี๋ยวบ่าวไพร่มาเห็นเข้ามันจะไม่งามนะเจ้าคะ!!!" 

จ้าวไป๋ลู่ยกนิ้วชี้ขึ้นปิดปากก่อนจะมองซ้ายทีขวาที สร้างความสงสัยให้หลี่รั่วหานไม่น้อย 

"เจ้ามองสิ่งใด!!!" 

"มองคนเจ้าค่ะ!!!" 

จ้าวไป๋ลู่กระซิบกระซาบกับเขาอย่างระมัดระวัง  

"ซื่อจื่อ ท่านชักต่อเถิดเจ้าค่ะ ข้าจะดูต้นทางให้เอง" 

"หา!!!" 

จ้าวไป๋ลู่เอ่ยด้วยสีหน้าจริงจัง  หลี่รั่วหานกัดฟันกรอด ก่อนจะเอ่ยทีละคำด้วยน้ำเสียงที่เย็นชา

"ไส หัว ไป!!!" 

"ไม่ได้เจ้าค่ะ ดูจากอาการก็รู้ว่าท่านใกล้จะระเบิดออกมาแล้ว ข้ารู้เจ้าค่ะ ท่านพ่อกับพี่ชายข้าก็ชอบทำเช่นนี้บ่อย ๆ เร่งมือเถิดเจ้าค่ะ!!! เอาให้เต็มที่ ข้าจะดูต้นทางให้ท่านเอง ถ้ามีคนมาข้าจะรีบบอกท่านทันที" 

หลี่รั่วหาน อ้าปากค้าง นี่มันเรื่องบัดซบอันใดกัน!!! 

นางจะดูต้นทางให้เขาด้วย!!!

แม้จะสงสัยแต่ยามนี้ไม่มีเวลาแล้ว เขาใกล้จะเสร็จสมแล้ว ขืนหยุดกลางคันย่อมไม่ส่งผลดีต่อสุขภาพเป็นแน่ อีกทั้งเขายังต้องชักแข่งกับเสด็จลุงในวันพรุ่งนี้อีกด้วย จะแพ้ไม่ได้เด็ดขาด

"เช่นนั้นก็ฝากเจ้าด้วย" 

"ได้เจ้าค่ะ ไว้ใจข้าได้เลย!!!" 

เมื่อตกลงกันตามแผนแล้ว หลี่รั่วหานจึงตั้งหน้าตั้งตารูดชักท่อนเนื้อท่อนเอ็นตนเองอย่างถี่ระรัว ในขณะที่จ้าวไป๋ลู่ก็มองซ้ายมองขวาอย่างระแวดระวัง 

"อ๊าา ชักขึ้นชักลง ชัก..." 

"ชักลงชักขึ้น!!!" 

"บัดซบ!!! มาท่องตามข้าด้วยเหตุใดกัน!!!" 

"ขออภัยเจ้าค่ะ มันจำติดหูข้าเสียแล้ว!!!"

หลี่รั่วหาน "..."

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • หยกงามใต้เงาจันทร์   บทเสริม หนิงเสวี่ย

    หวังเจียหมิ่นเดินถือกล่องใส่อาหารไว้ในมือ ก่อนจะเดินขึ้นไปบนวัดไป๋หม่า เขาทำเช่นนี้มาร่วมปี เขาเองก็เต็มใจทำโดยไม่เคยปริปากบ่นแม้เพียงน้อยเสียงกวาดพื้นดังมาเป็นระยะ หวังเจียหมิ่นจ้องมองสตรีตรงหน้าที่ยามนี้นางเกล้าผมอย่างเรียบร้อย สวมเพียงเสื้อผ้าธรรมดา กำลังถือไม้กวาดกวาดใบไม้อย่างตั้งใจนางคือหลี่หลานฮวา หรือก็คือ หนิงเสวี่ย นั่นเอง นางเสียสติอยู่ร่วมปี กว่าจะทำใจยอมรับเรื่องราวก่อนหน้านี้ได้ มันไม่ง่ายเลยจริง ๆ ที่นางจะยอมรับว่านางกับหลี่รั่วหานเป็นพี่น้องสายเลือดเดียวกัน และไม่ง่ายเลยกว่านางจะยอมรับว่าสตรีที่นางเกลียดชังนักหนา แท้จริงแล้วคือมารดาผู้ให้กำเนิดนาง แม้จะเป็นเรื่องที่ทำใจได้ยาก แต่ในท้ายที่สุดนางก็ทำใจยอมรับมันได้ แม้จะต้องใช้เวลาบ้างก็ตาม นางอุทิศตัวให้พระโพธิสัตว์ ชาตินี้จะขอสร้างบุญเพื่อไถ่บาปกรรมที่นางเคยทำเอาไว้ทั้งหมด แม่ทัพใหญ่หลี่ องค์หญิงหงลี่และหลี่รั่วหานยังคงมาเยี่ยมนางอยู่เสมอ พวกเขายังคงพูดกับนางเหมือนเช่นทุกครา ว่ายังรอวันที่นางจะยินดีกลับจวนโหวอีกครั้ง ซึ่งนางเองก็ยังไม่รู้ว่าวันนั้นจะมาถึงเมื่อใดนางรู้สึกผิดต่อทุกคน ด้วยความรู้สึกผิดในใจนางจึงเล

  • หยกงามใต้เงาจันทร์   บทที่ 53 วิวาห์อีกครา (จบบริบูรณ์)

    จ้าวไป๋ลู่ยื่นน้ำตาลก้อนหนึ่งให้หลี่รั่วหานเพื่อให้เขาใช้แก้อาการแสบร้อนในปาก เขารีบยัดน้ำตาลก้อนนั้นเข้าปากทันที ยามนี้ปากของเขาบวมราวกับโดนฝูงผึ้งรุมต่อย สร้างความขบขันให้แก่นางไม่น้อย "หลี่รั่วหาน" "หืม" "ท่านพ่อท่านแม่ข้าบอกข้าว่า พวกเขาชอบท่านมาก" "จริงหรือ?" "จริงสิ แต่จะให้ข้ากลับเข้าจวนไปง่าย ๆ ก็คงจะไม่ดีเท่าใดนัก" "จ้าวไป๋ลู่ เรามาแต่งงานกันอีกรอบเถิด!!!" "ท่านว่าอย่างไรนะ" "ข้าจะแต่งงานกับเจ้าอีกรอบ เรามาแต่งงานกันเถอะ" "หลี่รั่วหาน ท่านแน่ใจแล้วหรือ ว่าจะแต่งกับข้าอีกครั้ง" "แน่ใจสิ""หากข้าไม่ได้อ่อนโยนเหมือนแต่ก่อนเล่า ไม่ใช่คนที่ท่านสามารถเอาเปรียบได้เช่นแต่ก่อนอีกเล่า" "ข้าก็ยังยืนยันที่จะแต่งกับเจ้าเช่นเดิม" "ท่านจะไม่โกหกข้า ไม่ทำร้ายข้าอีกครั้งใช่หรือไม่" "ข้าจะไม่มีวันทำให้เจ้ากับลูกเสียใจอีกเป็นอันขาด" "หากท่านผิดสัญญา ข้าจะไม่กลับไปหาท่านอีก" "ห้าปีที่ข้ารอเจ้า มันเป็นบทเรียนชั้นดีที่สอนข้าอย่างสาหัสแล้วจ้าวไป๋ลู่" "ตกลง เช่นนั้นข้าจะแต่งงานกับท่านอีกครา" "จริงหรือ เจ้าพูดจริงหรือ!!!" "หน้าข้าเหมือนคนโกหกหรือ?" "ก็ข้าคิดว่าเจ้า..." "หุบปาก!!!"

  • หยกงามใต้เงาจันทร์   บทที่ 52 เอาใจครอบครัวภรรยา

    จวนตระกูลจ้าวหลี่รั่วหานมาตามที่ตกลงกับจ้าวไป๋ลู่เอาไว้ ยามนี้เขากำลังนั่งตัวเกร็งอยู่ที่ห้องโถงด้านในจวนตระกูลจ้าว อดทนกับสายตากดดันของจ้าวเยียน ฮูหยินหลิวอิ๋ง และจ้าวเฉียน ที่มองเขาด้วยแววตาที่เย็นเยียบแต่เพื่อนางกับลูกเขายอม จ้าวเยียนปรายตามองหลี่รั่วหานคราหนึ่ง ก่อนจะเอ่ยขึ้นมา "ซื่อจื่อ ท่านแน่ใจแล้วหรือ ที่จะลดตัวลงมาหาพวกเรา" "แน่ใจขอรับ ข้าเต็มใจทำทุกสิ่งเพื่อจ้าวไป๋ลู่กับลูก" "ก็ดี ท่านทำอาหารเป็นหรือไม่ แม่ครัวเก่าเพิ่งจะลาออกไป ฮูหยินข้ากำลังอยากได้ลูกมือทำครัวอยู่พอดี" "ได้เลยขอรับ" ฮูหยินหลิวอิ๋งปรายตามองหลี่รั่วหานคราหนึ่ง ก่อนจะครุ่นคิดถึงจดหมายที่องค์หญิงหงลี่ส่งมาให้นาง ในจดหมายเขียนเอาไว้ว่า จัดการให้หนัก! ยามนี้นางกับองค์หญิงหงลี่ปรับความเข้าใจกันด้วยดีแล้วหลี่รั่วหานเดินตามฮูหยินหลิวอิ๋งเข้ามาในโรงครัว ก่อนจะจ้องมองนางที่กำลังหยิบมีดคมขึ้นมาถือเอาไว้ ในใจของเขาก็รู้สึกเย็นวาบแปลก ๆ "มีดนี่คมมาก ข้าใช้มันหั่นเนื้อเป็นประจำ เป็นมีดประจำตัวของข้า เดิมทีข้าอยากส่งต่อมันให้กับจ้าวไป๋ลู่ ซื่อจื่อท่านรู้หรือไม่ว่า เหตุใดข้าจึงอยากส่งต่อมีดนี้ให้บุตรสาวของข้า"

  • หยกงามใต้เงาจันทร์   บทที่ 51 ตามง้ออีกครา

    ยามนี้เหตุการณ์ทุกอย่างอยู่ในความสงบแล้ว ทุกคนกลับไปใช้ชีวิตปกติเหมือนเช่นเคย และมีเรื่องที่น่ายินดีอีกเรื่องหนึ่งนั่นก็คือ เซียวถงกำลังจะเข้าพิธีแต่งงานกับสวีลั่วลั่ว ทั้งสองพบรักกันเมื่อหนึ่งปีก่อนจ้าวไป๋ลู่ยินดีกับทั้งสองเป็นอย่างมาก และนางดีใจที่เซียวถงจะมีสตรีที่ดีพร้อมมาคอยดูแลเสียที ส่วนนางเองก็ยังไม่ได้ใจอ่อนกับหลี่รั่วหาน แม้ว่าเขาจะพยายามตามง้อนางก็ตาม ยามนี้จ้าวหยางอายุได้สี่ขวบปีแล้ว เป็นวัยที่กำลังช่างพูดช่างคุย บางคราเขาตื่นมาชวนนางคุยกลางดึกก็เคยทำมาแล้ว วันนี้เป็นวันมงคลของเซียวถงและสวีลั่วลั่ว จ้าวไป๋ลู่พาจ้าวหยางไปร่วมงานในครานี้ด้วย งานเลี้ยงจัดอย่างยิ่งใหญ่ ผู้คนต่างมาร่วมยินดีกับบ่าวสาวกันมากมายจ้าวไป๋ลู่มองดูเซียวถงกับสวีลั่วลั่วที่หยอกล้อกันตามประสาคู่แต่งงานก็เผลอยิ้มออกมาเล็กน้อย งานแต่งของนางไม่เคยมีความทรงจำเหล่านี้อยู่เลยแม้แต่น้อย "ไป๋ไป๋" จ้าวไป๋ลู่ชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะหันไปพบหลี่รั่วหานที่เดินมาพร้อมกับหลัวเทียนเฉิน นางเพียงมองเขาแต่ไม่ได้เอ่ยสิ่งใดออกมา "แม่นางไป๋ไป๋ ดีใจที่ได้พบเจ้าอีกครา" "ใต้เท้าหลัว" "อย่าเรียกบ่อย ข้ากลัวจะตกหลุมรักเจ้

  • หยกงามใต้เงาจันทร์   บทที่ 50 เสียสติ

    เว่ยจิ่นซางหยิบยาพิษออกมาจากในอกเสื้ออีกขวดหนึ่ง ก่อนจะเดินตรงเข้าไปหาองค์หญิงหงลี่ช้า ๆ "ตายซะเถอะ ในที่สุดข้าก็ล้างแค้นได้สำเร็จสักที" ฉึก! ยังไม่ทันที่เว่ยจิ่นซางจะสังหารองค์หญิงหงลี่ได้สำเร็จ มีดเล่มหนึ่งก็แทงเข้ามาที่แผ่นหลังของนางทะลุมาที่หน้าท้อง เมื่อนางหันกลับไปช้า ๆ จึงได้พบว่าเป็นฝีมือของหนิงเสวี่ย "นะ!!! นังชั่ว นังเนรคุณ!!!" "ฮือออออ" หนิงเสวี่ยแทงมีดจนสุดด้าม ก่อนจะทิ้งกายลงนั่งบนพื้นแล้วปิดหน้าร้องไห้โฮออกมาอย่างเจ็บปวดเว่ยจิ่นซางตกตายด้วยมีดเล่มนั้นของหนิงเสวี่ย"ท่านแม่!!!"ด้านนอกมีเสียงการต่อสู้ดังขึ้น ก่อนจะมีคนเปิดประตูพุ่งเข้ามา เป็นหลี่รั่วหานนั่นเอง เขามองสภาพศพของเว่ยจิ่นซางที่นอนตายอยู่บนพื้นดวงตาเบิกกว้าง ข้าง ๆ กันมีหนิงเสวี่ยที่นั่งร้องไห้อยู่ เขาไม่มีเวลาสนใจหนิงเสวี่ยมากนัก เขารีบวิ่งเข้าไปแก้มัดให้องค์หญิงหงลี่ ก่อนจะเดินเข้าไปหาจ้าวไป๋ลู่และลูกที่นอนหลับไม่ได้สติอยู่ข้าง ๆ กัน"ไป๋ไป๋!!!" "นางสลบไม่ได้สติมาหลายชั่วยามแล้ว" เสียงของหลี่รั่วหานปลุกหนิงเสวี่ยให้ตื่นจากความสับสนและหวาดกลัวในจิตใจ นางค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นไปมองเขาช้า ๆ เมื่อเขาหันมาส

  • หยกงามใต้เงาจันทร์   บทที่ 49 ความจริงที่แสนเจ็บปวด

    นางกรอกยาพิษทั้งที่มือก็สั่นไม่น้อย ยิ่งได้เห็นแววตาที่แข็งกระด้างขององค์หญิงหงลี่ที่มองมา มือนางก็สั่นมากยิ่งขึ้น จนทำยาพิษหกลงพื้นไปเสียดื้อ ๆ องค์หญิงหงลี่กินยาพิษนั้นไปไม่ถึงครึ่งขวดด้วยซ้ำ แต่นางก็กระอักโลหิตสีดำออกมาไม่น้อย เว่ยจิ่นซางที่ได้เห็นเช่นนั้นก็ส่งเสียงหัวเราะสะใจออกมาอย่างบ้าคลั่ง แปะ แปะ แปะ หนิงเสวี่ยกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ ก่อนจะหันไปมองเว่ยจิ่นซาง "ท่านแม่" เว่ยจิ่นซางหันมามองหนิงเสวี่ยด้วยสายตาที่เย็นชา "ผู้ใดเป็นแม่เจ้ากัน?" "เอ๋? ท่านแม่ เหตุใดท่านจึงเอ่ยวาจาเช่นนี้เจ้าคะ ข้าไม่เข้าใจ" เว่ยจิ่นซางปรายตามองหนิงเสวี่ยอย่างดูแคลน แววตาที่เคยมองนางประดุจลูกในไส้ แววตาที่อ่อนโยนเลือนหายไปจนหมดสิ้น ยามนี้มีเพียงความเกลียดชังเข้ามาแทนที่ นางทุ่มเทแรงกายแรงใจ รอเวลานี้มานานเหลือเกิน นางรอจนกระทั่งถึงวันนี้!!! "ฮ่า ๆ ๆ ๆ การได้มองเห็นบุตรสาวกำลังฆ่ามารดาของตนเองกับมือ ช่างเป็นภาพที่งดงามเสียจริง ๆ" เว่ยจิ่นซางเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่มีความสุข หนิงเสวี่ยที่ได้ยินเช่นนั้นก็ขมวดคิ้วมุ่น ด้านองค์หญิงหงลี่ที่ได้ยินเว่ยจิ่นซางเอ่ยคำพูดเช่นนี้ออกมา ใจของนางก็เต้นแรงอย่างบ

  • หยกงามใต้เงาจันทร์   บทที่ 43 ไม่คิดหันกลับ

    การที่ได้กลับมานอนที่จวนของตนเองนั้น ช่างสบายใจเหลือเกิน จ้าวไป๋ลู่ตื่นแต่เช้ามาเตรียมอาหาร หมิงอวี้เองก็มาช่วยนางในครัว อีกทั้งยังบอกอีกว่าตั้งแต่นางตกหน้าผาไป หมิงอวี้ก็กลับมาที่จวนตระกูลจ้าวทันที หมิงอวี้เฝ้ารอที่จะได้พบเจอนางอีกครา และเชื่อเสมอว่านางยังไม่ตาย ในใจของนางพลันครุ่นคิดถึงเรื่องที่

  • หยกงามใต้เงาจันทร์   บทที่ 40 จับคนร้าย

    "เบ่งอีกหน่อย แม่นาง!!!""อื้อออออ!!! อ๊า!!!" เสียงร้องครวญครางของสตรีในห้องทำให้เหมยหลิงถึงกับนั่งไม่ติดพื้น จ้าวไป๋ลู่เจ็บท้องจะคลอดตั้งแต่ยามดึก จนตอนนี้ล่วงเข้าสู่ยามเช้าแล้ว นางก็ยังไม่คลอดเสียที สร้างความเป็นห่วงให้เหมยหลิงเป็นอย่างมาก "เหตุใดยังไม่คลอดเสียที!!!" "เจ้าใจเย็นก่อนเถิด ยามที

  • หยกงามใต้เงาจันทร์   บทที่ 34 ความเจ็บที่ไม่มีเสียง

    หลัวเทียนเฉินและเซียวถงทราบข่าวที่ฮ่องเต้สั่งประหารคนตระกูลจ้าวก็ตื่นตระหนกไม่น้อย ยามนี้โจรป่าที่ชายแดนทางใต้ถูกจับกุมตัวไว้หมดแล้ว พวกเขาจึงเร่งเดินทางกลับมาเมืองหลวงในทันที ในจดหมายของหลี่รั่วหานที่ส่งมา นัดหมายเขาที่วังหลวงเพื่อจะมอบหลักฐานสำคัญในคดีนี้ให้แก่เขาจ้าวไป๋ลู่นำเงินที่มีติดตัวเป็น

  • หยกงามใต้เงาจันทร์   บทที่ 28 หลักฐานในมือ

    ยามนี้เหล่าหมอหลวงกำลังวิ่งวุ่นเข้าออกที่เรือนหลักของจวนโหวอย่างวุ่นวาย เพราะจ้าวไป๋ลู่ถูกงูพิษที่หล่นมาจากต้นไม้ร่วงตกลงไปในน้ำ กัดเข้าที่ขาทำนางบาดเจ็บไม่น้อย โชคดีที่ยามนี้ปลอดภัยแล้ว องค์หญิงหงลี่หันไปปรายตามองหลี่รั่วหานคราหนึ่ง แววตาบ่งบอกถึงความโมโหอย่างไม่ปิดบัง นางมิได้เอ่ยตำหนิบุตรชายเหม

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status