Share

บทที่ 2

Author: ลมใต้รู้ใจ
ซูย่างได้ยินบทสนทนานอกห้องทำงาน ก็หลุบตาลง

ตลอดหลายปีที่แต่งเข้ามาอยู่ในตระกูลฝู่ เธอก็กล้าบอกกับตัวเองว่าได้ทุ่มเทดูแลทั้งคุณนายฝู่ผู้เป็นแม่สามี และฝู่หยาฮุ่ยผู้เป็นน้องสาวสามีอย่างสุดความสามารถ

ตอนที่ฝู่หยาฮุ่ยประสบอุบัติเหตุรถชนต้องเข้ารับการผ่าตัด ก็เป็นเธอที่เฝ้าอยู่โรงพยาบาลติดต่อกันหลายวัน

ที่แท้ ต่อให้ทำมากแค่ไหน ก็ไม่มีวันเปลี่ยนท่าทีของคนตระกูลฝู่ได้

ไม่นานนัก สายของหลินลู่ซีโทรเข้ามา น้ำเสียงของเธอแฝงความเหนื่อยล้าเล็กน้อยว่า

“ย่างย่าง เธอจะไม่ไปจริง ๆ เหรอ? ฉันจำได้ว่าเมื่อก่อนเธอชอบล่าสัตว์กลางแจ้งที่สุด ยิ่งกว่านั้นยังมีโอกาสได้ซิ่งรถอีกนะ”

ซูย่างชะงักไป

บางความทรงจำก็พลันถูกดึงขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว

ก่อนที่จะแต่งกับฝู่เฉินซี เธอชอบล่าสัตว์กลางแจ้ง ชอบซิ่งรถ ชอบเหล้าองุ่น หลังจากนั้นเธอได้พบฝู่เฉินซีที่บ้านตระกูลหลิน แล้วก็ตกหลุมรักตั้งแต่แรกเห็น

หลังจากที่ตกหลุมรักฝู่เฉินซีไปแล้ว เธอก็ค่อย ๆ ได้ยินจากปากคนอื่นว่าฝู่เฉินซีชอบคุณหนูผู้ดีที่อ่อนโยนเรียบร้อย

เธอถึงค่อย ๆ เลิกสิ่งเหล่านั้นไปทีละอย่าง

ผ่านมาสามปีแล้ว เธอแทบจะลืมไปแล้วด้วยซ้ำ ว่าตัวตนในตอนแรกเริ่มของเธอนั้น…เป็นอย่างไร

ทางฝั่งสายโทรศัพท์ หลินลู่ซียังคงพูดกล่อมไม่หยุด “ย่างย่าง ถ้าเธอไม่อยากให้ฝู่เฉินซีรู้จริง ๆ เธอก็ปิดเขาไว้ได้ ไม่จำเป็นต้องเลิกทำทุกอย่างเพราะผู้ชายคนเดียว อีกอย่างฝู่เฉินซีเขา…”

“พวกเราหย่ากันแล้ว”

ซูย่างพูดขัดเธอเบา ๆ

หลินลู่ซีเหมือนจะตกใจ ก่อนจะสูดลมหายใจลึก “นี่เธอคิดได้แล้ว หรือว่าฝู่เฉินซีเป็นฝ่ายบ้าไปเอง?”

ซูย่างยิ้มบาง ๆ “เขาเป็นคนขอเอง ฉันก็เลยตกลง”

หลินลู่ซีถึงกับชะงักไป แต่ในใจกลับอดคิดไม่ได้ว่าฝู่เฉินซีช่างตาบอดสิ้นดี

ผู้หญิงอย่างซูย่าง ตระกูลฝู่คงต้องถือว่าโชคดีเป็นลาภลอยถึงได้แต่งเข้ามาเป็นสะใภ้ แต่ตอนนี้กลับหย่ากันเสียแล้วอย่างนั้นเหรอ?

“ยินดีด้วยนะที่รัก” น้ำเสียงของหลินลู่ซีถึงกับตื่นเต้นดีใจ “เดี๋ยวฉันจะไปรับเธอ แล้วฉลองให้ด้วยที่ในที่สุดเธอก็กลับมามองเห็นความจริงเสียที”

ซูย่างหลุดหัวเราะเบา ๆ ก่อนจะกดวางสายโทรศัพท์

เธอมองไปที่ห้องนอนใหญ่ซึ่งไม่มีร่องรอยของการใช้ชีวิตร่วมกันเลย ทั้งที่แต่งงานกันมาได้สามปี แต่เจ้าของห้องนอนใหญ่นี้กลับใช้ชีวิตราวกับโสดมาตลอด

ก็ควรจะถึงเวลาสิ้นสุดลงแล้วจริง ๆ

ซูย่างเดินไปที่ห้องพักแขกเพื่อเก็บข้าวของของตัวเอง เสื้อผ้าของเธอมีไม่มากนัก หลังแต่งงานก็แทบไม่มีเวลาแต่งตัวให้ตัวเอง ดังนั้นจึงจัดการเก็บเสร็จอย่างรวดเร็ว

เธอถอดแหวนแต่งงานออกจากนิ้ว วางลงบนตู้ข้างเตียง แววตานั้นยากจะบอกได้ว่าเป็นความเสียดายหรือว่าการปลดปล่อยใจ

เธอลากกระเป๋าออกไป ระหว่างเดินผ่านห้องรับแขกก็เงยหน้าคิดอยู่ครู่หนึ่งว่ายังไงก็ควรเอ่ยปากกับอดีตแม่สามีสักคำ แต่ไม่คาดคิดฝู่หยาฮุ่ยกลับเป็นฝ่ายพูดขึ้นมาก่อนด้วยน้ำเสียงเสียดสีเหน็บแนม

“ในที่สุดคนบางคนก็ยอมไปเสียที ไม่คิดจะส่องกระจกดูตัวเองบ้างหรือไง เกาะติดบ้านเราไม่ปล่อยอยู่นานหลายปี ก็เพราะเงินทั้งนั้น ก็แค่คนธรรมดา แต่คิดจะไต่ขึ้นสูง…”

ซูย่างชะงักเท้า แล้วหยิบแก้วน้ำบนโต๊ะขึ้นมาสาดใส่เธอโดยไม่ลังเล

น้ำเย็นจัดสาดใส่ฝู่หยาฮุ่ยจนเปียกโชกไปทั้งตัว ฝู่หยาฮุ่ยโกรธจนแทบคลั่ง

“ซูย่าง เธอบ้าหรือไง? กล้าเอาน้ำมา…”

ซูย่างเช็ดหยดน้ำที่ปลาย นิ้วของตัวเองอย่างใจเย็น ก่อนจะเงยหน้ามองเธอแล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยว่า

“ไม่มีอะไรที่ไม่กล้าหรอก ต่อให้เป็นแค่นกกระจอกตัวเล็ก ๆ ก็จิกได้เหมือนกัน”

ฝู่หยาฮุ่ยอ้าปากค้างด้วยความตกตะลึง คงไม่อยากเชื่อว่าผู้หญิงตรงหน้านี้คือซูย่างคนเดิมที่ใคร ๆ จะย่ำยีอย่างไรก็ยอม

ซูย่างเห็นท่าทีตื่นตะลึงของฝู่หยาฮุ่ย ก็รู้สึกขบขันขึ้นมาเล็กน้อย

แต่งเข้ามาอยู่สามปี ไม่ว่าฝู่หยาฮุ่ยหรือแม่ฝู่จะเข้มงวดแค่ไหน เธอก็ทุ่มเททำทุกอย่างอย่างเต็มที่เพื่อให้พวกเขาพอใจ โดยไม่เคยปริปากบ่นเลย

เธอเอาแต่พูดจานุ่มนวล อารมณ์ดี คอยฟังคำเสียดสีเหน็บแนมกับเสียงด่าทอของพวกเขาอยู่เสมอ

พอฟังมานานเข้า ทุกคนก็คงลืมไปแล้วว่า ซูย่างเมื่อก่อนเคยเป็นผู้หญิงที่ชกต่อย ดื่มเหล้า หัวเราะด่าทออย่างอิสระเสรี

อดทนมานานพอแล้ว ซูย่างไม่อยากทนอีกแล้ว

เธอหัวเราะเบา ๆ ออกมา

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App
Mga Comments (1)
goodnovel comment avatar
ณัฐยา อรรฆพลกุล
อยากให้ขยายตัวหนังสือให้ใหญ่หน่อยค่ะ
Tignan lahat ng Komento

Pinakabagong kabanata

  • หย่าครั้งนั้น ฉันเกิดใหม่ในเส้นทางของตัวเอง   บทที่ 425

    หรงอวี้ฟุบหน้าอยู่กับพวงมาลัย บนหน้าผากเต็มไปด้วยเม็ดเหงื่อผุดซึม“หรงอวี้!” เธอร้องเรียกชื่อหรงอวี้อย่างหมดเรี่ยวแรงกระจกหน้าต่างรถคาเยนแตกละเอียด แถมประตูรถก็ยุบตัวลึกลงไปเป็นวงกว้างถุงลมนิรภัยในรถของหรงอวี้พองตัวออก อัดร่างเขาติดอยู่ภายในห้องโดยสาร“หรงอวี้! รีบตื่นสิ!”ภายใต้เสียงตะโกนเรียกนับครั้งไม่ถ้วน ในที่สุด หรงอวี้ก็ลืมตาขึ้น เขาขยับตัวเล็กน้อยการขยับตัวขณะถูกอัดด้วยถุงลมนิรภัยนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย ชายหนุ่มรู้สึกปวดร้าวบริเวณต้นขาเหลือเกินเขาพูดด้วยเสียงแหบพร่า “ย่างย่าง ผมไม่เป็นไร แล้วคุณล่ะ?”ตอนนี้ ซูย่างหลงลืมเรื่องราวที่ผ่านมาหมดสิ้น ดวงตาของเธอแดงเรื่อขณะจ้องมองหรงอวี้ “ฉันไม่เป็นไรค่ะ ว่าแต่คุณจะออกมายังไง?”“โทรขอความช่วยเหลือหรือยัง?” หรงอวี้ถามเมื่อซูย่างหยิบโทรศัพท์มือถือออกมา ก็พบว่าไม่มีสัญญาณ จึงโทรขอความช่วยเหลือไม่ได้“ไม่มีสัญญาณเลยค่ะ” เมื่อครู่ตอนอยู่บนสะพาน สัญญาณโทรศัพท์ของเธอก็ขาด ๆ หาย ๆ อยู่แล้วรถยนต์ที่ขับไล่ล่าเธอนั้น คันหนึ่งร่วงตกเหวไปแล้ว ส่วนอีกคันก็ถูกชนจนพลิกคว่ำ ในรถสองคันนี้คงต้องติดตั้งเครื่องตัดสัญญาณเอาไว้แน่ซูย่างมองไ

  • หย่าครั้งนั้น ฉันเกิดใหม่ในเส้นทางของตัวเอง   บทที่ 424

    ซูย่างขับรถพุ่งทะยานไปข้างหน้าด้วยความเร็วเต็มอัตรา ส่วนด้านหลังก็ยังมีรถสีดำสองคันขับตามมาติด ๆเสียงเรียกเข้าของโทรศัพท์ดังขึ้นไม่หยุด เธออยากรับสายใจจะขาด แต่สถานการณ์ตอนนี้ทำให้เธอไม่กล้าแม้แต่ขยับตัว เสียงล้อรถเสียดสีกับพื้นถนนดังสนั่นจนน่าขนลุกตลอดทางมีแต่ฝุ่นควันฟุ้งตลบ รถคันหลังยังคงพุ่งชนรถของเธออย่างไม่คิดชีวิต คล้ายกับพร้อมจะตกตายไปตามกัน เธอมั่นใจว่าคนที่โทรหาเธอขณะนี้จะต้องเป็นหรงอวี้แน่ เมื่อกี้พอได้ยินเธอบอกไปแบบนั้น หรงอวี้คงร้อนใจไม่ใช่น้อยแต่รถยนต์คันหลังก็ยังคงไล่ล่าไม่ลดละ ในช่วงเวลาหน้าสิ่วหน้าขวานเช่นนี้ เธอไม่อาจชะล่าใจได้เลยแม้แต่นิดเดียวเพียงแต่เธอประเมินความดื้อรั้นของคนพวกนั้นต่ำเกินไป เมื่อมาถึงบริเวณหัวโค้งแห่งหนึ่ง สติของซูย่างก็เริ่มเลื่อนลอย ความคิดความอ่านสับสน เธอขบกรามกรอด บังคับตัวเองให้ตั้งสติอีกครั้งถนนบนภูเขาทั้งคดเคี้ยว คับแคบและสูงชัน หากไม่ทันระวังก็อาจตกถนน และถ้ารถพลิกคว่ำตกลงไป นั่นก็หมายถึงความตายอย่างไม่ต้องสงสัยท้องฟ้ามืดแล้ว ถนนบนภูเขาที่ไร้ซึ่งเสาไฟฟ้ายิ่งทวีความอันตราย รถคันหลังเปิดไฟสูงสาดส่องมาโดยตรง พร้อมทั้งกะพริบไฟเป็นร

  • หย่าครั้งนั้น ฉันเกิดใหม่ในเส้นทางของตัวเอง   บทที่ 423

    ฝู่หยาฮุ่ยคิดไม่ถึงว่าคนเป็นแม่จะพูดเช่นนี้ จึงถอนหายใจด้วยความจนปัญญา แม่ฝู่มองออกว่าลูกสาวตัดสินใจแน่วแน่ แต่ในท้องของกู้อวี่หนิงก็คือทายาทตระกูลฝู่ หากกู้อวี่หนิงติดคุกขึ้นมาจริง ๆ เด็กน้อยก็ต้องเกิดมาพร้อมตราบาปติดตัวไปชั่วชีวิตทันใดนั้น แม่ฝู่ก็มองฝู่หยาฮุ่ยก่อนคุกเข่าลงหัวใจของฝู่หยาฮุ่ยกระตุกวูบ เธอไม่อยากเห็นแม่ฝู่ต้องยอมทำถึงขั้นนี้เพื่อเด็กคนหนึ่งเลยจริง ๆ“แม่คะ หนูยอมแล้ว!” เธอกัดฟันกรอดพูดออกไปตอนแรกเข้าใจว่าตัวเองยินดีสละได้ทุกอย่างเพื่อผลประโยชน์ แต่เมื่อเห็นแม่ฝู่คุกเข่าลงตรงหน้า เธอก็ยังไม่อาจควบคุมตัวเองได้อยู่ดีหลังงานเทศกาลโคมไฟจบลง ซูย่างก็รู้สึกขมขื่นอยู่ในใจ ซึ่งเมื่อก่อนเธอไม่เคยมีความรู้สึกเช่นนี้เธอเพียงไม่รู้ว่าควรจัดการกับความสัมพันธ์ระหว่างตนเองกับหรงอวี้อย่างไร ความเย็นชาในอดีตราวกับถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกแปลกใหม่หลังงานเทศกาลโคมไฟ มันคืออารมณ์ที่สลับสับเปลี่ยนไปมาระหว่างความอยากถอยห่างกับความกระตือรือร้นซูย่างขับรถไปบนสะพานข้ามเมือง ซึ่งเป็นสะพานที่เชื่อมต่อระหว่างเมืองหนานเฉิงกับเกาะซงอู้ด้วยความที่เกาะซงอู้ถูกทิ้งร้างมานาน สะพานข้ามเมืองแ

  • หย่าครั้งนั้น ฉันเกิดใหม่ในเส้นทางของตัวเอง   บทที่ 422

    แม่ฝู่พลันชี้หน้าคำรามใส่ซูย่างทันที "นังแพศยา! นี่แกตั้งใจแกล้งกันชัด ๆ ทั้งที่รู้อยู่เต็มอกว่าอวี่หนิงเองก็เป็นเหยื่อ เรื่องทั้งหมดเป็นฝีมือของนังผู้หญิงที่ชื่อเวินจ่านคนนั้น! ทำไมถึงไม่ไปแจ้งความจับหล่อนล่ะ? หรือว่าแกเก่งแต่กับคนที่อ่อนแอกว่าเท่านั้น?"ซูย่างแค่นหัวเราะ "คุณไม่รู้หรือไงคะว่าคนที่ปล่อยหลักฐานมัดตัวกู้อวี่หนิงจนดิ้นไม่หลุดน่ะก็คือเวินจ่าน? จะว่าไปตัวการใหญ่ในเรื่องนี้ก็คือเวินจ่านไม่ใช่เหรอ? คุณนายฝู่เอาแต่วิ่งโร่มาหาฉัน แต่กลับไม่ไปหาหล่อน หรือเป็นเพราะเก่งแต่กับคนที่อ่อนแอกว่าเหมือนกันล่ะคะ?""นี่แก!" แม่ฝู่โกรธจัดจนหน้าซีด ซูย่างไม่ยอมปล่อยให้อีกฝ่ายได้จับผิดต่อ จึงจ้องมองแม่ฝู่ด้วยความเย็นชาห่างเหิน "เชิญออกไปได้แล้วค่ะ ที่นี่ไม่ต้อนรับคุณ"แม่ฝู่ทิ้งท้ายไว้อีกประโยคหนึ่งก่อนไปว่า "แล้วเราจะได้เห็นดีกัน!"ภายในโรงพยาบาลจิตเวช ฝู่หยาฮุ่ยเพิ่งกินมื้อเช้าเสร็จ เธออยู่ที่นี่มาหลายวันจนเริ่มเกิดความคุ้นชิน และตั้งแต่ที่แม่ฝู่เที่ยวมาเซ้าซี้ให้เธอยอมรับผิดแทนคนอื่น ฝู่หยาฮุ่ยก็เลิกหวังที่จะได้ออกไปจากที่นี่แล้วเธอถึงขั้นเริ่มกลัวว่าจะมีใครมาเยี่ยม เพราะไม่อยากได้ย

  • หย่าครั้งนั้น ฉันเกิดใหม่ในเส้นทางของตัวเอง   บทที่ 421

    ซูย่างรับแบบทดสอบมาดู และหยิบปากกาหมึกแดงขึ้นมาตรวจแก้ด้วยความตั้งใจไม่นาน เธอก็นำแบบทดสอบอีกชุดมาวางลงตรงหน้าหรงอวี้ ก่อนพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนว่า “เดี๋ยวคุณตอบคำถามฉันพร้อมกับทำแบบทดสอบชุดนี้ไปด้วยนะคะ หนึ่งคำถามต่อหนึ่งข้อ”ขณะเดียวกัน เธอก็หยิบนาฬิกาจับเวลาขึ้นมาถือถึงหรงอวี้จะไม่เข้าใจนัก แต่ก็ยังพยักหน้าตอบรับด้วยความมึนงงซูย่างมองดูเขาก้มหน้าลงมือทำอย่างตั้งใจ แบบทดสอบชุดนี้เป็นโจทย์คณิตศาสตร์ระดับสูงทั่วไป แม้ไม่ได้ยากเย็นอะไร แต่ก็ต้องอาศัยความรอบคอบและระมัดระวัง หากเหม่อลอยเพียงนิดก็อาจตอบผิดได้ทันทีเธอถามว่า “เมื่อสามปีก่อน คุณมีแฟนไหม?”ปลายปากกาของหรงอวี้สั่นไหว นึกไม่ถึงเลยว่าพอเริ่มมาก็... เข้าประเด็นทันทีเขาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง จึงตอบ “มีครับ”ซูย่างมองเขาทำโจทย์ข้อแรกเสร็จ ก็กดนาฬิกาจับเวลาเพื่อบันทึกเวลาไว้เมื่อหรงอวี้เริ่มลงมือทำโจทย์ข้อที่สอง ซูย่างก็ถามต่อ “บอกฉันหน่อยสิ แฟนของคุณคือเวินจ่านใช่ไหม?”“ไม่ใช่!” เขาตอบกลับด้วยความหนักแน่น“งั้นคุณรู้จักฉันหรือเปล่า?” เธอถามขึ้นอีกครั้งหรงอวี้เขียนตัวหนังสือลงไปบรรทัดหนึ่ง “ไม่ทำแล้วครับ”เขาค่อย ๆ

  • หย่าครั้งนั้น ฉันเกิดใหม่ในเส้นทางของตัวเอง   บทที่ 420

    สีหน้าเธอผ่อนคลายลง ขณะมองฝู่เฉินซีด้วยความเคร่งขรึมพลางกล่าว “ถึงฉันจะรวบรวมหลักฐานเอาผิดเมียคุณได้แล้วจริง ๆ แต่ฉันยังไม่ทันได้ส่งให้ตำรวจ เมียคุณก็ถูกจับไปซะก่อน”กล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ เธอไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่กู้อวี่หนิงถูกจับกุมในครั้งนี้ฝู่เฉินซีเบิกตาโต ไม่อยากเชื่อในสิ่งที่ได้ยินหมายความว่าคนที่ไปแจ้งความครั้งนี้ไม่ใช่ซูย่างงั้นเหรอ? แล้วมันจะเป็นใครไปได้ล่ะ?“แต่นอกจากคุณที่มีเหตุผลให้แจ้งความแล้ว คนอื่นก็ไม่มีเหตุผลอะไรให้ต้องมายุ่งเรื่องชาวบ้านสักหน่อย” ฝู่เฉินซีขมวดคิ้วมุ่นซูย่างหัวเราะหยัน “ฝู่เฉินซี อย่าลืมสิว่ากู้อวี่หนิงยังมีศัตรูคนอื่นอยู่อีกนะ เช่น คุณหนูเวินจ่านที่คิดใช้เมียคุณเป็นแพะรับบาปนั่นไง”ฝู่เฉินซีพลันเข้าใจขึ้นมาในทันใด ใช่แล้ว! ยังมีเวินจ่านอีกคน! เขาหวนนึกถึงคำพูดของกู้อวี่หนิง เวินจ่านคงกลัวว่าอีกไม่นานซูย่างต้องสืบสาวมาถึงตัวแน่ จึงได้พยายามหาวิธีทำให้กู้อวี่หนิงกลายเป็นแพะรับบาปแบบนี้ฝู่เฉินซีทอดถอนใจ ก่อนพูดกับซูย่างด้วยความรู้สึกผิด “ซูย่าง เรื่องก่อนหน้านี้กู้อวี่หนิงทำไม่ถูกจริง ๆ ฝ่ายหยาฮุ่ยเองก็ผิดต่อคุณมาก แต่ตอนนี้หยาฮุ่ยเข้าไปอยู

  • หย่าครั้งนั้น ฉันเกิดใหม่ในเส้นทางของตัวเอง   บทที่ 302

    แม่ฝู่ขอบตาแดงก่ำ ดึงฝู่หยาฮุ่ยเข้ามากอดในอ้อมอก พลางพูดด้วยความปวดใจ "หยาฮุ่ย ทั้งหมดเป็นเพราะแม่ไม่ดีเอง ถึงปล่อยให้นังแพศยานั่นรังแกลูกมาตลอด! ไม่รู้ตระกูลเราไปทำเวรทำกรรมอะไรไว้ ถึงได้ไปยุ่งกับตัวหายนะอย่างนังซูย่างมันแบบนี้!"ฝู่เฉินซีหัวเราะด้วยความโมโห "แม่ครับ ครั้งนี้ถ้าไม่ใช่เพราะซูย่าง ป

  • หย่าครั้งนั้น ฉันเกิดใหม่ในเส้นทางของตัวเอง   บทที่ 294

    กลิ่นเหล้าคลุ้งเชียว เขาดื่มมาสินะเมื่อเธอช่วยประคองไปนั่งบนโซฟา มือของหรงอวี้ก็คว้าหมับเข้าที่แขนของซูย่าง ขณะปากพึมพำเรียกหา "ย่างย่าง...""คุณมาทำอะไรที่เซนต์น็อก? แล้วนี่มาหาฉันทำไม?" เธอถามสิ่งที่รู้ดีว่าคงไม่มีการตอบรับหรงอวี้ขมวดคิ้วมุ่น คล้ายกำลังฝันร้าย เอาแต่เรียกชื่อเธอไม่หยุดปาก"อ

  • หย่าครั้งนั้น ฉันเกิดใหม่ในเส้นทางของตัวเอง   บทที่ 312

    ซูย่างเองก็ร้อนใจ แต่หาอยู่ไม่นานก็พบบันไดสภาพครึ่งดีครึ่งชำรุดอันหนึ่ง จึงนำไปพาดไว้กับผนัง แล้วค่อย ๆ ปีนขึ้นไป"คุณนี่เอง!"ตำแหน่งของหน้าต่างอยู่สูงมาก เมื่อเธอโผล่พ้นขอบหน้าต่างออกมา ก็เห็นเอริคกำลังยืนรอด้วยความกระวนกระวายใจดูเหมือนว่าตอนที่ซูย่างกำลังหาบันไดเมื่อครู่นี้ เอริคคงจะลากกองฟาง

  • หย่าครั้งนั้น ฉันเกิดใหม่ในเส้นทางของตัวเอง   บทที่ 287

    ก่อนหน้านี้ เธอไม่เคยคิดเลยว่าจะต้องมาพบเจอเรื่องแบบนี้ โดยเฉพาะการต้องเผชิญหน้ากับหรงอวี้ในสภาพนี้ด้วยเวินจ่านคีบอาหารให้หรงอวี้ พลางพูดคุยกับเขาอย่างสนิทสนมด้วยถ้อยคำที่เธอฟังไม่เข้าใจความอึดอัดถาโถมเข้ามาต่อเนื่อง ซูย่างยกชาขึ้นจิบ ชาของภัตตาคารหมิงเจินช่างหอมกรุ่นดีแท้หลังเธอย้ายมานั่งด้วย

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status