แชร์

บทที่ 2

ผู้เขียน: ลมใต้รู้ใจ
ซูย่างได้ยินบทสนทนานอกห้องทำงาน ก็หลุบตาลง

ตลอดหลายปีที่แต่งเข้ามาอยู่ในตระกูลฝู่ เธอก็กล้าบอกกับตัวเองว่าได้ทุ่มเทดูแลทั้งคุณนายฝู่ผู้เป็นแม่สามี และฝู่หยาฮุ่ยผู้เป็นน้องสาวสามีอย่างสุดความสามารถ

ตอนที่ฝู่หยาฮุ่ยประสบอุบัติเหตุรถชนต้องเข้ารับการผ่าตัด ก็เป็นเธอที่เฝ้าอยู่โรงพยาบาลติดต่อกันหลายวัน

ที่แท้ ต่อให้ทำมากแค่ไหน ก็ไม่มีวันเปลี่ยนท่าทีของคนตระกูลฝู่ได้

ไม่นานนัก สายของหลินลู่ซีโทรเข้ามา น้ำเสียงของเธอแฝงความเหนื่อยล้าเล็กน้อยว่า

“ย่างย่าง เธอจะไม่ไปจริง ๆ เหรอ? ฉันจำได้ว่าเมื่อก่อนเธอชอบล่าสัตว์กลางแจ้งที่สุด ยิ่งกว่านั้นยังมีโอกาสได้ซิ่งรถอีกนะ”

ซูย่างชะงักไป

บางความทรงจำก็พลันถูกดึงขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว

ก่อนที่จะแต่งกับฝู่เฉินซี เธอชอบล่าสัตว์กลางแจ้ง ชอบซิ่งรถ ชอบเหล้าองุ่น หลังจากนั้นเธอได้พบฝู่เฉินซีที่บ้านตระกูลหลิน แล้วก็ตกหลุมรักตั้งแต่แรกเห็น

หลังจากที่ตกหลุมรักฝู่เฉินซีไปแล้ว เธอก็ค่อย ๆ ได้ยินจากปากคนอื่นว่าฝู่เฉินซีชอบคุณหนูผู้ดีที่อ่อนโยนเรียบร้อย

เธอถึงค่อย ๆ เลิกสิ่งเหล่านั้นไปทีละอย่าง

ผ่านมาสามปีแล้ว เธอแทบจะลืมไปแล้วด้วยซ้ำ ว่าตัวตนในตอนแรกเริ่มของเธอนั้น…เป็นอย่างไร

ทางฝั่งสายโทรศัพท์ หลินลู่ซียังคงพูดกล่อมไม่หยุด “ย่างย่าง ถ้าเธอไม่อยากให้ฝู่เฉินซีรู้จริง ๆ เธอก็ปิดเขาไว้ได้ ไม่จำเป็นต้องเลิกทำทุกอย่างเพราะผู้ชายคนเดียว อีกอย่างฝู่เฉินซีเขา…”

“พวกเราหย่ากันแล้ว”

ซูย่างพูดขัดเธอเบา ๆ

หลินลู่ซีเหมือนจะตกใจ ก่อนจะสูดลมหายใจลึก “นี่เธอคิดได้แล้ว หรือว่าฝู่เฉินซีเป็นฝ่ายบ้าไปเอง?”

ซูย่างยิ้มบาง ๆ “เขาเป็นคนขอเอง ฉันก็เลยตกลง”

หลินลู่ซีถึงกับชะงักไป แต่ในใจกลับอดคิดไม่ได้ว่าฝู่เฉินซีช่างตาบอดสิ้นดี

ผู้หญิงอย่างซูย่าง ตระกูลฝู่คงต้องถือว่าโชคดีเป็นลาภลอยถึงได้แต่งเข้ามาเป็นสะใภ้ แต่ตอนนี้กลับหย่ากันเสียแล้วอย่างนั้นเหรอ?

“ยินดีด้วยนะที่รัก” น้ำเสียงของหลินลู่ซีถึงกับตื่นเต้นดีใจ “เดี๋ยวฉันจะไปรับเธอ แล้วฉลองให้ด้วยที่ในที่สุดเธอก็กลับมามองเห็นความจริงเสียที”

ซูย่างหลุดหัวเราะเบา ๆ ก่อนจะกดวางสายโทรศัพท์

เธอมองไปที่ห้องนอนใหญ่ซึ่งไม่มีร่องรอยของการใช้ชีวิตร่วมกันเลย ทั้งที่แต่งงานกันมาได้สามปี แต่เจ้าของห้องนอนใหญ่นี้กลับใช้ชีวิตราวกับโสดมาตลอด

ก็ควรจะถึงเวลาสิ้นสุดลงแล้วจริง ๆ

ซูย่างเดินไปที่ห้องพักแขกเพื่อเก็บข้าวของของตัวเอง เสื้อผ้าของเธอมีไม่มากนัก หลังแต่งงานก็แทบไม่มีเวลาแต่งตัวให้ตัวเอง ดังนั้นจึงจัดการเก็บเสร็จอย่างรวดเร็ว

เธอถอดแหวนแต่งงานออกจากนิ้ว วางลงบนตู้ข้างเตียง แววตานั้นยากจะบอกได้ว่าเป็นความเสียดายหรือว่าการปลดปล่อยใจ

เธอลากกระเป๋าออกไป ระหว่างเดินผ่านห้องรับแขกก็เงยหน้าคิดอยู่ครู่หนึ่งว่ายังไงก็ควรเอ่ยปากกับอดีตแม่สามีสักคำ แต่ไม่คาดคิดฝู่หยาฮุ่ยกลับเป็นฝ่ายพูดขึ้นมาก่อนด้วยน้ำเสียงเสียดสีเหน็บแนม

“ในที่สุดคนบางคนก็ยอมไปเสียที ไม่คิดจะส่องกระจกดูตัวเองบ้างหรือไง เกาะติดบ้านเราไม่ปล่อยอยู่นานหลายปี ก็เพราะเงินทั้งนั้น ก็แค่คนธรรมดา แต่คิดจะไต่ขึ้นสูง…”

ซูย่างชะงักเท้า แล้วหยิบแก้วน้ำบนโต๊ะขึ้นมาสาดใส่เธอโดยไม่ลังเล

น้ำเย็นจัดสาดใส่ฝู่หยาฮุ่ยจนเปียกโชกไปทั้งตัว ฝู่หยาฮุ่ยโกรธจนแทบคลั่ง

“ซูย่าง เธอบ้าหรือไง? กล้าเอาน้ำมา…”

ซูย่างเช็ดหยดน้ำที่ปลาย นิ้วของตัวเองอย่างใจเย็น ก่อนจะเงยหน้ามองเธอแล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยว่า

“ไม่มีอะไรที่ไม่กล้าหรอก ต่อให้เป็นแค่นกกระจอกตัวเล็ก ๆ ก็จิกได้เหมือนกัน”

ฝู่หยาฮุ่ยอ้าปากค้างด้วยความตกตะลึง คงไม่อยากเชื่อว่าผู้หญิงตรงหน้านี้คือซูย่างคนเดิมที่ใคร ๆ จะย่ำยีอย่างไรก็ยอม

ซูย่างเห็นท่าทีตื่นตะลึงของฝู่หยาฮุ่ย ก็รู้สึกขบขันขึ้นมาเล็กน้อย

แต่งเข้ามาอยู่สามปี ไม่ว่าฝู่หยาฮุ่ยหรือแม่ฝู่จะเข้มงวดแค่ไหน เธอก็ทุ่มเททำทุกอย่างอย่างเต็มที่เพื่อให้พวกเขาพอใจ โดยไม่เคยปริปากบ่นเลย

เธอเอาแต่พูดจานุ่มนวล อารมณ์ดี คอยฟังคำเสียดสีเหน็บแนมกับเสียงด่าทอของพวกเขาอยู่เสมอ

พอฟังมานานเข้า ทุกคนก็คงลืมไปแล้วว่า ซูย่างเมื่อก่อนเคยเป็นผู้หญิงที่ชกต่อย ดื่มเหล้า หัวเราะด่าทออย่างอิสระเสรี

อดทนมานานพอแล้ว ซูย่างไม่อยากทนอีกแล้ว

เธอหัวเราะเบา ๆ ออกมา
อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • หย่าครั้งนั้น ฉันเกิดใหม่ในเส้นทางของตัวเอง   บทที่ 207

    แม่ฝู่มองซูย่างด้วยท่าทียิ้มย่อง รอดูว่าอีกฝ่ายจะตอบโต้อย่างไรซูย่างผายมือไปทางซ่งเจ๋อ “คุณซ่งเจ๋อคือดุษฎีบัณฑิตด้านจิตวิทยาที่เพิ่งกลับมาจากต่างประเทศ เขามีผลงานความสำเร็จมากมาย ทั้งยังสร้างสรรค์วิทยานิพนธ์และทฤษฎีที่มีชื่อเสียงไว้หลายฉบับ ฉันในฐานะที่ปรึกษาด้านจิตวิทยา ก็ต้องให้ความสนใจในตัวคุณซ่งเจ๋อเป็นธรรมดาค่ะ”ชายหนุ่มผู้ถูกเอ่ยชื่อมองซูย่างพลางยิ้มเล็กน้อย เขาหยัดกายลุกขึ้นยืนอย่างสง่างามขณะยื่นมือออกมา “คุณซู สวัสดีครับ”ซูย่างยื่นมือออกไปจับเช่นกัน “คุณซ่ง ขอโทษด้วยนะคะที่ต้องให้คุณมาเห็นเรื่องตลกแบบนี้”กู้อวี่หนิงเขย่าแขนฝู่เฉินซีเบา ๆ “เรื่องนี้พักไว้ก่อนเถอะค่ะ อีกอย่างฉันเป็นคนเชิญคุณซูมาเอง ฉันติดใจก็แค่เรื่องรูปแต่งงานกับทะเบียนสมรสที่ถูกฉีกทิ้งเท่านั้น”เธอวางรูปใบแรกลงบนโต๊ะ ตามด้วยรูปใบที่สอง รูปใบนี้ยิ่งหนักข้อขึ้นตรงที่ดวงตาถูกระบายจนดำสนิท แม้แต่ริมฝีปากก็ยังมีรอยลิปสติกกากบาททับไว้แม่กู้พูดด้วยความเดือดดาลใจ “ซูย่าง เธอทำเกินไปแล้วนะ!”ฝู่เฉินซีขมวดคิ้วมุ่น “ซูย่าง นึกไม่ถึงเลยว่าคุณจะเป็นคนแบบนี้”“ถ้าจะดูว่าคนที่ขึ้นไปบนชั้นสองใช่ฉันหรือเปล่าก็ไม่ใช่

  • หย่าครั้งนั้น ฉันเกิดใหม่ในเส้นทางของตัวเอง   บทที่ 206

    ทั้งงานตกอยู่ในความเงียบงันขณะทุกสายตาพากันจับจ้องมองมา ซ่งเจ๋อยิ่งมีสีหน้าสงสัยเมื่อมองดูซูย่างสมาชิกตระกูลฝู่และคนตระกูลกู้ต่างเดินเข้ามา ฝู่เฉินซีคว้าตัวกู้อวี่หนิงไว้ "อวี่หนิง เป็นอะไรไป?""เฉินซี เธอฉีกทะเบียนสมรสของพวกเรา แล้วยังฉีกรูปแต่งงาน แถมยังขีดหน้าฉันจนเละเลยค่ะ"เธอหยิบทะเบียนสมรสที่ถูกฉีกเป็นสองส่วนออกมา ส่วนในมือแม่กู้ก็คือรูปแต่งงานซึ่งใบหน้าเจ้าสาวถูกขีดเขียนจนไม่เหลือชิ้นดีทั้งงานฮือฮาขึ้นมาทันที ทุกคนพลันนึกขึ้นได้ว่าซูย่างเป็นอดีตภรรยาของฝู่เฉินซี"ไม่เห็นจะแปลก เมียเก่ามาร่วมงานแต่งก็คงมาเพื่อล่มงานอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ?""ถึงงั้นตอนนี้ก็ไม่ควรทำแบบนี้ ขายขี้หน้าชะมัด! มิน่าล่ะฝู่เฉินซีถึงได้หย่ากับหล่อน!""เจ้าสาวร้องไห้จนหน้าเปื้อนหมดแล้วเนี่ย น่าสงสารจริง ๆ "กู้อวี่หนิงยังคงร้องไห้ขณะพูดต่อ "คุณซู ฉันหวังดีเชิญคุณมาร่วมงานด้วย ทำไมคุณถึงทำกับฉันแบบนี้คะ? ตอนหย่าคุณก็ได้เงินกับทรัพย์สินไปตั้งเยอะ เฉินซีไม่เคยปฏิบัติต่อคุณไม่ดี ถ้าคุณไม่พอใจอะไร ก็มาลงที่ฉันสิ จะตบจะตีฉันก็ได้ แต่ทำไมต้องทำถึงขนาดนี้ด้วย?"แม่ฝู่ชี้หน้าด่าซูย่าง "เชิญเธอมานี่มันตัวซวยช

  • หย่าครั้งนั้น ฉันเกิดใหม่ในเส้นทางของตัวเอง   บทที่ 205

    ฝู่หยาฮุ่ยแค่นเสียงเย็นชา เธอก็แค่อยากให้แน่ใจว่าซูย่างจะมาปรากฏตัวในงานนี้เท่านั้น เพราะเธอต้องการให้ซูย่างเห็นกับตาว่าเวลาที่พี่ชายเธอแต่งงานกับผู้หญิงคนอื่นนั้นเป็นอย่างไร ดูซิว่านังนั่นจะยังกล้าทำเป็นเชิดอยู่อีกไหม!แล้วคนที่ถูกนึกถึงก็เดินเข้ามา ซูย่างจัดการมอบเงินใส่ซองก่อนเป็นอันดับแรก จากนั้นจึงเดินเข้าไปในงาน เลือกหาที่นั่งแบบไม่ได้เจาะจงอะไร โดยมีคนแปลกหน้ารายล้อมอยู่รอบกายหลังนั่งลง เธอก็กวาดสายตามองซ้ายมองขวาคล้ายกำลังมองหาซ่งเจ๋อ เพราะในข่าวเมื่อวานนี้มีการเปิดเผยหน้าตาของเขาออกมาแล้วผู้คนรอบข้างต่างพากันจับจ้องมองซูย่าง แขกเหรื่อในงานไม่ใช่น้อยล้วนเคยมาร่วมงานแต่งของฝู่เฉินซีกับซูย่างเช่นกัน จึงอดวิพากษ์วิจารณ์เรื่องที่อดีตภรรยามาร่วมงานแต่งอดีตสามีกันอย่างสนุกปากไม่ได้ฝู่หยาฮุ่ยรีบสะกิดแม่ฝู่ทันที "แม่คะ! มันมาจริงด้วย!"แม่ฝู่ถลึงตาใส่ "แม่ก็ไม่รู้เหมือนกันนะว่าพี่ชายกับพี่สะใภ้แกเป็นบ้าอะไรถึงได้เชิญหล่อนมา ตัวเสนียดแท้ ๆ !"บนโต๊ะจัดเลี้ยงมีของว่างวางเรียงรายอยู่มากมาย แต่ซูย่างไม่มีกะจิตกะใจจะมองสิ่งอื่นใด ระหว่างกำลังเดินหาคนอยู่นั้น ก็ถูกฝู่เฉินซีผู้ยืนอยู

  • หย่าครั้งนั้น ฉันเกิดใหม่ในเส้นทางของตัวเอง   บทที่ 204

    เขาจำไม่ได้จริง ๆ ว่าชุดแต่งงานที่ซูย่างสวมใส่หลังจากนั้นมีรูปลักษณ์เป็นอย่างไร และก็จำไม่ได้อีกเช่นกันว่ามันงดงามแค่ไหน เขาจำได้เพียงยามเธอเอ่ยถ้อยคำเหล่านั้น พวงแก้มก็แดงระเรื่อ ทั้งดูเขินอายและน่ารักเหลือเกินหัวใจเขาบีบรัดรุนแรงจนแทบหายใจไม่ออก เมื่อได้สติกลับคืน ก็พบว่ากู้อวี่หนิงกำลังมองมาด้วยความสงสัย "เฉินซีคะ?"ฝู่เฉินซีรีบแค่นยิ้มตอบว่า "สวยมากครับ"ช่วงกลางดึก ซูย่างเพิ่งหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา ก็มีสายเรียกเข้าจากอีกฟากฝั่งของมหาสมุทร เป็นสายจากหลินจิ่น"รุ่นพี่เหรอคะ?" เธอรู้สึกประหลาดใจ ขณะทรุดตัวลงนั่งบนโซฟาและเปิดโทรทัศน์ ซึ่งกำลังมีรายการข่าวรอบดึก"คุณซู รุ่นพี่ฉันจะกลับประเทศพรุ่งนี้ ฉันคุยเรื่องคุณกับเขาแล้ว รวมถึงเล่าสถานการณ์ของหรงอินให้เขาฟังคร่าว ๆ แล้วด้วย ถึงตอนนั้นคุณก็ติดต่อไปหาเขาได้เลยนะ" เสียงของหลินจิ่นนั้นอ่อนโยนแต่ก็แฝงด้วยความหนักแน่นในโทรทัศน์กำลังรายงานข่าวเกี่ยวกับการแต่งงานของฝู่เฉินซีกับกู้อวี่หนิง "ตามรายงานข่าว ดร.ซ่งเจ๋อ ผู้เชี่ยวชาญด้านจิตวิทยาจากประเทศเอ็ม จะเดินทางกลับประเทศเร็ว ๆ นี้ และจะเข้าร่วมพิธีวิวาห์ในครั้งนี้ด้วย..."ซูย่าง

  • หย่าครั้งนั้น ฉันเกิดใหม่ในเส้นทางของตัวเอง   บทที่ 203

    เช้าวันนี้ บังเกิดข่าวใหญ่ที่สั่นสะเทือนไปทั้งวงการสื่อ เรื่องราวการแต่งงานครั้งใหม่หลังหย่าร้างของฝู่เฉินซีได้แพร่สะพัดออกไปแล้วนับแต่เช้ามืดจนถึงตอนนี้ กระแสความสนใจของผู้คนก็ยังคงพุ่งกระฉูด ตอนที่ซูย่างเห็นข่าวนี้ เธอก็มาถึงห้องให้คำปรึกษาทางจิตวิทยาของมหาวิทยาลัยเอแล้วเธอเพียงกวาดตามองหน้าจอโทรศัพท์มือถือ หญิงสาวคนหนึ่งก็พลันก้าวเข้ามาในห้องให้คำปรึกษาของเธอพอดีเป็นกู้อวี่หนิง!"คุณกู้คะ ห้องให้คำปรึกษาของเราเปิดให้บริการเฉพาะคนในมหาวิทยาลัยเท่านั้นค่ะ" ซูย่างพูดด้วยเสียงเย็นชากู้อวี่หนิงยิ้มหวาน "คุณซู อย่าตั้งแง่รังเกียจฉันขนาดนั้นเลยค่ะ ที่ฉันมาครั้งนี้ก็เพื่อจัดการเรื่องพักการเรียนให้หยาฮุ่ยต่างหาก""ถ้ามาทำเรื่องพักการเรียน ก็เดินออกจากประตูนี้ไปแล้วเลี้ยวขวานะคะ ตึกที่สองจะเป็นฝ่ายธุรการค่ะ พอดีฉันต้องทำงานแล้ว" ซูย่างกล่าวด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ ก่อนจะก้มหน้าก้มตาจัดข้าวของ ไม่สนใจกู้อวี่หนิงอีก"คุณซูคะ เรื่องพักการเรียนฉันจัดการเรียบร้อยแล้ว แต่ที่แวะมาหาคุณ ก็แค่อยากจะมอบของสิ่งหนึ่งให้เท่านั้น" กู้อวี่หนิงหยิบการ์ดเชิญสีแดงเข้มใบหนึ่งออกมาจากกระเป๋า ก่อนวางลงบนโต๊

  • หย่าครั้งนั้น ฉันเกิดใหม่ในเส้นทางของตัวเอง   บทที่ 202

    หรงอินพูดด้วยความโกรธแค้นว่า “คนตระกูลฝู่นี่น่ารังเกียจจริง ๆ ! ต้องเป็นฝีมือฝู่เฉินซีกับแม่เขาแน่”“เรื่องนั้นช่างมันเถอะ ยังไงก็ต้องรบกวนคุณหรงแล้วละ” เธอหันไปยิ้มให้หรงอวี้พอเห็นว่าเธออารมณ์ดีขึ้นแล้ว หรงอินก็รีบชี้ไปที่กล่องบนโต๊ะก่อนพูดว่า “พี่ซูย่าง พี่ดูนี่เร็ว!”หรงอวี้พยักหน้าให้เธอเช่นกัน กล่องใบนั้นดูมีความคลาสสิกอยู่ในตัวหญิงสาวเปิดกล่องออกดู ด้านในกลับกลายเป็นสร้อยคอเส้นหนึ่ง“นี่คือสร้อยที่พี่เขาประมูลได้จากในงานเลยนะคะ สวยใช่ไหมละ มันชื่อว่าดวงใจภูเขาไฟ ไม่เคยเห็นเพชรสีแดงเม็ดใหญ่ขนาดนี้มาก่อนเลยเนอะ!”จุดเด่นของสร้อยเส้นนี้นอกจากเพชรสีแดงแล้ว ก็ยังอยู่ที่การออกแบบ ซึ่งเป็นผลงานของเฟย์แมน ปรมาจารย์ด้านอัญมณีชั้นนำผู้ล่วงลับผู้ที่เคยครอบครองคนก่อนคือเจ้าพ่อวงการการเงิน นึกไม่ถึงเลยว่ามันจะมาอยู่ที่งานประมูลในเมืองหนานเฉิงเช่นนี้“สวยจังเลย”“พี่คะ รีบสวมให้พี่ซูย่างสิ” หรงอินร้องเตือนหรงอวี้หยิบสร้อยคอขึ้นมา ก่อนรวบผมของซูย่างขึ้นด้วยความอ่อนโยน จากนั้นจึงบรรจงสวมใส่ให้เธอ สร้อยเพชรสีแดงที่รายล้อมไปด้วยเพชรเม็ดเล็ก ๆ นั้นช่วยขับเน้นให้ไหปลาร้าของเธอดูขาวผ่อง

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status