Share

บทที่ 3

Author: ลมใต้รู้ใจ
ท่ามกลางสายตาตกตะลึงของฝู่หยาฮุ่ย ซูย่างลากกระเป๋าเดินออกไปโดยไม่หันกลับมาเลย

พอเดินออกจากบ้านตระกูลฝู่ ซูย่างก็เห็นหลินลู่ซีเลื่อนกระจกรถลง โผล่หน้าออกมาพร้อมรอยยิ้มสดใสแล้วส่งจูบมาให้เธอ “ที่รัก ขึ้นรถสิ พี่สาวจะพาไปฉลองเอง”

บอกว่าจะพาไปฉลอง แต่หลินลู่ซีก็รู้ดีว่าซูย่างเพิ่งหย่า อารมณ์คงหดหู่ จึงพาเธอไปแค่ร้านอาหารธีมดนตรี พอรู้เหตุผลที่เธอหย่ากับฝู่เฉินซี หลินลู่ซีก็อดบ่นไม่ไหวว่า

“ กู้อี่หนิงอีกแล้วเหรอ? หย่าแบบไร้เหตุผลสิ้นดี ฝู่เฉินซีชอบเธอตรงไหนกันแน่?”

ซูย่างคนกาแฟพลางเอ่ยเสียงขี้เกียจ “ไม่รู้สิ…”

ซูย่างไม่เคยรู้จักผู้หญิงที่เป็นรักแรกในใจของฝู่เฉินซี ตอนนั้นกู้อี่หนิงไปต่างประเทศแล้ว เธอถึงได้มารู้จักฝู่เฉินซี

เธอแค่เคยได้ยินมาว่ากู้อี่หนิงเป็นคนอ่อนโยนเก่งกาจ เข้าอกเข้าใจผู้อื่น ตอนที่ฝู่เฉินซีกับคุณปู่ทะเลาะกันเพราะเรื่องของเธอ คุณหนูกู้ก็ยังวางตัวมีเหตุผล คอยเกลี้ยกล่อมฝู่เฉินซี หลังจากนั้นถึงได้มีการแต่งงานตามข้อตกลงระหว่างเธอกับฝู่เฉินซี

เห็นเธอไม่อยากเล่าต่อ หลินลู่ซีก็เปลี่ยนเรื่อง ค้อมคางลงกับมือพลางพูดว่า “...แต่ฝู่เฉินซีก็ใจกว้างอยู่นะ ทั้งบ้าน ทั้งรถ แถมยังมีสี่ร้อยล้านบาทอีก…”

เธอเงยหน้ามองซูย่างแวบหนึ่ง ก่อนเอ่ยอย่างเสียดายว่า “น่าเสียดายที่เธอเองก็ไม่ได้ขาดของพวกนี้อยู่แล้ว”

หลังจากพ่อซูเสีย ซูย่างก็ขี้เกียจจะมาดูแลกิจการ จึงมอบให้ลูกพี่ลูกน้องอย่างซูเหมี่ยนจัดการแทน ส่วนตัวเองก็นั่งสบาย ๆ รับเงินปันผล คนภายนอกต่างก็คิดว่าบริษัทซูกรุ๊ปกลายเป็นสมบัติที่ตกอยู่ในกำมือของชูเหมี่ยนไปแล้ว อีกทั้งซูย่างกับฝู่เฉินซีก็มีข้อตกลงเรื่องทรัพย์สิน ทำให้ตระกูลซูเชื่อมาตลอดว่าซูย่างไม่เหลืออะไรอีกแล้ว

ซูย่างเอ่ยด้วยท่าทางเหม่อลอยเล็กน้อย “ใครกันจะไปบ่นว่าเงินมีมากเกินไป”

หลินลู่ซีมองซูย่างตรงหน้าที่ดูซีดเซียวเรียบง่าย ใจก็อดเจ็บหน่วงไม่ได้ จึงเอ่ยขึ้นอย่างฮึกเหิมว่า “นั่นสิ ที่รักย่างย่าง เอาเงินก้อนนี้ไปซื้อเสื้อผ้า กระเป๋าสวย ๆ แล้วสลัดตระกูลฝู่ทิ้งให้เด็ดขาดไปเลย! แต่ย่างย่าง เธอคิดไว้หรือยังว่าหลังออกจากตระกูลฝู่แล้วอยากจะทำอะไรต่อ?”

แววตาของชูย่างทอดไกลไปเล็กน้อย

เธอเรียนปริญญาตรีควบสองสาขา คือจิตวิทยาและดนตรี แต่ต่อมาพ่อซูเกิดเรื่องขึ้น เธอจึงต้องพักการเรียนไปช่วงหนึ่ง ผ่านไปหนึ่งปีจึงได้รับปริญญาบัตร ตอนนั้นเธอได้แต่งงานเข้าตระกูลฝู่แล้ว และต่อมาก็กลายเป็นแม่บ้านเต็มเวลานานถึงสามปี…

อนาคตจะทำอะไร เธอไม่เคยคิดมาก่อนเลย

หลินลู่ซีจับมือเธอแล้วยิ้มพลางพูดว่า “ไม่เป็นไรหรอก ออกจากตระกูลฝู่แล้วค่อย ๆ คิดก็ได้ ตอนนี้ที่สำคัญที่สุดคือกินข้าวให้เสร็จ แล้วพี่จะพาเธอไปเดินช้อปปิ้ง อีกไม่กี่วันพี่จะพาเธอไปล่าสัตว์ที่เขาหมิงซาน”

เธอกะพริบตาอย่างมีเลศนัยด้วยท่าทางตื่นเต้น “เธอยังไม่รู้สินะ อีกไม่กี่วันจะมีการล่าสัตว์ที่เขาหมิงซาน แล้วหรงอวี่ก็จะไปด้วย”

แววตาของซูย่างฉายความประหลาดใจ หรงอวี่คือคุณชายสามตระกูลหรง ผู้ยิ่งใหญ่ในวงการอสังหาริมทรัพย์ ทรัพย์สินมหาศาลและมักจะเต็มไปด้วยความลึกลับ ถือเป็นเรื่องหาได้ยากที่เขาจะสนใจร่วมกิจกรรมเช่นนี้

ทว่าความสงสัยของซูย่างก็แค่ชั่วแวบเดียว ไม่นานความคิดนั้นก็เลือนหายไป

หลังจากกินข้าวกับหลินลู่ซีแล้ว ซูย่างก็ไม่มีอารมณ์จะเดินช้อปปิ้ง เพียงแค่รูดบัตร แล้วให้พนักงานส่งของทุกชิ้นที่หลินลู่ซีถูกใจไปที่คอนโด

ก่อนจะกลับ หลินลู่ซีก็เอ่ยเตือนขึ้นมาอย่างกะทันหันว่า “จริงสิ ย่างย่าง ก่อนหน้านี้เธอยุ่งตลอด ฉันเลยยังไม่ได้บอกเลยว่า ศาสตราจารย์เวินช่วงนี้สุขภาพไม่ค่อยดี ถ้ามีเวลาก็ไปเยี่ยมท่านหน่อยนะ”

ศาสตราจารย์เวินเป็นอาจารย์ของซูย่างสมัยมหาวิทยาลัย นับได้ว่าเป็นผู้มีพระคุณทางวิชาการด้านจิตวิทยาของเธอ ซูย่างจดจำไว้ในใจ ก่อนจะนั่งรถกลับไปยังคอนโดเล็ก ๆ ของตัวเอง

หลังจากย้ายออกจากตระกูลฝู่แล้ว ซูย่างมีคอนโดเล็ก ๆ อยู่ใกล้กับหลินลู่ซี ปกติก็มีคนมาทำความสะอาดอยู่แล้ว เธอจึงพักอาศัยที่คอนโดนั้นไปก่อนชั่วคราว

ไม่คาดคิดเลยว่า พอเธอมาถึงด้านล่างคอนโด ก็เห็นฝู่ฉินซีพิงรถยืนรอเธออยู่

ในรถยังมีผู้หญิงคนหนึ่งนั่งอยู่ หน้าตางดงามอ่อนหวาน คิ้วตาอ่อนโยนชวนให้เอ็นดู

ซูย่างเหลือบตามองไป ใจเต้นวูบหนึ่ง ก็จริงอยู่ ช่างเป็นลักษณะที่ฝู่เฉินซีน่าจะชอบเลยทีเดียว

พอเห็นเธอ ผู้หญิงคนนั้นก็ลงจากรถ ควงแขนฝู่เฉินซีเดินตรงมาหาเธอ รอยยิ้มอ่อนโยนเป็นมิตร พร้อมยื่นมือออกมา

“สวัสดี ซูย่าง ฉันชื่อกู้อวี่หนิง”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • หย่าครั้งนั้น ฉันเกิดใหม่ในเส้นทางของตัวเอง   บทที่ 425

    หรงอวี้ฟุบหน้าอยู่กับพวงมาลัย บนหน้าผากเต็มไปด้วยเม็ดเหงื่อผุดซึม“หรงอวี้!” เธอร้องเรียกชื่อหรงอวี้อย่างหมดเรี่ยวแรงกระจกหน้าต่างรถคาเยนแตกละเอียด แถมประตูรถก็ยุบตัวลึกลงไปเป็นวงกว้างถุงลมนิรภัยในรถของหรงอวี้พองตัวออก อัดร่างเขาติดอยู่ภายในห้องโดยสาร“หรงอวี้! รีบตื่นสิ!”ภายใต้เสียงตะโกนเรียกนับครั้งไม่ถ้วน ในที่สุด หรงอวี้ก็ลืมตาขึ้น เขาขยับตัวเล็กน้อยการขยับตัวขณะถูกอัดด้วยถุงลมนิรภัยนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย ชายหนุ่มรู้สึกปวดร้าวบริเวณต้นขาเหลือเกินเขาพูดด้วยเสียงแหบพร่า “ย่างย่าง ผมไม่เป็นไร แล้วคุณล่ะ?”ตอนนี้ ซูย่างหลงลืมเรื่องราวที่ผ่านมาหมดสิ้น ดวงตาของเธอแดงเรื่อขณะจ้องมองหรงอวี้ “ฉันไม่เป็นไรค่ะ ว่าแต่คุณจะออกมายังไง?”“โทรขอความช่วยเหลือหรือยัง?” หรงอวี้ถามเมื่อซูย่างหยิบโทรศัพท์มือถือออกมา ก็พบว่าไม่มีสัญญาณ จึงโทรขอความช่วยเหลือไม่ได้“ไม่มีสัญญาณเลยค่ะ” เมื่อครู่ตอนอยู่บนสะพาน สัญญาณโทรศัพท์ของเธอก็ขาด ๆ หาย ๆ อยู่แล้วรถยนต์ที่ขับไล่ล่าเธอนั้น คันหนึ่งร่วงตกเหวไปแล้ว ส่วนอีกคันก็ถูกชนจนพลิกคว่ำ ในรถสองคันนี้คงต้องติดตั้งเครื่องตัดสัญญาณเอาไว้แน่ซูย่างมองไ

  • หย่าครั้งนั้น ฉันเกิดใหม่ในเส้นทางของตัวเอง   บทที่ 424

    ซูย่างขับรถพุ่งทะยานไปข้างหน้าด้วยความเร็วเต็มอัตรา ส่วนด้านหลังก็ยังมีรถสีดำสองคันขับตามมาติด ๆเสียงเรียกเข้าของโทรศัพท์ดังขึ้นไม่หยุด เธออยากรับสายใจจะขาด แต่สถานการณ์ตอนนี้ทำให้เธอไม่กล้าแม้แต่ขยับตัว เสียงล้อรถเสียดสีกับพื้นถนนดังสนั่นจนน่าขนลุกตลอดทางมีแต่ฝุ่นควันฟุ้งตลบ รถคันหลังยังคงพุ่งชนรถของเธออย่างไม่คิดชีวิต คล้ายกับพร้อมจะตกตายไปตามกัน เธอมั่นใจว่าคนที่โทรหาเธอขณะนี้จะต้องเป็นหรงอวี้แน่ เมื่อกี้พอได้ยินเธอบอกไปแบบนั้น หรงอวี้คงร้อนใจไม่ใช่น้อยแต่รถยนต์คันหลังก็ยังคงไล่ล่าไม่ลดละ ในช่วงเวลาหน้าสิ่วหน้าขวานเช่นนี้ เธอไม่อาจชะล่าใจได้เลยแม้แต่นิดเดียวเพียงแต่เธอประเมินความดื้อรั้นของคนพวกนั้นต่ำเกินไป เมื่อมาถึงบริเวณหัวโค้งแห่งหนึ่ง สติของซูย่างก็เริ่มเลื่อนลอย ความคิดความอ่านสับสน เธอขบกรามกรอด บังคับตัวเองให้ตั้งสติอีกครั้งถนนบนภูเขาทั้งคดเคี้ยว คับแคบและสูงชัน หากไม่ทันระวังก็อาจตกถนน และถ้ารถพลิกคว่ำตกลงไป นั่นก็หมายถึงความตายอย่างไม่ต้องสงสัยท้องฟ้ามืดแล้ว ถนนบนภูเขาที่ไร้ซึ่งเสาไฟฟ้ายิ่งทวีความอันตราย รถคันหลังเปิดไฟสูงสาดส่องมาโดยตรง พร้อมทั้งกะพริบไฟเป็นร

  • หย่าครั้งนั้น ฉันเกิดใหม่ในเส้นทางของตัวเอง   บทที่ 423

    ฝู่หยาฮุ่ยคิดไม่ถึงว่าคนเป็นแม่จะพูดเช่นนี้ จึงถอนหายใจด้วยความจนปัญญา แม่ฝู่มองออกว่าลูกสาวตัดสินใจแน่วแน่ แต่ในท้องของกู้อวี่หนิงก็คือทายาทตระกูลฝู่ หากกู้อวี่หนิงติดคุกขึ้นมาจริง ๆ เด็กน้อยก็ต้องเกิดมาพร้อมตราบาปติดตัวไปชั่วชีวิตทันใดนั้น แม่ฝู่ก็มองฝู่หยาฮุ่ยก่อนคุกเข่าลงหัวใจของฝู่หยาฮุ่ยกระตุกวูบ เธอไม่อยากเห็นแม่ฝู่ต้องยอมทำถึงขั้นนี้เพื่อเด็กคนหนึ่งเลยจริง ๆ“แม่คะ หนูยอมแล้ว!” เธอกัดฟันกรอดพูดออกไปตอนแรกเข้าใจว่าตัวเองยินดีสละได้ทุกอย่างเพื่อผลประโยชน์ แต่เมื่อเห็นแม่ฝู่คุกเข่าลงตรงหน้า เธอก็ยังไม่อาจควบคุมตัวเองได้อยู่ดีหลังงานเทศกาลโคมไฟจบลง ซูย่างก็รู้สึกขมขื่นอยู่ในใจ ซึ่งเมื่อก่อนเธอไม่เคยมีความรู้สึกเช่นนี้เธอเพียงไม่รู้ว่าควรจัดการกับความสัมพันธ์ระหว่างตนเองกับหรงอวี้อย่างไร ความเย็นชาในอดีตราวกับถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกแปลกใหม่หลังงานเทศกาลโคมไฟ มันคืออารมณ์ที่สลับสับเปลี่ยนไปมาระหว่างความอยากถอยห่างกับความกระตือรือร้นซูย่างขับรถไปบนสะพานข้ามเมือง ซึ่งเป็นสะพานที่เชื่อมต่อระหว่างเมืองหนานเฉิงกับเกาะซงอู้ด้วยความที่เกาะซงอู้ถูกทิ้งร้างมานาน สะพานข้ามเมืองแ

  • หย่าครั้งนั้น ฉันเกิดใหม่ในเส้นทางของตัวเอง   บทที่ 422

    แม่ฝู่พลันชี้หน้าคำรามใส่ซูย่างทันที "นังแพศยา! นี่แกตั้งใจแกล้งกันชัด ๆ ทั้งที่รู้อยู่เต็มอกว่าอวี่หนิงเองก็เป็นเหยื่อ เรื่องทั้งหมดเป็นฝีมือของนังผู้หญิงที่ชื่อเวินจ่านคนนั้น! ทำไมถึงไม่ไปแจ้งความจับหล่อนล่ะ? หรือว่าแกเก่งแต่กับคนที่อ่อนแอกว่าเท่านั้น?"ซูย่างแค่นหัวเราะ "คุณไม่รู้หรือไงคะว่าคนที่ปล่อยหลักฐานมัดตัวกู้อวี่หนิงจนดิ้นไม่หลุดน่ะก็คือเวินจ่าน? จะว่าไปตัวการใหญ่ในเรื่องนี้ก็คือเวินจ่านไม่ใช่เหรอ? คุณนายฝู่เอาแต่วิ่งโร่มาหาฉัน แต่กลับไม่ไปหาหล่อน หรือเป็นเพราะเก่งแต่กับคนที่อ่อนแอกว่าเหมือนกันล่ะคะ?""นี่แก!" แม่ฝู่โกรธจัดจนหน้าซีด ซูย่างไม่ยอมปล่อยให้อีกฝ่ายได้จับผิดต่อ จึงจ้องมองแม่ฝู่ด้วยความเย็นชาห่างเหิน "เชิญออกไปได้แล้วค่ะ ที่นี่ไม่ต้อนรับคุณ"แม่ฝู่ทิ้งท้ายไว้อีกประโยคหนึ่งก่อนไปว่า "แล้วเราจะได้เห็นดีกัน!"ภายในโรงพยาบาลจิตเวช ฝู่หยาฮุ่ยเพิ่งกินมื้อเช้าเสร็จ เธออยู่ที่นี่มาหลายวันจนเริ่มเกิดความคุ้นชิน และตั้งแต่ที่แม่ฝู่เที่ยวมาเซ้าซี้ให้เธอยอมรับผิดแทนคนอื่น ฝู่หยาฮุ่ยก็เลิกหวังที่จะได้ออกไปจากที่นี่แล้วเธอถึงขั้นเริ่มกลัวว่าจะมีใครมาเยี่ยม เพราะไม่อยากได้ย

  • หย่าครั้งนั้น ฉันเกิดใหม่ในเส้นทางของตัวเอง   บทที่ 421

    ซูย่างรับแบบทดสอบมาดู และหยิบปากกาหมึกแดงขึ้นมาตรวจแก้ด้วยความตั้งใจไม่นาน เธอก็นำแบบทดสอบอีกชุดมาวางลงตรงหน้าหรงอวี้ ก่อนพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนว่า “เดี๋ยวคุณตอบคำถามฉันพร้อมกับทำแบบทดสอบชุดนี้ไปด้วยนะคะ หนึ่งคำถามต่อหนึ่งข้อ”ขณะเดียวกัน เธอก็หยิบนาฬิกาจับเวลาขึ้นมาถือถึงหรงอวี้จะไม่เข้าใจนัก แต่ก็ยังพยักหน้าตอบรับด้วยความมึนงงซูย่างมองดูเขาก้มหน้าลงมือทำอย่างตั้งใจ แบบทดสอบชุดนี้เป็นโจทย์คณิตศาสตร์ระดับสูงทั่วไป แม้ไม่ได้ยากเย็นอะไร แต่ก็ต้องอาศัยความรอบคอบและระมัดระวัง หากเหม่อลอยเพียงนิดก็อาจตอบผิดได้ทันทีเธอถามว่า “เมื่อสามปีก่อน คุณมีแฟนไหม?”ปลายปากกาของหรงอวี้สั่นไหว นึกไม่ถึงเลยว่าพอเริ่มมาก็... เข้าประเด็นทันทีเขาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง จึงตอบ “มีครับ”ซูย่างมองเขาทำโจทย์ข้อแรกเสร็จ ก็กดนาฬิกาจับเวลาเพื่อบันทึกเวลาไว้เมื่อหรงอวี้เริ่มลงมือทำโจทย์ข้อที่สอง ซูย่างก็ถามต่อ “บอกฉันหน่อยสิ แฟนของคุณคือเวินจ่านใช่ไหม?”“ไม่ใช่!” เขาตอบกลับด้วยความหนักแน่น“งั้นคุณรู้จักฉันหรือเปล่า?” เธอถามขึ้นอีกครั้งหรงอวี้เขียนตัวหนังสือลงไปบรรทัดหนึ่ง “ไม่ทำแล้วครับ”เขาค่อย ๆ

  • หย่าครั้งนั้น ฉันเกิดใหม่ในเส้นทางของตัวเอง   บทที่ 420

    สีหน้าเธอผ่อนคลายลง ขณะมองฝู่เฉินซีด้วยความเคร่งขรึมพลางกล่าว “ถึงฉันจะรวบรวมหลักฐานเอาผิดเมียคุณได้แล้วจริง ๆ แต่ฉันยังไม่ทันได้ส่งให้ตำรวจ เมียคุณก็ถูกจับไปซะก่อน”กล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ เธอไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่กู้อวี่หนิงถูกจับกุมในครั้งนี้ฝู่เฉินซีเบิกตาโต ไม่อยากเชื่อในสิ่งที่ได้ยินหมายความว่าคนที่ไปแจ้งความครั้งนี้ไม่ใช่ซูย่างงั้นเหรอ? แล้วมันจะเป็นใครไปได้ล่ะ?“แต่นอกจากคุณที่มีเหตุผลให้แจ้งความแล้ว คนอื่นก็ไม่มีเหตุผลอะไรให้ต้องมายุ่งเรื่องชาวบ้านสักหน่อย” ฝู่เฉินซีขมวดคิ้วมุ่นซูย่างหัวเราะหยัน “ฝู่เฉินซี อย่าลืมสิว่ากู้อวี่หนิงยังมีศัตรูคนอื่นอยู่อีกนะ เช่น คุณหนูเวินจ่านที่คิดใช้เมียคุณเป็นแพะรับบาปนั่นไง”ฝู่เฉินซีพลันเข้าใจขึ้นมาในทันใด ใช่แล้ว! ยังมีเวินจ่านอีกคน! เขาหวนนึกถึงคำพูดของกู้อวี่หนิง เวินจ่านคงกลัวว่าอีกไม่นานซูย่างต้องสืบสาวมาถึงตัวแน่ จึงได้พยายามหาวิธีทำให้กู้อวี่หนิงกลายเป็นแพะรับบาปแบบนี้ฝู่เฉินซีทอดถอนใจ ก่อนพูดกับซูย่างด้วยความรู้สึกผิด “ซูย่าง เรื่องก่อนหน้านี้กู้อวี่หนิงทำไม่ถูกจริง ๆ ฝ่ายหยาฮุ่ยเองก็ผิดต่อคุณมาก แต่ตอนนี้หยาฮุ่ยเข้าไปอยู

  • หย่าครั้งนั้น ฉันเกิดใหม่ในเส้นทางของตัวเอง   บทที่ 302

    แม่ฝู่ขอบตาแดงก่ำ ดึงฝู่หยาฮุ่ยเข้ามากอดในอ้อมอก พลางพูดด้วยความปวดใจ "หยาฮุ่ย ทั้งหมดเป็นเพราะแม่ไม่ดีเอง ถึงปล่อยให้นังแพศยานั่นรังแกลูกมาตลอด! ไม่รู้ตระกูลเราไปทำเวรทำกรรมอะไรไว้ ถึงได้ไปยุ่งกับตัวหายนะอย่างนังซูย่างมันแบบนี้!"ฝู่เฉินซีหัวเราะด้วยความโมโห "แม่ครับ ครั้งนี้ถ้าไม่ใช่เพราะซูย่าง ป

  • หย่าครั้งนั้น ฉันเกิดใหม่ในเส้นทางของตัวเอง   บทที่ 294

    กลิ่นเหล้าคลุ้งเชียว เขาดื่มมาสินะเมื่อเธอช่วยประคองไปนั่งบนโซฟา มือของหรงอวี้ก็คว้าหมับเข้าที่แขนของซูย่าง ขณะปากพึมพำเรียกหา "ย่างย่าง...""คุณมาทำอะไรที่เซนต์น็อก? แล้วนี่มาหาฉันทำไม?" เธอถามสิ่งที่รู้ดีว่าคงไม่มีการตอบรับหรงอวี้ขมวดคิ้วมุ่น คล้ายกำลังฝันร้าย เอาแต่เรียกชื่อเธอไม่หยุดปาก"อ

  • หย่าครั้งนั้น ฉันเกิดใหม่ในเส้นทางของตัวเอง   บทที่ 312

    ซูย่างเองก็ร้อนใจ แต่หาอยู่ไม่นานก็พบบันไดสภาพครึ่งดีครึ่งชำรุดอันหนึ่ง จึงนำไปพาดไว้กับผนัง แล้วค่อย ๆ ปีนขึ้นไป"คุณนี่เอง!"ตำแหน่งของหน้าต่างอยู่สูงมาก เมื่อเธอโผล่พ้นขอบหน้าต่างออกมา ก็เห็นเอริคกำลังยืนรอด้วยความกระวนกระวายใจดูเหมือนว่าตอนที่ซูย่างกำลังหาบันไดเมื่อครู่นี้ เอริคคงจะลากกองฟาง

  • หย่าครั้งนั้น ฉันเกิดใหม่ในเส้นทางของตัวเอง   บทที่ 287

    ก่อนหน้านี้ เธอไม่เคยคิดเลยว่าจะต้องมาพบเจอเรื่องแบบนี้ โดยเฉพาะการต้องเผชิญหน้ากับหรงอวี้ในสภาพนี้ด้วยเวินจ่านคีบอาหารให้หรงอวี้ พลางพูดคุยกับเขาอย่างสนิทสนมด้วยถ้อยคำที่เธอฟังไม่เข้าใจความอึดอัดถาโถมเข้ามาต่อเนื่อง ซูย่างยกชาขึ้นจิบ ชาของภัตตาคารหมิงเจินช่างหอมกรุ่นดีแท้หลังเธอย้ายมานั่งด้วย

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status