Se connecterรักแค่ไหน สุดท้ายต้องปล่อยมือ หัวใจพายุไม่เคยมีผู้หญิงที่ชื่อดาหลา สิ่งเดียวที่เขารู้สึกต่อเธอคือ ‘เกลียดชัง’
หมอกที่ลอยคลุมเหนือยอดเขาทำให้ใจที่ร้อนรุ่มของพายุสงบลงได้บ้าง นักธุรกิจหนุ่มมองผ่านกระจกออกไปนอกตัวรถที่โดยสาร เขาเทกโอเวอร์กิจการที่ร่อแร่มานานไม่ใช่เพราะต้องการสร้างผลกำไรจากรีสอร์ตกลางป่ากลางเขา แค่เพราะอยากหาที่พักผ่อนระหว่างมาทำงาน และใช้เป็นที่หลีกหนีจากความวุ่นวายของเมืองหลวงและผู้คนรอบตัว ซึ่งที่นี่ก็เหมาะให้หลบเร้นจากเรื่องที่ไม่ต้องการเผชิญ
ไม่เพียงแต่ราคาถูก แต่ทัศนียภาพยังถูกใจ แม้ยังไม่เคยเห็นกับตา เห็นแค่ผ่านรูปถ่าย แต่ธนกรที่เป็นตัวแทนมาดูบอกว่าควรค่าแก่การครอบครอง
“คนของคุณหญิงส่องศรีโทร. มาครับ”
อยู่กับตัวเองได้ไม่นาน เลขาก็พูดเรื่องที่เขาไม่อยากได้ยินขึ้นมา “บอกไปว่าผมติดงาน ไม่สะดวกไปหาใครทั้งนั้น”
“ครับ” นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ธนกรต้องรับหน้าแทนเจ้านาย คุณหญิงส่องศรีซึ่งเป็นย่าของพายุ พยายามจับคู่ให้หลานชายหลายต่อหลายครั้ง ทว่าความพยายามอยู่ห่างไกลคำว่าสำเร็จนัก พายุไม่ยอมเปิดใจรับผู้หญิงคนไหนตั้งแต่หย่ากับอดีตภรรยา อาจเพราะลืมดาหลาไม่ได้ หรือเพราะห่วงความรู้สึกลูกชาย
รถอเนกประสงค์ชะลอจอดที่ด้านหน้ารีสอร์ต มีพนักงานหลายสิบชีวิตยืนรอต้อนรับ ใบหน้าแต่ละคนล้วนประดับไว้ด้วยรอยยิ้ม ทว่าแววตากลับต่างออกไป หลายคนบอกชัดถึงความเหนื่อยล้า บ้างเห็นชัดเจนถึงความกังวล อาจเพราะก่อนหน้าเจ้าของคนเดิมของคีรีธารารีสอร์ตประกาศปิดกิจการ
“ไม่ได้แจ้งผู้จัดการรีสอร์ตเหรอว่าผมไม่ต้องการให้เอิกเกริก” ด้วยนิสัยไม่ชอบความวุ่นวาย ทายาทเศรษฐีอย่างพายุ พงศ์กฤตกุล จึงแทบไม่ปรากฏตัวตามงานสังคม หากว่าไม่ใช่งานของคนสนิทจริงๆ ไม่มีทางแน่ที่จะได้เห็นชายหนุ่ม ยิ่งไม่ต้องพูดเรื่องส่วนตัว ถ้าไม่ได้ออกจากปากเจ้าตัว หน้าไหนก็ไม่มีใครกล้าถาม กล้ายุ่ง ด้วยทุกคนรู้ดีว่าพายุเป็นคนยังไง
“แจ้งแล้วครับ” ธนกรเองก็ไม่เข้าใจว่าทำไมพนักงานที่สวมชุดยูนิฟอร์มแบบเดียวกันถึงได้มายืนเรียงแถวรอเจ้านายเขา น่าไล่ผู้จัดการรีสอร์ตออกจริงๆ! “ให้ผมบอกพวกเขาแยกย้ายก่อนไหมครับท่าน”
“ไม่เป็นไร” พายุมองหน้าพนักงานทุกคนตั้งแต่คนแรกจนถึงคนสุดท้ายผ่านกระจกรถซึ่งติดฟิล์มทึบ คนข้างนอกไม่สามารถมองทะลุเข้ามาได้ “พวกเขาอุตส่าห์มารอ ผมจะทักทายสักหน่อย”
ประตูรถอเนกประสงค์เปิดออก พนักงานรีสอร์ตพร้อมใจกันยกมือไหว้เจ้านายคนใหม่ ในใจล้วนแต่หวังว่าตนจะยังมีงานทำ
“ยินดีต้อนรับนะคะคุณพายุ” ผู้จัดการแผนกต้อนรับมอบช่อดอกไม้ที่ตระเตรียมไว้ให้ผู้บริหารคนใหม่พร้อมลอบมองเจ้าของใบหน้าหล่อเหลาที่นึกไม่ถึงว่าเศรษฐีที่ซื้อรีสอร์ตใกล้เจ๊งจะยังหนุ่มแน่น
“ขอบคุณมาก”
“นุจเป็นผู้จัดการแผนกต้อนรับนะคะ” นุจรีย์แนะนำตัวและไม่ลืมแนะนำคนอื่นคร่าวๆ ให้ผู้บริหารรีสอร์ตรู้จัก “ความจริงแผนกต้อนรับยังมีอีกสองคน แต่นุจมอบหมายให้ไปทำความสะอาดและสำรวจความเรียบร้อยบ้านพักคุณพายุค่ะ”
ระบบการบริหารจัดการภายในค่อนข้างทำให้พายุไม่พอใจ ถึงแม้เขาไม่ได้คิดหากำไรจากที่นี่ ทว่าเมื่อได้ชื่อว่าเป็นผู้บริหารแล้วจะปล่อยให้รีสอร์ตภายใต้การดูแลเละเทะได้อย่างไร “แผนกต้อนรับทำหน้าที่รับรองลูกค้า เป็นด่านแรกของการรับรองแขกที่เข้ามาใช้บริการ ทำไมถึงได้ข้ามไปทำหน้าที่เป็นพนักงานทำความสะอาด”
“คือว่า..” นุจรีย์หน้าเสีย เป็นจริงอย่างที่พายุว่า หน้าที่ของพนักงานต้อนรับไม่ใช่การทำความสะอาด แต่จะให้ทำอย่างไรได้ ในเมื่อไม่มีทางเลือก “แม่บ้านที่เคยทำงานที่นี่ลาออกกันไปหมดก่อนที่คุณกิตติจะขายกิจการค่ะ เพราะไม่ได้รับเงินเดือนติดต่อกันสามเดือน”
เจ้าของคนใหม่ของคีรีธารารีสอร์ตถอนหายใจ ดูเหมือนว่าที่นี่มีหลายอย่างต้องจัดการ “คุณธนกร พรุ่งนี้นัดประชุมผู้จัดการทุกแผนกของรีสอร์ตให้ผมด้วย”
“ครับ”
นุจรีย์ค่อยๆ ผ่อนลมหายใจออกช้าๆ ด้วยกลัวว่าจะทำให้เจ้านายคนใหม่ไม่พอใจ พายุน่าเกรงขามเสียจนพนักงานพร้อมใจกันก้มหน้าหลบสายตาชายหนุ่ม ทว่านางทำอย่างนั้นไม่ได้ เพราะมีหน้าที่ของตนที่ต้องทำ
ยิ่งดิเรกผู้จัดการรีสอร์ตที่นอนรักษาตัวอยู่โรงพยาบาลด้วยเมื่อวานขี่รถจักรยานยนต์ล้ม ฝากฝังให้ช่วยรับรองเจ้านายคนใหม่ นางจะทำอะไรผิดพลาดไม่ได้ “คุณพายุพึ่งมาครั้งแรก ให้นุจพาไปที่บ้านพักผู้บริหารนะคะ”
หนึ่งปีหลังการแต่งงาน ‘บ้านของพวกเรา’ ยังวุ่นวายเหมือนเดิมเพิ่มเติมคือแพนเตอร์มีน้องสาวเพิ่มมาหนึ่งคนชื่อ ‘พุดพิชญา’ แพนเตอร์เห่อน้องมาก พายุเองไม่ต่างกัน ส่วนเธอ.. เธอมีความสุขที่สุดเลยล่ะ แต่ไม่ใช่จะสุขตลอดหรอกนะ มีคลื่นความทุกข์เข้ามากระทบครอบครัวเราเป็นระลอก แต่ทุกครั้งพวกเราจับมือกันผ่านไปได้เสมอซึ่งความทุกข์ที่ว่าไม่ได้มาจากใครที่ไหน แต่เป็นคนใกล้ตัวนี่แหละ ปัญหาที่ไม่อาจแก้ไขได้ ทำได้แค่ต้องทนอยู่ให้ได้คุณหญิงส่องศรี ย่าและย่าทวดของพายุกับลูกๆ เธอ แวะเวียนมาที่บ้านหลายครั้ง ท่านยังไม่ล้มเลิกเรื่องพยายามหาหลานสะใภ้แสนเพอร์เฟกต์ให้พายุ ท่านอยากได้ผู้หญิงเพียบพร้อมมาเคียงข้างหลานชาย แต่หลานชายของท่านกลับรักเพียงแต่เธอนี่สินอกจากรักมั่นคง พายุยังปกป้องครอบครัว ไม่ให้ใครหรืออะไรมาแตะต้องได้ ปรียาดาเคยพยายามหาเรื่องเธอ แต่ถูกพายุปรามครั้งเดียวก็อยู่หมัด หลังจากนั้นยายนั่นไม่มายุ่งกับเธออีกเลย“อุแว้~ อุแว้!” หนูพุดหรือพุดพิชญาร้องไห้ดังลั่นคนที่เคยมีประสบการณ์เลี้ยงลูกมาแล้วรู้เลยว่าลูกไม่สบายก้น“ลูกอึเหรอคะ”“ครับ เดี๋ยวพี่เปลี่ยนแพมเพิร์สให้ลูกเอง”“มาค่ะ พายช่วยดีกว่า” รู้ว่
“พาย”“ป้านุจ” เธอหันไปหาคนที่เรียกชื่อแปดเดือนแล้วสินะที่ดาหลาลาออกจากที่นี่ พอได้เห็นคนที่นางเอ็นดูเหมือนลูกหลานไปมีชีวิตที่ดี นุจรีย์ก็น้ำตาจะไหล “ลุงผึ้งได้ปลาสดๆ มาน่ะ ป้าเลยทำแกงปลาที่พายชอบมาให้”“ขอบคุณนะคะป้านุจ” ยังจำวันแรกที่มาที่นี่ได้ นุจรีย์พาเธอไปสมัครงานกับป้าก้อย ป้าก้อยเป็นคนสัมภาษณ์งานเธอ ให้โอกาสเธอ ส่วนนุจรีย์คอยจัดการทุกอย่างให้ลูกนกตัวน้อยที่พลัดถิ่นมา ส่วนกนกนุช พนักงานที่ใช้ห้องพักห้องเดียวกัน พี่สาวคนสวยถึงแม้จะปากร้ายบ้างบางเวลา ทว่ากนกนุชดีกับเธอนักทุกคนที่นี่ดีกับเธอ กลับมาทีไรเหมือนได้กลับบ้าน “ไม่รู้จะขอบคุณป้านุจยังไงดีเลยค่ะ”“อะไรกัน จะซึ้งทำไม แค่แกงปลาหม้อเดียวเอง”“ป้านุจ” ดาหลาโผเข้ากอดผู้จัดการแผนกต้อนรับ เธอไม่เคยมีแม่ ไม่รู้ว่าความรักจากแม่เป็นยังไง แต่ในความรู้สึก นุจรีย์คือแม่ของเธอ หากมีใครสักคนมาถามเธอว่าเธอมีญาติหรือเปล่า ญาติเธอคือใคร เธอคงตอบไปโดยไม่ต้องคิดว่าทุกคนที่นี่แหละญาติเธอ “ขอบคุณที่เมตตาพายมาตลอดนะคะ”“โอ๊ย! พาย อย่าทำอย่างนี้” นุจรีย์แอบเช็ดน้ำตา นางไม่อยากให้ดาหลาเห็น อย่างน้อยก็ขอรักษามาดผู้จัดการจอมเนี้ยบจอมดุหน่อยเถอะลู
ผู้โพสต์อินสตาแกรมมองผ่านคอมเมนต์ประธานวงศ์ไปที่ดาหลา เขาโกรธเกลียดไอ้ดล แต่ในขณะเดียวกันก็เข้าใจมันว่าเวลาที่เราอยากครอบครองใครสักคน เราไม่สนใจหรอกว่าต้องใช้วิธีใดเพื่อให้ได้มา ขอแค่ได้ในสิ่งที่ปรารถนามาไว้ในอุ้งมือเป็นพอ“พี่พายุไม่กินเหรอคะ อร่อยนะ”“เอาของพี่ไปแบ่งกับลูกไป” เขาเลื่อนถ้วยไอติมให้ดาหลาจำได้ว่าวันนั้นที่สวนสนุก พายุเคยแบ่งเค้กให้เธอเหมือนอย่างวันนี้ที่เขาใจดีอีกแล้ว “พี่พายุจำร้านที่เคยพาพายกับลูกไปกินได้ไหมคะ วันที่เราไปเที่ยวสวนสนุกกันน่ะค่ะ ร้านอาหารที่แพนเตอร์เกือบตกบ่อปลา”“อ้อ!” พายุหัวเราะ เขานึกถึงความซุกซนตามประสาเด็กของลูกชายแล้วอดขำไม่ได้ “เกือบไปแล้วนะแพนเตอร์ เกือบได้ไปว่ายน้ำป๋อมแป๋มแข่งกับพี่ปลาแล้ว ว่าแต่ขาสั้นๆ จะว่ายน้ำได้ไหมน้อ”แพนเตอร์เงยหน้าขึ้นจากถ้วยไอติม ทำปากยื่นปากยาวใส่พ่อที่ว่าแพนเตอร์ขาสั้น “ไม่ใช่ซะหน่อย แพนเตอร์สูง”พ่อแม่แพนเตอร์หัวเราะขึ้นพร้อมกัน ดาหลาลูบศีรษะลูก แต่เธอไม่ป้อนไอติมให้ลูกหรอกนะ เธอจะแย่งกิน“ขอแม่กินหน่อยนะแพนเตอร์ ไอติมอร่อยมาก”“แง้~ แม่คร้าบ แบ่งแพนเตอร์บ้าง”ระหว่างระอากับเอ็นดู สำหรับพายุมีเส้นบางๆ กั้นอยู่ครอ
ดาหลามองอมยิ้มในมือที่ลูกยื่นให้ เธอไม่ได้รับไว้แต่กระซิบบอกลูกชายแทนว่า “แม่มีความลับจะบอกแพนเตอร์”“อะไรฮะ” หนูน้อยทำหน้าตื่นเต้นตาโตรอฟัง“พ่อแพนเตอร์น่ะชอบกินอมยิ้มมาก ถ้าแพนเตอร์เอาไปให้พ่อ ไม่แน่นะ พ่ออาจจะใจดีพาแพนเตอร์ไปกินไอติมก็ได้”“จริงเหรอคะ”พยักหน้าปุ๊บ เจ้าหมาน้อยของดาหลาก็วิ่งดุ๊กดิ๊กนำหน้าแม่ไปที่รถพ่อ ทว่าก็ยังต้องเป็นแม่อยู่ดีที่อุ้มลูกขึ้นนั่งเบาะหลัง เพราะพิพัฒน์ขาสั้นเกินกว่าจะปีนขึ้นเองได้“พ่อฮะๆ” พิพัฒน์ที่นั่งอยู่บนคาร์ซีตเรียกพ่อ“ว่าไงฮึ”“แพนเตอร์มีของจะให้ด้วย”“โอ้.. แพนเตอร์มีอะไรจะให้พ่อหนอ”เด็กอนุบาลสามขวบยิ้มแฉ่ง ไม่ใช่อะไร แพนเตอร์จินตนาการถึงไอติมรสชาติอร่อย “อมยิ้มฮะ แพนเตอร์ให้”“หืม” พายุหันมองแม่พิพัฒน์ ดาหลาต้องรู้เรื่องแน่ว่าทำไมลูกเอาอมยิ้มให้เขา ปกติแพนเตอร์เคยเอาของพวกนี้ให้เขาเสียที่ไหน“มาแพนเตอร์ ส่งมาให้แม่ เดี๋ยวแม่ยื่นให้พ่อครับ” ดาหลารับอมยิ้มจากมือน้อยมา เธอยื่นมันไปตรงหน้าคุณพ่อที่กำลังขับรถพาเรามุ่งตรงกลับบ้าน “ลูกให้ค่ะคุณพ่อ คุณพ่อจะได้ยิ้มเยอะๆ”โถ.. หมาน้อยของพ่อ “ขอบคุณนะครับแพนเตอร์ รักลูกที่สุด”“อย่าลืมไอติมแพนเตอร์นะ”
“นังพาย!” ดาหลาโผล่มาจากไหน นางนึกว่ามันไสหัวไปตั้งนานดาหลากางปีกปกป้องพ่อของลูก คุณหญิงส่องศรีเป็นย่า เป็นผู้มีประคุณของพายุ แต่ท่านไม่มีสิทธิ์มาพูดจาทำร้ายจิตใจชายหนุ่ม เรื่องที่ได้ยินเมื่อครู่เธอไม่รู้ว่าจริงแท้แค่ไหน แต่หากพายุไม่ใช่ลูกของคุณหญิงกิ่งมาลาตามที่หลายคนรวมถึงเธอเข้าใจ ผู้หญิงอีกคนที่ย่าชายหนุ่มด่าสาดเสียเทเสียคงเป็นแม่พายุ ย่าพิพัฒน์ ย่ากมลเนตร..มีอย่างที่ไหนมายืนด่าแม่ให้ลูกฟัง คุณหญิงส่องศรีนี่แก่เพราะหัวหงอกแต่ไม่น่าเคารพเลยจริงๆ“บ้านนี่เป็นของพายครึ่งหนึ่ง อย่าหาว่าเสียมารยาทเลยนะคะ เชิญคุณหญิงส่องศรีกลับไปเถอะค่ะ อ้อ! เลิกจับคู่ให้พี่พายุได้แล้วนะคะ เพราะพี่พายุเป็นสามีพาย” ดาหลาควงแขนผู้ชายที่เธอพูดเต็มปากว่าเขาคือสามีให้คุณหญิงส่องศรีได้ชม “ป้ากระถินคะ ป้ากระถิน”“ค่ะคุณพาย ป้ามาแล้วค่ะ”“พายรบกวนส่งแขกหน่อยค่ะ บ้านเราต้องการความสงบแล้ว”สารถีหนุ่มหล่อรู้สึกตัวอยู่ตลอดเวลาว่าตนถูกจับจ้องตั้งแต่ล้อหมุนออกจากบ้าน จนกระทั่งมาได้ครึ่งทาง ดาหลายังไม่หยุดมอง “หน้าพี่มีอะไรแปลกหรือเปล่า”“พี่พายุอยากเล่าอะไรให้พายฟังไหมคะ ระบายกับพายได้นะ”“พายได้ยินทุกอย่างแล้วใช่
พอดาหลาไป คุณหญิงส่องศรีจึงได้พูดเรื่องที่อุตส่าห์ถ่อมาถึงที่นี่กับหลานชายคนเดียวของนาง “ย่าอยากให้แกแต่งงาน หาแม่มาดูแลแพนเตอร์”“ทำไมต้องหาครับ ในเมื่อแพนเตอร์มีแม่อยู่แล้ว”“หมายถึงนังนั่นน่ะเหรอ เฮอะ! น้ำหน้าอย่างมันไม่มีวันได้มาเป็นแม่เหลนฉันหรอก ไม่มีทาง ย่าไม่ยอมนะพายุ ย่าบอกกี่ครั้งแล้วว่าถ้าแกชอบมันก็ให้เก็บมันไว้เหมือนที่พ่อแกซ่อนแม่แกไว้ แกหัดเอาอย่างพ่อหน่อยไม่ได้หรือไง ยกย่องผู้หญิงที่ควรยกย่อง ไม่ใช่นังคนชั้นต่ำไร้หัวนอนปลายเท้า”เจริญรอยตามเจ้าสัวดุสิตหรือไม่มีทาง!“พายเป็นแม่แพนเตอร์ เป็นผู้หญิงคนเดียวที่ผมจะยอมรับเป็นเมียครับ สำหรับผม ไม่มีใครมาแทนที่พายได้ บ้านผมจะมีพายเป็นแม่ มีผมเป็นพ่อ ไม่ใช่คนอื่น ย่าล้มเลิกความคิดที่จะให้ผมแต่งงานกับผู้หญิงที่ย่าจับคู่ให้เถอะครับ เพราะย่าจะไม่มีวันสมหวัง”“แกพูดบ้าอะไรออกมา แกไม่เห็นตัวอย่างหรือไงว่า พ่อแกแต่งงานกับกิ่งมาลา สองตระกูลส่งเสริมกันแค่ไหน ถ้าสมมติพ่อแกเลือกแม่แกมาเป็นเมียแต่งล่ะ เฮอะ! ฉันไม่อยากจะคิด พงศ์กฤตกุลคงย่อยยับเพราะนังกมลเนตร นังผู้หญิงชั้นต่ำแน่”ผู้หญิงสองคนที่คุณหญิงส่องศรีกำลังจิกด่า ล้วนเป็นคนที่เขารัก







