Mag-log inเช้าวันถัดมา เมื่อเธอลุกขึ้นมาเตรียมอาหารเช้าให้เขาเหมือนทุกวัน เธอรู้ว่าคามินจะไม่มองมันด้วยช้ำ
และถ้าเขาไม่กินมัน เธอก็แค่ทิ้งมันไปโดยไม่ถามอะไร
อริสราเตรียมอาหารเช้าเสร็จเรียบร้อยแล้ว และเมื่อมองไปที่แหวนแต่งงานที่อยู่ที่นิ้วนางของเธอ
เธอก็แค่ยิ้มเศร้าๆ ก่อนที่จะขึ้นรถขับไปทำงาน
ชีวิตของเธอเป็นเพียงวงจรที่หมุนไปแบนี้ ทุกวันทุกอย่างเหมือนเดิม ไม่มีการเปลี่ยนแปลง
แม้จะรักเขามากแค่ไหน ความรักนั้นก็ไม่เคยได้รับการตอบแทนจากเขา
ในที่สุด ชีวิตของเธอก็กลายเป็นความรู้สึกที่ถูกซ่อนไว้ในทุกๆ การกระทำ
แต่ทุกครั้งที่เธอเห็นเขากลับมาบ้าน ก็ยังมีความหวังในใจของเธอ แม้ว่าเธอรู้ดีว่าเขาไม่มีวันมองเห็นหรือรู้สึกถึงความรักนั้นเลย
เช้าวันใหม่ อริสราลุกขึ้นมาทำอาหารเช้าตามปกติ เธอเตรียมเมนูง่ายๆ ที่เขาชอบ
เช่น ข้าวต้มร้อนๆ กับไข่ต้ม สักชามและน้ำส้มคั้นสดๆ
เธอเตรียมทุกอย่างเสร็จแล้วก็เดินไปวางที่โต๊ะอาหารในห้องครัวเหมือนทุกวัน ก่อนจะเดินขึ้นไปเปลี่ยนชุดไปทำงาน
เธอไม่ได้คาดหวังว่าจะเห็นเขานั่งทานอาหารเช้าหลังจากตื่นขึ้นมา
แต่ยังคงเตรียมไว้เพราะเธอรู้ว่าเขาจะไม่รู้สึกตัวจนกระทั่งเวลาผ่านไปหลายชั่วโมง
อริสราแต่งตัวเสร็จและเดินออกจากห้องไปหาผ้าเช็ดตัว
เพื่อจัดการกับการแต่งตัวและความเรียบร้อยอีกเล็กน้อยก่อนจะออกจากบ้านไปทำงาน
การที่เขาไม่พูดอะไรเลย ไม่สนใจเธอแม้แต่น้อย
ก็เหมือนเป็นเรื่องปกติของชีวิตประจำวันในบ้านนี้ มันทำให้เธอสงสัยว่าเขาคิดอย่างไรกับเธอ
สุดท้ายแล้วเขาจะแค่ทำตามที่ตกลงกันหรือไม่
ในวันนั้นที่ทำงาน อริสราเดินไปตามเส้นทางในออฟฟิศ แต่ความรู้สึกว่างเปล่าก็ยังคงตามหลอกหลอนอยู่ในใจ
เธอรู้สึกว่าตัวเองเป็นแค่เงาในชีวิตของเขา ทุกคำพูดหรือท่าทางของเขาก็ไม่เคยเกี่ยวข้องกับเธอ
เธอพยายามทำงานให้เต็มที่ ไม่ให้ความคิดเรื่องบ้านหรือคามินเข้ามารบกวน
แต่ความเงียบที่เขาทิ้งไว้ในบ้านกลับคอยตามหลอกหลอนเธอทุกวัน
ช่วงเย็นเมื่อเลิกงาน อริสรากลับมาที่บ้านและทุกอย่างเหมือนเดิม
รอคอยให้คามินกลับมาแล้วเตรียมอาหารเย็นไว้ให้เขา แม้จะรู้ว่าเขาอาจจะไม่ทาน แต่ก็ยังคงทำเพราะมันเป็นสิ่งที่เธอทำจนเป็นนิสัย
ค่ำคืนนี้คามินกลับมาบ้านและเดินตรงไปที่ห้องทำงานเหมือนเดิม ไม่ได้สนใจอาหารที่เธอเตรียมไว้
อริสราเฝ้ามองเขาจากห้องครัวแล้วถอนหายใจ เธอรู้ดีว่าเขากำลังอยู่ในโลกของเขา ไม่สนใจใยดีเธอเลยแม้แต่น้อย
"คุณจะทานข้าวหรือเปล่าคะ?" เธอถามเบาๆ แต่ก็รู้ดีว่าเขาจะไม่ตอบอะไรเหมือนเดิม
คามินไม่ได้หันมามองเธอเลย เขาก็แค่ยกมือขึ้นแสดงท่าทางว่าไม่สนใจ ก่อนจะหันไปทำงานต่อไป
อริสรามองเขาในท่ามกลางความเงียบและความเย็นชา สัญญาที่ทั้งสองทำกันไว้ถึงสามปียังคงอยู่ในใจของเธอ
เธอรู้ดีว่าชีวิตของเธอคงไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง นอกจากการรอคอยบางสิ่งที่ไม่เคยมา
เขาอาจไม่เคยรักเธอเลย และเธอก็ไม่รู้ว่าความรักของเธอจะถึงจุดไหน แต่เธอยังต้องเดินต่อไป
แม้ว่าจะรู้ว่าอาจจะไม่มีวันได้รับความรักนั้นจากเขา
บางครั้ง อริสราก็ต้องเผชิญกับความเงียบที่มากขึ้นเมื่อคามินไม่กลับมาค้างที่บ้านเลย
ในบางวันเขาจะไปดื่มกับเพื่อนๆ ของเขาจนดึกดื่น จนเธอไม่แน่ใจว่าเขากลับบ้านเมื่อไหร่ หรือจะกลับมาเลยหรือไม่
คืนนั้น อริสรานั่งอยู่ในห้องนั่งเล่น รอคามินกลับมาเหมือนทุกครั้ง
เธอเตรียมอาหารเย็นไว้ที่โต๊ะ แต่เวลาผ่านไปก็ไม่มีเสียงรถยนต์เข้ามาในบ้านเลย
บางครั้งเธอก็แอบถามตัวเองว่าเขาจะกลับมาหรือเปล่า หรือเขาจะไปสนุกสนานกับเพื่อนๆ
จนลืมบ้านไปเลย อริสราไม่เคยได้คำตอบที่ชัดเจนจากเขา แม้แต่การที่เธอส่งข้อความไปถามเขาก็ไม่เคยได้รับการตอบกลับ
บางครั้งเธอก็พยายามที่จะเข้าใจเขา ทำไมเขาถึงต้องใช้เวลาอยู่กับเพื่อนๆ มากมาย
แทนที่จะอยู่ที่บ้านกับเธอ แต่เมื่อคิดไปคิดมา อริสราก็รู้ว่าเธอไม่สามารถบังคับใครได้
ความสัมพันธ์ของพวกเขามันเหมือนกับการรอคอยบางสิ่งที่ไม่เคยมา
ในคืนนี้ อริสราตัดสินใจว่าจะไม่รอเขาอีกต่อไป เธอรู้สึกเหนื่อยล้าเกินกว่าจะคอยเฝ้ารอในความหวังที่ไม่มีวันเป็นจริง
เธอกินอาหารเย็นไปเพียงคนเดียว แล้วจึงเก็บทุกอย่างอย่างเงียบๆ ก่อนจะขึ้นไปนอนในห้องนอน
เขาไม่กลับบ้าน เธอเข้าใจดีแล้วว่าเขาคงไม่เคยจะกลับ ทั้งที่พวกเขาก็แต่งงานกันแล้ว
แต่มันเหมือนแค่การตกลงกันในกระดาษ ไม่ใช่จากใจจริงของเขา
ในใจของอริสรา ความเหงายังคงฝังลึก เธอไม่สามารถพูดออกมาได้
แต่ทุกวันที่ต้องอยู่ในบ้านนี้มันทำให้เธอรู้สึกเหมือนถูกทิ้งไว้คนเดียว แม้จะมีเขาอยู่ในบ้าน
แต่หัวใจของเขากลับอยู่ที่ไหนสักแห่งที่เธอไม่สามารถเข้าถึงได้
หลายครั้งที่เธอพยายามมองเขาด้วยความหวังว่าจะเห็นอะไรดีๆ
เกิดขึ้น แต่มันกลับไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง เขายังคงเป็นคามินที่ไม่เคยเปิดใจให้เธอเข้าไป
ในคืนนั้น อริสรานอนหลับไปพร้อมกับคำถามในใจว่า สักวันหนึ่งคามินจะรู้สึกถึงการขาดหายไปของเธอหรือไม่
หรือเขาจะยังคงใช้ชีวิตแบบนี้ไปเรื่อยๆ โดยไม่เคยหันมามองเธอจริงๆ สักครั้ง
เย็นนี้อริสรานั่งอยู่ที่โต๊ะอาหารตามลำพัง ข้างๆ โต๊ะเป็นจานอาหารที่ยังร้อนอยู่
เธอถอนหายใจเล็กน้อยก่อนที่จะยกมือเช็ดน้ำตาที่ร่วงลงโดยไม่ทันตั้งตัว
เสียงประตูบ้านเปิดขึ้นพร้อมกับเสียงรถยนต์ที่จอดเข้ามาจอดด้านนอก
คามินเดินเข้ามาในบ้าน เขาดูเหมือนจะเมามากพอสมควร
“กลับมาแล้วเหรอคะ?” อริสราถามด้วยน้ำเสียงเรียบๆ พยายามทำให้ตัวเองดูสงบ
คามินไม่ได้ตอบอะไร เขาทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาอย่างไม่ใส่ใจ แล้วใช้มือขยี้หน้าผากตัวเองอย่างเหนื่อยล้า
“ทำไมไม่กินข้าวล่ะคะ?” อริสราถามอีกครั้ง เธอพยายามแสดงท่าทางไม่ทุกข์ใจ แม้ในใจจะเต็มไปด้วยความรู้สึกที่สับสน
คามินเงียบไปสักพักก่อนจะตอบด้วยเสียงทุ้ม “ไม่หิว...”
อริสรารู้ดีว่าเขาดื่มเหล้ามาก่อนหน้านี้ แต่อะไรที่เขาพูดมันก็เหมือนกับการพยายามหนีจากความจริง
“คุณไม่คิดจะบอกอะไรบ้างเหรอ?คะ” อริสราถามเบาๆ สายตาของเธอจ้องไปที่เขา รู้สึกถึงความเหนื่อยล้าที่เก็บไว้ในใจ
คามินหันไปมองเธอด้วยดวงตาที่หม่นหมอง “บอกอะไร? ฉันไม่รู้จะบอกอะไร”
อริสราส่งยิ้มเล็กน้อย “คุณไม่เคยบอกเลยว่า คุณจะทำอย่างไรกับชีวิตของเรา”
คามินทำเพียงแค่ยักไหล่ ไม่ยอมพูดอะไรต่อไป
“คุณไม่คิดบ้างเหรอคะ ว่ามีฉันที่รออยู่ที่บ้านนี้? แม้จะรู้ว่ามันคงไม่มีความหมายอะไรสำหรับคุณ”
อริสราพูดออกมาในที่สุด เสียงของเธอเริ่มสั่นเครือ แต่ยังคงพยายามตั้งตัว
คามินหันกลับไปมองเธอ เขาเหมือนจะรู้ว่าเธอกำลังพยายามอธิบายบางอย่างให้เขาฟัง “ริสา”
เสียงของเขาอ่อนลงเล็กน้อย แต่ยังคงไม่ยอมเปิดใจ
อริสราหยุดนิ่งไปสักครู่ ก่อนจะพูดออกไปอีกครั้ง “คุณไม่เคยรักฉันเลยใช่ไหมคะ?”
คามินไม่ตอบ เขาเพียงแต่ลุกขึ้นจากโซฟาแล้วเดินไปที่หน้าต่าง มองออกไปยังความมืดที่ครอบคลุมโลกภายนอก
อริสรามองเขาจากทางด้านหลัง ความเจ็บปวดในใจของเธอเริ่มแผ่ขยายออกมา แต่เธอก็พยายามไม่ให้มันชัดเจนเกินไป
“ถ้าไม่รักแล้วทำไมต้องแต่งงานกับฉันคะ?” อริสราถามอีกครั้ง เธอไม่ได้คาดหวังคำตอบจากเขา
แต่เพียงแค่ต้องการให้เขารู้ว่าเธอรู้สึกอย่างไร
คามินหันกลับมามองเธอ พยายามหลบสายตา “ริสาเธอเองน่าจะรู้คำตอบ ว่าฉันแต่งงานกับเธอเพราะอะไร”
คำพูดของคามินทำให้อริสรารู้สึกเหมือนทุกอย่างมันยิ่งชัดเจนขึ้น
แม้เขาจะไม่เคยยอมรับมัน แต่เธอก็รู้ดีว่าสิ่งที่เขาพูดมันหมายความว่าอะไร
“คุณรู้ไหมคะ ตอนนี้ฉันเหนื่อยแล้ว คามิน” อริสราพูดเสียงเบา ใจของเธอเต็มไปด้วยความเจ็บปวดที่ไม่สามารถบอกออกมาได้ทั้งหมด
เขายืนอยู่ตรงนั้นเงียบๆ ไม่มีคำตอบ และไม่มีการกระทำใดๆ
แสงแดดยามสายส่องลอดผ้าม่านเข้ามาในห้องนั่งเล่นของบ้านที่ทั้งสองเคยอาศัยอยู่ด้วยกันเสียงหัวเราะแผ่วเบาแทรกมากับกลิ่นกาแฟสด อริสรากำลังจัดเรียงเอกสารลงในกระเป๋าทำงานส่วนคามินกำลังผูกเนกไทพลางหันมามองเธอด้วยแววตาอ่อนโยน“พร้อมหรือยังครับคุณภรรยา”เขาถามยิ้ม ๆ ขณะเดินเข้ามาใกล้อริสราหันมาค้อนเล็ก ๆ แต่แววตาเธอสว่างกว่าเมื่อก่อนมากนัก“คุณนี่พูดแบบนี้ทุกเช้าเลยนะ”“ฉันยังไม่อยากเชื่อเลย ว่าเราจะได้ไปทำงานด้วยกันอีกครั้ง” เขาว่าเบา ๆ ก่อนจะยื่นมือมารับกระเป๋าจากเธอเหมือนทุกเช้า “คราวนี้ฉันจะไม่ทำพลาดอีก”อริสรานิ่งไปเพียงครู่ ก่อนจะยิ้มอย่างสงบ“ถ้าคุณทำพลาดอีก ฉันก็จะลาออกไปเปิดร้านกาแฟจริง ๆ คราวนี้”“งั้นฉันจะซื้อร้านให้เลย จะได้ตามไปดูทุกวัน” เขาหัวเราะเบา ๆ ขณะเปิดประตูให้เธอเมื่อมาถึงบริษัทเสียงซุบซิบแว่วขึ้นตั้งแต่หน้าลิฟต์ สายตาของพนักงานหลายคนมองมาทางทั้งคู่ที่เดินเคียงข้างกันเข้ามาอริสราก้าวเดินด้วยความมั่นใจ แต่อบ
เช้าวันอาทิตย์ บ้านทั้งหลังเงียบสงบ มีเพียงเสียงนกร้อง และกลิ่นหอมจาง ๆของกาแฟลอยออกมาจากห้องครัวคามินยืนอยู่หน้าหม้อซุป มือจับทัพพีอย่างเก้ ๆ กัง ๆเขาพยายามเปิดสูตรจากมือถือ แล้วตักน้ำซุปชิมด้วยสีหน้าไม่มั่นใจ"มันจืดไปไหมวะหรือใส่ซีอิ๊วขาวอีกนิด"เขาหันไปหยิบขวดซีอิ๊วอย่างระวัง มือไม่นิ่งนัก แต่แววตาจริงจังบนโต๊ะ มีไข่เจียวที่ดูจะไหม้ไปนิดหนึ่ง กับข้าวผัดที่ยังไม่คลุกทั่วดีนักแต่ทั้งหมดนั้นเขาทำด้วยตัวเองเสียงฝีเท้าเบา ๆ ดังขึ้นด้านหลัง ก่อนที่อริสราจะเดินเข้ามาในชุดอยู่บ้านเรียบง่ายผมเธอยังยุ่งนิด ๆ จากการเพิ่งตื่น แต่แววตาสดใสขึ้นเมื่อเห็นภาพตรงหน้า“คะ…คุณทำอะไรอยู่” เธอถามขึ้นอย่างไม่เชื่อสายตาคามินหันขวับไปมองเธอหน้าเขาเปื้อนคราบแป้งนิดหน่อย ผ้ากันเปื้อนที่ป้าจิตรเย็บให้เอียงไปด้านข้าง“ก็ลองทำอาหารให้เธอดูบ้าง เธอทำให้ฉันตั้งหลายปี” เขายิ้มเขิน ๆ “ถึงรสชาติจะสู้ไม่ได้ แต่ฉันอยากลอง”อริสราหัวเราะออกมานิด ๆ อย่างกลั้นไม่อยู่ เธอเด
คอนโดของอริสราเงียบสงบยามเช้า ดวงอาทิตย์ส่องผ่านหน้าต่างกระจกใส ทำให้ทุกอย่างในห้องดูนุ่มนวลและอบอุ่นเธอและคามินนั่งอยู่ที่โต๊ะกาแฟ ท่ามกลางการพูดคุยสบายๆเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นในระหว่างที่เธอกับเขาแยกทางกัน และการกลับมาของอริสราในชีวิตเขาคามินยิ้มบาง ๆ ในขณะที่เธอเอ่ยถามถึงงานและชีวิตส่วนตัวของเขาพวกเขาทั้งคู่รู้สึกเหมือนเป็นการเริ่มต้นใหม่ แม้จะยังไม่มั่นใจว่าจะไปได้ไกลแค่ไหนแต่ในวันนี้ มันก็เพียงพอที่จะทำให้หัวใจพองโตอีกครั้งเสียงเคาะประตูดังขึ้น ทำลายความเงียบที่ทั้งสองสร้างขึ้นมา"ใครนะ" อริสราถามเสียงเบา ก่อนจะเดินไปเปิดประตูทันทีที่เปิดประตูออกไป แอมมี่ก็ยืนยิ้มแป้นอยู่ข้างหน้า สีหน้าของเธอเต็มไปด้วยความตื่นเต้นที่เห็นเพื่อนรักของเธอและคามินในห้องของเพื่อนสาว"เฮ้ย! ฉันไม่ได้ตาฝาดไปใช้ไหม คุณคามินมาอยู่ที่นี่ได้ยังไงคะ" แอมมี่พูดแล้วหัวเราะเบาๆ เมื่อเห็นเขานั่งอยู่ในห้องคามินลุกขึ้นยืนและมองไปที่แอมมี่นิ่งๆ ก่อนจะตอบกลับเสียงเรียบ "สวัสดีครับแอมมี่"อริส
ทศกรมองเพื่อนรักนิ่ง ๆ ก่อนจะวางแก้วลงแล้วพิงพนักเก้าอี้ เอนตัวมาข้างหน้าเล็กน้อย"มึงรู้ไหม คิน ตอนที่มึงเสียเธอไปครั้งแรก กูไม่เห็นมึงเป็นคนมีชีวิตเลย"คามินหลบตา ไม่ตอบ"แต่ตอนนี้กูกลับมาเห็นมึงในแบบที่ไม่เคยเห็นมาก่อน เหมือนคนที่รู้แล้วว่าควรจะรักษาอะไรไว้ให้ดีที่สุด"ทศกรยกคิ้วยิ้มจาง ๆ"ถ้ามึงแน่ใจขนาดนี้ มึงก็แค่อย่าเดินกลับไปแบบเดิมอีก"คามินหัวเราะเบา ๆ สายตาเศร้าแต่ก็อบอุ่นขึ้น"พูดเหมือนจะง่าย""ง่ายสิ ถ้ามึงรักเขาจริง"คามินมองเพื่อนนิ่งไปพักหนึ่ง แล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดหน้าจอ ก่อนจะถอนหายใจเฮือกยาว"กูขอไปคอนโดเธอคืนนี้"ทศกรเบิกตากว้าง"ไปทำอะไร?!" น้ำเสียงตกใจแต่เต็มไปด้วยแววล้อเลียนคามินส่ายหน้าเบา ๆ"แค่นอน ไม่ได้คิดอะไรหรอก แค่นอนไม่หลับ อยากอยู่ใกล้เธอ ได้ยินเสียงเธอเดิน…หรือแม้แต่เสียงเธอบ่นเรื่องงาน กูก็หลับลงแล้ว"ทศกรยิ้มแล้วพยักหน้าเบา ๆ"ถ้ามึงยังซื่อสัตย์กับหัวใจตัวเองได้แบบนี้กูว่า ไม่ช้าเขาก็จะกลับไปอยู่ตรงนั้นของมึงอีกครั้งแน่ ๆ"
อริสรานิ่งไป ดวงตาเธอแดงชื้น แต่มีรอยยิ้มตรงมุมปากอย่างอดไม่ได้เธอยื่นมือไปแตะนิ้วของเขาเบาๆก่อนจะบอกเสียงนุ่ม“ถ้าคุณตั้งใจจะใส่มันจริงๆ คราวนี้ก็อย่าถอดมันอีกนะคะ”เขายิ้มและพยักหน้าไม่ต้องพูดคำไหนเพิ่มเติมอีกเพราะในค่ำเย็นแสนธรรมดานั้นคนสองคนได้กลับมาใส่หัวใจให้กันอีกครั้งแล้วจริงๆเช้าวันจันทร์ บรรยากาศในสำนักงานดูคึกคักกว่าปกติเล็กน้อยเพราะเป็นต้นสัปดาห์ หลายคนเร่งจัดการเอกสาร เตรียมประชุมหรือทบทวนแผนงานกันตามหน้าที่แต่ทันทีที่ประตูห้องผู้บริหารเลื่อนเปิดออก พร้อมกับร่างสูงในสูทสีเข้มของ"คุณคามิน" เดินผ่านทางเดินกระจกยาวไปยังห้องประชุมใหญ่เสียงกระซิบกระซาบก็ค่อยๆ ดังขึ้น“เอ๊ะคุณคามินใส่แหวนเหรอ?”“ไม่เคยเห็นเลยนะ ก่อนหน้านี้มือโล่งตลอด”“แหวนแต่งงานรึเปล่า”“หรือบอสเราแต่งงานแล้ว”พนักงานสาวหลายคนเหลือบมองทันทีที่เขายกมือขึ้นผลักประตูห้องประชุมริมนิ้วนางข้างซ้ายของเขามีแหวนวงเรียบวางแนบแน่น
คามินพยักหน้าเบาๆ เขารู้ดีว่าทุกก้าวของเขาต่อจากนี้ไม่มีโอกาสให้เดินพลาดอีกแล้วไม่ใช่แค่เพราะเธอคือคนสำคัญแต่เพราะครั้งนี้หัวใจของเขาต้อง “พูดแทนทุกอย่าง” ให้ได้ชัดที่สุดเย็นวันนั้นหลังจากเลิกงาน เสียงเครื่องยนต์เงียบลงหน้ารั้วบ้านหลังใหญ่บ้านของแม่เขาอริสราหันมองคามินทันที เมื่อเห็นว่ารถไม่ได้มุ่งหน้าไปยังร้านอาหารหรือบ้านอย่างเช่นทุกวัน“คุณพาฉันมาที่นี่ทำไมคะ”“มื้อเย็นวันนี้แม่คงคิดถึงเราสองคน แม่คิดถึงเธอนะริสา”“คุณคามิน” น้ำเสียงของเธอแผ่วลง ราวกับใจสั่น“แม่ไม่รู้หรอก ฉันไม่ได้บอกล่วงหน้า เพราะอยากให้เป็นเซอร์ไพรส์” เขายิ้มนิดๆ ก่อนจะหันมาเปิดประตูรถให้เธอ“คุณจะบ้าเหรอคะ!”“ริสา” เขาเรียกชื่อเธออย่างจริงจัง“แม่คิดถึงคุณมากนะ”คำพูดนั้นทำให้เธอเงียบลงเธอไม่กล้าบอกตัวเองว่าใจอ่อนหรือหวั่นไหวกันแน่แต่สุดท้ายเธอก็ยอมก้าวลงจากรถไปพร้อมกับเขาประตูบ้านถูกผลักเปิดด้วยเสียงร่าเ
เสียงโห่ร้องสนุกสนานดังขึ้นในทันทีกติกาง่าย ๆทุกคนหยิบกระดาษคำถามจากกล่องตรงกลาง ใครที่ถูกถามต้องตอบตรง ๆหรือดื่มให้หมดแก้ว หากใครโดนถามโดยตรง...ห้ามปฏิเสธกระดาษใบหนึ่งถูกหยิบขึ้น“คุณคามินครับ! คำถามคือ‘ตอนนี้คุณกำลังแอบชอบใครอยู่หรือเปล่า?’ ”บรรยากาศ
เขานั่งนิ่งกับของเหล่านั้นราวกับกลัวว่าหากลุกไปทุกอย่างจะหายไปพร้อมความทรงจำคืนนี้ คามินไม่ได้อยู่กับความเงียบอย่างเดียวแต่เขาอยู่กับความรู้สึกผิด กับความคิดถึง และความรักที่เขาเพิ่งรู้ว่ามีมาตลอดสองวันต่อมาทศกรเดินเข้าห้องทำงานของคามินด้วยสีหน้าประหล
ฝีเท้าของเธอชะงักไปครู่เดียวแต่มันก็แค่เสี้ยววินาทีเดียวเท่านั้นจากนั้นเธอก็เดินต่อคามินลุกจากที่นั่งแทบจะในทันที “ริสา เดี๋ยว”เขาก้าวเร็ว ๆ ตามเธอออกไปจนทันหน้าลิฟต์ที่ยังไม่เปิด ร่างบางยืนนิ่งตรงนั้น ไม่แม้แต่จะหันกลับมา“เราต้องคุยกัน&rd
ระหว่างที่ทั้งคู่กำลังคุยกันอย่างออกรสอยู่นั้นเสียงโทรศัพท์ของทศกรก็ดังขึ้น“เอ้า! นี่มันโปรเจกต์ที่ฉันเพิ่งคุยกับอริสเลยนะ งานไวเหมือนกันนะเว้ย!”เสียงหัวเราะของทศกรดังอยู่ปลายสายคามินถือโทรศัพท์แนบหู พลางมองออกไปนอกกระจกห้องทำงานของตัวเองด้วยสีหน้าเฉยชา







