Share

บทที่ 49

Penulis: เหยียนอี่เฟย
เธอไม่รู้ว่าเซิ่งถิงเชินจะยุ่งจนถึงเมื่อไหร่ถึงจะออกไป

เธอจึงตัดสินใจออกไปก่อน โดยให้ตู้เจิ้งขับรถไ
Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi
Bab Terkunci

Bab terbaru

  • หย่ารักทวงใจ   บทที่ 362

    วันนั้นเธอทุ่มสุดตัวแล้วจริง ๆเมื่อนึกถึงสีหน้าของเขาในวันนั้น เธอไม่เพียงแต่เปิดโปงความสัมพันธ์ระหว่างเขากับอันชิงเยว่ แต่ยังทำให้เขาบาดเจ็บด้วย นิสัยเจ้าคิดเจ้าแค้นอย่างเขา เธอคิดว่าเขาจะต้องกลับมาแก้แค้นอย่างแน่นอนแต่ทางฝั่งเขากลับไม่มีความเคลื่อนไหวใด ๆ ประธานหูเองก็ไม่ได้รับโทรศัพท์ใด ๆ เช่นกันแน่นอนว่าเธอไม่มีทางเชื่อหรอกว่า เซิ่งถิงเชินจะยอมกลืนความโกรธลงคอและทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นได้หรงซูเตรียมตัวจะพาเหมยเหม่ยเดินออกไปเซิ่งถิงเชินเดินเข้ามา แล้วพูดว่า “พาเหมยเหม่ยไปโรงพยาบาลก่อน”หรงซูตกใจไปครู่หนึ่ง หันไปมองเหมยเหม่ยเหมยเหม่ยมองหรงซูแล้วอธิบายว่า “วันนี้เหมยเหม่ยจู่ ๆ ก็ไอค่ะ คุณพ่อบอกว่าจะพาหนูไปหาหมอที่โรงพยาบาลค่ะ”หรงซูช้อนตามองเซิ่งถิงเชิน สุดท้ายก็ไม่ได้พูดอะไร หันไปพูดกับเจียงหวยซวี่ว่า “ถ้าอย่างนั้น ศาสตราจารย์ไปที่บ้านฉันก่อนนะคะ”เมื่อเช้าวันนี้เจียงหวยซวี่และเผยอวี้คุยกันเรื่องการลงทุนโปรเจกต์ใหม่ตอนเที่ยงทั้งสองคนก็ไปที่ร้านอาหารด้วยกันตอนเย็นก็เชิญเขามาทานข้าวที่บ้านเจียงหวยซวี่ตอบรับคำหนึ่ง “ได้”เจียงหวยซวี่บ๊ายบายเหมยเหม่ย เงยหน้ามองเ

  • หย่ารักทวงใจ   บทที่ 361

    เซิ่งถิงเชินอยู่เป็นเพื่อนซูชิงจือที่วิลล่าอีกพักหนึ่งตอนที่เตรียมตัวจะกลับเซิ่งถิงเชินกำชับแม่บ้านเป็นพิเศษ ให้เธอดูแลซูชิงจือ ห้ามเขาดื่มเหล้าแม่บ้านตอบรับว่า “ค่ะ ฉันทราบแล้ว”เซิ่งถิงเชินพูดกับซูชิงจืออีกสองสามประโยค หลังจากนั้นก็เดินทางออกจากวิลล่าไปเขาขับรถกลับบ้านใหญ่ตระกูลเซิ่งขับผ่านย่านที่พลุกพล่าน มองเห็นการตกแต่งที่เต็มไปด้วยบรรยากาศของเทศกาลไหว้พระจันทร์ได้ทุกหนทุกแห่งรถจอดอยู่ที่สี่แยกไฟแดงสายตาก็สังเกตเห็นเงาร่างสองสายท่ามกลางฝูงชนที่กำลังเดินข้ามทางม้าลายหรงซูสวมเสื้อโค้ทกันลมแบบลำลองสีกากี สวมทับชุดเดรสยาวสีขาวไว้ด้านใน สายลมฤดูใบไม้ร่วงพัดผมยาวของเธอปลิวไสว เผยให้เห็นเสี้ยวหน้าด้านข้างที่งดงามประณีต ในมือของเธอถือชานมหนึ่งแก้ว กำลังเอียงคอพูดอะไรบางอย่างกับชายหนุ่มข้างกาย มองไม่เห็นสีหน้าของเธออย่างชัดเจนชายหนุ่มข้างกายพยักหน้าเล็กน้อยรับฟังคำพูดของเธอ นัยน์ตาภายใต้เลนส์แว่นนั้นดูอ่อนโยนเป็นพิเศษตอนที่ทั้งสองคนเดินเคียงคู่กันไป ผู้คนที่เดินสวนทางมาอดไม่ได้ที่จะหันกลับไปมองทั้งสองคนอีกรอบ สายตาฉายความตื่นตะลึงอย่างปิดไม่มิดไฟเขียวสว่างขึ้นเซิ่ง

  • หย่ารักทวงใจ   บทที่ 360

    เซิ่งถิงเชินหิ้วกล่องข้าวเก็บอุณหภูมิมาที่โรงพยาบาลเพื่อเยี่ยมซูชิงจือซูชิงจือมองเห็นคนที่เดินเข้ามา “นายมาได้ยังไง?” เขาสังเกตเห็นรอยแผลที่แก้มซ้ายของอีกฝ่าย จึงประหลาดใจเล็กน้อยและเอ่ยถามด้วยความสงสัยว่า “หน้าไปโดนอะไรมา?”เซิ่งถิงเชินเดินเข้าไปหา ไม่ได้ตอบคำถามของเขา วางกล่องข้าวเก็บอุณหภูมิลงบนโต๊ะข้างเตียง แล้วถามว่า “ตอนนี้ดีขึ้นบ้างหรือยัง?”ซูชิงจือตอบ “ดีขึ้นมากแล้ว”“ยังไม่ได้กินข้าวใช่ไหม กินข้าวก่อนเถอะ”ซูชิงจือมองออกไปนอกหน้าต่าง แววตาหม่นหมอง พลางตอบว่า “ไม่ค่อยหิวเท่าไหร่ ไม่อยากกินน่ะ”เซิ่งถิงเชินหลุบตามองเขา แล้วถามว่า “เป็นอะไรไป มีเรื่องไม่สบายใจเหรอ?”ซูจิ่นซีโทรศัพท์มาหาเขา บอกว่าจู่ ๆ ซูชิงจือก็ไม่รับสาย เซิ่งถิงเชินโทรไปหาเขาก็ไม่ติด หลังจากติดต่อคนรอบตัวไปทั่ว ถึงได้รู้ว่าวันนี้เขานัดกินข้าวกับใคร และได้รู้จากปากของคนคนนั้นว่าซูชิงจือปวดหัวกะทันหันจนต้องเข้าโรงพยาบาลซูชิงจือไม่ได้ตอบ เขาหันกลับมามองเซิ่งถิงเชิน แล้วพูดว่า “กลับไปอยู่เป็นเพื่อนลูกสาวนายดี ๆ เถอะ ฉันอยากอยู่เงียบ ๆ คนเดียว”เซิ่งถิงเชินลากเก้าอี้ตัวหนึ่งมานั่งพิงทันที “เหมยเหม่ยมีคนอย

  • หย่ารักทวงใจ   บทที่ 359

    รถเบนท์ลีย์คันหนึ่งค่อย ๆ จอดลงในลานจอดรถ ขณะที่ซูชิงจือผลักประตูลงจากรถและเดินตรงเข้าไปในร้านอาหาร เขาก็สังเกตเห็นเผยหลานหัวกับหรงชิงเหวินที่ยืนอยู่หน้าประตูเช่นกันเขาไม่ได้ใส่ใจอะไรมากนัก เดินผ่านทั้งสองคนเข้าไปด้านในตรง ๆหรงชิงเหวินกำลังทักทายผู้หลักผู้ใหญ่ ผู้คนพลุกพล่าน เขาจึงไม่ทันสังเกตเห็นซูชิงจือ“หรงชิงเหวิน คุณยังไม่รีบไปช่วยถือของในมือคุณลุงอีก” เสียงตำหนิของเผยหลานหัวดังขึ้นซูชิงจือที่เดินเข้าไปในโถงรับรองแล้วชะงักฝีเท้าลงอย่างกะทันหันชั่วพริบตาเดียวจู่ ๆ ก็ราวกับมีมือข้างหนึ่งกระชากเส้นประสาทของเขาอย่างแรง ขาทั้งสองข้างราวกับถูกถ่วงด้วยตะกั่วจนยืนนิ่งอยู่กับที่ ไม่สามารถขยับเขยื้อนได้เลยเสียงพูดคุยจากด้านหลังเริ่มดังใกล้เข้ามาเรื่อย ๆเขาค่อย ๆ หันตัวกลับไป สายตามองไปที่หรงชิงเหวินยี่สิบปีแล้ว ผู้เป็นพ่อที่เคยหนุ่มแน่นกลายเป็นคนแก่ชรา บนใบหน้ามีริ้วรอย รูปร่างอ้วนท้วนขึ้นจนไม่เหลือเค้าโครงเดิมอีกต่อไปตอนที่เขาหัวเราะขึ้นมากะทันหัน ราวกับดึงเขาให้ย้อนกลับไปเมื่อยี่สิบปีก่อน บนใบหน้าของผู้เป็นพ่อที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มอันเปี่ยมไปด้วยความรักใคร่เอ็นดู จู่ ๆ มื

  • หย่ารักทวงใจ   บทที่ 358

    เซิ่งถิงเชินยืนอยู่กับที่ นัยน์ตาสีดำขลับจ้องมองแผ่นหลังของหญิงสาวที่เดินจากไปเขม็ง บรรยากาศรอบตัวหนักอึ้งจนน่าหวาดหวั่นระหว่างทางกลับหรงซูได้รับโทรศัพท์จากเจียงหวยซวี่ แม้จะเป็นวันหยุด แต่ทั้งคู่ต่างก็เป็นคนบ้างานเขาเองก็เพิ่งจัดการงานเสร็จและได้รับข่าวหรงซูถึงเพิ่งรู้เรื่องราวที่เกิดขึ้นบนอินเทอร์เน็ตเมื่อช่วงบ่ายการเคลื่อนไหวของฝั่งเซิ่งถิงเชินรวดเร็วจริง ๆ นี่ทำให้เธอได้เห็นถึงเล่ห์เหลี่ยมแห่งทุนนิยมของเขา ในเวลาสั้น ๆ เพียงเท่านี้ เขาก็สามารถลบร่องรอยทุกอย่างที่เกี่ยวกับตัวเองออกไปได้จนหมดสิ้นแต่ท้ายที่สุดแล้วใครกันที่ต้องการประกาศเรื่องนี้ให้ผู้คนได้รับรู้ในวงกว้าง“ทางฝั่งเซิ่งถิงเชินไม่ได้มาหาเรื่องเธอใช่ไหม!”หรงซูในตอนนี้ใจเย็นลงอย่างสมบูรณ์แล้ว เธอตอบว่า “ไม่ค่ะ”“ก็ดีแล้ว แต่เสี่ยวซู ทำไมจู่ ๆ เธอถึงทำแบบนี้ล่ะ?”หรงซูสูดลมหายใจเข้า แล้วตอบว่า “มันอัดอั้นตันใจน่ะค่ะ ถ้ามีโอกาสแล้วไม่ระบายออกมา คนที่ต้องเจ็บปวดก็มีแค่ฉันคนเดียว”เธอพูดอย่างอ้อมค้อมมากพอแล้ว ยังไงซะเธอก็ยังต้องนึกถึงประธานหู จะดึงคนอื่นเข้ามาเดือดร้อนด้วยจริง ๆ ไม่ได้ทั้งสองคนคุยกันสองสามประโ

  • หย่ารักทวงใจ   บทที่ 357

    ซูชิงจือชะงักฝีเท้า หันกลับไปมองผู้เป็นแม่ของตัวเอง น้ำเสียงทุ้มต่ำแฝงไปด้วยความเย้ยหยัน “ใช่ครับ คนแบบเซิ่งถิงเชินยังยอมรักษาการแต่งงานเอาไว้เพื่อลูกของตัวเองเลย”ซูจิ่นซีมองดูสีหน้าของลูกชาย เธอเบือนหน้าหนี และไม่ได้พูดอะไรอีกซูชิงจือเดินตรงขึ้นไปชั้นบนจนกระทั่งภาพยนตร์จบลงในเวลาสามทุ่มครึ่งเหมยเหม่ยเอนตัวพิงเก้าอี้หลับไปแล้วเมื่อออกมาจากโรงภาพยนตร์เซิ่งถิงเชินอุ้มเหมยเหม่ยเอาไว้ในมือของหรงซูถือกระเป๋านักเรียนใบเล็กของเหมยเหม่ยและดอกกุหลาบหนึ่งช่อดอกกุหลาบช่อนี้คือตอนที่เพิ่งจะเดินเข้าห้างสรรพสินค้า มีคนขายดอกกุหลาบอยู่ริมถนน เหมยเหม่ยยืนกรานจะให้เซิ่งถิงเชินซื้อมามอบให้เธอให้ได้จนกระทั่งมาถึงลานจอดรถใต้ดินพอออกจากลิฟต์หรงซูก็โยนดอกกุหลาบในมือทิ้งลงถังขยะไปอย่างไม่ไยดีเซิ่งถิงเชินปรายตามองเธอแวบหนึ่ง จากนั้นก็ดึงสายตากลับมาเมื่อเดินมาถึงข้างรถเซิ่งถิงเชินวางเหมยเหม่ยลงบนคาร์ซีทให้เอนตัวนอน ยืดตัวขึ้นยืนตรงแล้วหันไปมองหญิงสาวที่อยู่ข้าง ๆ ก่อนจะพูดกับเธอเป็นประโยคแรกของวันว่า “ขึ้นรถ”หรงซูวางกระเป๋าเป้ของเหมยเหม่ยเข้าไปในรถ แล้วเอ่ยว่า “ไม่เป็นไร”พูดจบ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status