LOGINตอนที่ 2 เจ้าสาวบ้านไร่
"น้องเพิร์ธหลานรักของย่า"
"คุณย่าครับบบ" ทันทีที่ได้ยินเสียงเรียกชื่อตัวเองเด็กน้อยก็วิ่งดุ๊กดิ๊กไปหาคนที่เขาเรียกว่าคุณย่าด้วยใบหน้าที่ยิ้มหวานแสดงความดีใจก่อนเข้าไปสู่อ้อมกอดดุจมณีอย่างเคยชิน
"หื้มม คุณย่าคิดถึงจังเลยครับน้องเพิร์ธ" เธอว่าพร้อมขโมยหอมเจ้าก้อนอ้วนไปฟอดใหญ่
"น้องเพิร์ธก็คิดถึงคุณย่ามาก ๆ เลยครับ" พูดเปล่าได้ที่ไหนระดับหลานคนโปรดแล้วจะต้องหอมแก้มคนอายุมากกว่ากลับไปอีกฟอดแน่นอนทำเอาอีกคนหลงไม่เป็นท่า
"ปากหวานจริงเชียวเราน่ะ" ระหว่างที่สองย่าหลานกำลังแสดงความรักแก่กันด้วยความคิดถึงที่ไม่เจอกันนานแรมเดือน เมืองน่านก็ถือโอกาสนั้นเดินขึ้นข้างบนบ้านไปเพื่อชำระล้างร่างกายและหาวิธีที่จะเผชิญหน้ากับลูกชายวัยห้าขวบของตัวเอง เรื่องแต่งงานยังไงก็เป็นเรื่องใหญ่แต่เรื่องของลูกชายเขานั้นใหญ่กว่าเรื่องอื่นไหนเสมอ
"ครั้งนี้คุณย่าจะมาอยู่กับน้องเพิร์ธนานไหมครับ น้องเพิร์ธเบื่อพ่อน่านจะแย่อยากให้คุณย่ามาอยู่เป็นเพื่อนน้องเพิร์ธตลอดไป น้องเพิร์ธอยากเปลี่ยนตัวคุณย่ากับพ่อน่านจังเลยครับ" เสียงเล็กถามและพูดข้อความไร้เดียงสาแต่แสนประจบประแจงใส่คนเป็นย่า นั่นก็เพราะว่าเขาอยู่บ้านกับพ่อตัวเองแล้วไม่ค่อยสนุกเหมือนอยู่กับปู่ย่าและคุณลุงของเขาสักเท่าไร
"โถ น้องเพิร์ธหลานย่า ก็สักพักเลยลูก อย่างน้อยก็จนกว่างานแต่งพ่อน่านของน้องเพิร์ธจะจบลงเลยล่ะ" ประโยคนั้นได้ยินถึงหูเด็กน้อยก็ดวงตาลุกวาว เรื่องแต่งงานใช่ว่าเขาจะไม่เข้าใจเพราะเพื่อน ๆ และคุณครูที่โรงเรียนก็พูดถึงเรื่องนี้อยู่บ่อย ๆ
"พ่อน่านจะแต่งงานเหรอครับคุณย่า" น้องเพิร์ธเอ่ยถามด้วยความอยากรู้และเริ่มตื่นเต้นขึ้นมาแล้ว
"ใช่ครับ น้องเพิร์ธอยากให้คุณพ่อแต่งงานหรือเปล่า" ดุจมณีถามหลานชายที่น่าสงสารของตัวเองอย่างประเมินสถานการณ์
เธอรู้สึกว่าการที่ปล่อยให้สองพ่อลูกอยู่ด้วยกันเพียงลำพังแบบนี้นั้นดูแล้วก็ไม่ค่อยจะดีเท่าไร ถึงที่ไร่เจ้าเมืองจะมีคนงานมากมายแต่ก็ไม่เทียบเท่าคนในครอบครัวที่ดูแลกันเองอยู่ดี อีกอย่างเมืองน่านก็เป็นผู้ชายที่หยาบกระด้างคนหนึ่ง ต่อให้เขาดูแลน้องเพิร์ธได้ดีแค่ไหนแต่บางเรื่องก็ยังไม่ละเอียดเท่าผู้หญิง ดังนั้นมันจะดีกว่าหรือเปล่าถ้ามีผู้หญิงสักคนที่เข้ามาดูแลสองพ่อลูกนี้แทนเธอผู้เป็นแม่
"ถ้าแต่งงานแสดงว่าจะมีคนย้ายเข้ามาอยู่ในบ้านด้วยกันใช่หรือเปล่าครับ"
"ใช่ครับลูก น้องเพิร์ธอยากมีแม่ไหมครับ" เพียงได้ยินคำว่าแม่คำเดียวเด็กน้อยก็ทำหน้าดีใจราวได้ของเล่นชิ้นใหม่ที่เจ๋งสุด ๆ ไปเลยก็ไม่ปาน
"อยากครับ น้องเพิร์ธอยากมีคุณแม่" ไม่ว่าเปล่าสองมือเล็กชูขึ้นฟ้าใบหน้าเปื้อนยิ้มพร้อมกับขาเล็กป้อมวิ่งวนไปมาต่อหน้าคนเป็นย่าบ่งบอกว่าเขาดีใจมากแค่ไหนที่ได้ยินว่าตัวเองกำลังจะมีแม่ นั่นเป็นสิ่งที่เพื่อน ๆ ต่างมี แต่เขาไม่มี
"อย่างนั้นก็ดีแล้วลูก หลังจากที่พ่อน่านแต่งงานแล้วน้องเพิร์ธจะได้มีคุณแม่เหมือนคนอื่น และจะได้นอนกอดคุณแม่ด้วย ดีไหมครับ"
"ดีครับ เย้ ๆ ๆ"
.
.
"ลูกหว้าฉันขอโทษแกจริง ๆ นะที่ทำให้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น ฉันไม่น่าให้แกดื่มเยอะเลย" เพลงพินเอ่ยขึ้นอย่างรู้สึกผิด หลังจากที่เธอตื่นขึ้นมาแล้วก็เห็นว่าคนที่พาเธอกลับบ้านนั้นเป็นพี่ชายของเธอที่ก็ไปงานเลี้ยงด้วยเหมือนกัน แต่กลับไม่พบว่าไม่มีลูกหว้าอยู่ด้วยจึงเป็นห่วงและรีบมาหาเพื่อนที่บ้านเพราะยังไม่มีเบอร์ติดต่อกัน
"ไม่เป็นเพราะฉันไม่ยับยั้งชั่งใจเองจนทำให้เกิดเรื่องขึ้นจนได้น่ะ" หากแต่พูดแบบนั้นก็ไม่ถูกต้องนัก ความจริงแล้วทุกครั้งที่เธอดื่มหนักก็ไม่ใช่ว่าจะมีสภาพหรืออาการเช่นนี้ เธอเพียงชอบการสังสรรค์เท่านั้นไม่ได้อยากดื่มเพื่อออกล่าเหยื่อและมีความสัมพันธ์ชั่วข้ามคืนกับใคร เรื่องนี้มีข้อสงสัยอยู่มากแต่เธอก็ไม่ได้อยากเก็บมาใส่ใจแล้ว
"แต่ว่าฉันรู้สึกผิดจริง ๆ นะ" เพลงพินว่าเช่นนั้นพร้อมทำหน้าหงอยหนักกว่าเดิมก่อนจะนึกเรื่องหนึ่งขึ้นมาได้ "แต่ว่านะทำไมพ่อกับแม่ของแกถึงจับแต่งแบบนี้ล่ะ ฉันรู้นะว่าพ่อแกหัวโบราณอยู่แต่แม่แกไม่ใช่นี่น่า"
เมื่อได้ยินเพื่อนพูดแบบนี้ลูกหว้าก็นึกเอะใจเหมือนกัน มันเป็นจริงอย่างที่เพลงพินว่านั่นแหละ เรื่องอย่างการจับแต่งงานเพราะว่าได้เสียกันนั้นแม่เธอไม่มีทางทำเรื่องแบบนี้ออกมาง่าย ๆ แน่นอน ไม่รู้ว่าครั้งนี้ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
"นั่นสินะ แม่ฉันเป็นอะไรกันแน่นะ"
.
.
งานแต่งที่ยิ่งใหญ่จัดขึ้นอย่างรวดเร็วตามประสาบ้านคนมีอันจะกิน ถึงขึ้นเหลือกินเหลือเก็บใช้ทั้งชาติสองชาติก็ไม่หมด ที่เขาบอกว่าทุกอย่างสามารถใช้เงินในการขับเคลื่อนได้นั่นมันคงจริงอย่างที่ว่าแบบไม่มีข้อโต้แย้ง
"ทำไมคนเยอะจังครับคุณย่า เขาจะมาเล่นเป็นเพื่อนน้องเพิร์ธเหรอครับ" เด็กน้อยวันนี้แต่งตัวชุดไทยตามประเพณีพื้นเมือง เขานั่งอยู่บนตักของผู้เป็นอาคนรองแล้วมองผู้คนต่างเดินไปวนมาวุ่นอยู่กับการทำเรื่องต่าง ๆ ด้วยความไม่เข้าใจ นั่นเพราะว่าที่บ้านของเขาไม่เคยมีคนมากมายมาอยู่แบบนี้มาก่อน ถึงไม่เข้าใจว่าทำไมคนที่บ้านแม่ของในอนาคตของเขานั้นถึงได้มีมากมายขนาดนี้
"ใช่ที่ไหนกันล่ะ ทุกคนมาแสดงความยินดีให้กับการแต่งงานของพ่อน่านกับแม่ใหม่ของน้องเพิร์ธต่างหากล่ะ" เป็นเจ้าของตักแกร่งอย่างเมืองหนาวที่ตอบหลานชายตัวน้อย
"จริงเหรอครับ น้องเพิร์ธก็อยากแสดงความยินดีด้วย ว่าแต่คุณแม่ของน้องเพิร์ธคือคนไหนเหรอ" นับตั้งแต่วันที่รู้ว่าตัวเองกำลังจะมีแม่นั้นเขาก็ยังไม่มีโอกาสได้เจอกับอีกคนอย่างจริงจังเลย จนกระทั่งวันนี้เขาก็ยังมองหาไม่มีหยุด
"อีกเดี๋ยวก็มาแล้วแหละ เดี๋ยวอาหนาวบอกอีกทีนะน้องเพิร์ธคนเก่งของอา" เมืองหนาวนั่งดูแลหลานชายด้วยหัวใจที่รู้สึกหวาดหวั่น เขารู้ว่าการแต่งงานครั้งนี้เมืองน่านไม่ได้เต็มใจจะแต่งด้วยเท่าไรนัก เกรงเจ้าน้องชายตัวดีจะทำอะไรที่ไม่เข้าท่า
"ทำหน้าให้มันดี ๆ หน่อยได้ไหมล่ะไอ้น่าน" เมืองเหนือที่มองดูการกระทำของน้องชายตัวเองแล้วก็เกิดขัดใจขึ้นมา เพราะว่าตั้งแต่ก้าวเข้ามาในงานนี้ก็เอาแต่ทำหน้าบึ้งตึงมาตลอด โชคดีที่ตอนแห่ขันหมากนั้นไม่ได้มีพิธีกั้นประตูเงินประตูทองแล้วถูกสั่งให้ทำอะไรแปลก ๆ ไม่อย่างนั้นคนอื่นคงรู้ว่าถูกบังคับให้แต่งงานกัน เกรงจะเสียหน้าทั้งสองครอบครัวเอาได้
"จะให้ผมทำหน้ายังไงได้ล่ะครับ ผมไม่ได้ยินดีกับการแต่งงานครั้งนี้สักหน่อย" เมืองน่านมองไปที่เจ้าสาวของเขาที่นั่งอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลและรอเข้าพิธีอย่างเอาเรื่อง
ความจริงแล้วเขาก็ไม่ได้คิดจะให้งานแต่งครั้งนี้มันเกิดขึ้นแต่อย่างใด ทว่านับตั้งแต่วันที่ตกลงกันแล้วมารดาของเขาก็เอาแต่เฝ้าเขาทั้งวันทั้งคืนไม่ไปไหน และไม่เปิดโอกาสให้เขาได้วางแผนล่มงานแต่งนี้เลยด้วยซ้ำ
"ปากบอกไม่เต็มใจแต่งแต่แกไปนอนค้างกับลูกสาวเขาที่บ้านขนาดนั้น ไม่โดนจับแต่งสิแปลก ถามจริง ๆ เถอะนะว่าแกไปกินดีหมีดีงูอะไรมาถึงได้ใจกล้าขนาดนั้นกัน โรงแรมก็มีตั้งมากมายไม่ไปดันไปบ้านเขา" เมืองเหนือล่ะสงสัยจริง ๆ เพราะว่าเรื่องแค่นี้น้องชายเขาไม่น่าพลาดได้ง่าย ๆ เพียงแต่ถามเท่าไรน้องเขาก็ไม่ปริปากพูดออกมาเลยสักนิด
"ไม่ต้องรู้หรอกน่า" เขาว่าพร้อมกับหันไปสนใจทางของเจ้าสาวตัวเองต่อ เขาคิดแล้วว่าครั้งนี้ต้องทำอะไรสักอย่างไม่ให้คนบ้านนี้ได้ใจที่แผนการสำเร็จ คนเห็นแก่เงินแบบนี้เขาล่ะอยากสั่งสอนให้รู้สำนึกซะบ้าง...
..หลังจากได้รับคำอนุญาตจากพ่อเลี้ยงเมืองน่านแล้วลูกหว้าก็รีบเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วขับรถยนต์ของตัวเองกลับบ้านไปเยี่ยมพ่อแม่ทันที ต้องยอมรับว่าเธอคิดถึงพวกท่านมากถึงแม้ว่าจะอยู่ห่างกันไม่ไกลขนาดนั้นแต่ก็ไม่ได้เจอกันเลยนับตั้งแต่วันแต่งงานรถยนต์ที่เมืองน่านให้ยืมมาขับแล่นเข้ามาในรั้วบ้านที่สุดแสนคิดถึงก่อนจอดที่หน้าบ้านซึ่งไร้วี่แววของคนด้านใน"พ่อคะ แม่คะ อยู่บ้านกันไหมคะเนี่ย" เสียงหวานตะโกนลั่นเมื่อลงจากรถแล้วเดินเข้ามาด้านใน ประตูไม่ได้ทำการล็อกหากแต่ตัวคนไม่รู้ไปอยู่ที่ไหนแล้วเธอเดินเข้าไปตามห้องต่าง ๆ ที่คิดว่าพ่อกับแม่จะอยู่กระทั่งขึ้นมาจนถึงห้องนอนชั้นบนสุด"นอนกลางวันกันเหรอ" แต่นี่ยังไม่ทันเที่ยงเลยด้วยซ้ำพ่อกับแม่เธอไม่น่านอนกลางวันเร็วขนาดนี้ อีกอย่างไม่น่าจนจะนอนพร้อมกันทั้งคู่ด้วย ตอนนี้หญิงสาวเริ่มรู้สึกแปลก ๆ ขึ้นทุกทีมือเรียวปิดประตูห้องเข้าไปก่อนจะเห็นว่าพ่อกับแม่ของเธอกำลังนั่งอยู่บนเตียงโดยมีอุปกรณ์ทำแผลอยู่เต็มไปหมด"หว้า มาทำไมไม่โทรบอกแม่ก่อน" บัวทักทายลูกสาวทั้งที่มือยังปิดขวดเบตาดีนไม่ทันเสร็จ"นี่มันเกิดอะไรขึ้นคะพ่อแม่" ใบหน้าและตามร่างกายที่โผล่พ้นเนื้อผ้าออ
บทที่ 5 เงินสินสอดที่หมดไปเสียงสะอื้นของหญิงสาวยามที่กำลังล้างจานอยู่ในครัวไม่ได้ดังไม่ได้เบามาก แต่มันก็ทำให้คนมาใหม่ได้ยินเต็มสองหู"แม่เลี้ยงคะ เป็นอะไรเหรอ" ลำดวนเดินเข้ามาหาหญิงสาวที่ตกใจจนสะดุ้งตัวโยนหลังจากได้ยินเสียงของเธอ"เปล่า ไม่มีอะไรหรอกจ้ะ" ลูกหว้ารีบบอกปัดพร้อมกับเช็ดน้ำตาที่ไหลอาบสองข้างแก้มไปอย่างลวก ๆ"มีอะไรก็คุยกับลำดวนได้นะคะ ถ้าลำดวนช่วยได้ลำดวนจะช่วยแน่นอนค่ะ" ว่าพร้อมถกแขนเสื้อแล้วช่วยอีกคนเอาจานที่ล้างแล้วไปครอบก่อนที่สายตาจะสังเกตเห็นคราบของกับข้าวบางส่วนที่ยังไม่ได้ล้าง"อื้อ ขอบใจนะ""เอ๊ะ! นี่แม่เลี้ยงทำต้มยำกุ้งน้ำข้นเหรอคะ" แค่เพียงเห็นจานที่ยังล้างไม่เสร็จคิดไม่ถึงว่าลำดวนจะรู้ว่าอาหารมื้อนี้เธอเป็นคนทำ"รู้ได้ยังไงเหรอ" ถามพร้อมหันหน้าไปมองคนด้านข้างอย่างรอคำตอบ"ก็เพราะว่าที่บ้านหลังนี้ไม่มีใครทำต้มยำกุ้งให้พ่อเลี้ยงกินหรอกค่ะ" ลำดวนตอบด้วยใบหน้าแสนซื่อก่อนจะคลายข้อสงสัยให้กับลูกหว้า "เพราะว่าเมื่อก่อนนายหญิงคนก่อน...เอ่อ แม่แท้ ๆ ของน้องเพิร์ธชอบทำเมนูนี้ให้กับพ่อเลี้ยงกินค่ะ นับตั้งแต่ที่เธอออกจากที่นี่ไปพ่อเลี้ยงก็ไม่ชอบกินเมนูนี้อีกเลย"ลูกหว้าไ
.."เดินให้มันเร็ว ๆ หน่อยไม่ได้หรือยังไง วันนี้ได้ทำงานที่รีสอร์ตมันสบายเกินไปหรือยังไง" เสียงทุ้มไม่พอใจที่หญิงสาวเดินกลับบ้านไปพลางชมนกชมไม้ไปพลาง ดูแล้วมันก็ออกจะขัดหูขัดตาเขาไม่ใช่น้อย"ถ้าคุณรีบคุณเดินไปก่อนเลยค่ะ เดี๋ยวฉันกับน้องเพิร์ธกลับกันเอง" คนตัวเล็กว่าเช่นนั้นเด็กน้อยก็หันมาส่งยิ้มให้คนทั้งสองที่เดินตามเขาอยู่ด้านหลัง"ใช่ครับ พ่อน่านกลับไปก่อนเลยเดี๋ยวน้องเพิร์ธเดินเล่นกับแม่หว้าก่อนเองครับ" คนตัวสูงมองสองแม่ลูกไม่แท้อย่างไม่รู้ว่าจะทำยังไง ความจริงแล้วไม่ใช่ว่าเขารีบร้อนอะไรนักหนาหรอก เพียงแต่ไอท่าทางมีความสุขของลูกหว้านั้นมันทำให้เขาไม่พอใจทั้ง ๆ ที่เขาวางแผนมากมายเพื่อต้องการสั่งสอนให้เธอรู้ว่าตำแหน่งแม่เลี้ยงของไร่เจ้าเมืองนี้ไม่ใช่ว่าจะเข้ามาอยู่ได้สบาย ๆ แต่ใครจะคิดว่านอกจากเขาจะทำอะไรเธอไม่ได้แล้ว ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนก็ยังไม่เข้าข้างเขาเลยสักครั้ง เป็นแบบนี้ต่อไปเกรงจะอกแตกตายเข้าสักวัน "เดิน ๆ ไปเถอะ" ว่าเช่นนั้นก็ยอมเดินตามสองแม่ลูกไม่แท้ต่อไปเงียบ ๆ"แม่หว้าครับ วันนี้แม่หว้าทำกับข้าวให้น้องเพิร์ธกินได้ไหมครับ" มือเล็กสอดเข้าไปในมือขาวของลูกหว้าพร้อมทั้งเงย
.."นมเวียนครับ แม่หว้าของน้องเพิร์ธล่ะครับ" เด็กน้อยทำการบ้านเสร็จก็เดินลงมาตามหาคนเป็นแม่เลี้ยงให้ทั่ว ซึ่งหากเป็นวันปกติแล้วเด็กน้อยจะต้องเอาตัวเองไปอยู่หน้าทีวีก่อนคิดออกไปเล่นกับเด็ก ๆ ในไร่เสมอ แต่วันนี้ต่างกันออกไป"แม่เลี้ยงทำงานอยู่ครับน้องเพิร์ธ ไปดูการ์ตูนไหมคะ เดี๋ยวนมเปิดให้" หากแต่นี่ไม่ใช่สิ่งที่เจ้าเด็กตัวน้อยต้องการเลยสักนิด"น้องเพิร์ธอยากไปหาแม่หว้าครับ นมเวียนพาน้องเพิร์ธไปในไร่ได้หรือเปล่า" คนอายุมากคิดอยู่ครู่หนึ่งนี่คงเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ดีสำหรับไร่นี้ เธอเองก็ไม่เคยเห็นเด็กน้อยดูกระตือรือร้นจะทำเรื่องต่าง ๆ เช่นนี้มาก่อนเลย คิดดูแล้วมีแนวโน้มเป็นไปตามที่คุณนายดุจมณีพูดไม่มีผิดเพี้ยน"ได้ค่ะ เดี๋ยวนมเอาหมวกกับเสื้อคลุมให้นะคะ" ไม่นานนักหนึ่งคนแก่กับหนึ่งคนเด็กพากันเดินจูงมือไปทางไร่ส้มที่อยู่ห่างจากที่นี่พอสมควรก่อนเจอเข้ากับคนงานสักคนจึงได้นั่งรถเข้าไปยังหน้าไร่ส้ม"แม่หว้าของน้องเพิร์ธอยู่ที่ไหนเหรอครับ" เจ้าก้อนกลมลงรถปุ๊บก็เอ่ยถามคนงานที่อยู่แถวนั้นปั๊บ จากสรรพนามที่เจ้านายน้อยของพวกเขาใช้เรียกแม่เลี้ยงคนใหม่แล้วก็คงมีความสัมพันธ์ที่ดีใช้ได้เลย"อยู่ทางนั้
"มาแล้วค่ะ" เสียงหวานตะโกนไล่กลับไปพร้อมกับ รีบเดินไปที่หน้าประตูก่อนส่งมือขาวไปเปิดมันออกแกร่ก"แม่หว้าครับ" ทันทีที่ประตูบานหนาเปิดออกเด็กน้อยก็รีบปล่อยมือออกจากผู้เป็นพ่อก่อนโผเข้าหาหญิงสาวผู้ที่อยู่ในห้องทันที แม้ว่าเธอจะไม่เข้าใจในสถานการณ์เท่าไรแต่ก็ย่อตัวลงไปอุ้มเจ้าก้อนแป้งหอมขึ้นมา"ว่าไงครับน้องเพิร์ธ มาหาแม่...เอ่อ มาหาน้ากลางดึกแบบนี้มีอะไรเหรอ" เธอถามเด็กน้อยพร้อมชายตามองคนพ่อสักนิดด้วยความใคร่รู้"วันนี้น้องเพิร์ธกินคุณผักเขียวเยอะมากเลยครับ น้องเพิร์ธเก่งไหม" เด็กน้อยถามคนที่อุ้มเขาเล่นเอาผู้ถูกถามงงหนักขึ้นไปอีก"เก่งครับ น้องเพิร์ธเก่งที่สุดเลย" ไม่ตอบเปล่าเธอยังฉวยโอกาสหอมแก้มนุ่มที่มีกลิ่นแป้งเข้าไปจนเต็มปอด ใจหนึ่งก็อยากจะฟัดเจ้าเด็กนี่ให้มากกว่านี้อีกสักนิด ทว่าอีกใจกลับรู้สึกเกรงใจเมืองน่านอยู่ไม่น้อย"ถ้าน้องเพิร์ธเก่งแล้วอย่างนั้นน้องเพิร์ธขอรางวัลจากแม่หว้าได้ไหมครับ" เขาพูดพร้อมส่งสายตาลูกหมาน้อยมาที่หญิงสาวแค่เพียงเท่านั้นใครที่เห็นจะไม่ใจละลายได้บ้าง"ได้ทุกอย่างเลยครับน้องเพิร์ธ อยากได้อะไรบอกน้าหว้ามาได้เลยครับ" เหยื่อเป็นอันติดกับเข้าแล้ว"น้องเพิร์ธอยา
ตอนที่ 4 กลั่นแกล้ง"แม่เลี้ยงอย่าคิดมากเลยนะคะ พ่อเลี้ยงก็เป็นคนปากร้ายแบบนี้มาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้วล่ะค่ะ" แม่นมเวียนผู้ที่รู้จักเมืองน่านดีกว่าใครในไร่นี้พูดกับหญิงสาวที่ทำหน้าเศร้าสลดลงเมื่อถูกสามีพูดจาไม่ดีใส่"ถึงจะปากร้ายมาตลอดแต่พ่อเลี้ยงก็พูดแต่ความจริงนะคะ คิดอะไรก็พูดอย่างนั้นมาตลอดเลย" ตามมาด้วยหญิงสาวที่เรียกเธอด้วยสรรพนามแปลก ๆ นั้นจนทำเธอน้อยเนื้อต่ำใจ ทั้ง ๆ ที่วันนี้ก็ไม่เคยมีใครเรียกเธอแบบนี้เลยรวมไปถึงลำดวนเองด้วย แต่ไม่รู้เพราะอะไรจู่ ๆ ก็พูดมันขึ้นมา"มันก็เพราะแกนั่นแหละที่พูดจาไม่รู้เรื่อง รีบไปทำงานของตัวเองเลยไป" คนอายุมากที่สุดรีบหันมาเอ็ดหญิงสาวที่ทำตัวไม่รู้ร้อนหนาวอะไรและเมื่ออีกคนเดินออกไปแล้วจึงได้หันมาพูดกับลูกหว้าอีกครั้ง"อย่าไปฟังที่นังลำดวนมันพูดเลยนะคะแม่เลี้ยง มันก็พูดไปเรื่อยนั่นแหละ""ค่ะ" ถึงจะรับปากไปเช่นนั้นแต่เธอก็อดจะคิดมากไม่ได้ "ความจริงแล้วฉันก็ไม่ได้คิดอะไรมากหรอกค่ะ เพราะความจริงแล้วฉันกับคุณเมืองน่านก็โดนจับแต่งกันไม่ได้มีความรักอะไรแบบนั้นจริง ๆ นั่นแหละค่ะ" ที่ต้องอยู่ด้วยกันทุกวันนี้ก็เพราะว่าต่างคนต่างต้องรักษาหน้าตาของครอบครัวตัวเอ







![คลั่งรักสาวขัด[ดอ]ดอก](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)