Masuk.
. ขณะที่เมืองน่านกำลังนั่งรอพิธีการของงานแต่งเขาก็นั่งมองหน้าว่าที่ภรรยาอยู่ฝั่งตรงข้าม ครั้งนี้เขาเพิ่งสังเกตว่าที่จริงลูกหว้าคนนี้ก็ดูหน้าตาดีไม่น้อยเลย ใบหน้าสวยหวานผิวขาวผ่องชนิดที่ถ้าใครได้เห็นก็ต้องเหลียวมอง ถ้าหากว่าได้พบปะหรือว่าทำความรู้จักในแบบอื่นที่ไม่ใช่อย่างที่เป็นอยู่ตอนนี้ ก็ไม่แน่ว่าเขากับเธออาจพัฒนาความสัมพันธ์กันไปได้ดีก็ได้ ทว่าเรื่องมันเกิดขึ้นก็เพราะว่าแผนการของครอบครัวเธอที่หวังจะเอาเงินทองและสมบัติต่าง ๆ ของตัวเขา คนเช่นนี้เขาไม่มีทางอยากจะเกี่ยวดองด้วยที่สุดแล้ว "ทำไมนั่งเงียบแบบนั้นล่ะ แกกำลังคิดอะไรอยู่" เมืองหนาวถามน้องชายตัวเองอีกครั้งก็เพราะระแวงในความสามารถพลิกโอกาสให้เป็นวิกฤตของน้องชายตัวเองเป็นอย่างมาก เขารู้ดีว่าคนอย่างเมืองน่านนั้นทำได้ทุกอย่างตามใจตัวเองจริง ๆ "พี่จะถามอะไรนักหนาล่ะ ผมยังไม่ได้คิดจะทำอะไรไม่ดีหรอกน่า อย่ากังวลไปเลย" เมืองน่านตอบเช่นนั้นโดยที่สายตายังไม่ได้ละออกใบหน้าหวานของหญิงสาวที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามเลยแม้แต่น้อย "ให้มันเป็นอย่างที่พูดเถอะ รู้ใช่ไหมว่าถ้าวันนี้เกิดเรื่องผิดพลาดขึ้นมา แม่ไม่เอาแกไว้แน่" เมืองหนาวพูดก็เพราะเตือนสติน้องชาย เพราะว่ายังไงถ้างานแต่งครั้งนี้ล่มขึ้นมาจริง ๆ ก็ไม่ใช่แค่ฝ่ายหญิงที่เสียหน้า "รู้แล้วน่า" ขณะที่ชายหนุ่มกำลังนั่งมองหน้าของหญิงสาวอยู่นั้นในหัวก็นึกถึงเรื่องราวต่าง ๆ และวางแผนการเอาไว้เพื่อทำให้เจ้าสาวขายหน้าในงานแต่งตัวเอง เพราะหากจะให้ล่มมันก็เกรงว่าคงทำไม่ได้แต่อย่างน้อยก็ต้องสั่งสอนผู้หญิงคนนั้นกับครอบครัวให้รู้สำนึกบ้างไม่อย่างนั้นหากเข้าไปอยู่ที่ไร่ด้วยกันแล้วเกรงจะกำแหงหนัก แต่ก็ดูเหมือนว่าความคิดของเขาก็เป็นได้แค่ความคิดเพียงเท่านั้น เพราะว่าทันทีที่ลูกชายของเขามาถึงก็ดันวิ่งไปนั่งตักของคนที่ได้ชื่อว่าเป็นแม่เลี้ยงของตัวเองอย่างรวดเร็วชนิดที่เขาไม่ทันได้เอ่ยห้ามเลยด้วยซ้ำ แถมยังมองข้ามเขาไปเลยด้วยอีกต่างหาก "พี่ชื่ออะไรเหรอครับ น้องชื่อน้องเพิร์ธนะ คุณย่าบอกว่าต่อไปนี้พี่เป็นคุณแม่ของน้องเพิร์ธแล้ว น้องเพิร์ธดีใจมากครับ" เสียงของเด็กน้อยดังขึ้นในตอนที่ตรงปรี่เข้ามานั่งตักของหญิงสาวที่อยู่ในชุดไทยเต็มรูปแบบ โดยที่ตัวของเจ้าของตักนั้นยังไม่เข้าใจในสถานการณ์ตรงหน้าสักเท่าไร ก็เพราะว่ายังไม่ได้เตรียมใจเพื่อมาเจอกับอะไรแบบนี้ "คะ ค่ะ พี่ชื่อลูกหว้าจ้ะ" เธอตอบกลับเด็กคนนั้นไปอย่างงง ๆ แต่ก็ไม่ได้คิดจะโกรธหรือผลักไสเด็กคนนี้ออกจากตักเลยแม้แต่น้อย ก็เพราะว่ารู้มาก่อนแล้วเด็กคนนี้คงจะเป็นลูกชายของเมืองน่านว่าที่เจ้าบ่าวของเธออย่างที่ดุจมณีได้บอกกับเธอไว้ก่อนแต่งงาน ดูไปแล้วใบหน้าก็ละม้ายคล้ายกันอยู่หลายส่วนทีเดียว ดูจิ้มลิ้มและน่ารักมาก มีเพียงก็แค่แก้มที่ดูจะเยอะไปมากชวนให้อยากลองเอาจมูกไปจุ่มเพื่อสูดดมกลิ่นหมาเด็กเสียเหลือเกิน ไวกว่าความคิดหญิงสาวก็ก้มลงไปสูดดมความหอมของเด็กน้อยที่เพิ่งเจอกันเป็นครั้งแรกเสียฟอดใหญ่อย่างไม่ได้ทันให้ใครตั้งตัว แม้กระทั่งเจ้าของแก้มกลมที่ว่า รวมไปถึงผู้เป็นพ่อของเจ้าก้อนอ้วนด้วย "หื้มม หอมจังเลยครับน้องเพิร์ธ" ทันทีที่หญิงสาวหอมแก้มเด็กน้อยเจ้าก้อนกลมก็หันหน้ากลับมามองผู้กระทำการนั้นทันทีจนหญิงสาวตกใจในปฏิกิริยาเพราะคิดว่าอาจทำให้เจ้าก้อนกลมไม่พอใจแล้วหรือเปล่า หากแต่ไม่ใช่เลยที่น้องเพิร์ธทำแบบนั้นก็เพราะว่าเขาเป็นเด็กที่ไม่มีแม่มาตั้งตั้งแต่เด็ก ๆ ตั้งแต่จำความได้เค้าก็มีเพียงแค่เมืองน่านเป็นพ่อที่เลี้ยงดูเขาเพียงลำพังมาตลอด ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นอ้อมกอดหรือการแสดงความรักที่ผู้เป็นแม่มีให้กับลูกชายนั้น เขาไม่เคยได้รับมันเลย นี่นับเป็นครั้งแรกของเขากับผู้ที่มีสถานะเป็นแม่เลี้ยงจึงรู้สึกปลื้มปิติอย่างบอกไม่ถูก "อึก! หื้ออออ" แต่แล้วเด็กน้อยที่ไม่รู้ว่าจะแสดงความรู้สึกออกมาเช่นไรก็ระบายมาเป็นน้ำตาใสใสอาบสองข้างแก้มพร้อมโผล่เข้ากอดคอของหญิงสาวแน่นจนคนทั้งงานตกใจรวมถึงผู้เป็นพ่อด้วย "นี่! ทำอะไรน้องเพิร์ธทำไมน้องเพ้อถึงร้องไห้" เมืองน่านทำท่าจะลุกขึ้นยืนแล้วตรงไปไปหาลูกชายตัวเองที่กำลังร้องไห้กระจองอแงอยู่อย่างไม่ทราบสาเหตุ แต่ก็ต้องชะงักเพราะพี่ชายทั้งสองจับแขนเขาเอาไว้ "ไอ้น่าน อย่า" "พวกพี่จะห้ามผมทำไมเนี่ยลูกผมกำลังร้องไห้อยู่นะ" เขาหันมาบอกกับพี่ชายทั้งสองด้วยสีหน้าไม่ค่อยจะดี "น้องเพิร์ธไม่ได้ร้องไห้เพราะเสียใจแกดูนั่นสิ" เมืองหนาวชี้ให้น้องชายตัวเองหันไปมองเจ้าเด็กน้อยที่แม้ใบหน้าจะอาบไปด้วยหยาดน้ำตาแต่รอยยิ้มกลับหวานอย่างชนิดที่ว่าได้ของเล่นที่ถูกใจ เมืองน่านมองภาพนั้นด้วยความรู้สึกหลากหลายก่อนจะได้ฟังประโยคที่ลูกชายพูดขึ้นทำเอาเขารู้สึก "น้องเพิร์ธอยากมีแม่มานานแล้วครับ น้องเพิร์ธชอบแม่หว้า" พูดจบก็ลุกขึ้นไปกอดคอหญิงสาวคนนั้นอีกครั้งทำเอาบรรดาผู้ที่มองภาพเหตุการณ์ตรงหน้าถึงกับอมยิ้มไปตาม ๆ กันแม้กระทั่งผู้เป็นย่าอย่างดุจมณีถึงกับต้องยกมือมาซับหัวตาเลยทีเดียว งานแต่งงานจัดขึ้นตามประเพณีไปทีละขั้นตอนจนเสร็จเรียบร้อย กระทั่งว่าพิธีส่งตัวเข้าหอความจริงจะต้องเป็นบ้านของเจ้าสาวหากแต่ตามที่ตกลงกันเอาไว้เมืองน่านอยากให้พาเจ้าสาวกลับบ้านเขาตั้งแต่คืนนี้เลย ซึ่งทุกคนก็ไม่ได้ขัดข้องอะไร นั่นเป็นเหตุผลที่ทำให้สามพ่อแม่ลูกมายืนที่หน้าบ้านใหญ่ของไร่เจ้าเมืองในตอนนี้ "ถึงแล้ว นี่คือบ้านของฉัน น้องเพิร์ธครับเราขึ้นไปนอนกันเถอะ" ประโยคแรกน้ำเสียงห้วนพูดกับหญิงสาวผู้ที่จะเข้ามาเป็นสมาชิกใหม่ของบ้าน ส่วนประโยคหลังพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนหวานกับลูกชายตัวน้อยที่ทำท่าง่วงนอนเต็มทน "ค่ะ น้องเพิร์ธครับถึงบ้านแล้วนะตื่นก่อนลูกเดี๋ยวแม่พาขึ้นไปนอนนะ" หญิงสาวหันมาพูดกับเด็กน้อยที่อยู่ในอ้อมแขน ถ้าว่าหลังจากพูดจบสองมือแกร่งก็เอื้อมมารับร่างอ้วนกลมของเด็กน้อยไปแทน หญิงสาวจึงได้โอกาสเดินไปหยิบกระเป๋าสัมภาระของตัวเองลงมาและเดินตามอีกคนไปติด ๆ แต่ก็ต้องมาชะงักเพราะเมืองเหนือนึกบางอย่างขึ้นมาได้ "เดี๋ยว...เธอไม่ต้องขึ้นมานอนบนบ้านใหญ่ ฉันให้คนจัดห้องพักคนงานให้แล้ว แล้วก็อย่ามาแทนตัวเองว่าแม่กับลูกชายฉัน เธอไม่ใช่แม่น้องเพิร์ธ" ประโยคนี้เป็นการขีดเส้นแบ่งแยกระหว่างเขาและเธอได้เป็นอย่างดี ลูกหว้าที่ไม่ได้คิดว่าจะมาเจอเหตุการณ์นี้แต่ก็ไม่ได้เหนือความคาดหมายสักเท่าไหร่เธอจึงรู้ว่าจะต้องวางตัวอย่างไรต่อไปเมื่อได้เข้ามาอยู่ที่นี่ "ค่ะคุณน่าน ถ้าอย่างนั้นน้าหว้าไปนอนแล้วนะคะน้องเพิร์ธ" เธอพูดกับคนทั้งสองจนเรียบร้อยก่อนจะหมุนตัวและหันไปเห็นคนงานสักคนหนึ่งที่ไม่ต้องเดาก็พอจะรู้ว่าเมืองเหนือได้จัดเตรียมเอาไว้ให้เรียบร้อย เธอก็ไม่คิดอะไรมากและเดินตามคนผู้นั้นไปโดยมีสายตาของเด็กน้อยจ้องมองแผ่นหลังบางนั้นจนลับสายตา... "ไหนคุณย่าบอกว่าพ่อน่านแต่งงานกับแม่หว้าแล้วน้องเพิร์ธจะมีแม่เหมือนคนอื่นเขา จะได้นอนกอดแม่ไงครับ...คุณย่าโกหกน้องเพิร์ธเหรอ" "น้องเพิร์ธลูก…"บทส่งท้ายเวลาลาวอาทิตย์กว่ากว่าที่พ่อเลี้ยงเมืองน่านไม่ได้กลับไปนอนที่ไร่ของตัวเอง มีเพียงแค่กลับไปเอาเสื้อผ้าของเจ้าเด็กน้อยลูกชายสุดที่รักของเขามาก็เท่านั้น ทำเอาคนงานต่างพูดไปกันว่าเจ้านายของพวกเขาสิ้นลายแล้วจริงๆ"กลับมาแล้วครับบบ" เสียงคนพ่อพูดขึ้นนำมาก่อน"น้องเพิร์ธก็กลับมาแล้วครับบบบ" ตามมาด้วยเสียงคนลูกเจื้อยแจ้วตามหลัง"กลับมาแล้วพี่น่านก็มาช่วยว่าขอดเกล็ดปลาหน่อยค่ะ" ไม่ทันให้ชายหนุ่มได้นั่งพักแม้เสี้ยววินาที ภรรยาคนเก่งคนดีของเขาก็เริ่มใช้งานแบบดุดันไม่เกรงใจใครเสียแล้ว"ครับ ๆ แม่เลี้ยงลูกหว้า" แต่ดูเหมือนเมืองน่านจะชินกับมันเสียแล้วคนตัวสูงทำงานตามภรรยาสั่งเขาแทบจะทุกอย่างก่อนจะนั่งกินข้าวและเตรียมตัวเข้านอนเหมือนทุกวันที่ผ่านมา เพียงแต่ช่วงนี้เขาไม่ค่อยได้นอนกับลูกชายแล้วเพราะมีคนแย่งตัวไปนอนกอดแทบทุกคืน"ทำอะไรอยู่เหรอคะ" ร่างเล็กบางเดินเข้ามาในห้องนอนก่อนจะเห็นว่าคนเป็นสามีนั้นกำลังนั่งขีด ๆ เขียนอะไรบางอย่างลงในสมุดอยู่"ตรวจบัญชีเงินเดือนคนงานอยู่น่ะ" คนฟังก็เพิ่งนึกขึ้นได้ว่าถึงแม้อีกคนจะมาอยู่ที่บ้านหลังนี้กับเธอแต่เขาก็ยังมีงานในไร่ต้องทำอยู่"พี่น่านไม่กลับไร่
"แล้วทำไมแล้วทำไมพี่ไม่บอกหว้าล่ะ อีกอย่างมือถือพี่ก็ปิดเครื่องด้วยหว้าติดต่อพี่ไปเป็นชั่วโมงชั่วโมง" "พี่รีบไปหน่อยก็เลยทำพี่รีบไปหน่อยก็เลยทำมือถือตกอยู่ที่บ้านน่ะ แบตหมดไปตอนไหนก็ไม่รู้เพิ่งจะมาชาร์จเมื่อเช้านี้เอง" ชายหนุ่มอธิบายเรื่องราวที่เกิดขึ้นให้กับเธอได้ฟัง หวังเพียงแค่ลูกว่าเข้าใจก็เท่านั้น"แล้วตอนนี้... คุณขวัญตาเป็นยังไงบ้างเหรอคะ" หญิงสาวถามถึงผู้หญิงคนนั้นด้วยความอยากรู้ วันนี้ก็นับเป็นวันที่เจ็ดแล้วอีกคนจะอยู่หรือจะไปแม้ว่าเธอจะเก็บของย้ายออกจากไร่เจ้าเมืองมาแล้วแต่เธอก็ยังอยากรู้ข่าวคราวอยู่ดี"ที่จริงเธอแกล้งน่ะ" หญิงสาวหันมามองหน้าชายหนุ่มที่พูดคำนี้ออกมายังไม่เข้าใจ"หมายความว่ายังไงเหรอคะ""ความจริงแล้วเธอไม่ได้ตกบันไดจริง ๆ หรอกเธอแค่อยากให้พี่ไปไม่ทันแล้วทำให้เราทะเลาะกันน่ะ" ก็ไม่ใช่ว่าเขาใส่ร้ายอีกคนแต่อย่างใดเพียงแค่พูดความจริงเท่านั้นเอง"พี่รู้ได้ยังไงคะไปปรักปรำคุณขวัญตาเธอหรือเปล่า" ลูกหว้าเอ่ยถามก็เรียกการถอนหายใจแรง ๆ จากคนข้าง ๆ มาครั้งหนึ่ง"ขวัญตาทำกับเราขนาดนี้แล้วนะลูกหว้า เธอยังจะแก้ตัวแทนเขาอีกเหรอ" หญิงสาวเงียบไม่พูดอะไรเพราะเธอก็คิดแบบนั้นอย
..หลังจากขับรถวนหาที่จอดหน้าตลาดอยู่พักหนึ่งสุดท้ายแล้วเมืองน่านก็ได้ที่พร้อมเดินลงมาตามหาผู้เป็นภรรยาที่หนีออกจากบ้านไปของตัวเอง"พ่อน่านครับ แม่ว่าอยู่ที่ไหนเหรอน้องเพิร์ธเริ่มจะคิดถึงแม่ว่าแล้ว" สายตาของหนึ่งชายหนึ่งเด็กสอดส่องไปตามทางเดินที่คิดว่าลูกหว้าจะอยู่แถวนั้น แต่ก็ยังคงไร้วี่แวว"เดี๋ยวเราลองเดินหาดูก่อนนะครับ" เมืองน่านเพิ่งจะรู้ว่าภรรยาของเขาเป็นคนที่ใจแข็งพอสมควร ยามที่โกรธกันมือถือก็ปิดเครื่องหนีได้ผู้คนในตลาดวันนี้ไม่ได้มีมากมายอะไรนักในที่สุดเมืองน่านก็เห็นแผ่นหลังของคนที่เขากำลังตามหาอยู่"จริงเหรอ ฮ่า ๆ ๆ""มันไม่ได้เลยนะแบบนั้นน่ะ"แต่ภาพตรงหน้าที่เขาเห็นนั้นมันทำให้ชายหนุ่มรู้สึกเจ็บปวดหัวใจมากเหลือเกิน ก็เพราะว่าหญิงสาวผู้เป็นที่รักของเขายามที่อยู่อยู่กับผู้อื่นกลับหัวเราะดูท่าจะมีความสุขมากกว่าตอนอยู่กับเขาเสียอีกไม่รู้ว่าอะไรเข้าสิงเขาทำให้มีวูบหนึ่งที่รู้สึกว่าลูกหว้ากับแบงก์ชายคนนั้นดูเหมาะสมกันอย่างที่เพื่อนร่วมรุ่นของเธอบอกจริงๆรอยยิ้มที่เขารักษาเอาไว้ไม่ได้บางทีอาจต้องให้คนอื่นเป็นคนรักษาให้ เช่นนั้นแล้วเมืองน่านก็รู้สึกว่าตัวเองไม่มีหน้าจะไปหาลูกหว้
ตอนที่ 13 น้องเพิร์ธพาพ่อน่านมาง้อ ๆ แม่หว้าครับรถยนต์คันหรูแล่นด้วยความเร็วระดับหนึ่งเพื่อหวังจะกลับไปที่บ้านของตัวเองให้ไวที่สุด กระทั่งมาจอดอยู่ที่หน้าบ้านพักคนงานก็รีบวิ่งลงมาทั้งอย่างนั้นก่อนจะเปิดประตูเพื่อหาหญิงสาวที่เขาพูดจาไม่ดีใส่เมื่อคืน"ทำไม..." จากตอนแรกที่มาด้วยรอยยิ้มมันกลับหายไปเมื่อพบกับความว่างเปล่าของบ้านพักหลังนี้"พ่อเลี้ยงมาหาใครเหรอครับ" คนงานคนหนึ่งเดินมาถามผู้เป็นเจ้านายที่ดูท่ารีบร้อนไปไหนก็ไม่รู้"แม่เลี้ยงล่ะ แม่เลี้ยงไปไหน" หันมาหาคนงานพร้อมถามด้วยความร้อนหล่นอย่างที่สุด ตอนนี้เขามีความคิดบางอย่างเล่นเข้ามาในหัวเพียงแต่กลัวเหลือเกินว่ามันจะเป็นความจริง"ผมก็ไม่รู้เหมือนกันเหมือนกันครับ เห็นเก็บข้าวเก็บของแล้วก็มีคนมารับออกไปตั้งแต่เช้าแล้วครับ" คนฟังแทบใจสลายลูกหว้าคงโกรธเขามากแน่ ๆ ถึงได้เก็บข้าวของแล้วออกไปจากที่นี่แบบนี้ไม่รอช้าคนตัวสูงรีบวิ่งเข้าไปหาลูกชายตัวเองที่น่าจะอยู่กับแม่นมเวียนและพาอีกคนขึ้นรถมาอย่างงง ๆ"เพราะถ้าพาน้องเพิร์ธไปไหนเหรอครับ พาน้องเพิร์ธไปเที่ยวเหรอ" เด็กน้อยไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรเอ่ยถามขึ้นขณะที่มองไปยังทางเบื้องหน้าด้วยความเ
"ไอ้พวกเหี้ย มึงกล้าทำอย่างนี้กับเมียกูหรอ!! อย่ายุ่งเลยพวกมึง" ชายหนุ่มหยิบท่อนไม้ขนาดพอดีมือหวังฟาดไอ้คนเมาทั้งสองให้มันสลบคามือ"พี่น่าน! พี่น่าน ไม่ ไม่ทำ อึก!" ถ้าว่าหญิงสาวที่ได้สติขึ้นมากลับมาห้ามเอาไว้ทันที่เธอมาห้ามไม่ใช่เพราะสงสารไอ้คนพวกนั้นเพียงแต่เป็นห่วงสามีของตัวเองไม่อยากให้เกิดเรื่องราวใหญ่โตเสียมากกว่าคนตัวสูงหันมามองผู้หญิงของตัวเองก็ได้สติมานิดหน่อยเขาเห็นว่าร่างกายของเธอเต็มไปด้วยรอยมือของไอ้สวะพวกนั้น อีกทั้งเสื้อผ้าก็ไม่เรียบร้อยจึงเลือกที่จะช้อนตัวอุ้มเธอขึ้นมาแล้วเดินไปที่รถตัวเองก่อนขับมันกลับมายังบ้านของพวกเขา"ผลของความเอาแต่ใจของตัวเองหรือยังลูกหว้า" ทันทีที่มาถึงชายหนุ่มก็พูดใส่อารมณ์กับอีกคนทันที"แล้วฉันตั้งใจให้มันเป็นแบบนี้รึไงคะ" อีกคนก็ไม่คิดจะยอมเหมือนกันถึงจะพึ่งผ่านเหตุการณ์ที่มันน่ากลัวขนาดนั้นมาแต่เธอก็ไม่ควรมาเจอคำพูดแรง ๆ จากใครเช่นกัน โดยเฉพาะคนที่ไล่เธอลงจากรถเพื่อไปเจอเหตุการณ์นั้นเอง"แล้วจะโทษว่าเป็นที่ฉันรึไงล่ะ ฉันบอกให้เธอรออยู่ที่ร้านฉันจะไปรับเธอเอง แต่นี่อะไรรีบไปที่งานเพราะว่าจะไปหาไอ้แบงก์อะไรนั่นน่ะเหรอ"ใบหน้าสวยหวานเลอะคราบ
ชายหนุ่มพาผู้เป็นภรรยามานั่งอยู่ในรถด้วยความหัวเสีย เขารีบไปหาเธอหลังจากจัดการปัญหาที่บ้านเรียบร้อยแล้วหากแต่กลับไปเห็นว่าลูกหว้ากำลังกอดอยู่กับชายอื่นโดยมีบรรดาเพื่อนที่ยุยงแถมยังบอกว่าลูกว่าเหมาะสมกับคนคนนั้นมากขนาดไหน ยิ่งเพิ่มไฟโทสะให้เขาเป็นอย่างมาก"ขอบคุณนะคะที่เข้ามาช่วยฉันรับหน้าคนพวกนั้น" ในที่สุดก็เป็นหญิงสาวที่พูดทำลายความเงียบขึ้นมาก่อนหากแต่นั่นเป็นการเติมเชื้อเพลิงให้ไฟ"ถ้าเธอรู้ว่าไปที่นั่นแล้วต้องเจอกับเรื่องแบบนี้ ฉันถามจริง ๆ นะว่าเธอจะไปทำไม หาเรื่องใส่ตัวเองชัด ๆ เลย" คนตัวสูงใช้สรรพนามที่แปลกไปพูดกับอีกคนจนเธอรู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลง"ฉัน...ขอโทษนะคะ" เมื่อไม่รู้จะพูดคำไหนออกมาก็มีเพียงแค่การขอโทษเท่านั้นที่จะพอทำให้อีกคนคลายความโมโหได้"พูดแค่นี้ก็น้ำตาคลออีกแล้วนะ เธอไม่รู้ตัวบ้างเหรอว่าที่เธอเป็นแบบนี้มันน่ารำคาญมากแค่ไหนน่ะ" เขาพูดออกไปเพราะรู้สึกว่าลูกหว้าภรรยาของเขาควรจะมีความเข้มแข็งมากกว่านี้ แบบนี้ไม่สมกับเป็นคนที่เขาหลงรักเลยแม้แต่น้อย"ฉันไม่ได้ตั้งใจ อึก! ฉันขอโทษค่ะ" หญิงสาวเริ่มร้องไห้ขึ้นมาอีกครั้งเพราะถูกอีกคนดุ ทั้งทั้งที่เขาเป็นคนมาช้าแท้ ๆ แต่ค





![ตามรักคืนใจ [ลูกแฝด]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)

