Masukเมื่อจบเพลง เทียนก็เริ่มเหนื่อย จึงหันมายกแก้วของตัวเองดื่ม แต่ว่ากลับสัมผัสเข้าที่มือของใครบางคน
“นี่...ไอ้โรคจิต...มาได้ไง...แอบตามฉันมาเหรอ” เทียนไขโวยวายทันที เมื่อเห็นไอ้หน้าหม้อนั่งปั้นจิ้มปั้นเจ๋ออยู่ที่โต๊ะของเธอ
“เทียน...อย่าบอกนะไอ้โรคจิตที่แกว่า คือพี่ตฤณ” มัทนาถามอย่างร้อนใจ
“ใช่...แล้ว...พี่ตฤณ...คือ?” เทียนไขมองหน้าไอ้หื่นสลับกับเพื่อนสาวอย่างงงงวย
“นี่พี่ตฤณ หรือพ่อเลี้ยงตฤณแห่งไร่สายหมอก” มัทนารีบแนะนำตัวให้เพื่อนรู้จักทันที ยิ่งเห็นสายตาของญาติผู้พี่ คิดว่าคงมี Something บางอย่างกับเทียนไข
“ชิ...น่าจะหมอกหงอย!” เทียนไขทำปากมุบมิบ แต่เหมือนไอ้หน้าหื่นน่าจะหูผี
“ลองดูไหมครับ...ว่าหงอกหรือเปล่า” เขาตอบก่อนจิบเหล้าในแก้วด้วยรอยยิ้ม ยักคิ้วข้างเดียวอย่างกวนบาทา
“อุ๊ป!!!” สองสาวมัทนาและบุษบาส่งเสียงพร้อมกัน ที่ฝีปากทั้งคู่นั้นแซ่บไม่ไหว
“พี่ตฤณ...ไปรังแกอะไรเพื่อนมัทหรือเปล่าคะ” มัทนาสงสัยในความสัมพันธ์ของสองคนนี้ ทั้งหรี่ตามองทั้งคู่อย่างจับผิด
ชายหนุ่มไม่ได้ตอบ แต่ยกมือขึ้นมาลูบริมฝีปากเบา ๆ มองสบตาอย่างมีความหมายไปทางเทียนไขที่เริ่มร้อนตัว
“ปะ...เปล่า...คะ...แค่แย่งที่จอดรถ” เทียนไขรีบละล่ำละลักตอบไปก่อนที่ไอ้พ่อเลี้ยงหน้าหม้อนี่จะบอกเพื่อน
“ว้าว...พรหมลิขิตหรือเปล่าคะเนี่ย...ถึงได้มาเจอกันที่นี่อีก” บุษบาบาริสต้าเริ่มทำงาน ชงเข้ม ๆ ให้เพื่อนเผื่อเพื่อนจะขายออก
“ใครว่าผีผลักสิไม่ว่า” เทียนไขเถียงขาดใจ หากเป็นพรหมลิขิตน่าจะผิดคู่ เธอรักผู้ชายแบบนี้ไม่ได้หรอก เขามันไม่ใช่พระเอกแต่เป็นตัวร้ายต่างหาก
“หูยยย” มัทนาเห็นเพื่อนกระเง้ากระหงอด ยิ่งอยากให้ทั้งคู่ลงเอย เพราะพี่ตฤณนั้นเพิ่งอกหักจากพี่หนึ่งดาว หากได้เทียนดามใจคงจะดีไม่น้อย
“ผีจับหัวมากกว่า” ชายหนุ่มตอบกลับ พร้อมเรียกร้อยยิ้มให้กับอีกสองสาว คำกับผวนแสนทะลึ่งที่พวกเธอก็พูดคุยเล่นกันประจำ
นี่สินะที่เรียกว่าเนื้อคู่
“ทะลึ่ง!” เทียนไขด่าไปหนึ่งคำ
“ผีลูบหัวหรือเปล่านะ” บุษบายังชงเข้มเช่นเดิม
“ไม่ต้องชง...พอแล้ว” บรรยากาศที่เริ่มสนุกของทุกคน แต่กลับกร่อยของเทียนไข จนเธออยากกลับบ้านเสียเดี๋ยวนี้ หากไม่ใช่ว่าตนเองดันเปิดเหล้าแล้วจะเลี้ยงทุกคน คงกลับไปตั้งแต่ไอ้บ้านั่นมาร่วมโต๊ะด้วยกันแล้ว
“ไม่ยักรู้ว่าเพื่อนเราดื่มเก่ง” ตฤณกระซิบถามมัทนา
“ปกติไม่เก่งค่ะ ไม่รู้วันนี้ไปโดนตัวไหนมา” มัทนากระซิบกลับ
‘ดื่มย้อมใจสินะ’ เขาคิดตามท่าทางของเธอ
ตฤณไม่รู้ทำไมถึงได้สนใจผู้หญิงคนนี้นัก กว่าที่ทั้งหมดจะแยกย้ายก็เที่ยงคืนกว่า
ตฤณขับรถตามเทียนไขไปตลอดทาง ทั้งที่ไม่ได้เป็นทางเดียวกัน เขาเห็นเธอดื่มเหล้าหนักก็กลัวจะเกิดอุบัติเหตุ แม้ว่าจะอาสาไปส่งแล้วก็ไม่ยอม
“ยายเด็กดื้อ!” เขาสบถขณะขับรถตามไปจนถึงบ้านหลังหนึ่งที่ภายในบ้านเงียบสงัดจนเขาต้องลงมาดูว่าใช่บ้านเธอหรือเปล่า
แต่เมื่อเห็นแม่สาวที่ร่ำสุราราวกับน้ำเปล่าเดินโซเซลงมาเปิดประตู ก็รู้ทันทีว่าเธอพักที่นี่
“เทียนไข ปานดาวงั้นเหรอ” เขาเลื่อนดูโทรศัพท์ ที่ยายมัทส่งข้อมูลเพื่อนสาวมาละเอียดยิบจนเรียกได้ว่า เหมือนอยู่บ้านเดียวกัน
แถมยังมีเรื่องดรามาอีก ทำให้เขาต้องมาส่งเพื่อนสาวของยายน้องตัวแสบ ที่แอบแม่เที่ยว ทั้งยังกำชับเขาว่าอย่าบอกแม่ว่าแต่งตัวแบบนี้มาเที่ยว
“อยู่คนเดียว?” เขาสะดุดคำว่าอยู่คนเดียว ไม่คิดว่ายายนี่จะชีวิตรันทดขนาดนี้
เมื่อเห็นเข้าไปในบ้านอย่างปลอดภัย เขาก็กลับขึ้นรถขับกลับคอนโดทันที
รอยยิ้มของชายหนุ่มยังเกลื่อนใบหน้ายามได้คิดถึงช่วงเวลาที่ได้จูบเธอ แม้ขณะนอนหลับเขาก็ยังไม่ลืม
ไม่ใช่ว่าไม่เคยจูบใคร แต่ไม่ใช่ใครที่จูบแล้วรู้สึกดีขนาดนี้มาก่อน
วันถัดมาเทียนไขตื่นมาพร้อมกับอาการแฮงค์อย่างเต็มที่ เธอต้องกินยาบวกกับนอนพักอีกเกือบทั้งวัน และเตรียมตัวเดินทางกลับไปหอพักเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลสัตว์ที่หัวหิน
รถที่ขาล่องใต้นั้นมีไม่มาก ทำให้เธอถึงที่หมายเร็วกว่าที่คิด หญิงสาวเปลี่ยนเสื้อผ้าและลงไปเดินเล่นที่ริมหาดเหมือนปกติ
การใช้ชีวิตคนเดียวของเทียนไขดำเนินไปตั้งแต่ตัดขาดกับพ่อ และเลือกที่จะยืนหยัดด้วยลำแข้ง จนตอนนี้ก็กลับไปเจอหน้าเขาอีกครั้ง แต่เธอก็ยังไม่คิดให้อภัย ขณะที่ปล่อยใจให้คิดเรื่องต่าง ๆ ไปนั้นเสียงโทรศัพท์ของเธอก็ทำลายความเงียบงั้นลง
“เทียน...พ่อนะ”
เสียงที่ไม่อยากได้ยินดังออกมาจากโทรศัพท์ จนเธอแทบกดวาง
“อย่าเพิ่งวางนะ...พ่ออยากให้เทียนฟังพ่อก่อน”
ชุติพลรีบดักคอของลูกสาวไว้ ก่อนจะเอ่ยสิ่งที่ตัวเองอยากได้จากลูก
“พ่ออยากให้เทียนมีงานที่มั่นคง และมีฐานะที่ดี เป็นแค่สัตวแพทย์เงินคงไม่พอกินหรอก หากเทียนแต่งงานกับคนที่พ่อเลือกให้”
“ไม่ต้องมายุ่ง” เธอตอบกลับทั้งที่ยังไม่ได้ฟังให้จบด้วยซ้ำ
“เทียนฟังให้จบก่อน ผู้ชายคนนี้จบนอก หน้าที่การงานก็ดี ลูกอาจจะสบายไปทั้งชาติเลยก็ได้นะ”
“ห่วงตัวเองเถอะค่ะ...อีกไม่นานเทียนก็จะเปิดคลินิกของตัวเองแล้ว” เธอพูดแล้วก็วางสายไปทันที โดยไม่ได้มีความคิดอยากเปิดคลินิกเองเลยสักนิด แต่เขาหยามเธอ คิดว่าเธอไม่มีวันยืนได้ด้วยลำแข้งของตัวเองได้ จึงกล้าพูดในสิ่งที่เกินฝันของตัวเองออกไป
“บ้าเอ้ย...พูดไปได้ยังไง จะเอาเงินที่ไหนไปทำวะ” พูดแล้วก็อยากตบปากตัวเอง เธอเป็นพวกแพ้ไม่ได้ โดยเฉพาะพ่อกับเมียใหม่ของพ่อนั่น
“หึ...แม่ลูกสาวคนดีของคุณดังใหญ่แล้วนะ” กี่ปีเธอก็ไม่เลิกค่อนขอดเทียนไข เพราะเขาไม่เคยลืมเมียเก่า ยิ่งใบหน้าลูกสาวถอดแบบมาแบบนั้นทำให้เธอนึกหึงหวง “ต่างคนต่างอยู่ดีกว่านะคุณปา ผมก็รักคุณนะครับ” ชุติพลก็ยังคงเป็นชุติพลวันยังคำ เมื่อภรรยาออกอาการไม่พอใจเขาก็เลือกจะประจบเอาใจ แล้วปารมีก็อารมณ์ดีขึ้น แม้จะรู้สึกขัดใจอยู่บ้างในความไม่มีเหตุผลของเธอก็ตาม ผ่านไปสามปี“น้ำหวานมาหาพ่อหน่อยค่ะ” ตฤณเรียกลูกสาวที่โตเป็นสาวน่ารักสวยเหมือนแม่ไม่มีผิด เมื่อร่างป้อม ๆ วิ่งมาหาเขาก็ฉวยขึ้นมาอุ้มไว้“พ่อขา...น้ำหวานอยากไปเที่ยวจังเลยค่ะ”“ไปที่ไหนคะลูก”“ไปดูพี่ยีราฟค่ะ” เด็กน้อยยังไม่เคยไปเที่ยวสวนสัตว์เลยสักครั้ง เคยเห็นแต่ในทีวีที่แม่เปิดให้ดู“งั้นก็ดีเลย เราชวนคุณปู่ไปด้วยกันดีกว่าเนอะ”“ดีค่ะ” เด็กน้อยดิ้นลงจากอ้อมกอดของพ่อแล้ววิ่งไปชวนคุณปู่ในห้องหนังสือเทียนไขที่หน้าท้องนูนขึ้นยืนลูบท้องมองลูกสาวด้วยรอยยิ้ม“ลูกชายดิ้นบ้างไหมครับ” เขาทรุดนั่งที่โซฟาดึงเมียมานั่งตัก“วันนี้ไม่ดิ้นเลยค่ะ สงสัยนอนหลับสบาย” ตอนนี้เป็นฤดูหนาวแล้วเธอง่วงทั้งวันต้องฝากดวงแขคอยดูน้ำหวานบ้างในกลางวั
@วงเหล้าใต้ถุนบ้านพ่ออุ้ยคำแปง“ไอ้พ่อเลี้ยง ดีกับคุณนายตั้งนานแล้ว ทำไมยังไม่มีลูกสักทีวะ” ยศวีได้ทีก็ข่มเพื่อนรักที่ตัวติดกันกับอย่างกับปาท่องโก๋แต่ไม่มีน้ำยาสักที “ไอ้นี่ กูจะคอยดูมึงบ้าง ดูสิจะมีน้ำยาไหม” ตฤณที่โดนเพื่อนค่อนขอดเรื่องลูกทุกวันถึงกับอารมณ์เสียเพราะไอ้เพื่อนเวรนี่ล้อเขาอยู่ร่ำไป จนคนงานในไร่ว่าเขาเป็นไก่อ่อน “งั้นต้องสูตรนี้ครับพ่อเลี้ยง สาวสะดุ้ง + โด่ไม่รู้ล้ม รับรองติดเร็วแน่นอน” พ่ออุ้ยได้ฟังก็อยากมีเด็กเล็ก ๆ วิ่งเล่นในไร่ก็จัดการไปยกเหล้าโหลยาดองออกมาสองโหล “ดีจริงเหรอพ่ออุ้ย” พ่อเลี้ยงก็ทำทุกวันแต่ยังไม่ติดสักที “ติดแน่นอนครับพ่อเลี้ยงเอาหัวไอ้คำแปงเป็นประกันเลยครับ” ชายหนุ่มยกดื่มอย่างละเป๊ก แล้วก็รู้สึกว่าเลือดในกายสูบฉีดเร็วมาก “วู้!!! แรงขนาดพ่ออุ้ย” ตฤณรู้สึกคึกคักขึ้นมาทันที “ขนาดนั้นเลยเหรอวะ” หมอยศวีนึกฉงน จึงคว้าแก้วต่อไปที่พ่ออุ้ยกำลังตักขึ้นมาแล้วส่งให้ “เออ...กูกลับล่ะไปปั๊มลูก” ตฤณรู้สึกคึกคักจนกลัวว่าเดี๋ยวฤทธิ์สาวสะดุ้งกับโด่ไม่รู้ล้มจะหมดเสียก่อน @ห้องแชทส
“ผมว่าเราพักรีสอร์ตใกล้ ๆ เชิงเขาดีกว่านะ บรรยากาศดี” คนที่อดทนรอไม่ไหวรีบหักพวงมาลัยเลี้ยงเข้าอย่างรวดเร็ว หากกลั้นใจจนไปถึงที่บ้านมีหวังว่าเขาต้องอกแตกตายเป็นแน่ สายตาร้อนแรงของเขาโลมเลียเธอไปทั้งร่าง จนรู้สึกขนลุกชัน ท่าทางดุดันเช่นนี้ทำให้เธอนึกถึงภาพวันที่เขารักเธอจนเกือบเช้า ใบหน้าที่เคยเนียนใสก็ขึ้นสีแดงเรื่อทันที เมื่อประตูรีสอร์ตปิดลง เธอก็ต้องตกใจเมื่อเห็นเขารีบละลำละลักถอดเสื้อผ้า “คุณ...ไม่อาบน้ำก่อนเหรอ” เดินขึ้นเขาลงเขามาเหนื่อย เขาคงไม่รักเธอสภาพท่วมเหงื่อแบบนี้หรอกนะ “อาบน้ำเหรอ...ก็ดีครับ” เขายักคิ้วเจ้าเล่ห์ แล้วช่วยเธอเปลื้องเสื้อผ้าจนเหลือเพียงร่างกายสาว สองแขนแกร่งช้อนอุ้มคนตัวเล็กขึ้นจากพื้นตรงไปยังห้องอาบน้ำที่มีอ่างและชมวิวด้านนอกได้ “out door นะ”เสียงแหบพร่ากระซิบที่ข้างใบหูของเธอเมื่อวางร่างเมียรักลงบนขอบอ่าง “แต่ว่า...” หลังจากคำนั้นเธอก็ไม่มีโอกาสได้พูดอีกเลย เทียนไขถูกตฤณอาบน้ำจนสะอาดหมดจรดทุกซอกทุกมุม กระทั่งส่วนลึกเขาก็เอาลิ้นงัดแงะดูดเลียจนสะอาดเอี่ยมอ่อง “คิดถึงจัง” เขาพึมพ
“ถึงแล้ว...!” เขาพูดปนหอบและวางเธอลง หญิงสาววิ่งไปซื้อน้ำตรงทางขึ้นมาจุดชมวิวร้านสุดท้ายเมื่อเขาวางเธอลง ข้างบนมีห้องน้ำและก็ร้านค้าด้วย ดูแล้วก็สะดวกดี แต่เมื่อเดินมาสมทบกับเขาที่ม้านั่งไว้ชมวิว ภาพที่เห็นตรงหน้าอลังการมาก “คุณน้ำ” เธอส่งขวดน้ำให้เขา แต่สายตายังไม่ละจากวิวที่สวยงามเช่นนี้ “ผมชอบให้เรียกพี่ตฤณนะ” ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่ไม่ชอบให้เมียคนสวยเรียกคุณ ตอนที่ฟื้นใหม่ ๆ เธอเรียกพี่ตฤณจำได้ว่าชอบมาก “สวย...สวยมาก...สวยสับ ๆ ” เทียนไขลืมเรื่องเศร้าชั่วขณะเสพความงามตรงหน้าอย่างมีความสุข รอยยิ้มของเธอฉายขึ้นบนใบหน้าอีกครั้ง จนตฤณนั้นยิ้มตามไปด้วย เธอไม่สนใจที่เขาพูดด้วยซ้ำ เอาแต่รำพันว่าสวยจนเขายิ้มออกมาอย่างขบขัน “ฉันอยู่นี่มาปีครึ่ง ทำไมเพิ่งรู้ว่ามันสวยขนาดนี้” เขาก็เพิ่งรู้หลังจากตื่นมาเหมือนกัน ว่ารอยยิ้มของเมียรักสวยสุด ๆ “คุณก็สวย” เขาพูดออกมาจนคนฟังต้องหันขวับมองมายังเขา “คุณว่าอะไรนะ” “เมียผมสวยมาก” เขาพูดด้วยรอยยิ้มเต็มใบหน้า แววตาที่เฉยชาในตอนที่ฟื้นหายไป เหลือเพียงแวว
“มีพบก็มีจากนะดวงแข เจ้านายดวงแขเห็นฉันเหมือนคนแปลกหน้าไปแล้ว อยู่ด้วยกันยังไงก็ลำบาก” เทียนไขรู้ข้อนี้ดี เธอไม่อยากให้เขาฝืนใจทั้งที่ไม่ได้รักเธอ ใบหน้าเคร่งเครียดมองใบสัญญานั้นจนอยากนำมันไปเผาทิ้งให้รู้แล้วรู้รอดไป เขาไม่อยากให้เธอจากไปแต่ทว่าสมองเขานั้นมันดันจำอะไรไม่ได้จริง ๆ เทียนไขเดินเข้ามาหาเขา ในห้องทำงานแล้วนั่งลงต่อหน้าเขา “ใกล้ถึงวันหย่าแล้ว ฉันจะขนของออกไปก่อนแล้วคุณก็นัดมาแล้วกัน หากไม่อยากพบฉันก็นัดให้ทนายมาดำเนินการแทนก็ได้” เธอพยายามทำเสียงให้เป็นปกติที่สุดแม้ว่ามันอยากจะสั่นเต็มทีก็ตาม การบอกลาคนที่รักเจ็บปวดเสมอ “คุณตันสินใจดีแล้วเหรอ” ตฤณถามเธออีกครั้ง “ค่ะ” “คุณไม่เคยมีอะไรกับผมจริง ๆ เหรอ” เขาถามอีกย้ำอีกครั้ง เพราะตัวเองไม่เชื่อ “คุณอย่าพูดเรื่องไร้สาระพวกนี้อีกเลย แล้วก็ไม่ต้องคิดว่าฉันเสียอะไรหรือได้อะไรจากคุณ ระหว่างเราเป็นเรื่องของสัญญาจ้าง” “ผมถามคุณก็ตอบ” “ฉันยืนยัน คุณไม่เคยมีอะไรกับฉันค่ะ” เทียนไขอยากปล่อยให้มันเป็นความทรงจำของเธอคนเดียว ไม่อยากทำให้เขาต้อ
ตฤณสวนกับเธอที่ทางเข้าไร่ แต่เลือกจะขับรถออกไปก่อน เพราะไม่อยากให้เธอรู้ว่าเขาเป็นห่วง ยิ่งนานวันผู้หญิงคนนี้เข้ามามีอิทธิพลในหัวใจของเขามากขึ้น “ทำไมฉันต้องเป็นห่วงเธอด้วยเทียนไข” เขาบ่นกับตัวเอง ทุกวันเขาไปยืนหน้าห้องของเธอ ยืนอยู่นานแต่ก็ไม่กล้าเข้าไปเคาะประตู จนแล้วจนรอดเขาก็ได้แค่ยืนแล้วเดินกลับห้องทำซ้ำ ๆ แบบนี้ตลอด คืนนี้เขาไม่เห็นไฟที่ห้องเธอเปิดจึงคิดว่าเธอนอนแล้ว แต่คนที่นอนไม่หลับกลับเป็นเขาเอง “เธอร่ายมนต์ใส่ฉันใช่ไหมเทียนไข” เวลาที่เธอเรียกเขาว่าพี่ตฤณ เสียงนั้นมันกังวานในหูแล้วภาพที่เธอครางอยู่ใต้ร่างของเขาก็ปรากฏขึ้น “ไหนเธอบอกว่าไม่เคยมีอะไรกับเขา ทำไมเขาเห็นภาพนี้ เขาจิตนาการเพราะมีอารมณ์งั้นเหรอ” ตฤณไม่เข้าใจตัวเอง เขาคิดจนปวดหัวแล้วก็ต้องล้มตัวลงนอนอย่างอ่อนล้า เมื่อแสงสีทองฉาบทาท้องฟ้า เป็นสัญญาณแห่งการเริ่มต้นใหม่ของวันใหม่ร่างที่มองไปยังสุดขอบฟ้ามองภาพเบื้องหน้าที่สวยงามอย่างรู้สึกขมขื่นใจ เธอพาตัวเองที่ไม่ได้นอนทั้งคืนออกไปจากบ้านกลางภู เพื่อกลับไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า ขอบตาที่บวมช้ำจากการที่ร้องไห้มาเกือบทั้งคืน
ไร่สายหมอกแม้อยู่ติดกับไร่ดุจตะวัน แต่วิวชมพระอาทิตย์นั้นสู้ไร่ดุจตะวันไม่ได้ แต่ทว่าภูเขาด้านนี้โอบล้อมไร่สายหมอกไว้ ทำให้มีความอบอุ่นกว่าบริเวณอื่นและมีสายหมอกปกคลุมตลอดปี และจะมากช่วงฤดูฝนจนยาวไปถึงฤดูหนาว“รักเขามากเหรอ” ไม่รู้ทำไมเทียนไขถึงอยากถามออกไป บางครั้งนัยน์ตาเศร้าของเขาก็มองดูน่าสงสาร
หลังจากอาบน้ำเสร็จ ก็ไม่เห็นเงาเขาแล้ว เธอก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก เขาคงเลิกตามตื้อเธอและกลับบ้านไป ร่างบางในชุดนอนผ้าพลิ้วโนบาร์คลานขึ้นเตียงนอนทันที ยามนี้ต้องการอย่างเดียวคือนอนให้มากที่สุด เวลาผ่านไปราวหนึ่งชั่วโมง เขากลับมาพร้อมกับอาหารขึ้นชื่อของหัวหินหลายอย่าง จึงซื้อมาเยอะ ๆ เพราะคิด
เทียนไขไม่ได้พูดอะไรกับเขาอีก เธออยู่เวรจนถึงห้าโมงเย็นซึ่งเป็นเวลาเลิกงานพอดี สายตาลอบมองเขาอยู่เรื่อย ๆ แต่เขาก็ไม่ไปไหน นั่ง ๆ นอน ๆ อยู่บริเวณม้านั่งตัวยาวด้านหน้าเธอ เมื่อเก็บกระเป๋าเสร็จเตรียมปิดประตูจึงปลุกเขาให้ตื่นขึ้น “กลับได้แล้ว โรงพยาบาลปิดแล้ว” เธอบอกเขาแล้วหันมาใช
“พ่อไม่อยากให้น้องโดนคนไม่ดีทำร้าย” การันต์อยากทำตามคำขอสุดท้ายของอดีตคนรักให้สำเร็จ เพราะเป็นคำขอเดียว แล้วไร่สายหมอกไอ้เจ้าลูกชายตัวดีมันรักนักรักหนาก็ถือเป็นตัวประกันชั้นดี ที่มันจะยอมแต่งงานกับหนูเทียนไข “ผมไม่ใช่คนดีนะครับพ่อ” พ่อเอาอะไรมามั่นใจว่าเขาจะดูแลเธอได้ คนไม่รักทำอย่างไรก็ไ







