Home / รักโบราณ / หย่าเสียทีคนที่ข้าอยากปกป้องรออยู่ / ๔ พวกเจ้าสองพี่น้องขวัญกล้าเทียมฟ้านัก

Share

๔ พวกเจ้าสองพี่น้องขวัญกล้าเทียมฟ้านัก

last update Last Updated: 2025-12-31 21:43:12

พวกเจ้าสองพี่น้องขวัญกล้าเทียมฟ้านัก

หรงซินเยวี่ยนบริหารเวลาได้ดียิ่ง นางกลับถึงจวนภายในเวลาที่รับปากกับหวังปิงหลิง มาเรือนของนางให้เห็นหน้าว่ากลับมาอย่างปลอดภัยถึงได้ไปเรือนมารดาเพื่อจะถามเหตุผลที่มารดาส่งบัญชีมาให้นางตรวจเป็นกองเช่นนี้

“ลมอะไรหอบมาที่นี่”

เผิงทูทูได้ยินจากสาวใช้แล้วว่าบุตรสาวมาหา ตอนที่ร่างงามเดินเข้ามาด้านในห้องทำงานของนาง เผิงทูทูก็ยังคงก้มมองสมุดบัญชีในมือ ไม่ได้เงยหน้าขึ้นมองบุตรสาว

“ท่านแม่ เหตุใดให้คนส่งบัญชีโรงเตี๊ยมไปหาข้าเจ้าคะ ไหนจะพูดเรื่องออกเรือนนั่นอีก”

หรงซินเยวี่ยนลองหยั่งเชิงมารดาดู ในตอนนั้นเองที่ใบหน้าซึ่งใส่แว่นของชาวโพ้นทะเลเงยขึ้นมองหน้าบุตรสาว หรี่ตาอย่างจับผิด

“ไม่ปรกติ ไยวันนี้ให้ความสนใจกับเรื่องออกเรือนเป็นพิเศษ ทุกครั้งที่แม่พูดเรื่องนี้เจ้ามักจะทำหูทวนลม ตอนนี้เกิดความสงสัยจนเก็บมาถามแล้ว” ปลายเสียงสูง

“ก็…ก็ท่านแม่ไม่เคยเอาบัญชีกิจการอื่นให้ข้าดูเลย แต่วันนี้อยู่ ๆ ก็ให้คนเอามาไว้ที่โต๊ะทำงานของข้าแทนที่จะให้ที่บ้าน ข้าก็เลยสงสัยนิดหน่อย…ไม่ได้หรือเจ้าคะ” ปลายเสียงนางแสร้งใส่อารมณ์แง่งอน

เผิงทูทูที่จับความไม่เป็นปรกติของบุตรสาวได้ร้อง ‘หึ’ ถอดแว่นตาออกเพื่อที่จะได้มองหน้าบุตรสาวในระยะตรงหน้าได้ชัดขึ้น

“หรือเป็นเพราะเรื่องวันนี้ ที่ศาลาสนทนาเรื่องใดกันหรือ แม่ได้ยินว่าฮูหยินใหญ่ดุคุณหนูใหญ่จนนางเดินตาแดงออกมาจากเรือน”

อย่าบอกว่านางพูดเรื่องที่ศาลากับมารดาแล้ว ต้องใช่แน่ ๆ แม่ใหญ่ก็ให้ความเอ็นดูข้าเช่นกัน นางจะยอมได้อย่างไรที่ข้าจะโดนสามีหย่าในภายหลัง

“ท่านแม่ต้องเก็บเรื่องนี้ไว้นะเจ้าคะ พี่หญิงใหญ่…”

หรงซินเยวี่ยนเล่าเรื่องที่พี่สาวเสนอให้นางแต่งงานกับเมิ่งกวังฮุย เว้นเรื่องที่นางพิสูจน์ด้วยการจุมพิตชายหนุ่มต่อหน้าพี่สาว เรื่องจุมพิตจะไม่มีใครรับรู้เพิ่ม

เพียงเท่านี้นางก็อายตัวเองทุกครั้งที่ย้อนกลับไปคิดถึงเหตุการณ์ตอนนั้นแล้ว

“เรื่องเป็นเช่นนี้เอง ถึงว่าหวังปิงหลิงดุนางจนตาแดงเช่นนั้น แล้วเจ้าเห็นว่าอย่างไร”

“ดูที่อารมณ์ข้าเจ้าค่ะ หากพวกเขาทำตัวดี ข้าก็จะช่วย หากทำตัวไม่ดีก็ไม่ช่วย”

“หึ! ขวัญกล้าเทียมฟ้ากันทั้งพี่ทั้งน้อง หากท่านพ่อของเจ้ารู้ได้สั่งโบยคนละสามทีแน่ เรื่องแต่งแล้วหย่า สตรีอายุเท่าเจ้าพูดได้เป็นเรื่องธรรมดาไปแล้ว”

หรงซินเยวี่ยนไม่โต้เถียงมารดาเพราะคำพูดนี้ไม่ได้ผิดเลยแม้แต่น้อย

หากไม่ใช่หรงฟู่กุ้ย ใครจะกล้าพูดเรื่องนี้ออกมาได้!

“เรื่องนี้เอาไว้ก่อนเจ้าค่ะ ข้าจะกลับไปอ่านหนังสือเล่มใหม่แล้ว ถ้าเข้าท่าจะจ้างนักเล่านิทานช่วย”

เผิงทูทูเห็นบุตรสาวเข้าใจทำมาหากินก็ไล่นางกลับเรือนไปพร้อมกำชับว่าให้ศึกษาบัญชีโรงเตี๊ยมเอาไว้

หรงซินเยวี่ยนแม้จะท้อแท้เพียงใดสุดท้ายก็พยักหน้ารับมารดา

“เจ้าค่ะ ท่านแม่ก็รีบพักผ่อนนะเจ้าคะ นอนดึกระวังหน้าเหี่ยวนะ”

เผิงทูทูยกมือขึ้นจับใบหน้าทำให้มือที่เปื้อนน้ำหมึกติดบนใบหน้าไปด้วย หรงซินเยวี่ยนเห็นเช่นนั้นก็หลุดหัวเราะ เผิงทูทูจึงรีบควานหากระจกสำรวจใบหน้าของตัวเอง นางแทบกรี๊ดเมื่อเห็นใบหน้าเป็นรอยหมึกในตำแหน่งที่ทำให้ใบหน้าดูน่าเกลียดขึ้น

หรงซินเยวี่ยนหัวเราะ ถึงขั้นกุมท้องเพราะสีหน้าท่าทางมารดาในตอนนี้ดูตลกยิ่งนัก

“ฮูหยินเจ้าคะ นายท่านมาเจ้าค่ะ”

เผิงทูทูดวงตาเบิกกว้าง รีบหาผ้าเช็ดหน้ามาบังใบหน้าเอาไว้ หรงซินเยวี่ยนไม่เคยเห็นมารดาเป็นเช่นนี้มาก่อน แต่นอกจากจะหัวเราะมารดาแล้วก็ไม่ให้การช่วยเหลือ ทั้งยังแกล้งมารดาด้วยการเชิญบิดาให้รีบเข้ามาในห้อง

“ท่านพ่อเจ้าคะ ท่านแม่กำลังรอท่านพ่ออยู่พอดีเลยเจ้าค่ะ เชิญท่านพ่อเจ้าค่ะ”

“แปลก วันนี้นางถึงขนาดเฝ้ารอพ่อเลยหรือ”

หรงกงหมิงอารมณ์ดีขึ้นในทันใด ตอนเขาเข้ามาในห้องนั้นเป็นจังหวะที่เผิงทูทูมุดกายลงใต้โต๊ะพอดี ด้วยความลนลานนางถึงตะโกนบอกสามีว่า…

“น้องไม่อยู่ในนี้เจ้าค่ะ ท่านพี่ไม่ต้องเข้ามา”

หรงกงหมิงพลันรู้สึกว่าตนทำอันใดผิดไปหรือไม่ แต่เมื่อหันไปมองบุตรสาวแล้วเห็นนางปิดปากคล้ายกลั้นขำ สมองอันชาญฉลาดของเขาก็ประมวลผลไปในทางดี

ใบหน้าเริ่มมีรอยยิ้ม

“อันใดกันสองแม่ลูก กำลังเล่นสนุกอันใดกันอยู่”

หรงซินเยวี่ยนไม่ตอบ ปล่อยให้มารดากับบิดาใช้เวลาหฤหรรษ์ด้วยกันแล้วขอตัวกลับเรือนของตน

เสี่ยวรุ่ยที่รออยู่ด้านนอกเห็นคุณหนูมีรอยยิ้มติดใบหน้าเดินออกมาจากเรือนฮูหยินรองก็เอ่ยถามอย่างใคร่รู้

“ฮูหยินตกลงยกกิจการให้คุณหนูแล้วหรือเจ้าคะ”

หรงซินเยวี่ยนแม้จะอารมณ์ดีเพราะบิดามารดาเล่นกันเหมือนเด็ก ๆ แต่นางก็พยักหน้ารับให้สาวใช้เข้าใจไปในทางนั้น

“กลับเถอะ คืนนี้ข้าต้องดูบัญชี ไม่เสร็จไม่นอน”

รอยยิ้มบนใบหน้าเสี่ยวรุ่ยหายไปทันที เพราะหากเจ้านายยืนกรานว่าจะไม่นอน

แล้วบ่าวเช่นนางจะฝืนเจ้านายได้อย่างไร!

ณ จวนสกุลเมิ่ง

เมิ่งกวังฮุยกลับจวนก็ตอนที่ตะวันตกดินแล้ว เขาเพิ่งกลับมาจากค่ายทหารร่วมฝึกกับเหล่าทหารชั้นผู้น้อย ตั้งใจว่าจะกลับเรือนชำระร่างกาย

ไม่คิดว่าจะเห็นหรูหมัวมัว [1] มาดักรออยู่หลังประตู เขาเดาได้ทันทีว่าฮูหยินผู้เฒ่าผู้เป็นย่าและฮูหยินใหญ่ผู้เป็นมารดาจะหาลือเรื่องงานแต่งของเขาอีกแล้ว

“คุณชายใหญ่เจ้าคะ ฮูหยินผู้เฒ่ากับฮูหยินใหญ่เชิญที่เรือนใหญ่เจ้าค่ะ”

เขาพยักหน้ารับเบา ๆ แล้วเดินตามหรูหมัวมัวไป สีหน้าเรียบเฉยไม่บอกอารมณ์ใด แต่ใครจะรู้ว่าเขาตื่นเต้นแค่ไหนที่ได้จะพูดเรื่องนี้กับผู้อาวุโสในบ้าน

เมื่อเดินเข้ามาในเรือนแล้วเห็นฮูหยินผู้เฒ่าและฮูหยินใหญ่นั่งอยู่โต๊ะน้ำชาตัวเดียวกันคั่นด้วยโต๊ะเตี้ย เขาก็ยกสองแขนขึ้นมือประกบ โค้งตัวลงทำความเคารพทั้งสอง

“คารวะท่านย่า คารวะท่านแม่ขอรับ”

ยามนี้ตระกูลเมิ่งเหลือเพียงสตรีเท่านั้น ท่านปู่และท่านพ่อของเขาเป็นทหาร พลีชีพเพื่อชาติกลางสมรภูมิ ทั้งจวนตระกูลเมิ่งนอกจากเขาที่เป็นบุรุษแล้วก็ยังมีน้องชาย

ตอนนี้เขาอยู่ในวัย 15 หนาว แม้จะเป็นบุรุษแต่ด้วยสุขภาพที่ไม่แข็งแรงจึงกลายเป็นคนไร้ประโยชน์ของตระกูลเมิ่งอย่างแท้จริง

“ฮุยเอ๋อร์กลับมาแล้วหรือ…นั่ง!”

ฮูหยินผู้เฒ่ารีบผายมือเชิญหลานชายคนโปรดนั่ง ส่วนฮูหยินใหญ่นั้นทำเพียงจิบชานิ่ง ๆ ไม่มีปากมีเสียง

ทว่าความกดดันที่แผ่ออกมารอบกายก็ทำให้เมิ่งกวังฮุยไม่กล้าแสดงอารมณ์ทางสีหน้าเยอะ รีบเก็บความตื่นเต้นดีใจเอาไว้เพื่อไม่ให้มารดาจับได้

“ช่วงนี้มีฝึกกับทหารใหม่ ต่อจากนี้ข้าคงไม่ค่อยมีเวลามาทานอาหารเย็นพร้อมท่านแม่กับท่านย่าแล้ว”

“มิเป็นไร เรื่องเล็ก อย่างไรการทหารก็สำคัญกว่า ย่ากับแม่ของเจ้าทานกันสองคนได้ แต่จะดีไม่น้อยหากได้หลานสะใภ้มาทานด้วยอีกคน”

ฮูหยินผู้เฒ่าเป็นสตรีไร้เล่ห์เหลี่ยม สีหน้าไม่เก็บอารมณ์ คิดสิ่งใดอยู่ก็แสดงออกมาอย่างที่คิด

ไม่เหมือนฮูหยินใหญ่หลี่จื่อหยางที่เก็บอารมณ์ความคิดไว้ภายใต้สีหน้าเรียบเฉย

“ท่านย่า หากข้าปฏิเสธหลินจินอวี้…”

“เหตุใดกัน! หรือเป็นเพราะหรงฟู่กุ้ย”

ฮูหยินผู้เฒ่ารีบเอ่ยแทรกทั้งที่ยังฟังหลานชายพูดไม่จบ ส่วนฮูหยินใหญ่นั้นทำเพียงหรี่ตามองบุตรชาย

“ท่านย่า ที่ข้าปฏิเสธหลินจินอวี้เพราะยังคิดแต่งหรงฟู่กุ้ย นางออกจากวังเมื่อไร ข้าจะแต่งนางเป็นฮูหยิน”

“แล้วเมื่อใดนางจะได้ออกจากวัง ใครจะทราบว่าฝ่าบาท…นั่นแหละ! ย่าไม่ยอม อย่างไรปีนี้ตระกูลเมิ่งจะต้องมีเรื่องมงคล”

“เพราะฉะนั้นท่านย่าให้ข้าแต่งหรงซินเยวี่ยนเข้ามาแทนเถิดขอรับ นางพร้อมหย่าขอเพียงข้าไม่แต่งสตรีตระกูลอื่นเข้ามา”

ฮูหยินผู้เฒ่าถึงกับอ้าปากค้าง กว่าจะหาเสียงตัวเองเจอก็ตอนที่ได้ยินลูกสะใภ้ซักถามบุตรชาย

“นี่คือความคิดของใคร”

“ฟู่กุ้ยขอรับ”

หลี่จื่อหยางแค่นยิ้ม นางเองก็รู้สึกหลากหลายเช่นกัน แต่สิ่งที่ชัดเจนที่สุดก็คือ…

สองพี่น้องตระกูลนี้ขวัญกล้าเทียมฟ้านัก!

“ฮุยเอ๋อร์ ต่อให้สองพี่น้องจะพร้อมใจกันแต่งให้เจ้า แต่บิดามารดาของพวกนางจะยอมหรือ ย่าไม่เชื่อว่ากุนซือหรงจะยอม”

เมิ่งกวังฮุยคิดไว้แล้วว่าจะต้องงัดเอาเรื่องนี้ออกมาใช้ เขาหันไปมองบ่าวในเรือนแล้วโบกมือไล่บ่าวทุกคนออกไปไม่เว้นแม้แต่คนสนิทของมารดาและท่านย่า

เมื่อภายในห้องนี้หลงเหลือกันอยู่เพียงสามคนเท่านั้น เขาก็พูดความลับของหรงซินเยวี่ยน

“ท่านย่า ท่านแม่ หรงซินเยวี่ยนป่วยตั้งแต่เด็ก ผลจากการทานยาทำให้นางไม่อาจตั้งครรภ์ได้ เดิมทีชีวิตนี้นางตั้งใจไว้ว่าจะไม่แต่งงาน การที่ข้าแต่งนางเข้ามานอกจากจะช่วยประคับประคองความสัมพันธ์กับตระกูลหรงและตระกูลหวังได้แล้ว ยังได้ข้องเกี่ยวกับตระกูลเผิงแห่งรั่วหยางอีก งานแต่งที่ดีแบบนี้ ข้าไม่อยากพลาดขอรับ”

ฮูหยินผู้เฒ่ายกมือทาบอกเมื่อทราบว่าหรงซินเยวี่ยนไม่อาจมีบุตรได้ หัวอกคนเป็นมารดาคนรู้สึกเศร้าใจแทนหรงซินเยวี่ยนนัก แม้แต่หลี่จื่อหยางก็ยังอดสะท้อนใจไม่ได้

“ตระกูลหวังถือครองกำลังทหารมาก หากได้รับการสนับสนุนจากตระกูลท่านตาหรงฟู่กุ้ย เส้นทางการขึ้นเป็นแม่ทัพของเจ้าก็อยู่ไม่ไกล หากหรงฟู่กุ้ยออกจากวังครั้งนี้ย่อมครองความบริสุทธิ์เอาไว้ แม่เห็นด้วยกับวิธีของนาง”

หลี่จื่อหยางมองภาพรวม สมการในเรื่องนี้นางไม่ได้สงสารใคร อีกทั้งฝ่ายหญิงยังเป็นฝ่ายเสนอมาเช่นนี้ หากไม่รับข้อเสนอก็ทำลายน้ำใจที่พวกนางมอบให้แล้ว

“...ท่านย่า”

เมื่อมารดายอมตกลงแล้วเขาก็หันมามองใบหน้าผ่านกาลเวลาของฮูหยินผู้เฒ่า ลุ้นให้อีกฝ่ายพยักหน้ารับ

“ท่านย่า ตกลงหรือไม่ขอรับ”

ฮูหยินผู้เฒ่าแม้ใจจะสงสารหรงซินเยวี่ยนที่จะถูกหย่าในภายหลัง แต่สุดท้ายเพื่อผลประโยชน์ของตระกูลแล้ว นางก็ยอมพยักหน้ารับ

เมิ่งกวังฮุยเห็นเช่นนั้นก็ยิ้ม ดวงตาเป็นประกายมีความสุข แต่เมื่อเห็นมารดาจ้องมาด้วยสายตาล้ำลึก เขาก็รีบตีสีหน้าให้กลับมาเป็นปรกติ


[1] หมัวมัว คือ สาวใช้อาวุโส

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • หย่าเสียทีคนที่ข้าอยากปกป้องรออยู่   ๕๗ หากปาฏิหารย์ไม่มีจริงคงไม่มีคำนี้เกิดขึ้น(จบ)

    ๕๗หากปาฏิหารย์ไม่มีจริงคงไม่มีคำนี้เกิดขึ้นหลายเดือนผ่านมานี้หรงซินเยวี่ยนพยายามดื่มยาและตรวจร่างกายกับหมอซุนเป็นประจำ ยาที่มีรสขมพอดื่มบ่อย ๆ ลิ้นก็เริ่มชินแต่นางก็ไร้วี่แววว่าจะตั้งครรภ์!หมอซุนกล่าวว่านางกดดันตัวเองมากเกินไป ยิ่งเครียดขึ้นไปอีกเพราะการตรวจวัดชีพจรที่บ่อยขึ้นแล้วมีผลว่านางยังไม่ตั้งครรภ์ดังนั้นนางจึงเลิกให้หมอซุนตรวจวัดชีพจรปล่อยให้ทุกอย่างเป็นไปตามธรรมชาติ“คุณหนูเจ้าคะ ขบวนนายท่านผู้เฒ่ามานั่นแล้วเจ้าค่ะ ดูจากสัมภาระแล้วต้องขนของมาให้คุณหนูแน่”“ท่านตาบอกว่าจะเอาของมาฝากด้วย ถ้าทั้งสิบเกวียนนี้คือของฝาก จวนแม่ทัพของเราคงไม่มีที่เก็บแล้ว…ไปเถอะ!”หรงซินเยวี่ยนทำหน้ากลุ้มใจก่อนที่จะเดินนำเสี่ยวรุ่ยลงไปยังด้านหน้าประตูเมืองหอคอยเพื่อต้อนรับท่านตาที่มีโอกาสเดินทางมาเยี่ยมนางเสียทีเมื่อลงมาด้านล่างหอคอยก็เห็นว่าสามียืนเอามือกอดดาบเอาไว้ท่าทางสงบนิ่ง สวนทางกับหัวใจที่สั่นระรัวเพราะความตื่นเต้น“หยุด~”คนบังคับรถม้ารั้งบังเหียนม้าเอาไว้ เกวียนบรรทุกของทั้งสิบคันค่อย ๆ หยุดการเคลื่อนไหวหลานเขยที่เห็นเช่นนั้นก็รีบเดินเข้าไปต้อนรับท่านตาของภรรยาที่เพียงเปิดหน้าต่างรถม

  • หย่าเสียทีคนที่ข้าอยากปกป้องรออยู่   ๕๖ ด้วยคำอธิษฐานนี้

    ๕๖ด้วยคำอธิษฐานนี้เมิ่งกวังฮุยลาดตระเวนแบบมีจุดมุ่งหมายมาที่ร้านเยวี่ยนวั่งสาขาสอง ด้วยชุดเกราะเต็มตัวของแม่ทัพทำให้เขาคิดอยู่ว่าจะหาเรื่องเข้าไปในร้านนางอย่างไรไม่ให้ดูสะดุดตาคนในร้าน จนกระทั่งเด็กในร้านคนหนึ่งเห็นเขาเข้าพอดีนางรีบเดินเข้ามาหาเขาแล้วทำการคารวะ“ท่านแม่ทัพมาหาฮูหยินหรือเจ้าคะ”“ฮูหยินเล่า”เขาไม่โกหกว่าตั้งใจมาลาดตระเวนแล้วผ่านมา แต่ก็ไม่ได้บอกเด็กในร้านว่าตั้งใจมาหาฮูหยินตอนเขาตั้งคำถามสายตาก็มองเข้าไปด้านในร้าน เผลอชะเง้อคอมอง เหล่าพลทหารที่ติดตามมาด้วยมองหน้ากันแล้วยิ้มให้กับท่าทางนี้รู้ในทันทีว่าการเดินลาดตระเวนก็แค่ข้ออ้าง!“ฮูหยินไปลอยโคมกับเสี่ยวรุ่ยเจ้าค่ะ ไปได้สักพักหนึ่งแล้ว เดี๋ยวก็คงกลับมากันแล้วกระมัง”“อ้อ”เมิ่งกวังฮุยรับคำสั้น ๆ แล้วเดินนำพลทหารไป ท่าทางเขายังเหมือนทหารที่ลาดตระเวนเช่นเคย ทว่าหากสังเกตดี ๆ จะเห็นว่าชายหนุ่มกวาดสายตามองโดยรอบเผื่อจะเห็นฮูหยินของตนหรือจะอยู่ที่ทะเลสาบ“พวกเจ้าไปลาดตระเวนตามเส้นทางที่วางแผนไว้”“ขอรับ”ทหารรับคำสั่งจากเสียงเข้มเสียงผสานที่ชายหนุ่มรีบสั่งเช่นนี้เพราะไม่อยากให้เหล่าทหารได้เห็นท่าทางของเขายามที่อยู่กั

  • หย่าเสียทีคนที่ข้าอยากปกป้องรออยู่   ๕๕ ใครเดินเล่นเดินไปข้าจะขายของ

    ๕๕ใครเดินเล่นเดินไปข้าจะขายของเทศกาลโคมลอยสำหรับคนอื่นคือจุดนัดพบระหว่างกันที่ไม่ว่าจะเป็นความสัมพันธ์แบบคู่รักหรือนักขายหรงซินเยวี่ยนในฐานะที่เป็นแม่ค้า เตรียมสินค้าเอาไว้ขายให้ชาวเมืองลุ้นยิ่งนักว่าสินค้าจะขายได้หรือไม่เหนือสิ่งอื่นใด นางหวังว่าร้านค้าจะมีชื่อเสียงขึ้นจากเทศกาลโคมลอยในครั้งนี้ อย่างน้อยก็เป็นการประชาสัมพันธ์ร้านค้าความสัมพันธ์ในด้านคู่รักของนางไม่สร้างภาระทางใจให้กัน เพราะเมิ่งกวังฮุยก็ยุ่งอยู่กับการพิสูจน์ตัวเองงานนี้นอกจากจะเป็นการพิสูจน์ตัวเองว่าเขาจัดการดูแลความเรียบร้อยปลอดภัยให้แก่เมืองได้ดี ชาวเมืองก็จะยอมรับเขาในฐานะแม่ทัพคนใหม่ได้มากขึ้น…จะได้ไม่ดูถูกว่าเป็นแม่ทัพหน้าอ่อนอีก!“…ฟูจวิน ชุดนี้เหมาะกับข้าหรือไม่เจ้าคะ”สาวงามเอ่ยถามสามีด้วยความเอียงอาย ในใจหมายมาดว่าสามีจะยอมจ่ายเงินซื้อชุดที่ครบเครื่องทั้งศีรษะจรดเท้าให้…แล้วเขาก็ไม่ทำให้นางผิดหวัง!“หากเจ้าอยากได้ ฟูจวินจะซื้อให้เจ้า”ภรรยาสาวฉีกยิ้มหวานเมื่อได้ยินคำพูดนี้จนกระทั่งถามราคาที่มากถึงสามสิบตำลึงเงิน ใบหน้าที่เคยยิ้มแย้มก็เปลี่ยนเป็นจืดเจื่อน หันไปส่งสัญญาณให้สามีแล้วส่ายหน้าเบา ๆหรงซินเ

  • หย่าเสียทีคนที่ข้าอยากปกป้องรออยู่   ๕๔ ร้านเยวี่ยนวั่งสาขาสอง

    ๕๔ร้านเยวี่ยนวั่งสาขาสองหรงซินเยวี่ยนกับเสี่ยวรุ่ยเงยหน้าขึ้นมองร้านค้าเบ็ดเตล็ดที่ขายทั้งผ้า เครื่องประดับ เครื่องเขียนรวมถึงหนังสือ สองสาวจะไม่ตะลึงเลยหากไม่เห็นป้ายหน้าร้านตัวอักษรโต ๆ“ร้านเยวี่ยนวั่งสาขาสอง”หรงซินเยวี่ยนยกมือปิดปากด้วยไม่คิดว่าท่านตาจะเตรียมการทุกอย่างให้หมดแล้วแผนธุรกิจที่นางสู้อุตส่าห์คิดมาสามวันสามคืน สุดท้ายก็ไม่ได้ใช้“คุณหนู นายท่านผู้เฒ่ารักคุณหนูมากเลยเจ้าค่ะ”“ข้ารู้สึกว่าตัวเองถูกรักก็ตอนนี้ เขียนว่าสาขาสองเช่นนี้ หากคนสงสัยถามว่าสาขาหนึ่งอยู่ที่ใดแล้วทราบว่าอยู่เมืองหลวง ใครจะไม่อยากใช้ของที่มาจากเมืองหลวงกัน นับเป็นการตลาดอย่างหนึ่ง”หลงจู๊เห็นสตรีอายุน้อยสองคนอยู่นอกร้าน ไม่เข้ามาด้านในเสียที เมื่อพิศดูลักษณะท่าทางแล้วคุ้นตาจึงเดินเข้ามาหาทั้งสอง“ขอถามแม่นาง ใช่คุณหนูรองหรงซินเยวี่ยน ฮูหยินแม่ทัพเมิ่งหรือไม่”หรงซินเยวี่ยนส่งยิ้มเป็นมิตรให้หลงจู๊“ข้าหรงซินเยวี่ยน ท่านคงเป็นเจี่ยหลงจู๊กระมัง ผู้ดูแลร้านเยวี่ยนวั่งสาขาสอง”“คารวะคุณหนู ข้าน้อยเจี่ยจี้รับหน้าที่ดูแลร้านมาหนึ่งเดือนแล้วขอรับ”เป็นอีกครั้งที่หรงซินเยวี่ยนยกมือขึ้นปิดริมฝีปากคงมิใช่

  • หย่าเสียทีคนที่ข้าอยากปกป้องรออยู่   ๕๓ ท่านตาผู้แผ่กิ่งก้านสาขา

    ๕๓ท่านตาผู้แผ่กิ่งก้านสาขาณ ค่ายทหารทัพประจิม“…ค่ายประจิมงานเหมือนกับค่ายทั่วไป ที่ข้าอยากจะส่งมอบให้ก็คือแผนที่เหล่านี้ จุดที่ควรเน้นการคุ้มกันเป็นพิเศษ รายละเอียดปลีกย่อยหูหลี่จะเป็นคนช่วยเจ้าเอง ส่วนนี่…” หยิบกล่องไม้ขึ้นมาแล้วยื่นให้เมิ่งกวังฮุยชายหนุ่มรับมาเปิดดูก็เห็นว่าเป็นตราประทับเคลื่อนพลของค่ายประจิมสองมือยกขึ้นคารวะแม่ทัพผู้เฒ่าทันทีที่อีกฝ่ายไม่ยึดติดในอำนาจ ส่งมอบกำลังทหารให้โดยไม่ยึดติดเรื่องเล่าการเปลี่ยนผ่านส่งมอบกำลังทหาร เมิ่งกวังฮุยย่อมได้ยินมาบ้างว่าต่อให้จะได้รับพระราชโองการจากฝ่าบาทก็ยังมีการเล่นลิ้น เดิมทีเขาคิดว่าการมารับตำแหน่งครั้งนี้จะยากตั้งแต่วันแรกเสียแล้ว“ฮูหยินน้อยเป็นอย่างไรบ้าง”เมิ่งกวังฮุยเผลอเลิกคิ้ว แม่ทัพเซียวจึงเผยความสัมพันธ์ระหว่างเขากับนาง“ที่จริงข้ากับนางไม่ได้รู้จักกันเป็นการส่วนตัว กับตาเฒ่าเผิงต่างหากนับว่าเป็นสหายที่เคยดื่มสุราพูดคุยกันอย่างถูกคอ เมื่อทราบว่าหลานสาวจะย้ายตามสามีมาที่นี่ก็ฝากให้ข้าดูแล เดือนหน้าข้าถึงจะย้ายกลับรั่วหยาง ระหว่างนี้ข้าจะดูแลเจ้าสองสามีภรรยาให้เต็มที่”ที่แท้ท่านตาของนางก็มากรุยทางเอาไว้ให้แล้ว คืนนี

  • หย่าเสียทีคนที่ข้าอยากปกป้องรออยู่   ๕๒ เมืองที่จัดว่าเจริญก็ไม่ใช่กันดารก็ไม่เชิง

    ๕๒เมืองที่จัดว่าเจริญก็ไม่ใช่กันดารก็ไม่เชิงสามวันผ่านไปในที่สุดขบวนเดินทางของแม่ทัพประจิมคนใหม่ก็เคลื่อนเข้าสู่เมืองหน้าด่านที่ไม่จัดว่าเจริญเท่าเมืองหลวงแต่ก็ไม่ได้กันดารถึงขนาดใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ไม่ได้เมืองนี้มีชาวเมืองอาศัยราวหนึ่งหมื่นบ้าน เป็นทั้งของครอบครัวทหารและชาวบ้านทั่วไป มีเส้นทางน้ำ ที่นาหลายพันไร่ ชาวเมืองส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรมมากกว่าการค้าขาย ทหารของค่ายนี้จึงไม่อดอยาก เสบียงพร้อมสำหรับทหารทุกคนความเสี่ยงสองอย่างที่ค่ายประจิมเผชิญ หนึ่งเมืองนี้เป็นที่รับน้ำ สองชายแดนติดกับแคว้นที่การเมืองไม่มีเสถียรภาพ เกิดการกบฏเปลี่ยนผู้นำแคว้นเป็นว่าเล่น เคราะห์กรรมจึงมาตกอยู่ที่ประชาชนทหารเฝ้าเมืองต้องเข้มงวดตรวจคนเข้าเมืองเพื่อไม่ให้คนลักลอบเข้ามาทำเรื่องผิดกฎหมายเมื่อมาถึงหน้าเมือง เมิ่งกวัยฮุยก็ยื่นป้ายประจำตัวให้แก่ทหารที่เฝ้าอยู่หน้าประตูเมือง ทันทีที่ทหารทราบว่าเป็นแม่ทัพคนใหม่ก็ทำการคารวะ เรียกความสนใจจากชาวเมืองที่กำลังต่อแถวเข้าเมืองให้หันมามองเขาเป็นตาเดียว“นี่นะหรือแม่ทัพคนใหม่ ไยดูอ่อนเยาว์เช่นนี้”“นั่นสิ เหมือนคุณชายมากกว่าเหมือนแม่ทัพ หน้าขาวแบบนี้จะมีฝีม

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status