Home / รักโบราณ / หย่าเสียทีคนที่ข้าอยากปกป้องรออยู่ / ๕ หากมิใช่ว่าสวรรค์เข้าข้างจะเรียกว่าอันใด

Share

๕ หากมิใช่ว่าสวรรค์เข้าข้างจะเรียกว่าอันใด

last update Last Updated: 2025-12-31 21:46:23

หากมิใช่ว่าสวรรค์เข้าข้างจะเรียกว่าอันใด

เมิ่งกวังฮุยเดินออกมาจากเรือนใหญ่พร้อมมารดา ระหว่างนี้เขาเตรียมใจเอาไว้แล้วว่าจะได้รับการซักไซ้จากนางเพิ่มแน่ ไม่คิดว่ามารดาจะเอ่ยประโยคนี้

“ดีใจด้วย ในที่สุดก็จะได้สมหวังเสียที ดีใจหรือไม่ที่โชคเข้าข้างเจ้าเช่นนี้”

คำพูดของมารดาทำให้เขาย้อนคิดถึงเหตุการณ์เมื่อสองปีก่อนที่เขาในตอนนั้นยังอยู่ในขั้นนายกองคนสนิทของหรงกงหมิง

วันนั้นเป็นงานวันเกิดฮูหยินผู้เฒ่า ในฐานะที่ทำงานในกองทัพเช่นกัน คุณหนูทั้งสองของจวนจึงตามมาร่วมงานเลี้ยงกับบิดาด้วย

เมิ่งกวังฮุยไม่ทราบว่าตนได้เผลอแสดงท่าทางอย่างไรออกไปบ้าง ทว่าหลังจากที่งานเลี้ยงวันเกิดจบลง มารดาก็ขอสนทนากับเขาเป็นการส่วนตัว

ย้อนไปสถานการณ์ในตอนนั้น…

‘ฮุยเอ๋อร์ คุณหนูใหญ่หรงดูสนใจเจ้าไม่น้อย แม่หวังว่าเจ้าจะไม่ทิ้งโอกาสนี้ เลือกสตรีจากลูกภรรยารอง ต่อให้ครอบครัวท่านตานางจะร่ำรวยเพียงใดก็ไม่ช่วยเรื่องหน้าที่การงานของเจ้า’

‘ท่านแม่ทราบได้อย่างไรว่าข้าชอบนาง’

‘สายตาเจ้า นอกจากนางแล้วก็ไม่มองใคร เช่นเดียว กับหรงฟู่กุ้ย’

‘แล้วอย่างไรขอรับ นางจะมองข้าหรือไม่ ข้าไม่สนใจ อย่างไรข้าก็ไม่ได้พึงใจในตัวนาง’

เมิ่งกวังฮุยท่าทางแข็งกร้าวทันทีเมื่อคิดว่าใครกำลังจะห้ามทางรักของเขา

‘ฮุยเอ๋อร์ ท่านพ่อเจ้าไม่อยู่แล้ว เจ้าเป็นความหวังเดียวของครอบครัวเรา อาศัยเพียงฝีมือไม่ได้ทำให้เจ้าขึ้นไปสู่ตำแหน่งแม่ทัพใหญ่ได้’

‘...’

‘ตระกูลเมิ่งในยามนี้เหมือนถูกตัดหางเสือ แบกรับคำว่าวีรบุรุษของแคว้นเอาไว้ แต่กลับไร้เงินทองที่จะต่อชีวิตคนในจวน เงินร่อยหรอขึ้นทุกวัน ไหนจะค่ายาน้องชายเจ้าอีก เบี้ยเลี้ยงนายกองไม่เพียงพอต่อตระกูลเรา’

เมิ่งกวังฮุยกำหมัดแน่น ที่มารดาเขากล่าวมาไม่ผิดเลยสักประโยคเดี๋ยว

แต่ถึงจะเป็นเช่นนั้นเขาก็ยากจะข่มใจให้ไม่ชอบนาง แต่มารดาเขาก็ยังออกคำสั่งให้เขาตัดใจเสีย

‘ฉะนั้นเลิกคิดเรื่องสายลมจันทราระหว่างหนุ่มสาวแล้วเข้าหาหรงฟู่กุ้ยเสีย สตรีที่พึงใจต่อไปต้องหาได้อีกแน่ แต่สตรีที่พึงใจเจ้าแล้วช่วยสนับสนุนเจ้าได้มีไม่มาก ตัดใจจากนางเสีย อย่าปล่อยโอกาสนี้ให้หลุดลอยไป เพราะถ้าเจ้าเลือกนางในวันนี้ สักวันเจ้าจะต้องทิ้งนางเพื่อไปหาความก้าวหน้าของตัวเองแน่’

คำพูดมากมายของมารดาไม่ได้ทำให้เมิ่งกวังฮุยคิดตัดใจจากนาง ยกเว้นคำพูดสุดท้าย

‘บุรุษรักความก้าวหน้า ความรักไม่ยืนยาว ต่อไปหากย้อนเวลากลับไปได้ เจ้าจะขอบคุณตัวเองที่เลือกเชื่อคำพูดแม่ในวันนี้’

กลับมาที่สถานการณ์ปัจจุบัน…

“วันนั้นข้าเลือกเชื่อท่านแม่”

“ใช่! เจ้าถึงสามารถปีนป่ายมาถึงตำแหน่งรองแม่ทัพได้อย่างไรเล่า หวังว่าเมื่อถึงเวลาที่ต้องหย่าแล้ว เจ้าจะทำได้อย่างที่พูดจริง ๆ”

หลี่จื่อหยางเอ่ยเพียงเท่านั้นก็เดินจากไป ทิ้งให้บุตรชายอยู่หน้าเรือนเพียงลำพัง

มือหนาจับริมฝีปากของตัวเอง ในหัวคิดถึงสัมผัสจากริมฝีปากนุ่มอิ่ม ดวงตาเป็นประกายระยิบระยับสุขใจ จนแล้วจนรอด ผ่านระยะเวลามาหลายปี

เขาก็ยังตัดใจจากนางไม่ได้!

“ท่านแม่พูดถูก สวรรค์เข้าทางข้าแล้ว”

เช้าวันต่อมา…

เสี่ยวรุ่ยเดินเข้ามาในเรือนนอนของคุณหนูโดยที่มือถือกะละมังทองเหลืองที่บรรจุน้ำอุ่นมาด้วย

“คุณหนูเจ้าคะ เช้าแล้วเจ้าค่ะ”

ไร้เสียงตอบรับในลำคออื้ออ้าเช่นทุกที ไม่มีแม้แต่ว่าขอนอนอีกหน่อย เสี่ยวรุ่ยจึงรีบวางกะละมังไว้ตรงข้างหัวเตียงแล้วเปิดม่านมุ้งของคุณหนูขึ้นข้างหนึ่ง

“คุณหนู!”

นางตกใจยิ่งนักเมื่อเห็นใบหน้าซีดขาว ตาบวมเป่ง ใต้ตามีรอยคล้ำราวกับอดนอนมาทั้งคืน

“เสี่ยวรุ่ย อี้ฮองเฮาแค่แก่ขึ้นเท่านั้น อี้ฮองเฮาทำอะไรผิด ไยฝ่าบาทลืมสตรีที่โตมาด้วยกัน ลืมความรักระหว่างกันแล้วลุ่มหลงสนมคนใหม่ที่สาวกว่า งามกว่า”

หรงซินเยวี่ยนยังคงอารมณ์ค้างเพราะเพิ่งอ่านหนังสือเล่มใหม่จบ

เสี่ยวรุ่ยที่เดาได้แล้วว่าคุณหนูพูดถึงเรื่องหนังสือก็เอื้อมมือไปหยิบหนังสือข้างหมอนคุณหนูมาไว้กับตน

“คุณหนูพูดแบบนี้แล้ว บ่าวคงต้องเตรียมใจแล้วเจ้าค่ะ…ไม่สิ! ใจไม่พอต้องผ้าเช็ดหน้าด้วย คุณหนูยังเป็นสภาพนี้แล้วบ่าวจะสภาพไหน”

หรงซินเยวี่ยนน้ำตาไหลอาบหน้า ยกมือปาดข้างแก้มสูดจมูก นางเศร้ามากจนไม่คิดอยากทำอันใด เช้าที่สดใสในทุกวัน โดนหนังสือ ‘จอมนางเคียงบัลลังก์’ ทำให้หม่นหมอง

“เช่นนั้นคุณหนูจะลุกไปทานอาหารตอนเช้าหรือไม่เจ้าคะ บ่าวจะไปเตรียมมาให้เจ้าค่ะ”

“ไม่ เจ้าไปบอกเรือนใหญ่ด้วยว่าคุณหนูรองกำลังพักผ่อนอยู่ เมื่อคืนตรวจบัญชีหนัก”

“เจ้าค่ะคุณหนู”

เสี่ยวรุ่ยดึงม่านมุ้งลงให้คุณหนูเช่นเดิมก่อนที่จะสอดหนังสือเล่มใหม่เอาไว้ในอกเสื้อ รีบเดินไปรายงานฮูหยินและนายท่านจะได้รีบกลับมาอ่านจอมนางเคียงบัลลังก์ต่อ

สาวใช้คนสนิทของคุณหนูมีไม่มากที่อ่านออกเขียนได้ ทว่าเสี่ยวรุ่ยเป็นคนของคหบดีเผิงที่สนับสนุนให้สาวใช้ทุกคนเรียนหนังสือ

ทุกคนถึงอ่านออกเขียนได้จนช่วยกันนำกิจการของเจ้านายเติบโตเป็นอันดับหนึ่งของรั่วหยางแล้วค่อยแผ่อิทธิพลมาที่เมืองหลวง

เสี่ยวรุ่ยจากเดินเร็วกลายเป็นวิ่งเพราะร้อนใจ

เมื่อเข้าใกล้เรือนใหญ่แล้วถึงค่อยชะลอฝีเท้าลง แอบแปลกใจเล็กน้อยที่เห็นทหารคนสนิทของเมิ่งกวังฮุยยืนกอดดาบอยู่หน้าเรือนใหญ่

มาหาคุณหนูใหญ่แต่เช้าเลยหรือ

“เสี่ยวรุ่ย”

เจ้าของนามหันไปมองคนเรียก

“เจ้าคะ”

หญิงสาวมีท่าทางระแวงเล็กน้อยเพราะสายตาแพรวพราวที่นางอ่านไม่ออก

“ไม่มีอันใด เพียงทักทายเท่านั้น ต่อไปเราจะได้พบกันบ่อยขึ้น”

เสี่ยวรุ่ยสงสัยเป็นอย่างมาก

ทว่านางไม่กล้าซักไซ้อีกฝ่ายจึงเก็บความสงสัยเอาไว้ ส่งยิ้มแห้งให้เขาแล้วรีบเดินเข้าเรือนใหญ่

นางปรับท่าทางให้สำรวม สะกดความกระหืดกระหอบจากการวิ่งเอาไว้ เมื่อเดินเข้าไปในห้องโถงรับแขกแล้วเห็นเมิ่งกวังฮุยกำลังสนทนาจิบชากับหรงกงหมิง หวังปิงหลิงเองก็อยู่ที่นี่ด้วยจึงหยุดเท้าอยู่กับที่

นางไม่กล้าเข้าไปรายงานเรื่องที่คุณหนูไหว้วานมายืนรออยู่ตรงนี้เพื่อหาจังหวะ

“ยืนทำละล้าละลังอะไรอยู่ มีอันใดก็เข้ามารายงาน”

หรงกงหมิงกวักมือเรียกเสี่ยวรุ่ย นางเดินเข้าไปด้านในแล้วย่อกายลงทำความเคารพทุกคน รายงานตามที่คุณหนูสั่ง

“คุณหนูให้บ่าวมาเรียนนายท่านว่าเช้านี้ไม่ร่วมรับสำรับด้วยเจ้าค่ะ”

“เหตุใดกัน ไม่สบายหรือ”

กฎของตระกูลหรง ทุกคนต้องทานอาหารมื้อเช้าร่วมกัน หากเช้าใดไม่เข้าร่วมต้องบอกเหตุผล โดยปรกติหรงซินเยวี่ยนมาไม่ขาด บิดาของนางจึงตีโพยตีพายไปไกล

“คุณหนูสบายดีเจ้าค่ะนายท่าน เพียงแต่เมื่อคืนตรวจบัญชีดึกดื่นจึงขอนอนชดเชยตอนเช้า”

เสี่ยวรุ่ยโกหกได้หน้าตาเฉย ทว่าหนังสือที่สอดอยู่ในอกนางไม่อาจรอดสายตาหรงกงหมิงได้

“หนังสืออะไรอยู่ในอกเสื้อเจ้า”

แผ่นหลังเสี่ยวรุ่ยร้อนวาบ อยากเคาะศีรษะตัวเองยิ่งนักที่พกหนังสือติดตัวมาด้วย

“เอ่อ คือว่า…”

“เอาออกมาดู”

เสี่ยวรุ่ยสะดุ้งเมื่อโดนความกดดันเข้าแล่นงาน จำต้องหยิบหนังสือออกมาจากอกเสื้อ เดินเข้าไปใกล้หรงกงหมิงแล้วยื่นหนังสือให้

“จอมนางเคียงบัลลังก์ นี่กระมังที่ทำให้คุณหนูของเจ้าอดหลับอดนอน”

เสี่ยวรุ่ยรีบแก้ตัวให้เจ้านาย

“มิใช่นะเจ้าคะ บัญชีตรวจจริง ๆ เจ้าค่ะ”

“แต่อดหลับอดนอนเพราะนิยายเล่มนี้”

เสี่ยวรุ่ยก้มหน้างุด แต่ถึงกระนั้นก็ยังแก้ตัวให้เจ้านายเสียงเบา

“อ่านเล่มนี้ก็เพื่องานเจ้าค่ะ อ่านจบแล้วจะได้จับกระแสตลาดได้ หากเรื่องโดนใจ คุณหนูจะจ้างนักเล่านิทานดึงคนให้มาซื้อหนังสือ”

หรงกงหมิงเงียบไป ฮูหยินใหญ่ไม่พูดอะไรแต่มุมปากกระตุกยิ้ม ไม่เว้นแม้แต่เมิ่งกวังฮุยที่ซ่อนแววตาชอบใจเอาไว้ด้วยการดื่มชา

“หึ! แล้วไป แต่อย่าให้นางนอนนานนัก ปลุกขึ้นมาทานอาหารก่อนเที่ยงด้วย”

เสี่ยวรุ่ยดีใจที่วันนี้รอดไปได้อีกวัน ย่อกายขอบคุณนายท่านอย่างสดใส

“รับทราบเจ้าค่ะนายท่าน”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • หย่าเสียทีคนที่ข้าอยากปกป้องรออยู่   ๕๗ หากปาฏิหารย์ไม่มีจริงคงไม่มีคำนี้เกิดขึ้น(จบ)

    ๕๗หากปาฏิหารย์ไม่มีจริงคงไม่มีคำนี้เกิดขึ้นหลายเดือนผ่านมานี้หรงซินเยวี่ยนพยายามดื่มยาและตรวจร่างกายกับหมอซุนเป็นประจำ ยาที่มีรสขมพอดื่มบ่อย ๆ ลิ้นก็เริ่มชินแต่นางก็ไร้วี่แววว่าจะตั้งครรภ์!หมอซุนกล่าวว่านางกดดันตัวเองมากเกินไป ยิ่งเครียดขึ้นไปอีกเพราะการตรวจวัดชีพจรที่บ่อยขึ้นแล้วมีผลว่านางยังไม่ตั้งครรภ์ดังนั้นนางจึงเลิกให้หมอซุนตรวจวัดชีพจรปล่อยให้ทุกอย่างเป็นไปตามธรรมชาติ“คุณหนูเจ้าคะ ขบวนนายท่านผู้เฒ่ามานั่นแล้วเจ้าค่ะ ดูจากสัมภาระแล้วต้องขนของมาให้คุณหนูแน่”“ท่านตาบอกว่าจะเอาของมาฝากด้วย ถ้าทั้งสิบเกวียนนี้คือของฝาก จวนแม่ทัพของเราคงไม่มีที่เก็บแล้ว…ไปเถอะ!”หรงซินเยวี่ยนทำหน้ากลุ้มใจก่อนที่จะเดินนำเสี่ยวรุ่ยลงไปยังด้านหน้าประตูเมืองหอคอยเพื่อต้อนรับท่านตาที่มีโอกาสเดินทางมาเยี่ยมนางเสียทีเมื่อลงมาด้านล่างหอคอยก็เห็นว่าสามียืนเอามือกอดดาบเอาไว้ท่าทางสงบนิ่ง สวนทางกับหัวใจที่สั่นระรัวเพราะความตื่นเต้น“หยุด~”คนบังคับรถม้ารั้งบังเหียนม้าเอาไว้ เกวียนบรรทุกของทั้งสิบคันค่อย ๆ หยุดการเคลื่อนไหวหลานเขยที่เห็นเช่นนั้นก็รีบเดินเข้าไปต้อนรับท่านตาของภรรยาที่เพียงเปิดหน้าต่างรถม

  • หย่าเสียทีคนที่ข้าอยากปกป้องรออยู่   ๕๖ ด้วยคำอธิษฐานนี้

    ๕๖ด้วยคำอธิษฐานนี้เมิ่งกวังฮุยลาดตระเวนแบบมีจุดมุ่งหมายมาที่ร้านเยวี่ยนวั่งสาขาสอง ด้วยชุดเกราะเต็มตัวของแม่ทัพทำให้เขาคิดอยู่ว่าจะหาเรื่องเข้าไปในร้านนางอย่างไรไม่ให้ดูสะดุดตาคนในร้าน จนกระทั่งเด็กในร้านคนหนึ่งเห็นเขาเข้าพอดีนางรีบเดินเข้ามาหาเขาแล้วทำการคารวะ“ท่านแม่ทัพมาหาฮูหยินหรือเจ้าคะ”“ฮูหยินเล่า”เขาไม่โกหกว่าตั้งใจมาลาดตระเวนแล้วผ่านมา แต่ก็ไม่ได้บอกเด็กในร้านว่าตั้งใจมาหาฮูหยินตอนเขาตั้งคำถามสายตาก็มองเข้าไปด้านในร้าน เผลอชะเง้อคอมอง เหล่าพลทหารที่ติดตามมาด้วยมองหน้ากันแล้วยิ้มให้กับท่าทางนี้รู้ในทันทีว่าการเดินลาดตระเวนก็แค่ข้ออ้าง!“ฮูหยินไปลอยโคมกับเสี่ยวรุ่ยเจ้าค่ะ ไปได้สักพักหนึ่งแล้ว เดี๋ยวก็คงกลับมากันแล้วกระมัง”“อ้อ”เมิ่งกวังฮุยรับคำสั้น ๆ แล้วเดินนำพลทหารไป ท่าทางเขายังเหมือนทหารที่ลาดตระเวนเช่นเคย ทว่าหากสังเกตดี ๆ จะเห็นว่าชายหนุ่มกวาดสายตามองโดยรอบเผื่อจะเห็นฮูหยินของตนหรือจะอยู่ที่ทะเลสาบ“พวกเจ้าไปลาดตระเวนตามเส้นทางที่วางแผนไว้”“ขอรับ”ทหารรับคำสั่งจากเสียงเข้มเสียงผสานที่ชายหนุ่มรีบสั่งเช่นนี้เพราะไม่อยากให้เหล่าทหารได้เห็นท่าทางของเขายามที่อยู่กั

  • หย่าเสียทีคนที่ข้าอยากปกป้องรออยู่   ๕๕ ใครเดินเล่นเดินไปข้าจะขายของ

    ๕๕ใครเดินเล่นเดินไปข้าจะขายของเทศกาลโคมลอยสำหรับคนอื่นคือจุดนัดพบระหว่างกันที่ไม่ว่าจะเป็นความสัมพันธ์แบบคู่รักหรือนักขายหรงซินเยวี่ยนในฐานะที่เป็นแม่ค้า เตรียมสินค้าเอาไว้ขายให้ชาวเมืองลุ้นยิ่งนักว่าสินค้าจะขายได้หรือไม่เหนือสิ่งอื่นใด นางหวังว่าร้านค้าจะมีชื่อเสียงขึ้นจากเทศกาลโคมลอยในครั้งนี้ อย่างน้อยก็เป็นการประชาสัมพันธ์ร้านค้าความสัมพันธ์ในด้านคู่รักของนางไม่สร้างภาระทางใจให้กัน เพราะเมิ่งกวังฮุยก็ยุ่งอยู่กับการพิสูจน์ตัวเองงานนี้นอกจากจะเป็นการพิสูจน์ตัวเองว่าเขาจัดการดูแลความเรียบร้อยปลอดภัยให้แก่เมืองได้ดี ชาวเมืองก็จะยอมรับเขาในฐานะแม่ทัพคนใหม่ได้มากขึ้น…จะได้ไม่ดูถูกว่าเป็นแม่ทัพหน้าอ่อนอีก!“…ฟูจวิน ชุดนี้เหมาะกับข้าหรือไม่เจ้าคะ”สาวงามเอ่ยถามสามีด้วยความเอียงอาย ในใจหมายมาดว่าสามีจะยอมจ่ายเงินซื้อชุดที่ครบเครื่องทั้งศีรษะจรดเท้าให้…แล้วเขาก็ไม่ทำให้นางผิดหวัง!“หากเจ้าอยากได้ ฟูจวินจะซื้อให้เจ้า”ภรรยาสาวฉีกยิ้มหวานเมื่อได้ยินคำพูดนี้จนกระทั่งถามราคาที่มากถึงสามสิบตำลึงเงิน ใบหน้าที่เคยยิ้มแย้มก็เปลี่ยนเป็นจืดเจื่อน หันไปส่งสัญญาณให้สามีแล้วส่ายหน้าเบา ๆหรงซินเ

  • หย่าเสียทีคนที่ข้าอยากปกป้องรออยู่   ๕๔ ร้านเยวี่ยนวั่งสาขาสอง

    ๕๔ร้านเยวี่ยนวั่งสาขาสองหรงซินเยวี่ยนกับเสี่ยวรุ่ยเงยหน้าขึ้นมองร้านค้าเบ็ดเตล็ดที่ขายทั้งผ้า เครื่องประดับ เครื่องเขียนรวมถึงหนังสือ สองสาวจะไม่ตะลึงเลยหากไม่เห็นป้ายหน้าร้านตัวอักษรโต ๆ“ร้านเยวี่ยนวั่งสาขาสอง”หรงซินเยวี่ยนยกมือปิดปากด้วยไม่คิดว่าท่านตาจะเตรียมการทุกอย่างให้หมดแล้วแผนธุรกิจที่นางสู้อุตส่าห์คิดมาสามวันสามคืน สุดท้ายก็ไม่ได้ใช้“คุณหนู นายท่านผู้เฒ่ารักคุณหนูมากเลยเจ้าค่ะ”“ข้ารู้สึกว่าตัวเองถูกรักก็ตอนนี้ เขียนว่าสาขาสองเช่นนี้ หากคนสงสัยถามว่าสาขาหนึ่งอยู่ที่ใดแล้วทราบว่าอยู่เมืองหลวง ใครจะไม่อยากใช้ของที่มาจากเมืองหลวงกัน นับเป็นการตลาดอย่างหนึ่ง”หลงจู๊เห็นสตรีอายุน้อยสองคนอยู่นอกร้าน ไม่เข้ามาด้านในเสียที เมื่อพิศดูลักษณะท่าทางแล้วคุ้นตาจึงเดินเข้ามาหาทั้งสอง“ขอถามแม่นาง ใช่คุณหนูรองหรงซินเยวี่ยน ฮูหยินแม่ทัพเมิ่งหรือไม่”หรงซินเยวี่ยนส่งยิ้มเป็นมิตรให้หลงจู๊“ข้าหรงซินเยวี่ยน ท่านคงเป็นเจี่ยหลงจู๊กระมัง ผู้ดูแลร้านเยวี่ยนวั่งสาขาสอง”“คารวะคุณหนู ข้าน้อยเจี่ยจี้รับหน้าที่ดูแลร้านมาหนึ่งเดือนแล้วขอรับ”เป็นอีกครั้งที่หรงซินเยวี่ยนยกมือขึ้นปิดริมฝีปากคงมิใช่

  • หย่าเสียทีคนที่ข้าอยากปกป้องรออยู่   ๕๓ ท่านตาผู้แผ่กิ่งก้านสาขา

    ๕๓ท่านตาผู้แผ่กิ่งก้านสาขาณ ค่ายทหารทัพประจิม“…ค่ายประจิมงานเหมือนกับค่ายทั่วไป ที่ข้าอยากจะส่งมอบให้ก็คือแผนที่เหล่านี้ จุดที่ควรเน้นการคุ้มกันเป็นพิเศษ รายละเอียดปลีกย่อยหูหลี่จะเป็นคนช่วยเจ้าเอง ส่วนนี่…” หยิบกล่องไม้ขึ้นมาแล้วยื่นให้เมิ่งกวังฮุยชายหนุ่มรับมาเปิดดูก็เห็นว่าเป็นตราประทับเคลื่อนพลของค่ายประจิมสองมือยกขึ้นคารวะแม่ทัพผู้เฒ่าทันทีที่อีกฝ่ายไม่ยึดติดในอำนาจ ส่งมอบกำลังทหารให้โดยไม่ยึดติดเรื่องเล่าการเปลี่ยนผ่านส่งมอบกำลังทหาร เมิ่งกวังฮุยย่อมได้ยินมาบ้างว่าต่อให้จะได้รับพระราชโองการจากฝ่าบาทก็ยังมีการเล่นลิ้น เดิมทีเขาคิดว่าการมารับตำแหน่งครั้งนี้จะยากตั้งแต่วันแรกเสียแล้ว“ฮูหยินน้อยเป็นอย่างไรบ้าง”เมิ่งกวังฮุยเผลอเลิกคิ้ว แม่ทัพเซียวจึงเผยความสัมพันธ์ระหว่างเขากับนาง“ที่จริงข้ากับนางไม่ได้รู้จักกันเป็นการส่วนตัว กับตาเฒ่าเผิงต่างหากนับว่าเป็นสหายที่เคยดื่มสุราพูดคุยกันอย่างถูกคอ เมื่อทราบว่าหลานสาวจะย้ายตามสามีมาที่นี่ก็ฝากให้ข้าดูแล เดือนหน้าข้าถึงจะย้ายกลับรั่วหยาง ระหว่างนี้ข้าจะดูแลเจ้าสองสามีภรรยาให้เต็มที่”ที่แท้ท่านตาของนางก็มากรุยทางเอาไว้ให้แล้ว คืนนี

  • หย่าเสียทีคนที่ข้าอยากปกป้องรออยู่   ๕๒ เมืองที่จัดว่าเจริญก็ไม่ใช่กันดารก็ไม่เชิง

    ๕๒เมืองที่จัดว่าเจริญก็ไม่ใช่กันดารก็ไม่เชิงสามวันผ่านไปในที่สุดขบวนเดินทางของแม่ทัพประจิมคนใหม่ก็เคลื่อนเข้าสู่เมืองหน้าด่านที่ไม่จัดว่าเจริญเท่าเมืองหลวงแต่ก็ไม่ได้กันดารถึงขนาดใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ไม่ได้เมืองนี้มีชาวเมืองอาศัยราวหนึ่งหมื่นบ้าน เป็นทั้งของครอบครัวทหารและชาวบ้านทั่วไป มีเส้นทางน้ำ ที่นาหลายพันไร่ ชาวเมืองส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรมมากกว่าการค้าขาย ทหารของค่ายนี้จึงไม่อดอยาก เสบียงพร้อมสำหรับทหารทุกคนความเสี่ยงสองอย่างที่ค่ายประจิมเผชิญ หนึ่งเมืองนี้เป็นที่รับน้ำ สองชายแดนติดกับแคว้นที่การเมืองไม่มีเสถียรภาพ เกิดการกบฏเปลี่ยนผู้นำแคว้นเป็นว่าเล่น เคราะห์กรรมจึงมาตกอยู่ที่ประชาชนทหารเฝ้าเมืองต้องเข้มงวดตรวจคนเข้าเมืองเพื่อไม่ให้คนลักลอบเข้ามาทำเรื่องผิดกฎหมายเมื่อมาถึงหน้าเมือง เมิ่งกวัยฮุยก็ยื่นป้ายประจำตัวให้แก่ทหารที่เฝ้าอยู่หน้าประตูเมือง ทันทีที่ทหารทราบว่าเป็นแม่ทัพคนใหม่ก็ทำการคารวะ เรียกความสนใจจากชาวเมืองที่กำลังต่อแถวเข้าเมืองให้หันมามองเขาเป็นตาเดียว“นี่นะหรือแม่ทัพคนใหม่ ไยดูอ่อนเยาว์เช่นนี้”“นั่นสิ เหมือนคุณชายมากกว่าเหมือนแม่ทัพ หน้าขาวแบบนี้จะมีฝีม

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status