แชร์

๓ เหตุใดท่านแม่กล่าวเช่นนั้น

ผู้เขียน: ซูเมี่ยวหลิง
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2025-12-31 21:41:32

เหตุใดท่านแม่กล่าวเช่นนั้น

หรงซินเยวี่ยนเดินกลับเรือนตัวเองโดยทิ้งคำพูดเอาไว้ว่า ‘เช่นนั้นเราก็มาทำสัญญากัน’ นางไม่มีปัญหาเพียงแค่ว่าต้องแต่งงานแล้วหย่าขาดกับใคร เมื่อถึงวันนั้นขึ้นมาอย่ามาถามหามิตรภาพจากนางก็แล้วกัน

“คุณหนูเจ้าคะ เกิดอันใดขึ้นเจ้าคะ เหตุใดหน้าตาคุณหนูไม่แช่มชื่นเลย”

เสี่ยวรุ่ยอยากถามว่านายสาวไปโกรธใครมา แต่สุดท้ายก็ไม่กล้าถามออกมาตามตรง

“เพิ่งพิสูน์อะไรมา ข้าไม่รู้ว่าควรตกใจเรื่องใดดีระหว่างเขากับนาง สมแล้วที่เป็นคู่รักกัน”

เสี่ยวรุ่ยเร่งเท้าขึ้นเพราะคุณหนูของนางเดินสับเท้าฉับ ๆ จนนางตามไม่ทัน

“คุณหนู รอบ่าวด้วยเจ้าค่ะ”

หรงซินเยวี่ยนชะลอเท้า เสี่ยวรุ่ยถึงตามมากางร่มให้นายสาวได้ทัน

เมื่อเดินมาถึงเรือนส่วนตัว หรงซินเยวี่ยนก็ขอเสี่ยวรุ่ยอยู่คนเดียว ถอดชุดคลุมกันหนาวให้เสี่ยวรุ่ยเอาไปเก็บ ถอดรองเท้าและล้มตัวลงนอนบนเตียง ในหัวนึกถึงเหตุการณ์เมื่อครู่

มือบางจับริมฝีปากตัวเอง หวางคิ้วเรียวดั่งกิ่งหลิวขมวดเข้าหากันเพราะภาพเมื่อครู่ยังคงชัดเจน

“เขาสอดลิ้นเข้ามาอย่างตั้งใจแน่ คนที่เกือบเป็นว่าที่พี่เขยของข้านิสัยเป็นเช่นนี้เองหรือ พี่หญิงใหญ่นี่ก็กระไร ไยถึงเห็นดีเห็นงามไปหมดทุกอย่าง ไม่โกรธไม่พอ ยังไม่ล้มเลิกความตั้งใจอีก”

หรงซินเยวี่ยนยกมือขึ้นลูบใบหน้าตัวเอง ภาพจุมพิตเมื่อครู่ทำอย่างไรก็ไม่หลุดไปจากความคิด มิใช่เพราะนางฝันหวานให้กับสัมผัสนี้ แต่เป็นยิ่งคิดยิ่งรู้สึกเสียใจในภายหลัง หากย้อนเวลาไปได้นางจะไม่พิสูจน์ด้วยวิธีการนั้นอีก

ที่แย่ไปยิ่งกว่านั้นคือ

“แล้วไปนัดพวกเขามาทำสัญญากันอีก นี่มิใช่ตอบตกลงจะให้การช่วยเหลือพวกเขาแล้วหรือ…ฮือ~”

หรงซินเยวี่ยนร้องไห้แต่ไม่มีน้ำตา นอนพลิกตัวอยู่บนเตียงไม่อยากออกไปเผชิญหน้าใครแล้ว

“หรือข้าจะกลับคำ ไม่ทำแล้วสัญญาอะไรนี่ เรื่องนี้เกี่ยวพันกับอิสระของข้า ไม่หลวมตัวเข้าไปจะดีที่สุด”

คิดได้เช่นนั้นหรงซินเยวี่ยนก็ลุกขึ้นนั่งบนเตียง เดินไปที่ไม้แขวนเสื้อคลุมกันหนาวเตรียมจะออกไปด้านนอก พอดีกับที่เสี่ยวรุ่ยเดินเข้ามาในห้องนอนของนาง

“คุณหนูเจ้าคะ…”

“ไปเรือนพี่หญิงใหญ่กันเสี่ยวรุ่ย”

“แต่ว่าจางหลงจู๊ให้เด็กมาส่งข่าวว่าร้านมีหนังสือใหม่เข้ามาแล้ว หรือคุณหนูจะไปวันพรุ่งนี้แทนเจ้าคะ”

คำว่า ‘หนังสือใหม่’ ดึงความสนใจของหรงซินเยวี่ยนได้ในทันที

ท่านตาของนางเป็นคหบดีที่ร่ำรวยติดอันดับสิบของแคว้นเหลียน แม้กิจการหลักจะอยู่ที่รั่วหยาง แต่ในเมืองหลวงก็มีกิจการอยู่มากมาย

คหบดีเผิงยกกิจการในเมืองหลวงให้มารดาของนาง ตั้งแต่นางรอดชีวิตมาเผิงทูทูก็เสนอให้ทำการค้า

ในตอนที่หรงซินเยวี่ยนอายุ 15 หนาว เผิงทูทูให้บุตรสาวเลือกกิจการมาหนึ่งอย่างจะส่งมอบให้บุตรสาวดูแล

หรงซินเยวี่ยนที่ชอบอ่านตำราจึงเลือกกิจการร้านหนังสือที่ขายทั้งพู่กัน หมึก กระดาษ อุปกรณ์เครื่องเขียนที่นำเข้ามาจากรั่วหยางบ้านเกิดท่านตา

“ในเมื่อเข้าวันนี้ก็ต้องไปดูวันนี้”

“เรือนคุณหนูใหญ่เล่าเจ้าคะ”

หรงซินเยวี่ยนชั่งใจ สุดท้ายก็เลือกไปดูกิจการของตน เดินนำเสี่ยวรุ่ยที่ตื่นเต้นที่จะได้อ่านหนังสือเล่มใหม่ก่อนใครพร้อมคุณหนู

หรงซินเยวี่ยนสั่งสาวใช้ให้คนเตรียมรถม้า ระหว่างนั้นนางก็เดินไปเรือนหวังปิงหลิงขออนุญาตฮูหยินใหญ่ออกไปนอกจวนทั้งยังส่งคนไปบอกมารดาว่าตนจะไปดูแลกิจการ

ไม่คิดว่าตอนเดินเข้ามาในเรือนจะเห็นพี่สาวของนางอยู่ด้านในด้วย เห็นสีหน้าหวังปิงหลิงแล้ว หรงซินเยวี่ยน พลันหนาวเหน็บไปทั้งหัวใจ

“คารวะแม่ใหญ่เจ้าค่ะ”

“ว่าอย่างไรเยวี่ยนเอ๋อร์ พี่หญิงใหญ่ของเจ้าก็เพิ่งมาเมื่อครู่นี้ยังไม่ได้พูดเข้าเรื่อง คงมิใช่ว่านัดกันมาใช่หรือไม่”

พี่หญิงใหญ่ยังไม่ได้พูดเรื่องแต่งงานสินะ เช่นนั้นต้องรีบหนีก่อนที่นางจะพูดเรื่องแต่งงานแล้ว

“ที่ร้านมีหนังสือเข้าใหม่เจ้าค่ะ ข้าจะขออนุญาตแม่ใหญ่ไปดูหนังสือสักหนึ่งชั่วยาม กลับไม่เกินยามเซิน [1] เจ้าค่ะ”

หรงฟู่กุ้ยมีสีหน้าผิดหวังเล็กน้อยที่น้องสาวไม่ได้มาเพราะเรื่องงานแต่ง แต่ในขณะเดียวกันก็โล่งใจเพราะส่วนลึกในจิตใจก็ยังไม่พร้อมให้เมิ่งกวังฮุยเป็นของใคร

อย่างน้อยก็ก่อนที่นางจะเข้าวัง!

“ไปเถอะ เจ้ารักกิจการนี้มาก แม่ใหญ่ไม่ห้ามเจ้า”

หรงซินเยวี่ยนย่อกายลงคารวะ ไม่สบตาหรงฟู่กุ้ย หมุนตัวเดินจากไปอย่างเรียบร้อย

เมื่อเดินออกมาจากเรือนของหวังปิงหลิงแล้ว นางก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก คิดว่าหรงซินเยวี่ยนจะพูดเรื่องแต่งงานเสียแล้ว

“เสี่ยวหลังวาบ!”

ณ ร้านหนังสือเยวี่ยนวั่ง

หรงซินเยวี่ยนลงจากรถม้าโดยการช่วยเหลือของเสี่ยวรุ่ย ใบหน้าจิ้มลิ้มยิ้มหวานเมื่อเห็นว่าวันนี้คนมากกว่าปรกติ ลูกค้าหลายคนนางคุ้นหน้าคุ้นตาเป็นอย่างดี ทราบในทันทีว่ามารอซื้อหนังสือเล่มใหม่ของนักเขียนนามปากกา

‘เฮยอ้านหนานวั่ง’

“คุณหนู อีกหนึ่งก้านธูปจะถึงเวลาที่นักเขียนเฮยอ้านหนานวั่งกำชับให้ขายหนังสือขอรับ ข้าน้อยเตรียมเอาไว้ให้คุณหนูแล้วหนึ่งเล่ม วันนี้คนของเราคัดลอกได้สามสิบเล่ม ทั้งสามสิบเล่มลูกค้าจองเอาไว้ทั้งหมดแล้ว ใครที่ไม่ทันวันนี้้ข้าน้อยให้ลูกค้าจองแล้วจ่ายเงินล่วงหน้ามาแล้วขอรับ”

“คืนนี้ข้าจะกลับไปอ่าน หากเนื้อเรื่องน่าสนใจข้าจะไปจ้างนั่งเล่านิทานให้เล่าพอเป็นน้ำจิ้ม”

แต่หลังจากนี้ใครสนใจอยากมาซื้อหนังสือฉบับเต็มร้านเยวี่ยนวั่งยินดีให้บริการ

“ขอรับคุณหนู ข้าน้อยจะเร่งคนของเราให้เร่งมือขอรับ เหล็กกำลังร้อนต้องรีบตี”

“ดีมาก จางหลงจู๊ไปทำงานเถอะ ไม่ได้ตรวจบัญชีมาสามวันแล้ว เข้าร้านทั้งทีข้าจะไปตรวจบัญชีดูเสียหน่อย”

“ขอรับคุณหนู”

จางหลงจู๊ไปดูแลลูกค้าต่อ หรงซินเยวี่ยนถึงได้เดินขึ้นไปชั้นสองของร้าน ชั้นที่ขึ้นได้เฉพาะพนักงานและเจ้าของเท่านั้น

หรงซินเยวี่ยนร่างแข็งทื่อเมื่อเดินเข้ามาที่โต๊ะแล้วเห็นกองบัญชีมากมาย

“สวรรค์! สามวันที่ไม่ได้เข้าร้าน ของขายดีจนบัญชีเป็นตั้งเลยหรือ”

ยังไม่ได้ตรวจบัญชี หรงซินเยวี่ยนก็ท้อแล้ว นางนั่งลงเก้าอี้ประจำตำแหน่ง สูดหายใจเข้าลึกเรียกกำลังใจแล้วหยิบเล่มแรกมาเปิดดู

“หือ บัญชีของโรงเตี๊ยมหรือ คงมิใช่ว่าท่านแม่เตรียมจะยกโรงเตี๊ยมให้ข้ากระมัง”

โรงเตี๊ยมเหม่ยม่าวเป็นกิจการในสินเดิมของเผิงทูทู มารดานางเคยเปรยว่าจะยกกิจการโรงเตี๊ยมให้นางดูแล แต่หรงซินเยวี่ยนปฏิเสธเพราะว่าโรงเตี๊ยมเหม่ยม่าวเป็นกิจการใหญ่ นางยังคิดว่าตนไม่มีความสามารถพอที่จะคุมกิจการนี้ได้ ทั้งยังเป็นธุรกิจที่นางในวัยนี้ยังไม่ชอบ

“คุณหนูเจ้าคะ หนังสือได้แล้วเจ้าค่ะ”

“เสี่ยวรุ่ย…”

เสี่ยวรุ่ยกอดหนังสือเล่มใหม่เอาไว้ เมื่อเห็นสีหน้าเคร่งเครียดของคุณหนู

“เจ้าคะคุณหนู”

“ถามหลงจู๊ให้ข้าที ท่านแม่ได้ให้คนเอาบัญชีมาไว้ที่โต๊ะข้าหรือไม่”

“เจ้าค่ะคุณหนู”

เสี่ยวรุ่ยรับคำ นางเดินออกจากห้องไปไม่นานก็เดินเร็ว ๆ ขึ้นมาที่ชั้นสอง

“คุณหนูเจ้าคะ ฮูหยินให้คุณหนูศึกษาเอาไว้เจ้าค่ะ คุณหนูออกเรือนไปเมื่อไรจะยกให้เป็นสินเดิม”

หรงซินเยวี่ยนยกมือขึ้นมาแตะริมฝีปากอย่างลืมตัว เสี่ยวรุ่ยที่ไม่ทราบอะไรก็ยกมือแตะริมฝีปากของตัวเองตาม

“ปากคุณหนูเป็นอันใดหรือเจ้าคะ”

หรงซินเยวี่ยนสะท้าน ถามขึ้นมาอย่างตื่นตระหนกเพราะคิดว่ามารดาเห็นภาพเหตุการณ์เมื่อช่วงเที่ยง ทั้งยังกังวลว่าริมฝีปากของตนเกิดความผิดปรกติจนใครจับได้

“ปากข้าบวมหรือ”

“ปากคุณหนูยังเป็นปรกติเจ้าค่ะ ว่าแต่…คุณหนูไปทำอันใดมาถึงคิดว่าริมฝีปากบวมหรือเจ้าคะ”

สอบสวนข้าหรือ

“มดกัดนะ เลยกลัวริมฝีปากบวม”

“มดตัวนี้น่าฆ่านัก หากเจอจะบี้ให้สิ้นชื่อมดเลย”

หรงซินเยวี่ยนนึกถึงหน้าเมิ่งกวังฮุยแล้วหงุดหงิด เพราะคิดไปแล้วก็ยังอายกับการกระทำตัวเอง

แต่เหนือความอับอายแล้ว นางกลับสงสัยยิ่งกว่าว่ามารดาไปรู้เห็นสิ่งใดมา เหตุใดถึงพูดเรื่องการออกเรือนของนางก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์พิสูจน์ในวันนี้

กลับไปต้องแวะถามแล้ว


[1] ยามเซิน คือ 15.00-16.59 น.

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • หย่าเสียทีคนที่ข้าอยากปกป้องรออยู่   ๕๗ หากปาฏิหารย์ไม่มีจริงคงไม่มีคำนี้เกิดขึ้น(จบ)

    ๕๗หากปาฏิหารย์ไม่มีจริงคงไม่มีคำนี้เกิดขึ้นหลายเดือนผ่านมานี้หรงซินเยวี่ยนพยายามดื่มยาและตรวจร่างกายกับหมอซุนเป็นประจำ ยาที่มีรสขมพอดื่มบ่อย ๆ ลิ้นก็เริ่มชินแต่นางก็ไร้วี่แววว่าจะตั้งครรภ์!หมอซุนกล่าวว่านางกดดันตัวเองมากเกินไป ยิ่งเครียดขึ้นไปอีกเพราะการตรวจวัดชีพจรที่บ่อยขึ้นแล้วมีผลว่านางยังไม่ตั้งครรภ์ดังนั้นนางจึงเลิกให้หมอซุนตรวจวัดชีพจรปล่อยให้ทุกอย่างเป็นไปตามธรรมชาติ“คุณหนูเจ้าคะ ขบวนนายท่านผู้เฒ่ามานั่นแล้วเจ้าค่ะ ดูจากสัมภาระแล้วต้องขนของมาให้คุณหนูแน่”“ท่านตาบอกว่าจะเอาของมาฝากด้วย ถ้าทั้งสิบเกวียนนี้คือของฝาก จวนแม่ทัพของเราคงไม่มีที่เก็บแล้ว…ไปเถอะ!”หรงซินเยวี่ยนทำหน้ากลุ้มใจก่อนที่จะเดินนำเสี่ยวรุ่ยลงไปยังด้านหน้าประตูเมืองหอคอยเพื่อต้อนรับท่านตาที่มีโอกาสเดินทางมาเยี่ยมนางเสียทีเมื่อลงมาด้านล่างหอคอยก็เห็นว่าสามียืนเอามือกอดดาบเอาไว้ท่าทางสงบนิ่ง สวนทางกับหัวใจที่สั่นระรัวเพราะความตื่นเต้น“หยุด~”คนบังคับรถม้ารั้งบังเหียนม้าเอาไว้ เกวียนบรรทุกของทั้งสิบคันค่อย ๆ หยุดการเคลื่อนไหวหลานเขยที่เห็นเช่นนั้นก็รีบเดินเข้าไปต้อนรับท่านตาของภรรยาที่เพียงเปิดหน้าต่างรถม

  • หย่าเสียทีคนที่ข้าอยากปกป้องรออยู่   ๕๖ ด้วยคำอธิษฐานนี้

    ๕๖ด้วยคำอธิษฐานนี้เมิ่งกวังฮุยลาดตระเวนแบบมีจุดมุ่งหมายมาที่ร้านเยวี่ยนวั่งสาขาสอง ด้วยชุดเกราะเต็มตัวของแม่ทัพทำให้เขาคิดอยู่ว่าจะหาเรื่องเข้าไปในร้านนางอย่างไรไม่ให้ดูสะดุดตาคนในร้าน จนกระทั่งเด็กในร้านคนหนึ่งเห็นเขาเข้าพอดีนางรีบเดินเข้ามาหาเขาแล้วทำการคารวะ“ท่านแม่ทัพมาหาฮูหยินหรือเจ้าคะ”“ฮูหยินเล่า”เขาไม่โกหกว่าตั้งใจมาลาดตระเวนแล้วผ่านมา แต่ก็ไม่ได้บอกเด็กในร้านว่าตั้งใจมาหาฮูหยินตอนเขาตั้งคำถามสายตาก็มองเข้าไปด้านในร้าน เผลอชะเง้อคอมอง เหล่าพลทหารที่ติดตามมาด้วยมองหน้ากันแล้วยิ้มให้กับท่าทางนี้รู้ในทันทีว่าการเดินลาดตระเวนก็แค่ข้ออ้าง!“ฮูหยินไปลอยโคมกับเสี่ยวรุ่ยเจ้าค่ะ ไปได้สักพักหนึ่งแล้ว เดี๋ยวก็คงกลับมากันแล้วกระมัง”“อ้อ”เมิ่งกวังฮุยรับคำสั้น ๆ แล้วเดินนำพลทหารไป ท่าทางเขายังเหมือนทหารที่ลาดตระเวนเช่นเคย ทว่าหากสังเกตดี ๆ จะเห็นว่าชายหนุ่มกวาดสายตามองโดยรอบเผื่อจะเห็นฮูหยินของตนหรือจะอยู่ที่ทะเลสาบ“พวกเจ้าไปลาดตระเวนตามเส้นทางที่วางแผนไว้”“ขอรับ”ทหารรับคำสั่งจากเสียงเข้มเสียงผสานที่ชายหนุ่มรีบสั่งเช่นนี้เพราะไม่อยากให้เหล่าทหารได้เห็นท่าทางของเขายามที่อยู่กั

  • หย่าเสียทีคนที่ข้าอยากปกป้องรออยู่   ๕๕ ใครเดินเล่นเดินไปข้าจะขายของ

    ๕๕ใครเดินเล่นเดินไปข้าจะขายของเทศกาลโคมลอยสำหรับคนอื่นคือจุดนัดพบระหว่างกันที่ไม่ว่าจะเป็นความสัมพันธ์แบบคู่รักหรือนักขายหรงซินเยวี่ยนในฐานะที่เป็นแม่ค้า เตรียมสินค้าเอาไว้ขายให้ชาวเมืองลุ้นยิ่งนักว่าสินค้าจะขายได้หรือไม่เหนือสิ่งอื่นใด นางหวังว่าร้านค้าจะมีชื่อเสียงขึ้นจากเทศกาลโคมลอยในครั้งนี้ อย่างน้อยก็เป็นการประชาสัมพันธ์ร้านค้าความสัมพันธ์ในด้านคู่รักของนางไม่สร้างภาระทางใจให้กัน เพราะเมิ่งกวังฮุยก็ยุ่งอยู่กับการพิสูจน์ตัวเองงานนี้นอกจากจะเป็นการพิสูจน์ตัวเองว่าเขาจัดการดูแลความเรียบร้อยปลอดภัยให้แก่เมืองได้ดี ชาวเมืองก็จะยอมรับเขาในฐานะแม่ทัพคนใหม่ได้มากขึ้น…จะได้ไม่ดูถูกว่าเป็นแม่ทัพหน้าอ่อนอีก!“…ฟูจวิน ชุดนี้เหมาะกับข้าหรือไม่เจ้าคะ”สาวงามเอ่ยถามสามีด้วยความเอียงอาย ในใจหมายมาดว่าสามีจะยอมจ่ายเงินซื้อชุดที่ครบเครื่องทั้งศีรษะจรดเท้าให้…แล้วเขาก็ไม่ทำให้นางผิดหวัง!“หากเจ้าอยากได้ ฟูจวินจะซื้อให้เจ้า”ภรรยาสาวฉีกยิ้มหวานเมื่อได้ยินคำพูดนี้จนกระทั่งถามราคาที่มากถึงสามสิบตำลึงเงิน ใบหน้าที่เคยยิ้มแย้มก็เปลี่ยนเป็นจืดเจื่อน หันไปส่งสัญญาณให้สามีแล้วส่ายหน้าเบา ๆหรงซินเ

  • หย่าเสียทีคนที่ข้าอยากปกป้องรออยู่   ๕๔ ร้านเยวี่ยนวั่งสาขาสอง

    ๕๔ร้านเยวี่ยนวั่งสาขาสองหรงซินเยวี่ยนกับเสี่ยวรุ่ยเงยหน้าขึ้นมองร้านค้าเบ็ดเตล็ดที่ขายทั้งผ้า เครื่องประดับ เครื่องเขียนรวมถึงหนังสือ สองสาวจะไม่ตะลึงเลยหากไม่เห็นป้ายหน้าร้านตัวอักษรโต ๆ“ร้านเยวี่ยนวั่งสาขาสอง”หรงซินเยวี่ยนยกมือปิดปากด้วยไม่คิดว่าท่านตาจะเตรียมการทุกอย่างให้หมดแล้วแผนธุรกิจที่นางสู้อุตส่าห์คิดมาสามวันสามคืน สุดท้ายก็ไม่ได้ใช้“คุณหนู นายท่านผู้เฒ่ารักคุณหนูมากเลยเจ้าค่ะ”“ข้ารู้สึกว่าตัวเองถูกรักก็ตอนนี้ เขียนว่าสาขาสองเช่นนี้ หากคนสงสัยถามว่าสาขาหนึ่งอยู่ที่ใดแล้วทราบว่าอยู่เมืองหลวง ใครจะไม่อยากใช้ของที่มาจากเมืองหลวงกัน นับเป็นการตลาดอย่างหนึ่ง”หลงจู๊เห็นสตรีอายุน้อยสองคนอยู่นอกร้าน ไม่เข้ามาด้านในเสียที เมื่อพิศดูลักษณะท่าทางแล้วคุ้นตาจึงเดินเข้ามาหาทั้งสอง“ขอถามแม่นาง ใช่คุณหนูรองหรงซินเยวี่ยน ฮูหยินแม่ทัพเมิ่งหรือไม่”หรงซินเยวี่ยนส่งยิ้มเป็นมิตรให้หลงจู๊“ข้าหรงซินเยวี่ยน ท่านคงเป็นเจี่ยหลงจู๊กระมัง ผู้ดูแลร้านเยวี่ยนวั่งสาขาสอง”“คารวะคุณหนู ข้าน้อยเจี่ยจี้รับหน้าที่ดูแลร้านมาหนึ่งเดือนแล้วขอรับ”เป็นอีกครั้งที่หรงซินเยวี่ยนยกมือขึ้นปิดริมฝีปากคงมิใช่

  • หย่าเสียทีคนที่ข้าอยากปกป้องรออยู่   ๕๓ ท่านตาผู้แผ่กิ่งก้านสาขา

    ๕๓ท่านตาผู้แผ่กิ่งก้านสาขาณ ค่ายทหารทัพประจิม“…ค่ายประจิมงานเหมือนกับค่ายทั่วไป ที่ข้าอยากจะส่งมอบให้ก็คือแผนที่เหล่านี้ จุดที่ควรเน้นการคุ้มกันเป็นพิเศษ รายละเอียดปลีกย่อยหูหลี่จะเป็นคนช่วยเจ้าเอง ส่วนนี่…” หยิบกล่องไม้ขึ้นมาแล้วยื่นให้เมิ่งกวังฮุยชายหนุ่มรับมาเปิดดูก็เห็นว่าเป็นตราประทับเคลื่อนพลของค่ายประจิมสองมือยกขึ้นคารวะแม่ทัพผู้เฒ่าทันทีที่อีกฝ่ายไม่ยึดติดในอำนาจ ส่งมอบกำลังทหารให้โดยไม่ยึดติดเรื่องเล่าการเปลี่ยนผ่านส่งมอบกำลังทหาร เมิ่งกวังฮุยย่อมได้ยินมาบ้างว่าต่อให้จะได้รับพระราชโองการจากฝ่าบาทก็ยังมีการเล่นลิ้น เดิมทีเขาคิดว่าการมารับตำแหน่งครั้งนี้จะยากตั้งแต่วันแรกเสียแล้ว“ฮูหยินน้อยเป็นอย่างไรบ้าง”เมิ่งกวังฮุยเผลอเลิกคิ้ว แม่ทัพเซียวจึงเผยความสัมพันธ์ระหว่างเขากับนาง“ที่จริงข้ากับนางไม่ได้รู้จักกันเป็นการส่วนตัว กับตาเฒ่าเผิงต่างหากนับว่าเป็นสหายที่เคยดื่มสุราพูดคุยกันอย่างถูกคอ เมื่อทราบว่าหลานสาวจะย้ายตามสามีมาที่นี่ก็ฝากให้ข้าดูแล เดือนหน้าข้าถึงจะย้ายกลับรั่วหยาง ระหว่างนี้ข้าจะดูแลเจ้าสองสามีภรรยาให้เต็มที่”ที่แท้ท่านตาของนางก็มากรุยทางเอาไว้ให้แล้ว คืนนี

  • หย่าเสียทีคนที่ข้าอยากปกป้องรออยู่   ๕๒ เมืองที่จัดว่าเจริญก็ไม่ใช่กันดารก็ไม่เชิง

    ๕๒เมืองที่จัดว่าเจริญก็ไม่ใช่กันดารก็ไม่เชิงสามวันผ่านไปในที่สุดขบวนเดินทางของแม่ทัพประจิมคนใหม่ก็เคลื่อนเข้าสู่เมืองหน้าด่านที่ไม่จัดว่าเจริญเท่าเมืองหลวงแต่ก็ไม่ได้กันดารถึงขนาดใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ไม่ได้เมืองนี้มีชาวเมืองอาศัยราวหนึ่งหมื่นบ้าน เป็นทั้งของครอบครัวทหารและชาวบ้านทั่วไป มีเส้นทางน้ำ ที่นาหลายพันไร่ ชาวเมืองส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรมมากกว่าการค้าขาย ทหารของค่ายนี้จึงไม่อดอยาก เสบียงพร้อมสำหรับทหารทุกคนความเสี่ยงสองอย่างที่ค่ายประจิมเผชิญ หนึ่งเมืองนี้เป็นที่รับน้ำ สองชายแดนติดกับแคว้นที่การเมืองไม่มีเสถียรภาพ เกิดการกบฏเปลี่ยนผู้นำแคว้นเป็นว่าเล่น เคราะห์กรรมจึงมาตกอยู่ที่ประชาชนทหารเฝ้าเมืองต้องเข้มงวดตรวจคนเข้าเมืองเพื่อไม่ให้คนลักลอบเข้ามาทำเรื่องผิดกฎหมายเมื่อมาถึงหน้าเมือง เมิ่งกวัยฮุยก็ยื่นป้ายประจำตัวให้แก่ทหารที่เฝ้าอยู่หน้าประตูเมือง ทันทีที่ทหารทราบว่าเป็นแม่ทัพคนใหม่ก็ทำการคารวะ เรียกความสนใจจากชาวเมืองที่กำลังต่อแถวเข้าเมืองให้หันมามองเขาเป็นตาเดียว“นี่นะหรือแม่ทัพคนใหม่ ไยดูอ่อนเยาว์เช่นนี้”“นั่นสิ เหมือนคุณชายมากกว่าเหมือนแม่ทัพ หน้าขาวแบบนี้จะมีฝีม

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status