Beranda / รักโบราณ / หย่าแล้วเป็นเศรษฐีนี / ตอนที่ 3 บ้านเก่ากับชีวิตใหม่

Share

ตอนที่ 3 บ้านเก่ากับชีวิตใหม่

last update Tanggal publikasi: 2026-07-13 12:46:19

ตอนที่ 3 บ้านเก่ากับชีวิตใหม่

กู้หว่านหนิงยืนอยู่หน้าบ้านไม้เก่าหลังหนึ่งด้วยสายตาพิจารณา

บ้านหลังนี้ตั้งอยู่ในตรอกแคบทางทิศตะวันออกของตลาดเมืองชิงเหอ หากเดินออกจากตรอกไปไม่ถึงหนึ่งเค่อก็จะถึงถนนใหญ่ ซึ่งเต็มไปด้วยร้านค้า แผงขายผัก ร้านขายเนื้อ ร้านขายแป้ง และร้านน้ำชาที่มีผู้คนเข้าออกตั้งแต่เช้าจนค่ำ

ทำเลเช่นนี้นับว่าสะดวกมาก

แต่สภาพของบ้านกลับแตกต่างจากทำเลอย่างสิ้นเชิง

ประตูไม้ด้านหน้าบิดเอียง บานพับขึ้นสนิมจนมีเสียงดังทุกครั้งที่ลมพัด กำแพงด้านหนึ่งแตกร้าว หลังคามุงกระเบื้องขาดหายไปหลายแผ่น หน้าต่างปิดไม่สนิท และลานบ้านเต็มไปด้วยใบไม้แห้งกับกิ่งไม้ที่ปลิวมากองรวมกัน

หากเป็นคนทั่วไป เพียงเห็นจากภายนอกก็คงรีบเดินหนี

แต่กู้หว่านหนิงกลับยืนมองอยู่นาน

นางไม่ได้มองเห็นเพียงความเก่า

นางมองเห็นลานเล็กที่สามารถตั้งเตานึ่งได้

มองเห็นห้องด้านหน้าซึ่งอาจใช้เป็นที่เก็บแป้ง

มองเห็นประตูที่เปิดออกไปสู่ตลาดอันคึกคัก

และมองเห็นพื้นที่เล็ก ๆ ที่จะเป็นบ้านของนางอย่างแท้จริง

ไม่ต้องคอยฟังคำสั่งของแม่สามี

ไม่ต้องคอยหวาดระแวงว่าตนเองทำสิ่งใดผิด

ไม่ต้องรอคอยบุรุษที่ไม่เคยกลับมา

แม้บ้านหลังนี้จะทรุดโทรม แต่ทุกก้าวภายในบ้านจะเป็นของนาง

กู้หว่านหนิงยื่นมือผลักประตู

เสียงเอี๊ยดดังยาว

ฝุ่นหนาลอยขึ้นมาจนต้องยกแขนเสื้อปิดจมูก

ด้านในมีเพียงโต๊ะไม้เก่าหนึ่งตัว ม้านั่งขาหักหนึ่งตัว และเตียงไม้ที่มีรอยปลวกกัดเต็มหัวเตียง กลิ่นอับชื้นลอยอบอวลจนแทบหายใจไม่ออก

เจ้าของบ้านซึ่งเป็นหญิงชราร่างผอมยืนอยู่ด้านหลัง นางมีนามว่าป้าหลิว อาศัยอยู่บ้านถัดไปไม่ไกลนัก

ป้าหลิวกระแอมเบา ๆ ก่อนกล่าวว่า

"แม่นางกู้ ข้าต้องบอกตามตรง บ้านหลังนี้ไม่มีคนอยู่มาสองปีแล้ว หลังคารั่วอยู่สองแห่ง ประตูด้านหลังปิดไม่ค่อยสนิท และเตาในครัวก็แตกร้าว หากเจ้าคิดจะเช่า คงต้องซ่อมแซมเอง"

กู้หว่านหนิงเดินเข้าไปดูด้านในอย่างละเอียด

บ้านมีทั้งหมดสามห้อง

ห้องด้านหน้าอยู่ติดลาน เหมาะสำหรับใช้เป็นห้องรับแขกหรือเก็บของ

ห้องตรงกลางมีเตียงไม้ สามารถใช้เป็นที่นอน

ด้านหลังเป็นครัวเล็ก มีเตาดินเก่า หม้อน้ำแตก และชั้นไม้ที่เอียงจนแทบพัง

หลังบ้านมีบ่อน้ำตื้นหนึ่งบ่อ

แม้น้ำจะไม่ใสสะอาดพอสำหรับดื่มทันที แต่หากต้มก็ยังใช้ได้

กู้หว่านหนิงถามว่า

"ค่าเช่าเท่าใดเจ้าคะ"

ป้าหลิวชูนิ้วขึ้นสามนิ้ว

"เดือนละสามร้อยอีแปะ"

กู้หว่านหนิงคำนวณในใจ

เงินหนึ่งตำลึงแลกได้หนึ่งพันอีแปะ

นางมีเงินทั้งหมดห้าตำลึง เท่ากับห้าพันอีแปะ

หากจ่ายค่าเช่าหนึ่งเดือนสามร้อยอีแปะ ยังเหลือเงินสำหรับซื้ออาหารและอุปกรณ์จำเป็น แต่หากคิดจะทำการค้า เงินทุกอีแปะล้วนมีค่า

นางจึงถามต่อ

"หากข้าเช่าสามเดือน จะลดราคาได้หรือไม่เจ้าคะ"

ป้าหลิวมองนางอย่างประหลาดใจ

"เจ้าจะเช่าสามเดือนเลยหรือ"

"เจ้าค่ะ"

"บ้านนี้เก่ามากนะ"

"ข้ารู้เจ้าค่ะ"

ป้าหลิวกวาดตามองเสื้อผ้าของกู้หว่านหนิง

ข่าวเรื่องสะใภ้ตระกูลเซียวถูกหย่าขาดแพร่ไปทั่วเมืองตั้งแต่ช่วงสาย นางเองก็ได้ยินจากเพื่อนบ้านมาบ้างแล้ว

เห็นสตรีตรงหน้ามีเพียงห่อผ้าเล็ก ๆ กับถุงเงินใบเดียว ป้าหลิวก็อดสงสารไม่ได้

นางถอนหายใจ

"หากเช่าสามเดือน ข้าคิดให้แปดร้อยอีแปะ"

กู้หว่านหนิงยังไม่ตอบทันที

นางมองหลังคาแตกร้าวและประตูที่ต้องซ่อม แล้วกล่าวอย่างสุภาพว่า

"ข้าต้องซื้อกระเบื้องมาซ่อมหลังคาเอง ต้องเปลี่ยนเชือกบ่อน้ำ และยังต้องซ่อมประตูด้านหลัง หากป้าหลิวลดเหลือเจ็ดร้อยห้าสิบอีแปะ ข้าจะจ่ายวันนี้เลยเจ้าค่ะ"

ป้าหลิวเลิกคิ้ว

นางไม่คิดว่าสตรีที่เพิ่งถูกหย่าจะยังมีกำลังใจต่อรองค่าเช่าอย่างมีเหตุผล

หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ป้าหลิวก็พยักหน้า

"ตกลง เจ็ดร้อยห้าสิบอีแปะ"

กู้หว่านหนิงยิ้ม

"ขอบคุณป้าหลิวเจ้าค่ะ"

นางหยิบเงินหนึ่งตำลึงออกจากถุง แล้วขอแลกเป็นเงินอีแปะจากป้าหลิว

เมื่อจ่ายค่าเช่าเรียบร้อย นางได้รับเงินทอนกลับมาสองร้อยห้าสิบอีแปะ

กู้หว่านหนิงนับเงินอย่างรอบคอบก่อนเก็บลงถุง

เงินที่เหลือทั้งหมดคือสี่ตำลึงกับสองร้อยห้าสิบอีแปะ

นางจดจำจำนวนนี้ไว้ในใจทันที

ต่อจากนี้ทุกอีแปะจะต้องใช้ด้วยความระมัดระวัง

ป้าหลิวหยิบกุญแจทองเหลืองเก่าออกมาส่งให้

"นี่คือกุญแจประตูหน้า ส่วนประตูหลังใช้ไม้ขัดจากด้านในก็พอ"

กู้หว่านหนิงรับมา

กุญแจดอกเล็กวางอยู่บนฝ่ามือ

น้ำหนักของมันไม่มาก แต่กลับทำให้นางรู้สึกหนักแน่นอย่างประหลาด

นี่เป็นครั้งแรกที่นางมีกุญแจบ้านของตนเอง

แม้บ้านหลังนี้จะเป็นเพียงบ้านเช่า

แม้จะเก่าและทรุดโทรม

แต่นับจากวันนี้ ที่นี่คือสถานที่ที่นางสามารถปิดประตูแล้วใช้ชีวิตโดยไม่ต้องรอคำอนุญาตจากผู้ใด

กู้หว่านหนิงกำกุญแจไว้แน่น

"ข้าจะดูแลบ้านหลังนี้ให้ดีเจ้าค่ะ"

ป้าหลิวมองนางแล้วกล่าวด้วยความหวังดี

"หากขาดเหลือสิ่งใดก็มาหาข้า บ้านข้าอยู่ถัดไปสองหลัง"

"ขอบคุณเจ้าค่ะ"

เมื่อป้าหลิวจากไป กู้หว่านหนิงก็ปิดประตูหน้า

นางยืนอยู่กลางลานเพียงลำพัง

แสงแดดยามบ่ายส่องลอดกิ่งไม้แห้งลงมา ฝุ่นละอองลอยอยู่ในอากาศ เสียงพ่อค้าแม่ค้าจากตลาดดังแว่วมาจากปลายตรอก

กู้หว่านหนิงวางห่อผ้าลงบนโต๊ะเก่า

จากนั้นจึงพับแขนเสื้อขึ้น

"เริ่มกันเถอะ"

นางกล่าวกับตนเองเบา ๆ

งานแรกคือเปิดหน้าต่างทุกบานเพื่อระบายกลิ่นอับ

หน้าต่างบานแรกติดแน่นเพราะไม่ได้เปิดมานาน กู้หว่านหนิงต้องออกแรงดันอยู่หลายครั้งจึงเปิดออก

ฝุ่นก้อนใหญ่ร่วงลงบนแขนเสื้อ

นางไอเบา ๆ ก่อนใช้มือปัดออก

บานที่สองเปิดง่ายกว่า แต่ไม้ด้านล่างผุจนแทบหลุด

กู้หว่านหนิงใช้เชือกเก่าที่พบในครัวมามัดไว้ชั่วคราว

เมื่อลมจากภายนอกพัดเข้ามา กลิ่นอับในบ้านก็ค่อย ๆ จางลง

จากนั้นนางเริ่มกวาดพื้น

ไม้กวาดเก่าที่พิงอยู่หลังครัวเหลือกิ่งไม้เพียงครึ่งเดียว แต่ยังพอใช้ได้

กู้หว่านหนิงกวาดจากห้องด้านในออกมาด้านนอก ฝุ่นหนาจนพื้นเดิมแทบมองไม่เห็น ทุกครั้งที่กวาดจะมีเศษใบไม้ เศษฟาง และมูลหนูปะปนออกมา

นางทำงานอย่างไม่รังเกียจ

ตอนอยู่จวนเซียว งานเช่นนี้มักเป็นหน้าที่ของบ่าว แต่หลายครั้งเมื่อแม่สามีไม่พอใจ นางก็ถูกสั่งให้ทำเองอยู่เสมอ

ในเวลานั้นทุกครั้งที่จับไม้กวาด นางจะรู้สึกอับอาย

แต่วันนี้กลับแตกต่างออกไป

ทุกครั้งที่ฝุ่นถูกกวาดออกไป บ้านของนางก็สะอาดขึ้น

ทุกครั้งที่เศษขยะถูกนำไปทิ้ง ชีวิตของนางก็เหมือนได้ทิ้งเรื่องเลวร้ายในอดีตตามไปด้วย

นางกวาดพื้นอยู่เกือบหนึ่งชั่วยามจึงเห็นแผ่นไม้เดิม

แม้ไม้จะเก่า แต่ยังแข็งแรงกว่าที่คิด

กู้หว่านหนิงจึงไปตักน้ำจากบ่อ

ถังไม้ข้างบ่อมีรอยรั่วเล็กน้อย น้ำหยดออกตลอดทาง นางต้องตักถึงสามครั้งจึงได้น้ำเต็มอ่าง

เมื่อไม่มีผ้าสำหรับเช็ดพื้น นางจึงนำเสื้อชั้นนอกตัวเก่าที่ขาดจนสวมไม่ได้แล้วออกมาฉีกเป็นผืน

เสื้อตัวนี้เคยเป็นเสื้อที่นางสวมเข้าจวนเซียวเมื่อสามปีก่อน

ผ้าสีฟ้าอ่อนเคยงดงาม แต่เวลานี้ซีดจางจนแทบไม่เหลือสีเดิม

กู้หว่านหนิงมองมันอยู่ครู่หนึ่ง

เมื่อก่อนนางเคยเก็บเสื้อตัวนี้ไว้อย่างทะนุถนอม เพราะคิดว่ามันเป็นสิ่งเตือนใจถึงวันที่เริ่มชีวิตคู่

แต่ตอนนี้ความทรงจำเหล่านั้นไม่มีค่าพอจะเก็บไว้อีกแล้ว

นางจับชายเสื้อทั้งสองข้าง แล้วออกแรงฉีก

เสียงผ้าขาดดังขึ้น

ไม่มีความเสียดายแม้แต่น้อย

กู้หว่านหนิงนำผ้าไปชุบน้ำ ก่อนเริ่มเช็ดโต๊ะและพื้น

คราบฝุ่นฝังแน่นจนต้องออกแรงถูหลายครั้ง

ฝ่ามือของนางเริ่มแดง

เล็บมีเศษไม้ติด

เหงื่อไหลลงมาตามขมับ แม้อากาศจะหนาวเย็น

แต่นางไม่หยุดพัก

เมื่อตะวันเคลื่อนต่ำ ห้องตรงกลางก็เริ่มดูเป็นที่อยู่อาศัยได้

โต๊ะไม้ที่เคยปกคลุมด้วยฝุ่นเผยให้เห็นลายไม้สีน้ำตาลเข้ม

พื้นห้องสะอาดขึ้น

หน้าต่างเปิดรับลม

กู้หว่านหนิงลากเตียงออกมาจากมุมห้อง ตรวจดูทุกส่วนอย่างละเอียด

พบว่าแม้หัวเตียงจะมีรอยปลวก แต่โครงสร้างหลักยังแข็งแรง

นางจึงใช้ก้อนหินทุบส่วนไม้ที่ผุออก แล้วนำเศษผ้ามาพันไว้ชั่วคราว

แต่เมื่อยกแผ่นไม้ใต้เตียงขึ้น นางกลับพบรังหนูขนาดใหญ่

หนูสองตัววิ่งพรวดออกมาจนนางสะดุ้งถอยหลัง

หนึ่งในนั้นวิ่งผ่านเท้าไปทางประตู

อีกตัวกระโดดเข้าหากองฟางข้างผนัง

กู้หว่านหนิงคว้าไม้กวาดขึ้นมาไล่ทันที

"ออกไปเดี๋ยวนี้นะ"

นางไล่ต้อนอยู่นานกว่าหนูทั้งสองจะวิ่งออกทางหน้าต่าง

เมื่อทุกอย่างสงบลง กู้หว่านหนิงยืนหอบอยู่กลางห้อง

เส้นผมหลุดลุ่ยลงมาปรกใบหน้า เสื้อผ้ามีทั้งฝุ่นและคราบน้ำ

นางมองสภาพตนเองแล้วอดหัวเราะไม่ได้

ตอนอยู่จวนเซียว นางต้องรักษากิริยาตลอดเวลา

นั่งต้องเรียบร้อย

เดินต้องสำรวม

พูดต้องอ่อนหวาน

แม้แต่จะหัวเราะเสียงดังก็ไม่ได้ เพราะแม่สามีบอกว่าไม่สมกับเป็นสตรีในตระกูลใหญ่

แต่วันนี้นางกลับยืนถือไม้กวาดไล่หนูจนผมยุ่งเหยิง

ไม่มีใครคอยตำหนิ

ไม่มีใครมองด้วยสายตารังเกียจ

กู้หว่านหนิงหัวเราะออกมาอีกครั้ง

เสียงหัวเราะของนางดังอยู่ในบ้านเก่าอันว่างเปล่า

เป็นเสียงหัวเราะที่เบาสบายที่สุดในรอบหลายปี

หลังจากจัดการห้องนอนแล้ว นางจึงไปสำรวจครัว

เตาดินแตกร้าวจริงตามที่ป้าหลิวบอก

หากจุดไฟทันที ควันอาจรั่วออกมาจนใช้ไม่ได้

กู้หว่านหนิงนั่งยอง ๆ ตรวจดูรอยแตก แล้วใช้ดินเหนียวที่อยู่ข้างบ่อมาผสมกับน้ำ

นางปั้นดินอุดรอยร้าวทีละจุด ก่อนใช้เศษไม้ปาดให้เรียบ

งานนี้ต้องรอให้ดินแห้งจึงจะทดลองจุดไฟได้

ชั้นไม้ข้างเตาก็เอียงมาก

นางใช้ก้อนอิฐรองด้านล่างจนตั้งตรงขึ้น จากนั้นนำผ้ามาเช็ดฝุ่นออก

แม้ไม่มีของวางอยู่บนชั้น แต่กู้หว่านหนิงกลับนึกภาพเห็นถุงแป้ง ขวดน้ำมัน เครื่องปรุง และตะกร้าใส่หมั่นโถววางเรียงรายอยู่บนนั้น

ภาพเหล่านั้นทำให้ดวงตาของนางสดใสขึ้น

หลังจากทำความสะอาดครัว นางก็ออกไปเก็บลาน

ใบไม้แห้งกองสูงเกือบถึงหัวเข่า

กิ่งไม้บางส่วนยังใช้เป็นเชื้อไฟได้ นางจึงแยกเก็บไว้ข้างครัว

ส่วนใบไม้ที่ผุแล้วถูกกวาดไปกองด้านหลังบ้าน

ในมุมหนึ่งของลานมีโอ่งน้ำแตกวางคว่ำอยู่ กู้หว่านหนิงยกขึ้นดู พบว่าส่วนล่างยังดีอยู่

นางจึงคิดว่าจะใช้ปลูกต้นหอมในภายหลัง

ขณะที่กำลังกวาดลาน เสียงประตูหน้าก็ดังขึ้น

ป้าหลิวยืนอยู่ด้านนอกพร้อมตะเกียงน้ำมันหนึ่งดวง

เมื่อเห็นสภาพลาน นางก็ตกตะลึง

"เจ้าเก็บกวาดทั้งหมดนี่คนเดียวหรือ"

กู้หว่านหนิงพยักหน้า

"ยังไม่เสร็จดีเจ้าค่ะ"

ป้าหลิวเดินเข้ามามองรอบ ๆ

เพียงไม่กี่ชั่วยาม บ้านที่เคยเหมือนรังร้างกลับดูสะอาดขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

แม้ยังเก่า แต่ไม่ชวนหวาดกลัวเหมือนเดิม

"เจ้าไม่พักบ้างหรือ"

"หากไม่ทำให้เสร็จ คืนนี้ข้าคงนอนไม่ได้เจ้าค่ะ"

ป้าหลิวยื่นตะเกียงให้

"ในบ้านไม่มีตะเกียง ข้าเอามาให้ยืมก่อน"

กู้หว่านหนิงรับไว้ด้วยความซาบซึ้ง

"ขอบคุณป้าหลิวมากเจ้าค่ะ"

หญิงชรายังถือห่อผ้าอีกชิ้นหนึ่งมาด้วย

นางเปิดออกเผยให้เห็นผ้าห่มเก่าผืนหนึ่ง

"ผืนนี้เก่าแล้ว แต่ยังอุ่นกว่านอนตัวเปล่า เจ้ารับไว้เถอะ"

กู้หว่านหนิงมองผ้าห่ม แล้วกล่าวว่า

"ข้าจะจ่ายเงินให้เจ้าค่ะ"

ป้าหลิวรีบโบกมือ

"ไม่ต้อง ข้าเก็บไว้ก็ไม่ได้ใช้"

"แต่ข้าไม่อยากติดค้างบุญคุณ"

ป้าหลิวถอนหายใจ

"เช่นนั้นวันใดเจ้าทำอาหารอร่อย ก็แบ่งให้ข้าชิมสักคำ ถือว่าหายกัน"

คำพูดนั้นทำให้กู้หว่านหนิงยิ้ม

"ตกลงเจ้าค่ะ"

ป้าหลิวมองรอบบ้านอีกครั้งก่อนถามว่า

"คืนนี้เจ้ามีอะไรกินหรือยัง"

กู้หว่านหนิงหยิบหมั่นโถวสองลูกที่ชิงเอ๋อร์ให้ขึ้นมา

"มีแล้วเจ้าค่ะ"

ป้าหลิวมองหมั่นโถวที่เริ่มแข็ง แต่ไม่ได้พูดสิ่งใด

นางเพียงบอกว่า

"ข้างบ่อน้ำมีฟืนแห้งอยู่บ้าง เจ้าหยิบใช้ได้ พรุ่งนี้ค่อยหาเงินมาซื้อเพิ่ม"

"ขอบคุณเจ้าค่ะ"

หลังจากป้าหลิวกลับไป ท้องฟ้าก็มืดลงพอดี

กู้หว่านหนิงจุดตะเกียง

แสงสีส้มเล็ก ๆ ส่องสว่างกลางห้อง

นางนำหมั่นโถวไปอังเหนือหม้อน้ำร้อนจนเนื้อนุ่มขึ้น จากนั้นแบ่งกินทีละคำ

อาหารมื้อนี้มีเพียงหมั่นโถวเปล่ากับน้ำอุ่น

ไม่มีเนื้อ

ไม่มีผัก

ไม่มีน้ำแกง

แต่กู้หว่านหนิงกลับรู้สึกว่ารสชาติดีกว่าอาหารในจวนเซียวหลายเท่า

เพราะทุกคำที่กิน นางไม่ต้องคอยมองสีหน้าผู้ใด

ไม่ต้องรอให้แม่สามีคีบอาหารก่อน

ไม่ต้องนั่งตรงมุมโต๊ะในฐานะภรรยาที่ไม่มีใครต้องการ

นางกินอย่างสงบจนหมด

จากนั้นจึงนั่งลงข้างโต๊ะ นำถุงเงินออกมาเททั้งหมดบนพื้นผิวไม้

เงินก้อนเล็กเรียงอยู่ตรงหน้า

สี่ตำลึง

สองร้อยห้าสิบอีแปะ

กู้หว่านหนิงแบ่งเงินเป็นส่วน ๆ

หนึ่งส่วนสำหรับอาหาร

หนึ่งส่วนสำหรับซื้อฟืน

หนึ่งส่วนสำหรับซื้อแป้ง

อีกส่วนต้องเก็บไว้เป็นเงินสำรอง

นางไม่อาจใช้จ่ายตามใจได้แม้แต่ครั้งเดียว

หากตัดสินใจพลาด เงินทั้งหมดอาจหมดภายในไม่กี่วัน

นางหยิบกิ่งไม้เล็ก ๆ มาเขียนตัวเลขลงบนโต๊ะที่ยังมีฝุ่นบางส่วน

ค่าแป้ง

ค่ายีสต์

ค่าฟืน

ค่าตะกร้า

ค่าเช่าพื้นที่ขายของ

ทุกอย่างล้วนต้องใช้เงิน

กู้หว่านหนิงขมวดคิ้วเล็กน้อย

เงินสี่ตำลึงกว่าอาจดูเหมือนมากสำหรับคนทั่วไป แต่หากจะเริ่มต้นค้าขายจริง ๆ กลับน้อยเกินไป

นางต้องเริ่มจากสิ่งที่เล็กที่สุด

อาจทำหมั่นโถวจำนวนไม่มากก่อน

ขายได้จึงนำกำไรมาหมุนต่อ

หากขายไม่ได้ อย่างน้อยยังนำกลับมากินเองได้ ไม่เสียเปล่าทั้งหมด

กู้หว่านหนิงวางกิ่งไม้ลง

จากนั้นมองไปรอบบ้าน

แม้วันนี้ยังไม่มีแป้ง

ไม่มีเตานึ่ง

ไม่มีโต๊ะขายของ

แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือ นางมีสถานที่เริ่มต้นแล้ว

นางลุกขึ้นนำผ้าห่มเก่าของป้าหลิวไปปูบนเตียง

จากนั้นวางปิ่นไม้ของมารดาไว้ข้างหมอน

กู้หว่านหนิงใช้นิ้วลูบปิ่นอย่างแผ่วเบา

"ท่านแม่"

เสียงของนางดังเบาอยู่ในห้อง

"ลูกถูกหย่าแล้ว"

เมื่อพูดประโยคนี้ออกมา หัวใจยังเจ็บเล็กน้อย

แต่ความเจ็บนั้นไม่รุนแรงเหมือนตอนเช้าอีกแล้ว

นางกล่าวต่อว่า

"ลูกไม่มีบ้านเดิมให้กลับ ไม่มีญาติให้พึ่ง และเหลือเงินไม่มาก"

แสงตะเกียงสั่นไหวตามลม

กู้หว่านหนิงมองปิ่นไม้ราวกับมารดากำลังนั่งฟังอยู่ตรงหน้า

"แต่ลูกจะไม่ยอมแพ้"

นางสูดลมหายใจลึก

"ลูกจะสร้างบ้านของตนเอง จะหาเงินด้วยสองมือ และจะไม่ปล่อยให้ใครดูถูกอีก"

คำพูดทุกคำชัดเจนและหนักแน่น

เสียงหัวเราะเยาะจากผู้คนในตลาดยังคงดังก้องอยู่ในความทรงจำ

พวกเขาบอกว่านางจะอยู่ไม่ถึงเดือน

บอกว่านางจะต้องอดตาย

บอกว่าสตรีที่ถูกหย่าไม่มีทางยืนหยัดได้ด้วยตนเอง

แต่กู้หว่านหนิงไม่เชื่อ

หากชะตาชีวิตไม่ยอมมอบทางเดินให้นาง

นางก็จะสร้างทางขึ้นมาด้วยตนเอง

หากไม่มีผู้ใดยอมรับคุณค่าของนาง

นางก็จะพิสูจน์ด้วยสิ่งที่ทำ

คืนนี้นางอาจนอนในบ้านเก่า

พรุ่งนี้อาจต้องเริ่มจากหมั่นโถวเพียงไม่กี่ลูก

แต่ตราบใดที่ยังหายใจ ทุกอย่างย่อมเปลี่ยนแปลงได้

กู้หว่านหนิงดับตะเกียง แล้วเอนกายลงบนเตียง

ลมหนาวลอดเข้ามาทางหน้าต่างที่ปิดไม่สนิท

หลังคารั่วจนมองเห็นแสงจันทร์เป็นจุดเล็ก ๆ

เสียงหนูดังอยู่ไกล ๆ หลังบ้าน

แต่ครั้งนี้นางกลับหลับตาลงอย่างสงบ

ไม่มีเสียงแม่สามีด่าทอ

ไม่มีสายตาเย็นชาของเซียวจิ่งเหยียน

ไม่มีบ่าวรับใช้ยืนรอจับผิด

บ้านเก่าหลังนี้อาจไม่มีสิ่งใดเลย

แต่มีอิสระ

ก่อนจะหลับ กู้หว่านหนิงกล่าวกับตนเองเบา ๆ

"พรุ่งนี้จะต้องดีกว่าวันนี้"

ริมฝีปากของนางปรากฏรอยยิ้มบาง ๆ

ด้านนอก เสียงตลาดยามค่ำค่อย ๆ เงียบลง

แสงจันทร์ส่องผ่านช่องหลังคา ตกลงบนถุงเงินเล็ก ๆ ที่วางอยู่ข้างหมอน

ไม่มีผู้ใดรู้ว่า บ้านเก่าทรุดโทรมในตรอกเล็กแห่งนี้ จะกลายเป็นจุดเริ่มต้นของกิจการที่ยิ่งใหญ่เพียงใด

และไม่มีผู้ใดรู้ว่า สตรีที่คนทั้งเมืองกำลังหัวเราะเยาะ จะสร้างชื่อของตนให้ผู้คนทั่วแผ่นดินต้องจดจำ

แต่สำหรับกู้หว่านหนิง นางไม่คิดไปไกลถึงเพียงนั้น

สิ่งที่นางต้องทำในตอนนี้มีเพียงตื่นขึ้นมาในวันพรุ่งนี้

ซื้อแป้งก้อนแรก

จุดเตาครั้งแรก

และเริ่มต้นชีวิตใหม่ด้วยสองมือของตนเองอย่างแท้จริง

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • หย่าแล้วเป็นเศรษฐีนี   ตอนที่ 127 โรงงานขนาดใหญ่แห่งแรก

    ตอนที่ 127 โรงงานขนาดใหญ่แห่งแรกหลังจากกลับมาจากกรมคลัง กู้หว่านหนิงไม่ได้พักแม้แต่น้อยทันทีที่รถม้าจอดหน้าหอม่านเซียง นางก็สั่งให้หลิวซิ่วเรียกผู้ดูแลทุกฝ่ายมารวมตัวกันที่ห้องประชุมด้านหลังร้านบนโต๊ะยาวมีทั้งสมุดบัญชี แผนที่เมืองหลวง รายชื่อคนงาน และสำเนาสัญญาหลวงฉบับแรกวางเรียงกันอย่างเป็นระเบียบผู้ดูแลโรงงานเดิม ผู้ดูแลคลังสินค้า หัวหน้าฝ่ายขนส่ง และพ่อครัวอาวุโสต่างมาถึงพร้อมกัน ไม่มีผู้ใดกล้าชักช้า เพราะทุกคนรู้ดีว่างานที่กำลังจะเริ่มขึ้นในครั้งนี้สำคัญเพียงใดกู้หว่านหนิงเปิดสัญญาแล้วกล่าวตรงประเด็น"เสบียงงวดแรกต้องจัดส่งภายในสิบวัน จำนวนสำหรับทหารสี่พันสองร้อยนาย"ผู้ดูแลโรงงานเดิมได้ยินตัวเลขก็ขมวดคิ้วทันที"นายหญิง หากเป็นเพียงแผ่นแป้งอย่างเดียว เราอาจเร่งผลิตได้ แต่ยังมีซุปก้อน เนื้อแห้ง และถั่วอัดก้อนอีก โรงงานเดิมรองรับไม่ไหวขอรับ"หัวหน้าฝ่ายขนส่งพยักหน้าเห็นด้วย"คลังสินค้าของเราก็เล็กเกินไป หากวัตถุดิบเข้ามาพร้อมกันทั้งหมด ต่อให้วางกองเต็มทางเดินก็ยังไม่พอ"พ่อครัวอาวุโสถอนหายใจ"เตาอบในโรงงานเดิมมีเพียงหกเตา ต่อให้ผลัดกันทำงานทั้งวันทั้งคืนก็อาจเสร็จไม่ทัน ยิ่งเร่

  • หย่าแล้วเป็นเศรษฐีนี   ตอนที่ 126 : ผู้ป่วยที่ถูกปล่อยกลับ

    ตอนที่ 126 : ผู้ป่วยที่ถูกปล่อยกลับคืนนั้น หลินเยว่แทบไม่ได้หลับหลังหมอหลวงเจิ้งสั่งปล่อยผู้ป่วยอาการไม่หนักห้ารายกลับบ้าน นางให้เซียวอวี้เฉินส่งคนติดตามไปเฝ้าดูเงียบ ๆ พร้อมกำชับซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่า ต้องสังเกตว่าแต่ละบ้านใช้น้ำจากที่ใด มีใครแตะแผลหรือไม่ มีใครเริ่มมีไข้หรือไม่ และมีการใช้ผ้าร่วมกันหรือไม่เซี่ยชิงเห็นนางนั่งอยู่หน้าโต๊ะบันทึกจนดึก จึงเอาน้ำอุ่นมาให้"ท่านหัวหน้า ดื่มน้ำสักหน่อยเถิดเจ้าค่ะ"หลินเยว่รับถ้วยมา แต่ไม่ได้ยกดื่มทันที ดวงตายังคงมองแผนผังตรอกหลังตลาดตะวันออกที่วาดอย่างเร่งรีบ บนกระดาษมีชื่อบ้าน จุดบ่อน้ำ เส้นทางตลาด และเครื่องหมายวงกลมสีแดงที่แทนผู้ป่วยแต่ละราย"ห้าคนที่ถูกปล่อยกลับ อยู่คนละตรอกหรือไม่"เซี่ยชิงเปิดสมุดตอบ"สองคนอยู่ตรอกหลังตลาดตะวันออก หนึ่งคนอยู่ตรอกขายฟืน หนึ่งคนอยู่ใกล้สะพานหิน และอีกคนอยู่บ้านเช่าหลังโรงย้อมผ้าเจ้าค่ะ"หลินเยว่วางถ้วยลง"ถ้าเป็นพิษจากยาอย่างเดียว คนในบ้านที่ไม่ใช้ยาจะไม่ป่วย แต่ถ้าเป็นการติดเชื้อจากแผล ผ้า น้ำ หรือสัมผัสใกล้ชิด คนในบ้านจะเริ่มมีไข้ภายในหนึ่งถึงสองวัน"เซี่ยชิงหน้าซีด"ท่านคิดว่าจะเกิดจริงหรือเจ้าคะ"หลิน

  • หย่าแล้วเป็นเศรษฐีนี   ตอนที่ 125 เสบียงผ่านการทดสอบ

    ตอนที่ 125 เสบียงผ่านการทดสอบแสงอรุณในวันที่สามสาดผ่านเมฆสีเทาเหนือค่ายทหารหลวง เสียงกลองปลุกดังขึ้นตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่างดี ทหารหลายพันนายต่างลุกจากที่นอนอย่างพร้อมเพรียง ก่อนจะออกไปฝึกตามคำสั่งของแม่ทัพประจำกองการทดสอบเสบียงหลวงดำเนินมาถึงวันสุดท้ายแล้วตลอดสามวันที่ผ่านมา เสบียงของผู้สมัครทุกฝ่ายถูกแจกจ่ายให้ทหารแต่ละกองอย่างเท่าเทียมกัน ไม่มีการเปิดเผยชื่อผู้ผลิต มีเพียงตราหมายเลขกำกับอยู่บนหีบ เพื่อป้องกันการลำเอียงและการติดสินบนเสบียงหมายเลขหนึ่งเป็นของตระกูลซ่งเสบียงหมายเลขเจ็ดเป็นของหอม่านเซียงกู้หว่านหนิงยืนอยู่บนลานตรวจเสบียงภายในค่าย นางสวมชุดสีครามเรียบง่าย เส้นผมถูกรวบไว้อย่างเรียบร้อย ใบหน้าสงบนิ่งจนมองไม่ออกว่านางกำลังกังวลหรือมั่นใจข้างกายนางมีหลี่จิ้งเหอยืนกอดอกอยู่ เขามองกองทหารที่กำลังกลับมาจากการฝึกระยะไกลด้วยสายตาคมกริบวันนี้เป็นวันที่ทหารต้องเดินเท้ากว่าสี่สิบลี้ แบกอาวุธเต็มชุด และกินเพียงเสบียงที่ได้รับแจกเท่านั้นผลการทดสอบในวันนี้จะเป็นตัวชี้ขาดว่าผู้ใดจะได้รับสิทธิ์จัดหาเสบียงให้กองทัพหลวงเสนาบดีเหยายืนอยู่ใต้กระโจมใหญ่ สีหน้าของเขาเคร่งขรึมกว่าทุกวัน

  • หย่าแล้วเป็นเศรษฐีนี   ตอนที่ 124 เตาที่ไม่มีฟืน

    ตอนที่ 124 เตาที่ไม่มีฟืนแสงแดดยามสายส่องลงบนถนนนอกกำแพงเมือง แต่บรรยากาศภายในโรงงานเก่ากลับตึงเครียดกว่าทุกวันเตาอบหกเตาถูกดับลงตามคำสั่งของกู้หว่านหนิง เหลือเพียงสองเตาที่มีเปลวไฟอ่อนส่องอยู่ภายใน ปล่องควันซึ่งเคยพ่นควันสีเทาอย่างต่อเนื่องกลับเงียบสงบลงอย่างผิดปกติคนงานหลายสิบคนยืนรออยู่กลางลานไม่มีผู้ใดกล้าพูดเสียงดังทุกคนรู้ดีว่า หากไม่มีเชื้อเพลิง การผลิตจะหยุดลงทันที และหากหยุดนานเกินหนึ่งวัน โอกาสส่งมอบเสบียงสามหมื่นสามพันส่วนภายในเวลาที่กำหนดแทบเป็นไปไม่ได้อาเหลียงยืนอยู่ข้างรถม้าเปล่า สีหน้าของเขาเต็มไปด้วยความกังวล"ข้าไปถามร้านฟืนทั้งหมดสิบสองร้านแล้วขอรับ""ห้าร้านบอกว่าของหมด""สี่ร้านบอกว่ามีผู้จองไว้ทั้งหมด""อีกสามร้านยังมีของ แต่ราคาสูงกว่าปกติสามเท

  • หย่าแล้วเป็นเศรษฐีนี   ตอนที่ 123 การแข่งขันเสบียงหลวง

    ตอนที่ 123 การแข่งขันเสบียงหลวงรุ่งเช้าวันถัดมา หนังสือเงื่อนไขการทดสอบจากกรมคลังถูกส่งมาถึงเรือนรับรองของกู้หว่านหนิงตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่างเต็มที่เจ้าหน้าที่ผู้ถือเอกสารมาด้วยตนเอง เขาสวมชุดขุนนางระดับล่าง สีหน้าเรียบเฉย และพูดเพียงไม่กี่ประโยคก่อนจากไป"นี่คือข้อกำหนดอย่างเป็นทางการ ผู้สมัครทุกฝ่ายได้รับเงื่อนไขเดียวกัน""เริ่มนับเวลาตั้งแต่ยามเฉินของวันนี้""วันที่สิบต้องนำเสบียงทั้งหมดไปส่งที่ลานกองทหารรักษาเมืองก่อนพระอาทิตย์ตก"เมื่อประตูเรือนปิดลง กู้หว่านหนิงจึงคลี่เอกสารออกบนโต๊ะเสี่ยวเป่า เสี่ยวชิง อาเหลียง และเฉินหย่งยืนล้อมอยู่รอบข้างภายในห้องเงียบสนิททุกคนอ่านข้อความทีละบรรทัดด้วยสีหน้าเคร่งเครียดเสบียงต้องเพียงพอสำหรับทหารสามพันนายต้องเก็บรักษาได้นานไม่น้อยกว่าสิบห้าวันต้องมีน้ำหนักเบาเพื่อสะดวกต่อการขนส่งต้องให้พลังงานสูงและสามารถรับประทานได้โดยใช้เวลาปรุงน้อยต้องผลิตให้เสร็จภายในสิบวันผู้สมัครทุกฝ่ายได้รับงบประมาณเท่ากันห้ามขอเพิ่มเงินภายหลังไม่ว่าด้วยเหตุผลใดสินค้าทุกชนิดต้องผ่านการตรวจคุณภาพ น้ำหนัก ความชื้น กลิ่น และระยะเวลาการเก็บรักษากู้หว่านหนิงอ่านจ

  • หย่าแล้วเป็นเศรษฐีนี   ตอนที่ 122 เข้าเฝ้าฮ่องเต้

    ตอนที่ 122 เข้าเฝ้าฮ่องเต้รุ่งเช้าวันต่อมา เสียงระฆังจากหอประจำเมืองหลวงดังขึ้นตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่างเต็มที่กู้หว่านหนิงลืมตาขึ้นก่อนเสียงระฆังครั้งสุดท้ายจะจบลง นางนั่งอยู่ข้างเตียงครู่หนึ่ง ก่อนลุกไปล้างหน้าและเปลี่ยนเสื้อผ้าวันนี้เป็นวันที่นางต้องเข้าเฝ้าฮ่องเต้นางเลือกสวมชุดสีฟ้าเทา เนื้อผ้าดีแต่ไม่มีลวดลายฟุ่มเฟือย มีเพียงลายรวงข้าวเล็ก ๆ ปักอยู่ตรงปลายแขน เสื้อคลุมชั้นนอกเป็นสีเข้มเพื่อให้ดูสุภาพและเหมาะสมกับการเข้าเฝ้าเส้นผมถูกเกล้าขึ้นอย่างเรียบร้อย ประดับปิ่นหยกขาวเพียงชิ้นเดียวเสี่ยวชิงยืนมองอยู่ด้านหลัง ก่อนกล่าวด้วยความกังวล"เถ้าแก่เนี้ย วันนี้ท่านต้องเข้าเฝ้าฝ่าบาท เหตุใดไม่เลือกชุดที่หรูหรากว่านี้เจ้าคะ"กู้หว่านหนิงมองเงาของตนในกระจกทองเหลือง"ข้าเข้าไปในท้องพระโรงเพื่อแสดงความส

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status