Mag-log inลานเบียร์สดหน้าห้างสรรพสินค้าชื่อดังใจกลางเมือง
น้ำหวาน ทราย ละมุน พู่และปราง ห้าเพื่อนสาวได้รวมตัวกันเที่ยวในรอบสองปีกว่าหลังจากเรียนจบแยกย้ายกันไปทำงานที่ต่างจังหวัดบ้างใกล้บ้านบ้างไม่ง่ายเลยที่จะนัดรวมตัวเจอกันครบแก๊ง สาว ๆ แต่งตัวสวยสำหรับเที่ยวยามค่ำคืนละมุนสวมชุดครอบตัวสั้นปาดไหล่สีขาวกางเกงเอวสูงสีดำรัดเอวคอดโชว์ความขาวที่หน้าท้องเล็กน้อยผมยาวถูกรวบขึ้นสูงเผยลำคอเรียวผสานกับผิวหน้าอกขาวผ่องหน้าสวยถูกแต่งเติมด้วยเครื่องสำอางจัดจ้านใบหน้าที่เคยน่ารักบ้องแบ้วเปลี่ยนเป็นโฉบเฉี่ยวเหมือนกับเพื่อนในกลุ่มที่มาคอนเสิร์ตของวงดนตรีและศิลปินที่ชื่นชอบเพื่อระลึกความหลังวัยเรียน
ห้าสาวรวมตัวครบแก๊งกันอีกครั้งก็กอดกันกลมต่างพูดคุยกันเรื่องต่าง ๆ รอพู่ไปซื้อบัตรผ่านประตู
“ฉันไปทำจมูกมาสวยมั้ย?” ปรางเอียงหน้าจิกตาให้เพื่อน ๆ ดูผลงาน
“ไม่โด่งเกินไปดูธรรมชาติดีนะแก” ทรายยกนิ้วโป้งเยี่ยมให้กับปราง ส่วนน้ำหวานมองละมุนยังตัวเล็กเหมือนเดิมแต่สะโพกผายก้นเยอะกว่าเมื่อก่อนยิ่งใส่กางเกงเอวสูงยิ่งเห็นชัด
“ละมุนสะโพกกับก้นแกใหญ่ขึ้นเยอะเลยนะ”
“เป็นพี่เลี้ยงเด็กกินอิ่มนอนสบายอ้วนลงก้นล่ะสิ” ปรางกับทรายหันไปมองก้นของละมุนด้วย
“ก็คงงั้น” ละมุนยิ้มแหยผู้หญิงมีลูกมักจะสะโพกผายแต่เธอไม่ได้เล่าให้เพื่อนฟังว่ามีลูกแล้ว
“พวกเราพร้อมไหม” พู่ไปซื้อบัตรผ่านประตูแล้ววิ่งกลับมาหาเพื่อน ๆ ที่ยืนอยู่หน้าลานเบียร์
“พร้อม” สาว ๆ ประสานเสียงชูแขนขึ้นสุดมือ
“ลุย!” พู่ชูมือขึ้นเดินนำเพื่อน ๆ เข้าไปในลานเบียร์ด้วยกัน ห้าสาวเลือกที่นั่งรับประทานอาหารดื่มเบียร์เพื่อรอคอนเสิร์ตเริ่ม ละมุนดื่มน้ำเปล่าแม้เพื่อน ๆ จะคะยั้นคะยอให้ดื่มเบียร์ก็ไม่เป็นผลเพราะเธอตัวว่าต้องกลับไปให้นมลูก
คอนเสิร์ตลานเบียร์มีวงดนตรีอื่นเปิดโชว์ก่อน ห้าสาวพุ่งตัวไปหน้าเวทีกรี๊ดสุดเสียงร้องเพลงโยกเต้นตามจังหวะเพลง ท่ามกลางผู้คนนับร้อยร่วมสนุกกันอยู่หน้าเวที เมื่อวงดนตรีที่พวกเธอชื่นชอบออกมา สาว ๆ กระโดดดีใจกรี๊ดต้อนรับคอแหบคอแห้งหน้าดำหน้าแดงแสงไฟสปอตไลต์ฉายเข้าหน้าเวทีกล้องถ่ายทอดฉายขึ้นบนจอโปรเจคเตอร์ให้ลูกค้าที่นั่งโต๊ะอาหารด้านหลังได้เห็นศิลปิน
เสียงดนตรีดังกระหึ่มกระตุ้นให้ฮึกเหิม ศิลปินร้องเปิดวงด้วยเพลงฮิตทำเอาแฟนคลับกรี๊ดลั่นกระโดดโยกกันหัวสั่นหัวคลอน ช่วงศิลปินยื่นไมค์ให้ผู้ชมร่วมร้องเพลงตามกล้องก็ได้แพลนมายังผู้ชมเห็นละมุนและเพื่อน ๆ ยืนตะโกนร้องเพลงกันสุดเสียงขึ้นบนจอโปรเจคเตอร์ น้ำหวานสะกิดเพื่อน ๆ ให้มองดูพวกเธอขึ้นจอแล้วโบกมือร้องเพลงเล่นกล้องสนุกสนาน
บนชั้นลอยของวีไอพี ชายหนุ่มสามคนสวมเสื้อยืดคอปกมาดดีแม้อยู่ไกล ๆ ก็ดูรู้ว่ารวยนั่งบนโซฟาเบาะหนังสีดำชมการแสดงคอนเสิร์ตอยู่ไกล ๆ
“โห ร้องเอาเป็นเอาตายจะอยู่ไหวถึงเพลงสุดท้ายกันไหมเนี่ย” ศรุตเจ้าของเบียร์นำเข้ายี่ห้อดังนั่งไขว่ห้างกอดอกมองลูกค้าหน้าเวทีสนุกสุดเหวี่ยงแล้วอมยิ้มนึกถึงวัยหนุ่มที่รวมตัวกับเพื่อน ๆ ไปดูคอนเสิร์ตร่วมกัน
“พวกเขายังวัยรุ่นยังไงก็ไหว เหมือนพวกเราเมื่อก่อนแต่ตอนนี้ถ้าไปกระโดดโลดเต้นแบบนั้นเสียภาพลักษณ์แน่” รามยกยิ้มกระดกแก้วดื่มเบียร์เย็น ๆ ลงคอ พสุธรนั่งร่วมโต๊ะเดียวกันกับศรุตและรามได้ยินเสียงเพื่อนสนทนาทั้งหมด เขากำลังดูตารางงานของวันจันทร์สักพักก็วางโทรศัพท์ลงหยิบแก้วเบียร์ขึ้นดื่มสายตามองตรงไปยังโปรเจคเตอร์หน้าเวที
“พรวด” พสุธรตาโตตกใจสำลักเบียร์แทบพุ่งออกจากปาก เพื่อน ๆ หันมองพากันขำพสุธร
“เห็นความสวยสาว ๆ จนกระอักเลยเหรอ”
“คนที่มัดผมเสื้อขาวเป็นพี่เลี้ยงของกร”
“ฮะ!” ศรุตกับรามอุทานพร้อมกัน พสุธรจับจ้องไปที่หน้าโปรเจคเตอร์แล้วลุกขึ้นชะเง้อมองหน้าเวทีเห็นละมุนกระโดดเต้นแร้งเต้นการ้องเพลงสุดเสียงสนุกสนาน
“นายจ้างพริตตี้มาเป็นพี่เลี้ยงลูก?” รามเงยมองเพื่อนสลับกับจอโปรเจคเตอร์พี่เลี้ยงของลูกเพื่อนแม้จะมีเหงื่อโซมหน้าตะโกนร้องเพลงไม่ห่วงสวยแต่ความสวยก็ออร่าเด่นสะกดตา
“คุณย่าจ้างเราไม่เกี่ยว”
“จริงหรา....” รามลากเสียงยาวไม่ค่อยอยากเชื่อ
“พี่เลี้ยงมาเที่ยวแบบนี้ใครเลี้ยงลูกนายล่ะ” ศรุตเอ่ยถามเพื่อนที่ลุกยืนจ้องพี่เลี้ยงลูกตาเขม็งอย่างกับคนกำลังหึงแฟน รามเหล่มองศรุตแล้วอมยิ้มกรุ้มกริ่มกับท่าทางแปลก ๆ ของเพื่อน
ศิลปินร้องเพลงสร้างความสนุกให้ผู้ชมอย่างต่อเนื่องจนถึงช่วงกลางของการแสดง ศิลปินพักดื่มน้ำก็มีสตาฟเดินขึ้นมาบนเวทียื่นกระดาษส่งให้ศิลปิน ๆ อ่านข้อความในกระดาษก่อนจะชูมือขึ้นเรียกเสียงผู้ชม
“ไหวไหมพวกเรา”
“ไหว” ผู้ชมส่งเสียงฮึกเหิมยังไงก็สู้
“ก่อนเพลงถัดไป ผมขอประกาศหาคนก่อนนะ นางสาวลลนา เด่นระตี หรือน้องละมุนอยู่ตรงนี้ไหมครับ” ศิลปินประกาศผ่านไมค์ เพื่อน ๆ ของละมุนกรี๊ดลั่นตื่นเต้นแทนเพื่อนชูแขนขึ้นสูง
“เพื่อนหนู ๆ”
“เชิญออกมารับรางวัลพิเศษหลังเวทีด้วยครับ มาคนเดียวนะคนอื่นสนุกกันต่อเลย” ศิลปินบอกละมุนแล้วเสียงดนตรีก็ดังขึ้นพร้อมสนุกกันต่อ ละมุนดีใจได้ชั่วครู่ก็นิ่วหน้าสงสัยท่ามกลางเพื่อนที่เต้นตามจังหวะเพลง
“เขารู้ชื่อเราได้ไง?”
“จากหางบัตรที่มีจับรางวัลไง” ปรางตะโกนแข่งกับเสียงดนตรี
“ไปเลยแล้วค่อยมาสนุกต่อ” ทรายรีบดึงแขนเพื่อนให้เดินผ่านตัวเธอออกไปข้างเวที ละมุนเดินฝ่าผู้คนเบียดเสียดออกมาอย่างทะลักทุเลหายใจหอบเหนื่อยเหงื่อไหลโซมกายก่อนจะเดินไปข้างหลังเวทีเพื่อรับรางวัล ร่างบางเดินมาเรื่อย ๆ ถึงหลังเวทีไม่เห็นมีใครอยู่สักคนเลยหันหลังจะเดินกลับอยู่ ๆ หน้าสวยที่กำลังเบิกบานก็กลายเป็นซีดเผือดภายในเสี้ยววินาที
“งานเข้าแล้วไหมล่ะ”
เพื่อนวัยเรียนของละมุนทั้งสี่คนต่างปรบมือยิ้มแย้มยินดีกับเพื่อน ก่อนหน้านี้ละมุนได้ชักชวนเพื่อนให้มีหน้าที่การงานดีและให้ความช่วยเหลือมาตลอด ด้านศรุตกับรามได้รับเชิญมาร่วมงานเลี้ยงในฐานะหุ้นส่วนทางธุรกิจ ทั้งคู่อมยิ้มแท็กมือกันเดาไม่ผิดตั้งแต่วันงานคอนเสิร์ตลานเบียร์เมื่อหลายปีก่อนว่าผู้หญิงคนนี้นี่แหละที่จะกุมหัวใจของพสุธร เพราะเธอทำให้เพื่อนของพวกเขาที่ไม่ชอบให้ใครมาแตะเนื้อต้องตัวเดินฝ่าผู้คนมากมายเพื่อไปยืนคุ้มกันไม่ให้ผู้ชายคนอื่นเข้าใกล้เธอ.... แม้หลังจากนั้นพวกเขาจะรู้ว่าละมุนเป็นแม่ของลูกพสุธรแต่ต้องเก็บไว้เป็นความลับเพราะละมุนไม่ได้รับการออกหน้าทั้งที่เป็นภรรยาถูกต้องตามกฎหมาย ทว่าตอนนี้ละมุนก็ได้ขึ้นแท่นภรรยาอย่างออกหน้าเสียที....เมื่อถึงวัยลูกน้อยเติบใหญ่ อธิกรกับลลิตาเข้าศึกษามหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในประเทศอังกฤษ ละมุนเป็นห่วงลูกเลยขอมาอาศัยอยู่ร่วมกันที่นี่ พสุธรเองก็ไม่ยอมห่างละมุนจึงทำงานผ่านช่องทางออนไลน์ในช่วงสองปีที่ลูก ๆ ศึกษาต่อจนกว่าจะจบ“หอมจังเลยครับ”อธิก
“ขอเพิ่มอีกห้าล้านได้ไหมต้องอัพเกรดตัวเองให้ดูแพง” วินนี่ยังต่อรองจะจับคนรวยเธอต้องดูรวยถึงจะเลอค่า พสุธรส่ายหน้าเบา ๆ เปิดหน้าเช็คจรดปากกาเซ็นชื่อ“สามล้านพอ ฉันจะให้เธอครั้งสุดท้ายเพื่อจบเรื่องราวของเราเพียงเท่านี้ หลังจากนี้ก็ขอให้เธอโชคดีกับสามีหล่อรวยอยู่เป็นคุณนายไม่ต้องทำมาหากินก็มีเงิน” พสุธรยื่นเช็คให้พร้อมกับคำอวยพรที่เธอชอบทั้งที่รู้ว่าเดวิดไม่จริงจังกับวินนี่แน่นอนก่อนจะหันหลังเดินจากไป วินนี่มองบนถอนหายใจเฮือกใหญ่มองตามอาลัยอารณ์ตั้งใจกลับมาเพื่อมีชีวิตที่ดีดันแย่กว่าเดิมต้องยอมรับสภาพหมดตัวเพราะเคยไปหลอกเขามาก่อน จากนี้ไปเธอต้องสลัดความเศร้าอัพเกรดตัวเองใหม่ให้สดใสเปล่งปลั่งเดินหน้าหาสามีใหม่รวย ๆ เท่านั้นถึงจะตอบโจทย์ วินนี่เดินเชิดหน้าไปอีกทางแววตามุ่งมั่นถึงจะท้อใจกับชีวิตเธอไม่ใช่คนยอมแพ้อะไรง่าย ๆ ไม่มีทางทำร้ายตัวเองนอกจากทำให้ตัวเองสวยและเลอค่าแม้จะเหลือแต่เปลือกก็ตาม พสุธรหันกลับมามองวินนี่ก้าวเดินมาดมั่นกระฉับกระเฉงห่างออกไปเรื่อย ๆ แม้แต่ตอนนี้เขาก็ไม่รู้สึกสงสารหรือแม้แต่เห็นใ
คฤหาสน์หลังใหญ่ ค่ำคืนนี้เป็นคืนแรกของครอบครัวได้นอนบนเตียงพร้อมหน้าพร้อมตาพ่อแม่ลูก พสุธรนอนกอดหญิงคนรักที่นอนตะแคงหันไปหาลูกด้วยความคิดถึงหลังจากต้องอยู่ห่างเพื่อทำให้แผนของเขาเนียนที่สุดในการหลอกให้วินนี่เชื่อใจและไม่ระแวงเรื่องละมุน ด้านละมุนอบอุ่นใจกับการที่มีคนรักกลับมาอยู่กับเธอดังเดิมแต่ยังนอนไม่หลับครุ่นคิดเรื่องที่เขาเคยทำให้เสียใจและเรื่องภรรยาเก่าของเขา ร่างบางถอนหายใจเฮือกใหญ่ออกมาอย่างไม่รู้ตัว พสุธรผงกหัวมองภรรยาที่ยังไม่หลับ“ยังงอนอยู่เหรอ”“นิดหน่อยค่ะ แต่กำลังสงสารคุณวินนี่ คุณพอลทำกับเธอแรงไปไหมคะถึงขนาดหมดตัวแล้วเธอจะอยู่ยังไง” เสียงหวานหม่นเศร้าค่อย ๆ เขยิบตัวหันมานอนหงายมองหน้าสามี“มันเป็นสมบัติที่ผมควรได้คืน”“แต่หัวใจผู้หญิงคนหนึ่งต้องบอบช้ำนะคะ ละมุนเข้าใจความรู้สึกเธออุตส่าห์กลับมาหาคุณมีความหวังว่าจะสร้างครอบครัวด้วยกันแต่กลับถูกหลอกทั้งความรู้สึกและทรัพย์สินไม่เหลืออะไรเลย”“ละมุนอยากให้ผมทำยังไง”
“ฟ้องเมียน้อยกับแกที่เล่นชู้ อยู่ดีไม่ว่าดีดันมาหักหลังคนอย่างฉันแกต้องเสียสมบัติให้ฉันอย่างน้อยหนึ่งร้อยล้าน” วินนี่ตะคอกลั่นโรงพยาบาลในเมื่อถูกหักหลังพวกมันต้องรับผิดชอบ พสุธรหัวเราะร่วนก้าวเดินเข้าใกล้วินนี่แล้วยิ้มเยาะ“เผื่อจะยังไม่รู้ คนที่จดทะเบียนซ้อนเรียกร้องอะไรไม่ได้นะ”“พูดบ้าอะไร?”“ละมุนเป็นภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายของฉัน ส่วนเธอจดทะเบียนทีหลังเรียกว่าจดทะเบียนซ้อนถือว่าเป็นโมฆะ” สายตาคมมองเหยียดภรรยาเก่า พลางนึกย้อนไปวันที่เขาจะไปหย่ากับละมุนเพื่อจะทำตามแผนจดทะเบียนกับวินนี่แต่จะไม่มีอะไรกันแล้วจ้างผู้ชายมาเล่นชู้กับวินนี่ที่อดทนเรื่องอย่างว่าไม่ได้หลังจากนั้นจะฟ้องหย่าแบ่งสินสมรสแต่ด้วยความที่เขาไม่อาจตัดใจเซ็นชื่อลงในใบหย่าได้แผนทุกอย่างเลยต้องเปลี่ยนยังคงสภาพเป็นสามีภรรยาถูกต้องตามกฎหมายกับละมุน ส่วนตัวเขาไปอยู่กับวินนี่ให้ตายใจซึ่งละมุนเองก็ไม่รู้ว่าเขาจะทำอะไรรู้แค่ว่าวันที่ไม่ได้หย่ากันเขาบอกเพียงให้รอแล้วเขาจะกลับมาหาเธอ ด้านวินนี่ช็อกไปชั่วขณะหัวใจเต้นแรงหน้าซีดถูกสามีเก่าต้มซะเปื่อยก่อนจะนึกได้ว่าถ้าเป็นแบบนี้เขาอาจมีคว
พสุธรเดินออกมาจากห้องทำงานของสินีนาถจะไปยังห้องประชุมระหว่างทางเขาเห็นละมุนเดินวนไปวนมาอยู่หน้าลิฟต์แล้วมองมาทางเขา พสุธรเหลือบมองรอบข้างไม่มีใครเลยเดินมาหาละมุน ทั้งสองยืนรอลิฟต์ห่างกันไม่พูดคุยใด ๆ เมื่อประตูลิฟต์เปิดเธอเดินเข้าไปชิดขอบลิฟต์ด้านในส่วนเขายืนอยู่ข้างหน้าชิดปุ่มกดขยิบปากเปล่งเสียงพูดคุยโดยไม่หันมองกันและกัน“คุณโอนหุ้นมากมายให้หนูทำไมคะ”“เพราะนั้นเป็นรายได้หลักมีมูลค่ามากสุดที่ฉันมีในตอนนี้เพื่อสัญญาว่าฉันจะกลับไปหาเธอ”“หนูอยากได้แค่คุณไม่ได้อยากได้ทรัพย์สินของคุณ”“เธอจะได้ทั้งสองอย่างไม่ว่าฉันและทรัพย์สินทั้งหมดเป็นของเธอกับลูก ๆ ของเรา”“เราสามคนแม่ลูกจะได้ความรักด้วยไหมคะ” ดวงตากลมโตวูบไหวเหล่มองหลังแกร่งที่ไม่หันหน้ามามอง“ทำขนาดนี้แล้วยังไม่รู้อีกเหรอว่ารักมากขนาดไหน” เขาเน้นหนักในคำพูดให้เธอมั่นใจ ละมุนยืนนิ่งฝืนกลืนน้ำตาไม่ให้ไหลเมื่อลิฟต์ลงถึงชั้นสิบแผนกบัญชีละมุนรวบแรงเดินผ่านกายหนาพยายามไม่หันมอง“รักนะคุณแม่ดูแลลูกด้วย” เส
“เธอรู้ดีว่าตัวเองไม่ใช่เมียน้อย”เขาลากเสียงยาวเหนื่อยที่ต้องคุยเรื่องนี้ซ้ำ ๆ“แต่เป็นแค่ตัวสำรองความสำคัญน้อยนิดเมื่อเทียบกับตัวจริง”“เธอสำคัญกับฉันที่สุด”“ตอนนี้หนูไม่มั่นใจอะไรในตัวคุณอีกแล้ว หนูเหมือนเดินบนเส้นด้ายไม่มีความแน่นอนอะไรสักอย่าง หนูเคยเชื่อคำพูดคุณจนหนูโง่ให้คุณหลอกซ้ำ ๆ” หน้าสวยบิดเบี้ยวน้ำตาไหลเกินอดกลั้น พสุธรหน้าเครียดเกลี่ยปลายนิ้วเช็ดน้ำตาบนแก้มเนียนแต่ถูกละมุนปัดมือออก“ฉันรักเธอ” เสียงทุ้มติดขัดเจ็บปวดกับการปฏิเสธของผู้หญิงที่รักแค่เช็ดน้ำตายังทำให้เธอไม่ได้“อย่าหลอกหนูอีกได้ไหม” ร่างบางสะอื้นเนื้อตัวสั่นเทาเจ็บใจตัวเองที่รักเขามากจนยอมโง่ให้เขาหลอก“ฉันรักเธอ” นัยน์ตาคมวูบไหวโน้มลงเข้าใกล้จะจูบหน้าสวยหันหนีเขาจับหน้าเธอให้หันมามองสบตาแล้วโน้มลงจูบปากนุ่มนวล มือเรียวกำผ้าห่มแน่นน้ำตาไหลลงหางตาพ่ายแพ้ให้กับเขาทั้งที่ปวดร้าวแทบขาดใจ ริมฝีปากหนาถอนจูบอ้อยอิ่งเคลื่อนหน้าขึ้นจูบหน้าผากมนแผ่วเบา“รอฉันนะคนดี อีกไม่นานฉันจะก







