Se connecter
A episode 4
โดย Ginoichi ปากหยักบ่นพึมพำ ไปพร้อมกับใบหน้าที่ขึ้นซับสีเลือด เขาไม่เคยคิดมาก่อน ว่าสาวคนไหนจะมีผลต่อใจ หรือเป็นอันตราย ต่อความรู้สึก โดยเฉพาะ คนขี้เต๊าะแบบบราลี นอกจากไม่ใช่เสปค เจ้าตัวยังเป็นชนิดที่เรียกว่าแบบ 'ตรงกันข้าม' "หรือว่าเมาวะ?" คิดไปสงสัยไป แต่เมื่อตาคมเหลือบมองนาฬิกาเรือนใหญ่ตรงหน้าก็เกิดคิดขึ้นมาได้ว่า อีกฝ่าย มักจะชอบเอาปิ่นโตข้าว เข้ามาให้ ไกล้ๆ เวลานี้ โดยที่ลืมไปเสียสนิท ว่าเพิ่งกินโจ้กของเธอไปจนหมด และวันนี้ ก็เป็นวันเสาร์ วันที่สาวเจ้า จะมาหาในช่วงไกล้ๆเที่ยง "บ้าไปใหญ่แล้วกู" เปลือกตาหนาปิดลงช้าๆ ไม่กี่นาทีถัดมาก็ผล็อยหลับไปในที่สุด บราลี ตื่นมาอีกที ในช่วงสาย คนตัวเล็ก ลุกเปิดร้านทำกิจกรรมปกติในทุกๆวัน เพราะร้านค้าขนาดใหญ่ มีเพียงเธอที่นอนอยู่ คนเดียว ส่วนจ่าประสิทธิ์ผู้เป็นพ่อ และภรรยา อาศัย อยู่บ้านพักนอกค่าย จะเข้ามาในช่วงสายของทุกวัน มนุษย์นอนน้อย ที่เมาบ่อยๆอย่างเธอ จึงเต็มใจ มานอนเฝ้าคลังแสงที่กินได้ไม่อั้นด้วยความเต็มใจ "แม่ค้าไปไหน" เสียงขรึมที่คุ้นเคยดังอยู่นอกร้าน เรียกสติคนที่สารวนจัดของให้เงยขึ้นสบตามอง ผู้กองอคินณ์ มองคนร่างเล็ก ที่ใส่เสื้อผ้าน้อยชิ้น เหมือนเช่นเคยด้วยความหงุดหงิด หากแต่ใบหน้าหล่อก็ยังเรียบเฉย เหมือนทุกที "เอาอะไรจ้ะ" บราลีถามเสียงใส พร้อมกับยิ้มหวาน "หิวข้าว" เสียงขรึมเอ่ยเบาๆ พร้อมกับเบนสายตาไปทางอื่น เพียงเท่านี้ บราลี ก็เข้าใจอย่างแจ่มแจ้ง ว่ากลยุทธ์ที่เธอเพียรทำทุกวันมาร่วมสองปีมันได้ผล 'นี่แหละนะ ที่เขาว่า น้ำหยดลงหินทุกวัน หินมันยังกร่อน แม้หินของเธอจะหิวข้าวก็เถอะ!' "กินกับแบมไหม" ใบหน้าหวานเอียงเข้าไปไกล้ ก่อนจะกระซิบถาม "อืม" คนหน้านิ่ง รับคำ พร้อมกับย้ายตัวเอง ออกไปนั่งโต้ะประจำ ใต้ร่มไม้หน้าร้าน บราลี มองตามแผ่นหลังกว้าง ดวงตากลมโต ฉายประกายระยับ ก่อนจะเดินเข้าไปในครัว คว้าเอาปิ่นโตที่เตรียมให้เขาเหมือนทุกวันออกมาให้ "แบมเตรียมใว้ให้แล้ว" ใบหน้าหล่อร้าย เงยขึ้นสบตามอง คนที่วางปิ่นโตตรงหน้านิ่งๆ เสียงขรึมถามออกมาราบเรียบ "ไหนว่าจะกินด้วยกัน" บราลี หลุบตาลงต่ำ ก่อนจะเอ่ยอ้อมแอ้มในรำคอ "แบมรู้...ว่าผู้กองไม่ชอบ" "แบมก็พูดไปแบบนั้นแหละ" "ผู้กองกินเถอะ" พูดจบก็หมุนตัวกลับเข้าร้าน ไม่รอฟังประโยคถัดมาจากอีกฝ่าย ผู้กองอคินณ์ขมวดคิ้วมุ่น มองคนที่กลับไปก้มๆเงยๆจัดของ จนแก้มก้นขาวโผล่พ้นกางเกงขาสั้นตัวจิ๋วด้วยความหงุดหงิด ร่างสูงยันกายลุก เดินเข้าไปประชิดคนร่างเล็กก่อนจะดันเข้าไปในร้าน พร้อมกับปิดประตูโครมใหญ่ แรงผลัก ทำบราลี ล้มจุ้มปุ้กอยู่กลางร้าน ทั้งจุกทั้งตกใจ แต่เมื่อเห็นว่าคนทำเป็นใคร ความสงสัยก็ฉายชัดบนใบหน้าหวาน "ผู้กองผลักแบมทำไม?" เสียงหวานร้องถามพรางยันกายลุก แต่กลับถูก คนหน้านิ่ง ดันกลับไปชิดข้างฝา ลมหายในอุ่นร้อนเป่ารด ลงใบหน้าขาว จนเธอสำผัสได้ถึง ลมหายใจ ที่ไม่ปกติของเขาได้ชัดเจน "เป็นอะไรคะ " เธอถามเสียงสั่น ในขณะที่ลำตัว ถูกเขากดล็อคใว้แน่น ดวงตาคมกริบ หลุบลงมองสำรวจร่างเธอทุกส่วนจนพอใจ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาเธอ "กางเกงตัวนี้...มันสั้นไป" ไม่พูดปล่าว ดวงตาคมกริบฉายประกายวาววับมองจ้องเรียวขาเสลาไม่วางตา บราลี เม้มปากแน่น มองเขาด้วยความประหม่า ไม่ต่างจากผู้กองอคินณ์ ที่คราวแรกตั้งใจจะสั่งสอน บัดนี้กับบังเกิดอารมณ์บางอย่างขึ้นมา "แบมก็ใส่แบบนี้มาตั้งนาน..." บราลี เอ่ยแย้ง ในขณะที่ปลายนิ้วเล็กขยับไปจิกเนื้อกางเกงลงเบาๆ ผู้กองอคินณ์หลุบตามองตาม พร้อมกับกระซิบเสียงปร่า "เห็นไหม...มันสั้น..." บราลีสะดุ้งเฮือกตะลีตะลาน ดึงรั้งกางเกงที่ใส่ อารามตกใจทำให้ร่างเล็กถลาไปเกี่ยวเข้ากับราวแขวนผ้า บราลีดิ้นขลุกขลักจนไปรั้งตะขอยกทรงตัวโตออกจากกัน ความหนุ่มหยุ่น ดีดผึ้ง จนเห็นเป็นตุ่มไตนูนขึ้นชัดเจน บนเสื้อตัวเล็ก ผู้กองอคินณ์ที่มองอยู่ กลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ ก่อนจะเคลื่อนมือเข้าไปกอบกุมมันเบาๆ "เฮือก!" บราลี ผวาเฮือก ทันทีที่ผ่ามือร้อนแนบลงผิวเรียบรื่น ใบหน้าหวานแดงซ่าน มือคู่น้อยกำจิกแน่น ในใจก็ร้อง ให้ขัดขืน แต่อีกใจ ก็อยากจะให้เขาสำผัสเธอมากกว่านี้ "ขัดขืนหน่อยไหม?" คนอุกอาจ ก้มลงมากระซิบ พรางใช้ปลายนิ้วใหญ่บี้ครึงหยอกเย้าตุ่มไตสีสดเบาๆ "ต้องขัดขืนหรอ?" บราลี ถามเสียงซื่อ และนั่น ทำคนหน้านิ่ง ยกยิ้มมุมปาก "มากกว่านี้...ก็ไม่เป็นไร ใช่ไหม?" เขาถามในเชิงขอความเห็น มือก็เริ่มนวดคลึงยอดอก จนบราลี จนเริ่มขนลุกตั้งชัน "อะ...อืม" บราลี ก้มหน้างุด ด้วยความเอียงอาย เสื้อตัวเล็ก ถูกเลิกรั้งขึ้นโยนทิ้ง อวดความนุ่มนิ่ม ที่เขาสำผัสมาเมื่อครู่จนเต็มตา ผู้กองอคินณ์หรี่ ตามองโซฟาตัวยาวด้านข้าง เขาทิ้งตัวลงนั้ง ก่อนจะรั้งร่างนุ่มนุ่มให้ขึ้นคล่อม บราลีผวาเฮือก มองเขาด้วยความสั่นเกร็ง ถึงเธอจะแรดอยู่ไม่น้อย แต่พอเขามาทำอะไรแบบนี้ ความกระดากอายที่แทบไม่มี มันก็ตีตื้นขึ้นมานิดหน่อย สาบานเลย แต่นิดเดียว! ผู้กองอคินณ์มองคนที่เม้มปากเเน่นอย่างรู้ทัน ที่จริงเขาก็ไม่ได้คิดจะทำอะไร....อย่างน้อย..ก็ตอนนี้ มือหนาล้อค ต้นคอเล็ก รั้งเข้าหาตัว ก่อนจะกดจูบเบาๆ ปลายลิ้นร้อนแลบเลียริมฝีปากน้อยที่เขาครุ่นคิดกับสำผัสของมันมาทั้งคืนยันเช้า มือก็ปลุกเร้าช่วงอกอิ่มจนบราลี เผลอปากอ้า เขาไม่รอช้า สอดปลายลิ้น เข้าไปรุกรานเธอจนทั่ว นานหลายนาที ที่จูบกันอยู่แบบนั้น เสียง จ๊วบ จ๊าบ ดังแผ่วๆ น้ำลายเหนียวยืดเยิ้มตามมุมปาก ลมหายใจเริ่มขาดห้วง จนผู้กองอคินณ์จำต้องผละออก "เฮือก!" บราลีหอบแฮกๆ รีบหายใจโกยอากาศเข้าปอด ร่างสองของผู้กองอคินณ์ ที่เธอเพิ่งสำผัสไปเมื่อครู่นี้ ทำเธอใจสั่นแบบที่ไม่เคยเป็น ในใจก็เริ่มสงสัย ว่าเป็นเขาแน่เหรอ ที่เธอเพียรอ่อย คนที่เธอคิดว่าอ่อนประสบการณ์ ต๊อกต๋อย เอาเข้าจริง มันกลับไม่ใช่แบบนั้น ไม่ใช่เลย กลับเป็นเธอเสียอีก ที่ตกหลุมเขาจนมิด "คิดว่าจะแน่" "ที่แท้...ก็ราคาคุย" เขาเอ่ยเบาๆ พรางลากมือลูบคลำผิวเรียบรื่นไปทั่วอนาบริเวณ บราลี เม้มปากเเน่น ช้อนตาขึ้นมองเขา ด้วยความอายแสนอาย "แบมใส่เสื้อก่อนได้ไหม" เสียงใสถามพรางห่อไหล่เล็ก หวังหลบเลี่ยงสายตาคมกริบของเขา ที่ทอดมองเธอไม่ลดละ "ก็เห็นหมดแล้ว...เหลือแค่ตรงนั้น" เขาหลุบตาลงมอง ก่อนจะก้มลงงับยอดอกสลับกับขบเม้มสองเต้าขาว ความเจ็บจี๊ด ทำบราลี สดุ้งเล็กน้อย เธอเลื่อนมือ ขึ้นมารั้งต้นคอเขาออก ขณะที่อีกฝ่าย ไม่ได้สนใจแรงต้านทานเลยสักนิด เขาทำวนเวียนอยู่แบบนั้นจนพอใจ แล้วจึงผล่ะออก มองดูผลงานตัวเองด้วยความพอใจ "ถ้าไม่อยากให้ใครเห็น ก็ไปเปลี่ยนชุดใหม่" ผู้กองอคินณ์ดันร่างเล็กลงจากตัว เขาลุกยืนเต็มความสูง ก้าวออกจากร้าน พร้อมกับยกยิ้มมุมปากA episode 17eb โดย Ginoichi"ข้าวไหมผู้กอง?"หมวดศิระ ถามขึ้น เมื่อเห็นว่าคนที่ชวนเขามากินข้าวยังคงนั่งนิ่ง ซ้ำยังกอดอกทำหน้าถมึงทึง ไม่มีท่าทีว่าจะลุกไปไหน"หมวดจะกินอะไรก็กิน ผมขอนั่งสักหน่อย!"น้ำเสียงขรึมเจือไปด้วยความหงุดหงิดไม่น้อย ทำเอาหมวดศิระต้องขมวดคิ้ว เพียงแต่เขาเองก็ไม่ใช่คนที่ชอบซักถาม จึงพยักหน้ารับ ก่อนจะเดินไปหาแม่ค้าสาวตรงหน้าแบบที่เคยทำ"เหลืออะไรบ้างครับ"หมวดศิระ ถามเสียงเรียบ "ตอนนี้ข้าวหมดแล้วค่ะ ถ้าหมวดจะเอาเป็นขนมจีนแทนก็ได้ค่ะ กับข้าวมีแกงเขียวหวานไก่ กับเเพนงเนื้อ""งั้นเอาเขียวหวานหนึ่ง แพนงหนึ่งครับ "บราลีพยักหน้ารับเบาๆ ก่อนจะรีบจัดอาหารให้ตามคำขอ เพียงชั่วครู่ถาดอาหาร2ถาดก็ถูกยื่นออกไปให้ชายตรงหน้าและนั่น ทำให้หมวดศิระต้องขมวดคิ้วซ้ำอีกรอบ นายทหารหนุ่ม เบนสายตาไปหาผู้บังคับบัญชาที แม่ค้าสาวตรงหน้าทีด้วยความแปลกใจ'แปลก...มันแปลกไปหมด''ไม่ได้คิดไปเองแน่ มันต้องมีอะไร'หมวดศิระคิดในใจพรางคว้าเอาถาดอาหารเดินดุ่มๆกลับมาที่โต้ะ เมื่อมาถึง จากตัวเขาเองบ่นมาทั้งทางว่าหิวนักหิวหนา เมื่อเจอสถานการณ์ต
A episode 16eb โดย Ginoichiเหมือนทุกที หากแต่วันนี้มันต่างออกไป จ่าประสิทธิ์ที่เคยมือเท้าไว วันนี้กลับประสาทไม่สั่งงานเสียอย่างนั้น มือหนาตบลงบนไหล่ลูกชายเบาๆ ก่อนจะคว้าบุหรี่ ที่นานๆทีจะหยิบยกมันออกมาสูบ และแน่นอน คนบ้านนี้รู้กันดี ว่าจ่าประสิทธิ์คนนี้ จะใช้มันยามที่เครียดจริงๆเท่านั้นเด็กหนุ่ม หน้าเคร่งขรึมลงเล็กน้อย เขาครุ่นคิดอยู่ชั่วครู่ ก่อนจะเอ่ยประโยคที่อยากจะพูดมานานให้คนเป็นพ่อได้รับรู้ แม้มันอาจจะไม่ถูกใจผู้เป็นพี่เลยสักนิด"ว่ากันตามจริง...บอลก็แอบดีใจ ที่เจ้ กับผู้กองทะเลาะกันแบบนี้""ดีกว่าเห็นเจ้ไปไล่ตามเขา"จ่าประสิทธิ์ เหลือบมองหน้าลูกชายชั่วครู่ แม้จะไม่มีคำพูดไดๆหลุดจากปาก แต่ทว่าสีหน้าแววตาของพ่อ ก็ไม่มีท่าทีว่าจะขุ่นเคืองลูกชายเลยสักนิด จ่าประสิทธิ์ ถอนหายใจทิ้งเฮือกใหญ่ ชั่งใจอยู่นาน จนเมื่อเห็นสมควร ร่างอ้วนท้วนจึงเดินตรงออกไปข้างหน้าช้าๆ ด้วยความรู้สึกที่มั่นคง มือหนาแตะลงกลางลาดไหล่ของผู้เป็นลูกสาว พร้อมกับเอ่ยออกมาแผ่วเบา"ลูกเอ๋ย ใช่ว่าจะรักเขาไม่ได้ ลูกยังรักเขาได้เช่นเดิม เพียงแต่ลูกอย่าลืมไป ว
A episode 15eb โดย Ginoichi"คุณนิ่งแบบนี้...ผมทำตัวไม่ถูกอยู่เหมือนกัน...หรือผมทำอะไร ให้คุณไม่พอใจอีก"ดูเอาเถอะ คนพูดน้อยวันนี้ กลับขยันพูดขึ้นมาเสียอย่างนั้น แล้วแต่ละประโยคที่หลุดออกมาจากปากเขา ก็เล่นเอาบราลีกลืนไม่เข้าคายไม่ออก'เธอจะกล้าพูดมันออกไปได้อย่างไร..ว่าเธอหึงเขา หึงทั้งที่เราไม่ได้เป็นอะไรกัน'"ปะ..ปล่าว...แบมปล่าว""ถ้าผู้กองไม่มีอะไรเป็นพิเศษ..แบมขอตัวก่อนแล้วกัน"ร่างเล็กกล่าวจบก็หันหลังไม่รีรอเอาคำตอบ ผู้กองอคินณ์ในวันนี้กลายเป็นของร้อนสำหรับเธอ เลี่ยงได้เธอต้องเลี่ยง หลบได้ต้องหลบก่อนการกระทำเช่นนั้นของบราลีเล่นเอาคนที่เพิ่งกระทำการอุกอาจถึงกับแสดงสีหน้าฉงน"เธอพูดว่าไม่มีอะไรพิเศษ...ทั้งที่เราเพิ่งจะจูบกัน""แบม..."ขาเรียวสั่นระริก หยุดก้าวแบบอัตโนมัติ ใบหน้างามซีดลงเล็กน้อย หากแต่ก็ยังไม่อยากหันไปเผชิญหน้ากับเขาตรงๆ"แบมรู้...ว่าผู้กองไม่ตั้งใจ""แบมจะไม่เก็บมาคิดมาก""แบมจะไม่เก็บมาพูดในคราวหลังแน่นอนค่ะ"เสียงหวานหม่นลง ตั้งใจจะสาวเท้าเดินต่อ เพียงแต่ช้ากว่าคนข้างหลัง ที่ก้าวยาวๆเพียงสองก้าวมาดักหน้าเธอใ
A episode 14eb โดย Ginoichi"บอล ขอโทษนะเจ้ แต่บอลก็ต้องเอาตัวรอด""ได้เงินมาตั้งสองร้อย ลาภปากไอ้บอลจริงๆ"บดินทร์ ยิ้มร่า พรางยกเงินมาจูบเสียยกใหญ่ แต่ถึงอย่างนั้นเจ้าตัวก็ไม่ได้ไปไหนไกล เพียงแค่ถอยมานั่งหน้าบ้าน หรือที่เรียกอีกอย่างว่า สอดส่อง ไม่ให้คนเข้าไปทำให้การใหญ่ ข้างในร้าน ที่ผู้กองกำลังจะทำมันเสีย บดินทร์ถือคติที่ว่า'รับเงินเขามา ต้องทำงานให้คุ้ม'ทางด้านบราลี ที่นั่งอยู่นาน จนงานตรงหน้าเสร็จ ร่างเพรียวระหงษ์ ลุกขึ้นช้าๆ ทันทีที่จะก้าวไปข้างหน้า ร่างเล็กกับถูกรั้งกลับเข้าไปหาคนที่เฝ้าดูเธออยู่ก่อนแล้วใบหน้าหวานชนประทะเข้ากับหน้าอกแกร่งในทันที แม้จะเจ็บไม่มาก แต่ความน้อยใจ ที่มีอยู่ก่อน เป็นตัวเร่งปฏิกิริยาแห่งความโมโหได้ชั้นดีเชียว"ปล่อยแบม!""อย่ามาจับ"น้ำเสียง ที่เเข็งกร้าว มาพร้อมกับแรงขัดขืนที่ไม่น้อยเลย แต่เมื่อเทียบกับแรงชายชาติทหาร แบบเขา ดูทีรึ ว่าเธอจะสู้ได้"ขู่เหมือนแมว""แต่แรงเท่ามด"เสียงขรึมเอ่ยไม่จริงจัง ไม่เพียงเท่านั้น เขายังกระชับอ้อมแขนแน่นขึ้น จนร่างเล็กของคนตรงหน้าเซถลาเข้ามาอิงซบเขาทั้งร่าง
A episode 13ep โดย Ginoichiเพียงขวัญตอบกลับด้วยน้ำเสียงหวานนุ่ม ประดับไปด้วยรอยยิ้มซื่อๆ แบบที่เจ้าตัวชอบทำและมันนับเป็นครั้งแรกที่ผู้กองอคินณ์ รู้สึกขนลุกชันไปแทบทั้งตัวตั้งแต่เกิดเป็นชาย เขาเคยได้ยินแต่สุภาษิตไทยที่ว่า 'มารยาแห่งหญิง มีห้าร้อยเล่มเกวียน 'เขาเพิ่งจะเห็นกับตาตัวเองชัดๆก็วันนี้"คุณขวัญ คงเข้าใจความหมายของคำว่าใจร้ายผิดไป""เชื่อผมเถอะครับ...คุณไม่อยากรู้หลอก ว่าไอ้ที่เรียกว่าใจร้ายจริงๆเป็นยังไง""หากยังพอจะเดินได้ ก็เดินเลี่ยงไปพักข้างหน้าก่อนเถอะครับ หรือหากว่ามันไม่ไหวจริงๆ เดี๋ยวผมจะกรุณาเรียกหน่วยแพทย์ทหารมาให้""และแน่นอน..ถ้าพวกเขามา คุณจะรู้ความหมายของคำว่าใจร้ายจริงๆ อย่างดีเชียว"คำพูดราบเรียบที่แฝงไปด้วยความกดดันอยู่ในที ทำเอาคนแกล้งป่วย เริ่มรู้สึกร้อนๆหนาวๆขึ้นมาแบบไม่ทราบสาเหตุ แต่ถึงอย่างนั้น ครูสาวก็ยังคงควบคุมกิริยา ใบหน้าหวาน คลี่ยิ้มบางๆ ก่อนจะค่อยๆคลายมีออกจากลำแขนแกร่งช้าๆ "มีหลายคนเคยบอกขวัญว่าผู้กองปากร้าย ขวัญไม่คิดว่าจะได้เห็นมันกับตาตัวเอง"เมื่อรออยู่นาน ก็ไม่มีท่าทีว่าอีกฝ่ายจะโต้แย้
A episode 12 ep โดย Ginoichiเมื่อได้ฟังคำที่ผู้เป็นภรรยาพูด จ่าประสิทธิ์ยิ่งขมวดคิ้วมุ่นด้วยความสงสัย ในใจก็ครุ่นคิดตาม'คนแบบผู้กองอคินณ์หน่ะหรือ จะมีเนื้อคู่เป็นลูกสาวตน หากไม่ใช่เพราะบุญทำกรรมแต่ง มันคงเป็นเรื่องที่ยากแสนยาก'ยิ่งกับบราลีด้วยแล้ว คนเป็นพ่อแบบเขายังมองไม่เห็นทางเลยด้วยซ้ำ 'ไม่ใช่ว่าลูกสาวตัวเองไม่ดี แต่ไอ้คนที่ลูกสาวริจะไปคว้ามา มันดันดีเกินไปนี่สิ!'ช่วงเย็นของวันเดียวกัน คนที่เคยเอ่ยบอกใว้ว่าไม่ว่างกลับรีบเร่งงานที่คั่งค้าง ให้เสร็จสิ้น ดวงตาคมกริบเหลือบมองนาฬิกาเรือนหรูที่ข้อมืออยู่หลายหน จนหมวดศิระที่สงสัยอดไม่ได้ต้องร้องถาม"มีธุระหรอครับผู้กอง หรือไม่อย่างนั้น ให้ผมรับเวรแทนไหม?"มือหนาที่กำลงจรดปรายปากกาชะงักค้าง เมื่อได้ยินเพื่อนร่วมงานคนข้างๆเอ่ยขึ้น ใบหน้าหล่อเหลือบขึ้นมองอีกฝ่ายชั่วครู่ ก่อนจะข่มใจลง เซนต์เอกสารตรงหน้าต่อ"ก็ไม่ใช่ธุระสำคัญอะไร""แค่เรื่องไร้สาระของเด็ก"เสียงขรึมเอ่ยขึ้นราบเรียบหากแต่ท้ายประโยคกลับเบาหวิว ราวกับต้องการได้ยินมันเพียงคนเดียว หมวดศิระที่ได้ยินดังนั้นจึงพยักหน้ารับ ไม่







![[NL]ปฏิญาณร้าย ทลายใจอัลฟ่า](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)